หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 95)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Space Race : A Pursuit of Knowledge or a Waste of Time

 

          The space race is not simply the objective search for knowledge it is often made out to be.  It is just an extension of the race for power on earth.  Only the wealthiest nations can compete and they do so in the name of pure scientific research.  But in reality, all they are interested in is power and prestige.  They want to impress us, their spectators, with a magnificent show of strength.  Man has played the power game ever since he appeared on earth.  Now he is playing it as it has never been played before.  The space race is just another aspect of the age-old argument that “Might is right”.

          We are often told that technological know-how, acquired in attempting to get us into the orbit, will be utilized to make life better on earth.  But what has the space race done to relieve the suffering of the earth’s starving millions?  In what way has it raised the standard of living of any one of us?  As far as the layman is concerned, the practical results of all this expenditure of money and effort are negligible.  Thanks to space research, we can now see television pictures transmitted live half-way across the globe and the housewife can use non-stick frying-pans in the kitchen.  The whole thing becomes utterly absurd when you think that no matter what problems man overcomes, it is unlikely that he will ever be able to travel even to the nearest star. 

         Poverty, hunger, disease and war are man’s greatest enemies and the world would be an infinitely better place if the powerful nations devoted half as much money and effort to these problems as they do to the space race.  For the first time in his history, man has the overwhelming technological resources to combat human suffering, yet he wastes them on meaningless pursuits.

 

1. According to the writer, the object of space race should be ___________________________.

(ตามที่ผู้เขียนกล่าว  วัตถุประสงค์ของการแข่งขันด้านอวกาศ  ควรจะเป็น _________________)

    (a) the competition for power    (การแข่งขันเพื่ออำนาจ)

    (b) the search for objects in space    (การค้นหาวัตถุต่างๆ ในอวกาศ)

    (c) the search for scientific knowledge    (การค้นหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์)

    (d) the extension of a powerful race    (การแผ่ขยาย – เพิ่ม – การแข่งขันที่ทรงพลัง)

2. “extension” in the first paragraph refers to _____________________________________.

(“การขยายออก, การเพิ่ม, การยืดออก, การแผ่ออก, การทำให้กว้างออก, การยื่นเวลาออกไป, สิ่งที่ขยายออก, โทรศัพท์พ่วง, การยืดเวลาการชำระหนี้, การแสดงความเคารพหรืออวยพรต่อ”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง ______________)

    (a) reputation    (ชื่อเสียง, กิตติศัพท์, ความโด่งดัง, ความมีหน้ามีตา)

    (b) investigation    (การสืบสวน, การสอบสวน)

    (c) potential    (ศักยภาพ, ความสามารถหรืออำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่, ความเป็นไปได้)

    (d) exploitation    (การใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ, การใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว, การใช้ประโยชน์)

    (e) persuasion    (การชักชวน, การชักจูง, การจูงใจ, การโอ้โลม, การทำให้เชื่อ, การกล่อม, การแนะนำ)

    (f) implementation    (การลงมือทำ, การลงมือปฏิบัติ, การทำให้สำเร็จหรือเกิดผล)

    (g) expansion    (การขยาย, การเพิ่ม, การแผ่ออก, การทำให้กว้างออก, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่

           ถูกขยาย, ปริมาณหรือขนาดของการขยายออก)

    (h) capability    (ความสามารถ)

3. This passage says that wealthiest nations join the space race in order to __________________.

(เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าวว่า  ชาติที่มั่งคั่งที่สุดเข้าร่วมในการแข่งขันด้านอวกาศเพื่อที่จะ ______)

    (a) compete in the power game    (แข่งขันในเกมแห่งอำนาจ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ และ ๕

           ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “แต่ในความเป็นจริง  ทั้งหมดที่พวกเขา (ชาติที่มั่งคั่งที่สุด) สนใจ 

           ก็คืออำนาจและชื่อเสียง,  พวกเขาต้องการทำให้ประทับใจกับพวกเรา,  ผู้ซึ่งเป็นผู้ดูของพวกเขา, 

           ด้วยการแสดงที่ภาคภูมิในเรื่องกำลังทหาร)

    (b) impress us with their knowledge    (ทำให้เราประทับใจในความรู้ของพวกเขา)

    (c) make the world a better place    (ทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีขึ้น)

    (d) express their interest in scientific research    (แสดงความสนใจของพวกเขาในการวิจัยทาง

           วิทยาศาสตร์)

4. “compete” in paragraph 1 means ____________________________________________.

(“แข่งขัน, แข่ง, ชิงกัน, ชิงชัย”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ___________________________)

    (a) peruse    (อ่านตรวจ, อ่าน, พินิจพิจารณา, มองหรือสำรวจอย่างละเอียด)

    (b) adapt    (ดัดแปลง, ปรับตัว, ปรับให้เหมาะ)

    (c) persuade    (ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, ทำให้เชื่อ, กล่อม, แนะนำ)

    (d) deceive    (โกง, หลอกลวง, ต้มตุ๋น, ฉ้อโกง)

    (e) relinquish    (ริ-ลิ้ง-ควิช)  (สละ, ละทิ้ง)

    (f) strengthen    (ทำให้แข็งแรง, ทำให้เข้มแข็ง, ทำให้แน่นแฟ้น)

    (g) molest    (รุกรานทางเพศ, รบกวน, เข้าไปยุ่ง)

    (h) contest    (แข่งขัน, ต่อสู้, ดิ้นรน, โต้เถียง, โต้แย้ง)

    (i) contaminate    (ทำให้ปนเปื้อน, ทำให้ไม่บริสุทธิ์, เจือปน)

5. The word “prestige” in paragraph 1 could best be replaced by _______________________.

(คำว่า  “ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, เกียรติภูมิ, ศักดิ์ศรี, บารมี”  ในพารากราฟ ๑  สามารถแทนดีที่สุดโดย ____________)

    (a) dread    (เดรด)  (ความหวาดกลัว, ความเกรงขาม, ความเกรงกลัว, ความเคารพยำเกรง)  (เมื่อเป็น

           คำกริยา  หมายถึง  “หวาดกลัว, กลัวมาก, ลังเลที่จะทำ”)

    (b) candor    (ความจริงใจ, ความตรงไปตรงมา)

    (c) sufficiency   (ซะ-ฟิ้ช-ชัน-ซี่)  (ความพอ, ความพอเพียง, ความพอใจ, ความเต็มที่)

    (d) congregation    (กลุ่มคน, การชุมนุม, การจับกลุ่มกัน, กลุ่มคนที่มาชุมนุมกัน)

    (e) impasse     (อิ๊ม-แพส)  (ทางตัน, สภาวะที่อับจน)

    (f) renown    (ริ-เนาน)  (ชื่อเสียง, กิตติศัพท์, เกียรติคุณ)

    (g) escalation    (การขยายออกไป, การลุกลามออกไป)

    (h) destination    (จุดหมายปลายทาง)

    (i) desperation    (ความสิ้นหวัง, ภาวะที่ล่อแหลม, ภาวะที่ร้ายแรง)        

6. “spectators” in paragraph 1 is closest in meaning to _______________________________.

(“ผู้ดู, ผู้ชม, ผู้สังเกต, ผู้ดูเหตุการณ์”  ในพารากราฟ ๑  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ __________)

    (a) listeners    (ผู้ฟัง)

    (b) executives    (ผู้บริหาร)

    (c) employees    (พนักงาน, ลูกจ้าง)

    (d) inspectors    (นายตรวจ, ผู้ตรวจสอบ, จเร, ผู้สังเกตการณ์)

    (e) onlookers    (ผู้ดู, ผู้ชม)

    (f) investigators    (นักสืบ, ผู้สอบสวน, ผู้สำรวจ)

    (g) clients    (ลูกค้า, ลูกความ, คนไข้, คนซื้อของ, ผู้พึ่งพาคนอื่น)

    (h) benefactors    (ผู้ทำความดี, ผู้ทำกุศล, ผู้มีพระคุณ, ผู้บริจาค)

7. What does “magnificent” in paragraph 1 mean?

(“ภาคภูมิ, สง่า, โอ่อ่า, งดงาม, ดีเลิศ, ผึ่งผาย, สูงส่ง”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) conspicuous    (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ)

    (b) contemporary    (ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันหรือในยุคเดียวกัน, เกี่ยวกับสมัย-รุ่น-ยุคเดียวกัน, เกี่ยวกับสมัย

           ปัจจุบัน)

    (c) comprehensive    (กว้างขวาง, ครอบคลุม, เข้าใจได้กว้าง, ซึ่งหยั่งรู้, ซึ่งประกันความเสียหายอย่าง

           กว้างขวาง)

    (d) zealous     (กระตือรือร้นอย่างมาก, ใจจดใจจ่อ, ขยันขันแข็ง, เร่าร้อน, ปรารถนาอย่างแรงกล้า)

    (e) grandiose    (แกร๊น-ดิ-โอส(ยิ่งใหญ่, หรูหรา, สง่างาม, โอ้อวด)

    (f) circumspect    (รอบคอบ, ระมัดระวัง, ละเอียดรอบคอบ)

    (g) impromptu    (มิได้ตระเตรียมมาก่อน, กะทันหัน)

    (h) intensive    (เข้มข้น, ละเอียด, รุนแรง, คร่ำเคร่ง, (การเพาะปลูก) หนาแน่น)

    (i) improper    (ไม่เหมาะสม, ไม่สมควร)

     (j) tedious    (น่าเบื่อ, น่ารำคาญ)

8. “Might is right” in paragraph 1 means ________________________________________.

(“อำนาจคือความชอบธรรม”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _________)  (คำกล่าวนี้หมายความว่า  “ใครมีอำนาจย่อมจะทำอะไรก็ได้  ไม่ถือเป็นสิ่งผิด  เพราะใครๆ ย่อมเกรงกลัว  ไม่กล้าขัดขวางหรือคัดค้าน  แม้ว่าการกระทำนั้นจะผิดกฎหมายหรือศีลธรรมก็ตาม)

    (a) it is correct to use power    (มันถูกต้องที่จะใช้อำนาจ)

    (b) power can bring practical results    (อำนาจสามารถนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์)

           (หมายถึง  ผู้มีอำนาจย่อมทำในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของตน  ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดก็ตาม 

           คือใช้อำนาจบังคับเอานั่นเอง)

    (c) the most powerful is the most correct    (ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดคือผู้ที่ถูกต้องที่สุด)

    (d) the space race might be the correct solution    (การแข่งขันทางด้านอวกาศอาจจะเป็นวิธีแก้ปัญหา

           ที่ถูกต้อง)

9. We may conclude that other countries do not participate in the space race because _______.

(เราอาจสรุปว่า  ประเทศอื่นๆ ไม่เข้าร่วมในการแข่งขันด้านอวกาศ  เพราะว่า _____________)

    (a) the are afraid to lose the power game    (พวกเขาเกรงกลัวที่จะพ่ายแพ้เกมแห่งอำนาจ)

    (b) they lack the necessary resources and man power    (พวกเขาขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็น

           และกำลังคน)

    (c) they are not interested in power and prestige    (พวกเขาไม่สนใจในอำนาจและชื่อเสียง)

    (d) they do not receive any benefit from the space race    (พวกเขามิได้รับประโยชน์ใดๆ จาก

           การแข่งขันด้านอวกาศ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ในส่วนที่คน

           ธรรมดา (มิใช่ผู้เชี่ยวชาญ) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ (หรือที่เป็นประโยชน์)

           ของการใช้จ่ายเงินและความพยายาม (ในการแข่งขันด้านอวกาศ) เป็นเรื่องเล็กน้อย (ขี้ปะติ๋ว)” 

           ซึ่งหมายถึง  คนทั่วไปแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย)

10. “acquired” in the second paragraph means ____________________________________.

(“ได้มา, ได้เรียนรู้, เข้ายึด, เข้าถือสิทธิ์”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _____________________)

      (a) instigated     (ปลุกปั่น, กระตุ้น, ยุยง)

      (b) verified    (ยืนยัน, ตรวจสอบ, พิสูจน์, ค้นหาความจริง)

      (c) discarded    (ละทิ้ง, ทิ้ง, ปฏิเสธ)  

      (d) gained    (ได้มา, ได้รับ, ได้กำไร, ชนะ, บรรลุ, ได้เปรียบ, มีภาษีดีกว่า, ก้าวหน้า, คืบหน้า)

      (e) impaired    (ทำให้เสียหาย, ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เลวลง, ทำให้อ่อนแอ, ลดคุณค่า)

      (f) concealed    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

      (g) exasperated    (ทำให้โกรธเคืองมาก, เพิ่มความรุนแรง)

      (h) evacuated    (อพยพ, โยกย้าย, ถอนออก, ถอย, ระบายออก, ขับออก, ขจัด)

11. “utilized” in paragraph 2 is similar in meaning to _________________________________.

(“ใช้ให้เป็นประโยชน์, ทำให้เป็นประโยชน์”  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายเหมือนกับ ___________)

      (a) aided    (ช่วยเหลือ)

      (b) bickered    (ทะเลาะวิวาท, โต้เถียง, เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว)  (“Bicker”  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง 

            “การทะเลาะวิวาท, การถกเถียงอย่างโกรธเคือง, เสียงทะเลาะวิวาท”)

      (c) removed    (ย้าย, โยกย้าย, เอาออก, ถอด, ขนของ, ลบ, ขจัด, กำจัด, ปลดเปลื้อง, ไล่ออก, ฆ่า,

             ลอบฆ่า)  (“Remove”  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การเอาออก, การย้าย, การโยกย้าย”)

      (d) mustered    (รวบรวม, ชุมนุม, รวมแถว)  (“Muster”  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การชุมนุม,

             การรวมพล, การรวบรวม, การรวมแถว, กลุ่มคนดังกล่าว”)

      (e) comforted   (ปลอบโยน, ปลอบใจ, ช่วยเหลือ)

      (f) used    (ใช้, ใช้ประโยชน์, ใช้สอย, ประยุกต์, ใช้จ่าย, คุ้นเคย, เคยชิน)

      (g) exceeded    (เกินกว่า, มากกว่า, เหนือกว่า, ดีกว่า, ละเมิด, ออกนอกลู่นอกทาง)

      (h) maximized    (ทำให้มีจำนวนมากที่สุด, ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด)

12. It has often been said that what has been learned from space research will be used ________.

(มันถูกกล่าวบ่อยๆ ว่า  สิ่งที่ได้ถูกเรียนรู้จากการวิจัยด้านอวกาศจะถูกใช้ __________________)

      (a) to get us into orbit    (เพื่อนำเราเข้าสู่วงโคจร)  (หมายถึง  ออกสู่อวกาศนอกโลก)

      (b) to enable us to live in another world    (เพื่อทำให้เราสามารถอาศัย – มีชีวิต - อยู่ในอีกโลกหนึ่งได้)

      (c) to make our world a better place to live in    (เพื่อทำให้โลกของเราเป็นสถานที่ที่ดีขึ้นที่จะ

             อยู่อาศัย)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “เราได้รับการบอกเล่า

             บ่อยๆ ว่า  ความชำนาญ (ความรู้ว่าจะทำอย่างไร) ทางด้านเทคโนโลยี  ซึ่งได้มาในการพยา

             ยามที่จะนำเราเข้าสู่วงโคจร (หมายถึง  เข้าสู่อวกาศนอกโลก)  จะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์  

             เพื่อทำให้ชีวิต (มนุษย์) ดีขึ้นบนโลก)

      (d) to improve television and non-stick frying-pans    (เพื่อปรับปรุงโทรทัศน์และกระทะทอดแบบ

             (อาหาร) ไม่ติดก้นกระทะ)

13. The word “relieve” in paragraph 2 means ______________________________________.

(คำว่า  “บรรเทา, ลด, แบ่งเบา, ผ่อนคลาย, ปลดปล่อย, ช่วยเหลือ, สงเคราะห์”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง __________)

      (a) balance    (ทำให้สมดุล, น้ำหนักเท่ากัน, มีค่าเท่ากัน)

      (b) inhibit    (ยับยั้ง, สกัดกั้น, ขัดขวาง, ห้าม)

      (c) influence    (มีอิทธิพล, มีผลกระทบ)

      (d) commence    (เริ่มต้น)

      (e) imitate    (เลียนแบบ, เอาอย่าง)

      (f) squander    (ผลาญ, ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย)

      (g) mitigate    (มิท-ทิ-เกท)  (ทำให้บรรเทาลง, ทำให้ลดน้อยลง, ทำให้เบาบาง, แบ่งเบา,

             ทำให้อ่อนโยนขึ้น, อ่อนลง, ลดลง, บรรเทาลง)

      (h) discover    (ค้นพบ)

       (i) recall    (ระลึกได้, รำลึก, หวนคิด)

14. “suffering” in paragraph 2 could best be replaced by ___________________________.

(“ความทุกข์ยาก, ความเจ็บปวด, ความหายนะ, โรค, ความอดทน, ความอดกลั้น”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ____________)

      (a) fluctuation    (ความผันผวน, ความไม่แน่นอน, การขึ้นๆลงๆ)

      (b) trend   (แนวโน้ม)

      (c) collapse   (การล้มลง, การทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ล้มลง, ทรุดลง,

             พังลง, ล้มหมดสติ, (ราคา) ตกฮวบฮาบ”)

      (d) scarcity    (สแค้ร์-ซิ-ที่)  (การขาดแคลน, การหาได้ยาก, การมีน้อย, ความไม่เพียงพอ)

      (e) misery    (มิส-เซอะ-รี)  (ความทุกข์ยาก, ความยากเข็ญ, ความไม่มีความสุขอย่างมาก,

            ความเจ็บปวด)

      (f) disparity    (ความแตกต่างกัน, ความไม่เหมือนกัน)

      (g) evidence    (หลักฐาน, พยานหลักฐาน, พยานบุคคล, วัตถุพยาน)

      (h) ritual    (พิธี, พิธีการ, พิธีศาสนา, พิธีบูชา, หนังสือพิธีศาสนา หรือพิธีกรรม)

      (i) attire    (เครื่องแต่งตัว, เสื้อผ้า, เขากวาง)

15. What does “layman” in paragraph 2 mean?

(“คนธรรมดา (มิใช่ผู้เชี่ยวชาญ), ฆราวาส มิใช่พระ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) expert    (ผู้เชี่ยวชาญ, ผู้ชำนาญ, ผู้มีประสบการณ์, มือปืนชั้นเยี่ยมยอด)

      (b) pioneer    (ผู้บุกเบิก, ผู้นำทาง, ผู้ริเริ่ม, กองหน้า, ผู้หักร้างถางพง, ชื่อยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์

             ของสหรัฐฯ)

      (c) nobleman    (คนชั้นสูง, คนสูงศักดิ์, ขุนนาง, คนตระกูลสูง)

      (d) nonprofessional or amateur    (ผู้ที่มิใช่มืออาชีพ หรือมือสมัครเล่น)

      (e) pacifist    (ผู้รักสงบ, ผู้รักสันติภาพ)

      (f) beneficiary    (ผู้ได้รับผลประโยชน์, ผู้รับเงินประกัน, ผู้รับเงินช่วยเหลือ, ผู้มีสิทธิพิเศษ)

      (g) widower    (พ่อหม้าย)

      (h) foreman    (หัวหน้าคนงาน, หัวหน้าคณะลูกขุน)

16. The writer thinks that money and effort should be used for _________________________.

(ผู้เขียนคิดว่าเงินและความพยายามควรถูกใช้เพื่อ ______________________________)

      (a) travelling to the nearest star    (การเดินทางไปยังดวงดาวที่ใกล้ที่สุด)

      (b) changing the standard of living    (การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการดำรงชีวิต)

      (c) gaining more technological knowledge    (การได้รับความรู้ทางด้านเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น)

      (d) preventing poverty, hunger and disease    (การป้องกันความยากจน, ความหิวโหย และ

             โรคภัยไข้เจ็บ)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ความยากจน,

             ความหิวโหย, โรคภัยไข้เจ็บ และสงคราม  เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของมนุษย์  และโลกจะเป็น

             สถานที่ซึ่งดีขึ้นอย่างเหลือคณานับ  ถ้าประเทศต่างๆ ซึ่งมีอำนาจมากอุทิศเงินและความพยา

             ยามมากถึงครึ่งหนึ่ง (ของประเทศตน) ให้กับปัญหาเหล่านี้ (หมายถึง  ความยากจน, ความหิว

             โหย ฯ)  เหมือนกับที่พวกเขากระทำกับการแข่งขันด้านอวกาศ)

17. “expenditure” in the second paragraph refers to ________________________________.

(“การใช้จ่าย, ค่าใช้จ่าย, งบประมาณ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ______________________)

      (a) expedition    (การเดินทาง, การเดินทางเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น สำรวจ, ทำสงคราม หรืออื่นๆ,

             คณะผู้เดินทางดังกล่าว, ความว่องไวหรือรวดเร็วในการกระทำบางอย่าง)

      (b) aversion    (ความเกลียด, ความไม่ชอบอย่างแรง)

      (c) proximity     (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)

      (d) vicissitudes    (วิ-ซิ้ส-ซิ-ทิ้วด)  (ความขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การผันแปร, การหมุนเวียน,

             การสับเปลี่ยน)  

      (e) hesitation    (การรีรอ, การลังเลใจ)

      (f) spending    (การใช้จ่าย, การใช้เงิน, การใช้เวลา, การใช้ชีวิต, การถลุง)

      (g) panic    (แพ้น-นิค)  (ความตกใจ, ความกลัว)

      (h) execution    (การดำเนินการ, การบริหาร, การประหารชีวิต)

      (i) magnanimity    (แมก-นะ-นิ้ม-มิ-ที่)  (ความมีใจกว้าง, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความมีจิตใจสูงส่ง,

            ความไม่เห็นแก่ตัว, การกระทำที่มีใจสูงส่ง, ความสูงส่ง)  

18. “negligible” in paragraph 2 is closest in meaning to ______________________________.

(“เล็กน้อย, ขี้ปะติ๋ว”  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ ____________________)

      (a) ample    (อุดมสมบูรณ์, พอเพียงและยังมีเหลือ, กว้างขวาง)

      (b) detrimental    (เป็นอันตราย, เป็นภัย)

      (c) fake    (ปลอม, เก๊, เท็จ, ไม่จริง)

      (d) prolific    (มีผลงานมาก, มีลูกดก, มีผลดก)

      (e) atrocious    (อะ-โทร้-เชิส)  (โหดร้าย, ทารุณ, ชั่วร้าย, น่ากลัว, ดุร้าย, เลวร้าย)  

      (f) trifling    (ไทร้-ฟลิ่ง)  (เล็กน้อย, มีค่าเล็กน้อย, ขี้ปะติ๋ว, ไม่สำคัญ, กระจอก, เหลาะแหละ,

             เสียเวลา)

      (g) resolute    (เร้ซ-ซะ-ลู้ท)  (เด็ดเดี่ยว, แน่วแน่, ยืนหยัด, ตัดสินใจแล้ว)  

      (h) reluctant    (ไม่เต็มใจ)

      (i) pernicious    (เพ้อร์-นิช-เชิส)  (เป็นอันตราย, เป็นภัย, ร้ายแรง, ร้ายกาจ, ถึงตาย)

       (j) valiant    (แว้ล-เยิ่นท)  (กล้าหาญ, องอาจ, อาจหาญ, มีคุณค่า, ดีเลิศ)

19. What does “absurd” in paragraph 2 mean?

(“เหลวไหล, ไร้สาระ, โง่เขลา, น่าหัวเราะ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) energetic    (กระฉับกระเฉง, ขะมักเขม้น, มีพลัง, มีกำลังวังชา, ชอบทำงาน)

      (b) cautious    (ระมัดระวัง, รอบคอบ)

      (c) graceful    (สง่างาม, สวยงาม, งดงาม)

      (d) ludicrous    (ลู้-ดิ-เคริส)  (น่าหัวเราะ, น่าเย้ยหยัน, ไร้สาระจนน่าหัวเราะ)

      (e) apathetic    (แอพ-พะ-เธ้ท-ทิค)  (เฉยเมย, ไม่สนใจอะไร, ไม่ห่วงใยอะไร, มีหรือแสดงอารมณ์เล็กน้อย,

            ไม่มีอารมณ์)

      (f) intolerant    (ไม่อดทน, ไม่อดกลั้น, ไม่ยอม, ถือทิฐิ)

      (g) depressed    (เศร้าซึม, หดหู่, โศกเศร้า)

      (h) fervent    (กระตือรือร้น, มีศรัทธาสูง, ร้อนรน, เร่าร้อน, อบอุ่นมาก)

      (i) indomitable    (อิน-ด๊อม-มิ-ทะ-เบิ้ล)  (ไม่สามารถเอาชนะได้, ทรหด, ไม่ย่อท้อ) 

      (j) fastidious     (แฟส-ทิ้ด-เดียส)  (จู้จี้พิถีพิถัน, เอาใจยาก) 

20. The word “overcomes” in paragraph 2 is similar in meaning to ______________________.

(คำว่า  “พิชิต, เอาชนะ, มีชัย, ครอบงำ, ปกคลุม”  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายเหมือนกับ _______)

      (a) thrives    (เจริญ, เติบโต, งอกงาม, ก้าวหน้า, รุ่งเรือง, เฟื่องฟู)

      (b) yields    (ให้ผล, ผลิต, ให้, เกิด, ยอม, ยอมให้, ยอมจำนน, อ่อนข้อให้)

      (c) incapacitates    (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ)

      (d) threatens    (เป็นภัย, คุกคาม, ข่มขู่, ขู่เข็ญ, เตือนภัย, เป็นลางร้าย)

      (e) irritates    (ทำให้ฉุนเฉียว, กวนประสาท, ทำให้ระคายเคือง, ทำให้อักเสบ)

      (f) conquers    (ค้อง-เค่อะ)  (พิชิต, ชนะ, ปราบ, เอาชนะด้วยกำลัง, ได้มาโดยกำลัง, ยึดได้,

             ได้ชัยชนะ)

      (g) alters    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร)

      (h) accommodates    (ให้ที่พัก, จัดหาให้, สงเคราะห์, ปรับให้เหมาะ)

      (i) extinguishes    {ดับ (ไฟ, ความกระหาย), ทำลาย}

      (j) squanders    (ใช้จ่ายมันอย่างฟุ่มเฟือย, ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายสิ้นเปลือง, ถลุง)

21. “meaningless pursuits” in the third paragraph refers to __________________________.

(“การตามหา (ความรู้) ที่ไร้ความหมาย-ไร้จุดประสงค์”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ____________)

      (a) space research    (การวิจัยด้านอวกาศ)

      (b) powerful nations    (ประเทศซึ่งมีอำนาจมาก)

      (c) technological resources    (ทรัพยากรด้านเทคโนโลยี)

      (d) man’s greatest enemies    (ศัตรูที่สำคัญที่สุดของมนุษย์)

22. “pursuits” in the final paragraph means _____________________________________.

(“การตามหา, การติดตาม, การไล่ตาม, การตามจับ, การดำเนินต่อไป, อาชีพการงาน, การเจริญรอยตาม”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง _____________)

      (a) magnitudes    {แม้ก-นิ-ทูด (ทิวด)} (ขนาด, ปริมาณ, ความใหญ่, ความสำคัญ, ขนาดใหญ่, จำนวน,

             มิติ, ความสว่างของดวงดาว)

      (b) characteristics    (แค-แรค-เตอร์-ริส-ติค)  (ลักษณะเฉพาะ, ลักษณะพิเศษเฉพาะ)  (ถ้าเป็นคำคุณ

             ศัพท์  หมายถึง  “เป็นลักษณะเฉพาะหรือพิเศษ, เป็นนิสัยประจำ”) 

      (c) grimaces    (กริ๊ม-เมส)  (หน้าตาบูดบึ้ง, หน้าตาที่แสดงความเจ็บปวด, ทำหน้าตาบูดบึ้งหรือแสดง

             ความเจ็บปวด) 

      (d) compositions    (การประกอบเป็นส่วนต่างๆทั้งหมด, ส่วนประกอบ, องค์ประกอบ, ของผสม,

             การประพันธ์, การแต่งเพลง)

      (e) quests    (การสืบหา, การแสวงหา, การสืบเสาะ, การค้นคว้า, คณะชันสูตรศพ)

      (f) ruffians   (รั้ฟ-เฟี่ยน)  (คนพาล, อันธพาล, นักเลงโต, คนโหดเหี้ยมที่ชอบรังแกคนอื่น)  (“Ruffian”  

             เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “พาล, โหดเหี้ยม, ไม่เคารพกฎหมาย”) 

      (g) novelties    (น้อฟ-เวิล-ที่)  (ความใหม่, ความแปลก, เหตุการณ์ใหม่, ประสบการณ์ใหม่, เรื่องหรือ

             สิ่งใหม่, สินค้าใหม่ที่แปลกและมักอยู่ในตลาดได้ชั่วคราวเท่านั้น) 

      (h) pinnacles    (พิ้น-นะ-เคิ่ล)  (ยอด, จุดสุดยอด, ขีดสุด, ยอดภูเขา เจดีย์ ตึก หอ หรืออื่นๆ,

             ส่วนที่เป็นยอดแหลม) 

23. The main idea of the third paragraph is _________________________________________.

(ใจความสำคัญของพารากราฟ ๓ คือ _________________________________________)

      (a) space race is a waste of time and money    (การแข่งขันด้านอวกาศเป็นการสิ้นเปลืองเวลา

             และเงิน)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “เป็นครั้งแรกในประ

             วัติศาสตร์ของตน  มนุษย์มีทรัพยากรด้านเทคโนโลยีมากมายที่จะต่อสู้กับความทุกข์ยากของ

             มนุษย์,  อย่างไรก็ตาม  เขาใช้มัน (ทรัพยากร) อย่างเปล่าประโยชน์กับการตามหาที่ไร้ความ

             หมาย (ไร้จุดประสงค์) (หมายถึง  การตามหาความรู้ด้านอวกาศ)”)

      (b) great nations should help to relieve human suffering    (ประเทศที่ยิ่งใหญ่ควรช่วยบรรเทาความ

             ทุกข์ยากของมนุษย์)

      (c) poverty, hunger, disease and war are our greatest enemies    (ความยากจน, ความหิวโหย,

             โรคภัยไข้เจ็บ และสงคราม  คือศัตรูที่สำคัญที่สุดของเรา)

      (d) powerful nations should devote half their money to the space race    (ประเทศที่มีอำนาจมาก

             ควรอุทิศเงินครึ่งหนึ่งของตนให้กับการแข่งขันด้านอวกาศ)

24. This passage suggests that _________________________________________________.

(เนื้อเรื่อง – บทความ – นี้เสนอแนะว่า  _________________________________________)

      (a) the writer is primarily concerned with human suffering    (ผู้เขียนมีความเกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับ

             ความทุกข์ยากของมนุษย์)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (b) man can extend his power into another world    (มนุษย์สามารถแผ่ขยายอำนาจของตนเข้าไปยัง

             อีกโลกหนึ่ง)

      (c) the space race enables man to start his power game    (การแข่งขันด้านอวกาศทำให้มนุษย์

             สามารถเริ่มต้นเกมแห่งอำนาจของตน)

      (d) the space race has brought few practical results to people    (การแข่งขันด้านอวกาศได้

             นำมาซึ่งผลลัพธ์ซึ่งเป็นประโยชน์แต่เพียงเล็กน้อยให้กับผู้คน)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ – ๔

             ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “แต่ว่าการแข่งขันด้านอวกาศได้ทำอะไรบ้างเพื่อบรรเทาความ

             ทุกข์ยากของผู้คนหลายล้านคนที่กำลังอดอยากบนโลก,  ในวิธีการใดล่ะที่มัน (การแข่งขันด้าน

             อวกาศ) ได้ยก (เพิ่ม) มาตรฐานการดำรงชีวิตให้กับพวกเรา ,  ทั้งนี้  ในส่วนที่คนธรรมดา (มิใช่

             ผู้เชี่ยวชาญ) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ (หรือที่เป็นประโยชน์) ของการใช้

             จ่ายเงินและความพยายาม (ในการแข่งขันด้านอวกาศ) เป็นเรื่องเล็กน้อย (ขี้ปะติ๋ว) (หมายถึง 

             คนทั่วไปแทบไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้เลย))

25. We might say that the writer’s view towards space race is __________________________.

(เราอาจจะกล่าวว่า  ความเห็นของผู้เขียนที่มีต่อการแข่งขันด้านอวกาศ __________________)

      (a) fair    (ยุติธรรม, สุภาพ, ถูกต้อง, ซื่อสัตย์, มาก, ปานกลาง, ดีพอใช้, สะอาด, ชัดเจน, มีผิวพรรณดี,

             มีเสน่ห์, สวยงามไม่มีจุดด่างพร้อย)

      (b) disinterested    (ไม่สนใจ, เมินเฉย, ไม่เกี่ยวข้อง, เป็นกลาง, ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว, ไม่มีส่วนได้

             ส่วนเสีย)

      (c) critical    (วิพากษ์วิจารณ์, ติเตียน, วิกฤต, วิเคราะห์, เกี่ยวกับความเป็นความตาย, อันตราย,

             เกี่ยวกับจุดเปลี่ยนแปลง)  (ผู้เขียนวิจารณ์-ติเตียน  การทุ่มเทเงินและความพยายามของชาติ

             มหาอำนาจให้กับการแข่งขันด้านอวกาศ  เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของตน  โดยที่ประชากร

             ส่วนใหญ่ของโลกแทบจะไม่ได้อะไรจากสิ่งนี้เลย)

      (d) optimistic    (มองโลกในแง่ดี)

      (e) satisfied    (พึงพอใจ)

      (f) furious    (โกรธจัด, มีอารมณ์รุนแรง, รุนแรงมาก, บ้าระห่ำ, อลหม่าน)

      (g) negligent    (ละเลย, ไม่สนใจ, ทอดทิ้ง)

      (h) elated    (ปิติยินดี, อิ่มอกอิ่มใจมาก, มีความสุขมาก, ภูมิใจมาก)

      (i) uncommitted    (ไม่ได้ผูกมัด, อิสระ, ไม่ได้มีพันธะกรณี)

      (j) discouraged    (ท้อถอย, หมดกำลังใจ)

 

(คำแปล)

การแข่งขันด้านอวกาศ : การตามหาความรู้ หรือการเสียเวลาเปล่า

 

            การแข่งขันด้านอวกาศ (spacer race) มิใช่เป็นการค้นหาที่เป็นรูปธรรม (objective search) ธรรมดาๆ (simply) เพื่อความรู้เท่านั้น  ซึ่งบ่อยครั้งมันถูกเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น,  มันเพียงแต่ (just) เป็นการขยายออก (การเพิ่ม, การยืดออก, การแผ่ออก, การทำให้กว้างออก, การยื่นเวลาออกไป, สิ่งที่ขยายออก, โทรศัพท์พ่วง, การยืดเวลาการชำระหนี้, การแสดงความเคารพหรืออวยพรต่อ) (extension) ของการแข่งขัน (การแข่งขันความเร็ว, การวิ่งแข่ง, ความเชี่ยว, การไหลเชี่ยว, น้ำที่ไหลเชี่ยว, เชื้อชาติ, ชนชาติ, มนุษยชาติ, เผ่าพันธุ์) (race) เพื่ออำนาจบนโลก,  โดยชาติที่มั่งคั่งที่สุด (wealthiest nations) เท่านั้น  ที่สามารถแข่งขัน  และพวกเขาทำเช่นนั้นในนามของ (in the name of) การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ (บริสุทธิ์) (pure),  แต่ในความเป็นจริง (in reality)  ทั้งหมดที่พวกเขา (ชาติที่มั่งคั่งที่สุด) สนใจ  ก็คืออำนาจและชื่อเสียง (เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, เกียรติภูมิ, ศักดิ์ศรี, บารมี) (prestige) (เพรส-ที้จ),  พวกเขาต้องการทำให้ประทับใจ (impress) กับพวกเรา,  ผู้ซึ่งเป็นผู้ดู (ผู้ชม, ผู้สังเกต, ผู้ดูเหตุการณ์)  (spectators) ของพวกเขา,  ด้วยการแสดงที่ภาคภูมิ (สง่า, โอ่อ่า, งดงาม, ดีเลิศ, ผึ่งผาย, สูงส่ง) (magnificent) ในเรื่องกำลังทหาร (กำลังกองทัพ, พลัง, กำลัง, แรง, ความแข็งแรง, ความกล้าหาญ, ความหนักแน่น) (strength)  ทั้งนี้  มนุษย์ (Man) ได้เล่นเกมแห่งอำนาจ (power game) ตั้งแต่ที่ (ever since) เขาปรากฏขึ้นบนโลก (appeared on earth),  ในปัจจุบัน  เขากำลังเล่นมันเพราะว่ามันไม่เคยถูกเล่นมาก่อน,  การแข่งขันด้านอวกาศเป็นเพียงอีกแง่มุม (ลักษณะ, ด้าน (ของปัญหา), รูปร่างหน้าตา, หลักเกณฑ์, ทิศทาง, ที่ตั้ง) (aspect) หนึ่งเท่านั้นของการอ้างเหตุผล (การโต้เถียง, การโต้คารม, ข้อโต้เถียง, เรื่อง, ข้อสรุป, หลักฐาน, ข้อพิสูจน์) (argument) เก่าแก่ (โบราณ) (age-old) ที่ว่า “อำนาจคือความชอบธรรม(Might is right)

            เราได้รับการบอกเล่าบ่อยๆ ว่า  ความชำนาญ (ความรู้ว่าจะทำอย่างไร) (know-how) ทางด้านเทคโนโลยี  ซึ่งได้มา (ได้เรียนรู้, เข้ายึด, เข้าถือสิทธิ์) (acquired) ในการพยายาม (attempting) ที่จะนำเราเข้าสู่วงโคจร (วิถีโคจร, วิถีทาง, วิธีการดำเนินชีวิต, เขตอิทธิพล, เบ้าตา, ขอบตา) (orbit) (หมายถึง  เข้าสู่อวกาศนอกโลก)  จะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์ (ทำให้เป็นประโยชน์) (utilized) เพื่อทำให้ชีวิต (มนุษย์) ดีขึ้นบนโลก,  แต่ว่าการแข่งขันด้านอวกาศได้ทำอะไรบ้างเพื่อบรรเทา (ลด, แบ่งเบา, ผ่อนคลาย, ปลดปล่อย, ช่วยเหลือ, สงเคราะห์) (relieve) ความทุกข์ยาก (ความเจ็บปวด, ความหายนะ, โรค, ความอดทน, ความอดกลั้น) (suffering) ของผู้คนหลายล้านคน (millions) ที่กำลังอดอยาก (อดอาหารตาย, หิวโหย, กระหาย, หนาวตาย, ทำให้อดอยาก-หิวโหย, ทำให้อดอาหารตาย) (starving) บนโลก,  ในวิธีการ (รูปแบบ, ทาง, ระยะทาง, หนทาง, เส้นทาง)  (way) ใดล่ะที่มัน (การแข่งขันด้านอวกาศ)  ได้ยก (เพิ่ม, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, สร้าง, ตั้งเสา, ส่งเสริม, สนับสนุน) (raised) มาตรฐานการดำรงชีวิต (standard of living) ให้กับพวกเรา (any one of us),  ทั้งนี้  ในส่วนที่คนธรรมดา (มิใช่ผู้เชี่ยวชาญ), ฆราวาส มิใช่พระ) (layman) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย (concerned)  ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ (หรือที่เป็นประโยชน์) (practical results) ของการใช้จ่าย (ค่าใช้จ่าย, งบประมาณ) (expenditure) เงินและความพยายาม (effort) (ในการแข่งขันด้านอวกาศ) เป็นเรื่องเล็กน้อย (ขี้ปะติ๋ว) (negligible) (หมายถึง  คนทั่วไปแทบไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้เลย),  เนื่องมาจาก (Thanks to) การวิจัยด้านอวกาศ (space research)  พวกเราในปัจจุบันสามารถดูภาพจากโทรทัศน์ซึ่งถูกถ่ายทอด (ส่งสัญญาณ, ส่งคลื่น, ส่งโทรเลข, กระจาย, กระจายเสียง, แพร่เชื้อ) (transmitted) สด (live) ครึ่งทางข้ามโลก (half-way across the globe) (หมายถึง  เป็นระยะทางไกลถึงครึ่งโลก)  และแม่บ้าน (housewife) สามารถใช้กระทะสำหรับทอด (frying-pans) แบบ (อาหาร) ไม่ติด (non-stick) (ก้นกระทะ) ในครัว (เป็นผลมาจากการวิจัยด้านอวกาศ),  โดยสิ่งทั้งหมดกลายเป็นเรื่องเหลวไหล (ไร้สาระ, โง่เขลา, น่าหัวเราะ) (absurd) อย่างสิ้นเชิง (อย่างสมบูรณ์, อย่างเต็มที่, อย่างสุดขีด, อย่างยิ่งยวด, อย่างเด็ดขาด) (utterly)  เมื่อคุณคิดว่า  ไม่ว่ามนุษย์จะสามารถพิชิต (เอาชนะ, มีชัย, ครอบงำ, ปกคลุม) (overcomes) ปัญหาใดก็ตาม  มันไม่น่าเป็นไปได้ (ไม่น่าจะเกิดขึ้น, ไม่แน่, เชื่อไม่ได้) (unlikely) ว่า  เขาจะสามารถเดินทางแม้แต่ (even) ไปถึงดวงดาวที่อยู่ใกล้ที่สุด (หมายถึง  ยังไงเสียมนุษย์ก็คงไม่สามารถเดินทางไปลงดาวอังคารได้)

            ความยากจน (Poverty), ความหิวโหย (hunger), โรคภัยไข้เจ็บ (disease) และสงคราม  เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุด (greatest) ของมนุษย์  และโลกจะเป็นสถานที่ซึ่งดีขึ้นอย่างเหลือคณานับ (อย่างไม่มีที่สิ้นสุด, อย่างไม่มีขอบเขต, อย่างไม่หมดสิ้น) (infinitely)  ถ้าประเทศต่างๆ ซึ่งมีอำนาจมาก (มีกำ ลังมาก, มีแรงมาก, แข็งแรง, มีสมรรถภาพสูง) (powerful) อุทิศ (devoted) เงินและความพยายามมากถึงครึ่งหนึ่ง (half as much money and effort) (ของประเทศตน) ให้กับปัญหาเหล่านี้ (หมายถึง  ความยากจน, ความหิวโหย ฯ)  เหมือนกับที่พวกเขากระทำ (do) กับการแข่งขันด้านอวกาศ,  เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของตน  มนุษย์มีทรัพยากรด้านเทคโนโลยีมากมาย (ท่วมท้น, น่าประหลาดใจ, น่าตะลึงงัน, ครอบงำ, ปกคลุม) (overwhelming) ที่จะต่อสู้ (สู้รบ, ทำสงคราม) (combat) กับความทุกข์ยากของมนุษย์ (human suffering)อย่างไรก็ตาม (yet)  เขาใช้มัน (ทรัพยากร) อย่างเปล่าประ โยชน์ (wastes them) กับการตามหา (การติดตาม, การไล่ตาม, การตามจับ, การดำเนินต่อไป, อาชีพการงาน, การเจริญรอย) (pursuits) ที่ไร้ความหมาย (ไร้จุดประสงค์, ไม่มีค่า, ไม่สำคัญ) (meaningless) (หมายถึง  การตามหาความรู้ด้านอวกาศ)

       

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป