หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 97)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Geography’s Influence on People

 

          Geography often determines the character of peoples.  Coastal, plains, and mountain people all have different characteristics traceable to their environment.  One can better understand Paracelsus’ mystic thought and misty language if one remembers that his youth was spent amid the shivering pines and the fog shrouds of Switzerland, and one can better comprehend Avicenna’s mental jumps from objective science to sheer fantasy if one recalls the sharp changes from cold to hot in the desert where he lived.

          Having a wide vision of the world has given many a humanist – from Luis Vives to Henry Sigerist – the universality of his thought.  But when life denies a man who craves universality the opportunity to fulfill his craving “horizontally,” by traveling through space, he then seeks fulfillment “vertically,” withdrawing into his own spiritual self and drinking from his own inner fountain.

          All physicians should travel as much as possible, and always with curious, loving, wonder-filled eyes.  For to know the environment and geography of the world we live in is the best way not only to understand health and sickness in man but also to explore the mysterious geography of our own souls.

 

1. The author gives us the idea that coastal, plains, and mountain peoples are ________________.

(ผู้เขียนให้ความคิดกับเราว่า  ผู้คนของประเทศต่างๆ ตามแนวชายฝั่ง, ที่ราบ และภูเขา __________)

    (a) divided by their thoughts    (ถูกแบ่งโดยความคิดของพวกเขา)

    (b) differentiated by their languages    (ถูกทำให้แตกต่างกันโดยภาษาของพวกเขา)

    (c) determined by their characters    (ถูกกำหนดโดยอุปนิสัยของพวกเขา)

    (d) influenced by their surroundings    (ถูกมีอิทธิพลโดย (ได้รับอิทธิพลจาก) สภาพแวดล้อม

           ของตน)  (ดูคำตอบจาก ๒ ประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ภูมิศาสตร์บ่อยครั้ง

           กำหนดอุปนิสัยของผู้คนของประเทศต่างๆ  ทั้งนี้  ผู้คนที่อยู่ตามแนวชายฝั่ง, ที่ราบ, และภูเขา 

           ล้วนแต่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป  ซึ่งสามารถสืบหาร่องรอยได้จากสภาพแวดล้อม

           ของพวกเขา)

2. “determines” in the first paragraph refers to _____________________________________.

(“กำหนด, ตัดสินใจ, ตกลงใจ, ตั้งใจ, ยุติ, ทำให้สิ้นสุด”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง ____________)

    (a) approves    (เห็นชอบ, เห็นด้วย, อนุมัติ)

    (b) promises    (สัญญา)

    (c) pinpoints    (หาตำแหน่งแน่นอน, หาตำแหน่งอย่างแม่นยำ, เจาะจง, ทำให้แน่ชัด, เน้น)

    (d) defies     (ท้า, ท้าทาย, เป็นปฏิปักษ์, ต่อต้าน, ขัดขวาง) 

    (e) halts     (หยุด, ชะงัก, ทำให้หยุด) 

    (f) prohibits    (โพร-ฮิ-บิท)  (ห้าม, ไม่อนุญาต, ขัดขวาง, ยับยั้ง)

    (g) affects    (มีผลต่อ, ส่งผลต่อ, กระทบกระเทือน, ทำให้เสียใจ, ทำให้สงสาร, ชอบ,

           โน้มเอียงไปทาง)

    (h) emerges   (โผล่ออกมา, ปรากฏออกมา)

3. “traceable” in paragraph 1 means ___________________________________________.

(“สามารถสืบหาร่องรอยได้”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _____________________________)

    (a) tentative     (เท้น-ทะ-ทิฟว)  (๑. ยังไม่แน่นอน, ลองดูไปก่อน, เป็นแค่การทดลอง ยังไม่ใช้จริง, ชั่วคราว, 

           ๒. ลังเล, ไม่แน่ใจ, สงสัย, วิตก, เหนียมอาย, ขวยเขิน, ไม่มั่นคง)  

    (b) potable    (ซึ่งสามารถดื่มได้)  (เพราะสะอาดพอ)

    (c) edible    (ซึ่งสามารถกินได้)

    (d) audible    (พอได้ยิน, ฟังได้ยิน, ดังพอที่จะได้ยิน, สามารถได้ยิน)

    (e) profitable     (ที่มีกำไร) 

    (f) utilizable    (ซึ่งสามารถใช้การได้, ใช้การได้)

    (g) measurable    (วัดได้, ประมาณได้, กะได้)   

    (h) that can be tracked    (ซึ่งสามารถตามรอยได้)

4. The word “mystic” in paragraph 1 could best be replaced by ________________________.

(คำว่า  ลึกลับ, เกี่ยวกับอาคมขลัง, เป็นสัญลักษณ์แห่งผีสางเวทมนตร์, เกี่ยวกับผู้เข้าฌานหรือผู้วิเศษ”  ในพารากราฟ ๑  สามารถแทนดีที่สุดโดย ___________)

    (a) subversive    (ซับ-เว้อร์-ซิฟว)   (เป็นการโค่นล้มหรือล้มล้าง, ซึ่งบ่อนทำลาย, มีแนวโน้มที่จะโค่นล้ม

           หรือบ่อนทำลาย)  

    (b) incalculable    (ไม่สามารถคำนวณได้, ที่นับไม่ไหว, ที่มากมายมหาศาล)

    (c) loquacious    (โล-เคว้-เชิส)  (พูดมาก, โว, ช่างพูด)

    (d) inevitable    (ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้)

    (e) succinct    (ซัค-ซิ้งคท)  (สั้น, รวบรัด, กะทัดรัด, สรุป, ย่อ, ไม่เยิ่นเย้อ, รัดรูป)  

    (f) occult    (อะ-คั้ลท)  (ลึกลับ, ลี้ลับ, เข้าใจยาก, ไม่เปิดเผย, ซ่อนเร้น, แอบแฝง, เกี่ยวกับ

           เวทมนตร์คาถา)

    (g) invincible     (ที่ไม่สามารถเอาชนะได้, ที่ทำลายไม่ได้) 

    (h) eminent    (เอ๊ม-มิ-เนิ่นท)  (เด่น, มีชื่อเสียง, สูงส่ง, สูง, เป็นปุ่มยื่นออกมา)

    (i) unwholesome    (อัน-โฮ้ล-เซิ่ม)  (เป็นอันตรายต่อกายหรือใจ, มีสุขภาพไม่ดี, เสื่อมเสียศีลธรรม)

    (j) irreparable    (ที่ไม่อาจซ่อมแซมหรือเยียวยาได้, ที่แก้ไขไม่ได้, ที่ทำให้ดีขึ้นไม่ได้) 

5. The phrase amid the shivering pines in paragraph 1 is used in this passage to describe an influence on ____________.

(วลี  “ท่ามกลางต้นสนที่ปลิวสะบัด”  ในพารากราฟ ๑  ถูกใช้ในเนื้อเรื่องนี้เพื่อพรรณนาอิทธิพลที่มีต่อ ___________)

    (a) Paracelsus’ mystic thought    (ความคิดที่ลึกลับ – เข้าใจยาก – ของพาราเซลซัส)  (ดูคำตอบ

           จากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “บุคคล (คนเรา) จะสามารถเข้าใจความคิดที่

           ลึกลับ  และภาษาซึ่งคลุมเครือของพาราเซลซัสได้ดียิ่งขึ้น  ถ้าคนคนนั้นจำได้ว่าวัยหนุ่มของเขา

           (พาราเซลซัส) ถูกใช้ไปท่ามกลางต้นสนที่ปลิวสะบัด (หมายถึง  มีลมแรงจัด)  และการปกคลุม

           ของหมอกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (หมายถึง  อยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ) ................”)

    (b) Paracelsus’ early life    (ชีวิตช่วงต้นๆ ของพาราเซลซัส)

    (c) Avicenna’s sheer fantasy    (ความคิดเพ้อฝันล้วนๆ ของอวิเซนนา)

    (d) Avicenna’s strong character    (อุปนิสัยที่เข้มแข็งของอวิเซนนา)

6. An expression that shows clear contrast is _______________________________________.

(ข้อความซึ่งแสดงความแตกต่าง (ความตรงกันข้าม) อย่างชัดเจน  คือ ____________________)

    (a) Paracelsus’ mystic thought and misty language    (ความคิดที่ลึกลับ – เข้าใจยาก – และภาษาที่

            คลุมเครื่อของพาราเซลซัส)

    (b) Avicenna’s mental jumps from objective science to sheer fantasy    (การก้าวกระโดด

           ทางปัญญาของอวิเซนนา  จากวิทยาศาสตร์ที่ใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก  ไปสู่ความคิดเพ้อฝัน (จิน

           ตนาการ) เต็มที่ (ล้วนๆ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (c) the writer’s examples from Luis Vives to Henry Sigerist    (ตัวอย่างของผู้เขียน  จากลูอิส วิเวส

           ไปจนถึงเฮนรี ซิเจอริสท์)

    (d) a man’s spiritual self and his own feeling    (ตัวตนทางจิตวิญญาณของมนุษย์  และความรู้สึก

           ของเขาเอง)

7. “comprehend” in paragraph 1 is closest in meaning to ____________________________.

(“เข้าใจ, หยั่งรู้, รวมทั้ง, กินความกว้าง, ครอบคลุม”  ในพารากราฟ ๑  มีความหมายใกล้ เคียงที่สุดกับ ___________)

    (a) devastate    (ทำลาย, ล้างผลาญ)

    (b) reject    (ปฏิเสธ)

    (c) shift    (เปลี่ยนแปลง)

    (d) exasperate    (ทำให้โกรธเคืองมาก, เพิ่มความรุนแรง)

    (e) understand    (เข้าใจ, รู้, รู้จัก, เข้าใจความหมาย, เรียนรู้, เชื่อ, รู้ใจ, เห็นอกเห็นใจ)

    (f) applaud    (อะ-พล้อด)  (ปรบมือแสดงความนิยมชมชอบ, แซ่ซ้องสรรเสริญ)

    (g) elude    (หลบหลีก, หลบหนี, หลีก, เลี่ยง) 

    (h) diminish    (ลดลง, ทำให้ลดลง)

8. If you are a humanist, you must have ___________________________________________.

(ถ้าคุณเป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์  คุณจะต้องมี _________________________________)

    (a) a good life and fine character    (ชีวิตที่ดีและอุปนิสัยละเอียดอ่อน-ดีเลิศ)

    (b) mystic thought and misty language    (ความคิดลึกลับ-เข้าใจยาก  และภาษาที่คลุมเครือ)

    (c) a broad understanding of the world    (ความเข้าใจอย่างกว้างขวางในเรื่องโลก)  (ดูคำตอบ

           จากประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในเรื่องโลก  ได้ให้

           การมีความรู้กว้างขวางในเรื่องความคิดอ่านของตนแก่ผู้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์จำนวนมาก – นับ

           จากลูอิส วิเวส  ไปจนถึงเฮนรี ซิเจอริสท์)

    (d) a good knowledge of human health    (ความรู้ดีในเรื่องสุขภาพมนุษย์)

9. “craves” in the second paragraph means _______________________________________.

(“ปรารถนา, ต้องการ, อยากได้มาก, กระหาย, อ้อนวอน”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ___________)

    (a) baffles    (ทำให้งงหรือสับสน)

    (b) embarrasses    (ทำให้กระดากอาย, ทำให้ขวยเขิน, ทำให้เสียหน้า)

    (c) resists    (ต้าน, ต่อต้าน, ต้านทาน, สกัดกั้น, ขัดขืน, ขัดขวาง, อดกลั้น, อดทน)

    (d) yearns for    (ปรารถนาอย่างแรงกล้า, ต้องการมาก, อยาก, คิดถึงอย่างรักใคร่, ใฝ่ฝัน)

    (e) deletes    (ลบ, ขีดฆ่า, ตัดออก)

    (f) reminds    (เตือนความจำ, เตือนให้ระลึกถึง, ทำให้จำได้)

    (g) summons    (เรียก, เรียกตัว, เรียกประชุม, ออกหมายเรียก, ปลุกเร้า, ปลุกให้ตื่น, กระตุ้น)

    (h) circulates    (เซ้อ-คิว-เลท)  (หมุนเวียน)

    (i) wrinkles    (ทำให้เป็นรอยย่น, ย่น, รอยย่น)

    (j) discolors    (ทำให้เปลี่ยนสี, ทำให้สีซีด-สีตก)

10. The word “fulfill” in paragraph 2 is similar in meaning to __________________________.

(คำว่า  ทำสำเร็จ, ทำให้บรรลุผล, ทำให้พอใจ, ทำให้สมบูรณ์  ในพารากราฟ   มีความหมายเหมือนกับ ___________)

      (a) roam    (โรม)  (ท่องเที่ยว, ท่องเที่ยวไปเรื่อย, เดินเตร่) 

      (b) desert    (ละทิ้ง, ทอดทิ้ง, ละทิ้งหน้าที่, หนีทัพ)

      (c) surpass    (เหนือกว่า, ดีกว่า, เลย, ล้ำ, เกิน, ข้าม)

      (d) discriminate    (แบ่งแยก, เลือกที่รักมักที่ชัง, เลือกปฏิบัติ)

      (e) aggregate    (แอ๊ก-กริ-เกท)  (รวมตัว, รวบรวม, สรุป, ไหลไปรวมกัน)

      (f) accomplish    (อะ-ค้อม-พลิช)  (ทำสำเร็จ, บรรลุผล)

      (g) abbreviate    (ย่อให้สั้น, ย่อความ)   

      (h) absorb    {ดูดซับ, ดูดซึม, รับเอา (ความคิด, วิธีคิด) มา}

      (i) disperse    (กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย, สลาย, ทำให้แพร่หลาย, หายไป, ทำให้หายไป, ไล่ไป)

       (j) resume    (ทำต่อไป, ดำเนินต่อไป)

11. What does “fountain” in paragraph 2 mean?

(“น้ำพุ, น้ำพุเทียม, น้ำพุที่ใช้ดื่ม, แหล่งกำเนิด, สายน้ำพุ, เครื่องปล่อยน้ำออกมาเป็นสาย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) fault    (ข้อบกพร่อง, ความผิดพลาด, ความคลาดเคลื่อน)

      (b) swamp    (บึง, หนอง)

      (c) dearth    (เดิร์ธ)  (ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, ความอดอยาก, ภาวะข้าวยากหมากแพง)

      (d) perjury    (การให้การเท็จ, การเบิกความเท็จ, การสาบานเท็จ)

      (e) spring    (น้ำพุ, ฤดูใบไม้ผลิ, การกระโดด, สปริง, ลวดสปริง, ลาน, ความยืดหยุ่น, แหล่งกำเนิด,

             บ่อเกิด, ระยะแรกเริ่ม, รุ่งอรุณ)

      (f) episode    {ตอน (หนึ่งของเรื่อง), ฉาก, บท, กรณี, คราว, ครั้ง}

      (g) distress    (ความเศร้าโศก, ความเสียใจ, ความทุกข์ยาก, ความลำบาก, ภัยพิบัติ, ความเคราะห์ร้าย)

      (h) custody    (การดูแล, การอารักขา, การปกครอง, การควบคุม, การคุมขัง, การเก็บรักษา)

      (i) chore    (ชอร์)  (งานเล็กๆน้อยๆ, งานบ้าน, งานประจำที่น่าเบื่อ เช่น งานทำความสะอาดบ้าน  งานใน

            ไร่นา)

      (j) avalanche    (แอฟ-วะ-ลานซ)  (ภาษาฝรั่งเศส)  (หิมะ  ดิน หรือหินถล่ม, สิ่งที่พังทลายลงมา)

12. The second paragraph suggests that _________________________________________.

(พารากราฟ ๒ เสนอแนะว่า ______________________________________________)

      (a) there are two different kinds of people    (มีคนที่แตกต่างกันอยู่ ๒ ประเภท)

      (b) there are two different ways to explore life    (มี ๒ วิธีการที่แตกต่างกันที่จะสำรวจชีวิต

             (วิธีแรกคือการเดินทางท่องเที่ยวไปในพื้นที่ต่างๆ ทางภูมิศาสตร์  ส่วนวิธีที่ ๒ คือการสำรวจ

             ภายในจิตวิญญาณของมนุษย์เอง  และหาความรู้จากที่นี่)

      (c) humanists have two different reasons to enjoy life    (ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์มีเหตุผลที่แตกต่าง

             กันอยู่ ๒ อย่างที่จะสนุกกับชีวิต)

      (d) humanists can do two different things at the same time    (ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์สามารถทำ

             ๒ สิ่งที่แตกต่างกันในเวลาเดียวกัน)

13. According to the passage, a man withdraws into his own spiritual self when he cannot ______

_______.

(ตามที่เนื้อเรื่องกล่าว, คนเราถดถอยเข้าสู่ตัวตนทางจิตวิญญาณของตนเอง  เมื่อเขาไม่สามารถ ____

_________)

      (a) think deeply about life    (คิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิต)

      (b) understand his own desires    (เข้าใจความปรารถนาของเขาเอง)

      (c) go wherever he wants to go    (ไปที่ใดก็ตามที่เขาต้องการจะไป)  (ดูคำตอบจากตอนท้ายๆ

             ของพารากราฟ ๒)

      (d) get along with his environment    (เข้ากันได้ดีกับสภาพแวดล้อมของเขา)

14. “physicians” in the third paragraph refers to ____________________________________.

(“แพทย์, หมอ, อายุรแพทย์, แพทย์อายุรเวช”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ___________________)

      (a) physicists    (นักฟิสิกส์)

      (b) activists    (นักกิจกรรม, นักเคลื่อนไหว)

      (c) composers    (นักแต่งเพลง)

      (d) orators    (นักพูด)

      (e) medical doctors    (แพทย์, หมอ)

      (f) aviators    (นักบิน)

      (g) astronauts    (แอส-โทร-นอท)  (นักบินอวกาศ)

      (h) sharpshooters    (นักแม่นปืน)

15. The word “curious” in paragraph 3 could best be replaced by _________________________.

(คำว่า  “อยากรู้อยากเห็น, หายาก, แปลก, ผิดธรรมดา, น่าสนใจ, ประณีต”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนดีที่สุดโดย _____________)

      (a) reckless    (ไม่รอบคอบ, สะเพร่า, ประมาทเลินเล่อ)

      (b) circumspect    (รอบคอบ, ระมัดระวัง)

      (c) prodigal    (พร้อด-ดิ-เกิ้ล)  (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, ไม่มีความเสียดาย, ใจป้ำ, สิ้นเปลืองยิ่ง) 

             (เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง  “คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย”) 

      (d) unsupervised    (ไม่ได้กำกับดูแล, ไม่ได้ควบคุม)

      (e) extraordinary    (พิเศษ, ผิดธรรมดา, วิสามัญ)

      (f) inquisitive    (อยากรู้อยากเห็น, ชอบสอบถาม, ชอบสอบสวน)

      (g) robust    (แข็งแกร่ง, แข็งแรง, เข้มแข็ง, มีกำลังมาก, กำยำ)

      (h) outspoken    (พูดโผงผาง, พูดจาขวานผ่าซาก, พูดตรงไปตรงมา, พูดจาเปิดเผย)

      (i) intricate     (สลับซับซ้อน, เข้าใจยาก, ยุ่งยาก)

      (j) malfunctioning    (ซึ่งทำงานผิดพลาด)     

16. The passage implies that geography can _______________________________________.

(เนื้อเรื่องบอกเป็นนัยว่า  ภูมิศาสตร์สามารถ _____________________________________)

      (a) fulfill humanists’ dreams    (ทำให้ความฝันของผู้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์บรรลุผล)

      (b) improve the character of people    (ทำให้อุปนิสัยของผู้คนดีขึ้น)

      (c) help us in the study of history    (ช่วยเหลือเราในการศึกษาประวัติศาสตร์)

      (d) help doctors in their careers    (ช่วยเหลือแพทย์ในอาชีพของพวกเขา)  (ดูคำตอบจาก

             พารากราฟสุดท้าย)

17. What does “mysterious” in the final paragraph mean?

(“ลึกลับ, ลี้ลับ, ไม่สามารถอธิบายได้, ลับๆ ล่อๆ, เป็นที่สงสัย”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) sturdy    (สเท้อ-ดิ)  (แข็งแรง, แข็งแกร่ง, มั่นคง, ทนทาน, เหนียว, ถาวร, หนักแน่น, กล้าหาญ,

             เด็ดเดี่ยว)

      (b) superficial    (ผิวเผิน, ตื้นๆ, ไม่ลึกซึ้ง, ใกล้ผิวหน้า)   

      (c) peculiar    (พิ-คิ้ว-เลีย)  (ประหลาด, แปลกพิกล, เป็นพิเศษ, ไม่เคยปรากฏมาก่อน) 

      (d) durable    (ทนทาน, ใช้ทน, ยั่งยืน)

      (e) fragrant    (มีกลิ่นหอม)

      (f) notable    (โน้  หรือ  น้อท-ทะ-เบิ้ล)   (น่าสังเกต, เด่น, สะดุดตา, มีชื่อเสียง, น่าจดจำ, มีความสามารถ)

      (g) arcane    (อ๊าร์-เคน)  (ลึกลับ, ลี้ลับ)

      (h) eminent    (เด่น, มีชื่อเสียง)

      (i) proficient    (เชี่ยวชาญ, ชำนิชำนาญ, คล่องแคล่ว)

      (j) temperamental    (เจ้าอารมณ์, อารมณ์แปรปรวน, อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย)

18. We can say that this passage is philosophical because it __________________________.

(เราสามารถพูดได้ว่า  เนื้อเรื่องนี้เกี่ยวกับปรัชญา  เพราะว่ามัน _______________________)

      (a) is based on the classification of facts    (มีพื้นฐานอยู่บนการจัดหมวดหมู่ของข้อเท็จจริง)

      (b) contains deep thoughts and fine descriptions    (มีความคิดต่างๆ ที่ลึกซึ้งและการพรรณนา

             อย่างละเอียด)

      (c) was written especially for students of science    (ถูกเขียนโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนสาย

             วิทยาศาสตร์)

      (d) is a broad study of fundamental beliefs    (เป็นการศึกษาอย่างกว้างๆ ในเรื่องความเชื่อ

             พื้นฐาน – หรือความเชื่อที่สำคัญ)  (ดูคำตอบจากในพารากราฟที่ ๑ และ ๒)

19. One “seeks fulfillment” (in the second paragraph) primarily in order to _______________.

(บุคคล  “แสวงหาความสำเร็จ”  (ในพารากราฟ ๒) โดยสำคัญ หรือส่วนใหญ่แล้วเพื่อที่จะ ________)

      (a) satisfy oneself    (ทำความพึงพอใจให้กับตนเอง)  (เนื่องจากไม่สามารถหาความรู้โดยการ

             เดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ได้  คนเราจึงสร้างความพึงพอใจให้ตนเอง  โดยการถดถอย

             เข้าสู่ตัวตนทางจิตวิญญาณของเขาเอง  และหาความสุขจากตรงนั้น  โดยการพยายามเข้า

             ใจความรู้สึกของตนเอง)

      (b) improve one’s character    (ปรับปรุงอุปนิสัยของตนเอง)

      (c) develop one’s ideas    (พัฒนาความคิดของตนเอง)

      (d) increase one’s knowledge    (เพิ่มความรู้ของตนเอง)

20. The phrase “To explore the mysterious geography of our own souls” (in the final paragraph) is ___________.

(วลี  “สำรวจภูมิศาสตร์ซึ่งลึกลับ (ไม่สามารถอธิบายได้) ของจิตวิญญาณของเราเอง”  (ในพารากราฟสุดท้าย) คือ ____________)

      (a) to try to understand our own feelings    (การพยายามที่จะเข้าใจความรู้สึกของเราเอง

             (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟสุดท้าย)

      (b) to travel around the mysterious world    (การเดินทางรอบโลกที่ลี้ลับ)

      (c) to stop thinking about ourselves    (การหยุดคิดเกี่ยวกับตัวเราเอง)

      (d) to solve a difficult problem in geography    (การแก้ปัญหาที่ยากในด้านภูมิศาสตร์)

 

(คำแปล)

อิทธิพลของภูมิศาสตร์ที่มีต่อผู้คน

 

            ภูมิศาสตร์ (Geography) บ่อยครั้งกำหนด (ตัดสินใจ, ตกลงใจ, ตั้งใจ, ยุติ, ทำให้สิ้นสุด) (determines) อุปนิสัย (ลักษณะ, ลักษณะพิเศษ, คุณสมบัติ, ตัวอักษร, อักขระ, หลักความประพฤติ, ตัวละครในเรื่อง, บทบาทในละครหรือภาพยนตร์, ชื่อเสียงที่ดี, เกียรติคุณ) (character) ของผู้คนของประ เทศต่างๆ (peoples)  ทั้งนี้  ผู้คน (คน, คนเรา, มนุษย์, ประชาชน, ประชากร, พสกนิกร, พลเมือง, ราษฎร, อาณาประชาราษฎร์, วงศ์ตระกูล, บุคคล) (people) ที่อยู่ตามแนวชายฝั่ง (coastal), ที่ราบ (plains), และภูเขา  ล้วนแต่มีลักษณะเฉพาะ (ลักษณะพิเศษเฉพาะ) (characteristics) ที่แตกต่างกันไป  ซึ่งสามารถสืบหาร่องรอยได้ (traceable) จากสภาพแวดล้อมของพวกเขา,  บุคคล (คนเรา) (One) จะสามารถเข้าใจความคิด (thought) ที่ลึกลับ (เกี่ยวกับอาคมขลัง, เป็นสัญลักษณ์แห่งผีสางเวทมนตร์, เกี่ยวกับผู้เข้าฌานหรือผู้วิเศษ) (mystic) และภาษาซึ่งคลุมเครือ (ไม่ชัด, พร่ามัว, มีหมอกคลุม) (misty) ของพาราเซลซัสได้ดียิ่งขึ้น  ถ้าคนคนนั้นจำได้ว่าวัยหนุ่ม (วัยสาว, ความเป็นหนุ่มเป็นสาว, ยุวชน, เด็กหนุ่มสาว, คนหนุ่มคนสาว, ระยะแรกเริ่ม) (youth) (ยูธ) ของเขา (พาราเซลซัส)  ถูกใช้ไปท่ามกลาง (amid) ต้นสน (pines) ที่ปลิวสะบัด (สั่นระริก, สั่น, ตัวสั่น) (shivering) (หมายถึง  มีลมแรงจัด) และการปกคลุม (สิ่งที่ใช้คลุม, สิ่งที่ใช้ห่อหุ้ม, ที่ครอบ, ฝาครอบ, ผ้าห่อศพ, ผ้าตราสัง, ปลอกสวม) (shrouds) (ชเราด) ของหมอก (fog) ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (หมายถึง  อยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ)  และคนเราก็จะสามารถเข้าใจ (หยั่งรู้, รวมทั้ง, กินความกว้าง, ครอบคลุม) (comprehend) ได้ดียิ่งขึ้นถึงการก้าวกระโดด (การกระโดด, การกระโดดร่ม, การเพิ่มพรวดอย่างกะทันหัน (เช่น ราคา), การเปลี่ยนอย่างกะทันหัน) (jumps) ทางปัญญา (เกี่ยวกับสมอง) (mental) ของอวิเซนนา  จากวิทยาศาสตร์ที่ใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก (objective science) ไปสู่ความคิดเพ้อฝัน (จินตนาการ, ความคิดฟุ้งซ่าน, เรื่องเพ้อฝัน, ผลิตผลของจินตนาการ) (fantasy) เต็มที่ (แท้ๆ, ล้วนๆ, ที่สุด, บางใส, ไม่ได้เจือปน, สูงชัน, ตรงดิ่ง) (sheer)  ถ้าคนคนนั้น (one) ระลึกถึง (รำลึกถึง, หวนคิดถึง, เรียกกลับ, นำกลับ, เพิกถอน, ยกเลิก, ฟื้นฟู) (recalls) การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง (sharp change)  จากความหนาวเย็น (cold) ไปสู่ความร้อน (hot) ในทะเลทรา(desert) ที่ซึ่งเขา (อวิเซนนา) อาศัยอยู่

            การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล (wide vision) ในเรื่องโลก  ได้ให้การมีความรู้กว้างขวาง (การมีความสนใจทั่วไป, ลักษณะแพร่หลาย, ลักษณะที่มีอยู่ทั่วไป, การใช้ได้ทั่วไป) (universality) ในเรื่องความคิดอ่านของตนแก่ผู้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ (ผู้มีใจเมตตากรุณามนุษย์, นักลัทธิมนุษยธรรม, ผู้ศึกษาอักษรศาสตร์ของกรีกและละติน) (humanist) จำนวนมาก – นับจากลูอิส วิเวส  ไปจนถึงเฮนรี ซิเจอริสท์,  แต่ว่าเมื่อชีวิตปฏิเสธ (denies) บุคคลผู้ซึ่งปรารถนา (ต้องการ, อยากได้มาก, กระหาย, อ้อนวอน) (craves) การมีความรู้กว้างขวาง (universality)  โดยมิให้โอกาส (แก่เขา) ที่จะทำให้ความปรารถ นาของเขาบรรลุผล (fulfill his craving)ในแนวราบ(horizontally)  โดยการเดินทางท่องเที่ยวผ่านไปตามพื้นที่ต่างๆ (traveling through space),  เขาก็จะแสวงหาความสำเร็จ (seeks fulfillment)ในแนวดิ่ง(vertically)  และถอนตัว (ถดถอย, ถอน, ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชักกลับ, เลิก, เลิกใช้) (withdrawing) เข้าสู่ตัวตนทางจิตวิญญาณของเขาเอง (his own spiritual self)  และดื่มจากน้ำพุข้างในตัวของเขาเอง (his own inner fountain)

            แพทย์ (หมอ) (physicians) ทุกคนควรเดินทางท่องเที่ยวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  และ (ควรเดินทางฯ) ด้วยดวงตาที่อยากรู้อยากเห็น (หายาก, แปลก, ผิดธรรมดา, น่าสนใจ, ประณีต) (curious)  มีความรัก (loving)  และเต็มไปด้วยความประหลาดใจ (wonder-filled) ตลอดเวลา,  เพราะว่า (For) การรู้จักสภาพแวดล้อมและภูมิศาสตร์ของโลกที่เราอาศัยอยู่  เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ไม่เพียงแต่จะเข้าใจสุขภาพและความเจ็บป่วยในมนุษย์ (man) เท่านั้น  แต่ยังจะสำรวจ (สำรวจตรวจค้น, วินิจฉัย, ตรวจ, ค้น) (explore) ภูมิศาสตร์ซึ่งลึกลับ (ลี้ลับ, ไม่สามารถอธิบายได้, ลับๆ ล่อๆ, เป็นที่สงสัย) (mysterious) ของจิตวิญญาณของเราเอง (our own souls) อีกด้วย

______________________________________________

****หมายเหตุพาราเซลซัส (ค.ศ. ๑๔๙๓ – ๑๕๔๑) เป็นทั้งแพทย์, นักเล่นแร่แปรธาตุ, นักเทววิทยา และนักปรัชญาชาวสวิส  เขาเป็นนักบุกเบิกในหลายๆ ด้านของ “การปฏิวัติทางการแพทย์” ในยุคเรเนซอง  โดยเขาเน้นย้ำคุณค่าของการสังเกตสิ่งต่างๆ ร่วมกับสติปัญญาที่ได้รับมา

****อวิเซนนา (ค.ศ. ๙๘๐ – ๑๐๓๗) เป็นนักคณิตศาสตร์ชาวเปอร์เซียน  เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นทั้งแพทย์, นักดาราศาสตร์, นักคิด และนักเขียนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของยุคทองของอิสลาม  และเป็นบิดาแห่งการแพทย์สมัยใหม่ยุคแรกๆ

****ลูอิส วิเวส (ค.ศ. ๑๔๙๓ – ๑๕๔๐) เป็นปัญญาชนชาวสเปนและเป็นผู้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ในยุคเรเนซอง  เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วทางภาคใต้ของเนเธอร์แลนด์  เขาได้รับยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งจิตวิทยาสมัยใหม่”

****เฮนรี ซิเจอริสท์ (ค.ศ. ๑๘๙๑ – ๑๙๕๗)  เป็นนักประวัติศาสตร์ด้านการแพทย์ชาวสวิส  เขาเป็นผู้สนับสนุนให้มีการประกันภัยสุขภาพภาคบังคับ 

****เนื้อเรื่องนี้เกี่ยวกับด้านภูมิศาสตร์  ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่า  ถ้าคนเราไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาความรู้จากภายนอกได้  เขาก็จะหันเข้าศึกษาภายในจิตใจของตนเองแทน  เนื้อเรื่องนี้เป็นเชิงปรัชญา  จึงอาจเข้าใจยากอยู่บ้างสำหรับผู้อ่านทั่วๆ ไป

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป