หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 140)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Direction:  Choose the most appropriate answer.

(จงเลือกคำตอบที่เหมาะสมที่สุด)

 

1. This office is expensive, but it’s __________________________________ than our old office.

(สำนักงานนี้มีราคา (ค่าเช่า) แพง  แต่ว่ามัน _______________________ กว่าสำนักงานเก่าของเรา)

(a) space    (อวกาศ, ที่ว่าง, ที่ว่างเปล่าในท้องฟ้า, ช่องว่างระหว่างบรรทัด, ระยะห่าง, เว้นระยะ)

(b) spacious    (มีเนื้อที่มาก, กว้างขวาง)

(c) more spacious    (กว้างขวางมากกว่า)

(d) most spacious    (กว้างขวางที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า” (Comparative degree)  สังเกตได้จาก  “Than”  และเนื่องจาก  “Spacious”  เป็นคำพยางค์ยาว  จึงต้องใช้  “More”  นำหน้า

 

2. _______________________ he graduated from the university, he got a job at a good company.

(______________________________ เขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัย,  เขาได้งานทำในบริษัทที่ดี)

(a) Later    (ต่อมา)

(b) After    (ภายหลังจาก)

(c) Following    (ภายหลัง)

(d) Next    (ต่อมา, ถัดมา)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เพราะได้ใจความดีที่สุด  ทั้งนี้   “After” อาจตามด้วยประโยค หรือวลีก็ได้  ส่วน  “Following”  เป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยวลีเพียงอย่างเดียว  จะตามด้วยประโยค   (He graduated)  ไม่ได้  ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • After a heavy rain (วลี), there was a big flood. (ประโยค).

(หลังจากฝนตกหนัก,  มีน้ำท่วมใหญ่) 

  • After the police’s investigation (วลี), the man was found guilty (ประโยค).

(หลังจากการสอบสวนของตำรวจ,  ชายคนนั้นถูกพบว่ามีความผิด)

  • After he had finished his work (ประโยคย่อย), he went back home.(ประโยคใหญ่).

(หลังจากเขาทำงานเสร็จ,  เขากลับบ้าน)

  • Following a hard day’s work (วลี), we felt very tired (ประโยค).

(ภายหลังจากงานหนัก,  เรารู้สึกเหนื่อยอย่างมาก)

  • Following a long and severe winter (วลี), there was a pleasant and warm spring (ประโยค).

(หลังจากหน้าหนาวที่ยาวนานและ (หนาว) รุนแรง,  มีฤดูใบไม้ผลิที่น่ารื่นรมย์และอบอุ่น – ตามมา) 

 

3. The document that you requested ___________________________________ on your desk.

(เอกสารที่คุณร้องขอ _______________________________________ บนโต๊ะทำงานของคุณ) 

(a) am

(b) is    (อยู่)

(c) are

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยคใหญ่  คือ  “The document”   ซึ่งเป็นเอกพจน์  กริยาของประโยคใหญ่  จึงต้องเป็น  “Is”  ส่วนข้อ  (c)  และ  (d)  ใช้กับประธานพหูพจน์,  สำหรับข้อความ  “That you requested”  เป็นอนุประโยค  หรือ ประโยคย่อย  (Adjective clause)  ทำหน้าที่ขยายประธาน  (The document)

 

4. Dr. Simon is a well-respected expert and has ______________________ experience in her field.

(ดอกเตอร์ไซม่อนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความเคารพเป็นอย่างมาก  และมีประสบการณ์ _________ ในสาขาของเธอ)

(a) extend    (ขยายหรือต่อเวลาออกไป, ขยายออกไป, ทำให้กว้างออก, กางออก, แผ่ออก)

(b) extends

(c) extensive    (กว้างขวางมาก, กว้าง, ครอบคลุม, แพร่หลาย, ถ้วนทั่ว)

(d) extension    (การขยายหรือต่อออกไป, การทำให้กว้าง, การกางออก-แผ่ออก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากคำที่จะเติมลงไปต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective) เพราะขยายคำนาม  (Experience)  ส่วนข้อ  (a)  และ  (b)  เป็นคำกริยา,  สำหรับข้อ  (d)  เป็นคำนาม

 

5. Baseball teams from the United States make ___________________________ tours of Japan.

(ทีมเบสบอลจากสหรัฐฯเดินทางไปญี่ปุ่น _______________________________________)

(a) rapidly    (อย่างเร็ว)  (เป็น  "Adverb of manner")  (ใช้ขยายคำกริยา)

(b) often    (บ่อยๆ)  (เป็น  “Adverb of frequency”)  (ใช้ขยายคำกริยา)

(c) frequent    (บ่อยๆ)

(d) modern    (ทันสมัย)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายคำนาม  “Tours”  และได้ใจความดี

 

6. They made a very _________________________________ offer, so we signed the contract.

(พวกเขาให้ข้อเสนอ __________________________ อย่างมาก,  ดังนั้น  เราจึงลงนามในสัญญา)

(a) attractive    (ซึ่งมีเสน่ห์, ดึงดูดใจ)

(b) attract    (ดึงดูด, ทำให้หลงเสน่ห์)

(c) attracted 

(d) attraction    (เสน่ห์, แรงหรือสิ่งดึงดูดใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจากคำขยายหน้าคำนาม  “Offer”  จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์ (Attractive)  ส่วนข้อ  (b) และ  (c)  เป็นคำกริยา  ส่วนข้อ  (d)  เป็นคำนาม

 

7. You will find all the pencils you need __________________________________ that drawer.

(คุณจะพบดินสอทั้งหมดที่คุณต้องการ _____________________________________ ลิ้นชักนั้น)

(a) in    (ใน)

(b) on    (บน)

(c) under    (ใต้)

(d) through    (ทะลุ, ฝ่า, ตลอด)

ตอบ    -    ข้อ  (a)

                        สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่  “blind in one eye”  =  (ตาบอดข้างหนึ่ง)  -  She is blind in one eye.  (เธอตาบอดข้างหนึ่ง),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน)  -  Jim was in a hurry to go to his college.  (จิมกำลังรีบเร่งจะไปมหาวิทยาลัย),  “The girl in this photograph”  (เด็กผู้หญิงในภาพถ่ายใบนี้),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน),  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง)  -  She is absolutely qualified in her new job.  (เธอมีคุณสมบัติอย่างเต็มที่ในงานใหม่ของเธอ), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”  (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้องน้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),  “in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรม ชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)“in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง........................), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา),  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม),  “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่  สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),  “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา),  “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย),  “in time (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจัง หวะ),  “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สม บูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก),  “write in pencil”  (เขียนด้วยดิน สอ),  “in the first chapter”  (ในบทที่  ), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน),  “in  2016”  (ในปี  ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น),  “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”   (ภายใน    เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่),  “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ),  “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง),  “in two minutes”  (ใน นาที),  “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้),  “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล)“in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้),  “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำ เสียงของเธอ),  “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค),  “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ),  “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด),  “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ),  “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ),  “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),   “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง..................),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙)“in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”  (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in a calm voice”  (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร),  “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด  ๑๐๐,๐๐๐  เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน)“10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร)“cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ส่วน), “shrink in size”   (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย)“a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ใน ),  “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา)“was shot in the leg”   (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม),  “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย)“believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),   “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ   เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง   โดยใช้วลีนี้  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะบอก),   เป็นต้น

 

8. I got married __________________________________________________________.

(ผมแต่งงาน _______________________________________________________)

(a) at the age of thirty years old

(b) at the age of thirty    (เมื่ออายุ ๓๐)

(c) at the age of thirty years

(d) at thirty years old

ตอบ   –    ข้อ   (b)   ทั้งนี้อาจใช้รูปแบบ  “at thirty”  และ  “when I was thirty years old  ก็ได้เช่นกัน  ส่วนแบบอื่นใช้ไม่ได้เลย

 

9. Jim was the last __________________________________________ at the party last night.

(จิมเป็นคนสุดท้ายที่ _______________________________________ ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้)

(a) came

(b) come

(c) to come    (มา)

(d) coming 

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง {The first (second, third…….……....last) + To + Verb 1}  =  (เป็นคนแรก, คนที่สอง........................คนสุดท้าย + ที่ (กริยาคำไหนก็ได้  เช่น  มาถึง, สอบผ่าน, บินเดี่ยวรอบโลก, คิดสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

  • Somsak is the first (student) to get a scholarship to further his study abroad.

(สมศักดิ์เป็น – นักเรียน – คนแรกที่ได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ)

  • She was the second (woman) to leave her job before retirement.

(เธอเป็น – ผู้หญิง – คนที่สองที่ออกจากงานก่อนเกษียณอายุงาน)

                            สำหรับรายละเอียดการใช้   “Infinitive with to” (To + Verb 1) ดูจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่

  • __________________________________, you must make an appointment with him.

(_________________________________________ , คุณจะต้องทำการนัดหมายกับเขา)

(a) Seeing the doctor at his office

(b) If you see the doctor at his office

(c) You see the doctor at his office

(d) To see the doctor at his office    (เพื่อที่จะพบแพทย์ที่สำนักงานของเขา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้วลีที่ขึ้นต้นด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  หมายถึง  “เพื่อที่จะ....................”   หรืออาจใช้   “In order to”   หรือ  “So as to”  แทนก็ได้  นอกจากนั้น  ยังสามารถเอาวลีที่ขึ้นต้นด้วย “To + Verb 1”    ไปไว้ข้างท้ายประโยคก็ได้    โดยความหมายเหมือนเดิมทุกประการ (แต่ควรมีการเปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม)   ดังเช่นประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ใหม่เป็น

  • You must make an appointment with the doctor to see (so as to see  หรือ  in order to see) him at his office.

                                     ตัวอย่างประโยคอื่นๆในแบบนี้  เช่น

  • To succeed in life, one must work hard.

(เพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต  คนเราต้องทำงานหนัก)

(= One must work hard to succeed in life.)

(= In order to succeed in life, one must work hard.)

(= So as to succeed in life, one must work hard.)

(= One must work hard in order to (so as to) succeed in life.)

  • To speak good English, you must practice speaking it every day.

(เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี  คุณจะต้องฝึกพูดมันทุกวัน)

(= You must practice speaking it every day to speak good English.)

  • To be there in time, you must get up early.

(เพื่อที่จะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คุณจะต้องตื่นแต่เช้า)

(= You must get up early to be there in time.)

  • To get a scholarship to study abroad, you must spend more time with your study.

(เพื่อให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  คุณจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเรียนของคุณ)

(= You must spend more time with your study to get a scholarship to study abroad.)

                                     นอกจากนั้น ยังใช้ “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ในกรณีต่อไปนี้

                          ๑. ใช้ขึ้นต้นเป็นประธานของประโยค เหมือนกับ  “Gerund” (Verb + ing)   เช่น

  • To swim is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

(= Swimming is a good exercise.)

  • To learn Japanese is difficult.

(การเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นเรื่องยาก)

(= Learning Japanese is difficult.)

  • To escape from the prison seems impossible.

(การหลบหนีจากคุกดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้)

(= Escaping from the prison seems impossible.)

                          ๒. ใช้ขึ้นต้นประโยค  โดยทำหน้าที่ขยายทั้งประโยคที่ตามมาข้างหลัง  ซึ่งในกรณีนี้ถือว่า  “Infinitive with to” (To + Verb 1) ทำหน้าที่อย่างอิสระ  (Absolute)  หรืออาจมีความหมายว่า   “ถ้า...............................”  (เป็นคนละกรณีกับการแสดงวัตถุประสงค์ ในประโยค  “To see the doctor at his office, you have to make an appointment.” (=  เพื่อที่จะพบแพทย์ ณ ที่ทำงานของเขา  คุณจำเป็นต้องทำการนัดหมาย)  -  ซึ่งจะต้องพิจารณาจากความหมายในบริบท)  เช่น

  • To hear him talk, you would think he was a millionaire.

(ถ้าคุณได้ยินเขาพูด  คุณจะต้องคิดว่าเขาเป็นเศรษฐี)

  • To tell you the truth, she has stolen all my money and left with another man.

(บอกคุณเรื่องจริงเลย  เธอขโมยเงินผมไปทั้งหมดและหนีไปกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง)

  • To cut the long story short, she was murdered by her own husband.

(พูดกันอย่างรวบรัดนะ  เธอถูกฆาตกรรมโดยสามีของเธอเอง)

                          ๓. ใช้ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยาในประโยค  (Object of verb)  เช่น

  • They expect to pass the exam next month.

(พวกเขาหวังจะสอบผ่านในเดือนหน้า)

  • She promised to come to my party.

(เธอสัญญาว่าจะมางานเลี้ยงของผม)

  • We want to take a rest.

(เราต้องการพักผ่อน)

  • They plan to marry next year.

(พวกเขาวางแผนจะแต่งงานกันปีหน้า)

  • He hoped to get a good job and save some money.

(เขาหวังจะได้งานที่ดีและเก็บเงินสักก้อนหนึ่ง)

                           ๔. หลังรูป  “Passive voice”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + verb 1)  เสมอ  เช่น

  • Tortoises are said to live long.

(เต่าถูกกล่าวว่ามีอายุยืน)

  • She is said to be the most beautiful woman in the country.

(เธอถูกเล่าขานว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ)

  • They were believed to tell the truth.

(พวกเขาถูกเชื่อว่าพูดความจริง)

  • Customers are advised to arrive early.

(ลูกค้าได้รับการแนะนำให้มาถึงแต่เนิ่นๆ)

  • Job applicants were recommended to bring 3 copies of their resume.

(ผู้สมัครงานได้รับการแนะนำให้นำประวัติโดยย่อมา ชุด)

                           ๕. ใช้ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุรพบท  (Object of preposition) ในประโยค  เช่น

  • He desired nothing except to pass his exam.

(เขาไม่ปรารถนาอะไรนอกจากสอบผ่าน)

  • She wants nothing but to marry a millionaire.

(เธอไม่ต้องการอะไรนอกจากแต่งงานกับเศรษฐี)

  • The sick man was about to die when we first met him.

(คนป่วยใกล้จะตายอยู่แล้วเมื่อเราพบเขาครั้งแรก)

                          ๖. ใช้วางไว้ข้างหลัง  “Question words” (What, When, Where, Why, How, Who, Whom)  มีความหมายในเชิงอนาคตที่ว่า  “จะกระทำ”  และจะใช้ในรูป  “Active voice”  เท่านั้น  เช่น

  • Tell him when to leave.

(บอกเขาว่าเขาควรจะไปตอนไหน)

  • I don’t know what to do to solve the problem.

(ผมไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะแก้ปัญหานี้)

  • She did not know whom (who) to see at the bank.

(เธอไม่รู้ว่าจะต้องไปพบใครที่ธนาคาร)

  • They know how to cook.

(พวกเขารู้วิธีปรุงอาหาร)

  • We were told where to sleep during our trip.

(พวกเราถูกบอกว่าจะนอนที่ไหนในระหว่างการเดินทาง)

                          ๗. ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ (Adjective) ขยายคำนามได้  และต้องวางไว้ข้างหลังคำนามที่มันขยายเสมอ  เช่น

  • I have no money to lend you.

(ผมไม่มีเงินให้คุณยืม)

  • He has no time to waste.

(เขาไม่มีเวลาที่จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์)

  • Get me a chair to sit on, please.

(ได้โปรดเอาเก้าอี้ให้ผมนั่งหน่อย)

  • She had lots of books to read.

(เธอมีหนังสือต้องอ่านมากมาย)

  • They had much work to do last week.

(พวกเขามีงานต้องทำเยอะอาทิตย์ที่แล้ว)

  • That is not the way to speak to your boss.

(นั่นไม่ใช่วิธีที่จะพูดกับเจ้านายของคุณนะ)

                   ๘. กริยาต่อไปนี้  สามารถตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)  โดยมีความหมายเหมือนกัน  ได้แก่  “begin, start, continue, like, dislike, love, hate, propose (เสนอ), prefer (ชอบมากกว่า), help, intend (ตั้งใจ), fear, attempt, bear (ทน)”  เช่น

  • They started to play football. (= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance. (= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam. (= We continued studying for our exam.)

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

                          ๙. ใช้  “Infinitive with to”  (To + Verb 1)  และ  “Gerund” (Verb + ing)  ตามหลังคำกริยา  “Remember, Forget, Try, Stop”  โดยมีความหมายต่างกัน  เช่น

  • I remembered to buy him a newspaper.

(ผมจำได้ที่จะซื้อ (ไม่ลืมซื้อ) หนังสือพิมพ์ให้เขา)

  • I remembered buying him a newspaper.

(ผมจำได้ถึงการซื้อหนังสือพิมพ์ให้เขา – คือซื้อเมื่อเดือนที่แล้ว  และยังจำได้ว่าซื้อ)

  • She forgot meeting me in New York ten years ago.

(เธอลืมการได้พบกับผมในนิวยอร์กเมื่อ  ๑๐  ปีมาแล้ว  –  คือเคยพบกันเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว  แต่เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบ)

  • She forgot to meet me at my office yesterday.

(เธอลืมที่จะมาพบผมที่สำนักงานเมื่อวานนี้ – สรุปคือไม่ได้มาพบเพราะลืม)

  • He tried to swim across the dangerous river.

(เขาพยายามว่ายข้ามแม่น้ำที่มีอันตราย)

  • He tried eating the food his girlfriend cooked for him.

(เขาทดลองกินอาหารที่แฟนปรุงให้เขากิน)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย ฯลฯ) เพื่อที่จะทำงานจนกระทั่งดึกดื่น)

                          ๑๐. ใช้  "Infinitive with to"  (To + Verb 1)  โดยละ  “Verb”  นั้นไว้,  ใช้แต่  “To”  คำเดียว  เพื่อแทนคำกริยาที่พูดไว้ครั้งหนึ่งแล้ว  เพื่อที่จะไม่ต้องกล่าวคำกริยาตัวนั้นซ้ำอีกครั้ง   เช่น

  • I am not going to read this book.  Would you like to (read)?

(ผมจะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้นะ  คุณอยากจะอ่านไหมล่ะ)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “read”  ต่อท้าย  “to”)

  • She has not finished the work yet, but she has to (finish) very soon.

 (เธอยังทำงานไม่เสร็จเลย  แต่เธอจำเป็นต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “finish”  ต่อท้าย  “to”)

                           ๑๑. ใช้  "Infinitive with to"  (To + Verb 1)  ตามหลัง  “Adjective”  หรือ  “Adverb”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  “Adverb”  ขยายคำที่อยู่ข้างหน้ามัน  เช่น

  • Some people think that the Chinese language is too difficult to understand.

(บางคนคิดว่าภาษาจีนยากเกินไปที่จะเข้าใจ)

  • She is well enough to go out again.

(เธอสบายดีพอที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง)

  • The news is too good to believe.

(ข่าวนี้ดีเกินไปที่จะเชื่อได้ว่าเป็นจริง)

  • It is easy to say, not to do.

(มันง่ายที่จะพูด  ไม่ใช่ทำ)

  • He walked quickly to catch the bus.

(เขาเดินอย่างเร็วเพื่อให้ทันรถเมล์)

                           ๑๒. ใช้  "Infinitive with to"  (To + Verb 1)  ขยายหลังคำกริยา  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  เพื่อบอกว่าทำกริยานั้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร  เช่น

  • All students come to school to learn.

(นักเรียนทุกคนมาโรงเรียนเพื่อจะเรียน)

  • People should eat to live, not live to eat.

(คนเราควรกินเพื่ออยู่มิใช่อยู่เพื่อกิน)

  • I went there to meet my old friends.

(ผมไปที่นั่นเพื่อพบเพื่อนเก่า)

  • She studied hard to get a scholarship.

(เขาเรียนหนักเพื่อให้ได้รับทุนการศึกษา)

  • We stopped at the restaurant to eat.

(เราแวะที่ภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

                          ๑๓. ใช้  "Infinitive with to"  (To + Verb 1)  ในโครงสร้าง  {It is (was) + Adjective + Of + บุคคล  + To + Verb 1}  เช่น

  • It is very kind of you to invite me.

(เป็นความกรุณาของคุณที่เชิญผม)

  • It is stupid of him to do that.

(เป็นความโง่ของเขาที่ทำเช่นนั้น)

  • It is nice of her to help those poor people.

(เป็นความดีของเธอที่ช่วยคนจนพวกโน้น)

  • It was very wrong of you to criticize her.

(เป็นความผิดของคุณอย่างมากที่วิพากษ์วิจารณ์เธอ)

                           ๑๔. ใช้  "Infinitive wiht to"  (To + Verb 1)  ในโครงสร้  {It is (was) + Adjective + To + Verb 1}  เช่น

  • It is gullible to believe what he said

(มันถูกต้มได้ง่ายที่จะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด)

  • It is hard to do that work alone.

(มันยากที่จะทำงานนั้นตามลำพัง)

  • It was appropriate to apologize for your mistake.

(มันเหมาะสมแล้วที่จะขอโทษสำหรับความผิดของคุณ)

  • It is necessary to take good care of your children.

(มันจำเป็นที่จะต้องดูแลลูกของคุณให้ดี)

  • It was impossible to work in that company if you did not have connection with someone there.

(มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานในบริษัทนั้น  ถ้าคุณไม่มีเส้นสาย (ความสัมพันธ์) กับใครบางคนที่นั่น)

                           ๑๕. ใช้โครงสร้าง  “Question word + To + Verb 1”  แทน  “Noun clause”  ที่ขึ้นต้นด้วย  “What, When, Where, Why, How, Which”  เช่น

  • He asked me where I should stay.

(= He asked me where to stay.)

(เขาถามผมว่าพักที่ไหน)

  • I asked her how she could go there.

(= I asked her how to go there.)

(ผมถามเธอว่าไปที่นั่นได้อย่างไร)

  • She told me when she could come for dinner.

(= She told me when to come for dinner.)

(เธอบอกผมว่าจะมางานเลี้ยงได้เมื่อใด)

  • They don’t know what they should do.

(= They don’t know what to do.)

(พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี)

                          ๑๖. ใช้  "Infinitive with to"  (To + Verb 1)  ในโครงสร้าง {Subject + Verb + (Not) + Too + Adjective (Adverb) + {For + กรรม (บุคคล)}  + To + Verb 1}  เช่น

  • The room is too hot for me to sleep in.

(ห้องนี้ร้อนเกินไปสำหรับผมที่จะนอนได้)

  • The girl is too short to reach the top shelf.

(เด็กหญิงคนนั้นเตี้ยเกินไปที่จะเอื้อมมือไปถึงหิ้งชั้นบน)

  • No one is too old to learn.

(ไม่มีใครแก่เกินไปที่จะเรียน)

  • The problem was not too difficult for you to solve.

(ปัญหาไม่ยากเกินไปสำหรับคุณที่จะแก้ได้)

  • She spoke too fast (quickly) for me to understand.

(เธอพูดเร็วเกินไปสำหรับผมที่จะเข้าใจได้)

  • They walked too slowly to catch the bus.

(พวกเขาเดินช้าเกินไปที่จะขึ้นรถเมล์ได้ทัน)

  • We were too excited to say anything.

(เราตื่นเต้นเกินไปที่จะพูดอะไรได้)

                            ๑๗. ใช้  “Infinitive with to"  (To + Verb 1”)  ในโครงสร้าง {Subject + Verb + (Not) + Adjective (Adverb) + Enough + {For + กรรม (บุคคล)}  + To + Verb 1}  เช่น

  • He is mature enough to decide by himself.

(เขามีวุฒิภาวะพอที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเอง)

  • The clothes are cheap enough for her to buy.

(เสื้อผ้าราคาถูกพอสำหรับเธอที่จะซื้อ)

  • She is not old enough to take part in the beauty contest.

(เธอยังไม่โตพอที่จะมีส่วนร่วมในการ  (เข้า) ประกวดนางงาม)

  • The room was big enough for us to sleep in.

(ห้องใหญ่พอสำหรับเราที่จะนอนได้)

  • We drove fast enough to arrive there in time.

(เราขับรถเร็วพอที่จะมาถึงที่นั่นทันเวลา)

  • They were strong enough to lift that heavy box.

(พวกเขาแข็งแรงพอที่จะยกหีบหนักใบนั้นได้)

  • I did not walk quickly enough to catch up with them.

(ผมเดินไม่เร็วพอที่จะตามพวกเขาได้ทัน)

 

10. It is getting quite late.  You ______________________________________ go home now.

(มันสายมากแล้ว  คุณ _______________________________________ กลับบ้านได้แล้ว)

(a) would better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(b) would rather    (อยากจะ)

(c) had better    (ควรจะ)

(d) should better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

11. Requests for extra time off must ______________________ by the employee’s supervisor.

(การร้องขอเวลาหยุดพิเศษจะต้องได้รับ _________________ โดยผู้ควบคุม-ดูแลของพนักงาน)

(a) approve

(b) be approved    (อนุมัติ, เห็นชอบ, ยินยอม)

(c) be approving

(d) approval    (การอนุมัติ, การเห็นชอบ, การยินยอม)

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยคคือ   “Requests” (การร้องขอ)  ส่วน  “for extra time off”   เป็นส่วนขยายประธาน  ดังนั้น  กริยาของประโยค  คือ  “Must + Verb 1”  แต่เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice   เพราะประธานฯ เป็นผู้ถูกกระทำ (การร้องขอจะต้องได้รับ (ถูก) อนุมัติ-เห็นชอบโดยผู้ควบคุม)  จึงต้องเปลี่ยนเป็น  “Must + Be + Verb 3”  ซึ่งในที่นี้คือ   “Must be approved

                            เช่นเดียวกัน   รูป   “Passive voice”  ของกริยาที่ประกอบด้วย  “will, would, shall, should, can, could, may, might, must”  จะต้องอยู่ในรูป  “will, would, shall, should……………….+ Be + Verb 3”  เสมอ  เช่น

  • The exam result will be announced next week.

(ผลสอบจะถูกประกาศสัปดาห์หน้า)

  • The work can be done by only 2 people.

(งานนี้สามารถถูกทำได้โดยคนเพียง ๒ คนเท่านั้น)

  • The speech should be completed in 5 minutes.

(สุนทรพจน์ควรจะถูกกล่าวจบใน ๕ นาที)

  • The car may be stolen if its doors are not properly locked.

(รถอาจจะถูกขโมย  ถ้าหากประตูมิได้ถูกล็อกอย่างเหมาะสม)

 

12. It is better for the economy to buy things that are produced __________ rather than bringing in products from far away.

(มันเป็นการดีกว่ากันสำหรับเศรษฐกิจ  ที่จะซื้อสิ่งต่างๆ ที่ถูกผลิต ___________ มากกว่าที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากที่ที่อยู่ห่างไกลออกไป)

(a) local    (ในท้องถิ่น, ของท้องถิ่น, ตามท้องถิ่น)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) localize    (จำกัด, จำกัดวง, ทำให้เป็นเรื่องของท้องถิ่น, ทำให้อยู่เฉพาะส่วนเฉพาะที่)  (เป็นคำกริยา)

(c) locally    (ในท้องถิ่น, เฉพาะแห่ง, เฉพาะที่, เฉพาะส่วน)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) location    (สถานที่, ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ตั้ง, การหาตำแหน่งที่ตั้ง)  (เป็นคำนาม)

ตอบ    -     ข้อ   (c)  เนื่องจากขยายคำกริยา  “Produced”   จึงต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์   “locally

 

13. There was a _____________________________________________ of water in the north.

(มี _____________________________________________________ น้ำในภาคเหนือ)

(a) short    (ขาดแคลน, สั้น, เตี้ย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) shortness    (ความสั้น, ความเตี้ย)

(c) shortage    (ความขาดแคลน)

(d) shortest    (สั้นหรือเตี้ยที่สุด)

ตอบ    -     ข้อ   (c)

 

14. There are ____________________________________________________ on the desk.

(มี ______________________________________________________ บนโต๊ะเรียน)

(a) several sheets paper

(b) several sheet of paper

(c) several sheets of paper    (กระดาษหลายแผ่น)

(d) several sheets of papers

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Paper” (กระดาษ)  เป็นนามนับไม่ได้  จึงไม่สามารถใช้ในรูปพหูพจน์  หรือ เติม  “S”  เข้าข้างท้ายได้  ดังนั้น  เวลาจะนับ  จึงต้องนับเป็น  “แผ่น”  (Sheet)  ซึ่งสามารถทำเป็นรูปพหูพจน์ได้   คือ “หลายแผ่น”  หรือ “แผ่นเดียว” (A sheet of paper)

 

15. In this much-travelled world, there are still ______________ which are inaccessible to tourists.

(ในโลกแห่งการท่องเที่ยวมากมายนี้  ยังคงมี __________ ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้โดยนักท่องเที่ยว)

(a) many thousands places

(b) thousands of places    (สถานที่หลายพันแห่ง)

(c) many thousands of place

(d) thousand of places

ตอบ   –   ข้อ   (b)   หรืออาจใช้   “Many thousands of places”  ก็ได้

 

16. Almost all paper contains cellulose, a substance ________________________ in all plants.

(กระดาษเกือบทั้งหมดมีเซลลูโลสบรรจุอยู่, ซึ่งเป็นสารที่ __________________ ในพืชทุกชนิด)

(a) finding

(b) is found

(c) found    (ถูกพบ)

(d) being found

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……......…..which is found in all plants

 

17. It is really necessary that drunk drivers _________ for their crime, particularly when their victim is killed.

(มันจำเป็นอย่างแท้จริงที่ผู้ขับรถที่เมาสุรา _________ สำหรับอาชญากรรมของตน  โดยเฉพาะเมื่อเหยื่อของพวกเขาถึงตาย)

(a) are punished

(b) should have been punished    (ควรได้ถูกลงโทษไปแล้ว - ในอดีต)  (แต่ก็มิได้กระทำ)

(c) be punished    (ควรถูกลงโทษ)  (เนื่องจากลดรูปมาจาก  “should be punished”)  (เป็นเรื่อง

       ปัจจุบ้นและอนาคต  และเป็นการเสนอแนะ)

(d) will be punished

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  โดยเสมือนกับมี  “Should”  อยู่หน้า  “Be punished”,  และต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  เพราะ  “ผู้ขับรถฯ ควรถูกลงโทษ”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่

  • Bill’s uncle insists ____________________________________________ in this hotel.

(ลุงของบิลยืนกราน ___________________________________________ ในโรงแรมนี้)

(a) not staying

(b) not to stay

(c) that he not stay    {เขาไม่ (ควรจะ) พัก}

(d) staying not

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง   “Present subjunctive”  โดยลดรูปมาจาก  “That he should not stay”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist”  (ยืนกราน)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Abraham Lincoln insisted that ____________ not just on mere opinion but on moral purpose.

(อับราฮัม  ลิงคอล์น  ยืนกรานว่า __________ ไม่เพียงแต่บนความคิดเห็น (ของประชาชน) เท่านั้น  แต่บนวัตถุประสงค์ด้านศีลธรรมด้วย)

(a) to base democracy

(b) for democracy to be based

(c) democracy be based    {ประชาธิปไตย (ควรจะ) มีพื้นฐาน}

(d) whenever democracy is based

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive”  โดยพิจารณาจากกริยา  “Insist”  (ยืนกราน)  (ลดรูปมาจาก  “democracy should be based”)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • She is about half an hour late already.  It is necessary that she ______________ immediately.

(เธอล่าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว  มันจำเป็นที่ว่าเธอ ____________________ ในทันทีทันใด)

(a) went

(b) goes

(c) go    (ควรไป)

(c) will go

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยพิจารณาจากวลี  “It is necessary that……........…..”  (ลดรูปมาจาก  "should go")

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I’m in a hurry because the librarian said it was important that I ______________ this book.

(ผมกำลังรีบเร่ง (เอาหนังสือไปคืน)  เพราะบรรณารักษ์กล่าวว่า  มันเป็นเรื่องสำคัญที่ว่าผม ________ หนังสือเล่มนี้)

(a) returned

(b) was returning

(c) had returned

(d) return    (ควรนำไปคืน, ควรส่งคืน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “It is (was) + Important  (Necessary, Essential, Imperative, etc.)”   กริยาต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  คือ  เหมือนกับมี  “Should”  นำหน้าคำกริยานั้นๆ คือ  "should return"

                                          ตัวอย่างที่ 

  • In 1978, the Soviets demanded that China __________________ its forces from Vietnam.

(ในปี  ๑๙๗๘  โซเวียตเรียกร้องว่าจีน _________________ กองกำลังของตนออกจากเวียดนาม)

(a) withdrew

(b) withdraws

(c) withdraw    (ควรถอน)

(d) withdrawing

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากกริยาใน  “Clause” (อนุประโยค)  ที่ตามหลัง  “Demand, Require, Suggest, Request, etc.”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยลดรูปมาจาก  "should withdraw"  

                                          ตัวอย่างที่ 

  • He suggested ____________________________________________ to a holiday camp.

(เขาแนะนำ ______________________________________ ที่ค่ายพักแรมวันหยุดพักผ่อน)

(a) Mary that she should go

(b) to Mary that she should go    (แก่แมรี่ว่าเธอควรไป)

(c) for Mary that she go

(d) to Mary to go

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “…….......…to Mary that she go…….......…”  ก็ได้  (โดยละ  "should"  ไว้)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive

                                          ตัวอย่างที่ 

  • It is essential that the needle __________________________________________ first.

(มันจำเป็นว่า  เข็ม __________________________________________ เป็นประการแรก)

(a) sterilize

(b) is sterilized

(c) be sterilized    (ถูกทำให้ปราศจากเชื้อโรค)  (ลดรูปมาจาก "should be sterilized")

(d) sterilizes

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากข้อความ  “It is essential that”  เป็นประโยคใหญ่  กริยาของอนุประโยคที่ตามหลังมัน  จะอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”   คือ  อยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)  เสมอ  ในกรณีเป็นกริยาในแบบ  “Passive voice”  จะต้องใช้กริยารูป  “Be + Verb 3”  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”   ให้ใช้  “Be”  กับประธานฯ ทุกตัว  ทั้งนี้  ถือเสมือนว่า  กริยาในอนุประโยคเหล่านี้  มี  “Should”  มานำหน้า  (เพื่อแนะว่าประธานของอนุประโยคควรทำอย่างนั้นอย่างนี้)  เพียงแต่ละเอาไว้  คือ  มิได้เขียนลงไป

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I suggest that the matter ______________________________________ reconsidered.

(ผมแนะนำว่า  เรื่องนี้ ______________________________ ได้รับการพิจารณาใหม่อีกครั้ง)

(a) is

(b) being

(c) be    (ควร)  (ลดรูปมาจาก  "should be")

(d) has

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา  “Suggest

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Prior to our conference, the executive director had requested that everyone __________ well prepared.

(ก่อนการประชุมของเรา  ผู้อำนวยการบริหารได้ขอร้องว่า  ทุกคน _________ เตรียมตัวเป็นอย่างดี)

(a) be    (ควร)  (ลดรูปมาจาก  "should be")

(b) is

(c) was

(d) will be

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  สังเกตจากกริยา  “Requested

                                         ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The teacher suggested that ______________________________________________.

(ครูแนะนำว่า _______________________________________________________)

 (a) everybody studied harder

 (b) everybody studies harder

 (c) everybody study harder    {(นักเรียน) ทุกคนควรเรียนให้หนักยิ่งขึ้น}  (ลดรูปมาจาก 

       "everybody should study harder")

 (d) everybody would study harder

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  กล่าวคือ  กริยา  “Study”  เหมือนมีคำว่า  “Should”  อยู่ข้างหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ

                                          ตัวอย่างที่  ๑๑

  • The company states that it is necessary that an employee ______________ his work on time.

(บริษัทกล่าวว่า  มันจำเป็นที่พนักงาน __________________________ งานของตนให้ทันเวลา)

(a) finishes

(b) finished

(c) finish    (ควรทำให้เสร็จ)  (คือ  ควรทำงานให้เสร็จทันเวลา) (ลดรูปมาจาก  "should finish")

(d) can finish

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากโครงสร้าง  “It + Is (Was) + Necessary + (That) + Subject + Verb 1”  เป็น  “Present subjunctive

                                         ตัวอย่างที่  ๑๒

  • He recommended that I ________________________________________ there early.

(เขาแนะนำว่าผม _________________________________ ที่นั่นแต่เช้าตรู่  -  หรือแต่เนิ่นๆ)

(a) be    (ควรไป)  (ลดรูปมาจาก  "should be")

(b) am

(c) was

(d) would be

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  คือ  คำกริยาในโครงสร้างนี้  ไม่ว่าจะใช้กับประธานตัวใด  หรืออยู่ใน  “Tense”  ใด  จะต้องเป็น  “Verb 1”  (Infinitive without to)  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”  ก็ให้ใช้   “Be”  ทุกครั้งไป  คือ  เสมือนกับมี   “Should”  อยู่ข้างหน้ากริยานั้น  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ไม่พูดหรือเขียนเติมลงไป  (หรืออาจจะใส่   “Should"  ลงไปข้างหน้าก็ได้)

                                         ตัวอย่างที่  ๑๓

  • I suggested to her that her husband _________________________________ a long rest.

(ผมแนะนำเธอว่า  สามีของเธอ ____________________________ การพักผ่อนเป็นเวลานาน)

(a) has

(b) have    (มี)

(c) would have

(d) must have

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Suggest + (To someone) + That + Subject + Verb 1

                                          ตัวอย่างที่  ๑๔

  • It was in 1934 that an official government report recommended that trade priority ________ to Southeast Asia.

(มันเป็นในปี  ๑๙๓๔  ที่รายงานของรัฐบาล (สหรัฐฯ) อย่างเป็นทางการ  แนะนำว่า  ความสำคัญด้านการค้า (ควร) _________ กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)   (หมายถึง  รายงานฯ แนะนำว่า  สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญด้านการค้าแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) is given

(b) was given

(c) were given

(d) be given    (ถูกให้)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Should be given” (ละ  “Should”  ไว้ในฐานที่เข้าใจ)

                                          ตัวอย่างที่  ๑๕

  • I will recommend that the student _____________________________ to the director.

(ผมจะแนะนำว่าเด็กนักเรียนคนนั้น ________________________ กับผู้อำนวยการโรงเรียน)

(a) speak    (พูดคุย)  (ลดรูปมาจาก  "should speak")

(b) will speak

(c) had better speak

(d) would speak

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากกริยาของอนุประโยค  (ในที่นี้ คือ  “Speak”)  ที่ตามหลังกริยา  “Recommend, Suggest, Demand, Ask, etc.”  จะต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1)  ซึ่งเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Present Subjunctive

                                         ตัวอย่างที่  ๑๖

  • Many customers have requested that we _____________________ them notice of our sales.

(ลูกค้าจำนวนมากได้ร้องขอว่า  เรา __________________ โนติส (เอกสารแจ้งเหตุหรือข้อมูลล่วงหน้า) แก่พวกเขาในเรื่องการลดราคาสินค้าของเรา)   (หมายความว่า  ถ้าจะมีการลดราคาสินค้าเมื่อใด  ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า)

(a) send    (ควรส่ง)  (ลดรูปมาจาก  "should send")

(b) sends

(c) sent

(d) sending

ตอบ  -    ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้   “Present subjunctive”  คือการใช้กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To” นำหน้า  (Infinitive without to)  โดยไม่มีการเติม  “S  หรือ  “Ed”  เข้าข้างหลังคำกริยาที่อยู่ใน  “Noun clause”   ที่เป็นอนุประโยค   (ซึ่งมักมี  “That” นำหน้า,  “Clause”)  ที่ตามหลังกลุ่มคำกริยาประเภท  “Present subjunctive”  ไม่ว่าประธานของกริยาตัวนี้  จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม  และไม่ว่ากริยาตัวข้างหน้า  (กริยาใน  “Main clause” หรือประโยคใหญ่)  จะอยู่ใน  “Tense”  ใดก็ตาม  จะไม่มีการเติม  “S”  หรือ  “Ed”  หรือเปลี่ยนรูปที่กริยาตัวนี้   (เนื่องจากเสมือนมี   “Should”   นำหน้า  แต่ไม่เขียนลงไป  คือละไว้ในฐานที่เข้าใจ  เป็นการแนะนำว่า  “ควรทำเช่นนั้น เช่นนี้”)  สำหรับในกรณีที่เป็น  “Verb to be”  ให้ใช้  “Be”  ตลอดไป   (เพราะเสมือนว่า มี  “Should”  นำหน้า)  อนึ่ง เราใช้รูป   “Present subjunctive”  ใน   กรณี   คือ

                           ๑. อยู่หลัง  “กริยา + That”   ซึ่งได้แก่คำกริยาต่อไปนี้ 

  • demand that   (เรียกร้อง-ต้องการว่า)
  • require that   (ขอร้อง-เรียกร้อง-ต้องการ-กำหนดว่า)
  • propose that   (เสนอว่า)
  • request that   (ขอร้องว่า)
  • recommend that   (แนะนำว่า)
  • ask that   (ขอร้องว่า)
  • order that   (สั่งว่า)
  • urge that   (เร่งเร้า-กระตุ้น-เสนอว่า)
  • suggest that   (แนะนำว่า)
  • advise that   (แนะนำว่า)
  • insist that   (ยืนกรานว่า)
  • prefer that   (เห็นสมควรว่า)

                                         ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

  • The doctor advised (that) I take a rest.

(หมอแนะนำว่าผมควรพักผ่อน)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • The father demands (that) Peter go to see a doctor at once.

(พ่อเรียกร้องให้ปีเตอร์ไปหาหมอในทันที)

  • I suggest (that) he come early.

(ผมแนะนำว่าเขาควรจะมาแต่เช้า)

  • The hostess urged (that) we all stay for dinner.

(เจ้าของบ้านรบเร้าให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน)

  • The teacher recommended (that) every student buy a dictionary.

(ครูแนะนำให้นักเรียนทุกคนซื้อพจนานุกรม)

  • The doctor recommends (that) she take this medicine.

(หมอแนะนำว่าเธอควรกินยานี้)

  • She requested (that) he telephone her family.

(เธอขอร้องให้เขาโทรฯไปหาครอบครัวของเธอ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

  • I suggested (that) he be more careful.

(ผมแนะนำว่าเขาควรระวังให้มากขึ้น)

  • He suggested (that) she be punctual.

(เขาแนะนำว่าเธอควรตรงต่อเวลา)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • They requested (that) the contract be signed.

(พวกเขาร้องขอว่าสัญญาควรได้รับการลงนาม)  (เป็น  Passive voice  =  สัญญาถูกลงนาม)

  • She asks (that) she be allowed to see her ailing mother.

(เธอขอร้องว่าเธอควรได้รับอนุญาตให้พบแม่ของเธอที่กำลังป่วย)  (เป็น  Passive voice  =  เธอได้รับอนุญาต)

หมายเหตุ   –   เหตุผลที่คำกริยาในอนุประโยค  ที่เป็น  “Noun clause”  อยู่ในรูป  “Present Subjunctive”  คือ  กริยาเหล่านี้เสมือนกับว่ามี  “Should”  นำหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเขียนหรือพูดเติม  “Should”  ลงไปด้วยก็ได้  เช่น

  • I suggested (that) he (should) be more careful.
  • She asks (that) she (should) be allowed to go to the party.

 

                           ๒. “Noun clause”  ที่ตามหลังคำคุณศัพท์ต่อไปนี้  (มักอยู่ในรูป  “It is + Adjective + That + Subject + Verb 1  ที่ไม่มี  “To” นำหน้า)  กริยาใน “Noun clause”  นั้นจะต้องอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  เช่นเดียวกัน  คุณศัพท์ดังกล่าวคือ  “Important” (สำคัญ),  “Necessary” (จำเป็น), “Urgent(จำเป็นด่วน),  “Imperative”  (จำเป็น),  “Essential” (จำเป็น), “Advisable”  (ควร),   “Crucial”  (สำคัญยิ่ง)  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • It is advisable that she study harder.

(เธอควรเรียนหรือขยันให้มากขึ้น)

  • It was essential that we buy food yesterday.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้ออาหารเมื่อวานนี้)

  • It is advisable that he take exercise every morning.

(เป็นการสมควรที่เขาออกกำลังกายทุกเช้า)

  • It is necessary that she go home at once.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เธอจะต้องกลับบ้านในทันที)

  • It is imperative that Jim practice driving a car.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่จิมจะต้องฝึกหัดขับรถ)

  • It is crucial that Tom find a new job.

(เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ทอมจะต้องหางานใหม่)

  • It is important that he be brave.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะต้องกล้าหาญ)

  • It is urgent that everyone be on time for work.

(เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)

 

18. You can learn ______________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ ________________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce    (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Learn + to + Verb 1”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • I’ll try _______________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม _________________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do (ทำ)

ตอบ   –   ข้อ  (d)   “Do one’s best”  =  “ทำดีที่สุด”  และหลังกริยา  “Try”  ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่   “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ),   hope (หวัง),   plan (วางแผน),   hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),   fail (ล้มเหลว),   learn (เรียนรู้),   expect (คาดหวัง),   refuse (ปฏิเสธ), need (ต้องการ)dare (กล้า),  claim (อ้าง),   agree (ตกลง),  demand (เรียกร้อง),   wish (ปรารถนา),   intend (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve (ตกลงใจ),  determine (ตัดสินใจ)decide (ตัดสินใจ),  pretend (แสร้งทำ), afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen (บังเอิญ)appear (ดูเหมือนว่า), prove (พิสูจน์ว่า),   ask (ขอร้อง),  beg (ขอร้อง),  choose (เลือก)manage (ประสบความสำเร็จ),   hurry (เร่งรีบ),   tend (มักจะชอบ),   arrange (จัดแจง, เตรียมการ),   care (สนใจ),  come (มา)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

19. It doesn’t say on the invitation __________ the party will start, so we had better phone and check.

(มันมิได้บอกไว้ในการเชื้อเชิญ (คำเชิญ-บัตรเชิญ) ว่างานเลี้ยงจะเริ่ม _____________ ดังนั้น  เราควรโทรศัพท์ไปตรวจสอบ)

(a) which

(b) when    (เมื่อใด)

(c) what

(d) why

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวลา  และข้อความ  “When the party will start”  เป็นอนุประโยคประเภท  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Say

 

20. The price of all cruises __________________________________ airfare and all transfers.

(ราคาค่าเดินทางโดยทางเรือทั้งหมด ____________ ค่าโดยสารเครื่องบินและการต่อรถ-เรือทั้งหมด)  (หมายถึง  การเดินทางครั้งนี้โดยสารเรือเป็นหลัก  แต่ก็มีการต่อเครื่องบิน และอาจมีรถยนต์-รถไฟด้วย)

(a) include

(b) includes    (รวมไปถึง)

(c) have included

(d) are including

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  (The price)  เป็นเอกพจน์,  กริยา Include”  จึงต้องเติม  “S”  ข้างท้าย  ส่วนข้อ  (c)  อยู่ในรูป  “Present perfect tense”  สามารถใช้ได้เช่นกัน  ถ้าเปลี่ยนเป็น  “Has included”  เพื่อแสดงการเกิดอย่างต่อเนื่องของเหตุการณ์  จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  ว่าราคารวมไปถึง ๒ สิ่งดังกล่าวตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน,  อย่างไรก็ตาม  ข้อนี้เป็นการใช้  “Present simple tense”  (Subject + Verb 1)  เพื่อบอกเกี่ยวกับข้อเท็จจริง  (Fact)  ในเรื่องราคาเท่านั้น  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน                                                                                           

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง  e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม “Address” wpookaotong@yahoo.com  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)  เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป