หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 82)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Noah Webster : the Greatest Author of American Dictionaries

 

          Few men have influenced the development of American English to the extent that Noah Webster did.  Born in West Hartford, Connecticut, in 1758, his name has become synonymous with American dictionaries.  Graduated from Yale in 1778, he was admitted to the bar in 1781 and thereafter began to practice law in Hartford.  Later, when he turned to teaching, he discovered how inadequate the available schoolbooks were of the children of a new and independent nation. 

          In response to the need for truly American textbooks, Webster published A Grammatical Institute of the English Language, a three-volume work that consisted of a speller, a grammar, and a reader.  The first volume, which was generally known as The American Spelling Book, was so popular that eventually it sold more than 80 million copies and provided him with a considerable income for the rest of his life.  While teaching, Webster began work on the Compendious Dictionary of the English Language, which was published in 1806.

         In 1807, Noah Webster began his greatest work, An American Dictionary of the English Language.  In preparing the manuscript, he devoted ten years to the study of English and its relationship to other languages, and seven more years to the writing itself.  Published in two volumes in 1828, An American Dictionary of the English Language has become the recognized authority for usage in the United States.  Webster’s purpose in writing it was to demonstrate that the American language was developing distinct meanings, pronunciations, and spellings from those of British English.  He is responsible for advancing simplified spelling forms: develop instead of the British form develope; theater and center instead of theatre and centre; color and honor instead of colour and honour.

          In 1840, Webster brought out a second edition of his dictionary, which included 70,000 entries instead of the original 38,000.  This edition has served as the basis for the many revisions that have been produced under the Webster name.

 

1. Which of the following would be the best title for the passage?

(ข้อใดต่อไปนี้จะเป็นชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเนื้อเรื่อง – บทความ)

    (a) Webster’s Dictionaries    (พจนานุกรมของเว็บสเตอร์)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานที่กล่าวไว้ใน

           เนื้อเรื่องเท่านั้น)

    (b) Webster’s Work    (งานของเว็บสเตอร์)  (เนื่องจากกล่าวถึงใจความสำคัญของเนื้อเรื่อง)

    (c) Webster’s School    (โรงเรียนของเว็บสเตอร์)

    (d) Webster’s Life    (ชีวิตของเว็บสเตอร์)  (กล่าวไว้อย่างสั้นๆ ในเนื้อเรื่อง  จึงมิใช่ชื่อเรื่องที่ดีที่สุด)

2. In the first paragraph, “influenced” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “มีอิทธิพลต่อ, มีอำนาจโน้มน้าว”  หมายถึง ________________________)

    (a) restricted    (จำกัด, จำกัดวง, มีขอบเขต, คับแคบ, ถูกกำหนด)

    (b) propelled    (ขับดัน, ขับเคลื่อนที่, ทำให้ไปข้างหน้า)

    (c) opposed    (เออะ-โพส)  (คัดค้าน, แย้ง, ไม่เห็นด้วย, เป็นคู่แข่งของ, เป็นปรปักษ์ต่อ)

    (d) endured    (อดทน, ทนทาน)

    (e) overcome   (เอาชนะ, พิชิต, มีชัยเหนือ)

    (f) unearthed    (ขุดคุ้ย, เปิดเผย, ขุดดิน, ขุด)

    (g) affected    (มีผลต่อ, ส่งผลต่อ, กระทบกระเทือน, ทำให้เสียใจ, ทำให้สงสาร, ชอบ,

          โน้มเอียงไปทาง)  

    (h) disseminated    (กระจาย, ทำให้กระจาย, แพร่กระจาย, เผยแพร่)

    (i) procreated    (ให้กำเนิด, ออกลูก, สร้าง, ทำให้บังเกิด, กำเนิด, บังเกิด)

3. “synonymous” in paragraph 1 means _________________________________________.

(“มีความหมายเหมือนกัน, มีลักษณะเป็นคำพ้อง”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _________________)

    (a) renowned    (มีชื่อเสียง, มีกิตติศัพท์เลื่องลือ, มีเกียรติคุณ)

    (b) appealing    (มีเสน่ห์, น่าหลงใหล, ที่ดึงดูดความสนใจ-ความอยากรู้อยากเห็น-หรือความเห็นใจ)

    (c) notorious    (มีชื่อเสียงในทางเลวร้าย, ดังกระฉ่อน, รู้จักกันไปทั่ว)

    (d) viable    (สามารถทำได้, ทำงานได้, (ทารก, เมล็ดพืช) สามารถมีชีวิตและเจริญเติบโตต่อไปได้,

          สามารถเจริญเติบโตหรือพัฒนาได้)

    (e) controversial    (ซึ่งขัดแย้งกัน, เกี่ยวกับการขัดแย้ง, ซึ่งเป็นที่โต้เถียงกัน, เกี่ยวกับการโต้เถียง)

    (f) flexible    (ยืดหยุ่น, เปลี่ยนแปลงได้, พลิกแพลงได้, แก้ได้, ดิ้นได้, ละมุนละไม, คล่อง, งอได้, งอได้ง่าย)

    (g) crucial    (จำเป็นอย่างยิ่ง, สำคัญ, เด็ดขาด, ซึ่งชี้ขาด, รุนแรง, ถึงพริกถึงขิง, เกี่ยวกับความเป็นความตาย)

    (h) similar in meaning    (ความหมายเหมือนกัน)

    (i) remote    (ห่างไกล, ไกลโพ้น, ลึกลับ, นานมาแล้ว, โดดเดี่ยว, ห่างๆ, ห่างเหิน, เมินเฉย)

4. The word “inadequate” in paragraph 1 could best be replaced by____________________.

(คำว่า  “ไม่เพียงพอ”  ในพารากราฟ ๑  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______________________)

    (a) unavailable    (ไม่สามารถหามาได้, หาได้ยาก)

    (b) superb    (ดีเยี่ยม, เยี่ยมยอด)

    (c) expensive    (ราคาแพง, มีราคาสูงมาก, สิ้นเปลือง)

    (d) feasible    (สามารถทำได้)

    (e) distinct    (ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, แน่นอน, สังเกตได้ง่าย, แตกต่างกัน)

    (f) suspicious    (ระแวง, สงสัย, กังขา)

    (g) insufficient    (ไม่เพียงพอ)

    (h) vague    (เวก)  (ไม่ชัดแจ้ง, คลุมเครือ, เคลือบคลุม, เลือน, เลอะเลือน)

    (i) massive    (ขนาดใหญ่, มาก, เป็นก้อนใหญ่, เป็นกองใหญ่หนาแน่น, เป็นก้อนใหญ่และหนัก)

5. Why did Webster write A Grammatical Institute of the English Language?

(ทำไปเว็บสเตอร์จึงเขียนหนังสือ  “สถาบันไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ”)

    (a) He wanted to supplement his income.    (เขาต้องการเพิ่มเติมรายได้ของตน)

    (b) There were no books available after the Revolutionary War.    (ไม่มีหนังสือที่สามารถหาได้  

          หลังจากสงครามปฏิวัติ – คือสงครามที่ชาวอาณานิคมอเมริกันทำกับอังกฤษ  เพื่อประกาศเอกราช

          จากอังกฤษ  ก่อนจะสถาปนาประเทศสหรัฐฯ)  (เนื้อเรื่องกล่าวว่า  มีหนังสือของอังกฤษ  แต่ไม่เหมาะ

          สมกับเด็กๆ อเมริกัน)

    (c) He felt that British books were not appropriate for American children.    (เขารู้สึกว่า

           หนังสือของอังกฤษไม่เหมาะสมกับเด็กๆ อเมริกัน)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารา

           กราฟแรก  และประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “.................. เขาค้นพบว่า  หนัง

           สือเรียนที่สามารถหาได้ไม่เพียงพอ (ขาดแคลน) เพียงใด สำหรับเด็กๆ ของประเทศเกิดใหม่

           และมีเอกราช (อย่างสหรัฐฯ)”  และ  “เพื่อตอบสนองต่อความต้องการตำรา (หนังสือเรียน)

           อเมริกันอย่างแท้จริง  เว็บสเตอร์ตีพิมพ์หนังสือ “สถาบันไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ”)

    (d) The children did not know how to spell.    (เด็กๆ ไม่รู้วิธีสะกดคำ)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

6. From which publication did Webster earn a lifetime income?

(เว็บสเตอร์มีรายได้ตลอดชีวิต (ชั่วชีวิต) จากสิ่งตีพิมพ์ใด)

    (a) Compendious Dictionary of the English Language    (พจนานุกรมภาษาอังกฤษสั้นกะทัดรัดและ

           ชัดเจน)

    (b) An American Dictionary of the English Language    (พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน)

    (c) An American Dictionary of the English Language: Second Edition    (พจนานุกรมภาษาอังกฤษ

          แบบอเมริกัน : ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒)

    (d) The American Spelling Book    (หนังสือการสะกดคำอเมริกัน)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒

           ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “(สำหรับ) เล่มแรก  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า  “หนังสือสะ

           กดคำอเมริกัน”  เป็นที่นิยมชมชอบอย่างมาก  จนกระทั่งในที่สุด มันขายได้มากกว่า ๘๐ ล้าน

           เล่ม  และให้รายได้กับเขามากมายสำหรับส่วนที่เหลือของชีวิต”)

7. What does “considerable” in the second paragraph mean?

(“มากมาย, ค่อนข้างใหญ่, ค่อนข้างมาก, น่าพิจารณา, น่านับถือ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) microscopic    (เล็กมาก, จิ๋ว, เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น)

    (b) exotic    (อิก-ซ้อท-ทิค)  (เกี่ยวกับหรือมาจากต่างประเทศ, ไม่ใช่ของพื้นเมือง, ผิดธรรมดา, ประหลาด)

    (c) novel    (ใหม่, แปลก, แตกต่าง)

    (d) orderly    (มีระเบียบ, เป็นระเบียบเรียบร้อย, มีวินัย, รักษาวินัย, เกี่ยวกับคำสั่ง)

    (e) insatiable    (ไม่รู้จักพอ, ไม่รู้จักอิ่ม)   

    (f) copious    (มากมาย, จำนวนมาก, อุดมสมบูรณ์, ยืดยาว, (คำพูด) น้ำท่วมทุ่ง)

    (g) bizarre    (บิ-ซา)  (ประหลาด, พิกล, พิลึก)

    (h) disgusting    (น่ารังเกียจ, น่าขยะแขยง)

    (i) slight    (เล็กน้อย, เบาบาง)

8. “Compendious” in paragraph 2 could best be replaced by __________________________.

(“สั้นกะทัดรัดและชัดเจน, รัดกุม”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________________)

    (a) urgent    (เร่งด่วน, รีบเร่ง)

    (b) playful    (ขี้เล่น, ซุกซน, สนุกสนาน, หยอกเล่น)

    (c) irritable    (โกรธง่าย, ฉุนเฉียวง่าย)

    (d) weary    (แว้ร์-รี่)  (เหน็ดเหนื่อย, เมื่อยล้า, อิดโรย, เบื่อหน่าย)

    (e) laconic    (ใช้คำน้อย, กะทัดรัด, พูดสั้นๆ)

    (f) mournful    (เศร้าโศก, เสียใจ, มืดมน, ไม่สดใส)

    (g) aloof    {เย็นชา, วางเฉย, (วางตัว) ห่าง, สันโดษ}

    (h) peculiar    (พี-คิ้ว-เลีย)  (แปลกพิกล, ประหลาด, เป็นพิเศษ, ไม่เคยปรากฏมาก่อน)

    (i) autonomous    (เป็นเอกราช, เป็นอิสระ)

9. In how many volumes was An American Dictionary of the English Language published?

(“พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน”  ได้รับการตีพิมพ์เป็นจำนวนกี่เล่ม – ใน ๑ ชุด)

    (a) One volume    (๑ เล่ม)

    (b) Two volumes    (๒ เล่ม)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “เมื่อได้รับ

           การตีพิมพ์เป็น ๒ เล่ม (๑ ชุด) ในปี ๑๘๒๘  “พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน”  ได้กลาย

           เป็นสิ่งที่เป็นต้นตำรับ  ซึ่งได้รับการยอมรับสำหรับการใช้ในสหรัฐฯ”)

    (c) Three volumes    (๓ เล่ม)

    (d) Four volumes    (๔ เล่ม)

10. When was An American Dictionary of the English Language published?

(“พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน”  ได้รับการตีพิมพ์เมื่อใด)

      (a) 1817

      (b) 1807

      (c) 1828    (ปี ๑๘๒๘)  (ดูคำอธิบายในข้อ  “B”  ของข้อ ๙)  

      (d) 1824

11. In the third paragraph, “authority” is closest in meaning to _________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “สิ่งที่เป็นต้นตำรับ, แหล่งข้อมูลหรือคำแนะนำที่เชื่อถือได้, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, เจ้าหน้าที่, อำนาจตามกฎหมาย, ผู้มีอำนาจ, อำนาจการเป็นตัวแทน, ความเชี่ยวชาญ, พยาน, การให้การ”  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ______________)

      (a) acumen    (ความฉลาดปราดเปรื่อง, ความแหลมคม)

      (b) truthfulness    (การพูดความจริง, การเปิดเผยความจริง)

      (c) scandal    (เรื่องอัปยศอดสู, เรื่องอื้อฉาว, เรื่องฉาวโฉ่, เรื่องน่าอาย, การนินทาป้ายร้าย)

      (d) originator    (ต้นตำรับ)

      (e) discipline    (ระเบียบวินัย, สาขาวิชา)

      (f) disclosure    (การเปิดเผย, การเปิดโปง, สิ่งที่ถูกเปิดเผย)

      (g) attractiveness    (ความมีเสน่ห์, การดึงดูดใจ, ความน่าหลงใหล)

      (h) enthusiasm    (ความกระตือรือร้น, ความกระฉับกระเฉง)

12. According to the author, what was Webster’s purpose in writing An American Dictionary of the English Language?

(ตามที่ผู้เขียนกล่าว  อะไรคือวัตถุประสงค์ของเว็บสเตอร์ในการเขียน  “พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน”)

      (a) To respond to the need for new schoolbooks    (เพื่อตอบสนองต่อความต้องการหนังสือเรียนใหม่ๆ) 

             (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (b) To demonstrate the distinct development of the English language in America    (เพื่อ

             แสดงพัฒนาการที่แตกต่างของภาษาอังกฤษในอเมริกา)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ ของพา

             รากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “วัตถุประสงค์ของเว็บสเตอร์ในการเขียนมัน (พจนานุกรมข้างต้น)  คือ 

             เพื่อแสดงว่าภาษาอเมริกันกำลังพัฒนาความหมาย, การออกเสียง, และการสะกดคำ  ที่แตก

             ต่างจากความหมาย, การออกเสียงและการสะกดคำ  ของภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ”)

      (c) To promote spelling forms based upon British models    (เพื่อส่งเสริมรูปแบบการสะกดคำ  ซึ่งมี

             พื้นฐานอยู่บนตัวอย่างแบบอังกฤษ)  (ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง  เนื่องจากพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “เว็บ

             สเตอร์ ส่งเสริมรูปแบบใหม่ของการสะกดคำแทนรูปแบบของอังกฤษ  ซึ่งได้รับการยอมรับโดยผู้เชี่ยว

             ชาญก่อนหน้านั้น)

      (d) To influence the pronunciation of the English language    (เพื่อจะมีอิทธิพลต่อการสะกดคำของ

             ภาษาอังกฤษ)  (สิ่งนี้เกิดขึ้นโดยเป็นผลมาจากสิ่งตีพิมพ์ (พจนานุกรม) เล่มนี้  แต่มิได้เป็นวัตถุประสงค์

             ของเว็บสเตอร์ในการตีพิมพ์พจนานุกรมเล่มนี้)

13. The word “it” in paragraph 3 refers to _________________________________________.

(คำว่า  “มัน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ______________________________________)

      (a) language    (ภาษา)

      (b) usage    (การใช้)

      (c) authority    (ต้นตำรับ, ผู้เชี่ยวชาญ)

      (d) dictionary    (พจนานุกรม)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “วัตถุ

            ประสงค์ของเว็บสเตอร์ในการเขียนมัน (พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน)  คือ  เพื่อ

            แสดงว่าภาษาอเมริกันกำลังพัฒนาความหมาย, การออกเสียง ......................)

14. “distinct” in paragraph 3 is closest in meaning to ________________________________.

(“แตกต่าง, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, แน่นอน, จำเพาะ, หายาก, เป็นที่สังเกตได้ง่าย”  ในพารากราฟ ๓  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ ______________)

      (a) new    (ใหม่)

      (b) dishonest    (ไม่ซื่อสัตย์, ไม่สุจริต, ไม่ตรงไปตรงมา, ไม่น่าไว้วางใจ)

      (c) simple    (ง่าย, ไม่ยุ่งยาก, ไม่สลับซับซ้อน, เข้าใจง่าย, เรียบ, ถ่อมตัว, เซ่อๆ, ขาดประสบการณ์

            หรือความรู้)

      (d) malevolent    (มุ่งร้าย, ประสงค์ร้าย)

      (e) different    (แตกต่าง)

      (f) uncertain    (ไม่แน่นอน)

      (g) exact    (แน่นอน, แน่ชัด, ถูกต้อง, เที่ยง, แม่นยำ)

      (h) affable    (เป็นมิตร, กรุณา, ง่าย)

      (i) insolent    (ทะลึ่ง, ไร้มารยาท, อวดดี)

15. What does “simplified” in paragraph 3 mean?

(“ทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ชัดเจน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) investigated    (สืบสวนสอบสวน)

      (b) unsupervised    (ไม่ได้กำกับดูแล, ไม่ได้ควบคุม)

      (c) pointless    (ไร้จุดหมาย, ไร้ความหมาย, ทื่อ, ไม่ได้คะแนน, ไม่ได้แต้ม)

      (d) fluctuated    (เปลี่ยนแปลงบ่อย, ขึ้นๆลงๆ)

      (e) enlightened    (ได้รับความรู้-ความสว่าง)

      (f) disgraced    (อัปยศอดสู, อับอาย, ขายหน้า)

      (g) made easier    (ทำให้ง่ายขึ้น)

      (h) tempted    (ยั่วยวน, ล่อใจ)

      (i) phony    (เก๊, ปลอม, ไม่แท้)

      (j) ashamed    (ละอาย, อับอาย, กระดากใจ)

16. According to this passage, which one of the following spellings would Webster have approved in his dictionaries?

(ตามที่เนื้อเรื่องกล่าว,  การสะกดคำใดต่อไปนี้ที่เว็บสเตอร์จะเห็นด้วย (ยินยอม) ในพจนานุกรมของเขา)

      (a) Develope    (พัฒนา)  (เป็นรูปแบบของอังกฤษ)

      (b) Theatre    (โรงหนัง, โรงละคร)  (เป็นรูปแบบของอังกฤษ)

      (c) Color    (สี)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “เขา (เว็บสเตอร์)

            ยังรับผิดชอบสำหรับการรุกคืบ (นำหน้าในการใช้) รูปแบบการสะกดคำ  ซึ่งถูกทำให้ง่ายขึ้น  

            เช่น  ใช้คำ “พัฒนา” (develop) แทนรูปแบบของอังกฤษ  คือ “develope”, ใช้คำ “โรงหนัง,

            โรงละคร” (theater) และ “ศูนย์, ศูนย์กลาง, ใจกลาง” (center) แทน “theatre” และ “centre,”

            หรือใช้คำ “สี” (color) และ “เกียรติยศ” (honor) แทน “colour” และ “honour”  คือ  ใช้คำ

            ศัพท์แบบอเมริกัน  แทนคำแบบอังกฤษ)

      (d) Honour    (เกียรติยศ)  (เป็นรูปแบบของอังกฤษ)

 

(คำแปล)

โนอาห์ เว็บสเตอร์ : นักเขียนพจนานุกรมอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

 

             คนไม่กี่คน (Few men) มีอิทธิพลต่อ (มีอำนาจโน้มน้าว) (influenced) พัฒนาการของภาษาอังกฤษแบบอเมริกันในระดับ (ขอบเขต, ขนาด) (extent) ที่โนอาห์ เว็บสเตอร์ มี (did),  (เว็บสเตอร์) เกิดในเมืองฮาร์ตฟอร์ด รัฐคอนเนคทิคัต ในปี ๑๗๕๘  ชื่อของเขามีความหมายเหมือนกัน (มีลักษณะเป็นคำพ้อง) (synonymous) กับพจนานุกรมอเมริกัน,  เมื่อสำเร็จการศึกษา (Graduated) จากมหาวิทยาลัยเยลในปี ๑๗๗๘  เขาได้ถูกรับเข้า (ให้เข้า, ให้สิทธิเข้าได้, ยอมให้, ยอมรับ, รับสารภาพ, รับ, รับรอง) (admitted) ในสำนักกฎหมาย (bar) ในปี๑๗๘๑  และหลังจากนั้น (thereafter) ก็เริ่มต้นประ กอบอาชีพกฎหมาย (practice law) ในเมืองฮาร์ตฟอร์ด,  ต่อมา (Later)  เมื่อเขาเปลี่ยนไปสอนหนังสือ (turned to teaching)  เขาค้นพบ (discovered) ว่า  หนังสือเรียน (schoolbooks) ที่สามารถหาได้ (ใช้ประโยชน์ได้, เท่าที่จะหาได้) (available) ไม่เพียงพอ (ขาดแคลน) (inadequate) เพียงใด (อย่างไร) สำหรับเด็กๆ ของประเทศเกิดใหม่และมีเอกราช (เป็นอิสระ, ไม่ขึ้นกับใคร, เป็นตัวของตัวเอง) (independent) (อย่างสหรัฐฯ)

            เพื่อตอบสนองต่อ (In response to) ความต้องการ (ความจำเป็น) (need) ตำรา (หนังสือเรียน, แบบเรียน) (textbooks) อเมริกันอย่างแท้จริง (truly American)  เว็บสเตอร์ตีพิมพ์หนังสือ “สถาบันไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (A Grammatical Institute of the English Language)  ซึ่งเป็นผลงานชุด ๓ เล่ม (a three-volume work)  ที่ประกอบด้วย (consisted of) หนังสือสะกดคำ (ผู้สะกดคำ) (speller), ไวยากรณ์ (grammar) และหนังสือฝึกหัดการอ่าน (ผู้อ่าน, ผู้ตรวจเรื่อง, ผู้บรรยายหรืออาจารย์ผู้บรรยายในมหาวิทยาลัยในอังกฤษ, ผู้ทำนาย) (reader),  (สำหรับ) เล่มแรก (first volume) ซึ่งเป็นที่รู้ จักกันโดยทั่วไปว่า “หนังสือสะกดคำอเมริกัน”  เป็นที่นิยมชมชอบ (เกี่ยวกับประชากร, เกี่ยวกับราษฎร, ทั่วไป, พื้นๆ, โดยประชาชน) (popular) อย่างมาก  จนกระทั่งในที่สุด (eventually) มันขายได้  (sold) มากกว่า ๘๐ ล้านเล่ม (ฉบับ) (copies)  และให้รายได้กับเขามากมาย (provided him with a considerable income) สำหรับส่วนที่เหลือของชีวิต (for the rest of his life),  (และ) ในขณะที่กำลังสอนหนังสือ  เว็บสเตอร์เริ่มงาน (หนังสือ) เรื่อง “พจนานุกรมภาษาอังกฤษสั้นกะทัดรัดและชัดเจน (รัดกุม) (Compendious)  ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี ๑๘๐๖

            ในปี ๑๘๐๗  โนอาห์ เว็บสเตอร์เริ่มต้นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา  คือ “พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน,”  โดยในการตระเตรียม (preparing) ต้นฉบับ (หนังสือ เอกสาร จดหมายหรืออื่นๆ ที่เขียนด้วยมือ, การเขียนด้วยมือ) (manuscript)  เขาอุทิศเวลา (อุทิศตัว, อุทิศ, สละ, ใส่ใจ, หมกมุ่นในทาง) (devoted) ๑๐ ปีเพื่อศึกษาภาษาอังกฤษและความสัมพันธ์ของมันกับภาษาอื่นๆ,  และ (อุทิศ) เวลาเพิ่มขึ้นอีก ๗ ปี กับการเขียน (พจนานุกรมดังกล่าว),  เมื่อได้รับการตีพิมพ์เป็น ๒ เล่ม (๑ ชุด) (Published in two volumes) ในปี ๑๘๒๘  “พจนานุกรมภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน”  ได้กลายเป็นสิ่งที่เป็นต้นตำรับ (แหล่งข้อมูลหรือคำแนะนำที่เชื่อถือได้, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง, เจ้าหน้าที่, อำนาจตามกฎหมาย, ผู้มีอำนาจ, อำนาจการเป็นตัวแทน, ความเชี่ยวชาญ, พยาน, การให้การ) (authority)  ซึ่งได้รับการยอมรับ (recognized) สำหรับการใช้ (usage) ในสหรัฐฯ  ทั้งนี้  วัตถุประสงค์ (purpose) ของเว็บสเตอร์ในการเขียนมัน  คือ  เพื่อแสดง (สาธิต, อธิบาย, เดินขบวนแสดงความเห็นทางการเมือง, พิสูจน์, แสดงความรู้สึก, ทดลองให้เห็นจริง) (demonstrate) ว่า  ภาษาอเมริกันกำลังพัฒนาความหมาย (meanings), การออกเสียง (pronunciations), และการสะกดคำ (spellings) ที่แตกต่าง (ชัด เจน, แจ่มแจ้ง, แน่นอน, จำเพาะ, หายาก, เป็นที่สังเกตได้ง่าย) (distinct) จากความหมาย, การออกเสียงและการสะกดคำ (those) ของภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ (British English),  นอกจากนั้น  เขา (เว็บสเตอร์) ยังรับผิดชอบสำหรับการรุกคืบ (นำหน้าในการใช้) (advancing) รูปแบบการสะกดคำ (spelling forms)  ซึ่งถูกทำให้ง่ายขึ้น (ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ชัดเจน) (simplified)  เช่น  ใช้คำ “พัฒนา” (develop) แทน (instead of) รูปแบบของอังกฤษ (British form)  คือ  “develope”, ใช้คำ  “โรงหนัง, โรงละคร” (theater) และ  “ศูนย์, ศูนย์กลาง, ใจกลาง(center) แทน “theatre” และ “centre,” หรือใช้คำ  “สี” (color) และ  “เกียรติยศ” (honor) แทน  “colour” และ  “honour”

            ในปี ๑๘๔๐  เว็บสเตอร์ตีพิมพ์ออกสู่ตลาด (ผลิต, นำออกแสดง, ให้กำเนิด) (brought out) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒ (second edition) ของพจนานุกรมของเขา  ซึ่งประกอบด้วย (รวมถึง, ครอบคลุมถึง, นับรวมเข้า) (included) การจดบันทึกคำศัพท์ (การบันทึก, การเข้า, ทางเข้า, สิทธิในการเข้า, การลงทะเบียน, ผู้เข้าแข่งขัน, การครอบครองที่ดินโดยการเหยียบย่ำ) (entries) จำนวน ๗๐,๐๐๐ คำ  แทนที่ของเดิม (original) ที่มี ๓๘,๐๐๐ คำ,  โดยฉบับพิมพ์ (การตีพิมพ์, รูปแบบการพิมพ์, จำนวนพิมพ์ในครั้งหนึ่ง, การเป็นบรรณาธิการ) (edition) ครั้งนี้ได้ทำหน้าที่ (รับใช้, บริการ, เสิร์ฟลูก) (served) เป็นพื้นฐาน (รากฐาน, หลักฐาน, หลักสำคัญ, ส่วนสำคัญ, หลักเกณฑ์, มาตรฐาน, ฐานปฏิบัติการ) (basis) สำหรับฉบับปรับปรุงแก้ไข (การปรับปรุงแก้ไข, กระบวนการปรับปรุงแก้ไข, การชำระใหม่) (revisions) จำนวนหลายครั้ง  ซึ่งได้ถูกผลิตขึ้นภายใต้ชื่อเว็บสเตอร์ (under the Webster name)

****หมายเหตุ – โนอาห์ เว็บสเตอร์ (ค.ศ. ๑๗๕๘ – ๑๘๔๓)  นักพจนานุกรมชาวอเมริกัน  ทำการจดลิขสิทธิ์พจนานุกรมฉบับพิมพ์เป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ ชื่อว่า “พจนานุกรมภาษาอังกฤษของอเมริกา” (ชุด ๒ เล่ม) (Webster’s Dictionary of the English Language)  ที่รวบรวมคำศัพท์  นิยามต่างๆ กว่า ๗๐,๐๐๐ คำ  และใช้เวลารวบรวมกว่า ๒๐ ปี  ผลงานของเขาได้สร้างแรงบันดาลใจในการผลิตพจนานุกรมของนักพจนานุกรมรุ่นหลัง  จนได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาการและการศึกษาของอเมริกา  ปัจจุบัน  พจนานุกรมฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงและพิมพ์ซ้ำในชื่อว่า “เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์” (Merriam-Webster Dictionary)

   

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป