หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 71)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

From Ordinary Virus to Coronavirus (COVID-19)

 

          The magnitude of the world’s problems has encouraged doubt and pessimism among some of its most creative thinkers.  Yet the majority of those charged with the responsibility of finding solutions to the problems – primarily politicians and civil servants – remain cautiously optimistic.  For solutions they have continued to turn, paradoxically, to those agencies responsible, in many cases, for the creation of the problems: science and technology.

          Scientists and technicians invented and perfected the internal combustion engine and the chemical DDT.  Now other scientists and technicians are seeking ways to combat their deleterious effects.  Scientific research has been responsible for the medical advances which have helped to produce worldwide population increases.  No one would argue, of course, that the research should not have taken place, or that the continuing battle against disease is not one of humanity’s most worthwhile engagements.  Most would agree, however, that science must move as quickly as possible to come up with a safe and simple method of birth control as it continues to fight to prolong life.

          The achievements of science in the field of health during the past fifty years have been truly remarkable.  One discovery in particular has enabled scientists to understand more clearly the ways in which the human body receives and transmits disease.  The discovery of viruses was the result of experimentation conducted chiefly by the American biochemist Wendell Stanley in the 1930s.  Viruses are microscopic organisms which show signs of life – including the ability to reproduce – only when existing inside living cells.  They are the cause of many human diseases, including measles, poliomyelitis (infantile paralysis), and rabies.   

          Over the past few months, coronavirus or COVID-19, which has been regarded by WHO as a global pandemic and the humanity’s most terrifying enemy, has been spreading rapidly across the world, affecting more than 175 countries and claiming more than 33,990 lives.  There are over 722,400 confirmed cases worldwide, with around 151,990 recoveries, with the US now recording more than any other country, or over 142,500 coronavirus cases and about 2,510 deaths (Data as at March 30, 2020), including China, where the virus originated.  Southern Europe has also seen a surge in cases.  Nevertheless, the true figure for the number of people with coronavirus is thought to be much higher as many of those with milder symptoms have not been tested and counted.  The virus emerged in China in December 2919 and around 3,303 people there have died from the infection – but both Italy and Spain now have higher death tolls, about 10,779 and 6,803 deaths, respectively (Data as at March 30, 2020).  The pandemic has wrecked havoc on international business, tourism, sport events, and schools and universities, with almost 300 million students sent home worldwide.

          The world is fighting against the deadliest coronavirus disease or COVID-19.  Not until the nature of the virus was well understood could scientists begin to develop means of treating and preventing the fatal virus-produced illnesses in human beings.

 

1. According to the passage, the world’s most important problems are ____________________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ปัญหาสำคัญที่สุดของโลก คือ ____________________)

    (a) political    (ด้านการเมือง)

    (b) man-made    (สร้างขึ้นโดยมนุษย์)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกที่

          กล่าวว่า  “สำหรับการแก้ปัญหา  พวกเขา (นักคิด  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและข้าราช

          การพลเรือน) ได้ดำเนินต่อไปที่จะหันไปหา, ซึ่งดูเหมือนขัดแย้งกันแต่ทว่าเป็นความจริง,

          หน่วยงานต่างๆ เหล่านั้นที่รับผิดชอบ,  ซึ่งในหลายกรณี, ต่อการสร้างปัญหา คือ  วิทยา

          ศาสตร์และเทคโนโลยี  (หมายถึง  นักคิดแก้ปัญหาโดยหันไปพึ่งพาอาศัยหน่วยงานที่สร้าง

          ปัญหาขึ้นมา  ซึ่งมักเป็นปัญหาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”  แสดงว่า  มนุษย์นั่นเอง

          ที่เป็นผู้สร้างปัญหาขึ้นมา  เช่น  ปัญหาที่เกิดจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน  และสารเคมี

          จำพวกดีดีที)

    (c) creative    (สร้างสรรค์)

    (d) natural    (ด้านธรรมชาติ)

    (e) racial    (ด้านเชื้อชาติ)

    (f) religious    (ด้านศาสนา)

    (g) territorial    (เกี่ยวกับดินแดน)

    (h) cultural    (ด้านวัฒนธรรม)

2. In the first paragraph, “magnitude” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ขนาด, ความสำคัญ, ความใหญ่, ขนาดใหญ่, จำนวน, มิติ, ความสว่างของดวงดาวที่ดูด้วยตาเปล่าจากโลก”  หมายถึง ________________)

    (a) altitude    (ความสูง)

    (b) precipitation    (ฝน, หิมะ, ลูกเห็บ, น้ำค้าง)   

    (c) proliferation    (การแพร่พันธุ์, การเพิ่มทวี, การขยายตัว)

    (d) slaughter    (สล้อ-เท่อะ)  (การฆ่า, การฆ่าสัตว์, การฆ่าเป็นอาหาร, การสังหารหมู่อย่างไม่ละเว้น) 

          (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ฆ่าสัตว์, ฆ่าเป็นอาหาร, ฆ่าอย่างทารุณ, สังหารหมู่”)

    (e) migration    (การอพยพ)

    (f) destruction    (การทำลาย, การฆ่า, ภาวะที่ถูกทำลาย)

    (g) extent    (ขนาด, ขอบเขต, ระดับการขยาย, คำสั่งอายัดหรือยึดทรัพย์สิน (กฎหมายอังกฤษ),

          การประเมินค่า)

    (h) dispersal    (การไล่ไป, การทำให้หายไป, การทำให้กระจายไป)

3. The word “pessimism” in paragraph 1 means ___________________________________.

(คำว่า  “การมองโลกในแง่ร้าย, ลัทธิมองโลกในแง่ร้าย, การหมดอาลัยตายอยาก”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) acumen    (อะ-คู้-เม่น)  (ไหวพริบและความเฉียบแหลม)

    (b) initiative    (การริเริ่ม, ความคิดริเริ่ม)

    (c) delight    (ดิ-ไล้ท)  (ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความบันเทิงใจ)  (ถ้าเป็นคำกริยา  หมายถึง  รื่นรมย์,

          พอใจ, บันเทิงใจ, ทำให้รื่นรมย์-พอใจ-บันเทิงใจ)

    (d) talisman    (แท้-ลิส-มั่น)  (เครื่องราง, ของขลัง, สิ่งที่นำโชค)

    (e) ) endurance    (เอน-ดิ๊ว-เริ่นซ)  (ความทรหดอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน, ความไม่ตาย)

    (f) distress    (ความโศกเศร้าเสียใจ, ความทุกข์ยากลำบาก, ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ)  (เมื่อเป็นคำกริยา

          หมายถึง  “ทำให้เศร้าโศกหรือทุกข์ยาก”)

    (g) conflict    (ความขัดแย้ง)

    (h) seeing the gloomy side of things    (การมองในด้านร้ายหรือหมดหวังของสิ่งต่างๆ)

4. According to the passage, _______________ are responsible for many of the world’s problems.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว, _______________ รับผิดชอบต่อปัญหาชองโลกจำนวนมาก)

    (a) politicians and civil servants    (นักการเมืองและข้าราชการพลเรือน)

    (b) scientists and technicians    (นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิค)  (ดูคำตอบจาก ๒ ประ

          โยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิค  ประดิษฐ์และทำ

          ให้สมบูรณ์ (ปรับปรุง) เครื่องจักรกลสันดาปภายในและสารเคมี จำพวกดีดีที,  ในปัจจุบัน  นัก

          วิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิคคนอื่นๆ  กำลังเสาะหา (แสวงหา) วิธีการต่างๆที่จะต่อสู้กับผล

          กระทบที่มีอันตรายของมัน (คือ  ของเครื่องจักรฯและสารเคมีฯ)”  ซึ่งก็คือรับผิดชอบต่อปัญหา

          นั่นเอง)   

    (c) pessimistic creative thinkers    (นักคิดสร้างสรรค์ซึ่งมองโลกในแง่ร้าย)

    (d) birth control agencies    (หน่วยงานคุมกำเนิด)

5. “optimistic” in paragraph 1 may be replaced by ___________________________________.

(มองโลกในแง่ดี, มองโลกในทางดี, เบิกบานใจ”  ในพารากราฟ ๑  อาจแทนโดย ______________)

    (a) furious    (โกรธจัด)

    (b) pessimistic    (มองโลกในแง่ร้าย)

    (c) depressed    (หดหู่, ซึมเศร้า)

    (d) lunatic    (บ้า, วิกลจริต, วิปลาส)

    (e) dexterous    (เด๊กซ-ทรัส)  (ชำนาญ, แคล่วคล่อง)

    (f) seeing the bright side of things; hopeful    (มองในด้านดีของสิ่งต่างๆ;  มีความหวัง)

    (g) patriotic    (รักชาติ)

    (h) wary    (แว้-รี่)  (ระมัดระวัง, ระวังตัว, คอยเฝ้าดู, รอบคอบ)

    (i) isolated    (ปลีกตัวโดดเดี่ยว)

6. In the second paragraph, “combustion” is closest in meaning to ______________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “การสันดาป, การเผาไหม้, กระบวนการเผาไหม้” ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ______________)

    (a) prohibition    (โพร-ฮิ้บ-บิ-ชั่น)  (การห้าม, การป้องกัน, การขัดขวาง)

    (b) postponement    (การเลื่อนออกไป, การผัดเวลาออกไป)

    (c) cancellation    (การยกเลิก)

    (d) approval    (การเห็นด้วย, การเห็นชอบ, การอนุมัติ)

    (e) comprehension    (ความเข้าใจ, การหยั่งรู้, การครอบคลุม, การกินความกว้าง)

    (f) incineration    (การเผาไหม้, การเผาให้เป็นเถ้าถ่าน)

    (g) inference    (การสรุป, การลงความเห็น, การอนุมาน, การส่อให้เห็น, การชี้ให้เห็นว่า, การแนะนำ)

    (h) prejudice    (เพร้จ-จู-ดิส)  (อคติ, ความรู้สึกไม่ดีที่มีอยู่ก่อน, ความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล)

7. The word “deleterious” in paragraph 2 means ___________________________________.

(คำว่า  “มีอันตราย, เป็นอันตราย, เป็นอันตรายต่อสุขภาพ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ___________)

    (a) uncontrollable    (ไม่สามารถควบคุมได้)

    (b) tranquil    (แทร้ง-ควิ่ล) (สงบเงียบ, เงียบ, สงบ, สงบสุข, ราบรื่น, ไม่มีสิ่งใดรบกวน)

    (c) wasteful    (เปล่าประโยชน์, สูญเปล่า, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, ถลุงใช้, ทำลาย, ที่บ่อนทำลาย)

    (d) buoyant    (บ๊อย-เอิ้นท)  (ร่าเริง, เบิกบานใจ)

    (e) irresponsible    (ไม่รับผิดชอบ)

    (f) indispensable    (สำคัญยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

    (g) harmful    (เป็นอันตราย, ซึ่งทำให้เกิดอันตราย)

    (h) undisputed    (ไม่อาจโต้แย้งได้, แน่นอน)

    (i) stern    (เคร่งขรึม, เอาจริงเอาจัง)

8. “taken place” in paragraph 2 may be replaced by _________________________________.

(“เกิดขึ้น”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย _____________________________________)

    (a) conquered    (ค้อง-เค่อะ)  (พิชิต, เอาชนะ)

    (b) acquired    (หามาได้, ได้มา)

    (c) inferred    (สรุป, ลงความเห็น, อนุมาน, ส่อให้เห็น, ชี้ให้เห็นว่า, แนะนำ)

    (d) occurred    (เกิดขึ้น)

    (e) assaulted    (อะ-ซ้อลท)  (โจมตี, จู่โจม, ทำลาย, ข่มขืน)  (เมื่อเป็นคำนาม  “Assault”  หมายถึง 

          “การโจมตีอย่างรุนแรง, การจู่โจม, การทำลาย (ชื่อเสียง), การข่มขืน”)

    (f) maligned    (มะ-ไลน)  (พูดให้ร้าย, กล่าวร้าย, ใส่ร้าย, กล่าวหา, ทำให้เสียชื่อเสียง)

    (g) preceded    (มาก่อน, นำหน้า, นำก่อน, เสริมหน้า)

    (h) counterfeited    (เค้าน-เทอะ-ฟิต-เทด)  (ทำปลอม, ทำเทียม)  (เมื่อเป็นคำนาม  “Counterfeit” 

          หมายถึง  “ของปลอม-เทียม”  และเมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ซึ่งปลอมหรือไม่ใช่ของแท้”)

9. The word “worthwhile” in paragraph 2 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “คุ้มค่า, คุ้มกับเวลาที่เสียไป”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________)

    (a) bizarre    (แปลก, ประหลาด, พิกล)

    (b) intractable    (ไม่สามารถควบคุมได้, ดื้อดึง, ดื้อรั้น, ไม่เชื่อฟัง, ว่ายาก)

    (c) compulsory    (ซึ่งเป็นการบังคับ, ซึ่งจำเป็นต้องทำ, เป็นเชิงบังคับ, เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ)

    (d) tiny    (เล็กมาก, จิ๋ว)

    (e) advantageous    (ได้ประโยชน์, มีประโยชน์, ได้กำไร)

    (f) awful    (อ๊อ-เฟิ่ล)  (น่ากลัว)

    (g) worthy    (คุ้มค่า, คู่ควร, มีค่าเพียงพอ, มีมูลค่า, มีราคา, น่ายกย่อง, น่าสรรเสริญ)

    (h) barren    (ปราศจากพืชผล, แห้งแล้ง) 

    (i) thoughtful    (คิดถึงคนอื่น, ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง, ใช้ความคิด, คิดหนัก)

10. The writer feels that the world’s most serious problem is ___________________________.

(ผู้เขียนรู้สึกว่า  ปัญหาร้ายแรงที่สุดของโลก คือ __________________________________)

      (a) untreatable viruses    (เชื้อไวรัสที่ไม่สามารถรักษาได้)

      (b) the death rate    (อัตราการตาย)

      (c) infectious diseases    (โรคติดต่อถึงผู้อื่นๆ ได้)

      (d) the birth rate    (อัตราการเกิด)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

            “คนส่วนใหญ่จะเห็นพ้อง (เห็นด้วย), อย่างไรก็ตาม, ว่าวิทยาศาสตร์จะต้องก้าวหน้าอย่างเร็ว

             เท่าที่จะเป็นไปได้  ที่จะปรากฏออกมาพร้อมกับวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและง่ายๆ (เข้าใจ

             ง่าย)  ในขณะที่มัน (วิทยาศาสตร์) สู้ต่อไปเพื่อทำให้ชีวิตยืนยาว”)

11. In the second paragraph, “it” refers to _________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “มัน”  หมายถึง __________________________________________)

      (a) birth control    (การคุมกำเนิด)

      (b) disease    (โรค, การเจ็บไข้ได้ป่วย)

      (c) science    (วิทยาศาสตร์)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

            “คนส่วนใหญ่จะเห็นพ้อง, อย่างไรก็ตาม, ว่าวิทยาศาสตร์จะต้องก้าวหน้าอย่างเร็วเท่าที่

            จะเป็นไปได้  ที่จะปรากฏออกมาพร้อมกับวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและง่ายๆ (เข้าใจ

            ง่าย)  ในขณะที่มัน (วิทยาศาสตร์) สู้ต่อไปเพื่อทำให้ชีวิตยืนยาว”  “มัน”  จึงหมายถึง 

            “วิทยาศาสตร์”)

      (d) humanity    (มนุษย์ชาติ)

12. What does “prolong” in paragraph 2 mean?

(“ทำให้ยาวออก, ยืดออก, ต่อ, ขยายออก, หน่วงเหนี่ยว”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) amplify    (ขยายใหญ่ขึ้น, ขยายความ)   

      (b) meditate    (ไตร่ตรอง, ใคร่ครวญ, ทำสมาธิ)

      (c) erupt    (ระเบิด, แตกออก, ปะทุ, พุ่งออกมา, ทำให้แตกออก-ระเบิดออก-ปะทุ)

      (d) overthrow    (โค่น, ล้มล้าง, ล้มคว่ำ, ขว้างลูกได้ไกลกว่า)

      (e) lengthen    (ทำให้ยาวขึ้น, ยาวขึ้น)

      (f) tolerate    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

      (g) evince    (แสดง, เผยให้เห็น)

      (h) retard    (ทำให้ช้าลง, ขัดขวาง, ถ่วง, หน่วงเหนี่ยว, ทำให้ลดความเร็ว, เป็นอุปสรรค)

13. In the third paragraph, the phrase “truly remarkable” means very __________________.

(ในพารากราฟ ๓,  วลี  “น่าทึ่ง-น่าสังเกตอย่างแท้จริง”  หมายถึง ___________________ มาก)

      (a) acceptable    (สามารถยอมรับได้)

      (b) adequate    (พอเพียง)

      (c) trustworthy    (น่าไว้วางใจ, เชื่อถือได้)

      (d) essential    (จำเป็นที่สุด, ซึ่งขาดเสียมิได้, เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ, เป็นเนื้อแท้, เป็นปัจจัย, เป็นพื้นฐาน)

      (e) significant    (สำคัญ, มีความหมาย, มีลักษณะสำคัญ, มีผล)

      (f) peculiar    (แปลก, ประหลาด, พิกล)

      (g) rewarding    (ให้รางวัล, ให้ผลตอบแทน, คุ้มค่า, คุ้มค่าที่จะทำ)

      (h) gigantic    (ใหญ่โตผิดปกติ, มหึมา, มหาศาล, คล้ายยักษ์)

      (i) desperate    (สิ้นหวัง, หมดหวัง, เข้าตาจน, ที่มีความต้องการอย่างมาก, ร้ายแรงมาก, 

           อย่างยิ่ง, เหลือเกิน)

14. “transmits” in paragraph 3 refers to _________________________________________.

(“แพร่เชื้อ, กระจาย, ส่งผ่าน, ส่งต่อ, ถ่ายทอด, กระจายเสียง, ส่งสัญญาณ, ส่งคลื่น, ส่งโทรเลข, โอนสิทธิ, โอนหน้าที่”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ________________)

      (a) defers    (เลื่อนออกไป, ผัดผ่อน, ยืดเวลา, หน่วงเหนี่ยว, ทำให้ล่าช้า, คล้อยตาม, เชื่อตาม, ทำตาม)

      (b) exposes    (อิคส-โปส)  (แสดง, เผย, เปิดเผยให้เห็น, เปิดโปง, นำออกผึ่งหรือตาก (แดด, ลม),

            เปลื้องเครื่องปกปิดออก)

      (c) enraptures    (เอ็น-แร้พ-เช่อร์)  (ทำให้ปลื้มปิติ, ทำให้ปลื้มจนลืมตัว, ทำให้เคลิบเคลิ้ม)

      (d) passes on    (ส่งผ่าน, ส่งต่อ); communicates    (ติดต่อ, สื่อสาร)

      (e) belittles    (ทำให้ดูด้อยค่า, ทำให้ความสำคัญลดลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม)

      (f) aids    (ช่วย, ช่วยเหลือ)

      (g) encompasses    (ล้อมรอบ, เวียนรอบ, ตีวง, รวมทั้ง, ปิด, ผนึก)

      (h) engenders    (ทำให้เกิด, ก่อให้เกิด, บังเกิด)

15. The word “conducted” in paragraph 3 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “ดำเนินการ, กระทำ, ปฏิบัติ, ชี้นำ, นำ, ชักนำ”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ______________)

      (a) facilitated    (ทำให้สะดวก-รวดเร็ว, อำนวยความสะดวก)

      (b) assisted    (ช่วยเหลือ)

      (c) ignored    (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ)

      (d) commended    (ยกย่อง, สรรเสริญ)

      (e) carried out    (ดำเนินการ, ทำให้สำเร็จ)

      (f) devised    (คิดขึ้น, ประดิษฐ์ขึ้น)

      (g) detained    (กักขัง, คุมขัง, หน่วงเหนี่ยว)

      (h) compelled    (บังคับ, ผลักดัน, เกณฑ์, ใช้วิธีบังคับ, ต้อน, ได้มาโดยการบังคับ)

16. What does “microscopic” in paragraph 3 mean?

(“เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น, เล็กมาก, จิ๋ว, เกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) malevolent    (เป็นอันตราย, เป็นภัย, มุ่งร้าย, ประสงค์ร้าย, ชั่ว, เลว)

      (b) countless    (นับไม่ถ้วน, มากมาย)

      (c) intentional    (โดยตั้งใจ, มีเจตนา)

      (d) reluctant    (ไม่เต็มใจ, ไม่สมัครใจ, ฝืนใจ, ต่อต้าน)

      (e) impatient    (ไม่อดทน, กระวนกระวาย, ใจร้อน, หุนหันพลันแล่น, กระสับกระส่าย)

      (f) minuscule    (มิ-นัส-คิ-ยูล หรือ มิ้น-นิส-คิ-ยูล)  (เล็กมาก, จิ๋ว, เล็ก)

      (g) indulgent    (หมกมุ่น, ตามใจตัว, ที่ปล่อยตัว, ที่เสพสุขอย่างไม่ลืมตา, ที่หลงผิด)

      (h) hesitant    (ลังเลใจ, สองจิตสองใจ, รีรอ)

       (i) obsolete    (ล้าสมัย, พ้นสมัย, เลิกใช้แล้ว, เก่าคร่ำครึ)

17. The writer finds it strange that scientists _______________________________________.

(ผู้เขียนพบว่ามันแปลกที่ว่า  นักวิทยาศาสตร์ ____________________________________)

      (a) have not yet found a cure for polio    (ยังไม่พบวิธีการรักษาโรคโปลิโอให้หาย)  (ไม่เป็นความจริง)

      (b) have not supported population growth    (มิได้สนับสนุนการเพิ่มของประชากร)  (ไม่เป็นความจริง 

            เนื่องจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “การวิจัยทางวิทยาศาสตร์รับผิดชอบต่อความก้าว

            หน้าด้านการแพทย์  ซึ่งได้ช่วยทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของประชากรทั่วโลก”)

      (c) are now trying to solve the problems they created    (ในปัจจุบันกำลังพยายามที่จะแก้

            ปัญหาที่พวกตนสร้างขึ้นมา)  (ดูคำตอบจาก ๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  

            “นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิค  ประดิษฐ์และทำให้สมบูรณ์ (ปรับปรุง) เครื่องจักร

            กลสันดาปภายในและสารเคมีจำพวกดีดีที,  (แต่) ในปัจจุบัน  นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่

            เทคนิคคนอื่นๆ  กำลังเสาะหา (แสวงหา) วิธีการต่างๆ ที่จะต่อสู้กับผลกระทบที่มีอันตราย

            ของมัน (คือ  ของเครื่องจักรฯและสารเคมีฯ)

      (d) are now doubtful and pessimistic about the future    (ในปัจจุบันมีความสงสัย-ไม่แน่ใจ 

            และมองในแง่ร้ายเกี่ยวกับอนาคต)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

18. In the fourth paragraph, “global pandemic” refers to _____________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “โรคที่ระบาดไปทั่วทั้งโลก”  หมายถึง _____________________________)

      (a) global catastrophe    (ภัยพิบัติ-ความหายนะทั่วโลก)

      (b) global economy    (เศรษฐกิจโลก)

      (c) global market    (ตลาดโลก)

      (d) global trade    (การค้าโลก)

      (e) global tourism    (การท่องเที่ยวของโลก)

      (f) global energy output    (ผลผลิตพลังงานของโลก)

      (g) an epidemic spreading across the world    (โรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วโลก)   

      (h) crime worldwide    (อาชญากรรมทั่วโลก)

19. The word “terrifying” in paragraph 4 may be replaced by _________________________.

(คำว่า  “น่ากลัว, น่าสยองขวัญ”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ________________________)

      (a) confusing    (น่าสับสน, น่างง)

      (b) delighting    (น่ายินดี)

      (c) fascinating   (น่าหลงใหล, มีเสน่ห์)

      (d) convincing    (น่าเชื่อ)

      (e) horrifying    (น่ากลัว, น่าหวาดกลัว, น่าขนพองสยองเกล้า)

      (f) embarrassing    (น่าขวยเขิน, น่าอับอาย)

      (g) amusing    (น่าขบขัน, น่าเพลิดเพลิน)

      (h) amazing    (น่าทึ่ง, น่าประหลาดใจ, น่างงงวย)

      (i) boring    (น่าเบื่อ)  

20. Which country ranks first in terms of coronavirus cases?

(ประเทศใดอยู่ในอันดับแรก  ในแง่ของคนป่วยด้วยเชื้อโคโรนาไวรัส)

      (a) China    (จีน)  (๘๑,๔๗๐ คน)

      (b) Italy    (อิตาลี)  (๙๗,๖๘๙ คน)

      (c) The United States    (สหรัฐฯ)  (๑๔๒,๕๓๗ คน)

      (d) Spain    (สเปน)  (๘๐,๑๐๐ คน)

หมายเหตุ****ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓

21. Where did coronavirus or COVID-19 first originate?

(เชื้อโคโรนาไวรัส หรือโควิด ๑๙ เกิดขึ้นครั้งแรกที่ใด)

      (a) Korea    (เกาหลี)

      (b) China    (จีน)  (ดูคำตอบจากประโยคก่อนประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๔)

      (c) Japan    (ญี่ปุ่น)

      (d) Hong Kong    (ฮ่องกง)

22. Which country has the highest death tolls incurred by coronavirus?

(ประเทศใดมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุด  ที่มีสาเหตุมาจากเชื้อโคโรนาไวรัส)

      (a) The United States    (สหรัฐฯ)  (๒,๕๑๐ ราย)

      (b) Spain    (สเปน)  (๖,๘๐๓ ราย)

      (c) China    (จีน)  (๓,๓๐๓ ราย)

      (d) Italy    (อิตาลี)  (๑๐,๗๗๙ ราย)  (ดูคำตอบจากประโยคก่อนประโยคสุดท้ายของ

            พารากราฟ ๔)

23. The word “recoveries” in paragraph 4 may be replaced by _________________________.

(คำว่า  “การ (รักษา) หายจากโรคแล้ว, การฟื้นคืนเหมือนเดิม, การคืนสู่สภาพเดิม, การเอากลับคืน, การกู้, สิ่งที่ได้คืนมา”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ________________)

      (a) discoveries    (การค้นพบ)

      (b) tendencies    (ความโน้มเอียง, แนวโน้ม)

      (c) hazards    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (อันตราย, การเสี่ยง, สิ่งที่เป็นอันตราย, สิ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยง,

            อุบัติเหตุ, ความไม่แน่นอน)

      (d) difficulties    (ความยากลำบาก)

      (e) resemblances    (ความเหมือนกัน, ความคล้ายกัน)

      (f) sequences    (ลำดับเหตุการณ์, ลำดับ, ขั้นตอน, การเรียงลำดับ, การต่อเนื่องกัน) 

      (g) recuperations    (การกลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, การฟื้นคืนสุขภาพ-กำลัง-แรง-ฐานะ

            ทางเศรษฐกิจ, การฟื้นคืน, การพักฟื้น, การกู้, การเอาคืน)

      (h) associations    (ความสัมพันธ์, การสังสรรค์, สมาคม, บริษัท, การเชื่อมติดต่อกัน)

24. “surge” in paragraph 4 refers to ____________________________________________

(“การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน, การกระเพื่อม, การแกว่งไปแกว่งมาอย่างรุนแรง, คลื่นแรง, คลื่นยักษ์, ลูกคลื่นแรง”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึง ________________)

      (a) allocation    (การจัดสรร, การแบ่งสรร, การหาตำแหน่ง, การกำหนด, การบรรจุ)

      (b) determination    (การกำหนด, ความมุ่งมั่น)

      (c) jeopardy    (อันตราย, ภัย, การเสี่ยงอันตราย, การเสี่ยงต่อการถูกพบความผิด)

      (d) advent    {การมาถึงหรือการปรากฏขึ้น (ของไฟฟ้า, น้ำประปา, ทีวี-วิทยุ ฯลฯ)}

      (e) sanction    (แซ้ง-เชิ่น)  (คำอนุญาต, การลงโทษ)

      (f) sudden rise    (การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันทันใด)

      (g) spouse    (สเพาซ)  (คู่ชีวิต, คู่สมรส, สามีหรือภรรยา)

      (h) occurrence    (การเกิดขึ้น, ปรากฏการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, เหตุการณ์, กรณี)

25. What does “emerged” in paragraph 4 mean?

(“ปรากฏขึ้น, โผล่ออกมา, ออกมา, มีตัวตน”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

      (a) dismissed    (ไล่ออกจากงาน, เลิก, บอกให้เลิกแถว, ไม่รับฟ้อง, ยกฟ้อง)

      (b) nominated    (เสนอชื่อเพื่อให้เลือกตั้ง, แต่งตั้ง, ตั้งชื่อ, ระบุชื่อ)

      (c) reiterated    (กล่าวซ้ำ, กระทำซ้ำ)

      (d) arose    (เกิดขึ้น, ลุกขึ้น, เป็นผลจาก)  (กริยา ๓ ช่อง  คือ  “Arise, Arose, Arisen”)

      (e) scoffed    (พูดเยาะเย้ย, ล้อเลียน, เสียดสี)

      (f) razed    (ทำลายราบ-ทำลายโดยสิ้นเชิง)

      (g) buried    (เบ๊-ริด)  (ฝัง, ซ่อน, ปิด, กลบ, หมกมุ่น, หมก, ขจัด (ความคิด) ออก)

      (h) banished    (แบ๊น-นิช)  (เนรเทศ)

26. The best title for this passage would be _________________________________________.

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบทความนี้  คือ ________________________________________)

      (a) Great Benefits Resulting from a Recent Discovery    (ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นผลมา

            จากการค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้)  (ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากเนื้อเรื่องกล่าวถึงข้อเสียของวิทยาศาสตร์

            และเทคโนโลยีด้วย)

      (b) Achievements and Limitations of Science and Technology    (ความสำเร็จและข้อจำกัด

            ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากบทความกล่าวถึงทั้งข้อดีและข้อเสีย

            ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

      (c) American Scientists and the Mysteries of Viruses    (นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน  และความลึกลับ

            ของเชื้อไวรัส)  (แคบเกินไป  บทความกล่าวถึงนักวิทยาศาสตร์อเมริกันเพียงคนเดียวเท่านั้น)

      (d) Inventions and Their Destructive Effects    (สิ่งประดิษฐ์และผลกระทบในทางทำลายล้างของมัน) 

            (แคบเกินไป  บทความกล่าวถึงสิ่งประดิษฐ์ เช่น เครื่องจักรกลสันดาปภายใน  ซึ่งมีประโยชน์ต่อการ

            ขนส่งและใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม  แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดปัญหามลภาวะในอากาศ  เนื่อง

            จากเขม่าที่ถูกปล่อยออกมา)

27. “havoc” in paragraph 4 may be replaced by ___________________________________.

("ภัยพิบัติ, ความหายนะ"  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ___________________________)

      (a) exaggeration    (ก่ารโม้, การพูดเกินความจริง)

      (b) impediment    (อุปสรรค, การชัดขวาง, การหน่วงเหนี่ยว)

      (c) rebuttal    (การโต้แย้ง, การพิสูจน์หรือนำสืบหักล้าง)

      (d) critique    (คริ-ที๊ก)  (บทวิจารณ์, บทวิจารณ์สั้นๆ, วิธีการวิจารณ์)

      (e) catastrophe    (คะ-แทส-ทระ-ฟี)  (ภัยพิบัติ, ความหายนะ, ตอนจบของละคร, จุดจบ)

      (f) paradigm    (แพ้-ระ-ไดม)  (ตัวอย่าง, แบบ, การสาธิต)

      (g) aversion    (ตวามเกลียดอย่างรุนแรง, ความรังเกียจ, ความไม่ชอบ-ไม่พอใจ)

      (h) maverick    (แม้ฟ-เวอะ-ริค)  (กบฏ, ผู้ขัดขืน, ผู้ไม่่ยอมร่วมด้วย, ผู้เป็นอิสระและแยกตัวออกจาก

            เพื่อนฝูง, สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ)

28. What does “fatal” in the final paragraph mean?

("ร้ายแรงถึงตาย, เป็นอันตราย, ร้ายกาจ, เคราะห์ร้าย, ที่ทำให้เกิดความหายนะหรือล้้มเหลว"  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) subjective    (อัตวิสัย, เป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคล, ส่วนตัว, แต่ละบุคคล)

      (b) provisional    (ชั่วคราว, เฉพาะกาล, เผื่อเหลือเผื่อขาด, มีเงื่อนไข)

      (c) cogent    (น่าเชื่อ, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ, ถูกจุด, ตรงประเด็น)

      (d) tentative    (เป็นการทดลอง, ลองดูก่อน, ยังไม่แน่นอน, ชั่วคราว)

      (e) lethal    (เป็นอันตรายถึงตาย, ทำให้ถึงตาย, ถึงตาย, ร้ายแรง, เกี่ยวกับความตาย)

      (f) compelling    (ซึ่งบีบบังคับ, ซึ่งมีผลมากจนต้านไม่อยู่, น่าเชื่อ, เร้าความสนใจ)

      (g) estranged    (เอส-เทร้นจ)  (ห่างเหิน, เป็นศัตรู)

      (h) mammoth    (ใหญ่โตมหึมา, มีปริมาณมาก)

      (i) lugubrious    (ลู-กิ๊ว-เบรียส)  (โศกเศร้า, สลด, เสียใจ, ละห้อย)

 

(คำแปล)

จากไวรัสธรรมดาถึงโคโรนาไวรัส (โควิด-๑๙)

 

            ขนาด (ความสำคัญ, ความใหญ่, ขนาดใหญ่, จำนวน, มิติ, ความสว่างของดวงดาวที่ดูด้วยตาเปล่าจากโลก) (magnitude) ของปัญหาของโลกได้กระตุ้น (ให้กำลังใจ, ยุ, สนับสนุน, บำรุงน้ำใจ) (encouraged) ความสงสัย (ความกังขา, ความฉงนสนเท่ห์, ความไม่แน่ใจ, ความไม่ไว้วางใจ, ความไม่แน่นอน, ความแปรปรวน) (doubt) และการมองโลกในแง่ร้าย (ลัทธิมองโลกในแง่ร้าย, การหมดอาลัยตายอยาก) (pessimism) ในบรรดานักคิดผู้มีความคิดสร้างสรรค์ (creative thinkers) มากที่สุดของมัน (โลก) บางคน,  แม้กระนั้นก็ตาม (Yet)  ส่วนใหญ่ของนักคิดเหล่านั้น (majority of those)  ซึ่งถูกมอบภาระ (ทำให้เต็มไปด้วย, อัดไฟ, กล่าวหา, ฟ้องร้อง, เรียกเก็บเงิน, โจมตี) (charged with) ความรับผิดชอบในการหาวิธีแก้ (การแก้ปัญหา, ทางออก, คำตอบ, วิธีการ, สารละลาย, การละลาย) (solutions) ปัญหา – ซึ่งส่วนใหญ่ (ส่วนมาก, อย่างสำคัญ, แรกเริ่ม) (primarily) คือ นักการเมือง (politicians) และข้าราชการพลเรือน (ในอเมริกา-ยุโรป เรียก ข้ารัฐการ) (civil servants) - ยังคงมองโลกในแง่ดี (optimistic) อย่างระมัดระวัง (อย่างรอบคอบ, อย่างละเอียด) (cautiously),  สำหรับการแก้ปัญหา  พวกเขา (นักคิด) ได้ดำเนินต่อไป (continued) ที่จะหันไปหา (turn to), ซึ่งดูเหมือนขัดแย้งกันแต่ทว่าเป็นความจริง (paradoxically), หน่วยงานต่างๆ (agencies) เหล่านั้นที่รับผิดชอบ,  ซึ่งในหลายกรณี (in many cases), ต่อการสร้างปัญหา (creation of the problems)  คือ  วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  (หมายถึง  นักคิดซึ่งส่วนใหญ่คือนักการเมืองและข้าราชการ  แก้ปัญหาโดยหันไปพึ่งพาอาศัยหน่วยงานที่สร้างปัญหาขึ้นมา  ซึ่งมักเป็นปัญหาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี)

            นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิค (ช่าง) (technicians) ประดิษฐ์ (คิดค้น, สร้างสรรค์, เนรมิต, เสกสรร, กุเรื่อง) (invented) และทำให้สมบูรณ์ (ทำให้ดีขึ้น, ปรับปรุง) (perfected) เครื่องจักรกลสันดาปภายใน (internal combustion engine) และสารเคมี (chemical) จำพวกดีดีที,  ในปัจจุบัน  นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่เทคนิคคนอื่นๆ กำลังเสาะหา (แสวงหา) (seeking) วิธีการต่างๆ (ways) ที่จะต่อสู้กับ (รบกับ, ต่อสู้, ต่อต้าน) (combat) ผลกระทบ (effects) ที่มีอันตราย (เป็นอันตราย, เป็นอันตรายต่อสุขภาพ) (deleterious) ของมัน (คือ  ของเครื่องจักรสันดาปภายในและสารเคมีดีดีที),  โดยการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (Scientific research) รับผิดชอบต่อความก้าวหน้าด้านการแพทย์ (medical advances)  ซึ่งได้ช่วยทำให้เกิด (ก่อให้เกิด, ให้กำเนิด, ผลิต, สร้าง, ก่อ, จัดหา, แสดง, เสนอ) (produce) การเพิ่มขึ้นของประชากร (population increases) ทั่วโลก (worldwide), ทั้งนี้  ไม่มีใครจะโต้แย้ง (โต้เถียง, ถกเถียง, โต้คารม, อ้างเหตุผล, อภิปราย, พูดให้ยอม, แสดงให้เห็นว่า) (argue), แน่นอน (of course), ว่าการวิจัยมิควรจะได้เกิดขึ้น (taken place) (หมายถึง  เห็นด้วยว่าการวิจัยเป็นสิ่งที่สมควรทำ)  หรือ (โต้แย้ง) ว่าการต่อสู้กับโรค (battle against disease) ที่ดำเนินต่อไป (continuing) มิใช่หนึ่งในบรรดาการต่อสู้ (การผูกมัด, การพัวพัน, การหมั้น, ข้อตกลง, การนัดหมาย, การว่าจ้าง) (engagements) ที่คุ้มค่า (คุ้มกับเวลาที่เสียไป) (worthwhile) ทีสุดของมนุษยชาติ (humanity) (คือ  ไม่มีใครเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้)  คนส่วนใหญ่ (Most) จะเห็นพ้อง (เห็นด้วย, ตกลง, ยินยอม, ยอมรับ, สนับสนุน) (agree), อย่างไรก็ตาม, ว่าวิทยาศาสตร์จะต้องก้าวหน้า (เจริญ, เดิน, เคลื่อนที่, เคลื่อนไหว, ถ่ายท้อง, ดำเนินการ, เสนอ) (move) อย่างเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้  ที่จะปรากฏออกมาพร้อมกับ (come up with) วิธีการคุมกำเนิด (method of birth control) ที่ปลอดภัยและง่ายๆ (เข้าใจง่าย, ไม่ยุ่งยาก, ไม่สลับซับซ้อน, ชัดแจ้ง, เรียบ, ถ่อมตัว, บริสุทธิ์, เซ่อๆ, ขาดประสบการณ์หรือความรู้) (simple)  ในขณะที่มัน (วิทยาศาสตร์) สู้ต่อไป (continues to fight) เพื่อทำให้ชีวิตยืนยาว (prolong life)

            ความสำเร็จ (achievements) ของวิทยาศาสตร์ในสาขา (อาณาจักร, สาขาวิชา, ขอบเขต, ทุ่งนา, สนามรบ, ทุ่งกว้าง, บริเวณที่มีแร่, สนาม, สนามกีฬา, พื้น, ลาน) (field) ของสุขภาพ (health) ในระหว่าง ๕๐ ปีที่ผ่านมา  น่าทึ่ง (น่าสังเกต, ยอดเยี่ยม, พิเศษ)  (remarkable) อย่างแท้จริง (truly)การค้นพบ (discovery) อย่างหนึ่งโดยเฉพาะ  (เป็นพิเศษ) (in particular)  ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถ (enabled scientists) เข้าใจอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นถึงวิธีการต่างๆ (ways) ซึ่งร่างกายมนุษย์ (human body) ได้รับ (receives) และแพร่เชื้อ (กระจาย, ส่งผ่าน, ส่งต่อ, ถ่ายทอด, กระจายเสียง, ส่งสัญญาณ, ส่งคลื่น, ส่งโทรเลข, โอนสิทธิ, โอนหน้าที่) (transmits) โรค (การเจ็บไข้ได้ป่วย) (disease),  การค้นพบเชื้อไวรัสเป็นผลลัพธ์ (result) ของการทดลอง (การทดสอบ, วิธีการทดลอง, วิธีการทดสอบ) (experimentation)  ซึ่งถูกดำเนินการ (กระทำ, ปฏิบัติ, ชี้นำ, นำ, ชักนำ) (conducted) ส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง) (chiefly) โดยนักชีวเคมี (biochemist) ชาวอเมริกัน ชื่อเวนเดล สแตนลีย์  ในช่วงทศวรรษ ๑๙๓๐ (in the 1930s),  เชื้อไวรัสเป็นสิ่งมีชีวิต (ร่างของสิ่งมีชีวิต, ระบบ, องค์การ, องค์กร) (organisms) เล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น (เล็กมาก, จิ๋ว, เกี่ยวกับกล้องจุลทรรศน์) (microscopic)  ซึ่งแสดงสัญลักษณ์ (signs) ของชีวิต – รวมทั้งความสามารถ (ability) ที่จะแพร่พันธุ์ (สืบพันธุ์, ทำสำเนา, อัดสำเนา, ถอดแบบ, จำลอง, ลอก, คัด, ทำให้ระลึกถึง) (reproduce) - เฉพาะเมื่อดำรงอยู่ (มีอยู่) (existing) ภายในเซลที่มีชีวิต (living cells),  มัน (เชื้อไวรัส) เป็นสาเหตุ (ต้นเหตุ, มูลเหตุ, เหตุชนวน, จุดประสงค์, เป้าหมาย, มูลฟ้อง) (cause) ของโรคจำนวนมากของมนุษย์ (many human diseases) รวมทั้งโรคหัด (measles), โรคโปลิโอ (โรคสารสีเทาของไขสันหลังอักเสบ) (poliomyelitis) หรือโรคอัมพาตในเด็กทารก (infantile paralysis) และโรคกลัวน้ำ (โรคพิษสุนัขบ้า) (rabies)

            ในช่าง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา  เชื้อโคโรนาไวรัสหรือโควิด ๑๙,  ซึ่งองค์การอนามัยโลกถือว่า (regarded) เป็นโรคที่ระบาดไปทั่วทั้งโลก (global pandemic) และเป็นศัตรูที่น่ากลัว (น่าสยองขวัญ) (terrifying) ที่สุดของมนุษยชาติ (มนุษย์, ความเป็นมนุษย์, มนุษย์ธรรม) (humanity), ได้แพร่กระจาย (spreading) อย่างรวดเร็ว (rapidly) ไปทั่วโลก (across the world)  ซึ่งมีผลกระทบกับ (affecting) มากกว่า ๑๗๕ ประเทศ  และคร่า (เรียกร้อง, เรียกค่าเสียหาย, อ้าง, อ้างสิทธิ, ยืนยัน) (claiming) ชีวิตไปกว่า ๓๓,๙๙๐ ราย (ทั่วโลก),  มีกรณี (โรค, คนไข้, เรื่อง) (cases) (โคโรนาไวรัส)  ที่ได้รับการยืนยัน (confirmed) มากกว่า ๗๒๒,๔๐๐ รายทั่วโลก (worldwide)  พร้อมกับมีการ (รักษา) หายจากโรคแล้ว (recoveries) ประมาณ (around) ๑๕๑,๙๙๐ ราย  โดยมีสหรัฐฯ ในปัจจุบัน (ขณะนี้) (now) บันทึก (ลงบันทึก) (recording) (ผู้ติดเชื้อไวรัส) มากกว่าประเทศอื่นใด  หรือมีกรณีของเชื้อโคโรนาไวรัสมากกว่า ๑๔๒,๕๐๐ ราย  และการเสียชีวิต (deaths) ประมาณ (about) ๒,๕๑๐ ราย (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓)  รวมทั้ง (มากกว่า) ประเทศจีน  ที่ซึ่งเชื้อไวรัส (โคโรนา) ถือกำเนิด (เริ่มต้น, ให้กำเนิด, ก่อให้เกิด, กำเนิดจาก, เริ่มจาก) (originated),  ส่วนยุโรปภาคใต้ก็ได้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน (การกระเพื่อม, การแกว่งไปแกว่งมาอย่างรุนแรง, คลื่นแรง, คลื่นยักษ์, ลูกคลื่นแรง) (surge) ในกรณี (โรค, คนไข้) (cases) (จากเชื้อโคโรนาไวรัส)  อย่างไรก็ตาม  ตัวเลขที่แท้จริง (true figure) สำหรับจำนวนของผู้คนที่มีเชื้อโคโรนาไวรัส (people with coronavirus) ถูกคิดว่าสูงกว่า (ตัวเลขที่ปรากฏ) มาก (much higher)  เนื่องจาก (as) บุคคลจำนวนมาก (many of those) ที่มีอาการรุนแรงน้อยกว่า (milder symptoms) มิได้รับการตรวจสอบ (ตรวจพิสูจน์, สำรวจ, ทดสอบ, ทดลอง) (tested) และนับ (counted) (ว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัส)  ทั้งนี้  เชื้อไวรัสปรากฏขึ้น (โผล่ออกมา, ออกมา, มีตัวตน) (emerged) ในประเทศจีนในเดือนธันวาคม ๒๕๖๒  และผู้คนประมาณ ๓,๓๐๓ รายที่นั่นได้เสียชีวิตจากการติดโรค (การติดเชื้อ, โรคติดต่อ, ภาวะติดเชื้อ, เชื้อโรค, การทำให้มัวหมอง) (infection) - แต่ทั้งอิตาลีและสเปนในขณะนี้มีจำนวนผู้เสียชีวิต (death tolls) สูงกว่า  กล่าวคือ  ประมาณ ๑๐,๗๗๙ รายและ ๖,๘๐๓ รายตามลำดับ (respectively) (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓)โรคที่ระบาดไปทั่วโลก (โรคระบาด) (pandemic) ชนิดนี้  ได้สร้างความหายนะ (ทำให้เสียหาย, ทำลาย, ทำให้อับปาง, พังพินาศ, อับปาง, ประสบความหายนะ) (wrecked) ความหายนะ (ความเสียหาย, ความฉิบหาย) (havoc) (wrecked havoc =  สร้างความหายนะ) แก่ธุรกิจระหว่างประเทศ, การท่องเที่ยว (tourism), การแข่งขันกีฬา (sport events), และโรงเรียนและมหาวิทยาลัย  โดยมีนักเรียนเกือบ ๓๐๐ ล้านคนถูกส่งตัวกลับบ้านทั่วโลก

            โลกกำลังต่อสู้กับโรคเชื้อโคโรนาไวรัสหรือโควิด ๑๙  ซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้ที่สุด (ทำลายล้างที่สุด) (deadliest) โดยนักวิทยาศาสตร์จะไม่สามารถเริ่มต้นพัฒนาวิธีการ (เครื่องมือ, ทรัพย์สินจำนวนมากมาย, จำนวนมากมาย) (means) ของการรักษาเยียวยา (treating) และการป้องกัน (preventing) ความเจ็บไข้ได้ป่วย (การไม่สบาย, อาการคลื่นเหียนอาเจียน, ความเลวร้าย) (illnesses) ที่เกิดจากเชื้อไวรัส (virus-produced) ซึ่งร้ายแรงถึงตาย (เป็นอันตราย, ร้ายกาจ, เคราะห์ร้าย, ที่ทำให้เกิดความหายนะหรือล้มเหลวได้, เป็นเรื่องโชคชะตา) (fatal) ในมนุษยชาติ (human beings) จนกว่า (จนกระทั่ง) (until) ลักษณะ (ธรรมชาติ) (nature) ของเชื้อไวรัสจะได้รับความเข้าใจเป็นอย่างดี

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป