หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 87)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Genes VS Environment

 

          Ponder this scenario : As parents of children aged nine and five, you think you’ve done your best to help them develop their minds.  You started reading to them as infants; you bought them educational toys; you took them to the library.  Now they’re doing well in school.  But should you be taking credit?  According to some scientists, your children would have done just as well without your zealous efforts.

          For example, in The Limits of Family Influence, David C. Rowe maintains that parenting styles have no influence on a child’s intelligence.  In The Bell Curve, Charles Murray and the late Richard Herrnstein claim that intelligence is predominantly genetic and varies according to race.  In the wake of the controversy that book stirred, The Wall Street Journal published a statement signed by 52 researchers saying studies “indicate that genetics plays a bigger role than does environment in creating I.Q. differences.”

          After years of being told how important it was to stimulate their children’s intellects, many parents have understandably become confused.  Are efforts to improve their kids’ academic skills just time down the drain?

          No, say many researchers.  The American Psychological Association recently chose a task force to examine genetic versus environmental influences on intelligence.  The group’s report acknowledged the important roles played by both genes and environment (which includes a child’s health and nutrition, as well as family upbringing).

          Even if genes play a dominant role, that leaves plenty of room for parents to influence the outcome.  Indeed, a growing amount of research shows that, especially in the early years of life when the brain is still taking shape, parental attention – even such a simple activity as playing peekaboo – helps construct the complex brain circuitry essential to intellectual development.

          “Parents need to recognize how important their input is,” says Craig Ramon, professor of psychology.  Ramon has spent 30 years studying how early stimulation by adults develops childhood intelligence.  “We can see positive results even in very young children.”

 

1. The writer of the passage most likely agrees with the views of ________________________.

(ผู้เขียนเรื่อง – บทความ – นี้  เป็นไปได้มากที่สุดว่า  เห็นพ้องกับความเห็นของ ______________)

    (a) David C. Rowe    (เดวิด ซี. โรเว)

    (b) Charles  Murray    (ชาร์ลส เมอร์เร่ย์)

    (c) Richard Herrnstein   (ริชาร์ด เฮิร์นสไตน์)

    (d) Craig Ramon    (เครก เรมอน)  (เจ้าของหนังสือทั้ง ๓ คนข้างต้น  มีความเห็นไปในแนวเดียว

           กันว่า  การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่  หรือสภาพแวดล้อม  มิได้มีผลต่อสติปัญญาหรือความ

           ฉลาดของเด็ก  ส่วนเรมอนเห็นตรงกันข้าม  คือ  พ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา

           สติปัญญาของลูก,  จะเห็นได้ว่า  ตั้งแต่พารากราฟ ๔ จนจบ  ผู้เขียนนำผลลัพธ์ของการ

           วิจัยจากแหล่งต่างๆ  โดยเฉพาะความเห็นของเรมอนในพารากราฟสุดท้าย  มาหักล้าง

           ความเห็นของเจ้าของหนังสือทั้ง ๓ คนดังกล่าว  ซึ่งผลการวิจัยเหล่านี้ระบุว่า  สภาพแวด

           ล้อมหรือการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่  มีอิทธิพลต่อสติปัญญาของเด็ก  ซึ่งแสดงว่าผู้เขียน

           เห็นด้วยกับความคิดของเรมอน)

2. In the first paragraph, “Ponder” refers to _______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “พิจารณา, ไตร่ตรอง, ครุ่นคิด, คำนึง”  หมายถึง _____________________)

    (a) locate    (หาทำเลที่ตั้ง, หาตำแหน่งแห่งที่)

    (b) participate in    (เข้าร่วมใน)

    (c) postpone    (เลื่อนเวลาออกไป, เลื่อน, ยืดเวลา, ถ่วงเวลา)

    (d) recall    (ระลึกได้, รำลึก, หวนคิด)

    (e) confiscate    (ริบ, ยึด)

    (f) surmise    (เซอะ-ไม้ซ)  (คาดการณ์, เดา, ทาย, คาดคะเน, เก็ง, นึก, คิด)

    (g) contemplate    (ใคร่ครวญ, ไตร่ตรอง, พิจารณาอย่างระมัดระวัง, ครุ่นคิด, เข้าฌาน)

    (h) admire    (ยกย่อง, ชื่นชม)

    (i) comfort    (ปลอบโยน, ปลอบใจ, ช่วยเหลือ)

3. What does “zealous” in paragraph 1 mean?

(“กระตือรือร้น, มีใจจดใจจ่อ, ขยันขันแข็ง”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) extreme    (สุดโต่ง, เกินไป, เกินขอบเขต, ผิดธรรมดาที่สุด, สุด, ปลายสุด, สุดขีด)

    (b) ridiculous    (ไร้สาระ, น่าหัวเราะ, น่าขัน, ตลกขบขัน)

    (c) useless    (ไม่มีประโยชน์, ไม่ได้ผล, ใช้การไม่ได้)

    (d) tragic    (โศกสลด, น่าเศร้า, เกี่ยวกับเรื่องโศก)

    (e) misdirected    (ถูกนำไปผิดทาง)

    (f) unpardonable    (ไม่อาจให้อภัยได้)

    (g) despondent    (หมดหวัง, หมดกำลังใจ, ท้อแท้ใจ, หดหู่ใจ)

    (h) enthusiastic    (กระตือรือร้น, มีใจจดใจจ่อ, มีศรัทธาแรงกล้า, เร่าร้อน)

    (i) lethargic    (ลิ-ธาร์-จิค)  (เฉื่อยชา, เซื่องซึม, ซึม, ง่วง, ง่วงเหงาหาวนอน, เมินเฉย, เฉยเมย)

4. In paragraph 1, the writer __________________________________________________.

(ในพารากราฟ ๑  ผู้เขียน ________________________________________________)

    (a) questions the role of parents in children’s intellectual development    (ถามถึงบทบาท

           ของพ่อแม่ในการพัฒนาทางด้านสติปัญญาของลูกๆ)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพา

           รากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ตามที่นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าว  ลูกๆ ของคุณก็คงจะทำได้ดี

           พอๆ กัน  โดยปราศ จากความพยายามที่กระตือรือร้นของคุณ (หมายถึง  แม้ว่าคุณจะไม่ทำ

           สิ่งต่างๆ ข้างต้นให้กับลูกของคุณ  หรือไม่ได้ช่วยเหลืออะไรพวกเขา  พวกเขาก็จะสามารถ

           เรียนหนังสือได้เก่งพอๆ กัน)”)

    (b) supports the idea that children can do well in school with parental help    (สนับสนุนความคิดที่ว่า 

           เด็กๆ สามารถทำได้ดีในโรงเรียน  ด้วยความช่วยเหลือของพ่อแม่)  (ไม่จริง  เนื่องจากผู้เขียนตั้งคำถามว่า 

           ควรให้เครดิตแก่พ่อแม่หรือไม่  ที่ช่วยเหลือในการพัฒนาปัญญาของลูกๆ  เพราะนักวิทยาศาสตร์บางคน

           กล่าวว่า  เด็กๆ ก็คงจะทำได้ดีพอๆ กัน  แม้พ่อแม่จะไม่ได้ช่วยเหลืออะไรพวกเขา)

    (c) believes that education plays a major role in children’s intellectual development    (เชื่อว่าการ

           ศึกษามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็กๆ)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

    (d) claims that a child’s intelligence can be developed through education    (อ้างว่าสติปัญญาของ

           เด็กสามารถได้รับการพัฒนาผ่านทางการศึกษา)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

5. In the second paragraph, “maintains” means ___________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ยืนยัน, รักษาไว้, ผดุงไว้, ธำรงไว้, บำรุงรักษา, ค้ำ, เกื้อกูล, อนุรักษ์, ดำเนินต่อไป, ยึดมั่น”  หมายถึง _____________)

    (a) pretends    (แสร้งทำ, เสแสร้ง, หลอกลวง, อวดอ้าง, อ้างสิทธิ)

    (b) desires    (ปรารถนา, ต้องการ, อยาก)

    (c) elucidates    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, อธิบายอย่างละเอียด, ชี้แจงอย่างละเอียด)

    (d) bewilders    (บิ-วิ้ล-เดอะ)  (ทำให้งงหรือสับสน, ทำให้ยุ่งใจ, ทำให้ลำบากใจ)

    (e) admonishes    (เตือน, ตักเตือน, ว่า, ตำหนิ)

    (f) affirms    (ยืนยัน, เห็นพ้อง, อนุมัติ, พิสูจน์เป็นความจริง, รับรอง)

    (g) berates    (ด่า, ตำหนิอย่างรุนแรง)

    (h) endures    (ทน, ทนทาน, อดทน, อดกลั้น)

    (i) disdains    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม, รังเกียจ, การดูถูก-ดูหมิ่น-รังเกียจ)   

6. “late” in paragraph 2 could best be replaced by __________________________________.

(“ซึ่งล่วงลับไปแล้ว, สาย, ช้า, ล่า, ล่วงเลยมานาน, ดึก, ค่ำ, มืด”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย _____________)

    (a) tardy    (ช้า, ล้าหลัง, สาย, ลังเล, เฉื่อยชา, เงื่องหงอย, ถ่วง, ฝืนใจ)

    (b) ambiguous    (แอม-บิ้ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, มีสองนัย, มีหลายความหมาย)

    (c) cruel    (ครู้-เอิ้ล)  (โหดร้าย, อำมหิต, ทำทารุณอย่างตั้งใจ)

    (d) conspicuous    (คัน-สพิค-คิว-อัส)  (ที่เห็นได้โทนโท่, เตะตา, เด่นชัด, ชัดแจ้ง)

    (e) tremendous    (ใหญ่โตมาก, มหึมา, มากมาย, น่ากลัว, น่าตกตะลึง, อย่างยิ่ง)

    (f) deceased    (ตายแล้ว, ไร้ชีวิต)

    (g) indifferent    (ไม่แยแส, ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่)

    (h) dull    (ดัล)  (จืดชืด, ไม่มีรสชาติ, ไม่น่าสนใจ, น่าเบื่อ, ไม่มีชีวิตชีวา)  (ใช้ได้ทั้งกับคน  อาหาร  และวัตถุ)

    (i) detrimental    (ดี-ทระ-เม้น-เทิ่ล)  (เป็นอันตราย, เป็นภัย)

7. The examples given in the second paragraph support the idea that _____________________.

(ตัวอย่างซึ่งให้ในพารากราฟ ๒  สนับสนุนความคิดที่ว่า _____________________________)

    (a) childhood intelligence varies in different environments    (ความเฉลียวฉลาดในวัยเด็กแตกต่างกัน

           ไปตามสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน)

    (b) parenting styles affect a child’s intellectual development    (รูปแบบของกิจกรรมการอบรมเลี้ยงดู

           ลูกๆ  มีผลกระทบต่อการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็ก)

    (c) a child’s intelligence develops without parental guidance    (สติปัญญา-ความเฉลียวฉลาด

           ของเด็ก  พัฒนาไปโดยปราศจากการแนะนำ – การนำทาง – ของพ่อแม่)  (ดูคำตอบจากพารา

           กราฟ ๒  ซึ่งกล่าวถึงนักเขียน-นักวิจัยหลายคน  ที่เห็นว่าเด็กมีสติปัญญาดีเพราะยีนส์ที่ถ่าย

           ทอดมาทางพันธุกรรม  ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์  มิใช่เพราะมีพ่อแม่คอย

           สนับสนุนช่วยเหลือ  หรือเพราะมีสภาพแวดล้อมดี)

    (d) both genes and environment play a major role in improving a child’s intellectual development   

           (ทั้งยีนส์และสภาพแวดล้อมมีบทบาทสำคัญในการทำให้การพัฒนาทางสติปัญญาของเด็กดีขึ้น)

8. The word “varies” in paragraph 2 is closest in meaning to __________________________.

(คำว่า  “แตกต่างกัน, เปลี่ยนแปลง, ผันแปร, แปรปรวน, ผันผวน, ขึ้นๆ ลงๆ”  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ ____________)

    (a) implements    (ลงมือทำ, ดำเนินการ, ปฏิบัติให้ลุล่วง)

    (b) intimidates    (ทำให้กลัว, ขู่ขวัญ, ขู่, คุกคาม)

    (c) encounters    (เผชิญหน้า, ปะทะ, พบ, ประสบ, พบโดยบังเอิญ)

    (d) thrives    (ไธร้ฟ)  (เจริญเติบโต, งอกงาม, คึกคักมีชีวิตชีวา)

    (e) overcomes    (เอาชนะ, พิชิต, มีชัย, ปกคลุม)

    (f) harasses    (แฮ้-เริส)  (รบกวน, ก่อกวน, รังควาญ, ราวี, ทำให้เหนื่อยอ่อน, ทำให้กลัดกลุ้ม) 

    (g) alters    (เปลี่ยนแปลง, ผันแปร, แก้ไข, ดัดแปลง)

    (h) threatens    (เธร้ท-เทิ่น)  (ขู่, ขู่เข็ญ, คุกคาม, เตือนภัย, เป็นลางร้าย)

    (i) pampers   (ตามใจ, เอาใจ, พะเน้าพะนอ, ป้อยอ, ให้ท้าย, ทำให้พอใจ)

9. What does “stirred” in paragraph 2 mean?

(“ทำให้เกิดขึ้น, กระตุ้น, ปลุกเร้า, กวน, คน, แกว่ง, ไกว, เขย่า, แหย่, คุ้ย, เขี่ย, ทำให้ตื่นเต้น, ขยับ, เคลื่อนไปมา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) startled    (สท้าร์-เทิ่ล)  (ทำให้ตื่น, ทำให้สะดุ้งตกใจ, รบกวน, สะดุ้งตกใจ)  

    (b) complimented    (ชมเชย, สรรเสริญ, อวยพร, แสดงความยินดี)

    (c) commented     (ให้ข้อคิดเห็น, ให้ข้อสังเกต) 

    (d) endorsed    (สนับสนุน)

    (e) protested     (คัดค้าน, ประท้วง, ประกาศยืนยัน, เสนอแย้ง) 

    (f) scolded     (ดุด่า, ด่าด้วยความโกรธ, ตำหนิ, ต่อว่า) 

    (g) provoked    (ก่อให้เกิด, กระตุ้น, ยุแหย่, ปลุกปั่น, ยั่ว, ก้าวร้าว)

    (h) ascertained    (ทำให้แน่ใจหรือชัดเจน, เสาะหา, ค้นคว้า, สืบหา)  

    (i) improvised    (ทำแบบไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน, ทำอะไรหรือแต่งโคลงในแบบทันทีทันควัน, ว่ากลอนสด)

10. The Bell Curve was a controversial book because _______________________________.

(ส่วนที่โค้งของระฆัง  เป็นหนังสือที่มีความขัดแย้ง-โต้เถียงกัน  เพราะว่า ________________)

      (a) 52 researchers disagreed with its findings    (นักวิจัย ๕๒ คน  ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ค้นพบ – หรือ

             ผลการวิจัย)

      (b) it claimed that environment played no role in developing a child’s intelligence    (มันอ้างว่า 

             สภาพแวดล้อมไม่มีบทบาทในการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก)

      (c) it offered no proof for its claims    (มันมิได้ให้พยานหลักฐาน (การพิสูจน์) สำหรับข้ออ้างของมัน)

      (d) it suggested that certain races are more intelligent than others   (มันเสนอว่า  เชื้อชาติ

             บางเชื้อชาติเฉลียวฉลาดกว่าเชื้อชาติอื่นๆ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒

             ที่กล่าวว่า  “ในหนังสือ “ส่วนที่โค้งของระฆัง”  ชาร์ลส เมอร์เร่ย์  และผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว  คือ

             ริชาร์ด เฮิร์นสไตน์  อ้างว่า  ความเฉลียวฉลาด (สติปัญญา) เป็นเรื่องเกี่ยวกับพันธุกรรมอย่าง

             โดดเด่น (หรือ มากกว่าอย่างอื่น) (หมายถึง  เป็นเรื่องพันธุกรรมอย่างชัดเจน หรือมากกว่า

             อย่างอื่น)  และแตกต่างกัน (ผันแปร) ตามเชื้อชาติ (เผ่าพันธุ์))

11. In the third paragraph, “down the drain” means ________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “สูญเปล่า, ไร้ค่า, ล้มเหลว, ไม่มีกำไร”  หมายถึง _____________________)

      (a) saved   (ได้รับการช่วยชีวิต, ได้รับการช่วยเหลือ, ได้รับการรักษาไว้)

      (b) portentous    (พอร์-เท้น-เทิส)  (เป็นลาง, บอกเหตุล่วงหน้า, ไม่เป็นมงคล, มหัศจรรย์)  

      (c) spent    (ถูกใช้จ่ายไป)

      (d) decadent    (เด๊ค-คะ-เดิ้นท)  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, เน่าเปื่อย)  

      (e) wasted    (สูญเปล่า, เปล่าประโยชน์, เสียไปโดยเปล่าประโยชน์)

      (f) innate    (อิ-เน้ท)  (ซึ่งมีมาแต่กำเนิด, โดยกำเนิด, แต่ดั้งเดิม, โดยสันดาน, ในตัว)

      (g) invested    (ถูกลงทุน)

      (h) fallacious    (ฟะ-เล้-ชัส)  (ผิดพลาด, ซึ่งทำให้ผิดหวัง, ซึ่งทำให้เข้าใจผิด, หลอกลวง, ลวง)  

12. In paragraph 4, “a task force” refers to a group of _______________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “คณะทำงานพิเศษ, กองกำลังทหารเฉพาะกิจ”  หมายถึงกลุ่มของ __________)

      (a) parents    (พ่อแม่)

      (b) children    (ลูกๆ, เด็กๆ)

      (c) researchers    (นักวิจัย)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๑ และ ๒ ของพารากราฟ ๔ ที่กล่าวว่า 

             “ไม่สูญเปล่า  นักวิจัยจำนวนมากกล่าว,  ทั้งนี้ “สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน” เมื่อเร็วๆ นี้  ได้

             เลือกคณะทำงานพิเศษ  เพื่อตรวจสอบอิทธิพลด้านพันธุกรรมเมื่อเปรียบเทียบกับด้าน

             สภาพแวดล้อม  ที่มีต่อสติปัญญา”  ดังนั้น  คณะทำงานพิเศษ  จึงน่าจะหมายถึงกลุ่มของ

             นักวิจัย  ที่จะทำการศึกษาเรื่องอิทธิพลด้านพันธุกรรมเมื่อเปรียบเทียบกับด้านสิ่งแวดล้อม 

             ที่มีต่อสติปัญญาของเด็ก)

      (d) teachers    (ครู)

13. “acknowledged” in paragraph 4 may be replaced by _____________________________.

(“ยอมรับ, รับรอง, เห็นคุณค่า, แจ้งว่าได้รับ”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ________________)

      (a) persuaded    (เพอร์-สเว้ด)  (ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, แนะนำ, ทำให้เชื่อ, กล่อม)

      (b) reminisced     (เร้ม-มิ-นิส)  (มองอดีต, มองย้อนหลัง)

      (c) conspired    (สมรู้ร่วมคิดกัน, ร่วมหัวกันวางแผน)

      (d) admitted    (ยอมรับ, รับรอง, ยอมรับรอง, ให้เข้า, รับเข้า, ให้สิทธิเข้าได้, รับสารภาพ)

      (e) illustrated    (แสดงให้ดูด้วยภาพ)

      (f) perpetrated    (กระทำผิดกฎหมาย, ทำชั่ว, ก่อกรรมทำเข็ญ)

      (g) baffled    (ทำให้งุนงง)

      (h) swindled    (ฉ้อโกง, ต้มตุ๋น, หลอกลวง, การฉ้อโกง-ต้มตุ๋น-หลอกลวง)

       (i) narrated    (เล่าเรื่อง, บรรยาย, เล่าเหตุการณ์ ประสบการณ์ หรืออื่นๆ)

14. In the fifth paragraph, “the outcome” refers to the ______________________________.

(ในพารากราฟ ๕,  “ผลลัพธ์”  หมายถึง ______________________________________)

      (a) role of genes    (บทบาทของยีนส์ – หรือหน่วยทางพันธุกรรมในโครโมโซม)

      (b) role of parents    (บทบาทของพ่อแม่)

      (c) research findings    (สิ่งที่ค้นพบในการวิจัย)

      (d) child’s intelligence    (สติปัญญาหรือความเฉลียวฉลาดของเด็ก)

15. What does “complex” in paragraph 5 mean?

(“สลับซับซ้อน, ประกอบด้วยส่วนต่างๆ”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึงอะไร)

      (a) precarious    (พรี-แค้-เรียส)  (ล่อแหลม, อันตราย, ไม่ปลอดภัย, เสี่ยง, ไม่แน่นอน, ไม่มั่นคง,

             ไม่เพียงพอ, ไม่แน่ชัด)

      (b) affable    (เป็นมิตร, มีอัธยาศัยดี, คบง่าย)

      (c) undisciplined    (อัน-ดิส-ซิพ-พลิ่นด)  (ไม่มีระเบียบวินัย, ไม่ได้รับการฝึกฝน, มั่ว, เปะปะ, ตามอำเภอใจ)

      (d) complicated    (ซับซ้อน, ยากที่จะวิเคราะห์ เข้าใจ หรืออธิบาย, ยุ่งเหยิง, ยุ่งยาก)

      (e) ambidextrous    (แอม-บิ-เด๊คซ-ทรัส)  (ถนัดทั้ง ๒ มือ, คล่องแคล่ว, ชำนาญมาก, ตี ๒ หน้า, หลอกลวง)

      (f) premature    (พรี-มะ-ทั่วร์)  (ก่อนถึงเวลาอันควร, ยังไม่ถึงเวลาอันควร, ก่อนถึงเวลากำหนด, ยังไม่ครบ,

            ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่)

      (g) hazardous    (แฮ้ซ-เซิร์ด-เดิส)  (เต็มไปด้วยอันตราย, เสี่ยงอันตราย)

      (h) precious    (เพร้ช-เชิส)  (มีค่า)

       (i) pristine    (พริส-ทีน)  (แรกเริ่ม, บริสุทธิ์, เก่าแก่, ดึกดำบรรพ์)

16. According to Craig Ramon, _________________________________________________.

(ตามที่เครก เรมอน กล่าว, ________________________________________________)

      (a) the importance of parents needs to be de-emphasized    (ความสำคัญของพ่อแม่ – ที่มีต่อการ

             พัฒนาสติปัญญาของลูก – จำเป็นต้องถูกลดการเน้นย้ำ หรือไม่ให้ความสำคัญ)  (ไม่เป็นความจริง 

             เนื่องจากในประโยคแรกของพารากราฟสุดท้าย  เรมอนกล่าวว่า  “พ่อแม่จำเป็นต้องยอมรับว่าอินพุท

             (สิ่งที่ตนให้กับลูก) ของตนมีความสำคัญ (มาก) อย่างไร”)

      (b) parents think they are more important than they really are    (พ่อแม่คิดว่า  ตนเองมีความสำคัญ

             มากกว่าที่พวกตนเป็นอยู่จริง)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (c) parenting styles are overly influenced by child psychologists    (รูปแบบกิจกรรมการอบรมเลี้ยง

             ดูลูก  ได้รับอิทธิพลมากเกินไปจากนักจิตวิทยาเด็ก)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (d) adults can influence their child’s intelligence, especially in early childhood    (ผู้ใหญ่

             สามารถมีอิทธิพลต่อสติปัญญาของลูกของตน  โดยเฉพาะในช่วงต้นๆ ของวัยเด็ก)  (ดูคำตอบ

             จากประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้าย  ที่เรมอนกล่าวว่า  “เราสามารถมองเห็นผลลัพธ์

             ในทางบวก  แม้กระทั่งในเด็กๆ ที่อายุน้อยมากๆ”  ซึ่งหมายถึง  การที่ผู้ใหญ่กระตุ้นลูกของตน

             แต่เนิ่นๆ ในวัยเด็ก  จะช่วยพัฒนาสติปัญญาของเด็ก  แม้กระทั่งเด็กที่เล็กมากๆ)

17. The researchers mentioned in the passage ____________________________________.

(นักวิจัยที่ถูกกล่าวถึงในเนื้อเรื่อง ___________________________________________)

      (a) agree about the relative importance of environment    (เห็นพ้องกันเกี่ยวกับความสำคัญโดย

             เปรียบเทียบของสิ่งแวดล้อม)  (ถูกต้องเพียงส่วนเดียว  เนื่องจากนักวิจัยบางคนเห็นว่าพ่อแม่ก็มีความ

             สำคัญเช่นกัน  ในการพัฒนาสติปัญญาของลูก)

      (b) have different opinions about childhood intelligence    (มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน 

             เกี่ยวกับสติปัญญา-ความเฉลียวฉลาด ในวัยเด็ก)  (คือ  นักวิจัยบางคนเห็นว่าสภาพแวดล้อม

             และยีนส์มีความสำคัญต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก  ซึ่งยีนส์นี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามเชื้อ

             ชาติ-เผ่าพันธุ์  ส่วนนักวิจัยคนอื่นๆ เห็นว่า  พ่อแม่มีความสำคัญในการพัฒนาดังกล่าว  มาก

             กว่าสภาพแวดล้อมและยีนส์  โดยเห็นว่าพ่อแม่ควรกระตุ้นให้ลูกพัฒนาทางปัญญาเสียแต่

             เนิ่นๆ  ตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก)

      (c) are all members of the American Psychological Association    (เป็นสมาชิกของสมาคมจิตวิทยา

             อเมริกันทุกคน)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (d) publish their findings in The Wall Street Journal    (ตีพิมพ์สิ่งที่ค้นพบจากการวิจัยของพวกตน 

             ในวารสารวอลสตรีทเจอร์นัล)  (ไม่เป็นความจริง  นักวิจัยบางคนเท่านั้นที่ตีพิมพ์  ส่วนคนอื่นเขียน

             เป็นหนังสือ  ดูรายละเอียดในพารากราฟ ๒)

18. “stimulation” in the final paragraph means ____________________________________.

(“การกระตุ้น, การส่งเสริม, การเร้าใจ, การปลุกใจ”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ____________)

      (a) extermination   (การกำจัด, การฆ่า, การทำลายล้างให้สิ้น)

      (b) distribution    (การแจก, การแบ่งสันปันส่วน)

      (c) narration    (การเล่าเรื่อง, การบรรยาย, การเล่าเหตุการณ์ ประสบการณ์ หรืออื่นๆ)

      (d) compassion    (ความสงสาร, ความเวทนา, ความเห็นอกเห็นใจ)

      (e) fomentation    (การกระตุ้น, การส่งเสริม, การปลุกระดม, การทายา, การชโลมด้วยน้ำอุ่น)

      (f) capitulation    (การยอมแพ้, การยอมจำนน)

      (g) erection    (การก่อสร้าง, สิ่งก่อสร้าง, การตั้งตรง, การตั้งชัน, การลุก, การชู)

      (h) restoration    (การปฏิสังขรณ์, การบูรณะ, การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม)

      (i) devotion    (ดิ-โว้-เชิ่น)  (การอุทิศตน, ความรัก, การบูชา)

      (j) precipitation    (ปริมาณการรวมตัวกันของไอน้ำในอากาศ  เช่น ฝน-หิมะ-ลูกเห็บ-น้ำค้าง)

19. The best title for this passage would be ________________________________________.

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเนื้อเรื่อง – บทความ – นี้  คือ _______________________________)

      (a) Learning Curves    (เส้นโค้งการเรียนรู้)

      (b) Child Rearing    (การเลี้ยงดู-อบรมสั่งสอนเด็ก)

      (c) Succeeding at School    (การประสบความสำเร็จที่โรงเรียน)

      (d) Nature or Nurture    (ธรรมชาติหรือการเลี้ยงดู-ให้การศึกษา)  (บทความนี้แสดงความเห็น

             ของนักวิชาการ ๒ ฝ่ายที่ขัดแย้งกัน  โดยฝ่ายหนึ่งมองว่า  สติปัญญาหรือความเฉลียวฉลาด

             ของเด็กเป็นผลมาจากพันธุกรรม หรือ  Nature”  ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นผลมาจากการ

             อบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่หรือสิ่งแวดล้อม หรือ  “Nurture”  ข้อนี้จึงน่าจะเป็นชื่อเรื่องที่ดีที่สุด)

 

(คำแปล)

ยีนส์เปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อม

 

            จงพิจารณา (ไตร่ตรอง, ครุ่นคิด, คำนึง) (Ponder) เหตุการณ์ (บทภาพยนตร์, โครงการ, แผนการ, บทละคร) (scenario) นี้ (จงคิดถึงเรื่องนี้ดู),  ในฐานะ (As) พ่อแม่ของลูกๆ อายุ (aged) ๙ ขวบและ ๕ ขวบ  คุณคิดว่าคุณได้ทำดีที่สุดแล้วเพื่อช่วยเหลือพวกเขาให้พัฒนาปัญญา (จิตใจ, ความคิด, ความสามารถในการเข้าใจ, ความตั้งใจ, สติสัมปชัญญะ) (minds) ของพวกเขา,  โดยคุณเริ่มต้นอ่านหนังสือให้พวกเขาฟังในฐานะเด็กทารก (ผู้คนที่อยู่ในสภาวะทารก) (infants),  คุณซื้อของเล่นเกี่ยวกับการศึกษาให้พวกเขา,  คุณพาพวกเขาไปห้องสมุด,  ในขณะนี้  พวกเขากำลังทำได้ดีในโรงเรียน (เรียนหนังสือเก่ง) (doing well in school)  แต่ว่าคุณควรได้รับเกียรติยศ (ชื่อเสียง(taking credit) หรือเปล่า (จากการทำสิ่งต่างๆ ข้างต้น),  ตามที่นักวิทยาศาสตร์บางคนกล่าว (According to some scientists)  ลูกๆ ของคุณก็คงจะทำได้ดีพอๆ กัน  โดยปราศจากความพยายาม (efforts) ที่กระตือรือ ร้น (มีใจจดใจจ่อ, ขยันขันแข็ง) (zealous) ของคุณ (หมายถึง  แม้ว่าคุณจะไม่ทำสิ่งต่างๆ ข้างต้นให้กับลูกของคุณ  หรือไม่ได้ช่วยเหลืออะไรพวกเขา  พวกเขาก็จะสามารถเรียนหนังสือได้เก่งพอๆ กัน)

            ตัวอย่างเช่น  ในหนังสือ “ข้อจำกัดของอิทธิพลของครอบครัว”  เดวิด ซี. โรเว  ยืนยัน (รักษาไว้, ผดุงไว้, ธำรงไว้, บำรุงรักษา, ค้ำ, เกื้อกูล, อนุรักษ์, ดำเนินต่อไป, ยึดมั่น)  (maintains) ว่า  รูปแบบ (ลักษณะ, ท่าทาง, ชนิด, ทำนอง, ท่วงทำนอง, วิธีการ, ลีลา) (styles) ของกิจกรรมการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ (parenting)  ไม่มีอิทธิพล (influence) ต่อสติปัญญา (ความเฉลียวฉลาด, เชาวน์, ไหวพริบ, ความสามารถในการเข้าใจ, ความรู้จักคิด, การสืบราชการลับ) (intelligence) ของเด็ก (child),  ในหนังสือ “ส่วนที่โค้งของระฆัง(The Bell Curve)  ชาร์ลส เมอร์เร่ย์  และผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว (สาย, ช้า, ล่า, ล่วงเลยมานาน, ดึก, ค่ำ, มืด) (late) คือ ริชาร์ด เฮิร์นสไตน์  อ้าง (อ้างสิทธิ, เรียกร้อง, ยืนยัน, เรียกค่าเสียหาย) (claim) ว่า  ความเฉลียวฉลาด (สติปัญญา) เป็นเรื่องเกี่ยวกับพันธุกรรม (genetic) อย่างโดดเด่น (มากกว่าอย่างอื่น, อย่างมีอำนาจเหนือ, อย่างมีอิทธิพลเหนือ) (predominantly) (หมายถึง  เป็นเรื่องพันธุกรรมอย่างชัดเจน หรือมากกว่าอย่างอื่น)  และแตกต่างกัน (เปลี่ยนแปลง, ผันแปร, แปรปรวน, ผันผวน, ขึ้นๆ ลงๆ) (varies) ตาม (สอดคล้องกับ) (according to) เชื้อชาติ (เผ่าพันธุ์, ชนชาติ, มนุษยชาติ, วรรณะ, วงศ์ตระกูล, เชื้อสาย, กลุ่ม, การแข่งขัน, การวิ่งแข่ง) (race)ภายหลังจาก (เป็นผลมาจาก) (In the wake of) การโต้เถียง (การโต้คารม, การทะเลาะวิวาท) (controversy) ซึ่งหนังสือเล่มนั้นทำให้เกิดขึ้น (กระตุ้น, ปลุกเร้า, กวน, คน, แกว่ง, ไกว, เขย่า, แหย่, คุ้ย, เขี่ย, ทำให้ตื่นเต้น, ขยับ, เคลื่อนไปมา) (stirred)  วารสาร “เดอะวอลสตรีทเจอร์นัล”  ได้ตีพิมพ์ (published) คำพูด (statement)  ซึ่งได้รับการลงนาม (signed) โดยนักวิจัย ๕๒ คน  ซึ่งกล่าวว่า  การศึกษาวิจัย (studies)  “บ่งชี้ (indicate) ว่า  ลักษณะทางพันธุกรรม (พันธุศาสตร์) (genetics)  มีบทบาทมากกว่าที่สภาพแวดล้อมมี  ในการสร้าง (creating) ความแตกต่างของระดับสติปัญญา (I.Q.)

          ภายหลังจากเวลาหลายปีของการถูกบอกกล่าวว่า  มันมีความสำคัญอย่างไรที่จะกระตุ้น (stimulate) สติปัญญา (ความสามารถในการคิดและหาความรู้) (intellect) ของลูกๆ ของตน  พ่อแม่จำนวนมากเริ่มสับสน (งง, ยุ่งเหยิง) (confused) อย่างสามารถเข้าใจได้ (understandably) (เนื่องจากพ่อแม่ถูกบอกมาเป็นเวลานานให้พยายามกระตุ้นสติปัญญาของลูก  แต่หนังสือและวารสารที่กล่าวข้างต้นกลับบอกว่า  พันธุกรรมและเชื้อชาติมีความสำคัญมากกว่าสิ่งแวดล้อมในการสร้างไอคิวของเด็ก  ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่  ไม่มีอิทธิพลต่อสติปัญญาของลูก),  (ถ้าเช่นนั้น) ความพยายามที่จะปรับปรุง (efforts to improve) ทักษะทางวิชาการ (academic skills) ของลูกๆ (เด็กๆ) (kids) ของตน  เป็นเพียงการสูญเปล่า (ไร้ค่า, ล้มเหลว, ไม่มีกำไร) (down the drain) (แปลตรงตัว  คือ  ลงท่อระบายน้ำ) ไปกับกาลเวลา  (time) อย่างนั้นหรือ

          ไม่สูญเปล่า (No)  นักวิจัยจำนวนมากกล่าว,  ทั้งนี้ “สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน” เมื่อเร็วๆ นี้ (recently) ได้เลือก (chose) คณะทำงานพิเศษ (กองกำลังทหารเฉพาะกิจ) (task force)  เพื่อตรวจสอบ (examine) อิทธิพลด้านพันธุกรรมเมื่อเปรียบเทียบกับด้านสภาพแวดล้อม (genetic versus environmental influences) ที่มีต่อสติปัญญา,  โดยรายงานของกลุ่ม (คณะทำงาน) ยอมรับ (รับรอง, เห็นคุณค่า, แจ้งว่าได้รับ) (acknowledged) บทบาทสำคัญ  ที่ทั้งพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมมี (ต่อเด็ก) (ซึ่งรวมถึงสุขภาพและโภชนาการ (nutrition) ของเด็ก  เช่นเดียวกับการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัว – family upbringing)

            แม้ว่า (Even if) พันธุกรรม (genes) จะแสดง (มี) บทบาทโดดเด่น (play a dominant role)  นั่นก็ยังทิ้งที่ว่าง (เนื้อที่) ไว้ให้มากมาย (leaves plenty of room) สำหรับพ่อแม่ที่จะมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ (outcome) (หมายถึง  สติปัญญาของลูกๆ),  จริงๆ เลย (โดยแท้จริง) (Indeed)  ปริมาณการวิจัยที่เพิ่มมากขึ้น (growing amount of research) แสดงว่า, โดยเฉพาะในช่วงต้นๆ ของชีวิต (early years of life)  เมื่อสมอง (brain) ยังคงกำลังก่อร่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้น (taking shape),  การเอาใจใส่ของพ่อแม่ (parental attention) - แม้กระทั่งกับกิจกรรมง่ายๆ (simple activity) เช่น การเล่นจ๊ะเอ๋  (playing peekaboo) (กับลูก) – จะช่วยสร้าง (helps construct) วงจรไฟฟ้าของสมอง (brain circuitry) ที่สลับซับซ้อน (ประกอบด้วยส่วนต่างๆ) (complex)  ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ (จะขาดเสียมิได้, จำเป็น) (essential) ของ (ต่อ) การพัฒนาด้านสติปัญญา (intellectual development)

            “พ่อแม่จำเป็นต้อง (ต้องการ) (need) ยอมรับ (จำได้, รู้จัก, จำแนกออก, สำนึก, แสดงว่ารู้จักหรือเห็นคุณค่า) (recognize) ว่า  อินพุท (สิ่งที่ตนให้กับลูก) (input) ของตนมีความสำคัญ (มาก) อย่างไร”  เครก เรมอน  ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยากล่าว,  เรมอนได้ใช้เวลา ๓๐ ปีศึกษาว่า  การกระตุ้น (การส่งเสริม, การเร้าใจ, การปลุกใจ) (stimulation) แต่เนิ่นๆ (early) (ขณะที่เด็กยังเล็ก) โดยผู้ใหญ่ (adults) (ช่วย) พัฒนาสติปัญญาในวัยเด็ก (childhood intelligence) อย่างไร  “เราสามารถมองเห็นผลลัพธ์ในทางบวก  แม้กระทั่งในเด็กๆ ที่อายุน้อยมากๆ”  (เรมอนกล่าว)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป