หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 62)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Famine

 

          Famine means a state of extreme hunger due to an insufficient supply of food suffered by the population of an area.  Natural causes, such as crop failures caused by adverse climatic conditions, have, since time immemorial, produced famine conditions.  Droughts, floods, excessive rainfall, cold summers, and over-long winters are common causes of crop failure, as are plagues of locusts, other insects, and rats.  Overpopulation tends to produce an imbalance in agricultural production and to create conditions which may result in famine after the failure of a single crop.

          In ancient societies, famines were of more frequent occurrences because of primitive methods of food production and storage.  Medieval Europe was no less liable to such suffering than China, India, and other countries of eastern Asia; both continents were equally devoid of efficient communication and transportation systems, with the consequence that a severe famine resulting from a bad harvest in one locality could not ordinarily be relieved by the inhabitants of a locality only 100 miles distant where the harvest had been excellent.  The growth of large urban centers and reliance chiefly on neighboring farmlands for food supply created conditions only too favorable to the outbreak of famine in big cities.

 

1. According to the passage, “famine” is ___________________________________________.

(ตามที่เนื้อเรื่องกล่าว, “ทุพภิกขภัย” คือ _______________________________________)

    (a) the greatest hunger which is caused by a lack of food    (ความหิวโหยอย่างที่สุด  ซึ่งมี

          สาเหตุมาจากการขาดแคลนอาหาร)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

          “ทุพภิกขภัยหมายถึงสภาพการณ์ของความหิวโหยแบบสุดโต่ง  เนื่องมาจากเสบียงอาหาร

          ที่ไม่เพียงพอ  ซึ่งได้รับความเดือดร้อน (ประสบ) โดยประชากรของพื้นที่หนึ่ง)

    (b) extreme hunger caused by the wrong kind of food    (ความหิวโหยแบบสุดโต่ง  ซึ่งมีสาเหตุมา

          จากอาหารผิดประเภท)

    (c) a population with underproduction of food    (ประชากรที่มีการผลิตอาหารไม่เพียงพอ)

    (d) a decrease in the food supply for the area    (การลดลงของเสบียงอาหารสำหรับพื้นที่หนึ่ง)

2. In the first paragraph, “famine” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ทุพภิกขภัย, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ความอดอยาก, ความอดตาย, ความขาดแคลนอย่างหนัก, ความหิวจัด”  หมายถึง ________________)

    (a) avarice    (แอฟ-วะ-ริส)  (ความโลภ, ความตะกละ, ความงก) 

    (b) ambivalence    (แอม-บิ-เว้-เลิ่นซ)  (ความรู้สึกสองจิตสองใจต่อบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง,  ความรู้สึกทั้งบวก

          และลบต่อบุคคลคนหนึ่งหรือสิ่งหนึ่ง, ความไม่แน่ใจในการเลือกของ  ๒  สิ่งที่ตรงกันข้าม, ความรู้สึกทั้ง

          รักและชังต่อบุคคลเดียวกัน) 

    (c) arrogance    (แอ๊-โร-เกิ้นซ)  (ความหยิ่ง, ความยโส, ความจองหอง) 

    (d) decorum    (ดิ-ค้อ-เริ่ม)  (มารยาท, สมบัติผู้ดี, ความงดงาม) 

    (e) absorption    (การดูดซับ, การดูดซึม, การรับเอามา, การหมกมุ่น)

    (f) integrity    (อิน-เท้ก-กริ-ที่)  (ความซื่อสัตย์, การยึดถือหลักคุณธรรม, ความสมบูรณ์, สภาพที่สมบูรณ์,

          ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ความมั่นคง)   

    (g) starvation    (ความอดอยาก, ความหิวโหย, การอดอาหารตาย, ความกระหาย)

    (h) adversity    (แอด-เว้อ-ซิ-ที่)  (เคราะห์ร้าย. ภัยพิบัติ, ความทุกข์ยากลำบาก)

3. The word “failures” in paragraph 1 means ______________________________________.

(คำว่า  “ความล้มเหลว, ความไม่สำเร็จ, ความไร้ผล, การสอบตก, การขาดแคลน, ความเสื่อมถอย”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) publicity    (พับ-ลิซ-ซิ-ที่)  (การโฆษณา, การเผยแพร่,  การประชาสัมพันธ์, ชื่อเสียง)

    (b) hazards    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (อันตราย)

    (c) mysteries    (ความลึกลับ, ความลี้ลับ, ความลับ, สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้)

    (d) magnanimity    (แมก-นะ-นิ้ม-มี-ที่)  (ความมีใจกว้าง-เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความสูงส่ง, ความไม่เห็นแก่ตัว,

          ความมีจิตใจสูงส่ง, การกระทำที่มีใจสูงส่ง)

    (e) perjuries    (เพ้อร์-จู-รี่)  (การเบิกความเท็จ, การให้การเป็นพยานเท็จ, การสาบานเท็จ) 

    (f) cultivations    (การเพาะปลูก)

    (g) circulations    (crop circulations = crop circles = ปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าหรือ

          ทุ่งนากว้างใหญ่ในทวีปอเมริกาและยุโรป  ที่หญ้าเกิดการแบนราบและมีรูปทรงในลักษณะต่างๆ มักเป็น

          ทรงเรขาคณิต เช่น วงกลม, สามเหลี่ยม หรือเส้นโค้งรูปต่างๆ  ซึ่งต้องมองจากมุมสูงหรือในอากาศเท่า

          นั้น  จึงจะสามารถเห็นรูปทรงเหล่านี้ได้ ทั้งนี้  ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์หรือ

          ไม่  แต่คนจำนวนมากเชื่อว่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์ต่างดาวที่ยิงแสงเลเซอร์ลงมาจากจานบิน 

          เนื่องจากรูปทรงเรขาคณิตที่ใหญ่โตมโหฬารและวิจิตพิสดารเหล่านี้  เกินความสามารถของมนุษย์ที่

          จะสร้างขึ้นมาได้เมื่ออยู่บนพื้นดิน  โดยพื้นที่รอบข้างของรูปทรงเหล่านี้ไม่มีร่องรอยของการนำเครื่อง

          จักรหรือเครื่องมือขนาดใหญ่เข้าไปสร้างรูปทรงแปลกๆ เหล่านี้เลย)

    (h) fiascos (fiascoes)    (การล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง)

4. The word “adverse” in paragraph 1 may be replaced by _____________________________.

(คำว่า  “เลวร้าย, เป็นผลร้าย, เป็นปฏิปักษ์, เสียเปรียบ, ตรงกันข้าม”  ในพารากราฟ ๑  อาจจะแทนโดย _______________)

    (a) sensitive    (มีความรู้สึกไว, ใจน้อย, รับอิทธิพลภายนอกได้ง่าย)

    (b) unquestionable    (อัน-เคว้ส-เชิ่น-นะ-เบิ้ล)  (แน่นอน, ไม่มีปัญหา, ไม่ต้องสงสัยเลย)

    (c) equivocal    (อิ-ควิฟ-โว-เคิ่ล)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีสองนัย, มีความหมายมากกว่า ๑ อย่าง)

    (d) straightforward    (สเทรท-ฟ้อร์-เวิร์ด)  (ตรงไปตรงมา)

    (e) trustworthy    (ทรัสท-เวิร์ธ-ทิ่)  (น่าไว้วางใจ, ไว้ใจได้, น่าเชื่อถือ, เชื่อถือได้)

    (f) unfavorable    (ไม่เอื้ออำนวย, (อากาศ) ไม่ดี, ไม่เหมาะสม, ไม่ราบรื่น, เสียเปรียบ)

    (g) candid    (เปิดเผย, ตรงไปตรงมา, ปราศจากอคติ, ซื่อตรง, เป็นธรรม)

    (h) controversial    (ที่ยังโต้เถียงหรือขัดแย้งกันอยู่, เกี่ยวกับการโต้เถียง-ขัดแย้ง)

5. Which of the following is NOT usually classified under “adverse climatic conditions”?

(ข้อใดต่อไปนี้  โดยปกติแล้วมิได้ถูกจัดประเภทอยู่ภายใต้  “สภาพภูมิอากาศเลวร้าย”)

    (a) Floods and excessive rainfall    (น้ำท่วมและปริมาณฝนตกมากเกิน)  (กล่าวไว้ในประโยคที่ ๓

          ของพารากราฟแรก)

    (b) Unusually long winters    (ฤดูหนาวที่ยาวนานผิดปกติ)  (กล่าวไว้ในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (c) Long periods of extremely dry weather    (ช่วงเวลาที่ยาวนานของอากาศที่แห้งแล้งแบบสุดโต่ง) 

           (กล่าวไว้ในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก  ตรง  “ความแห้งแล้ง”)

    (d) Swarms of locusts and other insects    (ฝูงตั๊กแตนและแมลงอื่นๆ)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวว่า 

           อยู่ในประเภท  “สภาพภูมิอากาศเลวร้าย”)

6. What does “droughts” in the first paragraph mean?

(ความแห้งแล้ง, ฤดูแล้ง, การขาดแคลนที่ยาวนาน, ความกระหายน้ำ”  ในพารากราฟแรก  หมายถึงอะไร)

    (a) rain in the wrong season    (ฝนผิดฤดู)

    (b) blizzards    (พายุหิมะ)

    (c) too much rain    (ฝนมากเกินไป)

    (d) avalanches    (แผ่นดินถล่ม)

    (e) excessive dryness    (ความแห้งแล้งที่มากเกิน)

    (f) deluges    (น้ำท่วม, อุทกภัย, ฝนที่ตกลงมาพักใหญ่, การไหลทะลัก)

    (g) windstorms    (ลมพายุ)

    (h) deforestations    (การทำลายป่า, การโค่นป่า, การทำลายต้นไม้)

7. The word “plagues” in paragraph 1 is closest in meaning to ___________________________.

(คำว่า  “โรคระบาด, โรคห่า, กาฬโรค, ภัยพิบัติ, สิ่งที่น่ารำคาญ)”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) destructions    (การทำลาย, ภาวะที่ถูกทำลาย, สาเหตุของการทำลาย, วิธีการทำลาย)

    (b) calamities    (คะ-แล้ม-มิ-ที่)   (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เคราะห์ร้าย)  

    (c) incursions    (อิน-เค้อร์-ชั่น)  (การบุกรุก, การโจมตี, การรุกล้ำ)  

    (d) compassions    (ความสงสาร, ความเวทนา, ความเห็นอกเห็นใจ)

    (e) epidemics    (การระบาดของโรคเป็นครั้งคราว, การแพร่หลาย)

    (f) affections    (ความรักใคร่, ความชอบ, ความเมตตา)

    (g) hatreds    (เฮ้-ทริด)  (ความเกลียดชัง)

    (h) enmities    (เอ๊น-มิ-ที่)  (ความเป็นปฏิปักษ์, ความเกลียด, ความมีใจเป็นศัตรู หรือมุ่งร้าย,

          ความรู้สึกต่อต้าน) 

8. The writer gives all of the following as causes for famines EXCEPT ____________________.

(ผู้เขียนให้ทุกข้อต่อไปนี้เป็นสาเหตุของความอดอยากขาดแคลน  ยกเว้น __________________)

    (a) floods    (น้ำท่วม)  (ดูในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (b) overproduction    (การผลิต – อาหาร – มากเกินไป)

    (c) excessive rainfall    (ปริมาณฝนตกที่มากเกินไป)  (ดูในประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก)

    (d) too many people in one area    (ประชากรมากเกินไปในพื้นที่หนึ่ง)  (ดูในประโยคที่ ๔

          ของพารากราฟแรก)

9. “……….....….. since time immemorial ……..…..……” in the first paragraph means “a time ….....….....….”

(“...................นับตั้งแต่เวลาที่นานหรือโบราณมากจนไม่สามารถจดจำได้...................” ในพารากราฟแรก  หมายถึง  “เวลา..........................”)

    (a) which has to be remembered    (ซึ่งจำเป็นต้องจดจำ – ระลึกถึง)

    (b) going back beyond the reach of memory    (ย้อนกลับไป – ในอดีต – เกินกว่าความทรงจำ

          จะเอื้อมไปถึง)  (หรือ  ย้อนกลับไปในอดีต  ที่นานจนไม่สามารถจดจำได้)

    (c) in one remaining civilization    (ในอารยธรรมหนึ่งที่หลงเหลืออยู่)

    (d) in memory of our ancestors    (เพื่อเป็นการระลึกถึงบรรพบุรุษของเรา)

10. In the second paragraph, “occurrences” means _________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ปรากฏการณ์, เหตุการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, การบังเกิดขึ้น, กรณี”  หมายถึง _____)

      (a) sensations    (ความรู้สึก)

      (b) reactions    (ปฏิกิริยา)

      (c) fractures    (การแตก, การหัก, รอยแตก)

      (d) excretions    (การกำจัด, การขับถ่ายออก, สิ่งที่ถูกขับถ่ายออกเป็นของเสีย)

      (e) eliminations    (การกำจัด, การทำลาย, การขับออก, การขับไล่, การลบทิ้ง)

      (f) happenings    (เหตุการณ์, กรณี, เรื่องราว)

      (g) manifestations    (การแสดง, การปรากฏ, การแห่แหน)

      (h) uprisings    (การกบฏ, การจลาจล, การปฏิวัติ, การลุกขึ้น-ลอยขึ้น-ตื่นขึ้น-ตั้งขึ้น)

11. The word “primitive” in paragraph 2 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “ดึกดำบรรพ์, ดั้งเดิม, สมัยแรก, แรกเริ่ม, เบื้องต้น, ยังป่าเถื่อน, ง่ายๆ, หยาบ”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ________________)

      (a) cautious    (ระมัดระวัง, รอบคอบ)

      (b) ambiguous    (แอม-บิ๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

      (c) concise    (คัน-ไซ้ซ)  (สั้นกะทัดรัด, รัดกุม, รวบรัด)

      (d) vulgar    (วั้ล-เกอะ)  (หยาบคาย, หยาบ, ต่ำช้า, ไพร่, สามหาว, สามานย์, สามัญ, ธรรมดาๆ)

      (e) impudent    (อิ๊ม-พิว-เด้นท)  (หมื่นทะลึ่ง, โอหัง, อวดดี, อวดวิเศษณ์, ยโส)

      (f) pious    (ไพ้-เอิส)  (เคร่งศาสนา, มีศรัทธา)

      (g) primordial    (ไพร-ม้อร์-เดียล)  (ดั้งเดิม, แรกเริ่ม, ประถม, เกิดขึ้นก่อน)

      (h) ignorant    (โง่, เขลา, ไม่รู้, ไม่ทราบ)

      (i) immoral    (ไร้ศีลธรรม, ผิดศีลธรรม, เลว, เสเพล)

12. “devoid” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________________.

(“ปราศจาก, ขาดแคลน, ไม่มี”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____________)

      (a) merciful    (มีเมตตากรุณา)

      (b) imperious    (อิม-พี้-เรียส)  (ซึ่งวางอำนาจ, แสดงอำนาจ, ซึ่งใช้อำนาจบังคับ, เย่อหยิ่ง, ยโส, วางภูมิ)

      (c) nomadic    (โน-แม้ด-ดิค)  (ร่อนเร่ไปในที่ต่างๆ, ท่องเที่ยว)

      (d) hideous    (ฮิ้ด-เดียส)  (น่ากลัว, น่าเกลียดมาก, สยดสยอง, เขย่าขวัญ, น่าขยะแขยง, น่าตกใจ)

      (e) lacking    (ขาดแคลน, ไม่มี)

      (f) atrocious    (อะ-โทร้-เชิส)  (โหดร้าย, ทารุณ, ชั่วร้าย, น่ากลัว, ดุร้าย, เลวร้าย)  

      (g) durable    (ดิ๊ว-ระ-เบิ้ล)  (ทนทาน, ใช้ทน, ยั่งยืน)  

      (h) enterprising    (ซึ่งเต็มไปด้วยความริเริ่ม, กล้าได้กล้าเสีย, แคล่วคล่อง) 

13. One reason why famine could not be relieved on either continent was because of _____________.

(เหตุผลหนึ่งว่าทำไมความอดอยากขาดแคลนไม่สามารถได้รับการบรรเทาในทั้ง ๒ ทวีป – ยุโรปและเอเชีย – คือเนื่องมาจาก ______________)

      (a) lack of agricultural production    (การขาดแคลนการผลิตด้านการเกษตร)

      (b) inadequate means of getting news of goods from place to place    (วิธีการที่ไม่เพียง

            พอของการได้รับข่าวเกี่ยวกับสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ 

            ของพารากราฟ ๒  ที่กล่าวว่า  “ยุโรปสมัยกลางและเอเชียขาดแคลนระบบสื่อสารและขนส่ง

            เท่าๆ กัน  ซึ่งผลที่ตามมาคือ  เมื่อเกิดความอดอยากขาดแคลนรุนแรงเนื่องจากการเก็บเกี่ยว

            ที่ไม่ได้ผลในท้องถิ่นหนึ่ง  ก็ไม่สามารถได้รับการบรรเทา – ช่วยเหลือ – จากอีกท้องถิ่นหนึ่ง

            ที่อยู่ห่างออกไปเพียง ๑๐๐ ไมล์  ซึ่งการเก็บเกี่ยวได้ผลดีเยี่ยม  เพราะการสื่อสารและขนส่ง

            ระหว่างท้องถิ่นทั้งสองไม่มีประสิทธิภาพ  คือ  ไม่รู้ว่าอีกท้องถิ่นหนึ่งมีผลิตผลเหลือเฟือ 

            หรือถึงจะรู้ก็ไม่สามารถขนส่งสินค้าไปยังท้องถิ่นที่ขาดแคลนได้)

      (c) lack of motivation among the farmers    (การขาดแคลนการกระตุ้น – การดลใจ – ในบรรดาชาวนา)

      (d) lack of activity among the local people    (การขาดแคลนกิจกรรมในบรรดาผู้คนในท้องถิ่น)

14. The word “locality” in paragraph 2 refers to ____________________________________.

(คำว่า  “ท้องถิ่น, สถานที่, ถิ่นที่อยู่, ตำแหน่งที่ตั้ง”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _______________)

      (a) locale    (โล-แค่ล)  (สถานที่เกิดเหตุ, สถานที่ของเรื่องราว, ที่เกิดเหตุ)

      (b) ignominy    (อิ๊ก-นะ-มิ-นี่)  (ความน่าอับอาย, ความอัปยศอดสู, ความเสื่อมเสียชื่อเสียง, ความน่าดูถูก,

            ความน่ารังเกียจ) 

      (c) hierarchy    (ไฮ้-อะ-รา-คี่)   (การปกครองโดยลำดับชั้น หรือชั้นยศ, การจัดลำดับสูง-ต่ำตามชั้นยศ

            ในวงราชการ ทั้งพลเรือนและทหาร, ระบบสมณศักดิ์ หรือชั้นยศในการปกครอง)  

      (d) region    (บริเวณ, ดินแดน, ภูมิภาค, แคว้น, เขตการปกครอง, แถบ, ขอบเขต, ปริมณฑล)

      (e) fury    (ฟิ้ว-รี่)  (ความโกรธ, ความโมโหร้าย, ความเดือดดาล, ความรุนแรง-ดุเดือด, คนที่

           โมโหร้าย-ดุร้าย)

      (f) collection    (การเก็บรวบรวม, การสะสม, สิ่งของที่รวบรวม)   

      (g) requisite    (เร้ค-ควิ-ซิท)  (ข้อกำหนด, สิ่งที่จำเป็น, สิ่งที่จะขาดเสียมิได้)  

      (h) reprisal    (ริ-ไพร้-เซิ่ล)  (การโต้ตอบด้วยกำลัง หรือกำลังทางทหาร, การแก้แค้น, การยึดทรัพย์

            สินเพื่อเป็นการโต้ตอบ)  

15. What does “inhabitants” in paragraph 2 mean?

(“ประชากร, พลเมือง, ผู้อยู่อาศัย, สัตว์ที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

      (a) habitats    (ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย)

      (b) lifespans    (ช่วงชีวิต, เวลาในชีวิต)

      (c) expansions    (อิคส-แพ้น-ชั่น)  (การขยาย, การแผ่ออกไป, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย) 

      (d) instincts    (สัญชาตญาณ)

      (e) passions    (อารมณ์, ความรู้สึกเร่าร้อน, ความกระตือรือร้น, ความใคร่, กิเลส, ตัณหา)

      (f) citizens    (ประชากร, ประชาชน, ชาวเมือง, พลเมือง, พลเรือน)

      (g) devotions    (การอุทิศตัว)

      (h) malice    (แม้-ลิซ)  (การมุ่งร้าย, การผูกพยาบาท)

16. “growth” in paragraph 2 may be replaced by ____________________________________.

(“การเจริญเติบโต, การงอกงาม, การเป็นผู้ใหญ่, สิ่งที่เจริญเติบโต, ผลผลิต, สิ่งที่งอกขึ้น, เนื้องอก”  ในพารากราฟ ๒  อาจแทนโดย ________________)

      (a) shrinking    (การหดตัว, การลดลง, การเหี่ยวย่น)

      (b) decline    (ความเสื่อม, การลดลง, การปฏิเสธ, ช่วงที่ตกต่ำ, การเอียงลาด, โรคที่ทำให้ร่างกาย

            ทรุดโทรม)

      (c) remuneration    (ริ-มิว-นะ-เร้-ชั่น)  (ค่าตอบแทน, เงินตอบแทน, สินน้ำใจ, การจ่ายเงิน, การให้

            รางวัล, การตอบแทน, การชดเชย) 

      (d) expansion    (การขยายออก, การต่อเติม (บ้าน), ปริมาณหรือขนาดของการขยายออก,

            ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย)

      (e) havoc    (แฮ้ฟ-วอค)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, ความเสียหาย, ความฉิบหาย, ความสับสนวุ่นวาย) 

           (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ทำให้เสียหาย, ทำลาย”) 

       (f) miracle    (มิ-ระ-เคิ่ล)  (เรื่องอัศจรรย์, ความอัศจรรย์)  

      (g) hazard    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (ภัย, อันตราย, การเสี่ยง, สิ่งที่เป็นอันตราย หรือทำให้เกิดความเสี่ยง,

            อุบัติเหตุ, เหตุบังเอิญ, ความไม่แน่นอน) 

      (h) uneasiness    (อัน-อี๊-ซี-เนส)  (ความไม่สบายใจ, ความเป็นห่วง, ความเป็นทุกข์, ความกระสับ

           กระส่าย, ความไม่สบาย)

17. Famine in big cities was the result of all of the following EXCEPT _____________________.

(ความอดอยากขาดแคลนในเมืองใหญ่เป็นผลลัพธ์ของทั้งหมดต่อไปนี้  ยกเว้น _______________)

      (a) dependency on adjoining farmlands for food    (การพึ่งพาอาศัยที่ดินเพาะปลูกข้างเคียงสำหรับ

            อาหาร)  (ถูกต้อง  ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “....................และการพึ่งพา

            อาศัยที่ดินเพาะปลูกข้างเคียงเป็นส่วนใหญ่ในเรื่องเสบียงอาหาร  ก่อให้เกิดสภาวะซึ่งเอื้ออำนวยเป็น

            อย่างมากกับการเกิดขึ้นของความอดอยากขาดแคลนในเมืองใหญ่ๆ)

      (b) having many people in a city not producing food    (การมีประชากรมากเกินไปในเมืองซึ่งไม่

            ผลิตอาหาร)  (ถูกต้อง  ดูจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรก)

      (c) a sudden growth of neighboring farmlands    (การเจริญเติบโตอย่างฉับพลันของที่ดิน

            เพาะปลูกข้างเคียง)  (เนื้อเรื่องมิได้กล่าวไว้)

      (d) lack of good food production and storage facilities    (การขาดแคลนการผลิตอาหารและอุป

            กรณ์ในการเก็บรักษา (อาหาร) ที่ดี)  (ถูกต้อง  ดูจากประโยคแรกของพารากราฟ ๒)

18. The word “reliance” in the final paragraph is closest in meaning to ___________________.

(คำว่า  “การพึ่งพาอาศัย”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____________)

      (a) husbandry    (การบริหารจัดการอย่างระมัดระวังและประหยัด, การทำไร่ไถนา, การปศุสัตว์,

            การเกษตร, การทำฟาร์ม, วิชาที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์)

      (b) conflict    (ความขัดแย้ง)

      (c) terror    (ความหวาดกลัว, ความน่ากลัว, ความสยองขวัญ)

      (d) retrospection    (การพิจารณาย้อนหลัง, การพิจารณาเรื่องในอดีต)

      (e) quarantine    (คว้อ-เริน-ทีน)  (การเก็บกักตัวไว้อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค)

      (f) dependence    (การอาศัย, การพึ่งพา, ความไว้วางใจ, ความมั่นใจ, สิ่งที่วางใจ, การติด

            หรือต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอย่างมาก)

      (g) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

      (h) hindrance    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, เครื่องกีดขวาง)

      (i) disturbance    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน,

           ความไม่สงบ)

19. What does “outbreak” in the final paragraph mean?

(“การเกิดขึ้น”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) depletion    (การทำให้หมดสิ้นหรือลดน้อยลงมาก, การทำให้สูญเสีย, การทำให้ว่างเปล่า)

      (b) disadvantage    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

      (c) grievance    (กรี๊-เวิ่นซ)  (ความไม่พอใจ, ความข้องใจ, ข้อข้องใจ)

      (d) occurrence    (การบังเกิดขึ้น, การเกิดขึ้น, ปรากฏการณ์, เหตุการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, กรณี)

      (e) comprehension    (ความเข้าใจ)   

      (f) distress    (ความทุกข์ยาก, ความเคราะห์ร้าย, ความเศร้าโศกเสียใจ, ความลำบาก, ภัยพิบัติ)

      (g) fragrance    (เฟร้-เกริ้นซ)  (กลิ่นหอม, ความหอม)  

      (h) pandemonium    (ความโกลาหล, ความเอะอะโกลาหล, ความสับสนวุ่นวาย, สถานที่ที่มีความ

           เอะอะโกลาหล, นรก, อเวจี)

 

(คำแปล)

ทุพภิกขภัย

 

            ทุพภิกขภัย (ภาวะข้าวยากหมากแพง, ความอดอยาก, ความขาดแคลนอย่างหนัก, ความหิวจัด, ความอดตาย) (Famine)  หมายถึง  สภาพการณ์ (สถานการณ์, สภาพ, ฐานะ, ลักษณะ, อาการ, สภาพทางอารมณ์, รัฐ, มลรัฐ, ประเทศ, กิจการของรัฐ) (state) ของความหิวโหย (อาการเจ็บปวดหรืออ่อนเพลียเนื่องจากต้องการอาหาร, ความต้องการมาก) (hunger) แบบสุดโต่ง (extreme)  เนื่องมาจากเสบียงอาหาร (supply of food) ที่ไม่เพียงพอ (insufficient)  ซึ่งได้รับความเดือดร้อน (ได้รับความทุกข์, ได้รับ, ประสบ(suffered) โดยประชากรของพื้นที่หนึ่ง,  โดยสาเหตุทางธรรมชาติ (Natural causes)  เช่น  การเพาะปลูกพืชที่ไม่ได้ผล (crop failures)  ซึงมีสาเหตุมาจาก (caused by) สภาวะทางด้านภูมิอากาศ (climatic conditions) ที่เลวร้าย (เป็นผลร้าย, เป็นปฏิปักษ์, เสียเปรียบ, ตรงกันข้าม) (adverse), นับตั้งแต่เวลาที่นานหรือโบราณมากจนไม่สามารถจดจำได้ (since time immemorial) (หมายถึง  นานจนจำไม่ได้), ได้สร้าง (produced) สภาวะความอดอยากขาดแคลน (famine conditions),  ทั้งนี้  ความแห้งแล้ง (ฤดูแล้ง, การขาดแคลนที่ยาวนาน, ความกระหายน้ำ) (Droughts),  น้ำท่วม,  ปริมาณฝนตก (ฝนตก) (rainfall) ที่มากเกิน (มากเกินความจำเป็น) (excessive), ฤดูร้อนที่หนาวเย็น,  และฤดูหนาวที่ยาวเกินไป (over-long)  เป็นสาเหตุทั่วไป (ธรรมดาสามัญ, ร่วมกัน, เหมือนกัน, พร้อมกัน, สาธารณะ) (common) ของการเพาะปลูกพืชที่ไม่ได้ผล (crop failure),  เหมือนกันกับ (เช่นเดียวกันกับ) (as) โรคระบาด (โรคห่า, กาฬโรค, ภัยพิบัติ, สิ่งที่น่ารำคาญ) (plagues) (เพลก) ของตั๊กแตนประเภทที่อพยพกันเป็นฝูงใหญ่ (locusts),  แมลง (insects) อื่นๆ และหนู  (นอกจากนั้น)  ประชากรที่มากเกินไป (ประชากรล้น) (Overpopulation)  มีแนวโน้ม (tends) ที่จะสร้าง (ก่อให้เกิด, ผลิต, ทำ) (produce) ความไม่สมดุล (imbalance) ในการผลิตทางการเกษตร (agricultural production)  และ (มีแนวโน้มที่จะ) สร้าง (ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด, สร้างสรรค์, ประดิษฐ์ขึ้น, แต่งตั้ง) (create) สภาวะ (สภาพ, ฐานะ, เงื่อนไข) (conditions)  ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิด (result in) ความอดอยากขาดแคลน  ภายหลังจากความล้มเหลว (ความไม่สำเร็จ, ความไร้ผล, การสอบตก, การขาดแคลน, ความเสื่อมถอย) (failure) (เฟ้ล-เย่อร์) ของ (การเพาะปลูก) พืชชนิดเดียว (single crop) (เช่น ข้าว, ข้าวสาลี ฯ)

            ในสังคมสมัยโบราณ (ancient societies)  ความอดอยากขาดแคลนเป็นปรากฏการณ์ (เหตุการณ์, สิ่งที่ปรากฏขึ้น, การบังเกิดขึ้น, การเกิดขึ้น, กรณี) (occurrence) ซึ่ง (เกิด) บ่อยครั้งกว่ากัน (more frequent) (เมื่อเทียบกับปัจจุบัน)  เนื่องมาจากวิธี (วิธีการ) (methods) ดึกดำบรรพ์ (ดั้งเดิม, สมัยแรก, แรกเริ่ม, เบื้องต้น, ยังป่าเถื่อน, ง่ายๆ, หยาบ) (primitive) ของการผลิตและการเก็บรักษา (การเก็บ, สถานที่เก็บรักษา, แหล่งเก็บข้อมูล) (storage) อาหาร,  ส่วนทวีปยุโรปสมัยกลาง (Medieval Europe) (ปี ค.ศ. ๔๗๖ – ๑๔๕๓  มีลักษณะสำคัญ  คือ  การสลายสภาพเมือง, การรุกรานทางทหาร, การกระจายของประชากร  และการอพยพของผู้คนไปสู่พื้นที่ใหม่)  ก็มีแนวโน้ม (โน้มเอียง, อาจจะ, รับผิดชอบ) (liable) ไม่น้อยกว่ากัน (no less) กับความเดือดร้อน (ความเจ็บปวด, ความหายนะ, ความอดทน, โรค) (suffering) ดังกล่าว (หมายถึง  จากความอดอยากฯ) ในจีน, อินเดีย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี),  โดยทั้ง ๒ ทวีป (continents) (ยุโรปและเอเชีย) ปราศจาก (ขาดแคลน, ไม่มี) (devoid) อย่างเท่าๆ กัน (อย่างเท่าเทียมกัน, อย่างเสมอภาค, อย่างสมดุล) (equally) ในด้านระบบการสื่อสาร (การคมนาคม) (communication) และการขนส่ง (transportation) ที่มีประสิทธิภาพ (efficient)  โดยมีผลลัพธ์ (ผลที่ตามมา, ผลที่เกิดขึ้นภายหลัง) (consequence)  คือ  ความอดอยากขาดแคลนอย่างรุนแรง (severe)  ซึ่งเป็นผลมาจาก  (resulting from) ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต (การเก็บเกี่ยวผลผลิต) (harvest) ที่ไม่ได้ผล (bad) ในท้องถิ่น (สถานที่, ถิ่นที่อยู่, ตำแหน่งที่ตั้ง) (locality) หนึ่ง  ไม่สามารถได้รับการบรรเทา (ผ่อนคลาย, ปลดเปลื้อง, แบ่งเบา, ช่วยเหลือ, สงเคราะห์, ลดลง) (relieved) โดยปกติธรรมดา (ตามปกติ, อย่างสามัญ, อย่างพื้นๆ) (ordinarily) โดยประชากร (พลเมือง, ผู้อยู่อาศัย, สัตว์ที่อยู่อาศัย) (inhabitants) ของอีกท้องถิ่นหนึ่ง  ซึ่งอยู่ไกล (ยาวนาน, ไม่ต่อเนื่องกัน, แยกกัน, ที่ไม่คุ้นเคย, ที่ห่างเหิน, ที่เฉยเมย) (distant) (ออกไป) เพียง ๑๐๐ ไมล์เท่านั้น  ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลผลิต (ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต) (harvest) (ได้ผล) ยอดเยี่ยม  (หมายถึง  ท้องถิ่นที่เพาะปลูกได้ผลดี  ไม่สามารถช่วยเหลืออีกท้องถิ่นที่เพาะปลูกไม่ได้ผล  แม้จะอยู่ห่างกันเพียง ๑๐๐ ไมล์  เนื่องจากขาดการคมนาคมและขนส่งที่มีประสิทธิภาพ)  (นอกจากนั้น) การเจริญเติบโต (growth) ของศูนย์กลางเมือง (urban centers) ขนาดใหญ่  และการพึ่งพาอาศัย (reliance) ที่ดินเพาะปลูก (farmlands) ข้างเคียง (ใกล้เคียง, ถัดไป) (neighboring) เป็นส่วนใหญ่ (chiefly) ในเรื่องเสบียงอาหาร (food supply)  ก่อให้เกิดสภาวะ (conditions) ซึ่งเอื้ออำนวยเป็นอย่างมาก (only too favorable) กับการเกิดขึ้น (outbreak) ของความอดอยากขาดแคลนในเมืองใหญ่ๆ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป