หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 155)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. A : May I help you with some shoes, sir ?

(ให้ผมช่วยดูรองเท้าให้ไหมครับ)  (พนักงานขายพูดกับลูกค้า)

    B : _________________________________________________________________.

(a) No, it’s a little bit too tight    (ไม่ต้อง  มันคับเกินไปนิดหน่อย)

(b) No, I’m used to doing things by myself    (ไม่ต้อง  ผมคุ้นเคย (เคยชิน) กับการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง)

(c) Yes, I’d like to try on the brown ones    (ได้สิ  ผมอยากลองใส่รองเท้าสีน้ำตาลคู่นั้นดู)

(d) Yes, I like the black pair better    (ได้สิ  ผมชอบคู่สีดำมากกว่า)

(e) No, I’ve my own shoes and so I don’t need yours    (ไม่ต้อง  ผมมีรองเท้าของผมเอง  และดังนั้นผมไม่ต้องการรองเท้าของคุณ)

 

2. A : I’ve got to quit eating so much !

(ฉันจำเป็นต้องเลิกทานอาหารมากๆ ซะแล้ว)

    B :  What’s the matter ?  Are you gaining weight ?

(เป็นอะไรหรือ  คุณกำลังน้ำหนักเพิ่มใช่ไหม)

      A : _________________________________________________________________.

(a) I like to eat Italian food.  It’s so wonderful    (ฉันชอบทานอาหารอิตาเลียน  มันยอดเยี่ยมมากเลย)

(b) My husband has been complaining    (สามีของฉันบ่นอยู่ตลอด)

(c) Don’t go on a diet until next week    (ไม่ต้องลดอาหารจนกระทั่งสัปดาห์หน้า)

(d) I’ll say.  Almost two kilos in two weeks    (พูดก็พูดเถอะ  (เพิ่ม) เกือบ ๒ กิโลกรัมในสองสัปดาห์เลย)

(e) I’m going to buy some new dresses    (ฉันจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่)

 

3. A : __________________________________________________________________ ?

    B : It rained a lot.

(ฝนตกเยอะแยะเลย)

(a) What was the climate like in Bangkok last week    (ภูมิอากาศในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไรบ้างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)  (ไม่เลือกข้อนี้เนื่องจาก  “Climate”  ใช้กับอากาศในช่วงเวลายาวนานเป็นปี หรือหลายๆ ปี)

(b) How did it rain in Bangkok last week    (ฝนตกอย่างไรในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)  (ต้องใช้   “How much did it rain……..……” เนื่องจากการใช้ “How”  เฉยๆ  คำตอบจะเป็นไปในแบบ  “ช้า, เร็ว, ยาก, ง่าย, ระมัดระวัง, สะเพร่า ฯลฯ”)

(c) How was the air in Bangkok last week    (อากาศ (รายวัน) ในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไรบ้างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)  (ต้องตอบว่า  “It was hot, cold, dusty, foggy, sultry, etc.”  =  “มันร้อน, หนาว, มีฝุ่นละออง, มีหมอกลง, อบอ้าว, ฯลฯ”)

(d) How often did it rain in Bangkok last week    (ฝนตกบ่อยเพียงไรในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)  (คำตอบจะเป็นไปในแบบ  “ทุกวัน, วันเว้นวัน, สองครั้ง, สามครั้ง”)

(e) What was the weather like in Bangkok last week    (อากาศในกรุงเทพฯ เป็นอย่างไรบ้างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

 

4. A : How do you like this warm weather ?       

(คุณชอบอากาศอบอุ่นแบบนี้อย่างไรบ้างครับ)     

    B : __________________________________________________________________                                                                                                                                                                                                  (a) Yes, it is as if Spring    (ต้องใช้  “Yes, it is as if it were Spring”  =  “ใช่แล้ว  มันเป็นราวกับว่าฤดูใบไม้ผลิ”)

(b) Very much, I feel as Spring    (ต้องใช้  “Very much, I feel like Spring  หรือ  I feel as if it were Spring”  =  “ชอบมากเลย  ผมรู้สึกราวกับว่ามันเป็นฤดูใบไม้ผลิ”)

(c) Yes, it likes Spring    (ใช่แล้ว  มันชอบฤดูใบไม้ผลิ)

(d) Just fine, it feels like Spring    (ดีทีเดียว  มันรู้สึกเหมือนกับเป็นฤดูใบไม้ผลิ)

(e) I don’t like it.  I prefer winter clothes    (ผมไม่ชอบมัน  ผมชอบเสื้อหนาวมากกว่า)

****หมายเหตุ – ดูเพิ่มเติมเรื่อง  “As if,  As though” (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า, เหมือนกับว่า)  ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๓๔๙,  ข้อ ๑๘

 

5. A : Would you mind if I opened the window ?

(คุณจะรังเกียจไหมถ้าผมเปิดหน้าต่าง)

    B : ___________________________________________________________________.

(a) Yes, go ahead    (รังเกียจครับ  เปิดเลย)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากข้อความแย้งกัน)

(b) Yes, I wouldn’t mind    (รังเกียจครับ  ผมไม่รังเกียจหรอก)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากข้อความแย้งกัน)  (Yes, I would.  =  ครับ  ผมรังเกียจ)

(c) No, please do    (ไม่หรอกครับ  เชิญเลย)

(d) No, I would    (ต้องใช้  “No, I wouldn’t”  =  “ไม่รังเกียจครับ”) 

(e) No, it is very cold outside    (ไม่รังเกียจครับ  มันหนาวมากเลย  ข้างนอกน่ะ)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากข้อความแย้งกัน  คือ  ให้เปิดหน้าต่างได้  แต่บอกอากาศข้างนอกหนาวมาก)

 

6. A : Would you like to try these chocolates ?  I got them as a birthday present from my friend.

(คุณอยากลองทานช็อกโกแลตพวกนี้ไหม  ผมได้มันเป็นของขวัญวันเกิดจากเพื่อนของผม)

    B : No, thanks.  I can’t take sweet food. _______________________________________.

(ไม่ค่ะ  ขอบคุณ  ฉันไม่สามารถทานอาหารหวานได้ _____________________________)

(a) Chocolates are not healthy food, I think    (ฉันคิดว่าช็อกโกแลตมิใช่อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย)

(b) Chocolates are too sweet for me    (ช็อกโกแลตหวานเกินไปสำหรับฉัน)

(c) I’m on a diet    (ฉันกำลังลดอาหาร)

(d) I prefer cakes and puddings    (ฉันชอบขนมเค้กและขนมพุดดิ้งมากกว่า)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากเป็นของหวานเช่นกัน)

(e) You should let other people try them    (คุณควรให้คนอื่นลองทานมัน)

 

7. A : Is there a good restaurant near here ?

(มีภัตตาคารดีๆ อยู่ใกล้ที่นี่ไหม)

    B : ___________________________________________________________________.

(a) It’s very crowded, particularly during the lunch time    (มันคนแน่นมากเลย  โดยเฉพาะระหว่างเวลาอาหารกลางวัน)

(b) Of course.  There’s one at the corner two blocks from here    (มีสิ  มีอยู่แห่งหนึ่งที่มุมถนน  ห่างออกไปจากที่นี่สองช่วงตึก)

(c) Certainly.  There’s no good restaurant in the vicinity of our neighborhood    (มีแน่,  ไม่มีภัตตาคารดีๆ ในบริเวณละแวกบ้านของเรา)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากข้อความแย้งกัน)

(d) I prefer to eat at home.  I’ve to save my money to pay for the room rent    (ผมชอบทานที่บ้านมากกว่า  ผมต้องออมเงินไว้จ่ายค่าเช่าห้อง)

(e) You can walk there.  It’s only ten minutes’ walk from here     (คุณสามารถเดินไปที่นั่นได้  มันอยู่ห่างจากที่นี่แค่เดิน ๑๐ นาทีเท่านั้น)

 

8. A : What do you think about your final exam ?

(คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับการสอบไล่ของคุณ)

    B : _________________________________.  All of my friends passed it without difficulty

(__________________________________  เพื่อนของผมทุกคนสอบผ่านโดยไม่ยากเลย)

(a) It was a piece of cake.    (ง่ายมาก, ของกล้วยๆ, หวานหมู)

(b) It was very tough    (มันยากมาก)

(c) I spent a whole week getting through it    (ผมใช้เวลาตั้ง ๑ สัปดาห์กว่าจะสอบเสร็จ)

(d) It started early this month.  I wished it had begun two months later    (มันเริ่มต้นเมื่อต้นเดือนนี้  (แต่) ฉันอยากให้มันเริ่มต้น ๒ เดือนถัดมา)

(e) I don’t like it.  I had to make the effort to read all the texts assigned to me    (ผมไม่ชอบมันเลย  ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอ่านตำราทุกเล่มที่อาจารย์มอบหมาย)

 

9. A : ___________________________________________________________ ?

    B : Ten to nothing.  We’re losing terribly.

(๑๐ ต่อ ๐,  เรากำลังแพ้หลุดลุ่ยนะสิ)

(a) How’s the game going    (การแข่งขันเป็นอย่างไรบ้าง)  (สนุกไหม, ใครแพ้ชนะ)

(b) What teams are playing    (ทีมอะไรกำลังเล่นอยู่)

(c) What’s the score now    (คะแนนเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้)

(d) What do you think of the game    (คุณคิดอย่างไรกับการแข่งขัน)

(e) Do you think we’ve a high chance of winning the match    (คุณคิดว่าเรามีโอกาสสูงที่จะชนะการแข่งขันหรือเปล่า)

 

10. A : __________________________________________________________ ?

      B : I’ll have fried rice with chicken

(ผมขอข้าวผัดไก่นะ)

(a) Have you eaten anything yet    (คุณได้ทานอะไรหรือยังครับ)

(b) Are you ready to order now, sir    (คุณพร้อมที่จะสั่งอาหารตอนนี้เลยไหมครับ)

(c) Do you want to have anything in this restaurant    (คุณต้องการทานอะไรในภัตตาคารนี้ไหมครับ)  (ต้องถาม  “Do you want to order (have) something, sir ?”  =  “คุณต้องการสั่ง (ทาน) อาหารอะไรไหมครับ”)

(d) Would you like to try fried rice with chicken, sir    (คุณอยากจะลองทานข้าวผัดไก่ไหมครับ)  (ต้องตอบ  "Yes"  หรือ  "No")

(e) I think you’re very weak.  Are you hungry, sir    (ผมคิดว่าคุณอ่อนแอ (ไม่มีแรง) มากเลยครับ  คุณหิวหรือเปล่าครับ)

 

11. A : Do you think Dave lives happily with his wife ?

(คุณคิดว่าเดฟอยู่กับภรรยาอย่างมีความสุขหรือเปล่า)

      B : No, Dave has a violent temper. __________________________________________.

(ไม่หรอก  เดฟมีอารมณ์ฉุนเฉียวมาก _______________________________________)

(a) I don’t know how his wife puts up with him    (ผมไม่ทราบว่าภรรยาของเขาทนเขาได้อย่างไร)  (“Put up with”  =  “ยอมรับด้วยความอดทน, ทน”)

(b) He likes to make fun of his wife    (เขาชอบล้อเลียนภรรยาของเขา)

(c) He prefers to cook his own food rather than buy it from the market    (เขาชอบปรุงอาหารทานเองมากกว่าซื้อมันจากตลาด)

(d) He never gets angry when his wife break glasses    (เขาไม่เคยโกรธเมื่อภรรยาทำแก้วแตก)

(e) He and his wife frequently go to the movies    (เขาและภรรยาไปดูหนังบ่อยๆ)

 

12. A : We’ll sign the contract with a construction company next week.

(เราจะเซ็นสัญญากับบริษัทก่อสร้างในสัปดาห์หน้านี้แล้ว)

      B : I’ll be interested in hearing about the new contract, ___________________________.

(ผมสนใจที่จะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับสัญญาใหม่นี้ _______________________________)

(a) so you’ve to pay lots of money to hire them    (ดังนั้น  คุณต้องจ่ายเงินมากมายเพื่อจ้างพวกเขา)

(b) so we’ll have a new building by the end of the year    (ดังนั้น  เราจะมีอาคารหลังใหม่ตอนสิ้นปี)

(c) so we don’t have to construct a new building by ourselves    (ดังนั้น  เราไม่จำเป็นต้องสร้างอาคารหลังใหม่ด้วยตัวเอง)

(d) so keep me posted    (ดังนั้น  บอกข่าวให้ผมทราบด้วยนะ)  (“Keep someone posted”  =  “บอกข่าวให้ผู้นั้นรู้”)

(e) if you allow me to do so    (ถ้าคุณอนุญาตให้ผมทำเช่นนั้น)

 

13. A : Why are you shouting so loudly ?

(ทำไมคุณตะโกนเสียงดังนักล่ะ)

      B :  So that you can _________________________________________ what I’m saying.

(เพื่อว่าคุณจะได้สามารถ ________________________________ เรื่องที่ผมกำลังพูดน่ะสิ)

(a) make up    (กุเรื่อง, ประกอบขึ้นเป็น, คืนดีกัน, ชดเชย, เสริมสวย, แต่งหน้า)

(b) make out    (เข้าใจ)

(c) make do with    (ใช้..............แบบเลวๆ แทนไปก่อน, ใช้...............ในแบบถูไถ)

(d) make allowance for    (พิจารณา............ร่วมด้วย)

(e) make for    (มุ่งหน้าไปยัง)

 

14. A : I was robbed of my purse on the bus this morning.

(ฉันถูกขโมยกระเป๋าสตางค์บนรถประจำทางเมื่อเช้านี้)

      B : __________________________________________________.  How did it happen ?

(_______________________________________________  มันเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ)

(a) It served you right for not taking my advice to watch out for thieves    (สมน้ำหน้าคุณที่ไม่ฟังคำแนะนำของผมให้เฝ้าระวังหัวขโมย)

(b) I can’t believe what you say; don’t lie to me    (ผมไม่เชื่อเรื่องที่คุณพูดหรอก  อย่ามาโกหกผมเลย)

(c) You’re kidding.  I saw you drive a car this morning    (คุณพูดเล่นน่ะ  ผมเห็นคุณขับรถเมื่อเช้านี้)

(d) I’ll keep my fingers crossed when you get on the bus next time    (ผมจะขอให้คุณโชคดีเมื่อคุณขึ้นรถประจำทางคราวหน้า)  (“Keep one’s fingers crossed =  “Crossed one’s fingers” (ไขว้นิ้วบนมือเดียวกัน)  =  “ปรารถนาให้โชคดี”)

  • Keep your fingers crossed while I take the test.

(ไขว้นิ้วมือของคุณนะเมื่อผมเข้าสอบ)  (ปรารถนาให้ผมโชคดีนะ  คือสอบผ่าน)

  • Mary crossed her fingers during the race so that Tom would win.

(แมรี่ไขว้นิ้วมือของเธอระหว่างการแข่งขัน  เพื่อว่าทอมจะได้ชนะ)  (แมรี่ขอให้ทอมโชคดีและชนะการแข่งขัน)

(e) I’m sorry to hear that    (ผมเสียใจด้วยครับที่ได้ยินเรื่องนี้)

 

15. A : How do you know that tomorrow is a holiday ?

(คุณรู้ได้อย่างไรว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุด)

      B : __________________________________________________________________.

(a) We’ve studied very hard all the time    (เราเรียนหนักมากตลอดเวลาเลยครับ)

(b) We’ve decided to go for a picnic at Hua-Hin    (เราได้ตัดสินใจที่จะไปปิกนิกที่หัวหินครับ)

(c) I know because I don’t have to go to school    (ผมรู้เพราะว่าผมไม่ต้องไปโรงเรียนครับ)

(d) It was announced at the meeting    (มันถูกประกาศในที่ประชุมครับ)

(e) We’ve just finished our exam and relaxed    (เราเพิ่งจะสอบเสร็จและผ่อนคลายครับ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป