หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 81)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Something about the Global Population

 

          The population of the world has increased more in modern times than in all other ages of history combined.  World population totaled about 500 million in 1650.  It doubled in the period from 1650-1850.  Today the population is about 7.794 billion (7,794,798,739) (UN data – 2020).  The top four most populous countries are China, India, USA and Indonesia, with the total population listed below.

          China        – 1,439,323,776   people

          India         - 1,380,004,385   people

          USA             - 331,002,651     people

          Indonesia    - 273,523,615    people

Estimates based on research by the United Nations indicate that the global population is likely to number between 8.5 and 8.6 billion in 2030, about 9 billion in 2037 and about 10 billion in 2057 (UN data – 2020).

          No one knows the limits of population that the earth can support.  Thomas Malthus, an English economist, developed a theory that became widely accepted in the nineteenth century.  He suggested that because world population tended to increase more rapidly than the food supply, a continual strain was exerted upon available resources.  Malthus cited wars, famines, epidemics, and other disasters as the usual limitations of population growth.

          With recent advances in science and technology, including improved agricultural methods and great strides in medicine, some of the limiting factors in population growth have been lessened, with obvious results.  International organizations have put forward several recommendations to alleviate the problem of overpopulation, including an increase in food production, general economic development in target areas, and a decrease in birth rates.  Most experts agree that it will be necessary to combine all three recommendations in an effort to effect a lasting solution.

 

1. The title below that best expresses the ideas in this passage is _________________________.

(ชื่อเรื่องข้างล่างซึ่งแสดงใจความ – ความคิด – ในเนื้อเรื่องนี้ได้ดีที่สุด  คือ _________________)

    (a) Thomas Malthus’s Theory    (ทฤษฎีของโทมัส มัลทัส)

    (b) The United Nations’ Estimate    (การประมาณการ (ค่า) ของสหประชาชาติ)

    (c) Limiting Factors in Population Growth    (ปัจจัยซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเพิ่มประชากร)

    (d) A Brief History of Population and Overpopulation    (ประวัติสั้นๆ ของประชากรและ

          ประชากรล้น)  (เนื่องจากกล่าวถึงใจความสำคัญของเนื้อเรื่อง)

2. By 1850, approximately what was the world population?

(ราวๆ ปี ๑๘๕๐,  ประชากรของโลกมีประมาณเท่าใด)

    (a) 500 million    (๕๐๐ ล้านคน)

    (b) One billion    (๑ พันล้านคน)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ และ ๓ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

          “ประชากรโลกรวมทั้งสิ้นประมาณ  ๕๐๐ ล้านคนในปี ๑๕๖๐,  มันเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่าในช่วงเวลา

          จากปี ๑๖๕๐ – ๑๘๕๐”)

    (c) Five billion    (๕ พันล้านคน)

    (d) Seven billion    (๗ พันล้านคน)

3. World population doubled in the years between ___________________________________.

(ประชากรของโลกเพิ่มเป็น ๒ เท่าในปีต่างๆ ระหว่าง ______________________________)

    (a) 500-1650    (ปี ๕๐๐ – ๑๖๕๐)

    (b) 1650-1850    (ปี ๑๖๕๐ – ๑๘๕๐)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

          “มัน – ประชากร - เพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่าในช่วงเวลาจากปี ๑๖๕๐ – ๑๘๕๐)

    (c) 1650-today    (ปี ๑๖๕๐ – ปัจจุบัน)

    (d) 1850-2000    (ปี ๑๘๕๐ – ๒๐๐๐)

4. “Estimates” in the first paragraph refers to ______________________________________.

(“การประมาณค่า, การประเมินค่า, การกะ, การตีราคา, ค่าที่ประเมิน, ราคาที่ประเมิน, ความคิดเห็น”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _______________)

    (a) abundances    (ความอุดมสมบูรณ์, ภาวะล้นเหลือ)

    (b) temptations    (การยั่วใจ, การล่อใจ, การล่อ, สิ่งล่อใจ)

    (c) hatreds    (เฮ้-ทริด)  (ความเกลียดชัง, ความรังเกียจ)

    (d) avarices    (แอฟ-วะ-ริส)  (ความโลภ, ความงก, ความตะกละ)

    (e) premises    (เพร้ม-มิส  หรือ  พริ-ไม้ซ)  (สมมติฐาน, พื้นฐานสำหรับการสรุป, ที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้าง)

    (f) debris    (เด๊บ-บรี  หรือ  เด๊-บรี)   (ซากสลักหักพัง, เศษ, เศษอิฐ หิน ปูน ฯลฯ, ขยะ, การสะสมของ

          เศษหิน ดิน ทราย ที่ถูกลมพัดพามา) 

    (g) assessments    (การประเมิน, ปริมาณที่ประเมิน, การกำหนด)

    (h) privileges    (พริฟ-วะ-ลิจ)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์, เอกสิทธิ์, ประโยชน์พิเศษ, ข้อได้เปรียบ) 

5. Which country has the highest population now?

(ประเทศใดมีจำนวนประชากรสูงสุดในปัจจุบัน)

    (a) India    (อินเดีย)  (๑,๓๘๐,๐๐๔,๓๘๕ คน)

    (b) USA    (สหรัฐฯ)  (๓๓๑,๐๐๒,๖๕๑ คน)

    (c) Indonesia    (อินโดนีเซีย)  (๒๗๓,๕๒๓,๖๑๕ คน)

    (d) China    (จีน)  (๑,๔๓๙,๓๒๓,๗๗๖ คน)

6. Who was Thomas Malthus?

(โทมัส มัลทัส เป็นใคร)

    (a) A scientist    (นักวิทยาศาสตร์)

    (b) A doctor of medicine    (แพทย์)

    (c) An economist    (นักเศรษฐศาสตร์)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒)

    (d) A United Nations representative    (ผู้แทนของสหประชาชาติ)

7. In the second paragraph, “tended” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “มีแนวโน้ม, โน้มเอียง, โน้มน้าว, มักชอบ”  หมายถึง ____________________)

    (a) enlarged    (ขยายออก, ทำให้ใหญ่ขึ้น, เพิ่ม, ขยายตัว, ทำให้กว้างออก, เสริม, กว้างขึ้น, โตขึ้น)

    (b) conveyed    (คัน-เว่)  (นำ, พา, นำไป, ขนส่ง, ถ่ายทอด, ถ่ายเท, โอน)

    (c) hesitated    (รีรอ, ลังเลใจ)

    (d) evoked    (เรียกปลุก, เตือนใจ, สะกิดใจ, นำมาซึ่ง, ทำให้เกิดขึ้น)

    (e) encompassed    (ล้อมรอบ, เวียนรอบ, ตีวง, รวมทั้ง, ปิด, ผนึก)

    (f) emulated    (เอ๊ม-มิว-เลท)  (เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่า) 

    (g) contradicted    (คอน-ทระ-ดิ๊คท)  (โต้แย้ง, กล่าวแย้ง, เถียง, ปฏิเสธ) 

    (h) inclined    (โน้มเอียง, โน้มน้าว, เบี่ยงเบน, ก้ม, โค้ง, ค่อนข้าง, เอียงลาด, พิง, ทำให้โน้มเอียง,

           ทำให้โค้งหรืองอ)

8. “exerted” in paragraph 2 means ____________________________________________.

(“สำแดง, ออกแรง, พยายาม, ใช้อำนาจหน้าที่, ออกกำลังกาย”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง _______)

    (a) unified    (รวมกัน, ทำให้เป็นหน่วยเดียวกัน, ทำให้เป็นแบบเดียวกัน, ทำให้สอดคล้องกัน)

    (b) restored    (เอากลับคืนมา, สร้างใหม่, เรียกกลับคืนมา, ทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม, กอบกู้, ฟื้นฟู,

          ซ่อมแซม, ปฏิสังขรณ์, ทำให้แข็งแรง, บำรุงกำลัง-ร่างกาย, ส่งคืน)

    (c) renounced    (สละ, ละทิ้ง, ประกาศสละ-เลิก, สละสิทธิ์)

    (d) relocated    (หาที่ใหม่, ย้ายที่ใหม่, กำหนดตำแหน่งใหม่)

    (e) resisted    (ต้านทาน, ยับยั้ง, ต่อต้าน)

    (f) applied    (ใช้, ใช้เป็นประโยชน์, ประยุกต์, สมัคร, ขอ, ร้องเรียน, บอกกล่าว)

    (g) emerged    (โผล่ออกมา, ปรากฏ)

    (h) ruined    (ทำให้พินาศย่อยยับ)

9. The word “resources” in paragraph 2 refers to ___________________________________.

(คำว่า  “ทรัพยากรของประเทศ, ทรัพยากร, กำลังเงิน, กำลังวัตถุ, ทรัพย์สมบัติ, แหล่งที่มา, หนทาง, วิธีการ, ความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _______________)

    (a) the people who already occupy the earth    (บุคคลผู้ซึ่งครอบครองโลกแล้ว)

    (b) war, famine, and epidemic    (สงคราม, ความอดอยากขาดแคลน และโรคระบาด)

    (c) natural supplies of energy, food, and other raw materials    (แหล่งตามธรรมชาติของ

          พลังงาน, อาหาร และวัตถุดิบอื่นๆ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

          “เขา (มัลทัส) เสนอ (เสนอแนะ) ว่า  เพราะว่าประชากรของโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอย่างรวด

          เร็วกว่าเสบียงอาหาร (ปริมาณอาหาร)  การพยายามเต็มที่อย่างต่อเนื่อง  ได้ถูกสำแดง (ออก

          แรง) กับทรัพยากรที่สามารถหามาได้ (หมายถึง  มีการใช้ความพยายามเต็มที่ – เต็มความ

          สามารถ - กับทรัพยากรที่มีอยู่บนโลก)”)

    (d) agricultural and medical advances    (ความก้าวหน้าทางด้านเกษตรกรรมและการแพทย์)

10. The word “famines” in paragraph 2 could best be replaced by _____________________.

(คำว่า  “ความอดอยากขาดแคลน, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ทุพภิกขภัย, ความอดตาย, ความขาดแคลนอย่างยิ่ง, ความหิวจัด”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______________)

      (a) grace periods    (ระยะเวลาพักชำระหนี้)

      (b) obligations    (พันธะ, หน้าที่, หนี้, บุญคุณ, การบังคับ)

      (c) penalties    (การลงโทษ)

      (d) deforestations    (การโค่นป่า, การทำลายป่า)

      (e) repatriations    (การส่งคน (ผู้ร้าย, ผู้อพยพ) กลับประเทศ)

      (f) starvations    (ความอดอยาก, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย, ความกระหาย)

      (g) grief    (กรีฟ)  (ความทุกข์, ความเดือดร้อน)

      (h) mergers     (การรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน, การควบรวมของ ๒ บริษัท)

11. What does “disasters in paragraph 2 mean?

(“ภัยพิบัติ, ความหายนะ, ความล่มจม”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) defeats    (ความพ่ายแพ้)

      (b) popularities    (ความเป็นที่นิยมชมชอบ)

      (c) petitions    (การร้องเรียน, การร้องทุกข์, การถวายฎีกา, การอ้อนวอน, หนังสือร้องเรียน, ฎีกา)

      (d) catastrophes    (คะ-แทส-ทระ-ฟี)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ตอนจบ

            ของละคร, จุดจบ)

      (e) precipitations    (ฝน, หิมะ, ลูกเห็บ, น้ำค้าง)

      (f) altitudes    (ความสูง)

      (g) ) migrations    (การอพยพ)

      (h) triumphs    (ไทร้-อั้มพ)  (ชัยชนะ, ความมีชัย, การฉลองชัยชนะ)

12. According to the passage, why has overpopulation been caused?

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ทำไมประชากรล้นจึงเกิดขึ้น)

      (a) Improved technology    (เทคโนโลยีได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น)  (ดูคำตอบจากประโยคแรก

            ของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ด้วยความก้าวหน้าเมื่อเร็วๆ นี้ ทางด้านวิทยาศาสตร์และ

            เทคโนโลยี  รวมทั้งวิธีการด้านการเกษตรกรรมที่ดีขึ้น  และความก้าวหน้าอย่างมากมายทาง

            ด้านการแพทย์  ปัจจัยต่างๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดบางประการในการเพิ่มของประชากรได้ถูกทำ

            ให้น้อยลง .................... ผลลัพธ์ก็คือ  ประชากรล้น)

      (b) Disasters    (ภัยพิบัติ, ความหายนะ, ความล่มจม)  (เป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดของการเพิ่มประชากร 

            มิใช่สาเหตุของประชากรล้น)

      (c) Scarcity    (ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, การมีน้อย, การหายาก)  (เป็นผลลัพธ์ของประชากรล้น 

            มิใช่สาเหตุ)

      (d) Precaution    (การระวังล่วงหน้า, การระมัดระวังไว้ก่อน, การป้องกันไว้ก่อน, มาตรการป้องกันล่วงหน้า) 

            (เป็นข้อแนะนำประการหนึ่งของการบรรเทาปัญหาประชากรล้น)

13. “strides” in the third paragraph refers to _______________________________________.

(“ความก้าวหน้า, การเดินหรือก้าวยาว, ก้าวยาว, ช่วงก้าวยาว, จังหวะก้าวยาว”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง _____________)

      (a) discoveries    (การค้นพบ, สิ่งที่ค้นพบ, การเปิดเผย, การแสดงตัว)

       (b) episodes    {ตอน (หนึ่งของเรื่อง), ฉาก, บท, กรณี, คราว, ครั้ง}

      (c) miniatures    (มิ้น-นิ-เช่อะ)  (หุ่นจำลองขนาดเล็ก, รูปเล็ก, ภาพเล็ก, แบบที่ย่อส่วนลงมา,

            ภาพเขียนที่เล็กมาก)

      (d) zeal    (ความกระตือรือร้นเกินไป, ความปรารถนาแรงกล้า, ความขยันขันแข็ง, การมีใจจดจ่อ,

            ความเร่าร้อน)

      (e) progresses or long steps    (ความก้าวหน้า หรือก้าวยาว)

      (f) hindrances    (ปัญหา, อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

      (g) disgusts    (ความรังเกียจ, ความขยะแขยง, ความสะอิดสะเอียน, ความเกลียดชัง)

      (h) strengths    (ความแข็งแรง, พละกำลัง, พลัง, แรง, อำนาจจิต, ความกล้าหาญ, กำลังทหาร)

14. The word “obvious” in paragraph 3 could best be replaced by ______________________.

(คำว่า  “ชัดเจน, ชัดแจ้ง, เด่นชัด, เห็นได้ง่าย, เข้าใจได้ง่าย”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______________)

      (a) negative    (เป็นลบ, ได้ผลลบ, เป็นการปฏิเสธ, เป็นการคัดค้าน, เป็นการลบล้าง)

      (b) magnificent    (ดีเยี่ยม, เลิศ, สง่างาม, วิเศษ)

      (c) chronic    (คร้อน-นิค)  (เรื้อรัง, ยาวนาน, เป็นประจำ, เป็นนิสัย)

      (d) apparent    (เด่นชัด, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, ภายนอก, เกี่ยวกับหลักฐานแรกเริ่ม)

      (e) formidable    (น่ากลัว, ซึ่งเอาชนะได้ยาก, น่าเกรงขาม, ยาก, ลำบาก, มีอำนาจ-กำลังมาก)

      (f) significant    (สำคัญ)

      (g) stationary    (ไม่เปลี่ยนแปลง, อยู่ในสภาพเดิม, หยุดนิ่ง, หยุดอยู่กับที่, ไม่เคลื่อนที่)

      (h) several    (มากมาย, หลาย, แยะ, นานา)

      (i) impartial    (ยุติธรรม, มีใจเป็นธรรม, ไม่ลำเอียง, ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด, ไม่มีอคติ)

15. “alleviate” in paragraph 3 is similar in meaning to _______________________________.

(“บรรเทา, ทำให้น้อยลง”  ในพารากราฟ ๓  มีความหมายเหมือนกับ _____________________)

      (a) demonstrate    (แสดง, สาธิต, อธิบาย, เดินขบวน)

      (b) create    (สร้าง, ทำให้เกิดขึ้น, สร้างสรรค์, ประดิษฐ์ขึ้น, แต่งตั้ง)

      (c) conceal    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

      (d) assent    (อะ-เซ้นท)  (ตกลง, ยินยอม, ยอมรับ)   (เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง  “การตกลง, การยินยอม”) 

      (e) crave     (เคร้ฟว)  (กระหาย, อยากได้มาก, ต้องการ, ปรารถนา, อ้อนวอน, วิงวอน, ร้องขอ) 

      (f) mitigate    (มิท-ทะ-เกท)  (ทำให้ลดน้อยลง, ทำให้บรรเทาลง, ทำให้เบาบาง, แบ่งเบา, ทำให้

            อ่อนโยนขึ้น, อ่อนลง, ลดลง, บรรเทาลง)

      (g) startle    (สท้าร์-เทิ่ล)  (ทำให้ตื่น, ทำให้สะดุ้งตกใจ, รบกวน, สะดุ้งตกใจ)  

      (h) compliment     (สรรเสริญ, ชมเชย, ยกย่อง, อวยพร, แสดงความยินดี) 

16. Which of the following could minimize the problem of overpopulation?

(ข้อใดต่อไปนี้สามารถทำให้ปัญหาประชากรล้น  ลดลงมากที่สุด)

      (a) Provision of sexual education to university students    (การให้การศึกษาเรื่องเพศ (เพศศึกษา)

            แก่นักเรียนมหาวิทยาลัย)

      (b) Finding a new settlement in other planets    (การหาที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ในดาวเคราะห์อื่นๆ)

      (c) An improvement of health care    (การปรับปรุงการดูแลสุขภาพ)

      (d) A rise in food production    (การเพิ่มการผลิตอาหาร)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของ

            พารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งได้เสนอคำแนะนำหลาย

            ประการ  เพื่อบรรเทาปัญหาประชากรล้น,  รวมทั้งการเพิ่มการผลิตอาหาร, การพัฒนา

            เศรษฐกิจ .......................)

17. What does “experts” in paragraph 3 mean?

(“ผู้เชี่ยวชาญ, ผู้ชำนาญ, ผู้มีประสบการณ์, มือปืนชั้นเยี่ยมยอด”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) talents    (บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ, สติปัญญา, ความฉลาดปราดเปรื่อง, พรสวรรค์,

            ความสามารถพิเศษ)

      (b) critics    (นักวิจารณ์, ผู้วิเคราะห์, ผู้ติชม, ผู้ติเตียน, ผู้ชอบนินทา)

      (c) disciplinarians    (ผู้ยึดถือระเบียบวินัย, คนเคร่งระเบียบ, ผู้ควบคุมหรือบังคับให้เป็นไปตามระเบียบวินัย)

      (d) loyalists    (ผู้ซื่อสัตย์, ผู้จงรักภักดี)

      (e) disciples    (สาวก, ศิษย์, สานุศิษย์, ผู้ติดตาม)

      (f) beneficiaries    (ผู้รับผลประโยชน์, ผู้รับเงินประกัน, ผู้รับเงินช่วยเหลือ, ผู้มีสิทธิพิเศษ, )

      (g) specialists    (ผู้เชี่ยวชาญ, ผู้ชำนาญการ, ผู้ชำนาญเฉพาะทาง)

      (h) berserkers    (ผู้บ้าบิ่น, ผู้บ้าระห่ำ, นักต่อสู้อย่างบ้าเลือด)

18. The word “lasting” in the final paragraph is closest in meaning to _____________________.

(คำว่า  “ยั่งยืน, ถาวร, ทนทาน, คงทน, ทน, ยืนหยัด”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ______________)

      (a) complete    (สมบูรณ์)

      (b) earnest    (เอิ๊น-นิสท)  (เอาจริงเอาจัง, เคร่ง, ตั้งใจจริง)

      (c) expected    (ซึ่งถูกคาดหวัง)

      (d) dramatic    (น่าตื่นเต้น, เหมือนละคร)

      (e) temporary    (ชั่วคราว)

      (f) intrepid    (กล้าหาญ, ไม่กลัว)

      (g) permanent    (ถาวร, ยืนยง, คงทน, ยาวนาน, (สี) ไม่ตก)

      (h) fragile    (เปราะ, บอบบาง, แตกง่าย, ถูกทำลายโดยง่าย)

      (i) horrible    (น่ากลัว, น่าสยดสยอง, ไม่เป็นที่พอใจอย่างยิ่ง)

19. What do most experts recommend in order to solve problems of overpopulation?

(ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่่แนะนำอะไร  เพื่อแก้ปัญหาประชากรล้น)

      (a) Famine and epidemic    (ความอดอยากขาดแคลนและโรคระบาด)  (เป็นปัจจัยที่เป็นข้อจำกัดของ

            การเพิ่มประชากร)

      (b) Medical advances and improved agricultural methods    (ความก้าวหน้าทางการแพทย์ 

            และวิธีการด้านเกษตรกรรมที่ดีขึ้น)  (เป็นสาเหตุของประชากรล้น)

      (c) Economic development and a decline in the birth rate    (การพัฒนาเศรษฐกิจ  และการ

             ลดอัตราการเกิด)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  "องค์การระ

             หว่างประเทศหลายแห่งได้เสนอคำแนะนำหลายประการเพื่อบรรเทาปัญหาประชากรล้น  รวม

             ถึงการเพิ่มการผลิตอาหาร, การพัฒนาเศรษฐกิจทั่วไปในพื้นที่เป้าหมาย, และการลดอัตรา

             การเกิด")

      (d) Conservation of available resources    (การอนุรักษ์ทรัพยากรทีี่่สามารถหามาได้)  (อาจจริง 

            แต่มิได้กล่าวไว้ในบทความ)

 

(คำแปล)

บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับประชากรของโลก

 

            ประชากรของโลกได้เพิ่มขึ้นในยุคสมัยใหม่ (ยุคปัจจุบัน) (modern times) มากกว่าในยุคสมัย (ages) อื่นๆ ทั้งหมด (ทุกยุค) ของประวัติศาสตร์รวมกัน (combined),  ประชากรโลกรวมทั้งสิ้น (totaled) ประมาณ ๕๐๐ ล้านคนในปี ๑๕๖๐,  มันเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า (doubled) ในช่วงเวลาจากปี ๑๖๕๐ – ๑๘๕๐,  ในปัจจุบัน  ประชากรของโลกมีประมาณ ๗.๗๙๔ พันล้าน (billion) คน (๗,๗๙๔,๗๙๘,๗๓๙ คน) (ข้อมูลของสหประชาชาติ ปี ๒๐๒๐)  ประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด ๔ ประเทศแรก (top four most populous countries)  คือ  จีน, อินเดีย, สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย  โดยมีประชากรรวมทั้งสิ้นตามที่ระบุไว้ข้างล่าง (listed below)

          จีน                          ๑,๔๓๙,๓๒๓,๗๗๖   คน

          อินเดีย                    ๑,๓๘๐,๐๐๔,๓๘๕     คน

          สหรัฐฯ                       ๓๓๑,๐๐๒,๖๕๑      คน

          อินโดนีเซีย                ๒๗๓,๕๒๓,๖๑๕    คน  

การประมาณค่า (การประเมินค่า, การกะ, การตีราคา, ค่าที่ประเมิน, ราคาที่ประเมิน, ความคิดเห็น) (Estimates)  ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนงานวิจัยโดยสหประชาชาติ  บ่งชี้ (indicate) ว่า  ในปี ๒๐๓๐  ประชากรของโลก (global population) มีแนวโน้ม (likely) ที่จะมีจำนวน (number) ระหว่าง ๘.๕ พันล้านและ ๘.๖ พันล้านในปี ๒๐๓๐,  ประมาณ ๙ พันล้านคนในปี ๒๐๓๗  และประมาณ ๑๐ พันล้านคนในปี ๒๐๕๗ (ข้อมูลของสหประชาชาติปี ๒๐๒๐) 

            ไม่มีใครรู้ขีดจำกัด (ข้อจำกัด, วงจำกัด, ขอบเขต, เขต, จำนวนจำกัด) (limits) ของประชากรซึ่งโลก (earth) สามารถรองรับ (ค้ำจุน, สนับสนุน, อุดหนุน, พยุง, ช่วยเหลือ, เป็นตัวประกอบ, เป็นตัวรอง) (support) ได้ (หมายถึง  จำนวนประชากรเต็มที่ซึ่งโลกสามารถรองรับได้),  โทมัส มัลทัส  นักเศรษฐศาสตร์ (economist) ชาวอังกฤษ  ได้พัฒนา (สร้าง) ทฤษฎีซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง (widely accepted) ในศตวรรษที่ ๑๙,  เขาเสนอ (เสนอแนะ, แนะนำ, ชักชวน, บอกเป็นนัย, แย้ม, ชวนให้นึกถึง) (suggested) ว่า  เพราะว่าประชากรของโลกมีแนวโน้ม (โน้มเอียง, โน้มน้าว, มักชอบ) (tended) ที่จะเพิ่มอย่างรวดเร็ว (rapidly) กว่าเสบียงอาหาร (ปริมาณอาหาร) (food supply)  การพยายามเต็มที่ (การพยายามสุดกำลัง, การออกแรงมากเกินไป, ภาวะกล้ามเนื้อเคล็ด, การทำให้ตึง) (strain) อย่างต่อเนื่อง (continual) ได้ถูกสำแดง (ออกแรง, พยายาม, ใช้อำนาจหน้าที่, ออกกำลังกาย) (exerted) กับทรัพยากรที่สามารถหามาได้ (available resources) (หมายถึง  มีการใช้ความพยายามเต็มที่ – เต็มความสามารถ - กับทรัพยากรที่มีอยู่บนโลก),  มัลทัสอ้างอิง (กล่าวอ้าง, กล่าวสนับสนุน, ออกหมายเรียกตัวมาศาล, สดุดี, ชมเชย, กระตุ้น) (cited) สงคราม, ความอดอยากขาดแคลน (ภาวะข้าวยากหมากแพง, ทุพภิกขภัย, ความอดตาย, ความขาดแคลนอย่างยิ่ง, ความหิวจัด) (famines), โรคระบาด (epidemics) และภัยพิบัติ (ความหายนะ, ความล่มจม) (disasters) อื่นๆ  ว่าเป็น (as) ข้อจำกัดตามปกติ (usual limitations) ของการเพิ่มประชากร (population growth)

            ด้วยความก้าวหน้าเมื่อเร็วๆ นี้ (recent advances) ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  รวมทั้งวิธีการด้านการเกษตรกรรมที่ดีขึ้น (improved agricultural methods)  และความก้าวหน้า (การเดินหรือก้าวยาว, ก้าวยาว, ช่วงก้าวยาว, จังหวะก้าวยาว) (strides) อย่างมากมาย (ยิ่งใหญ่) (great) ทางด้านการแพทย์ (แพทยศาสตร์, ยา, เวชกรรม, อายุรกรรม, การบำบัดโรคด้วยยา) (medicine)  ปัจจัยต่างๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัด (limiting factors) บางประการในการเพิ่มของประชากรได้ถูกทำให้น้อยลง (lessened),  ด้วยผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน (obvious results),  ทั้งนี้  องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งได้เสนอคำแนะนำหลายประการ (put forward several recommendations)  เพื่อบรรเทา (ทำให้น้อยลง) (alleviate) ปัญหาประชากรล้น (overpopulation),  รวมทั้งการเพิ่มการผลิตอาหาร, การพัฒนาเศรษฐกิจโดยทั่วไปในพื้นที่เป้าหมาย (target areas),  และการลดอัตราการเกิด (birth rates),  ทั้งนี้  ผู้เชี่ยวชาญ (ผู้ชำนาญ, ผู้มีประสบการณ์, มือปืนชั้นเยี่ยมยอด) (experts) ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า  มันจะมีความจำเป็นที่ต้องรวม (combine) คำแนะนำทั้งหมด ๓ ประการ (ขององค์การระหว่างประเทศ) ในความพยายามที่จะ (in an effort to) ทำให้เกิดผล (ทำให้เกิด) (effect) ทางแก้ปัญหา (วิธีแก้ปัญหา, วิธีแก้, ทางออก, คำตอบ, สารละลาย, การละลาย) (solution) ที่ยั่งยืน (ถาวร, ทนทาน, คงทน, ทน, ยืนหยัด) (lasting)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป