หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 63)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Kunta Kinte : The Kidnapped Slave

 

          He lay there in the darkness hearing the voice of his father sternly warning him and Lamin never to wander off anywhere alone; Kunta desperately wished that he had heeded his father’s warnings.  His heart sank with the thought that he would never again be able to listen to his father, that for the rest of whatever was going to be his life, he was going to have to think for himself.

          “All things are the will of Allah!”  That statement – which had begun with the alcala* - went from mouth to ear, and when it came to Kunta from the man lying on his left side, he turned his head to whisper the words to his Wolof shacklemate.  After a moment, Kunta realized that the Wolof hadn’t whispered the words on to the next man, and after wondering for a while why not, he thought that perhaps he hadn’t said them clearly, so he started to whisper the message once again.  But abruptly the Wolof spat out loudly enough to be heard across the entire hold, “If your Allah wills this, give me the devil!”  From elsewhere in the darkness came several loud exclamations of agreement with the Wolof, and arguments broke out here and there.

          Kunta was deeply shaken.  The shocked realization that he lay with a pagan burned into his brain, faith in Allah being as precious to him as life itself.  Until now he had respected the friendship and the wise opinions of his older shacklemate.  But now Kunta knew that there could never be any more companionship between them.

* alcala  =  sort of elder counselor

 

1. “Kunta desperately wished that he had heeded his father’s warnings.” in the first paragraph means _______________.

(คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวังว่า  เขาได้ใส่ใจคำเตือนของพ่อของเขา”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง  _______________)

    (a) Kunta knew that his wishes could come true    (คุนต้ารู้ว่า  ความปรารถนาของเขาสามารถ

          เป็นจริงได้)

    (b) Kunta wished that his father had warned him    (คุนต้าปรารถนาว่า  พ่อของเขาได้เตือนเขา)

    (c) Kunta hopelessly wished that his father would warn him again    (คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวังว่า 

          พ่อของเขาจะเตือนเขาอีกครั้ง)

    (d) Kunta had not taken his father’s warnings    (คุนต้ามิได้ฟังคำเตือนของพ่อของเขา

          (ข้อนี้เป็นการแสดงความปรารถนาในอดีต Subject + Wish + (That) + Subject + Had +

          Verb 3” ว่าประธานฯ ได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ในอดีต  แต่จริงๆ แล้วมิได้กระทำ)

2. In the darkness, Kunta ____________________________________________________.

(ท่ามกลางความมืด,  คุนต้า ______________________________________________)

    (a) listened to his father’s voice    (ฟังเสียงของพ่อของเขา)

    (b) remembered hearing his father’s warnings    (จำได้ถึงการได้ยินคำเตือนของพ่อของเขา

          (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “เขานอนอยู่ตรงนั้นท่ามกลางความ

          มืด  ได้ยินเสียงของพ่อของเขา  ซึ่งเตือนเขาและลามิน (คนรักของคุนต้า) อย่างเข้มงวด   

          มิให้เตร็ดเตร่ไปยังที่ใดๆ ตามลำพัง)

    (c) thought his father spoke but it was the Wolof    (คิดว่าพ่อของเขาพูด  แต่มันคือโวลอฟ – ที่พูด)

    (d) was talking with his father and Lamin    (กำลังคุยกับพ่อของเขาและลามิน)

3. In the first paragraph, “desperately” refers to ___________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “อย่างสิ้นหวัง, อย่างเข้าตาจน, อย่างยิ่ง, อย่างเหลือเกิน, ด้วยความต้องการอย่างมาก, อย่างเต็มที่”  หมายถึง _________________)

    (a) colorfully    (อย่างเต็มไปด้วยสีสัน, มีภาพสีสดใส, น่าตื่นเต้น, ตรึงใจ, มีเสน่ห์)

    (b) ordinarily    (อย่างธรรมดา, อย่างปกติ, อย่างสามัญ, พื้นๆ, ระดับต่ำ, ต่ำกว่าปกติหรือค่าเฉลี่ย)

    (c) unchangeably    (อย่างไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้)

    (d) imminently    (อย่างจวนจะเกิด, อย่างใกล้จะเกิด)

    (e) ignominiously    (อย่างน่าอัปยศ, อย่างน่าอับอาย, อย่างน่าขายหน้า)

    (f) illicitly    (อย่างผิดกฎหมาย, อย่างไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ)

    (g) in despair    (อย่างหมดหวัง, ด้วยความสิ้นหวัง)

    (h) fruitfully    (อย่างประสบความสำเร็จ, อย่างได้ผล, มีผลดก)

4. The word “heeded” in paragraph 1 means _______________________________________.

(คำว่า  “ใส่ใจ, เอาใจใส่, สนใจ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ___________________________)

    (a) prayed    (สวดมนต์, อธิษฐาน, ขอร้อง, วิงวอน, ภาวนา, ขอได้โปรด)

    (b) complied    (คัม-ไพล่)  (ทำตาม, เชื่อฟัง, ยินยอม, ปฏิบัติตาม)

    (c) interrogated    (สอบถาม, ซักถาม) 

    (d) emulated    (เอ๊ม-มิว-เลท)  (เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่า) 

    (e) contradicted    (คอน-ทระ-ดิ๊คท)  (โต้แย้ง, กล่าวแย้ง, เถียง, ปฏิเสธ)  

    (f) articulated    (พูดอย่างชัดเจน, ออกเสียงชัดเจน)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  “Articulate” หมายถึง 

          “ชัดเจน, ออกเสียงชัดเจน, สามารถพูดได้, มีความหมาย”) 

    (g) swindled    (โกง, หลอกลวง, หลอกต้ม, ฉ้อโกง)

    (h) paid attention to    (ให้ความเอาใจใส่กับ)

5. Which of the following is TRUE?

(ข้อใดต่อไปนี้เป็นความจริง)

    (a) Kunta obeyed his father in everything.    (คุนต้าเชื่อฟังพ่อของตนในทุกเรื่อง)  (ไม่เป็นความจริง 

          เขาถูกลักพาตัวเนื่องจากไม่ฟังคำเตือนของพ่อที่ห้ามเขาไปไหนมาไหนตามลำพัง)

    (b) Kunta wondered what his father said.    (คุนต้าประหลาดใจ-สงสัย  ว่าพ่อของตนพูดอะไร) 

    (c) Kunta disobeyed his father by going off by himself.    (คุนต้าไม่เชื่อฟังพ่อของตนโดย

          การไปไหนมาไหนตามลำพัง)  (เป็นความจริง  ดูข้อความจากประโยคแรกที่กล่าวว่า  “เขานอน

          อยู่ตรงนั้นท่ามกลางความมืด  ได้ยินเสียงของพ่อของเขา  ซึ่งเตือนเขาและลามิน (คนรักของ

          คุนต้า) อย่างเข้มงวด   มิให้เตร็ดเตร่ไปยังที่ใดๆ ตามลำพัง,  คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวังว่า

          เขาได้ใส่ใจคำเตือนของพ่อ”  แต่จริงๆ แล้วเขามิได้เอาใจใส่คำเตือนฯ)

    (d) Kunta and Lamin always did things together.    (คุนต้าและลามินมักทำสิ่งต่างๆ ด้วยกันเสมอ) 

          (บทความมิได้บอก)

6. According to the first paragraph, Kunta ________________________________________.

(ตามที่พารากราฟแรกกล่าว,  คุนต้า __________________________________________)

    (a) lay in the darkness with his father    (นอนในท่ามกลางความมืดกับพ่อของตน)

    (b) felt his heart sink because his father was leaving    (รู้สึกว่าหัวใจของตนจมดิ่ง  เพราะว่าพ่อของ

          ตนกำลังจะจากไป)

    (c) lay in the darkness with none of his family    (นอนในท่ามกลางความมืดโดยไม่มีสมาชิก

          ในครอบครัวของเขา)  (คุนต้าถูกลักพาตัวไปคนเดียวในครอบครัวของเขา)

    (d) and Lamin were leaving his father    (และลามินกำลังจะจากพ่อของคุนต้าไป)

7. In the second paragraph, “will” means __________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ความประสงค์, ความตั้งใจ, ความตกลงใจ, เจตนารมณ์, ความสมัครใจ, พินัยกรรม, ความกระตือรือร้น”  หมายถึง _________________)

    (a) property    (ทรัพย์สิน, ทรัพย์สมบัติ, สมบัติ, ที่ดิน, สิทธิครอบครอง, กรรมสิทธิ์)

    (b) creatures    (สรรพสิ่งที่สร้างขึ้น, คน, บุคคล, สัตว์, เครื่องมือ, ทาส)

    (c) superstition    (การเชื่อโชคเชื่อลาง, การเชื่อเรื่องไสยศาสตร์, การเชื่อเรื่องงมงาย, การเชื่อผีถือสาง)

    (d) repetition    (การทำซ้ำ, การพูดซ้ำ, เรื่องซ้ำ, สำเนา, สิ่งที่อัดใหม่, การท่อง, การบรรเลงซ้ำ)   

    (e) competency    (ความสามารถ)

    (f) desire    (ความปรารถนา, ความต้องการ, ราคะ, สิ่งที่ต้องการ)

    (g) amusement    (ความสนุกขบขัน, มหรสพ, ความอภิรมย์, เครื่องหย่อนใจ)

    (h) amazement    (ความทึ่ง, ความประหลาดใจ)

8. The word “abruptly” in paragraph 2 may be replaced by ____________________________.

(คำว่า  “ในฉับพลัน, ในทันทีทันใด, อย่างปัจจุบันทันด่วน”  ในพารากราฟ ๒  อาจจะแทนโดย _______)

    (a) eagerly    (อย่างกระตือรือร้น, อย่างใจจดใจจ่อ)

    (b) distinctly    (อย่างชัดเจน, อย่างแจ่มแจ้ง, อย่างเป็นที่สังเกตได้ง่าย, อย่างแน่นอน, จำเพาะ, หายาก,

          แตกต่าง)

    (c) lively    (อย่างมีชีวิตชีวา)

    (d) improvidently    (อิม-พรอฟ-วิ-เดิ้นท)  (๑. อย่างเลินเล่อ, อย่างไม่ระวัง, อย่างไม่คิดถึงอนาคต,

          อย่างไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน,  ๒. ไม่ประหยัด, สุรุ่ยสุร่าย) 

    (e) severely    (อย่างรุนแรง)

    (f) ceaselessly    (ซีส-เลส-ลิ)  (อย่างไม่หยุดนิ่ง, อย่างไม่สิ้นสุด, อย่างไม่ขาดสาย, ไม่รู้จักจบ,

          ไม่หยุดหย่อน) 

    (g) suddenly    (ในทันทีทันใด, อย่างฉับพลัน, อย่างรวดเร็ว, อย่างกะทันหัน, อย่างคาดคิดไม่ถึง)

    (h) unprecedentedly    (อัน-เพรส-ซิ-เดิน-ทิด-ลิ)  (อย่างไม่เคยมีมาก่อน, อย่างไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทัด

          เทียมได้, อย่างไม่มีที่เปรียบหรือเสมอเหมือน,  อย่างคาดไม่ถึง, ไม่รู้มาก่อน) 

9. What does “exclamations” in paragraph 2 mean?

(“คำอุทาน, การร้องตะโกน, การเปล่งเสียง, การร้อง)”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) disseminations    (การแพร่กระจาย, การเผยแพร่, การทำให้กระจัดกระจาย)

    (b) collaborations    (ความร่วมมือ) 

    (c) procrastinations    (โพร-แครส-ทิ-เน้-ชั่น)  (การผัดวันประกันพรุ่ง, การเลื่อน, การหน่วงเหนี่ยว,

          การทำให้ชักช้า) 

    (d) terrors    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

    (e) outcries    (เสียงร้องดัง, เสียงโวยวาย, เสียงอึกทึก, การโวยวาย, การประท้วงหรือคัดค้าน

          อย่างรุนแรง, การประมูล, การเรียกราคา)

    (f) intrusions    (การล่วงล้ำ, การบุกรุก, การก้าวก่าย, การผลักดันของแกสอันตราย)

    (g) emotions    (อารมณ์, ความรู้สึกโกรธ, เกลียด, รัก, ดีใจ, เสียใจ, ความสะเทือนใจ)

    (h) quotations    (คำกล่าวอ้าง, คำพูดที่ยกมาอ้าง)

10. The statement “……...…he was going to have to think for himself” in paragraph 1 tells us that Kunta ________________.

(คำพูด  “................ เขากำลังจำเป็นต้องคิดเพื่อตัวเอง”  ในพารากราฟ ๑  บอกเราว่าคุนต้า _______)

      (a) had to depend on himself from then on    (จำเป็นต้องพึ่งพาตนเองจากนั้นเป็นต้นมา)

      (b) had to think of a profession by himself    (จำเป็นต้องคิดถึงอาชีพด้วยตนเอง)

      (c) was not going to take other people’s advice any longer    (ไม่ฟังคำแนะนำของคนอื่นอีกต่อไป)

      (d) was selfish not to think of other people    (เห็นแก่ตัว  ที่ไม่คิดถึงคนอื่น)

11. Kunta thought that bad incidents happened to him and his mates because ______________.

(คุนต้าคิดว่า  เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับตนและเพื่อนของตนเพราะว่า ____________________)

      (a) they were bad people    (พวกตนเป็นคนเลว)

      (b) they had no faith in Allah    (พวกตนไม่มีความศรัทธาในอัลลาห์)

      (c) Allah wished that    (พระอัลลาห์ปรารถนาเช่นนั้น)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารา

            กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “สิ่งทั้งหลายเป็นพระประสงค์ของพระอัลลาห์)

      (d) the alcala wished that    (ผู้ให้คำแนะนำอาวุโสปรารถนาเช่นนั้น)

12. “went from mouth to ear” in the second paragraph is similar in meaning to _______________.

(“ออกจากปากสู่หู”  ในพารากราฟ ๒  มีความหมายเหมือนกับ __________________________)

      (a) ate and listened to someone at the same time    (กินและฟังใครบางคน (พูด) ในเวลาเดียวกัน)

      (b) spread from one man to another by whispering    (แพร่กระจายจากคนหนึ่งไปยังอีกคน

            หนึ่งโดยการกระซิบ)

      (c) taken from the mouth to stick in the ear    (ถูกนำออกจากปากเพื่อติดไว้ในหู)

      (d) talked while the others were listening    (พูดคุยในขณะที่คนอื่นกำลังฟัง)

13. It was the turn of ________________ to pass the message to the next man but he failed to do it.

(มันถึงคราว – วาระ – ของ ________ ที่จะส่งผ่านข้อความไปยังคนถัดไป  แต่เขาล้มเหลวที่จะทำมัน)

      (a) Kunta’s shacklemate    (เพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกันของคุนต้า)  (หมายถึง  โวลอฟ  ซึ่งเป็นผู้

            ให้คำแนะนำอาวุโสของคนผิวดำ  และเป็นผู้ที่คุนต้าให้ความเคารพ)

      (b) the alcala    (ผู้ให้คำแนะนำอาวุโสของชาวบ้าน)  (มิได้ระบุตัวแน่นอนว่าเป็นผู้ใด)

      (c) the man next to the alcala    (คนที่อยู่ถัดไปจากผู้ให้คำแนะนำอาวุโส)

      (d) Kunta    (คุนต้า)

14. We can assume that the Wolof was ______________ when he said, “If your Allah wills this, give me the devil!”

(เราสามารถสันนิษฐานว่า  โวลอฟ (รู้สึก) ______________ เมื่อเขากล่าวว่า  “ถ้าอัลลาห์ของแกมีความประสงค์เช่นนี้  จงเอาภูตผีปีศาจมาให้ฉัน”)  (หมายถึง  ถ้าพระเจ้าประสงค์จะให้โวลอฟถูกลักพาตัวมาขายเป็นทาส  ก็ให้ตนไปนับถือปีศาจดีกว่า)

      (a) unemotional    (ไม่มีอารมณ์, ไร้ความรู้สึก)

      (b) fearful    (กลัว, น่ากลัว)

      (c) proud    (ภูมิใจ, ลำพองใจ, ถือดี, มีทิฐิ, สง่างาม)

      (d) bitter    (ขมขื่น, ขม, เผ็ดร้อน, ปวดแสบ, รุนแรง, ดุเดือด, หนาวจัด, สาหัส)  (เนื่องจากเขา

            ต้องตกระกำลำบาก  ถูกล่ามโซ่เพื่อรอการนำไปขายเป็นทาส)

15. The reaction of the men in the hold to the Wolof’s outcry suggests that ___________________.

(ปฏิกิริยาของคนที่อยู่ในที่คุมขัง  ต่อเสียงร้อง (เสียงโวยวาย) ของโวลอฟ  บอกเป็นนัยว่า _________)

      (a) they all had faith in Allah    (พวกเขาทุกคนมีความศรัทธาในอัลลาห์)

      (b) some of them had lost their faith in Allah    (พวกเขาบางคนได้สูญเสียความศรัทธาใน

            พระอัลลาห์)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒  ที่กล่าวว่า  มีเสียงอุทานมาก

            มาย – จากทาสที่ถูกคุมขัง – ที่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟ  ซึ่งดูหมิ่นอัลลาร์  ที่ปล่อยให้

            พวกตนต้องตกระกำลำบาก  แต่ก็มีการโต้เถียงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟเช่นกัน)

      (c) all of them agreed with the Wolof    (พวกเขาทุกคนเห็นด้วยกับ – คำพูด – ของโวลอฟ)

      (d) all of them disagreed with the Wolof    (พวกเขาทุกคนไม่เห็นด้วยกับ – คำพูด – ของโวลอฟ)

16. The word “precious” in the final paragraph may be replaced by _____________________. 

(คำว่า  “มีค่า, ล้ำค่า, เป็นที่รัก, อย่างยิ่ง, เต็มที่, พิถีพิถัน, ละเอียดถี่ถ้วน”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ________________)

      (a) immense    (ใหญ่มาก, มหึมา, มหาศาล, มากมาย, ไพศาล)

      (b) grateful    (ขอบคุณ, ชื่นชมยินดี, ปลื้มปิติ)

      (c) confidential    (ลับๆ, ไว้วางใจ)

      (d) instant    (ทันทีทันใด)

      (e) invaluable    (ล้ำค่า, หาค่ามิได้, มีค่ามาก, สุดที่จะประเมินค่าได้)

      (f) credulous    (ซึ่งหูเบา, ซึ่งเชื่อคนง่าย, ซึ่งเชื่อคนมากเกินไป, ซึ่งไว้วางใจคนง่ายเกินไป)

      (g) repentant    (สำนึกผิดหรือบาป, เสียใจในความผิดที่ได้กระทำไป)

      (h) diffident    (ดิ๊ฟ-ฟิ-เดิ้นท)  (ประหม่า, ขี้อาย, ไม่มั่นใจในตัวเอง, ลังเล) 

17. Kunta decided that he must end his friendship with his shacklemate because the Wolof had ___

____________.

(คุนต้าตัดสินใจว่า  เขาจะต้องยุติมิตรภาพกับเพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกับเขา  เพราะว่าโวลอฟ _______)

      (a) denounced Allah    (ประณาม – ติเตียนอัลลาห์)  (จากคำกล่าวของโวลอฟในประโยคก่อน

            สุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่ว่า  “ถ้าพระประสงค์ของอัลลาห์เป็นแบบนี้  เอาภูตผีปีศาจมาให้

            ฉันดีกว่า”  ซึ่งหมายความว่า  ถ้าอัลลาห์ให้โวลอฟต้องมาตกระกำลำบากถูกล่ามโซ่เพื่อนำ

            ไปขายเป็นทาส  ก็ให้เขานับถือภูตผีปีศาจเสียดีกว่า)

      (b) great faith in the devil    (มีศรัทธาอย่างใหญ่หลวงในปีศาจ)

      (c) become unfriendly    (ไมเป็นมิตร – กับเขา)

      (d) annoyed him with the loud cry    (ทำให้เขาขุ่นเคืองด้วยเสียงร้องอันดัง)

18. From the statement “The shocked realization that he lay with a pagan burned into his brain” in the final paragraph, we feel that Kunta thought _______________.

(จากคำพูด  “การตระหนักรู้ด้วยความตกใจ  ว่าเขานอนอยู่กับคนนอกศาสนา  ลุกไหม้อยู่ในสมองของเขา”  ในพารากราฟสุดท้าย,  เรารู้สึกว่าคุนต้าคิดว่า ________________)

      (a) he lay with a fearful man    (เขานอนอยู่กับคนที่น่ากลัว)

      (b) the Wolof was superior  to him    (โวลอฟเหนือกว่า – เก่งกว่า, ดีกว่า – เขา)

      (c) he was more civilized than the Wolof    (เขามีอารยธรรม – ได้รับการพัฒนา-ขัดเกลา –

            มากกว่าโวลอฟ)  (เนื่องจากคุนต้าคิดว่าคำพูดของโวลอฟติเตียนพระเจ้า คือ อัลลาห์  เขาเลย

            มองว่าโวลอฟเป็นคนนอกศาสนา  ดังนั้น  ตัวเขาจึงมีการพัฒนาด้านจิตวิญญาณสูงกว่าโวลอฟ)

      (d) the Wolof might harm him    (โวลอฟอาจจะทำอันตรายเขา)

19. From the third paragraph, it can be concluded that Kunta thought _____________________.

(จากพารากราฟ ๓,  มันสามารถสรุปว่า  คุนต้าคิดว่า _______________________________)

      (a) there was no god since Allah never showed up    (ไม่มีพระเจ้า  เพราะอัลลาห์ไม่เคยปรากฏตัว)

      (b) he must have faith no matter what happened    (เขาจะต้องมีศรัทธา – ในอัลลาห์ – ไม่ว่า

            อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม)  (ใจความในพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “คุนต้าตัวสั่นอย่างมาก  การตระ

            หนักรู้ด้วยความตกใจว่าเขานอนอยู่กับคนนอกศาสนาลุกไหม้อยู่ในสมองของเขา  ทั้งนี้ 

            ความศรัทธาในอัลลาห์มีค่าต่อตัวเขา  เหมือนกับชีวิตในตัวของมันเอง ..................... แต่ขณะ

            นี้  คุนต้ารู้ว่าไม่สามารถมีความเป็นเพื่อน (มิตรภาพ) ใดๆ ต่อไปอีกแล้วระหว่างเขากับโวลอฟ”  

            ซึ่งหมายความว่า  เขาจะต้องมีศรัทธาในอัลลาห์ต่อไปไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น)

      (c) Allah never helped him    (อัลลาห์ไม่เคยช่วยเหลือเขา)

      (d) Allah was superior to other gods    (อัลลาห์เหนือกว่าพระเจ้าองค์อื่นๆ)

20. The above passage is an example indicating that ________________________________.

(เนื้อเรื่องข้างบนเป็นตัวอย่างซึ่งบ่งชี้ว่า _______________________________________)

      (a) the Wolof was bad because he had faith in the devil rather than in Allah    (โวลอฟไม่ดีเพราะ

            ว่าเขามีศรัทธาในปีศาจมากกว่าในอัลลาห์)

      (b) if you don’t speak clearly, your friend will be angry and cry out loudly    (ถ้าคุณพูดไม่ชัดเจน 

            เพื่อนของคุณจะโกรธและร้องออกมาเสียงดัง)

      (c) there will be no companionship among desperate men    (จะไม่มีความเป็นเพื่อน – มิตรภาพ –

            ในบรรดาคนที่สิ้นหวัง)

      (d) desperate men may lose their faith in everything including Allah    (คนที่สิ้นหวังอาจจะ

            สูญเสียความศรัทธาในทุกสิ่งทุกอย่าง  รวมทั้ง (ใน) อัลลาห์)  (ดูจากคำพูดของโวลอฟที่กล่าว

            ติเตียนอัลลาห์ที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องกลายมาเป็นทาส  รวมทั้งเสียงเออะอะจากทาสในที่คุม

            ขังอีกจำนวนมากที่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟ  ทั้งนี้  โวลอฟเป็นผู้ให้คำแนะนำอาวุโสคน

            หนึ่งของคนผิวดำในแอฟริกา  และเคยเป็นผู้เคร่งศาสนาด้วย)

21. An expression describing the theme of the above passage is _______________________.

(คำพูดที่พรรณนาธีม – หรือสาระสำคัญ – ของเนื้อเรื่องข้างบน  คือ ___________________)

      (a) men’s feeling towards religion when they despair    (ความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อศาสนา

            เมื่อพวกเขาสิ้นหวัง)  (มักเป็นในเชิงลบหลู่  โดยมองว่าศาสนาไม่ได้ช่วยอะไรพวกเขาให้รอด

            พ้นจากชะตาชีวิตที่เลวร้ายได้เลย  เหมือนกับความรู้สึกของโวลอฟและทาสในที่คุมขังอีก

            หลายๆ คน)

      (b) the world is a just and pleasant place    (โลกเป็นสถานที่ที่ยุติธรรมและน่ารื่นรมย์)

      (c) Allah triumphs over the devil    (ชัยชนะของอัลลาห์ที่มีต่อปีศาจ)

      (d) men are friendly to each other    (มนุษย์เป็นมิตร – ให้ความช่วยเหลือ – ซึ่งกันและกัน)

 

(คำแปล)

คุนต้า คินเต้ : ทาสผู้ถูกลักพาตัว

 

            เขานอนอยู่ตรงนั้น (lay there) ท่ามกลางความมืด (in the darkness)  ได้ยินเสียงของพ่อของเขา  ซึ่งเตือน (warning) เขาและลามิน (คนรักของคุนต้า) อย่างเข้มงวด (อย่างเคร่งครัด, อย่างกวดขัน, อย่างพิถีพิถัน, อย่างรุนแรง) (sternly) มิให้เตร็ดเตร่ (เดินเตร่, ท่องเที่ยว, ไปโดยไม่มีจุดหมายแน่นอน, หันเหจากเดิม) (wander off) ไปยังที่ใดๆ ตามลำพัง (alone),  คุนต้าปรารถนาอย่างสิ้นหวัง (อย่างเข้าตาจน, อย่างยิ่ง, อย่างเหลือเกิน, ด้วยความต้องการอย่างมาก, อย่างเต็มที่) (desperately) ว่าเขาได้ใส่ใจ (เอาใจใส่, สนใจ) (heeded) คำเตือน (การเตือน) (warnings) ของพ่อ,  หัวใจของคุน ต้าจมดิ่ง (sank) ด้วยความคิด (thought) ที่ว่า  เขาจะไม่สามารถฟังพ่อของเขา (ตักเตือน) ได้อีก (เพราะขณะนี้เขาถูกลักพาตัวและล่ามโซ่อยู่ในที่คุมขังแห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนีย  เพื่อรอการนำไปขายเป็นทาสในอเมริกา  ก่อนสงครามกลางเมืองนับร้อยปี)  และ (ความคิด) ที่ว่า  สำหรับส่วนที่เหลือของชีวิตของเขาไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม (for the rest of whatever was going to be his life)  เขาจำเป็นต้องคิดเพื่อตัวเอง (หมายถึง  ต้องพึ่งพาตนเอง)

            “สิ่งทั้งหลายเป็นความประสงค์ (ความตั้งใจ, ความตกลงใจ, เจตนารมณ์, ความสมัครใจ, พินัยกรรม, ความกระตือรือร้น) (will) ของพระอัลลาห์ (พระเจ้าในศาสนาอิสลาม)”  คำกล่าวนั้น – ซึ่งเริ่มต้นด้วย (กล่าวโดย) ผู้ให้คำแนะนำอาวุโส (alcala) (ซึ่งถูกลักพาตัวและล่ามโซ่อยู่ในที่คุมขังเดียวกับคุนต้า) - ได้ออกจากปากถึงหู (went from mouth to ear) (หมายถึง  บอกต่อๆ กันไปแบบกระซิบ  เนื่องจากขณะนี้คุนต้าถูกล่ามโซ่ติดกันกับคนผิวดำอื่นๆ)  และเมื่อมัน (คำพูดของผู้ให้คำแนะนำอาวุโสที่พูดถึงพระอัลลาห์) มาถึง (หู) ของคุนต้าจากชายซึ่งนอนอยู่ด้านซ้ายมือ (left side) ของเขา  เขาก็หันศีรษะของเขาไปยังเพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกับเขา (shacklemate) ที่ชื่อโวลอฟ (Wolof) (โวลอฟ  เป็นผู้ให้คำแนะนำอาวุโสของคนผิวดำเช่นกัน),  หลังจากครู่หนึ่ง (After a moment)  คุนต้าตระหนัก (realized) ว่าโวลอฟมิได้กระซิบ (whispered) คำพูด (ที่กระซิบต่อๆ กันมาว่าสิ่งทั้งหลายเป็นพระประสงค์ของอัลลาห์  เช่น การที่พวกเขาต้องถูกลักพาตัวและล่ามโซ่ติดกันอยู่ในที่คุมขัง  ทั้งนี้เพราะโวลอฟเริ่มเสื่อมศรัทธาในอัลลาห์แล้ว  เมื่อเขาถูกลักพาตัวเพื่อนำมาขายเป็นทาสในสหรัฐฯ) ต่อไปยังคนที่อยู่ถัดจากเขาไป (next man)  และหลังจากประหลาดใจ (สงสัย, กังขา) (wondering) อยู่ครู่หนึ่ง (for a while) ว่าทำไม (โวลอฟ) จึงไม่ (กระซิบต่อ)  คุนต้าคิดว่าบางทีเขาเองมิได้กล่าวคำพูดนั้นอย่างชัดเจน  ดังนั้น  เขาจึงเริ่มกระซิบข้อความ (message) (ว่าสิ่งทั้งหลายเป็นพระประสงค์ฯ) อีกครั้งหนึ่ง (once again)  แต่ในฉับพลัน (ในทันทีทันใด, อย่างปัจจุบันทันด่วน) (abruptly)  โวลอฟก็ถุยน้ำลายออกมา (spat out) เสียงดังพอที่จะได้ยินกันไปทั่วทั้งที่คุมขัง (across the entire hold)  (พร้อมทั้งกล่าวว่า)  “ถ้าพระประสงค์ของอัลลาห์เป็นแบบนี้  เอาภูตผีปีศาจ (devil) มาให้ฉันดีกว่า”  (ต่อจากนั้น) มีการร้องอุทาน (การร้องตะโกน, การเปล่งเสียง, การร้อง) (exclamations) ดังๆ มากมาย  ที่แสดงการเห็นด้วย (agreement) กับโวลอฟ  โผล่ออกมาจากที่อื่นๆ (From elsewhere) ท่ามกลางความมืด (ในที่คุมขัง)  และการโต้เถียง  (arguments) (ระหว่างพวกที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับคำพูดของโวลอฟ) เกิดขึ้น  (broke out) ตรงนั้นบ้างตรงนี้บ้าง (here and there) (ภายในที่คุมขังทาส)  

            คุนต้าตัวสั่น (shaken) อย่างมาก (อย่างลึกล้ำ, อย่างลึกซึ้ง) (deeply)การตระหนักรู้ด้วยความตกใจ (shocked realization) ว่าเขานอนอยู่กับคนนอกศาสนา (pagan) ลุกไหม้อยู่ในสมองของเขา  ทั้งนี้  ความศรัทธา (faith) ในอัลลาห์มีค่า (precious) ต่อตัวเขา  เหมือนกับชีวิตในตัวของมันเอง (คุนต้าเป็นมุสลิมเคร่งศาสนา  และเขาเคยนับถือโวลอฟซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำอาวุโสแก่คนผิวดำขณะอยู่ในแอฟริกา  แต่เมื่อโวลอฟถูกลักพาตัวมายังสหรัฐฯ พร้อมกับคุนต้าและคนผิวดำอื่นๆ  โวลอฟก็เสื่อมศรัทธาในอัลลาห์  เนื่องจากเขาคิดว่าทำให้ชีวิตของเขาต้องตกระกำลำบาก),  คุนต้าได้เคารพ (respected) มิตรภาพ (friendship) และความคิดเห็นที่ฉลาดของเพื่อนที่ถูกล่ามโซ่ติดกับเขา (shacklemate) ที่แก่กว่า (หมายถึง  โวลอฟ) จนกระทั่งในปัจจุบัน  (หมายถึง  ในปัจจุบันเลิกให้ความเคารพแล้ว),  แต่ขณะนี้  คุนต้ารู้ว่าไม่สามารถมีความเป็นเพื่อน (มิตรภาพ) (companionship) ใดๆ ต่อไปอีกแล้วระหว่างเขากับโวลอฟ 

*****หมายเหตุ – คุนต้า คินเต้  (๑๗๕๐ – ๑๘๒๒) เป็นหนุ่มผิวดำชาวอเมริกัน  และเป็นตัวเอกในนิยายเรื่อง “รากเหง้า  :  นิยายวีรชนของครอบครัวอเมริกัน (ผิวดำ)”  ซึ่งเขียนขึ้นในปี ๑๙๗๖  โดยนักเขียนอเมริกันผิวดำ ชื่อ อเล็กซ์ ฮาลีย์  ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากคุนต้า  คินเต้  เป็น “generation” ที่ ๗,  ประวัติของเขาได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ทางทีวีแบบซีรีส์  และออกฉายไปทั่วโลก  รวมทั้งในประเทศไทยด้วย  ทั้งนี้  คุนต้าเป็นชาวแกมเบียในทวีปแอฟริกา  เขาถูกลักพาตัวในขณะที่ออกไปหาฟืนในป่า  และนำลงเรือมาพร้อมกับคนผิวดำอื่นๆ เดินทางมายังรัฐเวอร์จิเนียในสหรัฐฯ  เพื่อนำมาขายเป็นทาส  โดยบทความนี้  กล่าวถึงขณะที่เขาถูกคุมขังแบบล่ามโซ่ติดกันกับคนผิวดำอื่นๆ  เพื่อรอการขายเป็นแรงงานทาสให้กับเจ้าของไร่ฝ้ายในเวอร์จิเนีย  ก่อนจะเกิดสงครามกลางเมืองในสหรัฐฯ นับ ๑๐๐ ปี  คุนต้ามีภรรยาเป็นทาสชาวผิวดำเช่นกัน  และมีลูกสาวคนหนึ่งซึ่งหลบหนีนายทาสไปยังรัฐอื่นพร้อมกับคนรักของตน  เธอกลับมาที่เวอร์จิเนียอีกครั้งหลังจากที่พ่อของเธอ (คุนต้า) เสียชีวิตแล้ว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป