หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 13)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Holiday camps are popular _______________ married couples who have very young children. 

(ค่ายวันหยุดเป็นที่นิยม _________________ คู่ชายหญิงที่แต่งงานแล้ว  ผู้ซึ่งมีลูกๆ ที่ยังเล็กมาก)

(a) to

(b) for

(c) in

(d) with     (ของ, แก่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Popular”  ใช้กับ  “With”  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                               คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรม วันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจ กับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  "She is busy with her work."  (เธอยุ่งอยู่กับงาน).  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอ พบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือน กัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                               กริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประ เด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเอง ให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

2. He discussed the subject ___________________________________________________.

(เขาอภิปราย (ถก) เรื่องนั้น _______________________________________________)

(a) fullest

(b) complete

(c) deeply    (อย่างลึกซึ้ง)

(d) in depth    (ในรายละเอียด, ในเชิงลึก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจตอบ  “Completely”  (อย่างสมบูรณ์)  ก็ได้,  สำหรับ  ข้อ  (c)  ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ความหมายสู้ข้อ  (d)  ไม่ได้

 

3. If you __________ your reservations earlier, you would have gotten on the flight you wanted.

(ถ้าคุณ ____________ การจองตั๋วเร็วกว่านี้,  คุณก็คงจะได้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวที่คุณต้องการแล้ว)

(a) have made

(b) had made    (ได้ทำ)  

(c) made

(d) would have made

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”   แบบที่    คือ  เป็นการสมมติเหตุการณ์ในอดีต  ที่เหตุการณ์เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  กล่าวคือ  “ถ้าคุณได้ทำการจองตั๋วเร็วกว่านี้  คุณก็คงจะได้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวที่คุณต้องการแล้ว”   แต่ในความเป็นจริงคือ  “คุณจองตั๋วช้า  คุณก็เลยไม่ได้เดินทางเที่ยวบินที่คุณต้องการ”“If clause”  แบบนี้   ใน  “If clause” (ประโยคย่อย)  ต้องใช้รูป  “Past perfect tense”  คือ  “Subject + Had (Not) + Verb 3”  ส่วนใน  “Main clause”  (ประโยคใหญ่)  ต้องใช้รูป  “Past future perfect tense”  คือ  “Subject + Would (Should, Could, Might) + (Not) + Have + Verb 3”  เสมอ  เช่น

  • If he had bet on that horse, he would have lost all his money.

(ถ้าเขาเล่นพนัน (แทง) ที่ม้าตัวนั้น  เขาก็คงสูญเสียเงินไปทั้งหมดแล้ว)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  “เขามิได้เล่นพนันที่ม้าตัวนั้น  เขาก็เลยไม่ได้เสียเงิน”)

  • If you had not come to my party, you would not have met your old friends at college.

(ถ้าคุณมิได้มาที่งานเลี้ยงของผม  คุณก็คงไม่ได้พบเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยของคุณ)  (แต่ในความเป็นจริง  คือ  “คุณมางานเลี้ยง  คุณเลยได้พบเพื่อนเก่า”)

 

4. _______________________ in today’s business world is difficult, and many new businesses fail.

(__________ ในโลกธุรกิจในปัจจุบันมีความยากลำบาก,  และธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมากต้องพบกับความล้มเหลว)

(a) Compete    (แข่งขัน)

(b) Competing    (การแข่งขัน)

(c) To compete

(d) Having competed

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยค  โดยมีคำกริยา  คือ  “Is”  จึงต้องอยู่ในรูปของ  “Gerund”   คือ  “Verb + ing” (ถือเป็นเอกพจน์เสมอ)  ซึ่งมีความหมาย  “การ ..........................”  ส่วน  “In today’s business world”   เป็นส่วนขยายประธาน  ทำหน้าที่เป็น  “Adjective phrase ”  บ่งบอกว่าเป็นการแข่งขันในด้านใด  สำหรับ  “To compete”  ก็สามารถใช้เป็นประธานของประโยคได้เช่นเดียวกัน  แต่ไม่เป็นที่นิยมเหมือนกับรูป  “Gerund” (Competing)  ตัวอย่างการใช้  “Gerund”  เป็นประธานของประโยค  ได้แก่

  • Swimming is a good exercise.

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Learning Chinese is difficult.

(การเรียนภาษาจีนเป็นเรื่องยาก)

  • Sleeping is necessary to health.

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Living in a poor house makes him sad.

(การอาศัยอยู่ในบ้านที่มีคุณภาพเลว  ทำให้เขาเศร้า)

  • Working too hard made her sick.

(การทำงานหนักเกินไปทำให้เธอป่วย)

 

5. The company will review your application ________ you have submitted all your paperwork.

(บริษัทจะทบทวนใบสมัครของคุณ ______________ คุณได้ส่งมอบงานเอกสารทั้งหมดของคุณ)

(a) soon    (ในไม่ช้า, โดยทันที)

(b) before    (ก่อน)

(c) as soon as    (ในทันทีที่)

(d) sooner than    (เร็วกว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  นอกจากนั้นอนุประโยค (Clause) ที่ตามหลัง  “As soon as, Until, Unless, When, Before, After”  จะต้องอยู่ในรูป  “Simple tense”  (Present  หรือ  Past tense)  ทั้งนี้  แล้วแต่  “Tense”  ในประโยคใหญ่ (Main clause)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่

  • They won’t be very happy when they _______________________ what a mess we’ve made.

(พวกเขาคงไม่มีความสุขนัก  เมื่อพวกเขา ___________ ว่าเราได้ทำเละเทะ (สกปรกและไม่เป็นระเบียบ) เพียงใด)

(a) will see

(b) would see

(c) see    (เห็น)

(d) had seen

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากกริยาในอนุประโยคที่ตามหลัง  “When, As soon as, Until, If, Unless, Before, After”   ให้ใช้รูป  “Simple tense”  (Present or Past)  ทั้งนี้  ต้องสอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่ด้วยว่า  มี  “Tense”  ใด  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • I will tell him as soon as he returns.

(ผมจะบอกเขาในทันทีที่เขากลับมา)

  • I would tell him as soon as he returned.

(ผมจะบอกเขาในทันทีที่เขากลับมา)

  • Before he leaves, he turns off the light.

(ก่อนเขาออกไป  เขาปิดไฟ)

  • Before he left, he turned off the light.

(ก่อนเขาออกไป  เขาปิดไฟ)

  • She will wait for him until he returns.

(เธอจะรอเขา  จนกระทั่งเขากลับมา)

  • She would wait for him until he returned.

(เธอจะรอเขา  จนกระทั่งเขากลับมา)

  • I will give this book to her when I see her.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่เธอ  เมื่อผมพบเธอ)

  • I would give this book to her when I saw her.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่เธอ  เมื่อผมพบเธอ)

 

6. __________________________________ hospitality to neighbors is what I always do.

(_________________ การต้อนรับแขก-การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนบ้าน  เป็นสิ่งที่ผมทำอยู่เสมอ)

(a) Is giving

 (b) Give

(c) To give    (การให้)

(d) To be given

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากทำหน้าที่เป็นประธานของกริยา  “Is”  โดยมี “Hospitality to neighbors”  เป็นส่วนขยายประธาน  นอกจาก  “To give” แล้ว  ยังสามารถใช้  “Giving” (gerund) เป็นประธานของกริยา  “Is”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because ___________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ___________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement” (มาช่วยทำให้ประโยคสมบูรณ์) ของ  “Verb to be”  (Was)  สำหรับข้อนี้อาจตอบ “To work” ก็ได้,  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ___________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ __________________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

7. Former President Barak Obama ___________ as the president of the United States for the first term in 2009.

(อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ________ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯในสมัยแรกในปี  ๒๐๐๙)

(a) is elected

(b) was electing

(c) who was elected

(d) was elected    (ได้รับเลือกตั้ง)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ในประโยค  และต้องอยู่ในรูป  “Passive voice” {Subject + Is (Am, Are, Was, Were) + Verb 3เพราะโอบามา  “ได้รับเลือก – ถูกเลือก”  และเป็นเหตุการณ์ในอดีตด้วย  จึงไม่เลือกข้อ  “A

 

8. The man __________ robbed the bank last month was caught in his luxurious condominium this morning.

(ชาย _______________ ปล้นธนาคารเมื่อเดือนที่แล้ว  ถูกจับในคอนโดมิเนียมหรูของเขาเมื่อเช้านี้)

(a) whom

(b) who    (ผู้ซึ่ง)

(c) whose

(d) who was

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธานของอนุประโยค  “Adjective clause” (Who robbed the bank last month)  และสามารถใช้  “That”  แทน  “Who” ได้ด้วย

 

9. I will stay here ______________________________________________________ longer.

(ผมจะ __________________________________________________ พักที่นี่ต่อไปอีก)

(a) any

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) for

ตอบ   –   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “I will not stay here any longer.”  ก็ได้  ซึ่งมีความหมายเหมือนกับประโยคข้างบน

 

10. Relief organizations have contributed _______________________ money to farm in Africa.

(องค์กรบรรเทาทุกข์ได้ให้ (มีส่วนช่วยเหลือ) _________________ เงินแก่ไร่นาในทวีปแอฟริกา)

(a) both time and    (ทั้งเวลาและ)

(b) neither and

(c) time but

(d) time nor

ตอบ   –   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  “Both…...............and, Neither….........…….nor, Either….......…….or, Not only…….......…but also

 

11. Lack of money means that the ______________________ of free clinics must be reduced.

(การขาดเงินหมายถึง __________________ ของคลินิกแบบให้การรักษาฟรีจะต้องถูกลดลง)

(a) amount    (จำนวน)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)   

(b) number    (จำนวน)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(c) degree    (ระดับ, ขอบเขต, องศา)

(d) quantity    (ปริมาณมาก, ปริมาณ)  (ใช้กับทั้งคำนามนับไม่ได้  และคำนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “The number of”  =  “จำนวนของ”  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์  แต่ใช้กับกริยาเอกพจน์)  ส่วน  “The amount of”  =  “จำนวนของ”  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้  ซึ่งเป็นเอกพจน์เสมอ  และใช้กับกริยาเอกพจน์)  ส่วน  “A quantity of”  =  “จำนวน, จำนวนมาก, ปริมาณ, ปริมาณมาก”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • The number of students is limited to fifty.

(จำนวนนักเรียนถูกจำกัดไว้ที่  ๕๐  คน)

  • The amount of water in the street was still too high.

(ปริมาณน้ำในถนนยังคงสูงเกินไป)

  • The amount of cooking gas is usable for another month.

(ปริมาณกาซหุงต้มยังสามารถใช้ได้อีกเดือนหนึ่ง)

  • We only need a very small quantity.

(เราเพียงแต่ต้องการปริมาณที่น้อยมาก)

  • Natural gas was discovered in large quantities beneath the North Sea.

(กาซธรรมชาติถูกค้นพบในปริมาณมากใต้ทะเลเหนือ)

  • He threw into the flames a quantity of leaves from a certain bush.

(เขาโยนใบไม้จำนวนหนึ่งจากพุ่มไม้เข้าไปในเปลวเพลิง)

  • The meat is produced in quantity and sold in Eastern Europe.

(เนื้อถูกผลิตในปริมาณมากและขายในยุโรปตะวันออก)

  • Materials are being seen in terms of quantity rather than quality.

(วัสดุกำลังถูกมองในแง่ของปริมาณมากกว่าคุณภาพ)

  • The food supply has grown less, in quantity and quality, as an economic slowdown begins.

(ปริมาณอาหารได้เพิ่มขึ้นน้อยลง  ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ  เมื่อการถดถอยทางเศรษฐกิจเริ่มต้นขึ้น)

 

12. When a person needs to take this medicine, _________________________ directions first.

(เมื่อบุคคลจำเป็นต้องกินยา __________________________________ คำแนะนำเป็นสิ่งแรก)

(a) you will have to read

(b) he must to read

(c) you have to read

(d) he has to read    (เขาจำเป็นต้องอ่าน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้สรรพนาม  “He”  แทน  “A person”  หรืออาจตอบ  “He must read”  (เขาจะต้องอ่าน)  ก็ได้

 

13. All of them were surprised at Kim’s __________________________________________.

(พวกเขาทุกคนมีความประหลาดใจใน ___________________________________ ของคิม)

(a) being absence    (“Absence”  เป็นคำนาม  หมายถึง  “การไม่อยู่-ไม่มา, การขาดหายไป  -  จากงาน, การประชุม)

(b) absent

(c) being absent    (การไม่อยู่, การขาดหายไป)  (“Absent”  เป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ไม่อยู่, ไม่มา, ขาดหายไป”)

(d) having absent

ตอบ   -   ข้อ    (c)   (หรืออาจตอบ  Absence”  ก็ได้)   เนื่องจาก  “Gerund”  (Verb + ing)   ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้แสดงความเป็นเจ้าของได้เหมือนคำนามทั่วๆ ไป  (เช่น  “Tom’s watch, A man’s house, A woman’s car, A boy’s toys, etc.)  ดังนั้น  จึงสามารถใช้รูป  “Gerund” (Verb + ing)  แทนคำนามได้  (Jim’s walking, Tom’s swimming, My reading at night, etc.)  แต่เนื่องจาก  “Absent”   เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องใช้กับ  “Verb to be”  จึงต้องใช้รูป  “Gerund”  กับ  “Be”  (เป็น  Being)  เช่น  “Kim’s being absent (= Kim’s absence), Kate’s being lazy (= Kate’s laziness), Their being thoughtful (= Their thoughtfulness)  เป็นต้น  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Would you mind ______________________________________________ your class?

(คุณจะรังเกียจ ___________________________________ (ใน) ห้องเรียนของคุณหรือไม่) 

(a) me observing

(b) me to observe

(c) my observe

(d) my observing    (การสังเกตการณ์ของผม)  (คือ มาดูคุณสอน  หรือมาดูว่านักเรียนของคุณอยู่กันอย่างไร  เป็นต้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Mind + Verb + ing”  หรือคำนาม  และเนื่องจาก  “Verb + ing” (Gerund)  เป็นคำนามประเภทหนึ่ง  จึงสามารถนำหน้าด้วย  “Possessive adjective” (my, your, his, her, their, our, its)  ได้  เหมือนคำนามทั่วๆไป  ดังประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

  • Does Betty object to ____________________________________ for her every night?

(เบ็ตตี้คัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) กับ ____________ สำหรับเธอทุกๆคืน  ใช่หรือไม่)  (หมายถึง เบ็ตตี้ไม่ต้องการให้คุณมารอเธอทุกๆคืน  ใช่หรือเปล่า)

(a) your waiting    (การรอคอยของคุณ)

(b) for waiting

(c) that you wait

(d) because you wait

ตอบ  -  ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “To”  ใน  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)  เป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ซึ่งก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งด้วย   ดังนั้น  จึงสามารถใช้  “Possessive adjective” (His, Her, My, Your, Our, Their, Its)  นำหน้ามันได้เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น  “His walking”  “Her laughing”  “My singing”  “Their speaking” เป็นต้น

                                    กล่าวโดยสรุป   คือ  “Gerund” (Verb + ing)  อาจมีคำแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective)  ประกอบข้างหน้าได้  เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น

  • His walking quickly makes him tired.

(การเดินเร็วของเขาทำให้เขาเหนื่อย)

  • We appreciated on your coming.

(เราชื่นชม-ยกย่องกับการมาของคุณ)

  • Her being afraid of snakes is well-known.

(การกลัวงูของเธอเป็นที่รู้กันดี)

  • It was no use your telling him to stop smoking.

(ไม่มีประโยชน์กับการบอกเขาของคุณให้หยุดการสูบบุหรี่)

  • The audiences were informed of his being a great scientist.

(ผู้ชมได้รับการบอกเกี่ยวกับการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา)

  • I had to postpone my writing to him to a later date.

(ผมจำเป็นต้องเลื่อนการเขียน (จดหมาย) ถึงเขาของผมออกไปอีก)

  • You should not delay your sending of the application form.

(คุณไม่ควรเลื่อน (หรือ ถ่วงเวลา) การส่งใบสมัครของคุณ)

 

14. Tony may ___________________________________________, but we must go at once.

(โทนี่อาจจะ ______________________________________ แต่เราจะต้องไปในทันทีทันใด)

(a) stay lately

(b) stay a little

(c) stay late    (พักอยู่นานออกไป  หรืออยู่จนดึก)  (เป็นปัจจุบัน)

(d) have stayed very late    (ได้พักอยู่นานมาก หรือจนดึกมาก)  (เป็นอดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เพราะเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  เนื่องจาก  “Late”  (สาย, ล่าช้า, จนดึก)  เป็นทั้งคำคุณศัพท์  (Adjective)  และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  สำหรับใน  ข้อ  (c)   ใช้แบบกริยาวิเศษณ์  เพราะขยายกริยา  “Stay”  ส่วน  “Lately”  เป็น  “Adverb of time”  หมายถึง  “หมู่นี้, เร็วๆนี้

 

15. I shall leave _____________________________________________ Germany tomorrow.

(ผมจะจาก ______________________________________________ เยอรมันวันพรุ่งนี้)

(a) to

(b) from

(c) in

(d) for    (ไป)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Leave for Germany”  =  “จากไปประเทศเยอรมัน”  (ไม่ใช้ “To”)   ส่วน   “Leave Germany”  =  “ออกจากประเทศเยอรมัน”  (เพื่อจะไปประเทศอื่น)   อย่าใช้  “Leave from Germany”  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                             สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                            ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต)  เป็นต้น

                              สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

16. ______________ we were careful with expenses, we still went over our budget this year.

(____________________ เราระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่าย,  เรายังคงใช้เงินเกินงบประมาณในปีนี้)

(a) Since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

(b) Because    (เพราะว่า)

(c) Even though    (ถึงแม้ว่า)

(d) If    (ถ้า)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากข้อความในประโยคย่อย  “Even though we were careful with expenses”  ขัดแย้งกับข้อความในประโยคใหญ่  “We still went over our budget this year”  กล่าวคือ  “แม้ว่าเราจะระวังเรื่องค่าใช้จ่าย  (แต่)  ก็ยังใช้เงินเกินงบฯ”  จึงต้องใช้   “Even though, Though, Although, Even if”  (ทุกคำ  หมายถึง  “แม้ว่า”)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Even though he is poor, he is happy.

(ถึงแม้ว่าเขาจน  เขามีความสุข)

  • Though she is beautiful, nobody likes her.

(ถึงแม้ว่าเธอสวย  ไม่มีใครชอบเธอ)

  • They didn’t pass the exam even if they studied very hard.

(พวกเขาสอบตก  ถึงแม้ว่าเรียนอย่างหนัก)

 

17. After listening to his thorough __________, I had no problems understanding how to use the software.

(หลังจากการฟัง _____________ ที่ละเอียดลออของเขา,  ผมไม่มีปัญหาในการเข้าใจเรื่องว่าจะใช้ซอฟต์แวร์นี้อย่างไร)

(a) explained    (อธิบาย)  (คำกริยา)

(b) explains     (อธิบาย)  (คำกริยา)

(c) explanatory    (เกี่ยวกับการอธิบาย, ซึ่งเป็นการอธิบาย)  (คำคุณศัพท์)

(d) explanation    (คำอธิบาย, การอธิบาย)  (คำนาม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความหลัง  “Listening to”  ต้องเป็นคำนาม  (ในที่นี้ คือ  “Explanation”)  หรือ  คำสรรพนาม (Him, Her, Them, Us) และสังเกตได้อีกอย่าง  คือ  “Thorough”  (เธ้อร์-โร) (ละเอียดลออ)  เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องขยายอยู่หน้าคำนาม

 

18. He was arrested and charged ________________________________ a variety of offences.

(เขาถูกจับกุมและถูกกล่าวหา (ฟ้องร้อง) __________ (ข้อหา) การกระทำผิดกฎหมายมากมายหลายอย่าง)

(a) of

(b) at

(c) in

(d) with    (ด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “With”   ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                            คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                            กริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรก แซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

19. Mississippi’s generally hilly land ___________ highest point in the northeastern corner of the state.

(แผ่นดินซึ่งเต็มไปด้วยเนินเขาโดยทั่วไปของรัฐมิสซิสซิปี้ _________ จุด สูงสุด (ของมัน) ในมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐ)  (หมายถึง  แผ่นดินลาดขึ้นสู่จุดสูงสุดของรัฐ  ตรงมุมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)

(a) reaching it

(b) has it reached

(c) to reach its

(d) reaches its    (ขึ้นถึง ..................(จุดสูงสุด).................... ของมัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Reaches”  เป็นกริยาของประโยค  โดยมี  Mississippi’s generally hilly land”  เป็นประธานฯ  และมี  “Its highest point”  เป็นกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่  (Adverb of place)  และมี  “In the northeastern corner of the state”  เป็นกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่  (Adverb of place)  เช่นเดียวกัน

 

20. The stronger _______________ magnetic field, the greater the voltage produced by a generator.

(ยิ่งสนามแม่เหล็ก _____ เข้มข้นมากขึ้น, แรงดันไฟฟ้าที่ถูกผลิตโดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  ก็ยิ่งมากขึ้น)

(a) is the

(b) that the

(c) than the

(d) the

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “ยิ่ง................ก็ยิ่ง...................”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The harder the shrub is to grow, _________________________________________.

(ยิ่งต้นไม้เล็กๆ (พันธุ์เตี้ยๆ) โตยาก  _________________________________________)

(a) the higher the price it is

(b) the higher is the price

(c) the higher the price    (ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)  (ตอบแบบไม่มีกริยา)

(d) the higher is the price become

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ   “The higher the price is”  (ตอบแบบมีกริยา)  หรือ   “The higher the price becomes”  (แบบมีกริยา)  ก็ได้

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The more he tried to help her, _____________________ she seemed to appreciate it.

(ยิ่งเขาพยายามช่วยเหลือเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งดูเหมือนว่าชื่นชม-เห็นคุณค่ามัน ____________)  (ยิ่งเขาช่วยเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งชื่นชมมันน้อยลง)

(a) less

(b) lesser    (น้อยกว่า, เล็กน้อย)

(c) the less    (น้อยลง)

(d) the lesser

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้าง  “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง.................”  ในประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The more money we earn, ______________________ percentage we pay in taxes.

(ยิ่งเราหาเงินได้มากขึ้น  เปอร์เซ็นต์ที่เราจะต้องเสียภาษี  _______________________)

(a) the high the

(b) higher an

(c) a high

(d) the higher the    (ก็ยิ่งสูงขึ้น)   

ตอบ   -   ข้อ    (d)

                                ตัวอย่างที่ 

  • The higher the standard of living and the greater the national wealth, the __________.

(ยิ่งมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้น  และความมั่งคั่งของชาติเพิ่มมากขึ้น, ________________)

(a) greater is the amount of paper is used

(b) greater amount of paper is used

(c) amount of paper is used is greater

(d) greater the amount of paper used    (ปริมาณกระดาษที่ใช้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ    (d)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • On enough logical reasons, the fewer seeds, ________________________________.

(ตามเหตุผลที่เป็นไปตามหลักตรรกะอย่างเพียงพอ  ยิ่ง (หว่าน) เมล็ดน้อย  _______________)

(a) the less plants grow

(b) the fewer plants    (ก็ยิ่ง (ได้) ต้นไม้ (หรือพืช) น้อย)  (ความหมาย คือ  ยิ่งหว่านเมล็ดลงไปน้อย  ก็ยิ่งได้ต้นไม้น้อย)

(c) the less plants

(d) the plants the fewer

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Fewer”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Few”  ต้องใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์  ส่วน  “Less”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Little”  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  ในประโยคข้างบน  “Seeds”  และ  “Plants”   เป็นนามนับได้ พหูพจน์  จึงต้องตัด  ข้อ   (a)  และ  (c)   ทิ้งไป  สำหรับการเรียงโครงสร้าง  “ยิ่ง...................ก็ยิ่ง.................”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • The longer you stay here, ______________________________________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  ______________________________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be    (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb”  หรือ  แบบย่อๆ  เช่น

  • The sooner, the better.   (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)
  • The more, the merrier.   (ยิ่ง (คน) มาก  ก็ยิ่งสนุก)
  • The slower, the safer.   (ยิ่งช้า  ก็ยิ่งปลอดภัย)
  • The longer, the higher price.   (ยิ่งนานไป  ก็ยิ่งราคาสูงขึ้น)

                                         ตัวอย่างที่  

  • The older he grows, __________________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ _______________________________________________)

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher    (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish    (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่        (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

  • Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น  “Worse”  (มาจาก  “Bad,  Worse,  Worst” – แย่-เลว ร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)   เนื่องจากมาจากรูป   “ยิ่ง...................ก็ยิ่ง...................”  โดยมีโครงสร้าง  คือ (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)  เช่น

  • The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)  (ยิ่งมีมาก  ยิ่งโลภมาก)

  • The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

  • The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

  • The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

  • The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

  • The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป