หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 92)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

The People of the Future

 

          The inhabitants of the earth are divided not only by race, nation, religion or ideology, but also, in a sense, by their position in time.  Examining the present populations of the globe, we find a tiny group who still live, hunting and food-foraging, as men did millennia ago.  Others, the vast majority of mankind, depend not on bear-hunting or berry-picking, but on agriculture.  They live, in many respects, as their ancestors did centuries ago.  These two groups taken together compose perhaps 70 per cent of all living human beings.  They are the people of the past.

          By contrast, somewhat more than 25 per cent of the earth’s population can be found in the industrialized societies.  They lead modern lives.  They are products of the first half of the twentieth century, moulded by mechanization and mass education, brought up with lingering memories of their own country’s agricultural past.  They are, in effect, the people of the present.

          The remaining 2 or 3 per cent of the world’s population, however, are no longer people of either the past or present.  For within the main centers of technological and cultural changes, in Santa Monica, California and Cambridge, Massachusetts, in New York and London and Tokyo, are millions of men and women who can already be said to be living the way of life of the future.  The people of the future, often without being aware of it, live today as millions more will live tomorrow.  And while they account for only a few per cent of the global population today, they already form an international nation of the future in our midst.  They are the advance agents of man, the earliest citizens of the worldwide super-industrial society which is now being born.

          What makes them different from the rest of mankind?  Certainly, they are richer, better educated, more mobile than the majority of the human race.  They also live longer.  But what specifically marks the people of the future is the fact that they are already caught up in a new, stepped-up pace of life.  They “live faster” than the people around them.

 

1. At present, men who live on hunting and gathering food as their forefathers did in the past are ___

__________.

(ในปัจจุบัน  มนุษย์ผู้ซึ่งดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บสะสมอาหาร  เหมือนกับที่บรรพบุรุษของพวกเขากระทำในอดีต  เป็น ______________)

    (a) a minority group    (คนกลุ่มน้อย)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

           “เมื่อตรวจสอบประชากรปัจจุบันของโลก  เราพบกลุ่มคนเล็กมากๆ  ผู้ซึ่งยังคงดำรงชีวิตโดย

           การล่าสัตว์และค้นหาอาหาร (สะสมอาหาร) เหมือนที่มนุษย์กระทำเมื่อหลายพันปีล่วงมาแล้ว)

    (b) a majority group    (คนกลุ่มใหญ่)

    (c) an industrialized society    (สังคมอุตสาหกรรม)

    (d) a super-industrial society    (สังคมอุตสาหกรรมระดับสุดยอด)

2. In the first paragraph, “inhabitants” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก  “พลเมือง, ผู้อาศัย, ผู้อยู่อาศัย, สัตว์ที่อยู่อาศัย”  หมายถึง ________________)

    (a) chores    (ชอร์)  (งานเล็กๆน้อยๆ, งานบ้าน, งานประจำที่น่าเบื่อ เช่น งานทำความสะอาดบ้าน  งาน

           ในไร่นา)

    (b) avalanches    (แอฟ-วะ-ลานซ)  (ภาษาฝรั่งเศส)  (หิมะ  ดิน หรือหินถล่ม, สิ่งที่พังทลายลงมา)

    (c) episodes    {ตอน (หนึ่งของเรื่อง), ฉาก, บท, กรณี, คราว, ครั้ง}

    (d) miniatures    (มิ้น-นิ-เช่อะ)  (หุ่นจำลองขนาดเล็ก, รูปเล็ก, ภาพเล็ก, แบบที่ย่อส่วนลงมา, ภาพ

          เขียนที่เล็กมาก)

    (e) menaces    (ภัย, อันตราย)

    (f) hindrances    (อุปสรรค, การขัดขวาง-หยุดยั้ง-กีดกัน-ป้องกัน, ภาวะที่ถูกขัดขวาง, วิธีการขัดขวาง)

    (g) dwellers    (ผู้อาศัยอยู่, ผู้พักอยู่, ผู้รวบรวมความคิด)

    (h) lofty languages    (ภาษาที่สูงส่ง)

3. “in a sense” in paragraph 1 means ____________________________________________.

(“ในบางประการ มิใช่ทั้งหมด, บางส่วน”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ______________________)

    (a) in absentia    (เมื่อบุคคลมิได้อยู่ในที่นั้น)

    (b) in a circle (= in circles)    (ไม่ไปถึงไหน, ไม่ก้าวหน้า, ไม่มีประโยชน์)

    (c) in addition    (นอกจาก, ในฐานะเป็นสิ่งพิเศษ)

    (d) in advance    (ล่วงหน้า, ก่อนที่จะทำหรือได้อะไรบางอย่าง, อยู่ข้างหน้า, มาก่อน)

    (e) in a nutshell    (อย่างสั้นๆ, ในแบบสรุป, พูดแบบสั้นๆ)

    (f) in a (the) family way    (กำลังจะมีลูก)  (ใช้กับคนหรือสัตว์เท่านั้น)

    (g) in any case (= in any event = at all events)    (อย่างแน่นอน, ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม, โดยไม่

           คำนึงถึงสิ่งอื่น, อย่างไรก็ตาม)

    (h) in some ways but not in all    (ในบางประการ  แต่มิใช่ทั้งหมด)

4. What does “millennia” in paragraph 1 mean?

(หลายพันปี”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) centuries    (หลายศตวรรษ)

    (b) decades    (หลายทศวรรษ)

    (c) millennium    (ระยะเวลา ๑ พันปี, การฉลองครบรอบ ๑,๐๐๐ ปี, ระยะเวลาแห่งความถูกต้องและความสุข) 

          (เป็นเอกพจน์ของ  “millennia”)

    (d) millineries    (หมวกผู้หญิงและสินค้าจำพวกหมวกผู้หญิง, โรงงานทำหมวกผู้หญิง, ร้านขายหมวกผู้หญิง)

    (e) millionaires    (มิล-ยะ-แน่ร์)  (เศรษฐีเงินล้าน, บุคคลที่รวยมาก)

    (f) a billion of years    (ระยะเวลา ๑ พันล้านปี – อเมริกา, ระยะเวลา ๑ ล้านล้านปี – อังกฤษ)

    (g) thousands of years    (หลายพันปี)

    (h) a trillion of years    (ระยะเวลา ๑ ล้านล้านปี – อเมริกา – เลข ๑๓ หลัก, ระยะเวลา ๑ ล้านล้านล้านปี –

           อังกฤษ – เลข ๑๙ หลัก)

5. “They” in paragraph 1 refers to ______________________________________________.

(“พวกเขา”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _______________________________________)

    (a) hunters, food-gatherers, and farmers    (นายพราน, คนเก็บสะสมอาหาร และชาวไร่ชาวนา

           (ดูคำตอบจากพารากราฟ ๑  คนเหล่านี้เป็นบุคคลในอดีต  ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ ๑ และ ๒ ตามการ

           แบ่งของผู้เขียน)

    (b) berry-pickers    (ผู้เก็บลูกเบอรี่)

    (c) farmers    (ชาวไร่ชาวนา)

    (d) hunters    (นายพราน, นักล่า)

6. About a quarter of the world’s inhabitants _______________________________________.

(ประมาณ ๑ ใน ๔ ของประชากรโลก _________________________________________)

    (a) are well-educated mechanics    (เป็นช่างเครื่องกลที่มีการศึกษาดี)

    (b) live as their agricultural ancestors did    (ดำรงชีวิตเหมือนกับบรรพบุรุษที่ทำเกษตรกรรมของพวกเขา)

    (c) live in the first half of the 20th century    (มีชีวิตอยู่ในครึ่งแรกของศตวรรษที่ ๒๐)  (พารากราฟ ๒

           เพียงแต่กล่าวว่า  คนพวกนี้เป็นผลิตผลของครึ่งแรกของศตวรรษที่ ๒๐ (ค.ศ. ๑๙๐๐ – ๑๙๕๐) (หมายถึง 

           ช่วงเวลาดังกล่าวมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม  โดยเริ่มต้นในยุโรปก่อน  และต่อมาขยายมาสู่อเมริกา  คน

           เหล่านี้  ซึ่งมีชีวิตต่อมาจากช่วงเวลาดังกล่าว  จึงได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรม  ที่ช่วยให้ชีวิตมีความ

           สะดวกสบายกว่าแต่ก่อน  เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน  และมีการคมนาคมที่สะดวกทั้ง

           ทางบก, น้ำและอากาศ)  ซึ่งถูกหล่อหลอมโดยการใช้เครื่องจักรกลและการศึกษาของมวลชน, และได้

           รับการอบรมเลี้ยงดูด้วยความทรงจำที่ยังเหลืออยู่ของอดีตซึ่งทำเกษตรกรรมของประเทศของตนเอง)

    (d) live in societies in which industrial labor is the main kind    (อาศัยอยู่ในสังคม  ซึ่งการใช้

           แรงงานทางด้านอุตสาหกรรมเป็นประเภทสำคัญที่สุด)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารา

           กราฟ ๒ ที่กล่าว่า  “ในทางตรงกันข้าม  ค่อนข้างมากกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของ

           โลกสามารถพบได้ในสังคมอุตสาหกรรม)

7. “The present populations” in the first paragraph refers to _________________________.

(“ประชากรปัจจุบัน”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง ________________________________)

    (a) people of some different countries    (ผู้คนของประเทศต่างๆ บางประเทศ) 

    (b) all groups of people of the world    (คนทุกกลุ่มของโลก)

    (c) people of different generations    (ผู้คนเจนเนอเรชั่นต่างๆ)

    (d) a great number of the world’s population    (ประชากรจำนวนมากของโลก)  (ดูคำตอบจาก

           ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “เมื่อตรวจสอบประชากรปัจจุบันของโลก  เราพบ

           กลุ่มคนเล็กมากๆ  ผู้ซึ่งยังคงดำรงชีวิตโดยการล่าสัตว์และค้นหาอาหาร (หาของป่า) เหมือนที่

           มนุษย์กระทำเมื่อหลายพันปีล่วงมาแล้ว”  ซึ่งหมายถึง  การสุ่มตัวอย่างสำรวจประชากรจำนวน

           มากทั่วโลก)

8. “moulded” (หรือ “molded”) in the second paragraph could best be replaced by ___________.

(“หล่อหลอม, ก่อเป็นรูปร่างขึ้นจากแม่พิมพ์, มีอิทธิพลในการสร้างแบบขึ้น, ฝึกฝน”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______________)

    (a) prompted    (กระตุ้น)

    (b) convicted   (ตัดสินว่าได้กระทำผิด, พิสูจน์แล้วว่ากระทำผิด)

    (c) catered   (เค้-เท่อะ)  (จัดหาอาหารให้, จัดหาสิ่งที่ต้องการให้, เสนอรายการบันเทิง)

    (d) acknowledged   (ยอมรับ, รับรอง, เห็นคุณค่า, แจ้งว่าได้รับ)

    (e) cast    (หล่อหลอม, หล่อแบบ, ให้กำเนิด, คำนวณ, ตรวจหา, วางแผน, ขว้าง, ทิ้ง, เหวี่ยง, โยน,

          หว่าน, ทอด (แสง, เงา, สายตา), ปลด, หย่อน, ทำนาย, จัดการ)  (กริยา ๓ ช่อง  คือ “Cast,

          Cast, Cast”)

    (f) precipitated   (เร่งรัดให้เกิดขึ้น)

    (g) enlightened   (ให้ความรู้ความสว่าง, บอกแจ้ง, สอน)

    (h) invalidated   (อิน-แว้ล-ลิ-เดท)  (ทำให้เป็นโมฆะ, ทำให้ไร้ผล, ทำให้ใช้การไม่ได้)

9. What does “in effect” in paragraph 2 mean?

(“เหมือนกันในความหมายหรือผลลัพธ์, มีผลบังคับใช้”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) in fact    (ตามความเป็นจริง)

    (b) in case    (เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม, ในฐานะเป็นการระวังล่วงหน้า, ถ้าจำเป็น, ถ้า, ถ้าเผื่อว่า...............)

    (c) in charge    (รับผิดชอบ, มีอำนาจหรือควบคุม, อยู่ในฐานะกำกับดูแล)

    (d) in cold blood    (อย่างเลือดเย็น, อย่างปราศจากความสงสาร)

    (e) the same in meaning or result    (มีความหมายหรือผลลัพธ์เหมือนกัน)

    (f) in common    (เป็นเจ้าของร่วมกันหรือเท่าๆ กัน, ใช้งานหรือเป็นเจ้าของโดยทุกคน, (มีประสบการณ์)

           เหมือนๆ กัน)

    (g) in consequence    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น, ผลที่ตามมา)

    (h) in demand    (เป็นที่ต้องการ)

10. A few per cent of the world’s population at present are specifically distinguished from the people both of the present and the past because they _____________.

(๒ – ๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของโลกในปัจจุบัน  มีความแตกต่างเป็นพิเศษ (อย่างโดยเฉพาะ) จากผู้คนของทั้งปัจจุบันและอดีต  เพราะว่าพวกเขา _____________)

      (a) set up a nation of their own independently    (จัดตั้งประเทศของตนเองอย่างเป็นอิสระ)

      (b) live in the advanced life style of future society    (ดำเนินวิถีชีวิตที่ก้าวหน้า (ล้ำยุค) ของ

             สังคมในอนาคต)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ ของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “แต่สิ่งที่เป็น

             เครื่องหมายอย่างเป็นพิเศษ (อย่างโดยเฉพาะ) กับผู้คนแห่งอนาคต  คือ  ข้อเท็จจริงที่ว่าพวก

             เขาได้ติดอยู่ในย่างก้าวของชีวิตแบบใหม่ที่เร่งรีบมากขึ้น เสียแล้ว)

      (c) are richer and better educated than the rest of the human race    (ร่ำรวยกว่าและมีการศึกษา

            ดีกว่าส่วนที่เหลือของเผ่าพันธุ์มนุษย์)  (เป็นความจริงอย่างหนึ่งของคนกลุ่มนี้  แต่มิได้ทำให้พวกเขา

            แตกต่างเป็นพิเศษจากผู้คนของทั้งปัจจุบันและอดีต)

      (d) work in the fields of technology and culture    (ทำงานในสาขาเทคโนโลยีและวัฒนธรรม)

11. “it” in the third paragraph refers to ___________________________________________.

(“มัน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง __________________________________________)

      (a) living in industrialized societies    (การดำรงชีวิตในสังคมอุตสาหกรรม)

      (b) living the way of life of the future    (การดำเนินวิถีชีวิตของอนาคต)  (ดูคำตอบจากประโยค

             ที่ ๓ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “ผู้คนแห่งอนาคตพวกนี้,  บ่อยครั้งมิได้ตระหนักถึงมัน,  ดำ

             รงชีวิตในปัจจุบันเหมือนกับที่ผู้คนอีกหลายล้านคนจะดำรงชีวิตในอนาคต (หมายถึง เมื่อความ

             เจริญสูงสุดทางด้านเทคโนโลยีมาถึง)” “มัน” จึงหมายถึง  การดำเนินวิถีชีวิตของอนาคต)

      (c) living the way people live in big cities    (การดำรงชีวิตในแบบผู้คนที่อาศัยในเมืองใหญ่)

      (d) living today as millions of people are living    (การดำรงชีวิตในปัจจุบันเหมือนกับที่ผู้คนอีกหลาย

            ล้านคนกำลังกระทำอยู่)

12. “The people.………….live today as millions more will live tomorrow” in paragraph 3 means ______________.

(“ผู้คน....................ดำรงชีวิตในปัจจุบัน  เหมือนกับที่ผู้คนอีกหลายล้านคนจะดำรงชีวิตในอนาคต”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ______________)

      (a) they spend their lives nowadays as they will in the future    (พวกเขาใช้ชีวิตในปัจจุบัน  เหมือน

             กับที่พวกเขาจะกระทำในอนาคต)

      (b) they spend their lives nowadays as others will in the future    (พวกเขาใช้ชีวิตในปัจจุ

             บัน  เหมือนกับที่คนอื่นๆ จะกระทำในอนาคต)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓)

      (c) other people spend their lives today as they will in the future    (คนอื่นๆ ใช้ชีวิตในปัจจุบัน 

             เหมือนกับที่จะกระทำในอนาคต)

      (d) other people spend their lives today as a tiny group of people will in the future    (คนอื่นๆ

             ใช้ชีวิตในปัจจุบัน  เหมือนกับที่คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งจะกระทำในอนาคต)

13. “account for” in paragraph 3 means __________________________________________.

(“ประกอบขึ้นเป็น, อธิบายว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือทำไมจึงทำมัน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ____

_________)

      (a) explain    (อธิบาย)

      (b) desire    (ปรารถนา, ต้องการ, อยากได้)

      (c) are considered    (ได้รับการพิจารณา, ถูกถือว่า)

      (d) appreciate    (ยกย่อง, ชื่นชม, เห็นคุณค่า)

      (e) are responsible for    (รับผิดชอบต่อ)

      (f) despise    (ดิส-ไพ้ซ) (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม)

      (g) make up    (ประกอบขึ้นเป็น, แต่งเรื่อง, กุเรื่องขึ้น, ชดเชย, แต่งหน้า, เสริมสวย)

      (h) detest    (เกลียดชัง, ไม่ชอบมาก)

14. “the earliest citizens” in the third paragraph are ________________________________.

(“พลเมืองยุคแรกสุด”  ในพารากราฟ ๓  คือ ____________________________________)

      (a) the people of the present who are producing a new generation    (ผู้คนยุคปัจจุบัน  ผู้ซึ่งกำลัง

             สร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมา)

      (b) the progressive group of people who are pioneers of the life style of the future   

              (กลุ่มคนซึ่งก้าวหน้า  ผู้ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกวิถีชีวิตของอนาคต)  (ดูคำตอบจากประโยคสุด

              ท้ายของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “พวกเขาเป็นตัวแทนความก้าวหน้าของมนุษย์  ซึ่ง

              เป็นพลเมืองยุคแรกสุดของสังคมอุตสาหกรรมระดับสุดยอด (เจริญถึงขีดสุด) ที่มีอยู่ทั่ว

              โลก  ซึ่งกำลังเกิดขึ้นมาในปัจจุบัน)

      (c) the group of people who are born in the second half of the 20th century    (กลุ่มคนผู้ซึ่งเกิดมา

             ในครึ่งหลังของศตวรรษที่ ๒๐)

      (d) the people of the present who are experimenting with a new kind of society    (ผู้คนยุคปัจจุบัน 

             ผู้ซึ่งกำลังทำการทดลองกับสังคมชนิดใหม่)

15. “the worldwide super-industrial society” in paragraph 3 is _______________________.

(“สังคมอุตสาหกรรมระดับสุดยอด (เจริญถึงขีดสุด) ที่มีอยู่ทั่วโลก”  ในพารากราฟ ๓  คือ _________)

      (a) a society which is highly industrialized    (สังคมซึ่งเป็นอุตสาหกรรมอย่างสูง)

      (b) a society which has efficient industrial workers    (สังคมซึ่งมีคนงานอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพ)

      (c) an industrial society which has a progressive system    (สังคมอุตสาหกรรมซึ่งมีระบบที่ก้าวหน้า)

      (d) a more advanced industrial society than that of the present    (สังคมอุตสาหกรรมซึ่งก้าวหน้า

            (เจริญ) กว่าสังคมปัจจุบัน)

16. “mobile” in the final paragraph is closest in meaning to ____________________________.

(“ก้าวหน้า, มีพลัง, เคลื่อนย้ายถ่ายเท, อพยพโยกย้าย, เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”  ในพารากราฟสุดท้าย  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ ____________)

      (a) harmonious    (เข้ากันได้, สามัคคี, กลมกลืนกัน, เสนาะหู, คล้องจองกัน, ประสานกัน)

      (b) violent    (รุนแรง, ดุเดือด, ใช้กำลัง, ล่วงละเมิด, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ, ทำลาย)

      (c) wary    (แว้-รี่)  (ระมัดระวัง, ระวังตัว, คอยเฝ้าดู, รอบคอบ)

      (d) peculiar    (แปลก, ประหลาด, พิกล)

      (e) progressive or dynamic    (ก้าวหน้าหรือมีพลัง)

      (f) gigantic    (ใหญ่โตผิดปกติ, มหึมา, มหาศาล, คล้ายยักษ์)

      (g) imaginative    (ช่างคิด, ช่างจินตนาการ)

      (h) sensible    (ฉลาด, มีเหตุผล, มีไหวพริบ)

      (i) valiant    (กล้าหาญ)

      (j) extravagant    (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, มากเกินไป)

17. What does “marks” in the final paragraph mean?

(“เป็นเครื่องหมาย, ทำรอย, ทำเครื่องหมาย, ทำให้เป็นแผลเป็น, ทำให้เป็นจุด, แสดงให้ปรากฏชัด, มุ่งหมาย, สังเกต, พิจารณา”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) legalizes    (ทำให้เป็นเรื่องถูกกฎหมาย)

      (b) overthrows    (โค่น, ล้มล้าง, ล้มคว่ำ, ขว้างลูกได้ไกลกว่า)

      (c) tolerates    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

      (d) familiarizes    (ฟะ-มี้ล-เยอะ-ไรซ)  (ทำให้คุ้นเคยกับ)

      (e) discriminates    (แยกแยะ, แบ่งแยก, วินิจฉัย, เลือกที่รักมักที่ชัง, ตัดสินโดยใช้เหตุผล)

      (f) symbolizes    (เป็นเครื่องหมาย, เป็นเครื่องแสดง, เป็นสัญลักษณ์, แสดงด้วยสัญลักษณ์หรือ

             เครื่องหมาย)

      (g) enriches    (ทำให้ร่ำรวย-อุดมสมบูรณ์, ประดับ, ตกแต่ง, เพิ่มคุณค่า, เพิ่มความสำคัญ, ทำให้คุณภาพดีขึ้น)

      (h) subsidizes    (ซั้บ-สิ-ได๊ซ)  (อุดหนุนเงิน, ให้เงินสงเคราะห์)

18. The writer of this passage probably intended to show us ___________________________.

(ผู้เขียนเรื่องนี้บางทีตั้งใจที่จะแสดงให้เราเห็น ___________________________________)

      (a) how people in the past and the present differ from those in the future    (ว่าผู้คนใน

             อดีตและปัจจุบันแตกต่างจากผู้คนในอนาคตอย่างไร)  (ดูคำตอบจาก “หมายเหตุ” ท้าย

             คำแปล)

      (b) how human beings in the present are divided into different groups    (ว่ามนุษย์ในปัจจุบันถูกแบ่ง

             ออกเป็นกลุ่มต่างๆ อย่างไร)

      (c) that we are living in societies that are evolving    (ว่าเรากำลังดำรงชีวิตในสังคมซึ่งกำลังวิวัฒนาการ

             – เจริญก้าวหน้า)

      (d) that we are living the way of life of the future    (ว่าเรากำลังดำเนินวิถีชีวิตของอนาคต)  (มีคนเพียง

            ๒ - ๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเท่านั้น  ที่กำลังดำเนินวิถีชีวิตแบบนี้)

 

(คำแปล)

ผู้คนแห่งอนาคต

 

            พลเมือง (ผู้อาศัย, ผู้อยู่อาศัย, สัตว์ที่อยู่อาศัย) (inhabitants) ของโลกถูกแบ่ง (แบ่งแยก, จำแนก, แบ่งสรร, แบ่งปัน, แยกแยะ, หาร) (divided) ไม่เพียงแต่โดยเชื้อชาติ (เผ่าพันธุ์, ชนชาติ, มนุษยชาติ, วรรณะ, วงศ์ตระกูล, เชื้อสาย, พันธุ์, การแข่งขัน, การแข่งขันความเร็ว, การวิ่งแข่ง) (race), ประเทศ (nation), ศาสนา (religion) หรืออุดมการณ์ (ideology) เท่านั้น  แต่ยัง (ถูกแบ่ง), ในบางประการ มิใช่ทั้งหมด (บางส่วน) (in a sense), โดยฐานะทางสังคมของพวกเขาในช่วงเวลาหนึ่ง (their position in time) อีกด้วย,  เมื่อตรวจสอบประชากรปัจจุบัน (Examining the present populations) ของโลก (ลูกโลก, รูปทรงกลม, สิ่งที่เป็นลูกทรงกลม) (globe)  เราพบกลุ่มคนเล็กมากๆ (tiny group) ผู้ซึ่งยังคงดำรงชีวิต (ดำเนินชีวิต, มีชีวิตอยู่, อาศัย, อยู่ในความทรงจำ, เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง, กิน) (live) โดยการล่าสัตว์ (hunting) และค้นหาอาหาร (สะสมอาหาร) (food-foraging) เหมือนที่มนุษย์ (men) กระทำ (did) เมื่อหลายพันปี (millennia) ล่วงมาแล้ว,  ส่วนคนอื่นๆ  ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่มาก (vast majority) ของมนุษยชาติ (มนุษย์, คน, ผู้คนทั้งหลาย) (mankind) มิได้พึ่งพาอาศัย  (depend not on) การล่าหมี (bear-hunting) หรือการเก็บผลเบอรี่ (berry-picking)  แต่พึ่งพาอาศัยการเกษตรกรรม (agriculture),  พวกเขาดำเนินชีวิต (live)ในหลายแง่หลายมุม (in many respects)ตามที่บรรพบุรุษของพวกเขา (as their ancestors) กระทำ (ดำเนินชีวิต) (did) เมื่อหลายศตวรรษล่วงมาแล้ว,  คน ๒ กลุ่มเหล่านี้ (ตามที่กล่าวข้างต้น)  เมื่อนำมารวมกัน (taken together) จะประกอบกันเป็น (ก่อตัวเป็น, ประกอบด้วย, แต่ง (เพลง, ดนตรี), ประพันธ์, เรียบเรียง, สำรวมใจ, ตั้งสติ) (compose) บางที (เป็นไปได้ว่า) (perhaps) ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของมนุษยชาติที่มีชีวิตอยู่ทั้งหมด,  พวกเขาเป็นผู้คนของอดีต (people of the past)                                          

          ในทางตรงกันข้าม (By contrast)  ค่อนข้าง (บางส่วน, บ้าง) (somewhat) มากกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของโลกสามารถพบได้ในสังคมอุตสาหกรรม (industrialized societies),  พวกเขาดำเนิน (นำ, พา, จูง, ชักจูง, นำหน้า, นำทาง, นำไปสู่, พูดนำ) (lead) ชีวิตทันสมัย (modern lives)  พวกเขาเป็นผลิตผล (ผลิตภัณฑ์)  (products) ของครึ่งแรกของศตวรรษที่ ๒๐ (ค.ศ. ๑๙๐๐ – ๑๙๕๐) (หมายถึง  ช่วงเวลาดังกล่าวมีการปฏิวัติอุตสาหกรรม  โดยเริ่มต้นในยุโรปก่อน  และต่อมาขยายมาสู่อเมริกา  คนเหล่านี้  ซึ่งมีชีวิตต่อมาจากช่วงเวลาดังกล่าว  จึงได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรม  ที่ช่วยให้ชีวิตมีความสะดวกสบายกว่าแต่ก่อน  เนื่องจากมีการใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคน  และมีการคมนาคมที่สะดวกทั้งทางบก, น้ำและอากาศ)  ซึ่งถูกหล่อหลอม (ก่อเป็นรูปร่างขึ้นจากแม่พิมพ์, มีอิทธิพลในการสร้างแบบขึ้น, ฝึกฝน) (moulded) โดยการใช้เครื่องจักรกล (mechanization) และการศึกษาของมวลชน (mass education),  และได้รับการอบรมเลี้ยงดู (brought up) ด้วยความทรงจำที่ยังเหลืออยู่ (with lingering memories) ของอดีตซึ่งทำเกษตรกรรม (agricultural past) ของประเทศของตนเอง (their own country’s),  พวกเขา (คนกลุ่มนี้),  เหมือนกันในความหมายหรือผลลัพธ์ (มีผลบังคับใช้) (in effect),  คือผู้คนของปัจจุบัน (people of the present)

            ส่วนที่เหลือ (The remaining) ๒ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของโลก,  อย่างไรก็ดี,  มิได้เป็นผู้คนไม่ว่าจะเป็นของอดีตหรือปัจจุบันต่อไปอีกแล้ว,  สำหรับภายในศูนย์กลางสำคัญที่สุด (main centers) ของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม  คือ  ในเมืองซานตาโมนิกา  รัฐแคลิฟอร์เนีย และเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์,  ในกรุงนิวยอร์ก และลอนดอนและโตเกียว  คือชายและหญิงจำนวนหลายล้านคน  ผู้ซึ่งสามารถกล่าวได้แล้วว่ากำลังดำเนินวิถีชีวิต (living the way of life) ของอนาคต,  ผู้คนแห่งอนาคตพวกนี้,  บ่อยครั้งมิได้ตระหนักถึงมัน (often without being aware of it)ดำรงชีวิตในปัจจุบัน (live today) เหมือนกับที่ผู้คนอีกหลายล้านคนจะดำรงชีวิตในอนาคต (as millions more will live tomorrow) (หมายถึง เมื่อความเจริญสูงสุดทางด้านเทคโนโลยีมาถึง),  และในขณะที่พวกเขาประกอบขึ้นเป็น (อธิบายว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรือทำไมจึงทำมัน) (account for) เพียง ๒ – ๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของโลกในปัจจุบันเท่านั้น  พวกเขาได้สร้าง (form) รัฐนานาชาติแห่งอนาคต (international nation of the future) ในท่ามกลางพวกเรา (in our midst) (หมายถึง  พลเมืองทั่วไปของโลก) ขึ้นมาแล้ว (เป็นการเปรียบเทียบคนกลุ่มนี้  ที่แตกต่างไปจากคนกลุ่มอื่นในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย  มิได้เป็นการสร้างรัฐนานาชาติขึ้นมาจริงๆ),  พวกเขาเป็นตัวแทนความก้าวหน้าของมนุษย์ (advance agents of man)  ซึ่งเป็นพลเมืองยุคแรกสุุด (earliest citizens) ของสังคมอุตสาหกรรมระดับสุดยอด (เจริญถึงขีดสุด) (superindustrial society) ที่มีอยู่ทั่วโลก (worldwide)  ซึ่งกำลังเกิดขึ้นมาในปัจจุบัน (now being born)

            อะไรทำให้พวกเขา (ผู้คนแห่งอนาคต) แตกต่างไปจากส่วนที่เหลือของมนุษยชาติ (the rest of mankind),  แน่นอนทีเดียว  พวกเขาร่ำรวยกว่า, มีการศึกษาดีกว่า (better educated), ก้าวหน้า (มีพลัง, เคลื่อนย้ายถ่ายเท, อพยพโยกย้าย, เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ) (mobile) มากกว่าส่วนใหญ่ (majority) ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ (human race),  พวกเขายังมีชีวิตยืนยาวกว่า (live longer) ด้วย,  แต่สิ่งที่ (what) เป็นเครื่องหมาย (ทำรอย, ทำเครื่องหมาย, ทำให้เป็นแผลเป็น, ทำให้เป็นจุด, แสดงให้ปรากฏชัด, มุ่งหมาย, สังเกต, พิจารณา) (marks) อย่างเป็นพิเศษ (อย่างโดยเฉพาะ) (specifically) กับผู้คนแห่งอนาคต  คือ  ข้อเท็จจริงที่ว่า  พวกเขาได้ติดอยู่ใน (caught up in) ย่างก้าวของชีวิตแบบใหม่ที่เร่งรีบมากขึ้น (new, stepped-up pace of life) เสียแล้ว,  พวกเขา “ดำรงชีวิตรวดเร็วกว่า (live faster)ผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวพวกเขา (people around them)

_________________________________________

****หมายเหตุ – ในบทความนี้  ผู้เขียนแบ่งประชากรของโลกออกเป็น ๔ กลุ่ม, ๓ ยุคสมัย  กล่าวคือ กลุ่มแรกเป็นคนกลุ่มเล็กนิดเดียว  กระจายอยู่ทั่วโลก  ยังคงดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และออกหาอาหารในธรรมชาติ  เหมือนดังที่มนุษย์สมัยโบราณกระทำเมื่อหลายพันปีมาแล้ว,  คนกลุ่มที่ ๒ เป็นประชา กรส่วนใหญ่ของโลก  ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์, เก็บผลไม้ (หาของป่า) และทำเกษตรกรรมด้วย  เหมือนกับที่บรรพบุรุษของตนกระทำเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว  คน ๒ กลุ่มนี้รวมกันแล้วมีประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของโลกปัจจุบัน  ผู้เขียนเรียกคน ๒ กลุ่มนี้ว่า “บุคคลของอดีต,”  ส่วนคนกลุ่มที่ ๓ มีมากกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก  เป็นคนที่อยู่ในสังคมอุตสาหกรรม  ดำเนินชีวิตที่ทันสมัย  คนกลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในทวีปยุโรปและอเมริกาในครึ่งแรกของศตวรรษที่ ๒๐ (ค.ศ. ๑๙๐๐ – ๑๙๕๐)  คนเหล่านี้จึงได้รับผลพวงแห่งความเจริญก้าวหน้าจากการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  รวมทั้งการคมนาคมของโลก  พวกเขาได้รับความสะดวกสบายจากการใช้เครื่องจักรกล  และมีความรู้ความชำนาญจากการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย  ผู้เขียนเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “บุคคลของปัจจุบัน”

            สำหรับคนกลุ่มที่ ๔ ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้าย  มีเพียง ๒ – ๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก  คนกลุ่มนี้กระจายอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ของโลกที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสูง  และมีการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมด้วย  คนเหล่านี้มีวิถีชีวิตของอนาคต  ที่กำลังพัฒนาก้าวหน้าไปเรื่อยๆ  และจะพัฒนาถึงขั้นสูงสุดในอนาคตอันใกล้นี้  จนกลายเป็นสังคมอุตสาหกรรมระดับสุดยอด  คนกลุ่มนี้ต่างจากประชากรโลกที่เหลือ  คือ  พวกเขามีความร่ำรวย  มีการศึกษาดี  และก้าวหน้า, มีพลัง, เคลื่อนย้ายถ่ายเท-อพยพโยกย้ายมากกว่าคนกลุ่มอื่น  และยังมีชีวิตยืนยาวกว่าด้วย  คนกลุ่มนี้มีวิถีชีวิตแบบใหม่ที่รีบเร่ง  และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระดับสูง  เมื่อเปรียบเทียบกับคนกลุ่มอื่นๆ รอบๆ ตัวพวกเขา,  ผู้เขียนเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “บุคคลของอนาคต” 

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป