หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 145)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. The Queen always ____________________________________ when she opens Parliament.

(พระราชินี _________________________________________ เสมอ  เมื่อพระองค์เปิดรัฐสภา)

(a) does speech

(b) makes speech

(c) give a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)

(d) makes a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สุนทรพจน์ เป็นคำนามเอกพจน์ นับได้  จึงต้องมี  “A”  นำหน้า,  สำหรับ ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “gives a speech”  เนื่องจากประธานของประโยค  (The Queen)  เป็นเอกพจน์  กริยาจึงต้องเติม  “S”

                       สำหรับวลีที่ต้องใช้  “A, An”  ได้แก่  “Take a seat”  (นั่ง),  “Take a break”  (พัก, หยุดพัก),  “Take a back seat”  (ยอมเป็นผู้ตาม, เป็นช้างเท้าหลัง), “Take a good look”  (มองให้เต็มตา),  “Take a good picture”  (ถ่ายรูปสวย, ถ่ายรูปขึ้น),  “Take a bad picture”  (ถ่ายรูปไม่สวย, ถ่ายรูปไม่ขึ้น),  “Take a hand in”  (มีส่วนร่วม, ช่วยเหลือใน),  “Take a stand”  (ประกาศความสำคัญของตนเอง, ประกาศจุดยืน),  “Take a person at his word  (เชื่อคำพูดคน ๆนั้น),  “Once in a while  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Once in a blue moon” (นานทีปีหน, นานๆ ครั้ง),  “Once upon a time”  (กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว),  “Have a walk”  (เดิน),  “Have a haircut”  (ตัดผม),  “Have an idea”  (มีความคิด),  “Take (Have) a bath”  (อาบน้ำ),  “Take a shower”  (อาบน้ำ), “Make (Give) a speech”  (กล่าวสุนทรพจน์),  “Give a bath”  (อาบน้ำให้), “Make a change”  (เปลี่ยนแปลง),  “Make an exchange”  (แลกเปลี่ยน), “Give (Express) an opinion”  (แสดงความคิดเห็น),  “Give an idea”  (ให้ความคิด),  “Give a kiss”  (จูบ),  “Take a pride”  (ภาคภูมิใจ),  “Take a rest”  (พักผ่อน),  “Do a favor”  (ช่วยเหลือ),  “Give an answer”  (ตอบ), “Make a decision”  (ตัดสินใจ),  “Come to a decision”  (ตกลงใจ, ตัดสินใจ), “Make a suggestion”  (แนะนำ),  “Make a statement”  (กล่าว, พูด), “Make an announcement”  (ประกาศ),  “Make a discovery”  (ค้น พบ),  “Make a choice”  (เลือก),  “Make a good doctor”  (เป็นหมอที่ดี),  “Make you a good secretary”  (เป็นเลขานุการที่ดีของคุณ),  “Go for a walk”  (ไปเดินเล่น), “Go for a drive”  (ไปขับรถ),  “Have a headache”  (ปวดหัว),  “Have a cough”  (มีอาการไอ),  “Have a cold”  (เป็นหวัด),  “Have a toothache”  (ปวดฟัน),  “Have an earache”  (เจ็บหู, ปวดหู),  “Have a sore throat”  (เจ็บคอ), “Have a pain”  (มีความเจ็บปวด),  เป็นต้น

 

2. Anyone __________________________________ to another country needs special papers.

(ใครก็ตามที่ ________________________ ไปอีกประเทศหนึ่ง  ต้องการเอกสารพิเศษ)  (เช่น พาสปอร์ต, หนังสือรับรอง ฯลฯ ที่ประเทศนั้นๆ ต้องการ)

(a) traveling    (เดินทาง)

(b) travel

(c) traveled

(d) travels

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  “Who travels”  หรือ  “Who is traveling”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

  • The people working in the office are my colleagues.

(= The people who work (หรือ are working) in the office are my colleagues.)

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(= The woman who walks (หรือ  is walking) across the street is my sister.)

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(= The man who lives (หรือ  is living) next door is a bank manager.)

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(= The children who play (หรื  are playing) in the field are my neighbors’ kids.)

(เด็กๆ ที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

 

3. None of us could agree on where to go on vacation, so we went to different places, __________.

(พวกเราไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะไปที่ไหนในวันหยุดพักผ่อน,  ดังนั้น  เราจึงไปยังสถานที่ต่างๆ กัน  (กล่าวคือ) __________)

(a) them to France and me to Germany

(b) they to France and I to Germany    (พวกเขาไปฝรั่งเศส  และผมไปเยอรมัน)

(c) them for France and me for Germany

(d) me to France and they to Germany

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องใช้สรรพนาม (Pronoun) ที่เป็น  “Subject”  ทั้ง    ตัว (They, I)  เพราะย่อมาจาก  “They went to France and I went to Germany.”

 

4. On Sunday morning, when we were young, people in our community went to ______________.

(ตอนเช้าวันอาทิตย์  เมื่อสมัยเรายังเด็ก  ผู้คนในชุมชนของเราไป _______________________)

(a) a near church

(b) a nearly church

(c) a nearby church    (โบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ หรือใกล้เคียง)

(d) a church near

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Nearby  =  Near by”  เมื่อเป็นคุณศัพท์  (Adjective)  หมาย ถึง  “ใกล้เคียง, ถัดไป, ใกล้ชิด”,  และเมื่อเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  หมายถึง  “ในบริ เวณใกล้เคียง”  ดูตัวอย่างประโยค

  • We decided to walk to the cottage, as there was a river nearby.

(เราตัดสินใจเดินไปที่กระท่อม  เพราะว่ามีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ มัน)

  • She got a place at a teachers’ training college nearby.

(เธอได้ที่เรียนที่วิทยาลัยฝึกหัดครูแห่งหนึ่ง  ที่อยู่ใกล้ๆ)  (กับบ้านของเธอ  หรือสถานที่ที่เพิ่งพูดถึง)

  • My relatives live in Bangkok and nearby province.

(ญาติๆ ของผมอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  และจังหวัดใกล้เคียง)

  • He took the bag and tossed it into some nearby bushes.

(เขาคว้ากระเป๋า  และเหวี่ยง-โยนมันเข้าไปในพุ่มไม้ใกล้ๆ)

  • We sat near the window to look at the rising sun.

(เรานั่งใกล้หน้าต่างเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น)

  • Their house was near the airport and so it was very noisy.

(บ้านของพวกเขาอยู่ใกล้สนามบิน  และดังนั้น  จึงมีเสียงดังมาก)

  • She has been sitting here for nearly an hour.

(เธอนั่งอยู่ที่นี่เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว)

  • He was nearly as tall as his sister was.

(เขาสูงเกือบจะเท่ากับพี่สาวของเขา)

  • It was nearly dark.

(มันจวนจะค่ำแล้ว)

  • I think about it nearly all the time.

(ผมคิดเกี่ยวกับมันเกือบจะตลอดเวลา)

 

5. ___________ the truth may have been, many Thai people concluded that the previous government was clearly to blame for the corruption and the police’s abuse of power.

{(ไม่ว่า) ความจริงจะเป็น _________ คนไทยจำนวนมากสรุปว่า  รัฐบาลชุดก่อนควรถูกตำหนิอย่างชัดเจนสำหรับการทุจริต  และการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของตำรวจ}

(a) Whoever    (ใครก็ตาม)

(b) However    (อย่างไรก็ตาม)

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม, อย่างไรก็ตาม)

(d) Whenever    (เมื่อไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดู การใช้   “Whatever” จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • __________________________________________ you may say, I still think I am right.

(คุณอาจจะพูด ____________________________________ ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever    {ไม่ว่า (คุณอาจจะพูด) อะไรก็ตาม}

(c) Though    (ถึงแม้ว่า)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Whatever”  และ  “However” จากประโยคข้างล่าง

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  • He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำอะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  • Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  • I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • He will never succeed however hard he may try.

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ตาม)

  • However quickly they walked, they could not catch the bus.

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เธอถูกรถชน)

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= แต่) เขาสอบตก)

 

6. According to his neighbors, old Mr. William __________ himself at the age of eighty-three to learn German.

(ตามที่เพื่อนบ้านของเขาบอก,  มิสเตอร์วิลเลียมผู้ชรา _________ ด้วยตนเอง  เมื่ออายุ  ๘๓  ปี  ที่จะเรียนรู้ภาษาเยอรมัน)

(a) did an effort

(b) made an effort    (พยายาม, ทำความพยายาม)

(c) used an effort

(d) tried an effort

ตอบ   -   ข้อ  (b)  ดูเพิ่มเติมวลีที่ต้องใช้  “A”  หรือ  “An”  ในข้อ ของข้อสอบชุดนี้

 

7. I get tired of cleaning the house and __________________________ to the market every day.  

(ผมเบื่อการทำความสะอาดบ้านและ (เบื่อ) ___________________________ ไปตลาดทุกวัน)

(a) ran

(b) run

(c) to run

(d) running    (การวิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “Cleaning”  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition” (Of)  เหมือนกันทั้ง    คำ,  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Gerund” (Verb + ing)  เมื่อตามหลัง  “Preposition”  {ทำหน้าที่เป็นกรรมของ “Preposition”}  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He is interested in collecting stamps.

(เขาสนใจกับการสะสมแสตมป์)

  • She was surprised at finding her lost ring.

(เธอประหลาดใจกับการพบแหวนที่หาย)

  • They are fond of reading.

(พวกเขาชอบการอ่าน)

  • We came here by taking a taxi.

(เรามาที่นี่โดยการนั่งรถแท็กซี่)

  • This equipment is for gardening.

(อุปกรณ์นี้สำหรับการทำสวน)

 

8. We visited a college___________________________________ in the seventeenth century.

(เราได้ไปเยือนมหาวิทยาลัยซึ่ง ________________________________ ในศตวรรษที่  ๑๗)

(a) find    (ค้น, พบ, หา, เจอ)    

(b) found    (สร้างขึ้น, สถาปนา, ก่อตั้ง)  (และเป็นกริยา  ช่อง  ๒  และ  ๓  ของ  “Find”)

(c) finding

(d) founded    {(ถูก) สร้างขึ้น, สถาปนา, ก่อตั้ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ลดรูปมาจากอนุประโยค  “…...…..….a college which was founded in ……...……”   (มหาวิทยาลัยซึ่งถูกก่อตั้ง-สร้างใน..................)  โดยกริยา ๓ ช่อง  คือ  “Found,  Founded,  Founded”  =  “สร้างขึ้น, ก่อตั้ง, สถาปนา”   ส่วนกริยา  “Find,  Found,  Found”  =  “ค้น, พบ, หา, เจอ

 

9. Spider monkeys are the best climbers in the jungle ________________ they don’t have thumbs.

(ลิงแมงมุมเป็นนักปีนป่ายที่ดีที่สุดในป่าดงดิบ ____________________ พวกมันไม่มีนิ้วหัวแม่มือ)

(a) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) because    (เพราะว่า)

(c) although    (แม้ว่า,  ถึงแม้ว่า)

(d) as if    (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความในประโยคใหญ่และประโยคย่อยแย้งกัน  (เป็นนักปีนป่ายที่ดีที่สุด  แม้ว่าไม่มีนิ้วหัวแม่มือ)

 

10. My history teacher gave me a list of books, _________________________ I had already read.

(ครูวิชาประวัติศาสตร์ของผมให้บัญชีรายชื่อหนังสือผมมา __________________ ผมได้อ่านแล้ว)

(a) of the two

(b) of which two

(c) two of which    (ซึ่ง    เล่ม)  (ในบัญชี)

(d) two of them

ตอบ   -   ข้อ  (c)  ใช้ในลักษณะส่วนขึ้นต้นอนุประโยคในแบบ  “Adjective clause”   ขยาย  “Books” (หมายถึง  ได้อ่านเพียง ๒ เล่มเท่านั้นจากทั้งบัญชี)

 

11. You are welcome to visit us ______________________________________ you have time.

(ยินดีต้อนรับคุณให้มาเยี่ยมเยือนเรา _______________________________ (ที่) คุณมีเวลา)

(a) however    (อย่างไรก็ตาม)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

(d) no matter what    (ไม่ว่า...................อะไรก็ตาม, อย่างไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ    (c)

 

12. Plants react markedly to __________________________________________________.

(พืชมีปฏิกิริยาอย่างเห็นได้ชัดต่อ ______________________________________________)

(a) illumination is changing

(b) changes that illumination

(c) changing illumination    (การส่องสว่าง (แสงสว่าง) ที่เปลี่ยนไป)

(d) illumination that changing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “illumination that changes  หรือ  is changing”  {(การส่องสว่าง (แสงสว่าง) ซึ่ง (กำลัง) เปลี่ยนแปลงไป)}  ก็ได้,  “Changing”  ในที่นี้เรียกว่า  “Present participle”  ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์  ขยายคำนาม  “Illumination”  เพื่อบอกให้รู้ว่าคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยา “เปลี่ยนแปลง

                           สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  (แสดง  “Active voice”)  เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

 

13. After a ________________________________________ breakfast, he ran to the bus stop.

(หลังจากอาหารเช้าที่ ____________________________________ เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์)

(a) hurry   (รีบเร่ง, ความรีบเร่ง)  (เป็นคำกริยา และคำนาม)

(b) hurrying

(c) hurried   (เฮ้อ-รีด)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (รีบเร่ง, รีบร้อน, ฉุกละหุก, ด่วน)

(d) hurry’s

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม  “Breakfast

 

14. A: What do you think about this book?

(คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้)

      B: ____________________________________________________________.

(a) Its easy for me

(b) It easy to understand for me

(c) It’s easy for me to understand    (มันง่ายสำหรับผมที่จะเข้าใจ)

(d) It understands easy for me

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับข้อ  (b)  ก็ใช้ได้  ถ้าแก้เป็น  “It is easy to understand, for me.” แต่ไม่นิยมพูดเหมือนในข้อ  (c)

 

15. In Russia, foreign companies compete with ____________________ for a share of the market.

(ในรัสเซีย  บริษัทต่างชาติแข่งขัน ______________________ เพื่อ (การมี) ส่วนแบ่งของตลาด)

(a) one another    (ซึ่งกันและกัน)  (ตั้งแต่  ๓  คน หรือ สิ่ง ขึ้นไป)

(b) each other    (ซึ่งกันและกัน)  (ระหว่าง  ๒  คน, ๒ สิ่ง)

(c) the other

(d) the others

ตอบ   -   ข้อ   (a)

 

16. ___________________________________ the symphony, no one in the audience spoke.

(___________________ การบรรเลงดนตรีของวงซิมโฟนี,  ไม่มีใครในกลุ่มผู้ฟังพูดคุยกันเลย)

(a) By    (โดย)

(b) For    (สำหรับ)

(c) From    (จาก)

(d) During    (ในระหว่าง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

17. The computer, __________ a 20th century invention, has created startling technological changes in the way we organize and produce information.

(คอมพิวเตอร์, __________ สิ่งประดิษฐ์ในศตวรรษที่ ๒๐, ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่น่าตกใจกลัว  ในวิธีการที่เราจัดระเบียบและผลิตข้อมูลข่าวสาร)

(a) it is    (มันเป็น, มันคือ)

(b) is

(c) which is   (ซึ่งเป็น)

(d) which it is

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความ  “Which is a 20th century invention   เป็น  “Adjective clause”  ขยายประธานประโยค  “The computer”  ทั้งนี้  สามารถใช้อีกรูปแบบหนึ่ง  คือ  ตัด  “Which is”  ทิ้งไป  เหลือแต่  “a 20th century invention”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  Which”  และ  “That”  จากตัวอย่างข้างล่าง

  • The building that (หรือ which) is too old will be demolished.

(อาคารที่เก่าแก่เกินไป  จะถูกรื้อทิ้ง) 

                          ประโยคนี้ใช้  “That”  ขยาย  “Building”  ได้  เนื่องจากมิได้ระบุเจาะจงลงไปว่าเป็นอาคารหลังไหน  เพียงแต่บอกว่า  “อาคารที่เก่าแก่เกินไป”  เท่านั้น,  แต่สำหรับอนุประโยคที่ใช้ขยายคำนามแบบชี้เฉพาะ (คือ  รู้แล้วว่าเป็นสิ่งไหน, คนไหน)  ต้องใช้  “Which”  นำหน้าเท่านั้น  (แต่ถ้าไม่ชี้เฉพาะ  จะใช้  “That”  หรือ  “Which”  นำหน้าก็ได้)  เช่น

  • That building, which is an insurance company, will be demolished next month.

(อาคารหลังนั้น, ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัย, จะถูกรื้อทิ้งสัปดาห์หน้า)

                         ประโยคข้างบน  ต้องใช้  “Which”  ขยายเพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  “อาคารหลังนั้น”  เป็นคำนามที่ชี้เฉพาะว่าเป็นอาคารหลังไหน  ซึ่งมิใช่อาคารทั่วไป  จึงไม่สามารถใช้  “That”  ได้

  • Bangkok, which is the capital of Thailand, is a beautiful city.

(กรุงเทพฯ – ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย – เป็นเมืองที่สวยงาม)

                        ประโยคข้างบน  ต้องใช้  “Which”  ขยายเพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  “กรุงเทพฯ”  เป็นคำชี้เฉพาะ  มีอยู่เพียงเมืองเดียวในโลก

  • The city that (หรือ which) is a capital should be clean.

(เมืองซึ่งเป็นเมืองหลวง  ควรจะสะอาด) 

                        ประโยคข้างบน  จะใช้  “That”  หรือ  “Which”  ขยายก็ได้  เนื่องจากเป็นเมืองทั่วๆ ไป  มิได้เฉพาะเจาะจงเหมือนกรุงเทพฯ

 

18. ___________________________ nearly 30 years for the planet Saturn to complete one orbit.

 (_____________________________ เกือบ ๓๐ ปีสำหรับดาวเสาร์ที่จะโคจรรอบตัวเอง รอบ)

(a) To take it

(b) It took

(c) It takes (มันใช้เวลา)

(d) It take

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  จึงต้องใช้แบบเหตุการณ์ปัจจุบัน  “Present simple tense”  ดังโครงสร้างข้างล่าง

  • It takes + Time + For + Someone (Something) + To do + Somethingเช่น
  • It took me 2 weeks to finish my term paper.

(ผมใช้เวลา  ๒  สัปดาห์ในการทำรายงานประจำเทอมให้เสร็จ)

  • It took him 9 hours to travel from Thailand to Australia.

(เขาใช้เวลา  ๙  ชั่วโมง  ในการเดินทางจากประเทศไทยไปออสเตรเลีย)

  • It takes her quite some time to do her shopping.

(เธอใช้เวลานานทีเดียวในการจับจ่ายซื้อของ)

 

19. The daughter promised her parents ___________________________ carefully to the party.

(ลูกสาวให้สัญญากับพ่อแม่ว่าจะ ________________________ อย่างระมัดระวังไปที่งานเลี้ยง)    

(a) drive

(b) driving

(c) to drive    (ขับรถ)

(d) will drive   

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากคำกริยาที่ตามหลัง  “Promise”  หรือหลัง  “Promise” + “ กรรม + To + Verb 1”  เช่น  “Promised her parents to study hard”  (...................สัญญากับพ่อแม่ของเธอว่าจะขยันเรียน)  จะต้องอยู่ในรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ดูรายละเอียดของคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Promise”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Last night, in a radio address, the President urged us _________________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา,  ในคำกล่าวทางวิทยุ,  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา ________ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Urge + กรรม + To + Verb 1

                                          ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter ______________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) _____________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Subject + Tell + กรรม + To + Verb 1”  (I told my daughter to take……………)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him _______________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ___________________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them ________

__ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว,  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา _________ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง   “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I want you ___________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ ____________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ

                                          ตัวอย่างที่ 

  • We don’t allow anyone ________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ______________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1

                                          ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men ___________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ __________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ   กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                           ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

 

20. It’s true that the old road is less direct and so a bit longer.  We don’t take the new one, _________

______, because we don’t feel as safe on it.

(มันเป็นความจริงที่ว่า  ถนนสายเก่าอ้อมกว่า  และดังนั้น  มีระยะทางยาวกว่านิดหน่อย  (แต่)  เราก็ไม่ใช้ถนนสายใหม่ __________ เพราะว่าเราไม่รู้สึกปลอดภัยเท่ากัน (กับถนนสายเก่า) เมื่ออยู่บนถนนสายใหม่)

(a) anyway    (อย่างไรก็ตาม)

(b) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น) 

(c) otherwise    (มิฉะนั้น, ไม่เช่นนั้น)

(d) though    (โธ)  (แม้กระนั้นก็ตาม,  แม้กระนั้นก็ดี,  แม้ว่า)

ตอบ    -    ข้อ  (d)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด  และ  “Though”  เมื่อใช้ในความหมาย  “แม้กระนั้นก็ตาม,  แม้กระนั้นก็ดี”  ต้องวางไว้ท้ายข้อความหรือประโยค  ซึ่งดูเหมือนว่ามีความขัดแย้งกับข้อความที่เพิ่งจะพูดออกมา  หรืออาจจะตรงข้ามกันเลย  เช่น

  • He said he would come; he didn’t, though.

(เขาพูดว่าเขาจะมา,  เขาไม่มา  แม้กระนั้นก็ตาม)  (บอกว่าจะมา  แต่ไม่มา)

  • It’s not very useful.  It’s pretty, though, isn’t it?

(มันไม่มีประโยชน์มากนัก,  มันสวย  แม้กระนั้นก็ตาม  ใช่ไหม)  (ไม่มีประโยชน์  แต่สวย)

  • I can’t stay.  I’ll have a coffee, though.

(ผมพัก (ที่นี่) ไม่ได้,  ผมจะกินกาแฟสักแก้ว,  แม้กระนั้นก็ตาม  -  ก่อนออกเดินทาง)  (พักไม่ได้  แต่ขอกินกาแฟสักแก้วก่อนไป)

                           แต่ถ้าเอาไว้หน้าอนุประโยค (อาจอยู่ข้างหน้าหรือในประโยคก็ได้)  จะมีความหมายเหมือน  “Although, Even though, Even if”  =   “แม้ว่า,  ถึงแม้ว่า”  (ทุกคำใช้แทนกันได้)  ดังประโยคข้างล่าง

  • Though he is poor, he is happy.

(แม้ว่าเขาจะจน  เขาก็มีความสุข)

  • Though they hadn’t stopped working all day, they weren’t tired.

(แม้ว่าพวกเขามิได้หยุดทำงานตลอดวัน  พวกเขาก็มิได้เหน็ดเหนื่อย)

  • She wore a fur coat though it was a very hot day.

(เธอสวมเสื้อคลุมขนสัตว์  แม้ว่ามันจะเป็นวันที่ร้อนมาก)

  • Nobody likes her though she is so beautiful.

(ไม่มีใครชอบเธอ  แม้ว่าเธอจะสวยมากก็ตาม)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป