หมวดข้อสอบ STRUCTURE (ตอนที่ 11)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. How far __________________________________________________ is your birthday?

(วันเกิดของคุณ _______________________ ออกไปเท่าใด)  (= อีกนานไหมจะถึงวันเกิดคุณ)

(a) ago

(b) is it

(c) away    (ห่างออกไป)

(d) does it take

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรือ อาจตอบ   “Off”  ซึ่งความหมายเหมือนกับ   “Away” ก็ได้

 

2. I will get there, _______________________________________ if I have to walk all the way.

(ผมจะไปให้ถึงที่นั่น __________________________________ ผมต้องเดินไปตลอดทั้งทาง)

(a) as    (“As if  =  As though  =  ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(b) even    (“Even if  =  Even though  =  ถึงแม้ว่า,  แม้ว่า)

(c) or

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

 

3. This house needs ________________________________________________________.

(บ้านหลังนี้จำเป็นต้อง __________________________________________________)

(a) being repaired

(b) repairing    (ซ่อมแซม)

(c) repaired

(d) to repair

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Need”   เมื่อหมายถึง  “จำเป็นต้อง”  มีโครงสร้าง  ๒  แบบ  คือ   “Need + Verb + ing”  หรือ  “Need + to + be + Verb 3”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบอีกแบบว่า  “…….........…. needs to be repaired”  ก็ได้ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ ๑

  • That little child will need ________________________________________________.

(เด็กเล็กๆ คนนั้นจำเป็นต้อง (มี)_____________________________________________)

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Need” (จำเป็นต้อง)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง ๒ แบบ   โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing” (Need + Looking after)  และ “Need + To + Be + Verb 3”  (Need + To + Be + Looked after)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Need”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Many of these costumes for the play are torn ________________________________.

(เครื่องแต่งกายสำหรับ (การแสดง) ละครเหล่านี้จำนวนมากขาดวิ่น _____________________)

(a) and mending is required of them

(b) but need mending

(c) and need to be mended    (และจำเป็นต้องได้รับการปะชุน)

(d) but require to be mended

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “And need mending”  ก็ได้                            

                                         ตัวอย่างที่ 

  • This machine is very dirty.  It needs ________________________________________.

(เครื่องจักรนี้สกปรกมาก  มันจำเป็นต้อง _______________________________________)

(a) to clean it

(b) to clean

(c) to be cleaned    (ถูกซ่อม)  

(d) clean

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Cleaning”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Need + To be + Verb 3”   หรือ  “Need + Verb + ing  

                                        ตัวอย่างที่ 

  • This house looks very shabby; it needs ____________________________________.

(บ้านหลังนี้มีลักษณะโกโรโกโสมาก  มันจำเป็นต้อง ______________________________)

(a) to repaint

(b) repainted

(c) to be repainting

(d) to be repainted    (ถูกทาสีใหม่, ได้รับการทาสีใหม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Need”  (จำเป็นต้อง) + To + Be + Verb 3  หรือ   “Need + Verb + ing”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ   “Repainting”  ก็ได้

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Cars in smaller models need ______________ in greater numbers for today’s customers.

(รถยนต์ในรูปแบบที่เล็กลงจำเป็นต้อง ____________ ในปริมาณที่มากขึ้น  สำหรับลูกค้าในปัจจุบัน)

(a) produce

(b) produced

(c) to be produced     (ได้รับการผลิต, ถูกผลิต)

(d) to be producing

ตอบ    –    ข้อ  (c)   เนื่องจาก   “Need”  สามารถตามด้วย  ๒  รูปแบบ   คือ “Need to be produced”  หรือ  “Need producing”  ซึ่งหมายถึง  “จำเป็นต้องได้รับการผลิต”  ทั้ง  ๒  ข้อความ  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The room needs to be cleaned.

(= The room needs cleaning.)

(ห้องจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาด)

  • Those children need to be taken care of.

(= Those children need taking care of.)

(เด็กๆ เหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแล)

 

4. His wages as a truck-driver were considerably higher ___________________ a ditch-digger.

(ค่าจ้างของเขาในฐานะคนขับรถบรรทุก  สูงกว่า _________________ คนขุดคูน้ำอย่างมากมาย)

(a) than

(b) in comparison to the wages of

(c) than those of    (ค่าจ้างของ)

(d) if not higher than, better than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Those”  แทน  “Wages”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like ____________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ __________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so _______________ should have _______________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น _______________ ควรมี _______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )   และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์

                                         ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ________________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า _______________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The furniture __________ is manufactured here is as good as __________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ __________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ __________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  ดูคำอธิบายการใช้คำแทนนามนับได้  และนับไม่ได้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got ________________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี _____________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave __________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม _________ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้  เอกพจน์  (Press conference)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than ________________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า __________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                         ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make ______________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ __________________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than __________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”   เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That”  และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน,  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้  “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”  แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก  จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง  “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”  มิใช่   “อากาศของเนินเขา”  และ  “อากาศของที่ราบ”  ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้  those  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้องเรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge  เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้  that แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

5. Mrs. Andrews is a ___________________________________________________ woman.

(มิสซิสแอนดรูว์เป็นผู้หญิง ________________________________________________)

(a) kind-heart

(b) kind heart

(c) kind-hearted    (ใจดี, ใจบุญ, ใจกรุณา)

(d) kind hearted

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  ๑

  • He is a ____________________________________________________________.

(เขาเป็น ___________________________________________________________)

(a) man with round face

(b) man whose face round

(c) round-face man

(d) round-faced man    (ชายใบหน้ากลม)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ  “Man with a round face”  หรือ  “Man whose face is round”  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมการใช้รูป  A round-faced man”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  ๒

  • A dog is a _____________________________________________________ animal.

(สุนัขเป็นสัตว์ _______________________________________________________)

(a) four-legs

(b) four-leg

(c) four-legged    (๔  เท้า)

(d) four-legging    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)

                                         ตัวอย่างที่  ๓

  • Guava fruit is round or ________________________ and about the size of a hen’s egg.

(ผลฝรั่งมีลักษณะกลม  หรือ ___________________________ และมีขนาดประมาณไข่ไก่)

(a) shape of a pear

(b) pear in shape

(c) shaped pear

(d) pear-shaped    (มีรูปร่างเหมือนลูกแพร์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่   ๔

  • They are _______________________________________________________ people.

(พวกเขาเป็นคน ______________________________________________________)

(a) skin-dark

(b) dark-skin

(c) skinned-dark

(d) dark-skinned    (ผิวดำคล้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่ ๕

  • A woman with white hair is a ______________________________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง _____________________________________________)

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์เลือดอุ่น)

                                        ประโยคข้างบนต้องใช้  “Warm-blooded”  เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น  (Compound adjective)  คือ  คำ ๒ คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว  จะต้องมีขีด ( - ) คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed”   หลังคำนามได้    ตัวอย่าง   เช่น

  • a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย
  • an absent-minded man –  คนใจลอย
  • service-minded people – คนจิตอาสา
  • a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์
  • a black-haired boy – เด็กชายผมดำ
  • a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต
  • red-faced people – คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)
  • a baby-faced man – คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)
  • a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)
  • a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา
  • a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย
  • a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)
  • a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น
  • a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์
  • a long-legged man – ผู้ชายขายาว
  • a big-headed boy – เด็กหัวโต
  • a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

 

6. Then __________________________________________________________ happened.

(ต่อจากนั้น ____________________________________________________ เกิดขึ้น)

(a) terrible thing    (สิ่งที่น่ากลัว)

(b) something terrible    (บางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว-สยองขวัญ)

(c) terrible something

(d) a terrible something

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Something which was terrible”  สำหรับ  “Something”  เป็นคำสรรพนาม  จึงมิสามารถใช้คำคุณศัพท์  (Terrible) ขยายข้างหน้าได้   ต้องใช้ขยายข้างหลังมันเท่านั้น  เช่น  “Something good (bad), Something important, Something interesting (exciting), etc.”  สำหรับ  ข้อ  (a)  ก็สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  "A terrible thing"  หรือ  "Terrible things"

 

7. She had three sons, all ________________________________________ became doctors.

(เธอมีลูกชาย  ๓  คน __________________________________ ทั้งหมด (ทุกคน) เป็นหมอ)

(a) which

(b) of which

(c) of whom    (ผู้ซึ่ง)

(d) who

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจาก  “All of who (them)” (พวกเขาทุกคน)  แต่เนื่องจากอยู่หลัง  “Of”  จึงต้องเปลี่ยนเป็น  “All of whom

 

8. Does everyone ____________________________________________ the correct answer?

(ทุกคน ___________________________________________ คำตอบที่ถูกต้องใช่หรือไม่)

(a) has

(b) have    (มี)

(c) had

(d) have had

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เมื่อใช้   “Verb to do”  (Does)  ช่วยสร้างประโยคคำถามแล้ว  กริยาแท้ของประโยคต้องกลับไปเป็นช่องที่    (Have)  และในกรณี  “Have”  หมายถึง   “มี”  สามารถสร้างคำถาม  โดยไม่ต้องใช้   “Verb to do”  ช่วย  คือ  “Has everyone the correct answer?”  ก็ได้

 

9. This book is ___________________________________ the oil industry in the Middle East.

(หนังสือเล่มนี้ ________________________________ อุตสาหกรรมน้ำมันในตะวันออกกลาง)

(a) of

(b) on

(c) after

(d) about    (เกี่ยวกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                 สำหรับวลีที่ใช้กับ   “About”  ได้แก่  “There were about 100 people at the wedding.  (มีคนประมาณ  ๑๐๐  คนที่งานแต่งงาน),  “He will arrive about 6 o’clock.”  (เขาจะมาถึงประมาณ  ๖  โมง),  “This book is about life on Mars.  (หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตบนดาวอังคาร),  “They never think about their future.”  (พวกเขาไม่เคยคิดถึงอนาคตเลย),  She always boasts about (of) her richness.” (เธอคุยโม้เกี่ยวกับความร่ำรวย เสมอ),  We are excited about the news.”  (เราตื่นเต้นกับข่าวนั้น),  anxious  (วิตกกังวล)  -  “Her parents were anxious about her illness.”  (พ่อแม่วิตกกับความเจ็บไข้ของเธอ),  dubious  (สงสัย, แคลงใจ, ไม่แน่ใจ)  -  “We are dubious about the company’s choice of new manager.”  (เราคลางแคลงใจเกี่ยวกับการเลือกผู้จัดการคนใหม่ของบริษัท),  enthusiastic  (กระตือรือร้น)  -  “Sarah is very enthusiastic about learning to read.”  (ซาราห์กระตือรือร้นมากเกี่ยวกับการเรียนการอ่าน),  doubtful  (สงสัย-กังขา, ไม่แน่ใจ, ไม่แน่นอน)  -  “I was a little doubtful about accepting his proposal.”  (ผมมข้อสงสัย-กังขานิดหน่อยเกี่ยวกับการ รับข้อเสนอของเขา)  (ไม่แน่ใจว่าจะรับหรือไม่รับดี),  reluctant  (ไม่เต็มใจ)  -  “The company was reluctant about increasing wage.”  (บริษัทไม่เต็มใจเกี่ยวกับการขึ้นค่าจ้าง),  เป็นต้น   

 

10. It is only __________________ faceted that its brilliance and beauty are revealed to the eye.

(มันเป็นเฉพาะ __________ เจียระไนเท่านั้น ที่ความแวววาวและ ความสวยงามของมันได้รับการเปิดเผยต่อสายตา)

(a) a rough diamond is

(b) that a rough diamond is

(c) when a rough diamond is    (เมื่อเพชรที่ยังมิได้เจียระไนได้รับการ)

(d) a rough diamond    (เพชรที่ยังมิได้เจียระไน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {It + Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน.............”},  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),   “It was in 1919 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๙  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________ in May that the rainy season begins in Thailand.

(_______________________________ ในเดือนพฤษภาคม  ที่ฤดูฝนเริ่มต้นในประเทศไทย)

(a) There is

(b) It is    (มันเป็น)

(c) He said

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  {It Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb}  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • It is because he is very rich __________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก ______________________________________ เธอรักเขา)

(a) so     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that     (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี {มักนำหน้าด้วย  “Preposition” (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb

                                        ตัวอย่างที่  

  • ________________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(_______________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

11. Tell the servant ________________________________ to disturb the papers on my desk. 

(บอกคนรับใช้ ________________________ มายุ่งเกี่ยว (ทำให้ยุ่ง) กับเอกสารบนโต๊ะของผม)

(a) how

(b) what

(c) not    (มิให้, ไม่ให้)

(d) when

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Tell + Someone + (Not) + To + Do + Something

 

12. Frequently, ___________________________ prowl at night and sleep during the daytime.

(บ่อยครั้ง _____________ เที่ยวออกหากินในเวลากลางคืน  และนอนหลับในระหว่างเวลากลางวัน)

(a) animals are meat-eating

(b) meat-eating animals    (สัตว์กินเนื้อ)

(c) the meat-eating animals that

(d) of the animals are meat-eating

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นวลีที่แปลงมาจากข้อความ  “Animals which eat meat

 

13. You ________________________________________________ go now.  It is getting late.

(คุณ ____________________________________________ ไป (ดีกว่า) ในตอนนี้  มันสายแล้ว)

(a) had rather    (อยากจะ......................มากกว่า)

(b) would rather    (อยากจะ......................มากกว่า)

(c) would better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) had better    (ควรจะ.....................ดีกว่า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการแนะนำให้ทำ  (ควรไปเสียตอนนี้เพราะสายแล้ว)

 

14. She kept ________________________________ everybody how much she hated her job.

(เธอคอย ________________________ ทุกคนอยู่เรื่อยๆ ว่าเธอเกลียดงานของเธอมากเพียงใด)

(a) tell

(b) to tell

(c) telling    (บอก)

(d) told

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ตามโครงสร้าง  “Keep + Verb + ing”  หรือ  “Keep + กรรม + Verb + ing”  เช่น

  • She kept reading in the library all day long.

(เธออ่านหนังสือในห้องสมุดไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน)

  • He kept me waiting for him at the airport for 3 hours.

(เขาทำให้ผมรอคอยเขาอยู่ที่สนามบินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมง)

 

15. By the time ________ over next April, I will have saved up enough money to buy a computer.

(เมื่อ ______________ ปิดเทอมในเดือนเมษายนปีหน้า  ผมจะได้เก็บเงินมากเพียงพอแล้วที่จะซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่)

(a) school it is

(b) when school is

(c) school is    (เมื่อ)

(d) of school is

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (School) และกริยา  (Is)  ของประโยคย่อย  และเมื่อใช้  “By the time”  แล้ว  ไม่ต้องใช้  “When”  ซ้ำอีก

 

16. Our conversation class teacher encouraged us ___________ about making grammatical mistakes during the discussion.

(ครูในชั้นเรียนสนทนา (ภาษา) ของเรากระตุ้นพวกเรา ______________ เกี่ยวกับ (การพูด) ผิดหลักไวยากรณ์  ในระหว่างการประชุมปรึกษาหารือ)  (ในหัวข้อที่กำหนดขึ้นมาเพื่อฝึกการสนทนา)

(a) to not worry

(b) to worry not

(c) not to worry    (มิให้วิตกกังวล)

(d) not worry 

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง  “Subject + Encourage + Someone + (Not) + To + Do + Something”  ดังประโยคข้างล่าง

  • The parents encouraged their son to study more.

(พ่อแม่กระตุ้นให้ลูกชายของตนเรียนให้หนักยิ่งขึ้น)

  • The teacher encourages his students to apply for a scholarship.

(ครูกระตุ้นให้นักเรียนของตนสมัครรับทุนการศึกษา)

  • I encouraged her not to be late for her class.

(ผมกระตุ้นเธอมิให้เข้าเรียนสาย)

  • She encouraged him not to smoke when he was ill.

(เธอกระตุ้นเขามิให้สูบบุหรี่เมื่อเขาป่วย)

                                              ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Encourage”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Last night, in a radio address, the President urged us ____________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา  ในคำกล่าวทางวิทยุ  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา ______ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Urge + กรรม + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter ____________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) _____________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Subject + Tell + กรรม + To + Verb 1”  (I told my daughter to take……………)  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Tell”   ในประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him ______________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา ___________________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them _______ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา _______ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง   “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I want you ___________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ _____________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ

                                         ตัวอย่างที่ 

  • We don’t allow anyone _________________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ________________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men __________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ __________________________โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ดังตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                                        ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

 

17. We all realize __________________________________________________________.

(เราทุกคนตระหนัก (ว่า) _________________________________________________)

(a) how difficult is the university entrance examination

(b) how the university entrance examination is difficult

(c) how difficult the university entrance examination is    (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากเย็นเพียงไร)

(d) how is the university entrance examination difficult

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Realize”  จึงต้องเรียงโครงสร้างแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “How + Adjective + Subject + Verb”  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • I can see how happy she is.

(ผมสามารถเห็นได้ว่าเธอมีความสุขเพียงไร)

  • We could feel how hot the room was.

(เราสามารถรู้สึกได้ว่าห้องร้อนเพียงไร)

  • They understand how expensive the new car is.

(พวกเขาเข้าใจว่ารถคันใหม่แพงเพียงไร)

 

18. Our cat grew up to be larger than _________________________________________ cats.

(แมวของเราเติบโตขึ้นจนตัวใหญ่กว่าแมว ______________________________________)

(a) most    (ส่วนใหญ่)

(b) mostly

(c) the most

(d) most of

ตอบ   -   ข้อ   (a)   หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Most, The most, Almost, Mostly”  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ___________________ social nesting birds that build their nests in trees and on cliffs.

(_________________ นกสร้างรังที่อยู่รวมกันเป็นฝูง  ซึ่งสร้างรังของตนบนต้นไม้และหน้าผาสูง)

(a) The most storks

(b) Most are storks

(c) Most storks are    (นกกระสาส่วนใหญ่เป็น)

(d) Storks most

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Most of the storks are”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Most, Almost”  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________ people are not interested in classical music.

(ผู้คน ____________________________________________ ไม่สนใจในดนตรีคลาสสิค)

(a) Almost    (เกือบจะ)

(b) Most of

(c) The most of

(d) Most    (ส่วนมาก, ส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “Most of the”  ก็ได้

                                        ตัวอย่างที่  

  • ________________________________________ my students went to see that film.

(นักเรียนของผม __________________________________________ ไปดูหนังเรื่องนั้น)

(a) Most of the

(b) The most of

(c) Almost   (เกือบจะ)

(d) Most of   (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก)

ตอบ  -  ข้อ  (d)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________________ would like to live peacefully.

(_____________________________________________ อยากจะดำรงชีวิตอย่างสันติ)

(a) Most of people

(b) The most of people

(c) Almost people

(d) Most people    (ผู้คนส่วนมาก  หรือ ส่วนใหญ่)

(e) Almost of people

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรือใช้   “Most of the people”  ก็ได้

                                          ตัวอย่างที่  

  • ______________________________________ outside of the cities is used for farming.

(__________________________ นอกเมือง  ถูกใช้สำหรับทำฟาร์ม – คือ เพาะปลูก-เลี้ยงสัตว์)

(a) Most areas    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(b) Most of the area    (พื้นที่ส่วนใหญ่)

(c) Almost all areas    (เกือบจะพื้นที่ทั้งหมด)

(d) The most of the area

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรือ  “Most area”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Area”  เป็นทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้  หมายถึง  “พื้นที่ของเมือง, ประเทศ หรืออื่นๆ, พื้นที่ในห้องหรือตัวอา คาร, สาขาของวิชาความรู้”  สำหรับประโยคข้างบน  กริยา คือ  “is used”  จึงต้องใช้ “Area” แบบนามนับไม่ได้ คือ  เอกพจน์   ดังนั้น  ข้อ (a) และ (c)  จึงผิด  สำหรับความแตกต่างระหว่าง  “Most of the”  และ  “The most”  ดูจากตัวอย่างในประโยคข้างล่าง

                        ตัวอย่างที่           (จงหาที่ผิดไวยากรณ์ จากข้อ ๑ ถึง ๔)

  • (1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4) from green to black.

(ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น  ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆ  จากสีเขียวเป็น สีดำ)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น   “most olives”  หรือ  “most of the olives” เนื่อง จากหมายถึง  “ผลมะกอกส่วนใหญ่”  สำหรับ  “The most”  ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ  “ขั้นสูงสุด”  (Superlative degree)  เช่น

  • The most important thing  (สิ่งสำคัญที่สุด)
  • The most expensive car  (รถยนต์ที่แพงที่สุด)
  • The most diligent student  (นักเรียนที่ขยันที่สุด)
  • The most difficult question (คำถามที่ยากที่สุด)
  • The most complicated problem(ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

                       ตัวอย่างที่  ๗     (จงหาที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ  ๑ – ๔)

  • (1) Almost visitors in New York City (2) spend their time (3) attending Broadway plays, visiting some of the museums, and (4) going shopping.

(ผู้ไปเยือน – นักท่องเที่ยว – กรุงนิวยอร์กส่วนใหญ่  ใช้เวลาของตนเข้าชมละครบรอดเวย์  ไปเยือนอนุสาวรีย์บางแห่ง  และไปชอปปิ้ง)

ตอบ   –   ข้อ  (1)  แก้เป็น “Most”  หรือ  “Most of the”  เนื่องจากหมายถึง “นักท่องเที่ยวส่วนมาก-ส่วนใหญ่”  ส่วน “Almost”  หมายถึง “เกือบจะ”  ซึ่งใช้ดังนี้  คือ

  • He spent almost a month in China.

(เขาใช้เวลาเกือบ ๑ เดือนในจีน)

  • In Oxford Street, you can buy almost anything.

(บนถนนอ๊อกฟอร์ด  คุณสามารถซื้อเกือบทุกอย่าง)

  • I had almost forgotten about the trip.

(ผมเกือบลืมเกี่ยวกับการเดินทาง)

  • Cats are in fact almost color blind.

(แมว  ที่จริงแล้วเกือบจะตาบอดสี)

  • The door opened almost before Peter had finished knocking.

(ประตูเปิดออก  เกือบจะก่อนที่ปีเตอร์เคาะประตูเสร็จ)

  • He has almost certainly been murdered.

(เขาเกือบจะถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอน – แต่ไม่ได้ถูกฆ่า)

  • He was almost killed in an accident.

(เขาเกือบตายในอุบัติเหตุ)

                                          สำหรับ   “Mostly”  เป็นกริยาวิเศษณ์  หมายถึง  “ส่วนมาก, ส่วนใหญ่, โดยทั่วไป, โดยธรรมดาแล้ว”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • The men at the party were mostly young.

(ผู้ชายที่งานเลี้ยงเป็นคนหนุ่มเสียส่วนใหญ่)

  • She has had a very exciting career, mostly in Birmingham.

(เธอมีอาชีพที่น่าตื่นเต้นมาก  ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองเบอร์มิงแฮม)

  • She was busy writing, poetry mostly.

(เธอยุ่งอยู่กับการเขียน  -  บทกวีเสียเป็นส่วนใหญ่)

  • Some snakes hunt mostly at night.

(งูบางชนิดออกล่าส่วนใหญ่เวลากลางคืน)

 

19. You can learn _____________________________________ the word from the dictionary.

(คุณสามารถเรียนรู้ ________________________________________ คำจากพจนานุกรม)

(a) pronunciation    (การออกเสียง, วิธีการออกเสียง)

(b) pronouncing

(c) to pronounce    (ที่จะออกเสียง)

(d) pronounce

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Learn + to + Verb 1”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่

  • I’ll try ________________________________________________________ my best.

(ผมจะพยายาม __________________________________________________ ดีที่สุด)

(a) to make

(b) to work

(c) to show

(d) to do   (ทำ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)  “Do one’s best” = “ทำดีที่สุด” และหลังกริยา “Try” ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  สำหรับกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ได้แก่   “promise (สัญญา),  offer (เสนอ),   want (ต้องการ),   hope (หวัง),   plan (วางแผน),   hesitate (รีรอ, ลังเลใจ),   fail  (ล้มเหลว),   learn  (เรียนรู้),   expect  (คาดหวัง),   refuse (ปฏิเสธ), need  (ต้องการ),  dare  (กล้า),  claim  (อ้าง),   agree  (ตกลง),  demand  (เรียกร้อง),   wish  (ปรารถนา),   intend  (ตั้งใจ),  seem (ดูเหมือนว่า),  resolve  (ตกลงใจ),  determine  (ตัดสินใจ),  decide  (ตัดสินใจ),   pretend (แสร้งทำ),  afford  (มีฐานะพอ, สามารถหามาได้),  happen  (บังเอิญ),  appear (ดูเหมือนว่า),  prove  (พิสูจน์ว่า),   ask  (ขอร้อง),  beg  (ขอร้อง),   choose (เลือก),  manage  (ประสบความสำเร็จ),   hurry  (เร่งรีบ),   tend  (มักจะชอบ),   arrange  (จัดแจง, เตรียมการ),   care  (สนใจ),  come  (มา)   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • They want to take a rest.

(พวกเขาต้องการพักผ่อน)

  • She expects to arrive there in time.

(เธอคาดหวังว่าจะไปถึงที่นั่นทันเวลา)

  • He pretended not to see me.

(เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นผม)

  • We decided to buy a new home.

(เราตัดสินใจซื้อบ้านใหม่)

  • He came to see me late at night.

(เขามาพบผมเวลากลางคืนตอนดึก)

  • We must learn to work hard and to save money.

(เราจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานหนักและออมเงิน)

  • She refused to go out with him.

(เธอปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกกับเขา

  • She affords to buy an expensive car.

(เธอมีฐานะพอที่จะซื้อรถยนต์ราคาแพง)

  • They agreed to take a vacation this summer.

(พวกเขาตกลงที่จะเดินทางวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อนนี้)

  • We wish to graduate in a few months and to get a job.

(เราปรารถนาที่จะเรียนจบในอีก ๒ – ๓ เดือนข้างหน้าและได้งานทำ)

  • He asked to play a role in the school play.

(เขาขอร้องที่จะแสดงในบทในละครของโรงเรียน)

  • They promised to come and they did come.

(พวกเขาสัญญาว่าจะมา และก็มาจริงๆ)

  • The team failed to win a place in the finals.

(ทีมนั้นไม่สามารถที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย)

  • They hoped to meet their parents after separating with them for years.

(พวกเขาหวังจะได้พบกับพ่อแม่หลังจากแยกกับพ่อแม่เป็นเวลาหลายปี)

  • Did you manage to get anything to eat before you came?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) หาอะไรกินก่อนมาที่นี่หรือเปล่า)

 

20. ________________________________________, thousands of students left the stadium.

(_____________________________________, นักเรียนหลายพันคนออกจากสนามกีฬา)

(a) Talk to their coach    (คุยกับผู้ฝึกสอน)

(b) Greeting the players    (ทักทายผู้เล่น)

(c) While watching the match    (ขณะกำลังดูการแข่งขัน)

(c) After the game    (หลังจากการแข่งขัน)

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  และถูกต้องตามหลักไวยากรณ์,  สำหรับ ข้อ  (b)  และ  (c)  ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ใจความไม่ดี (ไม่ถูกต้อง)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป