หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 90)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Duck Shooting

 

          However, we did sometimes get into serious trouble.  On one occasion he persuaded me and the little brother to accompany him on a secret shooting expedition he had planned.  We were to start on horseback before daybreak, ride to one of the marshes about two miles from home, shoot a lot of ducks, and get back about breakfast time.  The main thing was to keep the plan secret, then it would be all right, since the sight of the number of wild ducks should have to show on our return would cause our escapade to be overlooked.

          In the evening, instead of setting free our ponies as usual, we took and tethered them in the plantation, and next morning about three o’clock we crept cautiously out of the house and set off on our adventure.  It was a winter morning, misty and cold when the light came, and the birds were excessively wild at that hour.  In vain we followed the flocks, my brother stalking them through the sedges, above his knees in the water; not a bird could he get, and at last we were obliged to go back empty-handed to face the outcome.  At half past ten we rode to the door, wet and hungry and miserable, to find the whole house in a state of confusion at our disappearance.  When we were first missed in the morning, one of the workmen reported that he had seen us taking our horses to conceal them in the plantation at a little after dark, and it was assumed that we had run away – that we had gone south where the country was more thinly settled and wild animals more abundant, in quest of new and more stirring adventures.  They were greatly relieved to see us back, but as we had no ducks to placate them, we could not be forgiven, and as a punishment we had to go breakfastless that day, and our leader was in addition sternly lectured and forbidden to use a gun for the future.

 

1. The boys hoped that they would not be punished for their escapade because _____________.

(พวกเด็กผู้ชายหวังว่าพวกเขาจะไม่ถูกลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ออกนอกลู่นอกทางของตน  เพราะว่า ___________)

    (a) they were sure they could bring back a lot of ducks on their return    (พวกเขามั่นใจว่า

           ตนสามารถนำเป็ดจำนวนมากกลับมาได้ในตอนกลับบ้าน)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของ

           พารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “................ เพราะว่าภาพของจำนวนเป็ดป่าที่จะแสดงให้ (คนที่บ้าน)

           เห็นเมื่อตอนเรากลับมา  จะเป็นเหตุให้พฤติการณ์ที่ออกนอกลู่นอกทางของเรา (หมายถึง  การ

           แอบหนีไปยิงเป็ด) ถูกมองข้ามไป (หมายถึง  ไม่ถูกด่าหรือลงโทษ)”)

    (b) they would keep their plan secret    (พวกเขาจะเก็บแผนของตนไว้เป็นความลับ)

    (c) if they could get back before breakfast time, everything would be all right    (ถ้าพวกเขาสามารถ

           กลับบ้านก่อนเวลาอาหารเช้า  ทุกสิ่งทุกอย่างจะเรียบร้อย)

    (d) nobody was at home that morning    (ไม่มีใครอยู่บ้านเช้าวันนั้น)

2. In the first paragraph, “persuaded” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, แนะนำ, ทำให้เชื่อ, กล่อม”  หมายถึง ________)

    (a) devised    (ประดิษฐ์, คิดค้น, สร้างขึ้นมา)

    (b) challenged    (ท้าทาย)

    (c) compromised    (ประนีประนอม, ยอม)

    (d) offered    (เสนอให้, หยิบยื่นให้)

    (e) negotiated    (เจรจา, ซื้อขาย, แลกเป็นเงิน, จัดการ)

    (f) diagnosed    (วินิจฉัย, ตรวจโรค, วิเคราะห์)

    (g) induced    (ชักชวน, ชักจูง, ชักนำ, เหนี่ยวนำ, มีอิทธิพลต่อ, ทำให้เกิดขึ้น, พิสูจน์หาความจริง

           ด้วยการสังเกตข้อเท็จจริง)

    (h) provided    (จัดหา, จัดให้)

3. “accompany” in paragraph 1 means ___________________________________________.

(“ติดตาม, มากับ, ไปกับ, เป็นเพื่อน, ประกอบ, คลอเสียง, เล่นดนตรีคลอเสียง”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ____________)

    (a) retaliate    (ตอบโต้, แก้แค้น, ตอบแทน, แก้เผ็ด, แก้ลำ)

    (b) cluster    (จับกันเป็นกลุ่มก้อน, เป็นกลุ่มก้อน)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “กลุ่ม, ก้อน, ช่อ, พวง”)

    (c) proliferate    (ขยาย, เพิ่มทวี, ผุดขึ้น, งอก, แพร่หลาย, แพร่พันธุ์, เผยแพร่)

    (d) discriminate    (แบ่งแยก, เลือกที่รักมักที่ชัง, เลือกปฏิบัติ)

    (e) ridicule    (ริด-ดิ-คิวล)  (เยาะเย้ย, หัวเราะเยาะ, หยอกล้อ, ยั่วเย้า)

    (f) penalize    (ลงโทษ, ปรับเปรียบเทียบ)

    (g) regulate    (ควบคุม, ดูแล, ปรับ, ทำให้เป็นระเบียบ, วางระเบียบ, กำหนด, บัญญัติ)

    (h) escort    (ไปเป็นเพื่อน, คุ้มกัน, พิทักษ์, เป็นพี่เลี้ยง)

4. The word “expedition” in paragraph 1 could best be replaced by _____________________.

(คำว่า  “การเดินทาง, การเดินทางเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น สำรวจ-ทำสงคราม หรืออื่นๆ, คณะผู้เดินทางดังกล่าว, ความว่องไวหรือรวดเร็วในการกระทำบางอย่าง”  ในพารากราฟ ๑  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______________)

    (a) competition    (การแข่งขัน)

    (b) exhibition    (เอค-ซิ-บิ๊ช-ชั่น)  (การแสดงนิทรรศการ, งานมหกรรม, การแสดงออก, ผลิตภัณฑ์ที่นำ

           มาแสดง)

    (c) reformation    (การปฏิรูป, การแก้ไขให้ดีขึ้น, การกลับเนื้อกลับตัว)

    (d) survey    (การสำรวจ)

    (e) diagnosis    (การวินิจฉัยโรค)

    (f) trip    (การเดินทาง, การท่องเที่ยว, ระยะการเดินทาง, การพลาด, การเดินพลาด, ความผิดพลาด,

           การไปกลับ)

    (g) inspiration    (แรงบันดาลใจ)

    (h) accommodation    (อะ-คอม-โม-เด๊-ชั่น)  (สิ่งอำนวยความสะดวกหรือความต้องการ, การปรับตัว,

           การต้อนรับ, การจัดหาที่พัก, ที่พัก, การปรองดอง)

5. What does “marshes” in the first paragraph mean?

(“บึง, หนองน้ำ”  ในพารากราฟแรกหมายถึงอะไร)

    (a) churches    (โบสถ์, วัด, ศาสนจักร, กลุ่มคริสต์ศาสนิกชน, นิกายศาสนาคริสต์, ฝ่ายศาสนจักร, ความเชื่อ

           หรือศรัทธาทางศาสนา, การสวดมนต์, การประกอบพิธีทางศาสนา, ตำแหน่งบาทหลวง, การบวชเป็นพระ)

    (b) groves    (สวนผลไม้, บริเวณป่าเล็กๆ)

    (c) bushes    (พุ่มไม้, ต้นไม้เตี้ย, ป่าละเมาะ, หางหมาจิ้งจอก, ผมที่เป็นพุ่ม, เครื่องสวมเพลา)

    (d) taverns    (โรงแรมเล็กๆ, ร้านเหล้า, โรงเตี๊ยม, โรงขายอาหาร)

    (e) swamps    (หนอง, หนองน้ำ, บึง, ที่ลุ่มหนอง, ปลัก, ตม)

    (f) ponds    (สระน้ำ, บ่อน้ำ)

    (g) localities    (สถานที่, ตำแหน่งที่, ตำแหน่งที่ตั้ง, ถิ่นที่อยู่, ลักษณะเฉพาะที่เฉพาะถิ่น)

    (h) lakes    (ทะเลสาบ)

6. “sight” in paragraph 1 is closest in meaning to ___________________________________.

(“ภาพ, ทิวทัศน์, สายตา, การเห็น, สิ่งที่เห็น”  ในพารากราฟ ๑  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ ______)

    (a) size    (ขนาด, ปริมาณ, ความสั้นยาว, ความใหญ่เล็ก, ขอบเขต, พื้นที่, ช่วง)

    (b) delight    (ดิ-ไล้ท)  (ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความบันเทิงใจ)  (ถ้าเป็นคำกริยา หมายถึง  “รื่นรมย์,

           พอใจ, บันเทิงใจ, ทำให้รื่นรมย์-พอใจ-บันเทิงใจ”)

    (c) verdict   {คำตัดสิน (ของศาล), คำชี้ขาด (ของกรรมการ, ผู้ตัดสิน)}

    (d) outcome    (ผลลัพธ์)

    (e) fury    (ความโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ)

    (f) peril    (อันตราย, ภัย)

    (g) mystery    (ความลึกลับ, ความลี้ลับ, สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้, ความลับ)

    (h) spectacle    (ภาพ, สิ่งที่ปรากฏให้เห็น, ปรากฏการณ์, ภาพที่น่าตื่นเต้น, การแสดงต่อหน้า

           สาธารณชน, การแสดง)

7. The boys hid their horses _________________________________________________.

(เด็กๆ ซ่อนม้าของตน __________________________________________________)

    (a) near the marsh about two miles from home    (ใกล้บึงห่างจากบ้านประมาณ ๒ ไมล์)

    (b) in the plantation    (ในไร่)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ในตอน

           เย็น  แทนที่จะปล่อยม้าแคระของเราให้เป็นอิสระตามปกติ  เราพามันไปและผูก (ล่าม) พวกมัน

           ไว้ในไร่ ..................)

    (c) behind their house    (หลังบ้านของตน)

    (d) on the hill near their house    (บนเนินเขาใกล้บ้านของตน)

8. “overlooked” in paragraph 1 refers to _________________________________________.

(“มองข้ามไป, แกล้งมองไม่เห็น, เมินเฉย, เพิกเฉย, ละเลย, ควบคุม, ดูแล”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง

___________)

    (a) criticized    (วิจารณ์, จับผิด)

    (b) confronted    (เผชิญหน้า)

    (c) eliminated    (กำจัด, ทำลายหมดสิ้น, คัดออก)

    (d) disregarded    (มองข้าม, ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ, ไม่นำพา)

    (e) prolonged    (ยืดออก, ต่อ, ทำให้ยาวขึ้น, ขยายเวลาออกไป, หน่วงเหนี่ยว)

    (f) depicted    (พรรณนา, วาดให้เห็น, อธิบาย)

    (g) liberated    (ปลดปล่อย, ปล่อยให้เป็นอิสระ)

    (h) implored    (อ้อนวอน, วิงวอน, ขอร้อง, เรียกร้อง)

9. What does “plantation” in the second paragraph mean?

(“ไร่, ฟาร์มเพาะปลูก, สวน, นิคม, การเพาะปลูกเมล็ด)”  ในพารากราฟ ๒  หมายความว่าอะไร)

    (a) stable    (คอกม้า, โรงม้า, คอกวัว, คอกสัตว์, สัตว์ในคอก, ม้าหรือวัวในคอก, สถานที่ฝึกม้าแข่ง)

    (b) prairie    (ทุ่งหญ้าแพรรี่ในเขตหนาว)  

    (c) orchard    (สวนผลไม้)

    (d) jungle    (ป่าทึบ, ป่าดงดิบ)

    (e) a large piece of land especially in a tropical country, where crops such as cotton, tea,

          sugar, or rubber are grown    (ที่ดินแปลงใหญ่โดยเฉพาะในประเทศในเขตร้อน  ที่ซึ่งใช้ปลูก

          พืช เช่น ฝ้าย, ชา, น้ำตาล หรือยาง)

    (f) canyon    (หุบเขาลึก)

    (g) valley    (หุบเขา, ห้วงเขา, หว่างเขา, แอ่งลึก)

    (h) multitude    (ฝูงชน, จำนวนมาก)

10. The boys started their shooting expedition ______________________________________.

(พวกเด็กๆ เริ่มต้นการเดินทางไปยิงนก _______________________________________)

      (a) as soon as the sun set    (ในทันทีที่พระอาทิตย์ตก)

      (b) at daybreak    (ในตอนรุ่งอรุณ)

      (c) a little after dark    (ภายหลังจากมืดเล็กน้อย)

      (d) before there was sunlight    (ก่อนมีแสงอาทิตย์)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ

             ๒ ที่กล่าวว่า  “..................... และเช้าของวันต่อมาประมาณตี ๓  เราย่อง (เล็ดลอด) อย่างระมัด

             ระวังออกจากบ้าน  และเริ่มต้นการเดินทางในการผจญภัยของเรา)

11. The main reason why the boys were unable to get any ducks was that ________________.

(เหตุผลสำคัญว่าทำไมเด็กๆ ไม่สามารถได้เป็ดใดๆ เลยก็คือว่า ______________________)

      (a) it was too dark    (มันมืดเกินไป)

      (b) none of them could swim    (พวกเขาทุกคนไม่สามารถว่ายน้ำได้)

      (c) the ducks were too wild to get near to    (เป็ดเอะอะ – เตลิดเปิดเปิง – เกินไปกว่าที่จะเข้าไป

             ใกล้พวกมัน)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “มันเป็นตอนเช้าของ

             ฤดูหนาว  ที่มีหมอกปกคลุมและหนาวเย็นเมื่อแสงสว่างปรากฏขึ้น,  และสัตว์มีปีก (รวมเป็ดไก่)

             ต่างๆ จะเอะอะ (เตลิดเปิดเปิง) มากผิดปกติ ณ ชั่วโมงนั้น”)

      (d) the country was very wild    (ชนบท – ท้องถิ่น – ไม่เป็นระเบียบ-ยุ่งเหยิง)

12. The word “cautiously” in paragraph 2 means __________________________________.

(คำว่า  “อย่างระมัดระวัง, อย่างรอบคอบ, อย่างละเอียด”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง ____________)

      (a) delightedly    (อย่างปลื้มปิติ, อย่างยินดี)

      (b) extensively    (อย่างมากมาย, อย่างกว้างขวาง, อย่างครอบคลุม, อย่างแพร่หลาย, อย่างถ้วนทั่ว)

      (c) safely    (อย่างปลอดภัย)

      (d) continuously    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่องกันไป)

      (e) excitedly    (อย่างตื่นเต้น)

      (f) sluggishly    (อย่างเงื่องหงอย, อย่างซบเซา, อย่างเฉื่อยชา, อย่างเกียจคร้าน)

      (g) circumspectly    (อย่างระมัดระวัง, อย่างรอบคอบ, อย่างละเอียดรอบคอบ)

      (h) vehemently    (อย่างรุนแรง)

13. The phrase “In vain” in paragraph 2 could best be replaced by _______________________.

(วลี  “ด้วยความล้มเหลว, ปราศจากความสำเร็จ, ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย __________)

      (a) fruitfully    (ให้ผลดี, มีผลมาก, ผลดก, ให้ลูกมาก, อุดมสมบูรณ์, มีกำไร)

      (b) economically    (อย่างประหยัด)

      (c) purposefully   (อย่างมีเป้าหมาย-เจตนา-เป้าประสงค์)

      (d) traditionally    (แต่ดั้งเดิม, เกี่ยวกับจารีต, สืบทอดตามประเพณี)

      (e) without success    (ปราศจากความสำเร็จ, ไม่สำเร็จ)

      (f) spontaneously   (เกิดขึ้นเอง, เป็นไปเอง, เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือโดยตัวของมันเอง, โดยสัญชาตญาณ,

            จากภายใน)

      (g) adversely    (ในทางลบ, อย่างเป็นปฏิปักษ์หรือในทางร้าย, อย่างตรงกันข้าม)

      (h) indisputably   (อย่างไม่อาจเถียงหรือโต้แย้งได้)

14. “obliged” in paragraph 2 is similar in meaning to ________________________________.

(“บังคับ, บีบบังคับ, เกณฑ์, ผูกมัด, ทำให้เป็นหนี้  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ __

________)

      (a) detected    (พบ, ตรวจพบ, พบเห็น, สืบหา, สืบค้น)

      (b) defrauded    (โกง,หลอกลวง, ต้มตุ๋น)

      (c) reproached    (ตำหนิ, ต่อว่า, ดุ, ประณาม)

      (d) interrupted    (ขัดขวาง, ยับยั้ง, ทำให้หยุด, พูดสอด, ตัดบท, ขัดจังหวะ)

      (e) compelled    (บังคับ, ผลักดัน, เกณฑ์, ใช้วิธีบังคับ, ได้มาด้วยการบังคับ, ต้อน)

      (f) ignored    (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่ใส่ใจ, ไม่ยอมรับรู้)

      (g) sentenced    (ตัดสินลงโทษ, พิพากษา)

      (h) undermined    (บ่อนทำลาย, ทำลายทีละน้อย, ทำลายอย่างลับๆ, ทำให้อ่อนลง, ขุด, เซาะ)

15. The people at home thought that the boys ______________________________________.

(ผู้คนที่บ้านคิดว่าเด็กๆ __________________________________________________)

      (a) had run away for an adventure    (หนี – ออกจากบ้าน – ไปเพื่อการผจญภัย)  (ดูคำตอบจาก

             ประโยคที่ ๕ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “เมื่อเราหายหน้าไปครั้งแรกในตอนเช้า,  คนงาน

             คนหนึ่งรายงานว่า  เขาได้เห็นเราพาม้าของเราไปเพื่อที่จะซ่อนพวกมันไว้ในไร่ ณ ภายหลังมืด

             เล็กน้อย,  และมันถูกสันนิษฐานว่าเราได้หลบหนีไป และ (สันนิษฐาน) ว่าเราได้ลงไปทางใต้ 

             ที่ซึ่งชนบทถูกตั้งรกรากถิ่นฐานเบาบางกว่า (หมายถึง  มีผู้คนอาศัยอยู่น้อยกว่า)  และสัตว์ป่า

             อุดมสมบูรณ์กว่า  เพื่อแสวงหาการผจญภัยใหม่ๆ และน่าตื่นเต้นกว่า)

      (b) had gone to settle down in the South    (ได้ไปตั้งรกรากทางภาคใต้)

      (c) wanted to get away from their family    (ต้องการไปให้พ้นจากครอบครัวของตน)

      (d) wanted to search for new friends in the South    (ต้องการค้นหาเพื่อนใหม่ทางภาคใต้)

16. What does “miserable” in paragraph 2 mean?

(“น่าสังเวช, ขมขื่น, ทุกข์ยาก, ไม่มีความสุข, ยากจน, น่าดูถูก, เลว”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) reliable    (เชื่อถือได้, น่าเชื่อถือ, ไว้วางใจได้)

      (b) hostile    (มุ่งร้าย, เป็นศัตรู, ไม่เป็นมิตร, มีเจตนาร้าย, ที่ต่อต้าน)

      (c) elegant    (สวยงาม, สง่างาม, งดงาม, เก๋, สละสลวย, เรียบร้อย, ดีเลิศ)

      (d) dilapidated    (ปรักหักพัง, ชำรุดทรุดโทรม, เน่าเปื่อย)

      (e) pathetic    (น่าเวทนา, น่าสงสาร, ซึ่งทำให้สงสาร, แร้นแค้น)

      (f) dispirited    (ดิส-ปิ๊-ริ-ทิด)  (ท้อแท้, ไม่มีกะจิตกะใจ เพราะความผิดหวัง)

      (g) redundant    (ริ-ดั๊น-เดิ้นท)  (เยิ่นเย้อ, น้ำท่วมทุ่ง, ใช้คำมากเกินไป, เหลือเฟือ, มากเกินความจำเป็น)

      (h) urgent    (เร่งรีบ, รีบด่วน, ฉุกเฉิน, เร่าร้อน)

      (i) extravagant    (เอค-แทร้ฟ-วะ-เกิ้นท)  (สุรุ่ยสุร่าย, ฟุ่มเฟือย)

      (j) uneasy    (ไม่สบายใจ, กังวล, ซึ่งลำบากหรือไม่สบาย)

17. The story is about _______________________________________________________.

(เรื่องนี้เกี่ยวกับ ______________________________________________________)

      (a) a secret plan which was almost successful    (แผนลับซึ่งเกือบจะประสบความสำเร็จ)

      (b) a stirring adventure of some boys    (การผจญภัยที่น่าตื่นเต้นของเด็กบางคน)

      (c) an unsuccessful expedition to shoot some ducks    (การเดินทางไปยิงเป็ดที่ล้มเหลว

             (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ด้วยความล้มเหลว  เราติดตามฝูง

             นกต่างๆ ไป  โดยน้องชายของผมไล่ตามพวกมัน (ฝูงนก) ไปตาม (ฝ่า) หญ้าแห้วหมู  ซึ่งอยู่

             เหนือเข่าของเขาในน้ำ (ในบึง)  โดยที่เขาไม่ได้เป็ดสักตัวเดียว  และในที่สุด  เราถูกบังคับให้

             ต้องกลับบ้านมือเปล่า  เพื่อเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ (หมายถึง  ผลของการแอบหนีออกจาก

             บ้านเพื่อไปล่าเป็ด)”)

      (d) some boys who tried to run away to the South    (เด็กบางคนซึ่งพยายามจะหลบหนีไปภาคใต้)

18. The word “abundant” in paragraph 2 means ___________________________________.

(คำว่า  “อุดมสมบูรณ์, มากมาย, ล้นเหลือ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ____________________)

      (a) indolent    (เกียจคร้าน)

      (b) wasteful    (ใช้แบบถลุง, ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, สูญเปล่า, เปล่าประโยชน์,

            ทำลาย, ที่บ่อนทำลาย)

      (c) bulky    (บั๊ล-คี่)  (ค่อนข้างใหญ่และเทอะทะ)

      (d) eminent    (โดดเด่น, มีชื่อเสียง)

      (e) portable    (สามารถนำติดตัวไปได้)

      (f) bountiful    (อุดมสมบูรณ์, มากมาย, เหลือหลาย, ใจบุญ, ใจกว้าง, เอื้อเฟื้อ, อารี)

      (g) graceful    (สง่างาม, สวยงาม, งดงาม)

      (h) energetic    (กระฉับกระเฉง, ขะมักเขม้น, มีพลัง, มีกำลังวังชา, ซึ่งชอบทำงาน)

      (i) apathetic    (แอพ-พะ-เธ้ท-ทิค)  (เฉยเมย, ไม่สนใจอะไร, ไม่ห่วงใยอะไร, มีหรือแสดงอารมณ์เล็กน้อย,

            ไม่มีอารมณ์)

      (j) intolerant    (ไม่อดทน, ไม่อดกลั้น, ไม่ยอม, ถือทิฐิ)

19. The statement “……..…and at last we were obliged to go back empty-handed to face the outcome.” in paragraph 2 means ____________.

(คำพูด  “................... และในที่สุด  เราก็ถูกบังคับให้ต้องกลับบ้านมือเปล่าเพื่อเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ (หมายถึง  ผลของการแอบหนีออกจากบ้านเพื่อไปล่าเป็ด)”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ________)

      (a) we had to go back home although we knew what was waiting for us there    (เราจำเป็นต้อง

             กลับบ้าน  แม้ว่าเรารู้ว่าอะไรกำลังรอคอยเราอยู่ที่นั่น)  (ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากเราไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอ

             คอยเราอยู่ที่บ้าน)

      (b) as we had got no ducks at all, we had to hurry back home    (เนื่องจากว่าเราไม่ได้เป็ดเลย 

             เราจำเป็นต้องรีบกลับบ้าน)

      (c) we had to go back with no ducks at all and face whatever would happen when we

             arrived home    (เราจำเป็นต้องกลับบ้านโดยไม่มีเป็ดเลย  และเผชิญหน้ากับอะไรก็ตาม

             ที่จะเกิดขึ้น  เมื่อเรามาถึงบ้าน)

      (d) as we had got no ducks at all, we would be punished when we arrived home    (เนื่องจากว่า

             เราไม่ได้เป็ดเลย  เราจะถูกลงโทษเมื่อเรามาถึงบ้าน) (ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากเราไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอคอย

             เราอยู่ที่บ้าน)

20. “……..… where the country was more thinly settled ……..….” in paragraph 2 means __________.

(“................... ที่ซึ่งชนบท (ถิ่นบ้านนอก) ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานเบาบางกว่า (หมายถึง  มีผู้คนอาศัยอยู่น้อยกว่า)”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ____________)

      (a) where the land had poor soil    (ที่ซึ่งแผ่นดินมีดินคุณภาพเลว)

      (b) where the land had fewer people living on it    (ที่ซึ่งแผ่นดินมีผู้คนอาศัยอยู่น้อยกว่า)

      (c) where the land was not under cultivation    (ที่ซึ่งแผ่นดินไม่มีการเพาะปลูกพืช)

      (d) where the people who lived on the land were not civilized    (ที่ซึ่งผู้คนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดิน

             ไม่มีอารยธรรม)

21. What does “placate” in paragraph 2 mean?

(“ปลอบใจ, ทำให้พอใจ, ปิดปาก, ปลอบโยน, ทำให้สงบ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ___________)

      (a) incapacitate    (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ)

      (b) threaten    (เป็นภัย, คุกคาม, ข่มขู่, ขู่เข็ญ, เตือนภัย, เป็นลางร้าย)

      (c) irritate    (ทำให้ฉุนเฉียว, กวนประสาท, ทำให้ระคายเคือง, ทำให้อักเสบ)

      (d) accommodate    (ให้ที่พัก, จัดหาให้, สงเคราะห์, ปรับให้เหมาะ)

      (e) mollify    (ปลอบ, ระงับโทสะ, ทำให้สงบ, ทำให้อ่อนโยน, ลดหย่อน)

      (f) hasten    (ทำให้รีบเร่ง, เร่ง, เร่งเร้า, รีบ, รีบทำ, รีบไป)

      (g) extinguish    {ดับ (ไฟ, ความกระหาย), ทำลาย}

      (h) stipulate    (สทิ้พ-พิว-เลท)  (กำหนด, วางเงื่อนไข, บังคับให้ทำ, ระบุ) 

        (i) amend    (อะ-เมนด)  (แก้ไข, ปรับปรุง, ทำให้ถูกต้อง, เปลี่ยนแปลง,  แปรหรือแก้ญัตติ) 

22. “sternly” in paragraph 2 could best be replaced by _______________________________.

(“อย่างรุนแรง, อย่างเข้มงวด, อย่างกวดขัน, อย่างเคร่งครัด, อย่างพิถีพิถัน, อย่างบูดบึ้ง”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ____________)

      (a) satisfactorily    (อย่างน่าพอใจ)

      (b) clandestinely    (อย่างลับๆ, อย่างลี้ลับ, อย่างเป็นความลับ, อย่างส่วนตัว, อย่างไม่เปิดเผย)

      (c) frugally    (อย่างประหยัด, อย่างมัธยัสถ์, อย่างกระเหม็ดกระแหม่, อย่างตระหนี่, มีค่าเล็กน้อย, ราคาถูก)

      (d) abjectly    (อย่างต่ำต้อย, อย่างต่ำช้า, อย่างเวทนา, อย่างน่าสังเวช, ซึ่งยากแค้น)

      (e) gently    (อย่างสุภาพ, อย่างนุ่มนวล, อย่างอ่อนโยน)

      (f) severely    (อย่างรุนแรง, อย่างดุเดือด, อย่างเข้มงวด, อย่างกวดขัน, อย่างเคร่งครัด, อย่างเอา

            จริงเอาจัง, อย่างเหน็บแนม, อย่างเสียดสี, อย่างร้ายแรง, อย่างสาหัส)

      (g) impolitely    (อย่างไม่สุภาพ, อย่างหยาบคาย, อย่างไม่มีมารยาท)

      (h) constantly    (อย่างต่อเนื่อง, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง, อย่างมั่นคง, อย่างคงที่, อย่างแน่วแน่,

            อย่างซื่อสัตย์)

      (i) occasionally    (เป็นบางโอกาส, เป็นครั้งคราว)     

23. The phrase “in quest of” in paragraph 2 means ________________________________.

(วลี  “เพื่อแสวงหา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _________________________________)

      (a) containing    (มี, บรรจุ)

      (b) inhibiting    (อิน-ฮิ้บ-บิท-ทิ่ง)  (ขัดขวาง, ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม) 

      (c) searching for    (ค้นหา, แสวงหา, ตรวจสอบ, สอดส่อง, สอบถาม, สืบหา)

      (d) evading    (อิ-เว้ด-ดิ้ง)  (หลบ, หลีก, หนี, เลี่ยง)  

      (e) exploring    (สำรวจ)

      (f) wasting    (เวส-ทิง)  (สูญเสีย, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, เปล่าประโยชน์, ทำให้เสียโดยเปล่าประโยชน์,

             ใช้อย่างสิ้นเปลือง, เสียไปโดยเปล่าประโยชน์) 

      (g) asking about    (สอบถามเกี่ยวกับ, ถามเกี่ยวกับ)

      (h) inaugurating    (อิน-อ๊อ-กิว-เร-ทิ่ง)  (เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ, เปิดฉาก, เปิดทำการ, เข้ารับตำแหน่ง

            เป็นทางการ)

      (i) implementing    (อิ๊ม-พลี-เมิน-ทิ่ง)  (ดำเนินการ, ลงมือทำ, ทำให้เป็นผล, ทำให้สำเร็จ)        

 

(คำแปล)

ไปยิงเป็ด

 

            อย่างไรก็ตาม  บางทีเราก็เจอปัญหาหนักจริงๆ (we did sometimes get into serious trouble)ในโอกาสหนึ่ง (On one occasion)  เขาชักชวน (ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, แนะนำ, ทำให้เชื่อ, กล่อม) (persuaded) ผมและน้องชายตัวน้อยให้ตามเขาไป (accompany him) ในการเดินทางแบบลับๆ เพื่อไปยิง (เป็ด) (on a secret shooting expedition) ที่เขาได้วางแผนไว้,  โดยเรากำหนดที่จะเริ่มต้นบนหลังม้า (ขี่ม้าไป) (We were to start on horseback) ก่อนรุ่งอรุณ (before daybreak)ขี่ม้า (ride) ไปที่บึง (หนองน้ำ) (marshes) แห่งหนึ่งซึ่งห่างจากบ้านประมาณ ๒ ไมล์ (about two miles from home),  ยิงเป็ดจำนวนมาก  และกลับมา (บ้าน) (get back) ประมาณเวลาอาหารเช้า (about breakfast time)สิ่งสำคัญ (The main thing) คือ การเก็บแผนนี้ไว้เป็นความลับ (to keep the plan secret),  ต่อจากนั้นมันก็จะเรียบร้อย (ปลอดภัย, สบายดี, แน่นอน) (all right)  เพราะว่า (since) ภาพ (ทิว ทัศน์, สายตา, การเห็น, สิ่งที่เห็น) (sight) ของจำนวนเป็ดป่า (the number of wild ducks) ที่จะแสดงให้ (คนที่บ้าน) เห็นเมื่อตอนเรากลับมา (on our return)  จะเป็นเหตุให้ (cause) พฤติการณ์ที่ออกนอกลู่นอกทาง (การออกนอกลู่นอกทาง, การหลบหนี) (escapade) (เอส-คะ-เพด) ของเรา (หมายถึง  การแอบหนีไปยิงเป็ด) ถูกมองข้ามไป (แกล้งมองไม่เห็น, เมินเฉย, เพิกเฉย, ละเลย, ควบคุม, ดูแล) (overlooked) (หมายถึง  ไม่ถูกด่าหรือลงโทษ)

            ในตอนเย็น (เวลาเย็น, ตอนค่ำ, ตอนกลางคืน) (evening)  แทนที่จะ (instead of) ปล่อยม้าแคระของเราให้เป็นอิสระ (setting free our ponies) ตามปกติ (as usual)  เราพามันไปและผูก (ล่าม, ผูกมัด, จำกัดขอบเขต) (tethered) (เท้ธ-เธอะ) พวกมันไว้ในไร่ (ฟาร์มเพาะปลูก, สวน, นิคม, การเพาะปลูกเมล็ด) (plantation)  และเช้าของวันต่อมาประมาณตี ๓  เราย่อง (เล็ดลอด, คลาน, คืบคลาน, เลื้อย, ค่อยๆ เข้ามา) (crept) อย่างระมัดระวัง (อย่างรอบคอบ, อย่างละเอียด) (cautiously) ออกจากบ้าน  และเริ่มต้นการเดินทาง (set off) ในการผจญภัยของเรา (on our adventure),  มันเป็นตอนเช้าของฤดูหนาว  ที่มีหมอกปกคลุม (พร่ามัว, ไม่ชัด, คลุมเครือ) (misty) และหนาวเย็นเมื่อแสงสว่างปรากฏขึ้น (light came),  และสัตว์มีปีก (รวมเป็ดไก่, นก) (birds) ต่างๆ จะเอะอะ (เตลิดเปิดเปิง, คลั่ง, ไม่เป็นระเบียบ, ยุ่งเหยิง, ไม่มีการควบคุม, ดุร้าย, ไม่เชื่อง, รุนแรง, ป่าเถื่อนไม่มีอารยธรรม) (wild) มากผิดปกติ (มากเกินความจำเป็น) (excessively) ณ ชั่วโมงนั้น,  ด้วยความล้มเหลว (ปราศจากความสำเร็จ, ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ) (In vain)  เราติดตาม (followed) ฝูงนก (กลุ่ม, หมู่, ฝูงชน, กลุ่มก้อน, โขยง, ผู้คนจำนวนมาก) (flocks) ต่างๆ ไป  โดยน้องชายของผมไล่ตาม (ไล่ตามสัตว์, ย่องเข้าใกล้, เดินเขย่งเท้าเข้าใกล้, ย่างสามขุม) (stalking) พวกมัน (ฝูงนก) ไปตาม (ฝ่า, ทะลุ, โดย) (through) หญ้าแห้วหมู (the sedges) ซึ่งอยู่เหนือเข่าของเขาในน้ำ (ในบึง)  โดยที่เขาไม่ได้เป็ดสักตัวเดียว (not a bird could he get),  และในที่สุด (at last)  เราก็ถูกบังคับ (บีบบังคับ, เกณฑ์, ผูกมัด, ทำให้เป็นหนี้) (obliged) ให้ต้องกลับบ้านมือเปล่า (go back empty-handed)  เพื่อเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ (face the outcome) (หมายถึง  ผลของการแอบหนีออกจากบ้านเพื่อไปล่าเป็ด),  โดยในตอน ๑๐.๓๐ น. (เช้า)  พวกเราขี่ม้าไปถึงประตูบ้าน (rode to the door) - ตัวเปียกและหิว (wet and hungry) และน่าสังเวช (ขมขื่น, ทุกข์ยาก, ไม่มีความสุข, ยากจน, น่าดูถูก, เลว) (miserable) – เพื่อที่จะพบว่า (คน) ทั้งบ้านอยู่ในสภาพที่วุ่นวายสับสน (whole house in a state of confusion)  เนื่องมาจากการหายตัวไปของพวกเรา (at our disappearance),  ทั้งนี้  เมื่อเราหายหน้าไปครั้งแรก (first missed) ในตอนเช้า  คนงาน (workmen) คนหนึ่งรายงานว่า  เขาได้เห็นเราพาม้าของเราไปเพื่อที่จะซ่อน (ปิดบัง, ปกปิด, บัง) (conceal) พวกมันไว้ในไร่ ณ ภายหลังมืดเล็กน้อย (a little after dark)  และมันถูกสันนิษฐาน (นึกเอา, สมมติ, ครอง, ยึดเอาดื้อๆ, เข้ารับตำแหน่ง) (assumed) ว่าเราได้หลบหนีไป (run away) และ (สัน นิษฐาน) ว่าเราได้ลงไปทางใต้ (had gone south)  ที่ซึ่งชนบท (ถิ่นบ้านนอก, ประเทศ, รัฐ, แผ่นดินของประเทศ, ประชากรของท้องถิ่น, ภูมิลำเนา, ถิ่นที่อยู่) (country) ถูกตั้งรกรากถิ่นฐาน (settled) เบาบางกว่า (more thinly) (หมายถึง  มีผู้คนอาศัยอยู่น้อยกว่า)  และสัตว์ป่า (wild animals) อุดมสม บูรณ์ (มากมาย, ล้นเหลือ) (abundant) กว่า  เพื่อแสวงหา (in quest of) การผจญภัยใหม่ๆ และน่าตื่นเต้น (ปลุกเร้า, กระตุ้น, มีชีวิตชีวา, กระฉับกระเฉง) (stirring) มากกว่า,  พวกเขา (คนในบ้าน) โล่งอกอย่างมาก (greatly relieved) ที่เห็นเรากลับมา,  แต่เพราะว่าเราไม่มีเป็ด (as we had no ducks) (ติดมือกลับมาด้วย) ที่จะปลอบใจ (ทำให้พอใจ, ปิดปาก, ปลอบโยน, ทำให้สงบ) (placate) พวกเขา  เราเลยไม่สามารถได้รับการให้อภัย (we could not be forgiven),  และเพื่อเป็นการลงโทษ (as a punishment)  เราจำเป็นต้องอดกินอาหารเช้าวันนั้น (we had to go breakfastless),  และผู้นำ (ทีมล่าเป็ด) ของเราถูกสั่งสอน (บรรยาย, ปราศรัย, แสดงปาฐกถา) (lectured) เพิ่มเติม (in addition) อย่างรุนแรง (อย่างเข้มงวด, อย่างกวดขัน, อย่างเคร่งครัด, อย่างพิถีพิถัน, อย่างบูดบึ้ง) (sternly)  และถูกห้าม (forbidden) ใช้ปืนสำหรับอนาคต

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป