หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 88)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

The Purpose of People’s Reading

 

          “Read literature for the pleasure of reading it.  Whatever else you find will be the measure of what you brought to the reading,”  Ernest Hemingway once told an interviewer.  We all have different personalities and we all read for different reasons.  But, we all look forward to being entertained by what we read.  In an exciting story, we are offered the fun of letting our imagination enter into situation of the story.  Or, we are able to identify with a character in the story because the character experiences something very similar to what we have experienced ourselves.  Being curious readers, we can leave a reading with more than just entertainment.  We gather information that helps us understand ourselves and others better.

          Beyond these important reasons for reading stories, however, reading carefully promises further pleasure: the pleasure of enjoying the way the storyteller uses words to create a fine work.  It is this way of reading carefully that helps us understand the full achievement of the story and its writer.  Literature is art and the storyteller in an artist.  So, no matter how informal a story seems, we know that the writer or artist took great care in creating the work of art and only through a very thorough reading can we hope not only to be entertained and perhaps learn something about ourselves, but also to fully appreciate the intentions of the writer as artist.

 

1. The passage is mainly about ________________________________________________.

(เนื้อเรื่อง – บทความ – ส่วนใหญ่เกี่ยวกับ ______________________________________)

    (a) the joy of reading carefully    (ความปิติยินดี-ความปลื้มปิติของการอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน

           (เนื้อเรื่องส่วนใหญ่กล่าวถึงความเพลิดเพลินที่ได้รับจากการอ่านวรรณกรรม – ได้แก่นิยาย,

           เรื่องสั้น – อย่างละเอียดถี่ถ้วน  เพื่อให้ได้อรรถรสของภาษาหรือคำที่ผู้เขียนใช้ในการเขียน

           วรรณกรรม  ดูรายละเอียดในพารากราฟ ๒,  ส่วนในพารากราฟแรก  ผู้เขียนกล่าวว่า  คนเรา

           อ่านด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน  แต่ทุกคนล้วนหวังที่จะได้รับความเพลิดเพลินจากการอ่าน, 

           สำหรับผู้อ่านที่อยากรู้อยากเห็น  นอกจากเขาจะได้รับความเพลิดเพลินจากการอ่านแล้ว 

           ยังสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ  ที่ช่วยให้เข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้นด้วย)

    (b) experiences gained through reading    (ประสบการณ์ซึ่งได้รับโดยผ่านทางการอ่าน)

    (c) Hemingway’s attitude toward reading    (ทัศนคติของเฮมิงเวย์ที่มีต่อการอ่าน)

    (d) different approaches to reading literature    (วิธีการที่แตกต่างกันในการเข้าสู่การอ่านวรรณกรรม)

2. When Hemingway said, “Read literature…….......…to the reading,” in the first paragraph, he meant that we ______________.

(เมื่อเฮมิงเวย์กล่าวว่า  “จงอ่านวรรณกรรม ................... สู่การอ่าน”  ในพารากราฟแรก  เขาหมายความว่าเรา _______________)

    (a) measure entertainment in different ways    (วัดความบันเทิงในวิธีการที่แตกต่างกันไป)

    (b) evaluate a story by what we apply to its themes    (ประเมินเรื่องที่อ่านโดยสิ่งที่เราประยุกต์

           กับธีม – สาระสำคัญ – ของมัน)

    (c) want to be entertained by the reading in a different way    (ต้องการได้รับความเพลิดเพลิน-

           บันเทิงโดยการอ่านในวิธีที่ต่างออกไป)

    (d) learn different things from reading depending on our experiences    (เรียนรู้สิ่งต่างๆ

            จากการอ่านแตกต่างกันออกไป  โดยขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเรา)

3. In the first paragraph, “look forward to” refers to _________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ตั้งตารอคอย, คาดหวังล่วงหน้า”  หมายถึง ________________________)

    (a) assent    (อะ-เซ้นท)  (ตกลง, ยินยอม, ยอมรับ)   (เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง  “การตกลง, การยินยอม”) 

    (b) threaten    (เธร้ท-เทิ่น)  (ขู่, ขู่เข็ญ, คุกคาม, เตือนภัย, เป็นลางร้าย)

    (c) belabor    (บิ-เล้-เบอะ)   (ทำ – พูด – ซ้ำๆ หรือในปริมาณที่มากเกินไปจนไร้สาระ, พูดมากเกินไป

           เกี่ยวกับ, ถกเถียง, กล่าวหา, เหยียดหยาม) 

    (d) ramble     (แร้ม-เบิ้ล)  (๑. เดินเที่ยว, เดินเตร่, เดินเล่น, ท่องเที่ยว,  . พูดโง่ๆ, พูดเหลวไหล,

           พูดเพ้อเจ้อ, พูดพล่อย)  

    (e) harass    (แฮ้-เริส)  (รบกวน, ก่อกวน, รังควาญ, ราวี, ทำให้เหนื่อยอ่อน, ทำให้กลัดกลุ้ม) 

    (f) astound    (แอส-เทานด)  {ทำให้งงงวย, ทำให้ตกใจ (ด้วยความประหลาดใจ)}

    (g) anticipate    (คาดหวัง, มุ่งหวัง, ทำนาย, ลงมือกระทำการก่อน, ตัดบท)

    (h) acknowledge    (ยอมรับ)

4. “character” in paragraph 1 could best be replaced by ____________________________.

(“ตัวละคร, บทบาทในละครหรือภาพยนตร์, ตัวอักษร, ลักษณะ, อุปนิสัย, คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ, ชื่อเสียงที่ดี, เกียรติคุณ”  ในพารากราฟ ๑  สามารถแทนดีที่สุดโดย _____________)

    (a) bully    (คนขี้รังแก หรือชอบข่มเหงผู้อื่น)

    (b) pacifist    (ผู้รักสันติภาพหรือความสงบ)

    (c) radical    (คนหัวรุนแรง, ผู้สนับสนุนนโยบายรุนแรง, ฝ่ายซ้าย)  (“Radical”  เมื่อเป็นคำคุณศัพท์

            หมายถึง  “หัวรุนแรง, สุดขีด, รุนแรง, มูลฐาน, รากฐาน”)

    (d) pessimist    (คนมองโลกในแง่ร้าย)   

    (e) specimen    (ตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ เช่น  เลือด น้ำลาย อสุจิ, แบบอย่าง, ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง,

           ตัวอย่างในการทดลอง, ข้อมูลสำหรับตรวจสอบ)

    (f) optimist    (คนมองโลกในแง่ดี)

    (g) adversary    (ศัตรู, ปรปักษ์)   

    (h) a person playing or mentioned in the film, book or story    (บุคคลที่แสดงหรือถูกกล่าวถึง

           ในภาพยนตร์, หนังสือ หรือเรื่องในนิทาน-นิยาย)

5. We will be able to identify with a character in the story if we _________________________.

(เราจะสามารถหาเอกลักษณ์ (ของตัวเราเอง) กับตัวละครในเรื่อง (ที่อ่าน)  ถ้าเรา ____________)

    (a) imagine that we take part in the story    (จินตนาการว่าเรามีส่วนร่วมในเรื่อง)

    (b) have had the same experience as the character    (มีประสบการณ์เหมือนกับตัวละคร)

           (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๖ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “หรือไม่ก็  เราสามารถหาเอก

           ลักษณ์ (ของตนเอง) กับตัวละครในเรื่องที่อ่าน  เพราะว่าตัวละครประสบ (มีประสบการณ์)

           กับบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกัน (เหมือนกัน) มากกับสิ่งที่เราได้ประสบด้วยตัวเอง)

    (c) understand the character’s personality    (เข้าใจบุคลิกของตัวละคร)

    (d) read the story as many times as possible    (อ่านเรื่องหลายครั้งเท่าที่จะเป็นไปได้)

6. What does “curious” in paragraph 1 mean?

(“อยากรู้อยากเห็น, หายาก, แปลก, ผิดธรรมดา, น่าสนใจ, ประณีต”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) covetous    (คั้ฟ-วิ-ทัส)  (โลภ, อยากได้มาก, ปรารถนาอย่างไม่ควร)    

    (b) prudent    (รอบคอบ, ระมัดระวัง, ฉลาด, มองการณ์ไกล, ประหยัด, มัธยัสถ์, พิถีพิถัน, สุขุม)

    (c) rebellious    (ริ-เบ๊ล-เยิส)  (เป็นกบฏ, ซึ่งก่อการกบฏหรือจลาจล, ขัดขืน, ไม่เชื่อฟัง, พยศ, ทรยศ) 

    (d) dubious (ดู๊-เบียส)  (สงสัย, แคลงใจ, กังขา, น่าสงสัย, น่าแคลงใจ, คลุมเครือ, ไม่แน่นอน)

    (e) unyielding    (ไม่ยอมแพ้, ไม่ระย่อท้อถอย, เด็ดเดี่ยว)

    (f) inquisitive    (อยากรู้อยากเห็น, ชอบสอบสวน, ชอบสอบถาม)

    (g) flamboyant    (แฟลม-บ๊อย-เอิ้นท)  (หรูหรา, สวยหรู, มีสีสัน, โอ่อ่า, ขี้โอ่) 

    (h) impartial    (ยุติธรรม, ไม่เอนเอียง, ไม่เข้าข้างใคร, มีใจเป็นธรรม, ไม่มีอคติ)

    (i) controversial    (ซึ่งโต้เถียงกัน, ซึ่งขัดแย้งกัน, เกี่ยวกับการโต้เถียง-ขัดแย้ง)

7. In the second paragraph, “achievement” means __________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ความสำเร็จ, การบรรลุผล, ความสัมฤทธิ์, ผลสัมฤทธิ์”  หมายถึง ____________)

    (a) abundance    (ความอุดมสมบูรณ์, ภาวะล้นเหลือ)

    (b) extravagance    (ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย, ความมากเกินไป)

    (c) defect    (ข้อบกพร่อง, ข้อไม่ดี, ข้อเสีย)

    (d) assessment    (การประเมิน, การกำหนด, ปริมาณที่ประเมิน)

    (e) fidelity    (ความจงรักภักดี, ความซื่อสัตย์, ตัวอย่างของความจงรักภักดีหรือความซื่อสัตย์)

    (f) duplicity    (ดิว-พลิส-ซิ-ที่)  (การตีสองหน้า, การหลอกลวง, ความไม่ซื่อตรง)

    (g) attainment    (ความสำเร็จ, การบรรลุผล)

    (h) paucity    (พ้อ-ซะ-ที่)  (ความขาดแคลน, ความขัดสน, ความยากจน, ความแร้นแค้น, จำนวนเล็กน้อย)

8. “Literature is art” in paragraph 2 means that it is ________________________________.

(“วรรณกรรมคือศิลปะ”  ในพารากราฟ ๒  หมายความว่ามัน ___________________________)

    (a) difficult    (ยาก, ลำบาก, ยุ่งยาก, มีอุปสรรค)

    (b) personal    (เป็นเรื่องส่วนตัว, ส่วนตัว, ส่วนบุคคล, เฉพาะบุคคล)

    (c) enjoyable    (น่าสนุก, น่าเพลิดเพลิน, สนุก, สำราญใจ)

    (d) creative    (สร้างสรรค์, เจ้าความคิด, ช่างประดิษฐ์)  (เนื่องจากวรรณกรรมหรืองานเขียนเป็น

           งานที่สร้างสรรค์  เพราะผู้เขียนต้องใช้ความประณีตในการพล็อตเรื่องอย่างมีศิลปะ  เพื่อให้

           ผู้อ่านติดตามอ่านเรื่องไปจนจบด้วยความอยากรู้อยากเห็นในพฤติกรรมของตัวละครในเรื่อง)

    (e) chimerical    (คิ-เม้-ริ-เคิ่ล)  (เพ้อฝัน, ช่างจินตนาการ, ไม่จริง) 

    (f) unaware    (ไม่ตระหนัก, ไม่รู้, ไม่รู้ตัว, ไม่ได้คาดคิดมาก่อน, ไม่ได้เตือนมาก่อน)

    (g) mysterious    (ลึกลับ, ลี้ลับ, ไม่สามารถอธิบายได้, เป็นที่สงสัย, ลับๆล่อๆ)

    (h) conspicuous    (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ)

    (i) supercilious    (ทะนงตัว, วางมาด, อวดภูมิ, หยิ่ง, ยโส)

9. The word “intentions” in the final paragraph is closest in meaning to _________________.

(คำว่า  ความตั้งใจ, เจตนา, ความมุ่งหมาย, เป้าหมาย)”  ในพารากราฟสุดท้าย  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ _____________)

    (a) deference    (เด๊ฟ-เฟอะ-เริ่นซ)  (การเคารพนับถือ, การยอมตาม, การคล้อยตาม, การอนุโลม,

           การเชื่อฟัง) 

    (b) extensions    (การขยายออก, การต่อเติม, ส่วนที่ต่อเติม) 

    (c) hazards    (อันตราย, ภัย, การเสี่ยง, สิ่งที่เป็นอันตรายหรือเกิดความเสี่ยง)

    (d) talents    (พรสวรรค์, ความสามารถพิเศษ, บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ, กลุ่มคนที่มีความสามารถ)  

    (e) determinations    (ความตั้งใจ, การตกลงใจ, การกำหนด, ความแน่นอน, การยุติ, การสิ้นสุด)

    (f) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

    (g) disadvantages    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

    (h) miracles    (ปาฏิหาริย์, เรื่องอัศจรรย์, ความอัศจรรย์)

10. Which of the following is NOT true?

(ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นความจริง)

      (a) Literature is the writer’s artistic work.    (วรรณกรรมเป็นงานศิลปะของผู้เขียน)  (เป็นความจริง

             เนื่องจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “วรรณกรรมคือศิลปะ  และผู้เขียนเรื่อง (ผู้เล่าเรื่อง)

              คือศิลปิน”)

      (b) Appreciation depends on imagination.    (การยกย่อง-ชื่นชม (เรื่องที่อ่าน) ขึ้นอยู่กับ

             จินตนาการ)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากเนื้อเรื่องมิได้กล่าวว่า  การที่ผู้อ่านจะชื่นชม

             งานเขียน  ต้องอาศัยจินตนาการช่วย)

      (c) We can discover ourselves through reading.    (เราสามารถค้นพบตัวเองผ่านทางการอ่าน) 

             (เป็นความจริง  เนื่องจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “โดยการเป็นผู้อ่านซึ่ง

             อยากรู้อยากเห็น  เราสามารถทิ้งการอ่าน (วางหนังสือที่อ่านลง) ไปด้วยการได้อะไรที่มากไปกว่า

             เพียงแต่ความเพลิดเพลิน-ความบันเทิงเท่านั้น (หมายถึง  เมื่ออ่านจบแล้ว  เราได้สิ่งที่มากไปกว่า

             ความเพลิดเพลินเพียงอย่างเดียว),  (กล่าวคือ) เราเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสาร  ซึ่งช่วยให้เราเข้า

             ใจตัวเราเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น”)

      (d) Reading helps us better cope with other people.    (การอ่านช่วยให้เรารับมือกับผู้อื่นได้ดีขึ้น) 

             (เป็นความจริง  ดูจากคำอธิบายในข้อ  “C”  ที่กล่าวว่า  “......................ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจตัวเรา

             เองและผู้อื่นได้ดีขึ้น”)

 

(คำแปล)

วัตถุประสงค์ในการอ่านของคนเรา

 

              “จงอ่านวรรณกรรม (ผลงานประพันธ์, ผลงานเขียน, สิ่งตีพิมพ์, วรรณคดี, การประพันธ์, การเขียนหนังสือ, อักษรศาสตร์) (literature) เพื่อความเพลิดเพลิน (ความสบาย, ความสุข, ความพอใจ, ความถูกใจ, ความยินดี) (pleasure) ของการอ่านมัน,  อะไรอื่นอีกที่คุณพบ (Whatever else you find) จะเป็นการวัด (ระบบการวัด, กระบวนการวัด, ปริมาณที่วัดได้, หน่วยการวัด, มาตรการ) (measure) ในสิ่งที่คุณนำมาสู่การอ่าน” เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (มีชีวิตระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๒ – ๒๕๐๔  เขาเป็นนักประพันธ์นวนิยายและนักเขียนชาวอเมริกัน  ผู้ใช้ลีลาภาษาที่สั้นกระชับ) ครั้งหนึ่งเคยบอกผู้สัมภาษณ์ (interviewer) เขา (หมายถึง  บอกข้อความในเครื่องหมายคำพูด),  เราทุกคนล้วนมีบุคลิกภาพ (personalities) ที่แตกต่างกัน  และเราทุกคนอ่าน (หนังสือ) ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน  แต่เราทั้งหมดล้วนตั้งตารอคอย (คาดหวังล่วงหน้า) (look forward to) ที่จะได้รับความเพลิดเพลิน-สนุกสนาน (being entertained) โดยสิ่งที่เราอ่าน (by what we read),  ทั้งนี้  ในเรื่องที่น่าตื่นเต้น (exciting story)  เราได้รับการมอบ (ให้, เสนอ, เสนอราคา, บอกขาย, ขอแต่งงาน, ประมูล, บูชา) (offered) ความสนุกสนาน (ความขบขัน, เรื่องน่าขัน, การหยอกล้อ, การเย้าแหย่) (fun) ของการปล่อย  (ขอให้, ให้, อนุญาต, ทำให้เกิด, ให้เช่า) (letting) ให้จินตนาการ (imagination) ของเราเข้าสู่สถานการณ์ (enter into situation) ของเรื่อง (ที่อ่าน),  หรือไม่ก็  เราสามารถหาเอกลักษณ์ (ชี้ตัว, บอกชื่อ, จำแนกแยกแยะ, พิสูจน์เอกลักษณ์) (identify) (ของตนเอง) กับตัวละคร (บทบาทในละครหรือภาพยนตร์, ตัวอักษร, ลักษณะ, อุปนิสัย, คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ, ชื่อเสียงที่ดี, เกียรติคุณ) (character) ในเรื่องที่อ่าน  เพราะว่าตัวละครประสบ (มีประสบการณ์) (experiences) กับบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกัน (เหมือนกัน(similar) มากกับสิ่งที่เราได้ประสบด้วยตัวเอง (what we have experienced ourselves),  โดยการเป็นผู้อ่านซึ่งอยากรู้อยากเห็น (หายาก, แปลก, ผิดธรรมดา, น่าสนใจ, ประณีต) (curious)  เราสามารถทิ้งการอ่าน (วางหนังสือที่อ่านลง) (leave a reading) ไปด้วยการได้อะไรที่มากไปกว่าเพียงแต่ความเพลิดเพลิน-ความบันเทิงเท่านั้น (just entertainment) (หมายถึง  เมื่ออ่านจบแล้ว  เราได้สิ่งที่มากไปกว่าความเพลิดเพลินเพียงอย่างเดียว),  (กล่าวคือ) เราเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสาร (gather information) ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจตัวเราเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น

            เหนือกว่า (Beyond) เหตุผลสำคัญเหล่านี้ในการอ่านเรื่องต่างๆ, อย่างไรก็ตาม (however),  การอ่านอย่างละเอียด (ถี่ถ้วน, ประณีต, ระมัดระวัง, รอบคอบ) (carefully)  เป็นเครื่องบอก (สัญญา, ให้คำมั่นสัญญา, รับปากจะแต่งงาน, ทำให้มั่นใจ)  (promises) ถึงความเพลิดเพลิน (ความสบาย, ความพอใจ, ความถูกใจ, ความสุข, ความยินดี) (pleasure) เพิ่มมากขึ้น (ต่อไปอีก) (further)  คือ  ความเพลิดเพลินของการสนุกสนานกับวิธีการ (way) ที่ผู้เขียนเรื่อง (ผู้เล่าเรื่อง, คนโกหก) (storyteller) ใช้คำต่างๆ เพื่อสร้าง (create) ผลงาน (งาน) (work) ที่ดีเลิศ (เยี่ยม, วิเศษ, ชั้นสูง, ละเอียดอ่อน, งดงาม, วิจิตร, หรูหรา, น่าฟัง, น่าดู, บอบบาง, มีสุขภาพดี) (fine),  มันเป็นวิธีการอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วนนี้แหละ  ที่ช่วยให้เราเข้าใจความสำเร็จ (การบรรลุผล, ความสัมฤทธิ์, ผลสัมฤทธิ์) (achievement) อย่างเต็มที่ของเรื่องที่อ่านและผู้เขียนมัน (its writer)วรรณกรรมคือศิลปะ (Literature is art) และผู้เขียนเรื่อง (ผู้เล่าเรื่อง) คือศิลปิน (artist),  ดังนั้น  ไม่ว่าเรื่อง (ที่เขียน) จะดูเหมือนว่าไม่เป็นทางการเพียงใดก็ตาม (no matter how informal a story seems)  เรารู้ว่าผู้เขียนหรือศิลปินให้ความเอาใจใส่ (ความระมัดระวัง) อย่างยิ่ง (took great care) ในการสร้างงานศิลปะ (work of art),  และด้วยการอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากเท่านั้น (only through a very thorough reading)  ที่เราจะสามารถหวังไม่เพียงแต่ที่จะได้รับความบันเทิงและบางทีเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับตัวเราเท่านั้น  แต่ยัง (สามารถหวังที่จะ) ชื่นชม (ชมเชย, เห็นคุณค่า, ตระหนัก, แสดงความพอใจ) (appreciate) อย่างเต็มที่กับความตั้งใจ (เจตนา, ความมุ่งหมาย, เป้าหมาย(intentions) ของผู้เขียนในฐานะศิลปิน

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป