หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 80)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Horace Mann : the Father of Public Education of the U.S.

 

          Perhaps it was his own lack of adequate schooling that inspired Horace Mann to work so hard for the important reforms in education that he accomplished.  While he was still a boy, his father and older brother died, and he became responsible for supporting his family.  Like most of the children in his town, he attended school only two or three months a year.  Later, with the help of several teachers, he was able to study law and become a member of the Massachusetts bar, but he never forgot those early struggles.

          While serving in the Massachusetts legislature, he signed a historic education bill that set up a state board of education.  Without regret, he gave up his successful legal practice and political career to become the first secretary of the board.  There he exercised an enormous influence during the critical period of reconstruction that brought into existence the American graded elementary school as a substitute for the older district school system.  Under his leadership, the curriculum was restructured, the school year was increased to a minimum of six months, and mandatory schooling was extended to age sixteen.  Other important reforms included the establishment of state normal schools for teacher training, institutes for inservice teacher education, and lyceums for adult education.  He was also instrumental in improving salaries for teachers and creating school libraries.

          Mann’s ideas about school reform were developed and distributed in twelve annual reports to the state of Massachusetts that he wrote during his tenure as secretary of education.  Considered quite radical at the time, the Massachusetts reforms later served as a model for the nation.  Mann was recognized as the father of public education.

          During his lifetime, Horace Mann worked tirelessly to extend educational opportunities to agrarian families and the children of poor laborers.  In one of his last speeches he summed up his philosophy of education and life: Be ashamed to die until you have won some victory for humanity.”  Surely, his own life was an example of that philosophy.

 

1. Which of the following titles would best express the main topic of the passage?

(ชื่อเรื่องใดต่อไปนี้จะแสดงหัวเรื่องสำคัญของเนื้อเรื่องนี้ได้ดีที่สุด)

    (a) The Father of American Public Education    (บิดาแห่งการศึกษาของประชาชน – ของรัฐ –

          ของอเมริกา)  (เนื่องจากกล่าวถึงใจความ – ความคิด – สำคัญของเนื้อเรื่องนี้)

    (b) Philosophy of Education    (ปรัชญาของการศึกษา)

    (c) The Massachusetts State Board of Education    (คณะกรรมการการศึกษาของรัฐแมสซาชูเซตส์)

    (d) Politics of Educational Institutions    (การเมืองของสถาบันการศึกษา)

2. Which of the following describes Horace Mann’s early life?

(ข้อใดต่อไปนี้พรรณนาถึงชีวิตช่วงต้นๆ ของโฮเรซ แมนน์)

    (a) He attended school six months a year.    (เขาไปโรงเรียน ๖ เดือนต่อปี)  (ไม่จริง  ประโยคที่ ๓

          ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  เขาไปโรงเรียนเพียง ๒ – ๓ เดือนต่อปีเท่านั้น)

    (b) He supported his family after his father died.    (เขาจุนเจือครอบครัวของเขาหลังจาก

          บิดาตาย)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ในขณะที่เขายังคง

          เป็นเด็ก  พ่อและพี่ชายของเขาตายลง  และเขาต้องรับผิดชอบในการค้ำจุน (จุนเจือ)

          ครอบครัวของตน)

    (c) He was an only child.    (เขาเป็นลูกเพียงคนเดียว – ลูกโทน)  (ไม่จริง  เขามีพี่ชาย ๑ คน)

    (d) He had to study alone, without help.    (เขาจำต้องศึกษาตามลำพัง  โดยปราศจากความช่วยเหลือ) 

          (ไม่จริง  ครูหลายคนช่วยเหลือเขาในการศึกษา)

3. In the first paragraph, “inspired” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ดลใจ, กระตุ้น, ผลักดัน, ดลบันดาล, เร้าใจ, ปลุกปั่น, หายใจเข้า”  หมายถึง ___

__________)

    (a) criticized    (วิพากษ์วิจารณ์)

    (b) extoled    (สรรเสริญ, ยกย่อง)

    (c) opposed    (เออะ-โพส)  (คัดค้าน, แย้ง, ไม่เห็นด้วย, เป็นคู่แข่งของ, เป็นปรปักษ์ต่อ)

    (d) heightened    (ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้เข้มข้นขึ้น, ทำให้สำคัญหรือเด่นขึ้น, เพิ่มความสูง)

    (e) ruined    (ทำให้ย่อยยับ, ทำลายให้ล่มจม, ทำให้พินาศ, ทำให้ล้มละลาย, พินาศ, หายนะ, ย่อยยับ,

         ล้มละลาย, ล่มจม)

    (f) exploited    (อิกซ-สพล้อย-เทด)  (ใช้ให้เป็นประโยชน์, ใช้อย่างเห็นแก่ตัว หรืออย่างเอารัดเอาเปรียบ)

    (g) motivated    (ดลใจ, กระตุ้น)

    (h) assaulted    (อะ-ซ้อลท-ทิด)  (โจมตี, จู่โจม, ทำลาย, ข่มขืน)

4. “accomplished” in paragraph 1 means _________________________________________.

(“ทำได้สำเร็จ, บรรลุผล”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ________________________________)

    (a) abhorred    (เกลียดชัง, รังเกียจ, ชิงชัง)

    (b) tolerated    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

    (c) betrayed    (ทรยศ, หักหลัง, เอา (ความลับ) ไปเผย, เผย, แสดงออกซึ่ง)

    (d) comprehended    (เข้าใจ)

    (e) conformed    (ทำตาม, ทำให้สอดคล้องกับ, ปรับเข้ากับ, ทำให้เหมือนกับ, ทำให้เข้ากับ, เหมือน,

         ลงรอย)

    (f) disapproved    (ไม่เห็นด้วย, ไม่เห็นชอบ, ไม่อนุมัติ, ไม่พอใจ, ไม่อนุญาต)

    (g) envied    (อิจฉา, ริษยา)

    (h) achieved    (บรรลุผล, ทำได้สำเร็จ, ได้รับ)

5. What does “struggles” in paragraph 1 mean?

(“การต่อสู้, การดิ้นรน, การแข่งขัน”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) valuable experiences    (ประสบการณ์ที่มีคุณค่า)

    (b) hoaxes    (โฮคซ)  (การหลอกลวง, สิ่งหลอกลวง, การต้มตุ๋น, การเล่นตลก)

    (c) happy situations    (สถานการณ์ที่มีความสุข)

    (d) complete failures    (ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง)

    (e) influential people    (คนที่มีอิทธิพล)

    (f) enormous loses    (การสูญเสียอย่างมหาศาล)

    (g) difficult times    (ช่วงเวลาที่ยากลำบาก)

    (h) immense turnovers    (ผลตอบแทน-กำไรมหึมา)

6. The word “regret” in the second paragraph could best be replaced by which of the following?

(คำว่า  “ความเสียใจ, ความรู้สึกเสียใจ, ความโทมนัส, ความสลดใจ”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดยข้อใดต่อไปนี้)

    (a) finances    (การเงิน, การคลัง)

    (b) breakthrough    (การฝ่าฟันอุปสรรค, การทำได้สำเร็จ)

    (c) collaboration    (ความร่วมมือ) 

    (d) disappointment    (ความเสียใจ, ความท้อแท้, ความผิดหวัง, คนหรือสิ่งที่ทำให้ผิดหวัง)

    (e) consideration    (การพิจารณา, การครุ่นคิด, ความเห็นใจคนอื่น, ความนับถือ)

    (f) superstition    (การเชื่อโชคเชื่อลาง, การเชื่อเรื่องไสยศาสตร์, การเชื่อเรื่องงมงาย, การเชื่อผีถือสาง)

    (g) limitation    (ข้อจำกัด, ขีดจำกัด, วงจำกัด)

    (h) panic    (แพ้น-นิค)  (ความตกใจกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย, ความวิตกมากจนทำอะไรไม่ถูก)

7. “gave up” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________________.

(“เลิก, ละทิ้ง, สละ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____________________)

    (a) interrogated    (สอบถาม, ซักถาม) 

    (b) emulated    (เอ๊ม-มิว-เลท)  (เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่า) 

    (c) contradicted    (คอน-ทระ-ดิ๊คท)  (โต้แย้ง, กล่าวแย้ง, เถียง, ปฏิเสธ)  

    (d) swindled    (โกง, หลอกลวง, หลอกต้ม, ฉ้อโกง)

    (e) proliferated    (แพร่หลาย, เพิ่มมากขึ้น)

    (f) relinquished    (ริ-ลิ้ง (ลิ้น)-ควิช)  (ยกเลิก, สละ, ปลดปล่อย, ถอน)

    (g) concealed    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น)

    (h) mingled    (ผสม, รวมกัน, ปนกัน, ประสาน, เข้าร่วม, ทำให้เข้าร่วม)

8. Horace Mann’s influence on American education was ______________________________.

(อิทธิพลของโฮเรซ แมนน์ ที่มีต่อการศึกษาของอเมริกา _____________________________)

    (a) very great    (ยิ่งใหญ่มาก)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

          “แมนน์ได้รับการยอมรับในฐานะบิดาของการศึกษาของประชาชน (ของรัฐ) )

    (b) small, but important    (เล็กน้อย แต่สำคัญ)  (ไม่จริง  พารากราฟ ๒ กล่าวว่า  ในฐานะเลขานุการคน

          แรกของสภาการศึกษาของรัฐฯ  แมนน์ใช้อิทธิพลมากมายในระหว่าง....................)

    (c) misunderstood    (ถูกเข้าใจผิด)

    (d) not accepted    (ไม่ได้รับการยอมรับ)  (ไม่จริง  เนื่องจากอิทธิพลของเขาก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน

          ระบบโรงเรียน)

9. The word “enormous” in paragraph 2 refers to ___________________________________.

(คำว่า  “มหาศาล, มากมาย, มหึมา, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _____________)

    (a) distinct    (ชัดเจน, แจ่มแจ้ง, เป็นที่สังเกตได้ง่าย, แน่นอน, จำเพาะ, หายาก, แตกต่าง)

    (b) prodigal    (พร้อด-ดิ-เกิ้ล)  (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, ไม่มีความเสียดาย, ใจป้ำ, สิ้นเปลืองยิ่ง) 

          (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย”) 

    (c) sinister    (มุ่งร้าย, ชั่วร้าย, ร้าย, ร้ายกาจ, ลางร้าย, ไม่เป็นมงคล, อุบาทว์, อัปรีย์)

    (d) outspoken    (พูดโผงผาง, พูดจาขวานผ่าซาก, พูดตรงไปตรงมา, พูดจาเปิดเผย)

    (e) tremendous    (มหึมา, มากมาย, ใหญ่โตมาก, อย่างยิ่ง, ดีเยี่ยม, ยอดเยี่ยม, น่ากลัว, น่าตกตะลึง)

    (f) unprecedented    (อัน-เพรส-ซิ-เดิน-ทิด)  (ไม่เคยมีมาก่อน, ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทัดเทียมได้,

          ไม่มีที่เปรียบหรือเสมอเหมือน,  คาดไม่ถึง, ไม่รู้มาก่อน) 

    (g) ceaseless    (ซีส-เลส)  (ไม่หยุดนิ่ง, ไม่สิ้นสุด, ไม่ขาดสาย, ไม่รู้จักจบ, ไม่หยุดหย่อน) 

    (h) majestic    (มีอำนาจ, สง่าผ่าเผย, น่าเกรงขามและน่าเคารพนับถือ, สูงส่ง, ตระหง่าน)

     (i) cryptic   (คริ้พ-ทิค)  (ลึกลับ, ซ่อนเร้น, ลับ, คลุมเครือ, เกี่ยวกับรหัส)

10. What does “substitute” in paragraph 2 mean?

(“สิ่งทดแทน, ตัวแทน, ผู้แทน, วัตถุแทน, คำแทน”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) repetition    (การทำซ้ำ, การพูดซ้ำ, เรื่องซ้ำ, สำเนา, สิ่งที่อัดใหม่, การท่อง, การบรรเลงซ้ำ)

      (b) invasion    (อิน-เว้-ชั่น)  {การรุกราน, การบุกรุก, การถลันเข้าไป, การแพร่ (ของกาซ, โรค)}

      (c) procrastination    (โพร-แครส-ทิ-เน้-ชั่น)  (การผัดวันประกันพรุ่ง, การเลื่อน, การหน่วงเหนี่ยว,

            การทำให้ชักช้า) 

      (d) amusement    (ความสนุกขบขัน, มหรสพ, ความอภิรมย์, เครื่องหย่อนใจ)

      (e) competency    (ความสามารถ)

      (f) replacement    (สิ่งทดแทน, ของทดแทน, การแทนที่, การสวมตำแหน่ง, การทำหน้าที่แทน,

            การรับช่วง, การชดใช้คืน, บุคคลที่เข้าแทนคนอื่น)

      (g) terror    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

      (h) amazement    (ความทึ่ง, ความประหลาดใจ)

11. What did Horace Mann advocate?

(โฮเรซ แมนน์ สนับสนุนอะไร)

      (a) The state board school system    (ระบบโรงเรียนที่มีคณะกรรมการของรัฐ)  (เป็นองค์กรซึ่งแมนน์

            ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ)

      (b) The district school system    (ระบบโรงเรียนท้องถิ่น)  (เป็นระบบเก่าซึ่งถูกแทนที่โดยโรงเรียน

            ประถมซึ่งมีการแบ่งออกเป็นระดับชั้น)

      (c) The substitute school system    (ระบบโรงเรียนทดแทน)  (ระบบโรงเรียนประถมซึ่งมีการแบ่ง

            ระดับชั้น  เป็นสิ่งทดแทนระบบท้องถิ่นแบบเก่า  แต่ก็มิได้เรียกว่า “ระบบทดแทน”)

      (d) The graded school system    (ระบบโรงเรียนซึ่งมีการแบ่งระดับชั้น)  (ดูคำตอบจากประ

            โยค ๓ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ที่นั่น (คณะกรรมการการศึกษา)  เขาใช้อิทธิพลมหา

            ศาลในระหว่างช่วงเวลาวิกฤติของการสร้างใหม่ (การฟื้นฟู) ซึ่งทำให้เกิดขึ้นจริงโรงเรียน

            ประถม  ซึ่งมีการแบ่งเกรด (แบ่งออกเป็นระดับชั้น) ของอเมริกา (หมายถึง  ทำให้โรงเรียน

            ประถมซึ่งมีการแบ่งออกเป็นระดับชั้น  เกิดขึ้นจริงในอเมริกา) ในฐานะสิ่งทดแทนสำหรับ

            ระบบโรงเรียนท้องถิ่นที่เก่าแก่กว่า)

12. The word “mandatory” in paragraph 2 is closest in meaning to ______________________,

(คำว่า  “จำเป็น, ซึ่งเป็นการบังคับ, เกี่ยวกับข้อบังคับ, เกี่ยวกับคำสั่ง, มีลักษณะเป็นคำสั่ง, ซึ่งได้รับคำสั่ง”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

      (a) required    (ที่ถูกกำหนดให้ต้องทำ, ที่ถูกต้องการ, ที่ถูกเรียกร้อง)

      (b) decent    (ดี, เหมาะสม, สุภาพ) 

      (c) equal    (เท่ากัน)

      (d) obsolete    (ล้าสมัย, เลิกใช้แล้ว)

      (e) excellent    (ดีเลิศ, ดีเยี่ยม)

      (f) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งยาก, ยุ่งเหยิง, ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบาย)

      (g) basic    (พื้นฐาน, เกี่ยวกับด่าง)

      (h) myriad    (มากมาย, จำนวนมาก)

       (i) lavish   (แล้ฟ-วิช)  (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, ใจป้ำ, มากเกินไป, เกินขอบเขต)      

13. “lyceums” (ไล-ซี้-เอิ้ม) in paragraph 2 could best be replaced by ____________________.

(“สถานศึกษา, สถานที่สอนหนังสือ, สถานที่บรรยาย”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ___

___________)

      (a) initiatives    (การริเริ่ม, ความคิดริเริ่ม)

      (b) investments    (การลงทุน)

      (c) movements    (การเคลื่อนไหว, ขบวนการ)

      (d) habitats    (ถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพืชหรือสัตว์)

      (e) anecdotes    (แอ๊น-นิ-โดทส)  (เกร็ดความรู้, เรื่องราวเล็กๆน้อยๆ)

      (f) educational institutions    (สถาบันการศึกษา, หน่วยงานการศึกษา)

      (g) adventures    (การผจญภัย, การเสี่ยงภัย, อันตราย)

      (h) welfares    (สวัสดิภาพ, ความสุขความสบาย, สวัสดิการ)

14. What does “instrumental” in paragraph 2 mean?

(“มีส่วนอย่างสำคัญ, เป็นเครื่องมือ, เป็นสื่อ, เป็นเครื่องช่วย, มีประโยชน์”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) lucrative    (ลู้-คระ-ทิฟว)  (มีกำไร, ทำเงินได้มาก)

      (b) redundant    (ริ-ดั๊น-เดิ้นท)  (เยิ่นเย้อ, น้ำท่วมทุ่ง, ใช้คำมากเกินไป, มากเกินความจำเป็น, เหลือเฟือ)

      (c) miserable    (มีความทุกข์มาก, น่าเวทนา, แย่มาก)

      (d) contributory    (ซึ่งมีส่วนร่วม, ซึ่งออกเงินช่วยเหลือ, ซึ่งต้องเสียภาษี)

      (e) urgent    (เร่งรีบ, รีบด่วน, ฉุกเฉิน, เร่าร้อน)

      (f) nefarious   (เน-แฟ้-เรียส)  (ชั่วช้ามาก, เลวทรามมาก)

      (g) magnificent    (แม็ก-นิฟ-ฟิ-เซิ่นท)  (ดีเลิศ, ดีมาก, น่าประทับใจมาก,โอ่อ่า, งดงาม, สง่า, สวยมาก)

      (h) audacious   (ออ-เด๊-เชิส)  (กล้ามาก, ไม่กลัว, กล้าได้กล้าเสีย)

      (i) altruistic    (ไม่เห็นแก่ตัว, ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์)

15. How were Mann’s educational reforms distributed?

(การปฏิรูปการศึกษาของแมนน์ได้รับการแพร่-กระจายอย่างไร)

      (a) In twelve annual reports to the state of Massachusetts    (ในรายงานประจำปี ๑๒ ฉบับ

            ที่เสนอต่อรัฐแมสซาชูเซตส์)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า 

            “ความคิดของแมนน์เกี่ยวกับการปฏิรูปโรงเรียน  ได้รับการพัฒนาและแพร่ (กระจาย)

            ในรายงานประจำปี ๑๒ ฉบับ  ซึ่งเสนอต่อรัฐแมสซาชูเซตส์  ซึ่งเขาได้เขียน (รายงาน)

            ขึ้นมาระหว่างระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา (ของรัฐฯ))

      (b) In reports that he wrote for national distribution    (ในรายงานที่เขาเขียนสำหรับการแพร่กระจาย-

            แจกจ่ายระดับชาติ)  (ไม่จริง  รายงานถูกนำเสนอในรัฐแมสซาชูเซตส์เท่านั้น)

      (c) In speeches that he made throughout the country    (ในสุนทรพจน์ที่เขากล่าวทั่วประเทศ) 

            (เนื้อเรื่องไม่ได้บอกว่าเขากล่าวมันที่ใด)

      (d) In books that could be found in school libraries    (ในหนังสือที่สามารถพบได้ในห้องสมุดโรงเรียน) 

            (เนื้อเรื่องเพียงแต่กล่าวว่า  แมนน์ทำให้ห้องสมุดโรงเรียนเกิดขึ้นมา)

16. “tenure” (เท้น-เนียว-เออะ) in the third paragraph is similar in meaning to ______________.

(“ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง, การครอบครอง, การครอบครองทรัพย์สิน, ระยะเวลาการครอบครอง”  ในพารากราฟ ๓  มีความหมายเหมือนกับ _______________)

      (a) tenet    (หลักการ, ความเชื่อ, ข้อคิดเห็น, ความเห็น, ทฤษฎี, ข้อบัญญัติ)

      (b) tenant    (ผู้เช่า, ผู้เช่าที่นา, ผู้เช่าที่หรือโรงเรียน, ผู้อยู่อาศัย, ผู้ครอบครอง)

      (c) threat    (ภัย, การคุกคาม, การขู่เข็ญ, ลางร้าย, ลางเตือนภัย, อาการน่ากลัว) 

      (d) sight    (ภาพ, ทิวทัศน์, การเห็น, สายตา, ขอบข่ายในการเห็น, สิ่งที่เห็น)

      (e) turbulence    (ความวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, ความโกลาหล, ความพล่าน, ความปั่นป่วนของ

           ลมฟ้าอากาศ หรือน้ำทะเล)

      (f) term of office    (ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง)

      (g) colleague    (ค้อล-ลีก)  (เพื่อนร่วมงาน, ผู้ร่วมงาน)

      (h) bully    (คนพาล, อันธพาล, นักเลง, คนขี้รังแก, คนลวง)

17. The word “radical” in paragraph 3 refers to _____________________________________.

(คำว่า “หัวรุนแรง, รุนแรง, สุดขีด, มูลฐาน, รากฐาน” ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ______________)

      (a) terrible    (น่ากลัว, ร้ายแรง, สยองขวัญ, น่าเกรงขาม)

      (b) bloodthirsty   (กระหายเลือด, โหดร้าย, เป็นฆาตกรรม)  (ใช้กับคน)

      (c) relaxed   (ผ่อนคลาย, พักผ่อนหย่อนใจ, หย่อนอารมณ์)

      (d) moderate    (ม้อด-เดอ-ริท)  (ปานกลาง, พอสมควร, พอประมาณ, ไม่รุนแรง, ไม่มากเกินไป, เพลาๆ)

      (e) extremist    (ซึ่งมีหัวรุนแรง, เกี่ยวกับวิธีการรุนแรง)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “พวกหัว

           รุนแรง, ผู้นิยมวิธีการที่รุนแรง”)

      (f) wasteful    (ใช้แบบถลุง, ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, สูญเปล่า, เปล่าประโยชน์,

            ทำลาย, ที่บ่อนทำลาย)

      (g) indolent    (เกียจคร้าน)

      (h) extensive    (กว้างขวางมาก, กว้าง, ครอบคลุม, แพร่หลาย, ถ้วนทั่ว, ซึ่งเพาะปลูกห่างๆ กัน)

      (i) magniloquent    (โอ้อวด, อวดอ้าง, คุยโว, ฟุ้งเฟ้อในถ้อยคำ)

18. What does “recognized” in paragraph 3 mean?

(“ยอมรับ, มองเห็นคุณค่า, แสดงความขอบคุณ, แสดงว่ารู้จัก, จำได้”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) hampered    (ขัดขวาง, ทำให้ชะงัก, หยุดยั้ง, สอดแทรก, ตัด)

      (b) reinforced    (เพิ่มกำลังทางทหาร, เสริมกำลังทหาร, ทำให้แข็งแกร่งขึ้น, เสริม, สนับสนุน)

      (c) scattered    (กระจาย, แผ่, ขยาย, แพร่, ระบาด, ทำให้กระจาย, โปรย, โรย, หว่าน)

      (d) safeguarded    (ป้องกัน, ปกป้อง, คุ้มครอง, คุ้มกัน, อารักขา)

      (e) regulated    (ควบคุม, ดูแล, กำหนด, บัญญัติ)

      (f) acknowledged    (ยอมรับ, รับรอง, เห็นคุณค่า, แจ้งว่าได้รับ)

      (g) penetrated    (ผ่านทะลุ, เจาะทะลุ, แทง, ลอด, บุกเข้าไป, แทรกซึม, มองทะลุ, มองผ่าน)

      (h) facilitated    (ทำให้สะดวก, ทำให้ง่ายขึ้น, สนับสนุน, ส่งเสริม, ก่อให้เกิด)

19. The reforms that Horace Mann achieved _______________________________________.

(การปฏิรูปซึ่งโฮเรซ แมนน์ ทำได้สำเร็จ _______________________________________)

      (a) were not very radical for the time    (ไม่รุนแรงมากนักสำหรับช่วงเวลานั้น)  (ไม่เป็นความจริง 

            ดูคำอธิบายใน ข้อ  C)

      (b) were used only by the state of Massachusetts    (ถูกใช้เฉพาะโดยรัฐแมสซาชูเซตส์เท่านั้น) 

            (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากการปฏิรูปดังกล่าวเป็นตัวอย่างของประเทศในเวลาต่อมา)

      (c) were later adopted by the nation as a model    (ถูกรับเอามาใช้ในเวลาต่อมาโดยประเทศ

            (สหรัฐฯ) ในฐานะเป็นตัวอย่าง-แม่แบบ)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าว

            ว่า  “(แม้จะ) ถูกถือว่าหัวรุนแรงมากในช่วงเวลานั้น,  การปฏิรูป (การศึกษา) ของรัฐแมสซาชู

             เซตส์ในเวลาต่อมา  ทำหน้าที่เป็นตัวอย่าง (แบบ)  สำหรับประเทศ (สหรัฐฯ))

      (d) were enforced by the Massachusetts bar    (ได้รับการบังคับใช้โดยสำนักทนายความ (กฎหมาย)

            ของรัฐแมสซาชูเซตส์)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

20. In the fourth paragraph, “agrarian” means _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ทำเกษตรกรรม, เกี่ยวกับชาวนา, เกี่ยวกับชนบท, เกี่ยวกับไร่นาและที่ดิน”  หมายถึง ______________)

      (a) impoverished    (ยากจน, อ่อนกำลัง, (ดิน) เลว, เสื่อม)

      (b) relevant    (ตรงประเด็น, ตรงเรื่อง, ที่เกี่ยวข้อง)

      (c) ignorant    (ไม่รู้, ไม่รู้เรื่อง, ไม่รู้ข่าวคราว, ไม่ได้รับการศึกษา)

      (d) perilous    (มีอันตราย, เป็นอันตราย, เสี่ยง)

      (e) benevolent    (ใจบุญ, ชอบทำบุญ, เมตตา, กรุณา)

      (f) anonymous    (ไม่ระบุชื่อ, ปิดบังชื่อ)

      (g) agricultural    (เกี่ยวกับเกษตรกรรม, เกี่ยวกับกสิกรรม)

      (h) omnivorous    (กินทุกอย่าง, กินไม่เลือก, กินทั้งพืชและสัตว์, อ่านหนังสือทุกประเภท, รับทุกอย่าง)

      (i) industrious    (ขยันหมั่นเพียร)

21. “summed up” in the final paragraph is closest in meaning to ______________________.

(“สรุป, ย่อ”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

      (a) alleviated    (บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ผ่อนคลาย)

      (b) convinced    (ทำให้มั่นใจ, ทำให้เชื่อมั่น, ชักชวน, ชักจูง, ทำให้รู้ว่ากระทำผิด)

      (c) speculated    (พิจารณา, คาดการณ์, เก็งกำไร, เดา, ครุ่นคิด, เสี่ยงโชค, ซื้อขายหากำไร, ค้าขาย)

      (d) vitalized    (ทำให้มีชีวิต, ทำให้มีชีวิตชีวา, ให้ชีวิตแก่, ให้พลัง, ให้กำลัง)

      (e) concluded    (สรุป, ลงมติ, ตัดสินใจ, ลงความเห็น, ลงเอย, สิ้นสุดลง)

      (f) triggered    (ทำให้เกิด, กระตุ้น, ลั่นไกปืน, เหนี่ยวไกปืน, ยิง)  (เมื่อเป็นคำนาม  “Trigger”  หมายถึง  

            “ไกปืน, สิ่งกระตุ้น, ตัวริเริ่ม”)

      (g) subscribed    (บอกรับเป็นสมาชิก, ลงนามเป็นสมาชิก, ออกค่าบำรุง, สั่งจอง, สั่งซื้อ, เซ็นชื่อเห็นด้วย)

      (h) economized    (ประหยัด)

22. Which of the following statements best represents Mann’s philosophy?

(คำพูดใดต่อไปนี้  แทนปรัชญาของแมนน์ได้ดีที่สุด)

      (a) Think in new ways.    (จงคิดวิธีการใหม่ๆ)

      (b) Help others.    (จงเชื่อเหลือผู้อื่น)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟสุดท้ายที่

            กล่าวว่า  “หนึ่งในสุนทรพจน์ครั้งสุดท้ายของเขา  เขาสรุปปรัชญาของเขาในด้านการศึกษา

            และชีวิตว่า  “จงละอายใจที่จะตายไป  จนกว่าคุณจะได้รับชัยชนะบางประการเพื่อมนุษย์ชาติ”

            (หมายถึง  จงละอายใจที่จะตายไป  โดยมิได้ทำอะไรที่เป็นชัยชนะสำหรับมนุษย์ชาติ))

      (c) Study as much as possible.    (จงศึกษาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้)

      (d) Work hard.    (จงขยันทำงาน)

 

(คำแปล)   

โฮเรซ แมนน์ : บิดาแห่งการศึกษาเพื่อประชาชนของสหรัฐฯ

 

            บางที (Perhaps) มันเป็นการขาดแคลน (การขาด, ความไม่มี, ความไม่เพียงพอ, ความบกพร่อง) (lack) การเรียนในโรงเรียน (การศึกษาในโรงเรียน) (schooling) อย่างเพียงพอ (adequate) ของตัวเขาเอง  ที่ดลใจ (กระตุ้น, ผลักดัน, ดลบันดาล, เร้าใจ, ปลุกปั่น, หายใจเข้า) (inspired) โฮเรซ แมนน์ ให้ทำงานหนักมากเพื่อการปฏิรูป (การแก้ไขให้ดีขึ้น, การเปลี่ยนรูป, การกลับเนื้อกลับตัว) (reforms) ที่สำคัญในการศึกษา  ซึ่งเขาทำได้สำเร็จ (บรรลุผล) (accomplished),  โดยในขณะที่เขายังคงเป็นเด็ก  พ่อและพี่ชาย (older brother) ของเขาตายลง  และเขาต้องรับผิดชอบในการค้ำจุน (จุนเจือ, สนับสนุน) (supporting) ครอบครัวของตน,  เหมือนกับเด็กส่วนใหญ่ในเมืองของเขา  เขา (โฮเรซ แมนน์) ไปโรงเรียน (attended school) เพียง ๒ – ๓ เดือนต่อปีเท่านั้น,  ในเวลาต่อมา (Later)  ด้วยความช่วยเหลือของครูหลายคน  เขาสามารถศึกษากฎหมาย  และเป็นสมาชิกของสภาทนาย ความ (bar) ของรัฐแมสซาชูเซตส์  แต่เขาไม่เคยลืมการต่อสู้ (การดิ้นรน, การแข่งขัน) (struggles) ในระยะแรกๆ ของชีวิต (early)

            ในขณะที่กำลังรับหน้าที่ (รับใช้, บริการ, คอยรับใช้, ปรนนิบัติ, บริการอาหาร, ต้อนรับแขก, ให้ความช่วยเหลือ, ตอบแทน, สนองความต้องการ, ส่งหมายศาล, ตีลูก (เทนนิส), ยื่นหมายศาล) (serving) ในสภานิติบัญญัติ (หน่วยนิติกรของรัฐบาล) (legislature) ของรัฐแมสซาชูเซตส์  เขาลงนาม (signed) ในพระราชบัญญัติ (ตั๋วเงิน, พันธบัตร, ธนบัตร, ใบเสร็จ, ญัตติ, ร่างญัตติ, รายการ) (bill) การศึกษา  ซึ่งมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ (มีชื่อในประวัติศาสตร์, เกี่ยวกับประวัติศาสตร์) (historic)  ซึ่งจัดตั้ง (set up) คณะกรรมการการศึกษาของรัฐ (state board of education),  (และ) โดยปราศจากความเสียใจ (ความรู้สึกเสียใจ, ความโทมนัส, ความสลดใจ) (regret)  เขา (โฮเรซ แมนน์) เลิก (ละทิ้ง, สละ) (gave up) การปฏิบัติหน้าที่ (การดำเนินการ, กิจวัตร, กิจการ, การฟ้องร้อง) (practice) ทางด้านกฎหมาย (legal) และอาชีพทางการเมือง (political career) ที่ประสบความสำเร็จ  เพื่อที่จะเป็นเลขานุการคนแรกของคณะกรรมการ (การศึกษา),  ที่นั่น  เขาใช้อิทธิพล (exercised…….....influence)  มหาศาล (มากมาย, มหึมา, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย) (enormous) ในระหว่างช่วงเวลาวิกฤติ  (critical period) ของการสร้างใหม่ (การฟื้นฟู, การก่อสร้างใหม่, การประกอบใหม่, การประกอบเรื่องจากข้อมูล) (reconstruction)  ซึ่งทำให้เกิดขึ้นจริง (brought into existence) โรงเรียนประถม (elementary school)  ซึ่งมีการแบ่งเกรด (แบ่งออกเป็นระดับชั้น) (graded) ของอเมริกา (หมายถึง  ทำให้โรงเรียนประถมซึ่งมีการแบ่งออกเป็นระดับชั้นเกิดขึ้นจริงในอเมริกา) ในฐานะสิ่งทดแทน (ตัวแทน, ผู้แทน, วัตถุแทน, คำแทน) (substitute) สำหรับระบบโรงเรียนท้องถิ่นที่เก่าแก่กว่า (older district school system),  ภายใต้การนำ (ความเป็นผู้นำ, ตำแหน่งผู้นำ) (leadership) ของเขา (แมนน์)  หลักสูตร (curriculum) (การศึกษา) ได้รับการปรับโครงสร้าง (restructured)ระยะเวลาศึกษาในโรงเรียน (school year) ถูกเพิ่มเป็นต่ำสุด ๖ เดือน (minimum of six months),  และการเล่าเรียนภาคบังคับ  (การต้องศึกษาในโรงเรียน) (mandatory schooling) ถูกขยาย (extended) ออกไปเป็นอายุ ๑๖ ปี (age sixteen),  ส่วนการปฏิรูปที่สำคัญอื่นๆ รวมถึง (included) การจัดตั้ง (การก่อตั้ง, การสถาปนา, การทำให้เกิดขึ้น, สิ่งก่อสร้าง, สถาบัน, บ้านเรือน, ที่ทำการ) (establishment) โรงเรียนปกติของรัฐสำหรับการฝึกอบรมครู,  สถาบันสำหรับการศึกษาของครูเป็นการภายใน (institutes for inservice teacher education),  และสถานศึกษา (สถานที่สอนหนังสือ, สถานที่บรรยาย) (lyceums) (ไล-ซี้-เอิ้ม) สำหรับการศึกษาผู้ใหญ่ (adult education),  เขา (แมนน์) ยังมีส่วนอย่างสำคัญ (เป็นเครื่องมือ, เป็นสื่อ, เป็นเครื่องช่วย, มีประโยชน์) (instrumental) ในการปรับปรุง (ทำให้ดีขึ้น) (improving) เงินเดือนสำหรับครู  และสร้าง (creating) ห้องสมุดโรงเรียน (หมายถึง  ทำให้ห้องสมุดโรงเรียนเกิดขึ้นมา)

            ความคิดของแมนน์เกี่ยวกับการปฏิรูปโรงเรียน  ได้รับการพัฒนาและแพร่ (กระจาย, แจกจ่าย, แบ่งสันปันส่วน, แจก, จำแนก, จำหน่าย) (distributed) ในรายงานประจำปี ๑๒ ฉบับ  ซึ่งเสนอต่อรัฐแมสซาชูเซตส์  ซึ่งเขาได้เขียน (รายงาน) ขึ้นมาระหว่างระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (การครอบครอง, การครอบครองทรัพย์สิน, ระยะเวลาการครอบครอง) (tenure) (เท้น-เนียว-เออะ) ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา (as secretary of education) (ของรัฐฯ),  (แม้จะ) ถูกถือว่าหัวรุนแรงมาก (Considered quite radical) ในช่วงเวลานั้น (at the time),  การปฏิรูป (การศึกษา) ของรัฐแมสซาชูเซตส์ในเวลาต่อมา  ทำหน้าที่เป็น (served as) ตัวอย่าง (แบบ, หุ่นจำลอง, บุคคลหรือสิ่งที่เป็นตัวอย่าง, แบบโครงสร้าง) (model) สำหรับประเทศ (สหรัฐฯ),  แมนน์ได้รับการยอมรับ (มองเห็นคุณค่า, แสดงความขอบคุณ, แสดงว่ารู้จัก, จำได้) (recognized) ในฐานะบิดาของการศึกษาของประชาชน (ของรัฐ) (public education)

            ในระหว่างช่วงเวลาของการดำรงชีวิต (ตลอดชีวิต, ชั่วชีวิต) (lifetime) ของเขา  โฮเรซ แมนน์ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย (อย่างไม่เบื่อหน่าย, อย่างไม่เมื่อยล้า(tirelessly)  เพื่อที่จะขยาย (เพิ่ม, ขยายออก, ยืดออก, ทำให้กว้างออก, กางออก, แผ่ออก, ยืดแขนหรือขาออก, แสดงความเคา รพหรืออวยพรต่อ, เพิ่มขึ้น) (extend) โอกาสทางการศึกษา (educational opportunities) ไปยังครอบครัวซึ่งทำเกษตรกรรม (เกี่ยวกับชาวนา, เกี่ยวกับชนบท, เกี่ยวกับไร่นาและที่ดิน) (agrarian)  และลูกๆ (เด็กๆ)  (children) ของกรรมกรที่ยากจน (poor laborers),  โดยหนึ่งในสุนทรพจน์ครั้งสุดท้าย (last speeches) ของเขา  เขาสรุป (ย่อ) (summed up) ปรัชญา (philosophy) ของเขาในด้านการศึกษาและชีวิตว่า  “จงละอายใจ (ashamed) ที่จะตายไป  จนกว่า (จนกระทั่ง) (until) คุณจะได้รับชัยชนะบางประการ (won some victory) เพื่อมนุษย์ชาติ (humanity),” (หมายถึง  จงละอายใจที่จะตายไป  โดยมิได้ทำอะไรที่เป็นชัยชนะสำหรับมนุษย์ชาติ)  แน่นอน (Surely) ชีวิตของเขาเองเป็นตัวอย่างของปรัชญานั้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป