หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 77)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Population Centers in the U.S.

 

           The fact that most Americans live in urban areas does not mean that they reside in the center of large cities.  In fact, more Americans live in the suburbs of large metropolitan areas than in the cities themselves.

          The Bureau of Census regards any area with more than 2,500 people as an urban area, and does not consider boundaries of cities and suburbs.  According to the Bureau, the political boundaries are less significant than the social and economic relationships and the transportation and communication systems that integrate a locale.  The term used by the Bureau for an integrated metropolis is an MSA, which stands for Metropolitan Statistical Area.  In general, an MSA is any area that contains a city and its surrounding suburbs and has a total population of 50,000 or more.

          At the present time, the Bureau reports more than 280 MSAs, which together account for 75 percent of the U.S. population.  In addition, the Bureau recognizes eighteen megapolises, that is, continuous adjacent metropolitan areas.  One of the most obvious megapolises includes a chain of hundreds of cities and suburbs across ten states on the East Coast from Massachusetts to Virginia, including Boston, New York, and Washington, D.C.  In the Eastern Corridor, as it is called, a population of over 51 million inhabitants is concentrated.  Another megapolis that is growing rapidly is the California coast from San Francisco through Los Angeles to San Diego.

 

1. Which of the following would be the best title for the passage?

(ข้อใดต่อไปนี้จะเป็นชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเนื้อเรื่อง – บทความ – นี้)

    (a) Metropolitan Statistical Areas    (พื้นที่ทางสถิติของเมืองเอก)  (เป็นชื่อเรียกหนึ่งสำหรับศูนย์กลาง

           ของประชากรในสหรัฐฯ)

    (b) Types of Population Centers    (ประเภทต่างๆ ของศูนย์กลางของประชากร)  (มีชื่อเรียก

          ตามข้อ  และ  D)

    (c) The Bureau of Census    (สำนักงานการสำรวจสำมะโนครัว)

    (d) Megapolises    (มหานคร, เมืองที่ใหญ่โตมาก)  (เป็นชื่อเรียกหนึ่งสำหรับศูนย์กลางของประชากร

         ในสหรัฐฯ  เช่นเดียวกับในข้อ A)

2. In the first paragraph, “reside” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “”อาศัยอยู่, พำนักอยู่อย่างถาวร, อยู่เป็นเวลานาน, อยู่ประจำ, อยู่กับ”  หมายถึง _______________)

    (a) believe    (เชื่อ, มั่นใจใน, ศรัทธา, เชื่อว่า, เข้าใจว่า)

    (b) criticize    (วิพากษ์วิจารณ์, จับผิด)

    (c) applaud     (ปรบมือให้, ปรบมือ, ยกย่องสรรเสริญ)

    (d) commend    (ยกย่องชมเชย)

    (e) embrace    (กอดรัด, ยินดีต้อนรับ, รับเอามาอย่างเต็มใจ)

    (f) ponder    (ไตร่ตรอง, ตรึกตรอง)

    (g) inhabit    (อาศัยอยู่ใน, อยู่ใน, มีอยู่ใน)

    (h) originate    (มีจุดกำเนิด, เริ่มต้น)

3. Where do most Americans live?

(ชาวอเมริกันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่ไหน)

    (a) In the center of cities    (ในใจกลางของเมือง)

    (b) In the suburbs surrounding large cities    (ในชานเมืองซึ่งล้อมรอบเมืองใหญ่)  (ดูคำตอบ

          จากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ตามความเป็นจริงแล้ว ชาวอเมริกันอาศัยอยู่

          ในชานเมือง (รอบนอกเมือง) ของพื้นที่ซึ่งเป็นเมืองเอกขนาดใหญ่  มากกว่า (อาศัยอยู่) ใน

          เมืองใหญ่เองเสียอีก”)

    (c) In rural areas    (ในพื้นที่ชนบท)

    (d) In small towns    (ในเมืองเล็กๆ)

4. According to the Bureau of Census, what is an urban area?

(ตามที่สำนักงานการสำรวจสำมะโนครัวกล่าว,  พื้นที่เมืองคืออะไร)

    (a) An area with 2,500 people or more    (พื้นที่ซึ่งมีคน ๒,๕๐๐ คน หรือมากกว่า)  (ดูคำตอบ

          จากประโยคที่ ๑ ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “สำนักงานการสำรวจสำมะโนครัว  ถือว่าพื้นที่

          ใดๆ ที่มีประชากรมากกว่า ๒,๕๐๐ คน  เป็นพื้นที่เมือง...................)

    (b) An area with at least 50,000 people    (พื้นที่ซึ่งมีคนอย่างน้อยที่สุด ๕๐,๐๐๐ คน)

    (c) The eighteen largest cities    (เมืองใหญ่ที่สุด ๑๘ เมือง)

    (d) A chain of adjacent cities    (กลุ่มเมืองที่อยู่ติดต่อกันเป็นจำนวนมาก)

5. In the second paragraph, “boundaries” means ___________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “เขตแดน, เส้นแบ่งเขต”  หมายถึง ______________________________)

    (a) distances    (ระยะทาง, ระยะทางไกล, จุดหรือบริเวณที่อยู่ไกล, ทางไกล, ความห่างเหิน, ความแตกต่าง)

    (b) immensities    (ความใหญ่โต, ความมโหฬาร, ความกว้างขวาง, ความไม่มีขอบเขต, สิ่งที่มีขนาดมโหฬาร)

    (c) prosperities    (ความเจริญ, ความรุ่งเรือง, ความมั่งคั่ง, ความเฟื่องฟู, ความสำเร็จ)

    (d) degenerations    (การเสื่อมถอยลง, กระบวนการเสื่อม สภาวะของการเสื่อม, การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ)

    (e) achievements    (ความสำเร็จ)

    (f) frontiers    (ฟรัน-เที่ยร์)  (ขอบเขต, เขตแดน, ชายแดน, พรมแดน, ความคิดแนวใหม่,

          วิวัฒนาการใหม่)

    (g) talents    (สติปัญญา, ความสามารถ, ความฉลาดปราดเปรื่อง)

    (h) possessions    (การครอบครอง, ทรัพย์สมบัติ)

6. Which of the following are NOT considered important in defining an urban area?

(ข้อใดต่อไปนี้มิได้ถูกถือว่าสำคัญ  ในการกำหนดพื้นที่เมือง)

    (a) Political boundaries    (เส้นแบ่งเขตทางการเมือง)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารา

           กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “สอดคล้องกับสำนักงาน (สำมะโนครัว)  เส้นแบ่งเขตแดนทางการเมือง

           มีความสำคัญน้อยกว่าความสัมพันธ์ต่างๆ ทางสังคมและเศรษฐกิจ  และระบบการขนส่งและ

           คมนาคม  ซึ่งรวมเข้าด้วยกันสถานที่ต่างๆ (หมายถึง  รวมสถานที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน – ทำให้

           เกิดเป็นเมืองขึ้นมา))

    (b) Transportation networks    (เครือข่ายการขนส่ง)

    (c) Social relationships    (ความสัมพันธ์ทางสังคม)

    (d) Economic systems    (ระบบเศรษฐกิจ)

7. The word “integrate” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “รวมเข้าด้วยกัน, ประสานกัน, บูรณาการ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ______________)

    (a) benefit    (ให้ประโยชน์กับ, เป็นประโยชน์กับ, ได้รับประโยชน์จาก)

    (b) convert    (เปลี่ยน)

    (c) define    (กำหนด, อธิบาย, ทำให้ชัดเจน, ให้คำจำกัดความ)

    (d) detect    (สืบหา, ค้นหา)

    (e) restrict    (จำกัด, จำกัดวง, ยับยั้ง, หักห้าม, ควบคุม)

    (f) relieve    (บรรเทา, ปลดเปลื้อง, ทำให้ลดลง)

    (g) unite    (รวม, รวมกัน, ร่วมกัน, สามัคคี, สมรสกัน, ปรองดองกัน, สอดคล้องกัน, ทำให้ยึดติดกัน,

          ทำให้เห็นอกเห็นใจกัน)

    (h) stabilize    (ทำให้มั่นคง, ทำให้มีเสถียรภาพ)

8. What does “locale” (โล-แค่ล) in paragraph 2 mean?

(สถานที่ต่างๆ, สถานที่เกิดเหตุ, สถานที่ของเรื่องราว, ที่เกิดเหตุ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) manufacturing    (การผลิต, การสร้าง-ทำ-ประดิษฐ์)

    (b) trade    (การค้าขาย, การพาณิชย์)

    (c) effort    (ความพยายาม, ความบากบั่น)

    (d) remainder    (ส่วนที่เหลือ, เศษ, เศษอาหารที่เหลืออยู่)

    (e) incentive    (สิ่งจูงใจ, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม, สิ่งดลใจ)

    (f) locality    (สถานที่, ตำแหน่งที่, ตำแหน่งที่ตั้ง, ถิ่นที่อยู่, ลักษณะเฉพาะที่เฉพาะถิ่น)

    (g) subsistence    (การยังชีพ, การดำรงชีพ, การอยู่รอด, วิธีการยังชีพหรืออยู่รอด, การมีอยู่)

    (h) respite    (เรส-พิท)  (การพักผ่อน, การหยุดชั่วคราว, การทุเลา, การยืดเวลาออกไป, การเลื่อน

          เวลาออกไป)

9. According to the Bureau of Census, what is an MSA?

(ตามที่สำนักงานการสำมะโนครัวกล่าว (หรือ สอดคล้องกับสำนักงานการสำมะโนครัว), เอ็มเอสเอ คืออะไร)

    (a) The center of a city with a population of 50,000 people to the boundaries of the surrounding

           suburbs    (ศูนย์กลางของเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง  ซึ่งมีประชากร ๕๐,๐๐๐ คน  ไปจนถึงเส้นแบ่งเขตของ

           ชานเมืองซึ่งล้อมรอบ)

    (b) A city and its suburbs with a total population of at least 50,000 people    (เมืองใหญ่

          เมืองหนึ่งและบริเวณรอบนอกเมือง (ชานเมือง) ของมัน  ซึ่งมีประชากรรวมทั้งสิ้น  อย่างน้อย

           ๕๐,๐๐๐ คน)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “โดยทั่วไปแล้ว

           เอ็มเอสเอ แห่งหนึ่ง  ก็คือพื้นที่ใดๆ ซึ่งมีเมืองใหญ่ ๑ เมือง และชานเมืองซึ่งล้อมรอบ  และ

           มีประชากรทั้งหมด  จำนวน ๕๐,๐๐๐ คนหรือมากกว่า)

    (c) The surrounding suburbs of a city with a total population of 50,000 people    (ชานเมือง

          ซึ่งล้อมรอบของเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง  ซึ่งมีประชากรรวมทั้งสิ้น ๕๐,๐๐๐ คน)

    (d) Any area with a total population of 50,000 people    (พื้นที่ใดๆ  ซึ่งมีประชากรรวมทั้งสิ้น

          ๕๐,๐๐๐ คน)

10. In the third paragraph, “account for” may be replaced by __________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “ประกอบกันเป็น, อธิบาย, ชี้แจง, ให้เหตุผล”  อาจแทนโดย _______________)

      (a) unravel    (คลี่คลาย, แก้ (เชือก, ปม, ปัญหา), ปลด, ปล่อย)

      (b) disapprove    (ไม่เห็นด้วย, ไม่เห็นชอบ, ไม่อนุมัติ, ไม่พอใจ, ไม่อนุญาต)

      (c) conform    (ทำตาม, ทำให้สอดคล้องกับ, ปรับเข้ากับ, ทำให้เหมือนกับ, ทำให้เข้ากับ, เหมือน, ลงรอย)

      (d) oppose    (เออะ-โพส)  (คัดค้าน, แย้ง, ไม่เห็นด้วย, เป็นคู่แข่งของ, เป็นปรปักษ์ต่อ)

      (e) make up    (ประกอบกันเป็น, รวมกันเป็น, แต่งหน้า, เสริมสวย, ประดิษฐ์ขึ้น, กุเรื่อง, แต่งเรื่อง,

           จัดเตรียม, ปูเตียง, ชดเชย)

      (f) withstand    (ทน, อดทน, ต่อต้าน, สกัด)

      (g) intensify    (ทำให้เข้มข้นขึ้น, ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้หนาแน่นขึ้น, กลายเป็นเข้มข้นขึ้นหรือรุนแรงขึ้น)

      (h) deplete    (ดิ-พลี้ท)  (ใช้หมดไป, ทำให้หมดสิ้นหรือน้อยลงมาก, ทำให้สูญเสีย, ทำให้ว่างเปล่า,

            ถ่ายทิ้ง, เททิ้ง)

11. How many MSAs are there in the United States?

(มี เอ็มเอสเอ จำนวนเท่าใดในสหรัฐฯ)

      (a) 10    (๑๐ แห่ง)

      (b) 18    (๑๘ แห่ง)

      (c) 280    (๒๘๐ แห่ง)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “ในปัจจุบัน 

            สำนักงานฯ รายงาน (ว่ามี) กว่า ๒๘๐ เอ็มเอสเอ  ซึ่งรวมกันแล้ว  ประกอบกันเป็น ๗๕

            เปอร์เซ็นต์ของประชากรของสหรัฐฯ”)

      (d) 2,500    (๒,๕๐๐ แห่ง)

12. “recognizes” in paragraph 3 is closest in meaning to _____________________________.

(“ยอมรับ, รับรอง, จำได้ (เมื่อเห็น), รู้จัก, จำแนกออก, ทักทาย, แสดงว่าเห็นคุณค่า, แสดงว่ารู้จัก, สำนึก”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

      (a) fades    (จางลง, อ่อนลง, หายไป, ค่อยๆ ตาย, (สี) เลือน, (สี) ตก, (ภาพ) ค่อยๆ ปรากฏขึ้นหรือหายไป,

            ทำให้สีตก, ทำให้ค่อยๆ หายไป)

      (b) estimates    (ประมาณการ, ประเมินค่า, กะ, ตีราคา, คำนวณ, คิด, วินิจฉัย)

      (c) calculates    (คำนวณ)

      (d) predicts    (ทำนาย, พยากรณ์, บอกล่วงหน้า)

      (e) comprehends    (เข้าใจ)

      (f) acknowledges    (ยอมรับ, รับรอง, แจ้งว่าได้รับ, เห็นคุณค่า)

      (g) neglects    (ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่, ละเลย, ทอดทิ้ง)

      (h) heightens    (ทำให้รุนแรงขึ้น, ทำให้เข้มข้นขึ้น, ทำให้สำคัญหรือเด่นขึ้น, เพิ่มความสูง)

13. Where in the passage does the author suggest that three quarters of the U.S. population now reside in MSAs?

(ตรงไหนในเนื้อเรื่อง – บทความ – ที่ผู้เขียนบอกเป็นนัยว่า  ๓ ใน ๔ ของประชากรของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน  อาศัยอยู่ในเอ็มเอสเอ)

      (a) First sentence of the second paragraph    (ประโยคแรกของพารากราฟ ๒)  (กล่าวว่า  “สำนักงาน

            การสำรวจสำมะโนครัว  ถือว่าพื้นที่ใดๆ ที่มีประชากรมากกว่า ๒,๕๐๐ คน  เป็นพื้นที่เมือง................”)

      (b) Last sentence of the second paragraph    (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒)  (ซึ่งกล่าวว่า  “โดย

            ทั่วไปแล้ว  เอ็มเอสเอ แห่งหนึ่ง  ก็คือพื้นที่ใดๆ ซึ่งมีเมืองใหญ่ ๑ เมือง และชานเมืองซึ่งล้อมรอบ  และ

            มีประชากรทั้งหมด  จำนวน ๕๐,๐๐๐ คนหรือมากกว่า”)

      (c) First sentence of the third paragraph    (ประโยคแรกของพารากราฟ ๓)  (ซึ่งกล่าวว่า 

            “ในปัจจุบัน  สำนักงานการสำรวจสำมะโนครัว  รายงาน (ว่ามี) กว่า ๒๘๐ เอ็มเอสเอ  ซึ่งรวม

             กันแล้วประกอบกันเป็น ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของสหรัฐฯ)

      (d) The sentence before last of the third paragraph    (ประโยคก่อนประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓) 

            (ซึ่งกล่าวว่า  “ส่วนเขตตะวันออก, ตามที่เรียกกัน, ประชากรของผู้อยู่อาศัยจำนวนกว่า ๕๑ ล้านคนไปแอ

            อัดกันอยู่ – ที่บริเวณนั้น”)

14. What does “inhabitants” in the third paragraph mean?

(“ผู้อยู่อาศัย, ผู้อาศัย, พลเมือง, สัตว์ที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) culprits    (ผู้กระทำผิด, นักโทษ, ผู้ร้าย, จำเลยในคดีอาญา)

      (b) rodents    (สัตว์ที่ใช้ฟันแทะ เช่น หนู กระรอก กระแต บีเวอร์ กระต่าย ฯลฯ)

      (c) accomplices    (ผู้ร่วมสมคบกระทำความผิด)

      (d) genocides    (การฆ่าทำลายล้างเผ่าพันธุ์)

      (e) contributors    (ผู้ช่วยเหลือ, ผู้สนับสนุน, ผู้อุดหนุน, ผู้ให้เงินช่วยเหลือ, ผู้ให้เงิน อาหาร หรืออื่นๆ,

            ผู้ส่งเรื่องเขียนไปตีพิมพ์)

      (f) interpreters    (ผู้แปล (ภาษาพูด), ล่าม, ผู้อธิบาย)

      (g) dwellers    (ผู้อาศัยอยู่, ผู้พักอยู่, ผู้รวบรวมความคิด)

      (h) habitats    (ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย)

15. The word “rapidly” in the final paragraph may be replaced by _______________________.

(คำว่า  “อย่างรวดเร็ว, อย่างว่องไว, อย่างฉับพลัน, อย่างกะทันหัน”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ______________)

      (a) extraordinarily    (อย่างพิเศษ, อย่างผิดธรรมดา, อย่างวิสามัญ)

      (b) mainly    (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก, โดยทั่วไป)

      (c) regularly    (เป็นประจำ, อย่างสม่ำเสมอ, อย่างเป็นกิจวัตร, อย่างปกติ-ธรรมดา, อย่างมีระเบียบ-ตามระเบียบ)

      (d) partly    (เป็นบางส่วน)

      (e) gradually    (อย่างค่อยๆ เกิดขึ้น, ทีละนิดทีละหน่อย, ค่อยๆ ลาดลงทีละน้อย)

      (f) courteously    (เค้อ-เทียส-ลิ่)  (อย่างมีมารยาท, อย่างสุภาพ, อย่างมีความเอื้อเฟื้อ, อย่างมีอัธยาศัย)

      (g) spontaneously    (อย่างเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ, อย่างเป็นไปเอง, โดยสัญชาตญาณ, เกิดขึ้นเอง

            โดยธรรมชาติ)

      (h) swiftly    (อย่างรวดเร็ว, อย่างว่องไว, อย่างฉับพลัน, อย่างทันที, อย่างทันควัน)

16. A megapolis is __________________________________________________________.

(มหานคร คือ ________________________________________________________)

      (a) one of the ten largest cities in the United States    (หนึ่งในบรรดาเมืองใหญ่ที่สุด ๑๐ เมือง

            ในสหรัฐฯ)

      (b) one of the eighteen largest cities in the United States    (หนึ่งในบรรดาเมืองใหญ่ที่สุด

            ๑๘ เมืองในสหรัฐฯ)

      (c) one of the one hundred cities between Boston and Washington    (หนึ่งในบรรดา ๑๐๐ เมือง 

            ระหว่างเมืองบอสตันและวอชิงตัน)

      (d) any number of continuous adjacent cities and suburbs    (จำนวนเท่าใดก็ตามของเมือง

             และชานเมืองที่อยู่ติดกันและ (ตั้งอยู่) ต่อเนื่องกันไป)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารา

             กราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “นอกจากนั้น  สำนักงานฯ ยังยอมรับ (รับรอง) มหานครซึ่งประกอบด้วย

             เมืองใหญ่หลายเมืองรวมกัน (megapolises) อีก ๑๘ เมือง  นั่นก็คือ  พื้นที่ต่างๆ ที่เป็นเมือง

             เอก (เมืองใหญ่) (หลายๆ เมือง) ที่อยู่ติดกันและต่อเนื่องกันไป (อาจเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร

             หรือมากกว่า)

17. How many people live in the Eastern Corridor?

(ประชาชนจำนวนเท่าใดอาศัยอยู่ใน “เขตตะวันออก”)

      (a) 4 to 5 million    (๔ – ๕ ล้านคน)

      (b) 10 million    (๑๐ ล้านคน)

      (c) 51 million    (๕๑ ล้านคน)  (ดูคำตอบจากประโยคก่อนประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓

            ซึ่งกล่าวว่า  “ส่วนเขตตะวันออก,  ตามที่เรียกกัน,  ประชากรของผู้อยู่อาศัยจำนวนกว่า ๕๑

             ล้านคนไปแออัดกันอยู่ – ที่บริเวณนั้น)

      (d) 75 million    (๗๕ ล้านคน)

 

(คำแปล)

ศูนย์กลางของประชากรในสหรัฐฯ

 

           ข้อเท็จจริง (fact) ที่ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมือง (urban areas)  มิได้หมายความว่าพวกเขาอาศัย (reside) อยู่ในใจกลาง (ศูนย์กลาง) (centers) ของเมืองใหญ่,  ตามความเป็นจริงแล้ว (In fact)  ชาวอเมริกันอาศัยอยู่ในชานเมือง (รอบนอกเมือง, ส่วนที่อยู่รอบนอก) (suburbs) ของพื้นที่ซึ่งเป็นเมืองเอก (เมืองศูนย์กลางการค้าหรืออื่นๆ, เมืองหลวง, เมืองขนาดใหญ่) (metropolitan) ขนาดใหญ่  มากกว่า (อาศัยอยู่) ในเมืองใหญ่เอง (cities themselves) เสียอีก

           สำนักงานการสำรวจสำมะโนครัว (Bureau of Census)  ถือว่า (regards) พื้นที่ใดๆ (any area) ที่มีประชากรมากกว่า ๒,๕๐๐ คน  เป็นพื้นที่เมือง (urban area),  และมิได้พิจารณา (คำนึง) (consider) ถึงเส้นแบ่งเขต (เขตแดน) (boundaries) ของเมืองใหญ่ (cities) และชานเมือง (รอบนอกเมือง) (suburbs)สอดคล้องกับ (According to) สำนักงาน (สำมะโนครัว)  เส้นแบ่งเขตแดนทางการเมือง (political boundaries) มีความสำคัญน้อยกว่า (less significant) ความสัมพันธ์ต่างๆ ทางสังคมและเศรษฐกิจ (social and economic relationships) และระบบการขนส่งและคมนาคม (transportation and communication systems)  ซึ่งรวมเข้าด้วยกัน (ประสานกัน, บูรณาการ(integrate) สถานที่ต่างๆ (สถานที่เกิดเหตุ, สถานที่ของเรื่องราว, ที่เกิดเหตุ) (locale) (โล-แค่ล) (หมายถึง  รวมสถานที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน – ทำให้เกิดเป็นเมืองขึ้นมา),  ทั้งนี้  คำศัพท์ (เวลาที่กำหนด, คราว, ครั้ง, ระยะเวลา, ภาคเรียน, สมัย, วาระ, ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง) (term) ที่สำนักงาน (สำมะโนครัว) ใช้สำหรับเมืองเอก (เมืองขนาดใหญ่, นครหลวง, เมืองที่เป็นศูนย์การค้าหรืออื่นๆ) (metropolis)  ซึ่งถูกบูรณาการ (รวมเข้าด้วยกัน) (integrated)  คือ  เอ็มเอสเอ  ซึ่งแทน (stands for) (คำว่า) พื้นที่ทางสถิติของเมืองเอก (Metropolitan Statistical Area),  โดยทั่วไปแล้ว (In general)  เอ็มเอสเอ แห่งหนึ่ง  ก็คือพื้นที่ใดๆ ซึ่งมี (บรรจุ, จุ, ยับยั้ง, จำกัด, จำกัดวง) (contains) เมืองใหญ่ ๑ เมือง และชานเมืองซึ่งล้อมรอบ (surrounding suburbs)  และมีประชากรทั้งหมด (total population) จำนวน ๕๐,๐๐๐ คนหรือมาก กว่า

            ในปัจจุบัน (At the present time)  สำนักงานฯ รายงาน (ว่ามี) กว่า ๒๘๐ เอ็มเอสเอ  ซึ่งรวมกัน (พร้อมกัน, ด้วยกัน, เข้าด้วยกัน) (together) แล้ว  ประกอบกันเป็น (อธิบาย, ชี้แจง, ให้เหตุผล) (account for) ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรของสหรัฐฯ (U.S. population),  นอกจากนั้น (In addition)  สำนักงานฯ ยังยอมรับ (รับรอง, จำได้ (เมื่อเห็น), รู้จัก, จำแนกออก, ทักทาย, แสดงว่าเห็นคุณค่า, แสดงว่ารู้จัก, สำนึก) (recognizes) มหานครซึ่งประกอบด้วยเมืองใหญ่หลายเมืองรวมกัน (เมืองที่ใหญ่โตมาก) (megapolises) อีก ๑๘ เมือง  นั่นก็คือ  พื้นที่ต่างๆ ที่เป็นเมืองเอก (เมืองใหญ่(metropolitan areas) (หลายๆ เมือง) ที่อยู่ติดกันและต่อเนื่องกันไป (continuous adjacent) (อาจเป็น ๑๐๐ กิโลเมตร หรือมากกว่า),  โดยหนึ่งในบรรดามหานครฯ (megapolises) ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด (most obvious)  ประกอบด้วย (รวมถึง) (includes) สิ่ง (เมือง) ที่ต่อเนื่องกัน (สายโซ่, โซ่, ลานนาฬิ กาข้อมือ, ตรวน, โซ่ตรวน, เครื่องพันธนาการ, เครื่องผูกมัด, สายสร้อย, เทือกเขา, ทิว, แนว, บริษัทหลายบริษัทที่เป็นเครือเดียวกัน) (chain) ของเมืองใหญ่และชานเมืองหลายร้อยเมือง (hundreds of cities and suburbs) ทั่ว ๑๐ รัฐ (across ten states) ทางชายฝั่งทะเลตะวันออก (East Coast) (ที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก)  จากรัฐแมสซาชูเซตส์ถึงรัฐเวอร์จิเนีย  รวมทั้งเมืองบอสตัน, นิวยอร์ก และวอชิงตัน ดี.ซี.  ส่วนเขตตะวันออก (Eastern Corridor)ตามที่เรียกกัน (as it is called),  ประชากร (population) ของผู้อยู่อาศัย (ผู้อาศัย, พลเมือง, สัตว์ที่อยู่อาศัย) (inhabitants) จำนวนกว่า ๕๑ ล้านคนไปแออัดกันอยู่ (อัดกันแน่น, จับกลุ่มอยู่ด้วยกัน, ใจจดใจจ่อ, ตั้งอกตั้งใจ, เข้มข้น) (concentrated) (ที่บริเวณนั้น),  ส่วนมหานคร (megapolis)  อีกแห่งหนึ่งซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว (อย่างว่องไว, อย่างฉับพลัน, อย่างกะทันหัน) (rapidly)  คือชายฝั่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย  จากเมืองซานฟราน   ซิสโก  ตลอดไปจนถึงเมืองลอสแองเจลีส  ถึงเมืองซานดีเอโก    

****หมายเหตุ “เขตตะวันออก” (Eastern Corridor)  เป็นมหานคร (megapolis) ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ  เรียกชื่อเล่นว่า  “เขตบอสตัน-วอชิงตัน” หรือ “แอตแลนติกซีบอร์ด”  ประกอบด้วยเมืองใหญ่จำนวนมาก  ตั้งเรียงรายติดต่อกันไปตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก  ตั้งแต่เมืองบอสตัน  รัฐแมสซาชูเชตส์  ไปจนถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.  มีเมืองใหญ่ๆ ระหว่างเส้นทาง เช่น นิวยอร์ก, ฟิลาเดลเฟีย, บัลติมอร์ ฯลฯ  สำหรับเขตตะวันออกนี้  ถือเป็นพื้นที่มหานคร (megapolis) ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในสหรัฐฯ  คือ  รวมแล้วกว่า ๕๑ ล้านคน (๑๗ เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองสหรัฐฯ)  และมีพื้นที่ที่เป็นเมืองหนาแน่นมากที่สุดในสหรัฐฯ  รวมทั้งมีผลิตผลทางเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก  และมีชุมทางรถไฟที่หนาแน่นที่สุดในสหรัฐฯ รวมทั้งในโลกด้วย (ข้อมูลจาก  Wikipedia)   

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป