หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 60)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Looking for Your First Job

 

          If you are just leaving school or college and are looking for your first job, you must make sure that any previous work experience does not go unnoticed.  Mention any part-time jobs you have had together with work experience placements or special projects you undertook.  Mention any responsibilities that you were given in these jobs (or at school) which show transferable skills that can be built upon in other jobs; for example, you may have taken the role of social secretary or fundraiser for charity projects at school, etc.  These show aptitudes for other posts; many of the skills you have learned through these activities may be transferable.  You may be used to booking meetings, working out budgets, etc.  These can all be useful to your potential employer.  You don’t need to mention very short-term jobs which are not relevant to your chosen career. 

          Mentioning work experience is useful as you can then convince an employer that you are aware of the demands of working, which are rather different to being in full-time education.  The interviewer will want to be sure that you will turn up on time and can work throughout the working day.  If you have not yet worked and are indignantly thinking that you spent far longer than the average working day writing your thesis, etc.,  remember that in those circumstances you could plan your own time.  If you want to start work at lunch-time and continue until midnight, nobody would stop you.  In full-time work, you will need to fit in with the timescales of the organization.

          You may be competing with other individuals who do have full-time work experience (although they may not have your qualifications) so think of the advantages there are to the company of taking you on instead, and mention these without being rude to the others.

          How you will fit in will be judged on your academic and home life as the prospective employer has nothing else to go on.  Some interviewers still ask questions regarding your parents’ occupations to get an idea of your background.

 

1. The main purpose of this article is to ___________________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของบทความนี้  คือ การ _____________________________________)

    (a) give advice to those applying for a job    (ให้คำแนะนำกับบุคคลผู้ซึ่งสมัครงาน

          (บทความนี้ให้คำแนะนำแก่ผู้ซึ่งเพิ่งจบการศึกษา  หรือกำลังหางานทำเป็นครั้งแรก  ว่าควร

          เล่าให้ผู้สัมภาษณ์ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานของตน  โดยเล่าถึงความรับผิดชอบ 

          ไม่ว่าจะเป็นในงานพาร์ต์ไทม์หรือโครงการพิเศษที่ตนทำ  ซึ่งอาจจะเป็นงานในโรงเรียน

          ก็ได้  เพื่อทำให้นายจ้างมีความมั่นใจในตัวผู้สมัครว่าเคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน 

          และรู้ว่าการทำงานคืออะไร  นอกจากนี้  บทความยังเสนอแนะให้ผู้สมัครงานกล่าวถึงประ

          โยชน์ที่บริษัทจะได้รับถ้าเลือกผู้สมัครเข้าทำงาน  ดังนั้น  บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลัก 

          คือ  ให้คำแนะนำแก่ผู้สมัครงาน)

    (b) explain the qualifications of job applicants    (อธิบายคุณสมบัติของผู้สมัครงาน)

    (c) discuss job application procedures    (อภิปรายถึงกระบวนการในการสมัครงาน)

    (d) remind employers of the importance of work experience    (เตือนนายจ้างให้นึกถึงความสำคัญ

          ของประสบการณ์ทำงาน)

2. In the first paragraph, “undertook” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “รับทำ, เข้าทำ, รับผิดชอบ, รับหน้าที่, ดำเนินการ, อาสา, รับรอง, ประกัน”  หมายถึง ________________)

    (a) conjectured    (เดา, ทาย, คาดคะเน, อนุมาน)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง “การเดา, การทาย,

          การคาดคะเน, การอนุมาน”)

    (b) implored    (อ้อนวอน, วิงวอน, ขอร้อง, เรียกร้อง)

    (c) complied   (ทำตาม, ปฏิบัติตาม, ยอมตาม)

    (d) invented    (ประดิษฐ์, สร้างสรรค์, คิดค้นเอง, เสกสรร, กุเรื่อง)

    (e) modified    (เปลี่ยนแปลงแก้ไข)

    (f) verified    (พิสูจน์ความจริง, ตรวจสอบความจริง, ยืนยันความจริง, ค้นหาความจริง)

    (g) took on    (รับทำ, ยอมรับ)

    (h) earned    (หาได้, หามาได้, ได้รับ, มีรายได้, ได้กำไร)

3. The word “transferable” in paragraph 1 means ________________________________.

(คำว่า  “สามารถถ่ายทอดได้, สามารถโยกย้ายได้, สามารถเคลื่อนย้ายได้, สามารถโอนได้, สามารถเปลี่ยนได้”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง _________________)

    (a) flamboyant    (แฟลม-บ๊อย-เอิ้นท)  (หรูหรา, สวยหรู, มีสีสัน, โอ่อ่า, ขี้โอ่) 

    (b) incorrigible    (อิน-ค้อ-ริ-จิ-บึ้ล)  (ที่แก้ไขไม่ได้, ไม่เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ที่แก้ไม่ไหว, ที่ติดแน่น)

    (c) repentant    (สำนึกผิดหรือบาป, เสียใจในความผิดที่ได้กระทำไป)

    (d) compulsory    (แบบบังคับ, ซึ่งเป็นการบังคับ, ซึ่งจำเป็นต้องทำ)

    (e) rebellious    (ริ-เบ๊ล-เยิส)  (เป็นกบฏ, ซึ่งก่อการกบฏหรือจลาจล, ขัดขืน, ไม่เชื่อฟัง, พยศ, ทรยศ) 

    (f) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งยาก, ยุ่งเหยิง, ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบาย)

    (g) sociable    (ชอบสมาคม, ชอบวิสาสะ, ชอบอยู่เป็นหมู่, มีมิตรไมตรีจิต)

    (h) transmittable    (สามารถถ่ายทอดได้, สามารถส่งต่อได้, สามารถส่งผ่านได้, สามารถแพร่

          เชื้อได้, สามารถกระจายได้, สามารถโอนสิทธิหรือหน้าที่ได้)

4. “charity” in paragraph 1 may be replaced by _____________________________________.

(“การกุศล, การทำทาน, ความใจบุญ, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, เงินทำทาน, งานสงเคราะห์, มูลนิธิหรือสถาบันสงเคราะห์”  ในพารากราฟ ๑  อาจแทนโดย _______________)

    (a) livelihood    (การดำรงชีวิต)

    (b) emotion    (อารมณ์, ความรู้สึกโกรธ เกลียด รัก ดีใจ เสียใจ, ความสะเทือนใจ)

    (c) perk    (สิ่งพิเศษ, สวัสดิการพิเศษ)   

    (d) trauma    (ทร้อ-ม่ะ)  (ความชอกช้ำทางจิตใจ, การบาดเจ็บ, แผลบาดเจ็บ, ภาวะที่ได้รับบาดเจ็บ)

    (e) forgiveness     (การให้อภัย, การยกโทษให้)

    (f) a kind and sympathetic attitude shown towards other people by being tolerant,

          helpful, or generous to them    (ทัศนคติที่กรุณาและเห็นอกเห็นใจที่ (ถูก) แสดงแก่

          ผู้อื่น  โดยการอดทนอดกลั้น, ช่วยเหลือ หรือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนเหล่านั้น)

    (g) fault    (ฟอลท)  (ข้อบกพร่อง, ความผิดพลาด, ความคลาดเคลื่อน, ชั้นหินที่หักหรือเคลื่อนลง,

          การเสิร์ฟลูกออกหรือติดเนต)

    (h) deficiency    (ดิ-ฟิช-เชิน-ซี่)  (ความขาดแคลน, ภาวะที่ขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, ความ

          ไม่สมบูรณ์)

5. What does “aptitudes” in paragraph 1 mean?

(คำว่า  “ความสามารถ, สมรรถภาพ, ความถนัด”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) attitudes    (ทัศนคติ)

    (b) reputations    (ชื่อเสียง, กิตติศัพท์, ความโด่งดัง, ความมีหน้ามีตา)

    (c) implementations    (การลงมือทำ, การลงมือปฏิบัติ, การทำให้สำเร็จหรือเกิดผล)

    (d) embezzlements    (การยักยอก, การฉ้อฉล)

    (e) capabilities    (ความสามารถ, ประสิทธิภาพ, สมรรถภาพ, สมรรถนะ, ปริมาณบรรจุ)

    (f) espionages    (การจารกรรม)

    (g) commencements    (การเริ่ม, การเริ่มต้น)

    (h) initiations    (การริเริ่ม, การเริ่มนำ, การนำเข้า, การนำไปให้รู้จัก)

6. According to the article, it is true that ___________________________________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  มันเป็นความจริง – ถูกต้อง - ที่ว่า _____________________________)

    (a) job applicants should refer to all their previous jobs    (ผู้สมัครงานควรกล่าวถึงงานในอดีต

          ทั้งหมดของพวกเขา)  (ไม่ถูกต้อง  เนื่องจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “คุณ

          ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงงานระยะสั้นมากๆ  ที่ไม่สัมพันธ์กัน (ไม่ตรงประเด็น) กับอาชีพที่คุณเลือก”)

    (b) employers do not take applicants’ social activities into consideration    (นายจ้างมิได้พิ

          จารณาถึงกิจกรรมทางสังคมของผู้สมัคร)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๓ และ ๔

          ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “จงกล่าวถึงความรับผิดชอบใดๆ ที่คุณได้รับมอบหมายในงานเหล่า

          นี้ (หรือที่โรงเรียน)  ซึ่งแสดงทักษะที่สามารถถ่ายทอดได้  ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในงานอื่นๆ 

          เช่น  คุณอาจจะรับบทบาทของเลขานุการด้านสังคมหรือผู้จัดหาทุนสำหรับโครงการการกุศลที่

          โรงเรียน เป็นต้น  สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ (สมรรถภาพ) สำหรับตำแหน่งอื่นๆ 

          (กล่าวคือ) ทักษะหลายอย่างซึ่งคุณได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมเหล่านี้  อาจจะสามารถถ่ายทอดได้

          (ไปสู่งานอื่นที่คุณกำลังจะทำหรือสมัครเข้าทำ)”)

    (c) full-time workers have to follow the work schedule of the company    (คนงาน

          ที่ทำงานเต็มเวลา  จำเป็นต้องทำตามตารางเวลาทำงานของบริษัท)  (ถูกต้องแล้ว

          ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ในงานแบบทำเต็มเวลา

          คุณจำเป็นจะต้องปรับให้สอดคล้องกับตา รางเวลาขององค์กร”)

    (d) employers will transfer part-time workers to a full-time position if available    (นายจ้าง

          จะโอนย้ายคนงานพาร์ตไทม์ไปสู่ตำแหน่งงานเต็มเวลา  ถ้าสามารถหาคนงานเหล่านั้นได้) 

          (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากบทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

7. The word “relevant” in paragraph 1 may be replaced by ___________________________.

(คำว่า  “สัมพันธ์กัน, ตรงประเด็น, เข้าเรื่องกัน”  ในพารากราฟ ๑  อาจแทนโดย ______________)

    (a) superb    (ดีเยี่ยม, ยอดเยี่ยม, ดีเลิศ, ใหญ่ยิ่ง, โอ่อ่า, สง่างาม)

    (b) veteran    (มีประสบการณ์, เคยงาน, ผ่านศึกมาแล้ว)

    (c) nocturnal    (ออกหากินในเวลากลางคืน, เปิดในเวลากลางคืน, เกี่ยวกับกลางคืน)

    (d) fragile    (เปราะบาง, แตกหักได้ง่าย, (สภาพแวดล้อม) เสียหายหรือทำลายได้ง่าย)

    (e) practical    (ใช้ได้, ได้ผล, เหมาะสม, มีประโยชน์, ตามความเป็นจริง, เกี่ยวกับการปฏิบัติ,

         เน้นในทางปฏิบัติ)

    (f) wholesome    (ส่งเสริมสุขภาพ, เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ)

    (g) conspicuous    (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ)

    (h) pertinent    (เกี่ยวข้อง, เข้าเรื่อง, ตรงประเด็น, ตรงกับปัญหา)

8. In the second paragraph, “convince” means _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “ทำให้เชื่อมั่น, ทำให้มั่นใจ, ทำให้รู้ว่ากระทำผิด”  หมายถึง ________________)

    (a) amuse    (ทำให้ขบขันหรือสนุกสนาน)

    (b) confront    (เผชิญหน้ากับ, พบกับ)

    (c) intimidate    (ข่มขวัญ, ข่มขู่, ทำให้หวั่นกลัว)

    (d) kindle    (กระตุ้น, ปลุก, เร้าอารมณ์, จุดไฟ, ก่อไฟ, ทำให้ลุกเป็นไฟ, เริ่มลุกไหม้)

    (e) hamper    (ขัดขวาง, ทำให้ชะงัก, หยุดยั้ง, สอดแทรก)

    (f) devise    (ประดิษฐ์, ออกแบบ, คิด, วางแผน, คาดคะเน)

    (g) formulate    (คิดวิธีหรือระบบ, คิดสูตร, กำหนดสูตร, คิดตำรับยา)

    (h) assure    (ทำให้มั่นใจ, ทำให้แน่นอน, รับรอง, ประกัน, ยืนยัน, ให้กำลังใจ)

9. The word “indignantly” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “อย่างโกรธเคือง, อย่างมีโทสะ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________)

    (a) precariously    (พรี-แค้-เรียส-ลิ่)  (อย่างล่อแหลม, อย่างอันตราย, ไม่ปลอดภัย, เสี่ยง, อย่างไม่แน่

          นอน, อย่างไม่มั่นคง, ไม่เพียงพอ, ไม่แน่ชัด)

    (b) incomprehensibly    (อย่างไม่สามารถจะเข้าใจได้, อย่างเข้าใจยาก, อย่างไม่มีขอบเขต)

    (c) ambidextrously    (แอม-บิ-เด๊คซ-ทรัส-ลิ่)  (อย่างถนัดทั้ง ๒ มือ, อย่างคล่องแคล่ว, อย่างชำนาญมาก,

          ตี ๒ หน้า, หลอกลวง)

    (d) prematurely    (พรี-มะ-ทั่วร์-ลิ่)  (ก่อนถึงเวลาอันควร, ยังไม่ถึงเวลาอันควร, ก่อนถึงเวลากำหนด,

          ยังไม่ครบ, ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่)

    (e) furiously    (อย่างเต็มไปด้วยความโกรธ, อย่างมีอารมณ์รุนแรง, อย่างรุนแรงมาก, อย่างบ้า

          ระห่ำ, อย่างอลหม่าน)

    (f) preciously    (เพร้ช-เชิส)  (อย่างมีค่า)

    (g) banally    (บะ-แน่ล-ลิ่)  (อย่างซ้ำๆซากๆ, อย่างน่าเบื่อหน่าย, อย่างไม่น่าสนใจ, เก่าแก่, ไร้ความสดชื่น)

    (h) affably    (อย่างเป็นมิตร, อย่างมีอัธยาศัยดี, อย่างคบง่าย)

10. The word “advantages” in paragraph 3 could best be replaced by ____________________.

(คำว่า  “ผลประโยชน์, ข้อได้เปรียบ, จุดดี, จุดเด่น, คุณ, โอกาส”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนดีที่สุดโดย _______________)

      (a) events    (เหตุการณ์, เหตุการณ์สำคัญ, กรณี, การแข่งขัน, ผลที่ตามมา, ผลที่เกิดขึ้น)

      (b) shortcomings    (จุดอ่อน, ข้อด้อย, ข้อบกพร่อง, ความล้มเหลว, ปมด้อย)

      (c) devotions    (ดิ-โว้-เชิ่น)  (การอุทิศตน, ความรัก, การบูชา)

      (d) restorations    (การปฏิสังขรณ์, การบูรณะ, การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม)

      (e) benefits    (ผลประโยชน์, ส่วนดี, เงินช่วยเหลือ, เงินสงเคราะห์, เงินเพิ่ม, สิทธิพิเศษ,

            การแสดงการกุศล)

      (f) enterprises    (โครงการ, กิจการ, แผนการ, บริษัท, อุตสาหกิจ, วิสาหกิจ, การเข้าร่วมกิจการดังกล่าว)

      (g) altitudes    (ความสูง)

      (h) extensions    (การขยายออก, การต่อเติม, ส่วนที่ต่อเติม)

11. “These” in the third paragraph refers to ________________________________________.

(“สิ่งเหล่านี้ในพารากราฟ ๓ หมายถึง ________________________________________)

      (a) experiences    (ประสบการณ์)

      (b) aptitudes    (ความสามารถ, สมรรถภาพ)

      (c) individuals    (ปัจเจกบุคคล, ปัจเจกชน, บุคคล, ตัวบุคคล, คนคนเดียว, สิ่งมีชีวิตเดียว)

      (d) applicants    (ผู้สมัครเข้าทำงาน)

      (e) qualifications    (คุณสมบัติ, คุณวุฒิ)

      (f) competitors    (ผู้เข้าแข่งขัน)

      (g) advantages    (ผลประโยชน์, ข้อได้เปรียบ, จุดดี, จุดเด่น, คุณ, โอกาส)  (เนื่องจาก  

            “These”  แทนคำที่มาข้างหน้ามัน  คือ  ผลประโยชน์ต่างๆ ที่บริษัทจะได้รับ  ถ้าบริษัท

            รับคุณเข้าทำงานแทนที่จะเลือกผู้สมัครรายอื่น)

      (h) wages    (ค่าจ้าง)

12. What does “rude” in paragraph 3 mean?

(คำว่า  “หยาบคาย, ไม่สุภาพ, หยาบ, ไม่ประณีต, ไม่ละเอียด, ไม่ไพเราะ, ขรุขระ, สาก, เจ้าอารมณ์”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) remarkable    (ริ-ม้าร์ค-คะ-เบิ้ล)  (พิเศษ, น่าทึ่ง, ยอดเยี่ยม, น่าสังเกต)

      (b) gluttonous    (กลั๊ท-เทิน-เนิส)  (ตะกละ, ไม่รู้จักอิ่ม, ไม่รู้จักพอ, ที่กินอย่างมูมมาม) 

      (c) recalcitrant    (ริ-แค้ล-ซิ-เทริ่นท)  (ดื้อรั้น, ดื้อดึง, พยศ, ไม่เชื่อฟัง, ไม่อ่อนน้อม, หัวแข็ง, หัวรั้น)

      (d) irrefutable    (อิ-เร้ฟ-ฟิว-ทะ-เบิ้ล)  (ที่ไม่อาจปฏิเสธได้, ที่ไม่อาจโต้แย้งได้, ที่หักล้างไม่ได้)

      (e) remorseful    (ริ-ม้อร์ส-เฟิ่ล)  (สำนึกผิด, เสียใจมากต่อความผิดที่ได้กระทำไป)

      (f) discourteous    (ไม่สุภาพ, หยาบคาย, ไม่มีมารยาท)

      (g) peculiar    (พี-คิ้ว-เลีย)  (ประหลาด, แปลกพิกล, ไม่เคยปรากฏมาก่อน, เป็นพิเศษ)

      (h) officious   (อะ-ฟิ้ช-เชิส)  (เสือก, ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น, ซึ่งเอาอกเอาใจเกินไป)

13. The word “prospective” in paragraph 4 means __________________________________.

(คำว่า  “ซึ่งมีความคาดหวัง, ซึ่งคาดคะเนไว้, ซึ่งหวังไว้”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึง ____________)

      (a) practical    (ใช้ได้, ได้ผล, เหมาะสม, มีประโยชน์, ตามความเป็นจริง, เกี่ยวกับการปฏิบัติ,

            เน้นในทางปฏิบัติ)

      (b) substantial    (ซับ-สแท้น-เชิ่ล)  (สำคัญ, ยิ่งใหญ่, มากมาย, มีเนื้อหา, มีแก่นสาร, มีตัวตน,

            มีอิทธิพล, เป็นเนื้อเป็นหนัง)

      (c) supportive    (สนับสนุน, ค้ำจุน, ยัน)

      (d) noteworthy   (น่าสังเกต)

      (e) demanding    (ที่เรียกร้องมากเกินควร)

      (f) inexorable   (อิน-เอ๊ค-เซอะ-ระ-เบิ้ล)  (ไม่ยอมแพ้, ไม่ย่อท้อ, ไม่หยุดยั้ง, ไม่ผ่อนปรน,

            ไม่เปลี่ยนแปลง, ยืนหยัด, เหนียวแน่น)

      (g) possible    (อาจเป็นได้, เป็นไปได้)  (หมายถึง  อาจจะเป็นนายจ้าง – ของผู้สมัคร -

            ในอนาคต)

      (h) prevalent    (เพร็ฟว-วะ-เลิ่นท)  (มีอยู่ทั่วไป, มีอยู่ดาษดื่น, แพร่หลาย, เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป)

14. In the final paragraph, “occupations” may be replaced by ________________________.

(ในพารากราฟสุดท้าย,  “อาชีพ, การงาน, การครอบครอง, การยึดครอง, ช่วงระยะเวลาการครอบครองหรือยึดครอง”  อาจแทนโดย ________________)

      (a) advents    (การมาถึง, การปรากฏขึ้น, การกำเนิด)

      (b) adventures    (การผจญภัย, การเสี่ยงภัย, อันตรายที่คาดไม่ถึง, ความตื่นเต้น, ประสบการณ์

            ที่ตื่นเต้น)

      (c) turmoils    (ความปั่นป่วน, ความวุ่นวาย, ความโกลาหล, ความไม่สงบ, การจลาจล)

      (d) compendiums    (บทย่อ, บทสรุป, หนังสือย่อเรื่อง)

      (e) professions    (อาชีพ, วิชาชีพ, บรรดาผู้มีอาชีพเดียวกัน, การยอมรับ, การแสดงตัว,

            การปฏิญาณตัว, การนับถือศาสนา, การประกาศนับถือศาสนา)

      (f) collusions    (การสมคบคิดกันทำความผิด, การร่วมมือกันอย่างลับๆเพื่อก่ออาชญากรรม)

      (g) luxuries    (ลั้ค-ชู-รี่ส)  (ความหรูหรา, ความฟุ่มเฟือย, การเพลิดเพลินหาความสุขสบาย,

            ความโอ่อ่า, สิ่งอำนวยความสุขสบายอย่างฟุ่มเฟือย)

      (h) proliferations    (การแพร่หลาย, การเผยแพร่, การเพิ่มทวี. การขยาย, การงอก, การแพร่พันธุ์)

15. It can be concluded from the article that ________________________________________.

(มันสามารถสรุปได้จากบทความว่า __________________________________________)

      (a) most employers give priority to the applicants’ family life    (นายจ้างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ

            กับชีวิตครอบครัวชองผู้สมัคร)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

      (b) employers prefer to hire those with experience in thesis writing    (นายจ้างชอบมากกว่ากัน

            ที่จะจ้างบุคคลที่มีประสบการณ์ในการเขียนวิทยานิพนธ์)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

      (c) those with work experience tend to succeed in their job search    (บุคคลที่มีประสบ

            การณ์ทำงาน  มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการหางานของตน)  (บทความแนะนำ

            ให้ผู้สมัครงานกล่าวถึงประสบการณ์ทำงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ทางสังคมสมัยที่ยังเรียน

            หนังสือ  เพื่อให้ความมั่นใจกับนายจ้างว่า  จะได้ตัวบุคคลที่มีความสามารถมาทำงานกับ

            บริษัทของตน)

      (d) applicants are encouraged to look for a highly competitive job    (ผู้สมัครถูกกระตุ้นให้มอง

            หางานที่มีการแข่งขันสูง)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

 

(คำแปล)                                                  การมองหางานชิ้นแรกของคุณ          

             ถ้าคุณกำลังจะออกจาก (leaving) โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย (เมื่อเรียนจบ)  และกำลังมองหา (looking for) งานชิ้นแรก  คุณจะต้องมั่นใจ (make sure) ว่าประสบการณ์งานใดๆ ก่อนหน้านี้  มิได้ผ่านไปโดยไม่มีผู้สังเกตเห็น (go unnoticed) (คือ  ต้องให้คนรู้ว่าคุณมีประสบการณ์ทำงาน)  จงกล่าวถึง (Mention) งานพาร์ตไทม์ใดๆ ที่คุณมี  พร้อมทั้งการวินิจฉัย (placements) ประสบการณ์ทำงาน (ของผู้อื่น  ซึ่งคุณได้รับมอบหมายให้ทำ)  หรือโครงการพิเศษที่คุณได้รับทำ (เข้าทำ, รับผิดชอบ, รับหน้าที่, ดำเนินการ, อาสา, รับรอง, ประกัน) (undertook)  (และ) จงกล่าวถึงความรับผิดชอบใดๆ ที่คุณได้รับมอบหมายในงานเหล่านี้ (หรือที่โรงเรียน)  ซึ่งแสดงทักษะที่สามารถถ่ายทอดได้ (transferable skills)  ซึ่งสามารถนำไปต่อยอด (built upon) ในงานอื่นๆ  เช่น  คุณอาจจะรับบทบาท (taken the role) ของเลขานุการด้านสังคม (social secretary)  หรือผู้จัดหาทุน (fundraiser) สำหรับโครง การการกุศล (charity projects) ที่โรงเรียน เป็นต้น  สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ (สมรรถภาพ, ความถนัด) (aptitudes) สำหรับตำแหน่ง (posts) อื่นๆ  (กล่าวคือ) ทักษะหลายอย่างซึ่งคุณได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมเหล่านี้  อาจจะสามารถถ่ายทอดได้ (สามารถโยกย้ายได้, สามารถเคลื่อนย้ายได้, สามารถโอนได้, สามารถเปลี่ยนได้) (transferable) (ไปสู่งานอื่นที่คุณกำลังจะทำหรือสมัครเข้าทำ)  โดยคุณอาจจะคุ้นเคย (be used to) กับการจองการประชุม (จองห้องประชุมในโรงแรม) (booking meetings)  หรือจัดทำงบประมาณ (working out budgets) เป็นต้น  สิ่งต่างๆ เหล่านี้สามารถเป็นประ โยชน์ทั้งหมดกับผู้ที่จะเป็นนายจ้าง (potential employer) ของคุณ (ในอนาคต)  ทั้งนี้  คุณไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงงานระยะสั้น (short-term jobs) มากๆ  ที่ไม่สัมพันธ์กัน (ตรงประเด็น, เข้าเรื่องกัน) (relevant) กับอาชีพที่คุณเลือก (chosen career)

            การกล่าวถึงประสบการณ์ทำงานมีประโยชน์  เพราะคุณสามารถทำให้ (นายจ้าง) เชื่อมั่น (ทำให้มั่นใจ, ทำให้รู้ว่ากระทำผิด) (convince) ได้ว่า  คุณตระหนัก (รู้ดี, สำนึก) (aware) ถึงความต้องการการทำงาน (จากฝ่ายนายจ้าง)  ซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างกับการอยู่ในการศึกษาแบบเต็มเวลา (full-time education) (หมายถึง  การทำงานและการเรียนในห้องเรียนมีความแตกต่างกัน),  ผู้สัมภาษณ์ (interviewer) จะต้องการมั่นใจว่าคุณจะปรากฏตัวตรงเวลา (turn up on time) (เมื่อได้เข้าทำงานแล้ว)  และสามารถทำงานได้ตลอดทั้ง (throughout) วันทำงาน (working day) (จันทร์ – ศุกร์)  ทั้งนี้  ถ้าคุณยังมิได้ทำงานและกำลังคิดอย่างโมโห (indignantly thinking) ว่า  คุณใช้เวลา (spent) นานกว่า (วันทำงานโดยเฉลี่ย) มากมาย (far longer) ในการเขียนวิทยานิพนธ์ (thesis) ของคุณ  หรืออื่นๆ,  จงจำไว้ (remember) ว่า  ในสถานการณ์ (circumstances) เหล่านั้น  คุณสามารถวางแผนเวลาของคุณเองได้  (และ) ถ้าคุณต้องการเริ่มงานตอนเวลาอาหารกลางวัน (lunch-time)  และทำต่อไปจนกระทั่งเที่ยงคืน  ก็ไม่มีใครหยุดยั้งคุณได้ (nobody would stop you) (หมายถึง  ถ้าเป็นงานพาร์ตไทม์),  (แต่) ในงานแบบทำเต็มเวลา (full-time work)  คุณจำเป็นจะต้องปรับให้สอดคล้องกับ (fit in with) ตารางเวลา (timescales) ขององค์กร          

             คุณอาจจะกำลังแข่งขัน (competing) อยู่กับบุคคลอื่นๆ  ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานแบบเต็มเวลา (full-time work experience) อย่างแท้จริง (แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่มีคุณสมบัติ – คุณวุฒิ (qualifications) เหมือนกับคุณ)  ดังนั้น  ให้คิดถึงผลประโยชน์ (ข้อได้เปรียบ, จุดดี, จุดเด่น, คุณ, โอกาส) (advantages) ที่จะพึงมีกับบริษัทในการรับคุณเข้าทำงานแทนที่จะรับคนอื่น (taking you on instead),  และจงกล่าวถึงสิ่งเหล่านี้โดยมิได้หยาบคาย (ไม่สุภาพ, หยาบ, ไม่ประณีต, ไม่ละเอียด, ไม่ไพเราะ, ขรุขระ, สาก, เจ้าอารมณ์) (rude) กับผู้อื่น (หมายถึง  ไม่กล่าวถึงผู้สมัครคนอื่นในทางร้าย  หรือในแบบดูหมิ่นดูแคลน)

          ส่วนคุณจะมีความเหมาะสม (fit in) อย่างไรนั้น  จะได้รับการพิจารณา (ตัดสิน)  (judged) จาก (ประวัติ) การศึกษ(academic) และชีวิตที่บ้าน (home life) ของคุณ  เนื่องจากนายจ้างซึ่งมีความคาดหวัง (prospective) (ในการจ้างคนเข้าทำงาน)  ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะใช้พิจารณา (has nothing else to go on),  ทั้งนี้  ผู้สัมภาษณ์บางคนยังคงถามคำถามเกี่ยวกับ (regarding) อาชีพ (การงาน, การครอบครอง, การยึดครอง) (occupations) ของพ่อแม่ของคุณ  เพื่อให้ได้ข้อคิดเห็น (ความเข้าใจ) (idea) เกี่ยวกับภูมิหลัง (background) ของคุณ                        

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป