หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 69)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”


DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)


Tsunamis: the Greatest Oceanic Disaster


          The killer sea waves known as tsunamis are so quiet in their approach from afar, so seemingly harmless, that until recently their history has been one of surprise attack.

          Out in the middle of the ocean, the distance between tsunami wave crests can be 100 miles and the height of the waves no more than three feet: mariners can ride one and suspect nothing.  At the shoreline, the first sign is often an ebbing of the waters that leaves fish stranded and slapping on the bottom.  However, this is not a retreat but rather a gathering of forces.  When the great waves finally do strike, they rear up and batter harbor and coast, inflicting death and damage.

          These seismic sea waves – or tidal waves, as they are sometimes called – bear no relation to the moon or tides.  And the word “tsunami,” Japanese for “harbor waves,” relates to their destination rather than their origin.  The causes are various: undersea or coastal earthquakes, deep ocean avalanches or volcanism.  Whatever the cause, the wave motion starts with a sudden jolt like a whack from a giant paddle that displaces the water.  And the greater the undersea whack, the greater the tsunami’s devastating power.

          In 1883, Krakatoa volcano in the East Indies erupted, and the entire island collapsed in 820 feet of water.  A tsunami of tremendous force ricocheted around Java and Sumatra, killing 36,000 people with walls of water that reached 115 feet in height.

          In 1946, a tsunami struck first near Alaska and then, without warning, hit the Hawaiian islands, killing 159 people and inflicting millions of dollars of damage.  This led to the creation of the Tsunami Warning System, whose nerve center in Honolulu keeps a round-the-clock vigil with the aid of new technology.  If the seismic sea waves are confirmed by the Honolulu center, warnings are transmitted within a few hours to all threatened Pacific points.  While tsunami damage remains unavoidable, lives lost today are more likely to be in the tens than in the thousands.  Tsunamis have been deprived of their most deadly sting – surprise.


1. The author’s main point in this passage is that _____________________________________.

(ประเด็นสำคัญของผู้เขียนในเนื้อเรื่อง – บทความ – นี้  คือว่า ___________________________)

    (a) seismic sea waves today are carefully monitored and cause less damage than in the

          past    (คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหวในปัจจุบันได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ  และก่อ

          ให้เกิดความเสียหายน้อยกว่าในอดีต)  (ดูคำตอบในพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  มีการสร้าง

          ระบบเตือนภัยสึนามิในโฮโนลูลู  รัฐฮาวายของสหรัฐฯ ในปี ๑๙๔๖  และประโยคสุดท้ายของ

          พารากราฟกล่าวว่า  “................... ชีวิตซึ่งถูกทำให้สูญเสียในปัจจุบัน (โดยสึนามิ)  มีแนว

          โน้มมากขึ้นที่จะเป็นจำนวนหลายสิบราย  กว่าที่จะเป็นจำนวนหลายพันราย,  (ทั้งนี้เพราะ)

          สึนามิถูกพรากเอาไปจากการต่อย (ความเจ็บปวด) ซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้ (ทำลายล้าง)

          ที่สุดของมัน  คือ  การจู่โจมแบบไม่ให้รู้ตัว”  (หมายถึง  สึนามิถูกบอกให้รู้ล่วงหน้าโดยระบบ

          เตือนภัย  ทำให้การจู่โจมแบบไม่รู้ตัวของมันเกิดขึ้นไม่ได้  ซึ่งทำให้การเสียชีวิตในปัจจุบัน

          เป็นเพียงไม่กี่สิบราย  แทนที่จะเป็นหลายพันรายเหมือนในอดีต)

    (b) tsunamis can do little damage when they strike    (สึนามิสามารถทำความเสียหายเล็กน้อย 


    (c) there is little possibility of avoiding tidal waves once they are in motion    (มีความเป็นไปได้

          เล็กน้อยที่จะหลีกเลี่ยงคลื่นน้ำขนาดยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง -  เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ - เมื่อมัน


    (d) we need better equipment to track the movements of tsunamis    (เราต้องการอุปกรณ์ที่ดีขึ้น 

          เพื่อที่จะสะกดรอย (ติดตาม) การเคลื่อนไหวของสึนามิ)

2. In the first paragraph, “approach” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “การเข้าใกล้, ความใกล้, วิธีการเข้าไป เช่น ถนน, วิธีการ, วิถีทาง”  หมายถึง __


    (a) blunder    (ความผิดพลาด)

    (b) effort    (ความพยายาม)

    (c) obstacle    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

    (d) valor    (แว้ล-เล่อะ)  (ความกล้าหาญ, ความองอาจ, ความอาจหาญ)

    (e) objection    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

    (f) going near    (การเข้าไปใกล้)

    (g) renovation    (การตกแต่งเสียใหม่, การปรับปรุงใหม่, การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนดีดังเดิม)

    (h) temptation    (การยั่วใจ, การล่อใจ, การล่อ, สิ่งล่อใจ)

3. The word “harmless” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “ปราศจากอันตราย, ไม่มีภัย, ไม่ได้รับบาดเจ็บ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ____________)

    (a) durable    (คงทน, ทนทาน)   

    (b) luxurious    (หรูหรา, ฟุ่มเฟือย)

    (c) prudent    (ฉลาด, มองการณ์ไกล, รอบคอบ, สุขุม, ระมัดระวัง, พิถีพิถัน, ประหยัด, มัธยัสถ์)

    (d) reckless    (สะเพร่า, ประมาท, ไม่เอาใจใส่)

    (e) reliable   (ไว้วางใจได้, เชื่อถือได้, น่าเชื่อถือ)

    (f) equivocal    (คลุมเครือ, กำกวม, มี ๒ นัย, มีเล่ห์นัย, ไม่แน่นอน, ไม่แน่ชัด, น่าสงสัย)

    (g) inoffensive    (ไม่เป็นภัย, ไม่ทำอันตราย, ไม่ทำร้ายคนอื่น, ไม่รุกราน, ไม่น่ารังเกียจ)

    (h) futile    (ไร้ผล, ไม่มีประโยชน์, หาความจริงไม่ได้, ขี้ปะติ๋ว, ไม่สำคัญ)

4. What does “crests” in the second paragraph mean?

(ยอด, ยอดคลื่น, ยอดเขา, ยอดหมวก, หงอน, หงอนไก่, ยอด, สิ่งประดับบนยอด”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) greed    (ความละโมบ, ความโลภ, ความอยากได้, ความตะกละ)

    (b) hatred    (เฮ้-ทริด)  (ความเกลียดชัง, ความรังเกียจ)

    (c) premises    (เพร้ม-มิส  หรือ  พริ-ไม้ซ)  (สมมติฐาน, พื้นฐานสำหรับการสรุป, ที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้าง)

    (d) fistfights    (การชกต่อย) 

    (e) expeditions    (เอค-สพิ-ดิ๊ช-ชั่น)  (การเดินทาง, การเดินทางเพื่อสำรวจ  ทำสงคราม หรืออื่นๆ,


    (f) heists    (ไฮ้ซท)  (การปล้น, การขโมย, การโจรกรรม)  (ถ้าเป็นคำกริยา  หมายถึง "ปล้น, ขโมย") 

    (g) prerogatives    (พรี-ร้อก-กะ-ทิฟว)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์)

    (h) acmes    (แอ๊ค-มี่)  (จุดสูงสุด, จุดสุดยอด)

5. According to the passage, seismic sea waves _____________________________________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว ____________________)

    (a) are easily detected by fishermen    (ถูกสืบค้น – ตรวจพบ – อย่างง่ายดายโดยชาวประมง)

    (b) are named “tsunami” for the origin of the wave in the harbor    (ได้รับการตั้งชื่อว่า “สึนามิ”

          สำหรับแหล่งกำเนิด – ต้นตอ – ของคลื่นในท่าเรือ)

    (c) are called tidal waves because of their relation to the moon    (ถูกเรียกว่าคลื่นน้ำขนาดยักษ์

          ที่พัดเข้าหาฝั่ง  เนื่องจากความสัมพันธ์ของมันกับดวงจันทร์)

    (d) originate far from the place  where they strike    (มีจุดกำเนิดห่างไกลจากสถานที่ซึ่งมัน

          จู่โจม)  (ดูคำตอบจากพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “คลื่นทะเลเพชฌฆาต  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า

          สึนามิ  เงียบมากในการเข้าใกล้ (ชายฝั่ง) ของมันจาก (ที่) ห่างไกล,”  หรือจากประโยคแรก

          ของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ไกลออกไปกลางมหาสมุทร  ระยะทางระหว่างยอดคลื่นสึนามิ 

          สามารถเป็น ๑๐๐ ไมล์  และความสูง ........................)

6. The word “mariners” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “กะลาสีเรือ, ”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย _______________________________)

    (a) ancestors    (บรรพบุรุษ)

    (b) fellow-citizens    (พลเมืองร่วมชาติ)

    (c) descendants    (ดิ-เซ้น-เดิ้นท)  (ลูกหลาน, ผู้สืบเชื้อสาย, ผู้สืบสกุล, ทายาท)

    (d) shipwrights    (ช่างไม้ต่อเรือ, ช่างไม้ซ่อมเรือ)

    (e) sailors    (กะลาสีเรือ, ทหารเรือ)

    (f) exhibitionists    (เอค-ซะ-บิ๊ช-ชะ-นิสท)  (ผู้ชอบแสดงออก, ผู้ชอบอวด, ผู้ชอบอวดอวัยวะเพศของตน

         แก่ผู้อื่น  เช่น ผู้แก้ผ้าวิ่งในสนามฟุตบอลขณะกำลังมีการแข่งขัน)

    (g) wardens    (ว้อร์-เดิ้น)  (พัศดี, ผู้คุม, ผู้คุมนักโทษ, ยาม, ผู้พิทักษ์, ผู้อุปถัมภ์, ผู้ปกครอง)

    (h) octogenarians    (ผู้มีอายุระหว่าง  ๘๐-๘๙  ปี)

7. The word “retreat” in paragraph 2 is closest in meaning to ___________________________.

(คำว่า  “การล่าถอย, การถอย, การถอยกลับ, แตรเลิก, แตรเย็น, สัญญาณถอย, การปลดเกษียณ, การถอนตัวจากวงการ, สถานที่ลี้ภัยหรือพักฟื้น”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) posterity    (ชนรุ่นหลัง, ทายาท)

    (b) antithesis    (แอน-ที-ธี้-ซิส)  (สิ่งที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง, ความตรงกันข้าม, การต่อต้าน) 

    (c) debris    (เด๊บ-บรี  หรือ  เด๊-บรี)   (ซากสลักหักพัง, เศษ, เศษอิฐ หิน ปูน ฯลฯ, ขยะ, การสะสมของ

          เศษหิน ดิน ทราย ที่ถูกลมพัดพามา) 

    (d) privilege    (พริฟ-วะ-ลิจ)  (สิทธิพิเศษ, อภิสิทธิ์, เอกสิทธิ์, ประโยชน์พิเศษ, ข้อได้เปรียบ) 

    (e) entreaty    (เอน-ทรี้-ที่)  (การขอร้อง, การวิงวอน, การอ้อนวอน, คำขอร้อง-วิงวอน-อ้อนวอน) 

    (f) gusto    (กัส-โท)  (ความเพลิดเพลินเต็มที่, ความเอร็ดอร่อย, ความชอบ, ความพอใจ)  

    (g) peril    (อันตราย, ภัย, การเสี่ยงภัย, ภัยพิบัติ, ความหายนะ, มรสุมร้าย)

    (h) withdrawal    (การถอนออก, การเอากลับ, การดึงกลับ, การหด, การเลิก)

8. What does “batter” in paragraph 2 mean?

(“โจมตีติดต่อกัน, ทุบตีติดต่อกัน, นวด, ใช้จนเสีย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) peruse    (พิ-รูซ)  (อ่านตรวจ, อ่าน, พินิจพิจารณา, มองหรือสำรวจอย่างละเอียด)

    (b) capacitate    (ทำให้สามารถ, ให้อำนาจ)

    (c) persuade    (ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, ทำให้เชื่อ, กล่อม, แนะนำ)

    (d) relinquish    (ริ-ลิ้ง-ควิช)  (สละ, ละทิ้ง)

    (e) exploit    (ใช้อย่างเอารัดเอาเปรียบ, ใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว, ใช้ประโยชน์)

    (f) assault    (อะ-ซ้อลท)  (โจมตี, จู่โจม, ทำลาย, ข่มขืน)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การโจมตี

          อย่างรุนแรง, การจู่โจม, การทำลาย (ชื่อเสียง), การข่มขืน”)

    (g) strengthen    (ทำให้แข็งแรง, ทำให้เข้มแข็ง, ทำให้แน่นแฟ้น)

    (h) molest    (รุกรานทางเพศ, รบกวน, เข้าไปยุ่ง)

9. According to the passage, all of the following are possible causes of seismic sea waves EXCEPT _______________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ทุกข้อต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ของคลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว  ยกเว้น _________________)

    (a) earthquakes near a coastline    (แผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่ง)  (เป็นสาเหตุหนึ่ง ฯ  ดูจากประโยคที่ ๓

          ของพารากราฟ ๓)

    (b) tides    (น้ำขึ้นน้ำลง, กระแสน้ำ, สิ่งที่ขึ้นๆ ลงๆ สลับกัน, ฤดู, เทศกาล, ช่วงระยะเวลาหนึ่ง

          (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “คลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว

          เหล่านี้  หรือคลื่นน้ำขนาดยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง  เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ  ตามที่มันถูก

          เรียกบางครั้ง  ไม่มีความสัมพันธ์กับดวงจันทร์  หรือน้ำขึ้นน้ำลง  หรือกระแสน้ำ”)

    (c) avalanches underwater    (แผ่นดินถล่มใต้น้ำ)  (เป็นสาเหตุหนึ่ง ฯ  ดูจากประโยคที่ ๓ ของ

          พารากราฟ ๓)

    (d) volcanos    (ภูเขาไฟ)  (เป็นสาเหตุหนึ่ง ฯ  ดูจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓)

10. “avalanches” in the third paragraph refers to __________________________________.

(แผ่นดิน (หิมะ, น้ำแข็ง, หิน) ถล่ม, สิ่งที่ถล่มหรือพังทลายลงมา”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ____


      (a) blizzards    (พายุหิมะ)

      (b) whirlpools    (น้ำวน)

      (c) quicksands    (ทรายดูด)

      (d) whirlwinds    (ลมวน, ลมบ้าหมู, ลมเพชรหึง, กระแสน้ำวน, ลมกรด, สิ่งหมุนวนที่มีอำนาจทำลายล้าง)

      (e) landslides    (แผ่นดินถล่ม, แผ่นดินทลาย, การได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น)

      (f) impasses    (อิ๊ม-แพส)  (ทางตัน, สภาวะที่อับจน)

      (g) escalations    (การขยายออกไป, การลุกลามออกไป)

      (h) prestige     (เพรส-ที้จ) (ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, เกียรติภูมิ, ศักดิ์ศรี, บารมี)

11. In paragraph 3, why does the author mention “a giant paddle”?

(ในพารากราฟ ๓,  ทำไมผู้เขียนกล่าวถึง  “ใบพายยักษ์”)

      (a) To give a definition    (ให้คำจำกัดความ)

      (b) To make a suggestion    (ให้คำแนะนำ)

      (c) To make a comparison    (เพื่อเปรียบเทียบ)  (กล่าวถึงเมื่อเกิดสึนามิ  ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุ

            ใดก็ตาม  การเคลื่อนที่ของคลื่นเริ่มต้นด้วยการสั่นไหวโดยทันทีทันใด  เหมือนกับ (คล้ายกับ)

             การหวดเสียงดัง (การตีเสียงดัง) จากใบพายยักษ์  ซึ่งทำให้น้ำเคลื่อนที่)

      (d) To draw a conclusion    (ทำการสรุป)

12. The word “devastating” in paragraph 3 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “ทำลายล้าง, ทำความเสียหาย”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________)

      (a) accelerating    (ซึ่งเร่ง, ซึ่งเร่งให้เกิดขึ้น, ซึ่งเพิ่มขึ้น, ซึ่งทำให้เกิดขึ้น)

      (b) conspicuous    (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ)

      (c) shocking    (น่าตกใจ, ทำให้สะดุ้งตกใจ, เขย่าขวัญ, เลวมาก)

      (d) comprehensive    (กว้างขวาง, ครอบคลุม, เข้าใจได้กว้าง, ซึ่งหยั่งรู้, ซึ่งประกันความเสียหาย


      (e) zealous     (กระตือรือร้นอย่างมาก, ใจจดใจจ่อ, ขยันขันแข็ง, เร่าร้อน, ปรารถนาอย่างแรงกล้า)

      (f) destructive    (ซึ่งทำลาย, ชอบทำลาย, เป็นอันตราย, เป็นภัย)

      (g) circumspect    (รอบคอบ, ระมัดระวัง, ละเอียดรอบคอบ)

      (h) proficient    (โพร-ฟิ้ช-เชี่ยนท)  (ชำนิชำนาญ, เชี่ยวชาญ, คล่องแคล่ว)

13. In the fourth paragraph, “erupted” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ปะทุ, ระเบิด, แตกออก, พุ่งออกมา, ทำให้ปะทุ, ทำให้ระเบิดออก”  หมายถึง ___


      (a) contaminated    (ทำให้ปนเปื้อน, ทำให้ไม่บริสุทธิ์, เจือปน)

      (b) prohibited    (โพร-ฮิ้บ-บิท)  (ห้าม, ขัดขวาง, ป้องกัน)

      (c) elucidated    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง, อธิบายอย่างละเอียด, ชี้แจง)

      (d) incited    (กระตุ้น, ยุยง, ปลุกปั่น)

      (e) mitigated   (ทำให้บรรเทาเบาบาง, ทำให้ลดน้อยลง)

      (f) burst    (ระเบิด, ระเบิดแตก, ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน, แตกออก, ผลิ, พอง, ปริ, เกิดขึ้นอย่าง

            ฉับพลัน, ทำให้แตกหรือพังทลาย)  (กริยา ๓ ช่อง คือ “burst, burst, burst”)

      (g) depleted    (ดิ-พลี้ท)  (ใช้หมดไป, ทำให้สูญเสีย, ทำให้หมดสิ้นหรือลดน้อยลงมาก, ทำให้ว่างเปล่า)

      (h) interrupted    (ขัดจังหวะ, ทำให้หยุด, พูดแทรก, พูดตัดบท)

14. “collapsed” in paragraph 4 is similar in meaning to _______________________________.

(“ล้มครืน, ทรุดลง, พังลง, ยุบลง, พับเก็บได้, ล้มเหลว, ล้มหมดสติ, ทำให้ล้มลงหรือพัง”  ในพารากราฟ ๔  มีความหมายใกล้เคียงกับ ________________)

      (a) annihilated    (อะ-ไน้-ฮิ-เลท-ทิด)  (ทำลายล้าง, ทำลายสิ้นซาก, บดขยี้)

      (b) reinforced    (เพิ่มกำลังทางทหาร, เสริมกำลังทหาร, ทำให้แข็งแกร่งขึ้น, เสริม, สนับสนุน)

      (c) amassed    (สะสม, รวบรวม)

      (d) disseminated    (เผยแพร่, แพร่กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย)

      (e) pioneered    (นำทาง, บุกเบิก, ริเริ่ม, หักร้างถางพง)

      (f) opposed    (เออะ-โพส)  (คัดค้าน, แย้ง, ไม่เห็นด้วย, เป็นคู่แข่งของ, เป็นปรปักษ์ต่อ)

      (g) toppled    (ล้มลง, คว่ำลง, โอนเอนทำท่าจะล้ม, หกคะเมน)

      (h) endured  (อดทน, ทนทาน)

15. The word “tremendous” in paragraph 4 may be replaced by _________________________.

(คำว่า  “มหาศาล, มหึมา, ใหญ่โตมาก, มากมาย, อย่างยิ่ง, น่ากลัว, น่าตกตะลึง, ดีเยี่ยม, ยอดเยี่ยม”  ในพารากราฟ ๔,  อาจแทนโดย _______________)

      (a) genuine    (จริง, แท้, มิใช่ของปลอม)

      (b) intensive    (เข้มข้น, ละเอียด, รุนแรง, คร่ำเคร่ง, (การเพาะปลูก) หนาแน่น)

      (c) candid    (จริงใจ, ตรงไปตรงมา)

      (d) harmonious    (เสนาะหู, คล้องจองกัน, กลมกลืนกัน, ประสานกัน, เข้ากันได้, สามัคคี)

      (e) immense    (มหึมา, มโหฬาร, ใหญ่มาก, มากมาย, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต, เหลือคณานับ,

           ดีมาก, เลิศ, ยอดเยี่ยม)

      (f) extensive    (กว้างขวางมาก, ครอบคลุม, กว้าง, แพร่หลาย, ถ้วนทั่ว, ซึ่งเพาะปลูกห่างๆกัน)

      (g) diminutive    (เล็กมาก, จิ๋ว)

      (h) robust    (แข็งแรง, แข็งแกร่ง)

16. The phrase “a round-the-clock vigil” in the fifth paragraph is closest in meaning to ________.

(วลี  “การเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง”  ในพารากราฟ ๕  มีความหมายใกล้เคียงที่สุดกับ __________)

      (a) a good count    (การนับอย่างดี)

      (b) a careful record    (การบันทึกอย่างรอบคอบ)

      (c) an open line    (เส้นทางคมนาคมที่เปิด, สายโทรศัพท์ที่เปิดให้คนโทรเข้ามา)

      (d) a constant watch    (การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง)

      (e) a run around a clock tower    (การวิ่งรอบหอนาฬิกา) 

17. The tone of this article can best be described as __________________________________.

(น้ำเสียงของบทความนี้  สามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่า ______________________________)

      (a) informative    (ให้ความรู้, ให้ข้อมูล, แจ้งให้ทราบ)  (คือ  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสึนามิ  ตั้งแต่สา

            เหตุการเกิดขึ้นของมัน, การทำลายล้างของมัน  ไปจนถึงการสร้างระบบเตือนภัยจากมัน)

      (b) exaggerated    (โม้, พูดเกินความจริง)

      (c) critical    (วิพากษ์วิจารณ์, ติเตียน, วิเคราะห์, วิกฤต, อันตราย, เกี่ยวกับความเป็นความตาย)

      (d) comparative   (เปรียบเทียบ)

      (e) indignant    (โกรธเคือง, โมโห)

      (f) anxious    (วิตกกังวล)

      (g) humorous    (มีอารมณ์ขัน, ขบขัน, ตลก)

      (h) suggestive    (แนะนำ, เสนอแนะ, เชิงแนะ, เต็มไปด้วยข้อชวนคิด, เป็นการแย้ม)

18. What does “threatened” in paragraph 5 mean?

(“คุกคาม, เตือนภัย, ขู่เข็ญ, เป็นลางร้าย”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึงอะไร)

      (a) stimulated    (กระตุ้น, เร้าใจ, เร้า, ปลุกใจ, ส่งเสริม, กระตุ้นประสาท, ชูกำลัง)

      (b) capitulated    (คะ-พิช-ชุ-เลท)  (ยอมแพ้, ยอมจำนน, ยินยอม, หยุดต่อต้าน)

      (c) abominated    (อะ-บ๊อม-มิ-เนท)  (เกลียดชัง, เกลียดอย่างแรง)

      (d) exterminated    (ทำลายสิ้น, กำจัดให้สิ้น, ขุดรากถอนโคน, ถอนราก)

      (e) deleted    (ลบออก, เอาออก, ตัดออก)

      (f) imperiled    (ทำให้เกิดอันตราย, เป็นภัยต่อ, เป็นอันตรายต่อ)

      (g) impeded    (อิม-พี้ด)  (ขัดขวาง, หน่วงเหนี่ยว, ต้าน, ต้านทาน)

      (h) debilitated    (ดิ-บิ๊ล-ลิ-เทท)  (ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้อ่อนเพลีย, ทำให้ทรุดโทรม)

19. “unavoidable” in the final paragraph refers to ___________________________________.

(“ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________________)

      (a) reckless    (ไม่รอบคอบ, สะเพร่า, ประมาทเลินเล่อ)

      (b) confidential    (ลับๆ, เป็นที่ไว้วางใจ, ซึ่งแสดงว่าเชื่อถือ)

      (c) deliberate    (มีเจตนา, จงใจกระทำ)

      (d) inevitable    (ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้, แน่นอน, จำเป็น)

      (e) amicable    (มีไมตรีจิต, เป็นมิตร, รักใคร่กัน, ฉันมิตร)

      (f) credulous    (ซึ่งหูเบา, ซึ่งเชื่อคนง่าย, ซึ่งเชื่อคนมากเกินไป, ซึ่งไว้วางใจคนง่ายเกินไป)

      (g) repentant    (สำนึกผิดหรือบาป, เสียใจในความผิดที่ได้กระทำไป)

      (h) diffident    (ดิ๊ฟ-ฟิ-เดิ้นท)  (ประหม่า, ขี้อาย, ไม่มั่นใจในตัวเอง, ลังเล) 

20. The word “deprived” in the final paragraph may be replaced by ______________________.

(คำว่า  “พรากเอาไป, ทำให้ไม่ได้รับ, ถอดถอน, ไล่ออก, ตัดสิทธิ, กีดกัน”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ________________)

      (a) propelled    (ขับดัน, ขับเคลื่อนที่, ทำให้ไปข้างหน้า)

      (b) steered    (นำทาง, มุ่งหน้า, คุมหางเสือ, ถือพวงมาลัย, คัดท้าย)

      (c) delayed    (ทำให้ล่าช้า)

      (d) exceeded    (เกิน, มากเกิน, เกินกว่าพอดี)

      (e) taken away    (ถูกนำไป)

      (f) overcome   (เอาชนะ, พิชิต, มีชัยเหนือ)

      (g) regretted    (เสียใจ, โทมนัส, สลดใจ)  

      (h) unearthed    (ขุดคุ้ย, เปิดเผย, ขุดดิน, ขุด)

21. According to the passage, the Tsunami Warning System was created because of ____________.

(ตามที่เนื้อเรื่อง – บทความ – กล่าว,  ระบบเตือนภัยสึนามิถูกสร้างขึ้น  เนื่องมาจาก _____________)

      (a) the availability of new technology    (ความสามารถหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาได้)

      (b) the occurrence of the 1946 tsunami    (การเกิดขึ้นของสึนามิในปี ๑๙๔๖)  (ดูคำตอบจาก

            ๒ ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ในปี ๑๙๔๖  สึนามิโจมตีครั้งแรกใกล้กับ

            รัฐอลาสกา  และต่อจากนั้น, โดยปราศจากการเตือน, โจมตีหมู่เกาะฮาวาย  สังหารผู้คน ๑๕๙

            คน  และก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนหลายล้านดอลลาร์  สิ่งนี้นำไปสู่การสร้างระบบการ

            เตือนภัยสึนามิ  ซึ่งศูนย์กลาง ........................)

      (c) the loss of millions of lives    (การสูญเสียชีวิตหลายล้านชีวิต)

      (d) the nervous state of people in Honolulu    (สภาวะวิตกกังวลของผู้คนในโฮโนลูลู – รัฐฮาวาย)



สึนามิ : ภัยพิบัติจากมหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

            คลื่นทะเลเพชฌฆาต (killer sea waves)  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า (known as) สึนามิ (tsunamis) เงียบมาก (so quiet) ในการเข้าใกล้ (ความใกล้, วิธีการเข้าไป เช่น ถนน, วิธีการ, วิถีทาง) (approach) (ชายฝั่ง) ของมันจาก (ที่) ห่างไกล (ไกลมาก, ไกลกันมาก, แต่ไกล, ไกลจาก) (afar) (หมายถึง  จากจุดกำเนิดของมันในมหาสมุทร)  (และ) ดูเหมือนว่า  (seemingly) ปราศจากอันตราย (ไม่มีภัย, ไม่ได้รับบาดเจ็บ) (harmless) มากเสียจนกระทั่งเมื่อเร็วๆ มานี้ (recently) เอง  ที่ประวัติ (ประวัติศาสตร์, เหตุการณ์ในอดีต, เรื่องเก่าแก่, พงศาวดาร, วิชาประวัติศาสตร์) (history) ของมัน (สึนามิ)  เป็นเรื่อง (ประวัติ) ของการจู่โจม (การโจมตี) (attack) แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, ความรู้สึกประหลาดใจ, การทำให้ประหลาดใจ) (surprise)

            ไกลออกไปกลางมหาสมุทร (Out in the middle of the ocean)  ระยะทาง (distance) ระหว่างยอด (ยอดคลื่น, ยอดเขา, ยอดหมวก, หงอน, หงอนไก่, ยอด, สิ่งประดับบนยอด) (crests) คลื่นสึนามิ  สามารถเป็น ๑๐๐ ไมล์  และความสูง (height) ของคลื่นไม่เกิน ๓ ฟุต  โดยที่กะลาสีเรือ (mariners) สามารถเดินเรือ (โต้คลื่น, ลอยลำ, จอดเรือ, ขี่รถ, ขี่ม้า, ควบม้า) (ride) บนคลื่น (one) ได้  และไม่ระแวงสงสัยอะไรเลย (suspect nothing),  ส่วนที่แนวชายฝั่ง (shoreline)  สัญญาณ (sign) แรกบ่อยครั้งมักเป็นการลดลง (การไหลกลับ, การไหลไป, การเสื่อม, การสูญเสีย) (ebbing) ของน้ำทะเลหรือทะเลสาบ (waters)  ซึ่งทิ้งให้ปลา (leaves fish) ถูกเกยหาด (เกยฝั่ง, ติด, ทำให้อยู่ในฐานะที่ทำอะไรไม่ได้) (stranded) และนอนกระจัดกระจาย (slapping on) อยู่ก้นทะเล (bottom),  อย่างไรก็ตาม  สิ่งนี้มิใช่การล่าถอย (การถอย, การถอยกลับ, แตรเลิก, แตรเย็น, สัญญาณถอย, การปลดเกษียณ, การถอนตัวจากวงการ, สถานที่ลี้ภัยหรือพักฟื้น) (retreat) (ของน้ำ)  แต่เป็นการรวมกำลังกันมากกว่า (rather a gathering of forces)ในที่สุด (finally)  เมื่อคลื่นยักษ์ (great waves) โจมตีจริงๆ (do strike)  มันก็จะชูขึ้น (ตั้งขึ้น) (rear up) และโจมตีติดต่อกัน (ทุบตีติดต่อกัน, นวด, ใช้จนเสีย) (batter) ท่า เรือ (harbor) และชายฝั่งทะเล (coast) (โจมตีท่าเรือและชายฝั่งติดต่อกัน)  ก่อให้เกิด (ลงโทษ, ทำโทษ, ทำให้ได้รับความทุกข์) (inflicting) ความตาย (death) และความเสียหาย (damage)      

            คลื่นทะเล (sea waves) ที่เกิดจากแผ่นดินไหว (เกี่ยวกับแผ่นดินไหว) (seismic) เหล่านี้  หรือคลื่นน้ำขนาดยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง เนื่องจากแผ่นดินไหวหรือพายุ (คลื่นทะเลหรือมหาสมุทร) (tidal waves) ตามที่มันถูกเรียกบางครั้ง  ไม่มีความสัมพันธ์ (bear no relation) กับดวงจันทร์หรือน้ำขึ้นน้ำลง (กระแสน้ำ, สิ่งที่ขึ้นๆ ลงๆ สลับกัน, ฤดู, เทศกาล, ช่วงระยะเวลาหนึ่ง) (tides)  และคำว่า “สึนามิ”  ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่น  มีความหมายว่า “คลื่นท่าเรือ (harbor waves)”  บอกถึง (เล่า, บรรยาย, เกี่ยวข้อง, เกี่ยวดอง, สัมพันธ์, สอดคล้อง) (relates to) จุดหมายปลายทาง (destination) ของมัน  มากกว่า (rather than) จุดกำเนิด (จุดเริ่มต้น, แหล่งกำเนิด, ที่มา, ต้นตอ, บ่อเกิด, มูลเหตุ, การเกิด) (origin) ของมัน (“คลื่นท่าเรือ”  หมายถึง  คลื่นที่เข้าโจมตีท่าเรือหรือชายฝั่ง  ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของมัน  มิใช่คลื่นซึ่งมีจุดกำเนิดที่ท่าเรือ)  ส่วนสาเหตุ (causes) (ของคลื่น) มีหลากหลาย (ต่างๆ กัน, มากมาย, ต่างประเภท, หลายลักษณะ) (various)  เช่น  แผ่นดินไหวใต้ทะเลหรือชายฝั่ง (undersea or coastal earthquakes), พื้นมหาสมุทรที่อยู่ลึกถล่ม (deep ocean avalanches), หรือปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิด  หรือหินหลอมละลายใต้พื้นโลกปะทุขึ้นมาบนผิวโลก (volcanism)ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไรก็ตาม (Whatever the cause)  การเคลื่อนที่ของคลื่น (wave motion) เริ่มต้นด้วยการสั่นไหวโดยทันทีทันใด (sudden jolt)  เหมือนกับ (คล้ายกับ) (like) การหวดเสียงดัง (การตีเสียงดัง) (whack) จากใบพายยักษ์  (giant paddle)  ซึ่งทำให้น้ำเคลื่อนที่ (displaces the water),  และยิ่งการตีเสียงดังใต้ทะเลมากขึ้น (the greater the undersea whack)  อำนาจทำลายล้าง (ทำความเสียหาย) (devastating) ของสึนามิก็ยิ่งมากขึ้น

          ในปี ๑๘๘๓  ภูเขาไฟครักกะตัวในหมู่เกาะอินดีส์ตะวันออก (หมู่เกาะของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย) ปะทุ (ระเบิด, แตกออก, พุ่งออกมา, ทำให้ปะทุ, ทำให้ระเบิดออก) (erupted) ขึ้นมา  และเกาะทั้งเกาะ (entire island) ล้มครืน (ทรุดลง, พังลง, ยุบลง, พับเก็บได้, ล้มเหลว, ล้มหมดสติ, ทำให้ล้มลงหรือพัง) (collapsed) ในน้ำลึก ๘๒๐ ฟุต,  สึนามิที่มีพลังมหาศาล (tremendous force) เด้งกลับ (กระดอน, สะท้อน, แฉลบ)  (ricocheted) (ริ้ค-คะ-เช) รอบๆ เกาะชวาและสุมาตรา  สังหารผู้คน ๓๖,๐๐๐ คน  ด้วยกำแพงน้ำ (คลื่น) (walls of water) ซึ่งสูง ๑๑๕ ฟุต (reached 115 feet in height)

          ในปี ๑๙๔๖  สึนามิโจมตี (struck) ครั้งแรกใกล้กับรัฐอลาสกา  และต่อจากนั้น, โดยปราศจากการเตือน, โจมตี (hit) หมู่เกาะฮาวาย  สังหารผู้คน ๑๕๙ คน  และก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนหลายล้านดอลลาร์ (millions of dollars of damage)  สิ่งนี้นำไปสู่ (led to) การสร้าง (creation) ระบบการเตือนภัยสึนามิ (Tsunami Warning System)  ซึ่งศูนย์กลางเส้นประสาท (nerve center) (เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  ศูนย์บัญชาการเตือนภัย) ในโฮโนลูลูของมันคอยเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง (a round-the-clock vigil)  ด้วยความช่วยเหลือ (aid) ของเทคโนโลยีรุ่นใหม่,  ถ้าคลื่นทะเลที่เกิดจากแผ่นดินไหว (seismic sea waves) ได้รับการยืนยัน (confirmed) โดยศูนย์กลางในโฮโนลูลู  การเตือน (คำเตือน, การเตือนสติ, การแจ้งให้ทราบ) (warning) จะถูกส่งผ่าน (ส่งต่อ, ถ่ายทอด, แพร่เชื้อ, กระจาย, กระจายเสียง, ส่งสัญญาณ, ส่งคลื่น, ส่งโทรเลข, โอนสิทธิ, โอนหน้าที่) (transmitted) ภายใน ๒ – ๓ ชั่วโมงไปยังจุด (สถานที่, ทิศทาง, ตำแหน่ง, จุดสำคัญ, ขั้น, ตอน, เอกลักษณ์, ข้อแนะ, คะแนน, จุดประสงค์, จุดทศนิยม) (points) ต่างๆ ทั้งหมดใน (หรือที่อยู่ริม) มหาสมุทรแปซิฟิก  ซึ่งถูกคุกคาม (เตือนภัย, ขู่เข็ญ, เป็นลางร้าย) (threatened),  โดยในขณะที่ความเสียหายจากสึนามิ (tsunami damage) ยังคง (remains) ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (unavoidable)  ชีวิตซึ่งถูกทำให้สูญเสีย (ทำหาย, พ่ายแพ้, ขาดทุน, ทำให้สูญเสีย, ทำให้หายนะ, เสียโอกาส, ไม่สามารถรักษาชีวิต) (lost) ในปัจจุบัน  มีแนวโน้มมากขึ้น (more likely) ที่จะเป็นจำนวนหลายสิบราย (tens)  กว่าที่จะเป็นจำ  นวนหลายพันราย (thousands),  (ทั้งนี้เพราะ) สึนามิถูกพรากเอาไป (ทำให้ไม่ได้รับ, ถอดถอน, ไล่ออก, ตัดสิทธิ, กีดกัน) (deprived) จากการต่อย (ความเจ็บปวด, ความปวดเสียว, ความสามารถที่จะต่อย (ตำ, แทง, กัด), ตัวต่อย-ตำ-แทง-กัด) (sting)  ซึ่งเป็นอันตรายถึงตายได้ (ทำลายล้าง, เหมือนตาย, ที่เป็นศัตรู, แม่นยำ, น่าเบื่ออย่างยิ่ง) (deadly) ที่สุดของมัน  คือ  การจู่โจมแบบไม่ให้รู้ตัว (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, ความรู้สึกประหลาดใจ, การทำให้ประหลาดใจ) (surprise) (หมายถึง  สึนามิถูกบอกให้รู้ล่วงหน้าโดยระบบเตือนภัย  ทำให้การจู่โจมแบบไม่รู้ตัวของมันเกิดขึ้นไม่ได้  ซึ่งทำให้การเสียชีวิตในปัจจุบันเป็นเพียงไม่กี่สิบราย  แทนที่จะเป็นหลายพันรายเหมือนในอดีต)


เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  


                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป