หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 59)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Japanese People’s Collective Sense of Responsibility

 

          Perhaps the most difficult aspect of the Japanese for Westerners to comprehend is the strong belief in collective values, particularly a collective sense of responsibility.  Let me illustrate with an anecdote about a visit to a new factory in Japan owned and operated by an American electronics company.

          In the final assembly area of the company’s factory, long lines of young Japanese women wired together electronic products on a piece-rate system : the more you wired, the more you got paid.  About two months after opening, the head foreladies approached the factory manager.  “Honorable manager,” they said humbly as they bowed, “we are embarrassed to be so forward, but we must speak to you because all of the girls have threatened to quit work this Friday.”  To have this happen, of course, would be a great disaster for all concerned.  “Why,” they wanted to know, “can’t our factory have the same payment system as other Japanese companies?  When you hire a new girl, her starting wage should be fixed by her age.  An eighteen-year-old should be paid more than a sixteen-year-old.  Every year on her birthday, she should receive an automatic increase in pay.  The idea that any of us can be more productive than another must be wrong, because none of us in final assembly could make a thing unless all of the other people in the factory had done their jobs right first.  To single one person out as being more productive is wrong and is also personally humiliating to us.”  The company changed its payment system to the Japanese model.

 

1. The passage is mainly about _________________________________________________.

(เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับ _______________________________________________)

    (a) why the Japanese women had a cultural conflict with the American people    (ทำไมสตรีญี่ปุ่น

          จึงมีความขัดแย้งทางวัฒนธรรมกับคนอเมริกัน)

    (b) why the Westerners wanted to adopt the attitudes of the Japanese people    (ทำไมชาวตะวัน

          ตกจึงต้องการรับเอาทัศนคติของคนญี่ปุ่นมา)

    (c) how strongly the Japanese people value a shared sense of contribution    (คนญี่ปุ่นให้

          คุณค่า – ให้ความสำคัญ – กับความรู้สึกร่วมกันของการมีส่วนช่วยเหลือ (ให้งานประสบความ

          สำเร็จ) อย่างเข้มข้นเพียงใด)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

          “บางทีแง่มุม (ลักษณะ) ที่ยากที่สุดของคนญี่ปุ่นสำหรับชาวตะวันตกที่จะเข้าใจ  คือความ

          เชื่อที่มั่นคง (เด็ดเดี่ยว) ในค่านิยม (การทำงาน) ร่วมกัน โดยเฉพาะความรู้สึกของความรับ

          ผิดชอบร่วมกัน)

    (d) how worried the American company was about a conflict with the Japanese women   

          (บริษัทอเมริกันมีความวิตกกังวลอย่างไร  เกี่ยวกับความขัดแย้งกับสตรีญี่ปุ่น)

2. In the first paragraph, “comprehend” refers to ___________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “เข้าใจ, หยั่งรู้, รวมทั้ง, กินความกว้าง, ครอบคลุม”  หมายถึง _____________)

    (a) confiscate    (ริบ, ยึด)

    (b) recover    (ได้กลับคืนมา, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, กู้, ค้นพบใหม่, พบอีก, คืนสภาพ, ทำให้คืนสภาพ

          หรือกลับอย่างเดิม, คืนสภาพเดิม, หายเป็นปกติ, ชนะคดี)

    (c) participate    (เข้าร่วมใน, มีส่วนร่วมใน)

    (d) squander    (สคว้อน-เดอะ)  (ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย, ใช้สิ้นเปลือง, ถลุง)

    (e) compile    (คัม-ไพล่)  (รวบรวม, เรียบเรียง)

    (f) resolve    (ตกลงใจ, ตัดสินใจ, แก้ปัญหา)

    (g) understand    (เข้าใจ)

    (h) consent    (ยินยอม, เห็นชอบ, อนุญาต)

3. The word “illustrate” in paragraph 1 means ____________________________________.

(คำว่า  “อธิบายด้วยตัวอย่าง, แสดงให้เห็นด้วยตัวอย่าง, ยกตัวอย่าง, อธิบาย, แสดงให้เห็นด้วยภาพ, ทำให้เข้าใจ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) proclaim    (ประกาศ, แถลง, ป่าวร้อง, ป่าวประกาศ, ประกาศสงคราม, ประกาศอย่างเปิดเผย,

          ประกาศสรรเสริญ)

    (b) camouflage    (แค้ม-มะ-ฟลาจ)  (อำพราง, ซ่อน, ลวงตา)

    (c) disperse    (ทำให้กระจายไป, ทำให้แพร่หลาย, ทำให้หายไป, ไล่ไป, กระจาย, หายไป)    

    (d) reproach    (ริ-โพร้ช)  (ต่อว่า, ดุ, ตำหนิ, ประณาม, ทำให้ถูกตำหนิ, ทำให้ขายหน้า)

    (e) coincide    (โค-อิน-ไซ้ด)  (สอดคล้องต้องกัน, ตรงกัน, ลงรอยกัน, เข้ากันสนิท, ทับกันสนิท,

          เกิดขึ้นพร้อมกัน)

    (f) verify    (พิสูจน์ความจริง, ตรวจสอบความจริง, ยืนยันความจริง, ค้นหาความจริง)

    (g) withstand    (ทนต่อ, ต่อต้าน, สกัด, กลั้น, อดกลั้น, อดทน)

    (h) explain through an example    (อธิบายด้วยตัวอย่าง)

4. What does “anecdote” in paragraph 1 mean?

(คำว่า  “เกร็ดความรู้, ประวัติหรือเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) accumulation    (การสะสม, การเพิ่มพูน)

    (b) texture    (เนื้อผ้า, เนื้อหนัง, สิ่งทอ, วัตถุทำสิ่งทอ, แก่นสาร, องค์ประกอบ)

    (c) acumen    (ความฉลาดปราดเปรื่อง, ความแหลมคม)

    (d) pursuit    (เพอร์-ซิ่วท หรือ ซูท)  (การตามจับ, การติดตาม, การไล่ตาม, การดำเนินต่อไป,

          การดำเนินตาม, อาชีพ, การงาน, การเจริญรอ)

    (e) discipline    (ระเบียบวินัย, สาขาวิชา)

    (f) narrative    (เรื่องเล่า, เรื่องบรรยาย, การเล่าเรื่อง, การบรรยาย, เรื่องเขียนที่ประกอบ

          ด้วยเรื่องเล่า, การบรรยายเรื่องเล่า)

    (g) scandal    (เรื่องอัปยศอดสู, เรื่องอื้อฉาว, เรื่องฉาวโฉ่, เรื่องน่าอาย, การนินทาป้ายร้าย)

    (h) disclosure    (การเปิดเผย, การเปิดโปง, สิ่งที่ถูกเปิดเผย)  

5. In the second paragraph, “assembly” may be replaced by ___________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ, การชุมนุม, การมั่วสุม, กลุ่มคนที่ชุมนุม, ที่ประชุมสภา, สมัชชา”  อาจแทนโดย ________________)

    (a) deluge    (เด๊ล-ลูจ)  (การท่วมท้น, การไหลทะลัก, น้ำท่วม, อุทกภัย, ฝนที่ตกลงมาพักใหญ่)

    (b) distortion    (การบิดเบือน)

    (c) drought    (ความแห้งแล้ง, ฤดูแล้ง, การขาดแคลนน้ำที่ยาวนาน, ความกระหายน้ำ)

    (d) emancipation    (การปลดปล่อย, การปล่อยเป็นอิสระ, การปลดปล่อยหรือเลิกทาส)

    (e) a process of fitting parts of something such as a machine together    (กระบวนการ

          ของการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของบางสิ่ง เช่น เครื่องจักรกล  เข้าด้วยกัน)

    (f) compensation    (การชดเชย, การตอบแทน, การเยียวยา, เงินชดเชย, ค่าตอบแทน)

    (g) augmentation    (การเพิ่มขึ้น)

    (h) tasks    (ทาสค)  (งาน, ภาระหน้าที่, งานหนัก, เรื่องที่ยาก)

6. In the sentence “To have this happen ………....….” in the second paragraph, “this” refers to the _____________.

(ในประโยค  “การปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ........................”  ในพารากราฟ ๒,  “สิ่งนี้”  หมายถึง  ____

__________)

    (a) head foreladies approaching the factory manager    (หัวหน้าพนักงานหญิงเข้าไปหาผู้จัดการ

          โรงงาน)

    (b) factory women leaving the electronics company    (ผู้หญิงโรงงาน – พนักงานหญิง –

          ละทิ้ง (ลาออกจาก) บริษัทเครื่องไฟฟ้า(“สิ่งนี้”  ใช้แทนข้อความที่กล่าวมาแล้วในประโยค

          ที่มาข้างหน้ามัน  ในที่นี้คือ  พนักงานสาวทั้งหมดในโรงงานจะลาออกจากงานในวันศุกร์)

    (c) workers having the same payment system    (คนงานมีระบบการจ่ายค่าจ้างที่เหมือนกัน)

    (d) electronics company being threatened by the Japanese women    (บริษัทเครื่องไฟฟ้าถูกขู่

         โดยสตรีชาวญี่ปุ่น)

7. The word “embarrassed” in paragraph 2 is closest in meaning to _____________________.

(คำว่า  “อึดอัดใจ, ลำบากใจ, กระดากอาย, ขวยเขิน”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

    (a) unbiased    (อัน-ไบ๊-เอิสท)  (ไม่ลำเอียง, ไม่มีอคติ, ไม่เข้าข้าง, ตรงไปตรงมา)

    (b) sympathetic    (เห็นอกเห็นใจ)

    (c) demoralized    (เสียกำลังใจ, ขวัญเสีย)

    (d) disconcerted    (ลำบากใจ, ถูกรบกวน, ถูกทำให้ยุ่งเหยิง)

    (e) perplexed    (ฉงนสนเท่ห์, งงงวย)

    (f) intimidated    (ถูกข่มขู่, ถูกข่มขวัญ, ถูกทำให้หวาดกลัว, ถูกขู่, ถูกคุกคาม)

    (g) persecuted    (ถูกจองล้างจองผลาญ, ถูกประหาร, ถูกข่มเหง, ถูกรบกวน, ถูกก่อกวน, ถูกแกล้ง)

    (h) delighted    (ยินดี, ปลาบปลื้ม, พอใจ)

8. “threatened” in paragraph 2 could best be replaced by _____________________________.

(“ขู่, ขู่เข็ญ, คุกคาม, เตือนภัย, เป็นลางร้าย”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย __________)

    (a) devised    (ประดิษฐ์, คิดค้น, สร้างขึ้นมา) 

    (b) diagnosed    (วินิจฉัย, ตรวจโรค, วิเคราะห์)

    (c) offered    (เสนอให้, หยิบยื่นให้)

    (d) alleviated    (ทำให้บรรเทาลง, ทำให้ลดลง)

    (e) resisted    (ทนต่อ,ต่อต้าน,ต้านทาน,สกัดกั้น,ขัดขืน, ขัดขวาง)

    (f) intimidated    (ขู่, ข่มขู่, ข่มขวัญ, ทำให้หวาดกลัว, คุกคาม)

    (g) irritated    (ทำให้ฉุนเฉียว, ทำให้โมโห, กวนประสาท, ทำให้ระคายเคือง)

    (h) comforted    (ปลอบโยน, ปลอบใจ, ช่วยเหลือ)

9. The Japanese women who worked at the American electronics company wanted to quit because they were ______________.

(สตรีชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งทำงานที่บริษัทเครื่องไฟฟ้าอเมริกัน  ต้องการลาออกเพราะว่าพวกตน _________)

    (a) insulted by the reward system offered by the American company    (ถูกดูหมิ่น-เหยียด

          หยามโดยระบบรางวัล (ค่าจ้างตอบแทน) ซึ่งถูกเสนอให้โดยบริษัทอเมริกัน)  (คือ  บริษัทอเม

          ริกันแห่งนี้จ่ายค่าจ้างให้คนงานหญิงญี่ปุ่นในแบบ  ใครทำงานมากก็ได้ค่าจ้างมาก  ซึ่งในพา

          รากราฟ ๒  หัวหน้าคนงานหญิงได้เข้ามาขอร้องผู้จัดการโรงงานให้ใช้ระบบการจ่ายค่าจ้าง

          ให้เหมือนกับบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ  ซึ่งเมื่อเริ่มจ้างคนงานที่เข้าทำงานใหม่  ก็จะจ่ายค่าจ้างตามอา

          ยุของคนคนนั้น  โดยคนที่อายุมากกว่าจะได้รับค่าจ้างสูงกว่าคนที่อายุน้อยกว่า  และทุกปีจะ

          มีการขึ้นเงินเดือนในวันเกิดของพนักงาน  ทั้งนี้เพราะคนญี่ปุ่นมีความคิดว่า  ทุกคนต่างก็มี

          ส่วนร่วมในความสำเร็จของงานเท่าๆ กัน  ไม่มีใครทำได้ดีหรือมากกว่าใคร  และการที่จะกล่าว

          ว่า  คนๆ หนึ่งทำงานได้มากกว่าคนอื่นๆ  ก็เสมือนกับเป็นการดูถูกคนอื่นนั่นเอง)

    (b) not allowed to have any decision in the payment policy    (มิได้รับอนุญาตให้มีการตัดสินใจใดๆ

          ในนโยบายการจ่ายค่าจ้าง)

    (c) disappointed that the factory manager did not pay them on a piece-rate system    (ผิดหวังว่า

          ผู้จัดการโรงงานมิได้จ่ายค่าจ้างให้พวกตนโดยใช้ระบบอัตราค่าจ้างต่อชิ้นงาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากพนัก

          งานได้รับค่าจ้างโดยใช้ระบบดังกล่าว)

    (d) embarrassed by the visit of the factory manager two months after the opening    (รู้สึกลำบาก

          ใจจากการมาเยือนของผู้จัดการโรงงาน ๒ เดือนหลังจากการเปิดโรงงาน)  (ไม่จริง  เนื่องจากประโยค

          ที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  หัวหน้าคนงานหญิง  รู้สึกลำบากใจที่ต้องเข้ามาร้องขอให้ผู้จัดการ

          เปลี่ยนระบบการจ่ายค่าจ้างให้เหมือนกับบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ)

10. The word “single out” in paragraph 2 refers to _________________________________.

(คำว่า  “คัดเลือก, เลือกเฟ้น, เจาะจง”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ______________________)

      (a) dishearten    (ดิส-ฮ้าร์-เทิ่น)  (ทำให้หมดกำลังใจ, ทำให้ท้อใจ)

      (b) thrill    (ทำให้ตื่นเต้น-เร้าใจ, ทำให้เสียวซ่าน)

      (c) domesticate    (ทำให้เชื่อง, ทำให้เคยชิน, ทำให้สนใจงานบ้าน, ทำให้ชอบอยู่ในบ้าน,

            ทำให้เป็นขนบธรรมเนียม)

      (d) whip    (หวด, ตี, เฆี่ยน, โบย, ลงแส้, รวบรวม, ชุมนุม)

      (e) interrupt    (ตัดบท, ขัดจังหวะ, ทำให้หยุด, ยับยั้ง, พูดสอด, ขัดขวาง)

      (f) assemble    (รวมตัวกัน, ชุมนุม, ประชุม, รวบรวม, รวมเข้า)

      (g) select    (เลือก, เลือกเฟ้น, คัด, คัดเลือก, เลือกสรร, สรรหา)

      (h) eliminate    (กำจัด, ทำลาย, คัดออก, ขับไล่, ขจัด, ลบทิ้ง, ขับออก)

11. After the manager’s visit to the factory in Japan, the American electronics company’s payment system was ________________.

(หลังจากการไปเยือนโรงงานในญี่ปุ่นของผู้จัดการ,  ระบบการจ่ายค่าจ้างของบริษัทเครื่องไฟฟ้าอเมริกันถูก ________________)

      (a) kept the same to please the head foreladies    (รักษาไว้เหมือนเดิมเพื่อเอาใจหัวหน้า

            คนงานหญิง)

      (b) fixed by the age of the factory women    (ทำให้คงที่ตามอายุของสาวโรงงาน)

            (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “บริษัทได้เปลี่ยนแปลง

            ระบบการจ่ายค่าจ้างของบริษัทไปสู่แบบญี่ปุ่น”  คือ  จ่ายค่าจ้างคงที่ตามอายุพนักงาน)

      (c) adjusted to fit the manager’s ideas of efficiency    (ปรับให้เหมาะกับความคิดของผู้จัดการ

            ในเรื่องประสิทธิภาพ)

      (d) maintained to suit the Japanese working environment    (ดำรงไว้เพื่อให้เหมาะกับสภาพ

            แวดล้อมการทำงานแบบญี่ปุ่น)

12. According to the passage, a “collective sense of responsibility” in the first paragraph refers to ________________.

(ตามที่เนื้อเรื่องกล่าว,  “ความรู้สึกของความรับผิดชอบร่วมกัน”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _____

___________)

      (a) the idea that all Japanese workers are competing with one another    (ความคิดที่ว่า  คนงาน

            ชาวญี่ปุ่นทุกคนกำลังแข่งขันซึ่งกันและกัน)

      (b) the thought that an increase in productivity depends on those doing their jobs right first   

            (ความคิดที่ว่า  การเพิ่มความสามารถในการผลิตขึ้นอยู่กับพนักงานซึ่งทำงานของตนอย่างถูกต้อง

            ตั้งแต่แรก)

      (c) the payment system in which priority is given to the most senior forelady in the company   

            (ระบบการจ่ายค่าจ้างซึ่งให้ความสำคัญกับหัวหน้าคนงานหญิงที่อาวุโสสูงสุดในบริษัท)

      (d) the Japanese belief that success depends on the cooperation of all members   

            (ความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่า  ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความร่วมมือของสมาชิกทุกคน

            (ดูจากเนื้อเรื่องในพารากราฟ ๒ ที่หัวหน้าพนักงานหญิงบอกผู้จัดการโรงงานว่า  พนัก

            งานทุกแผนกในโรงงานมีส่วนร่วมในความสำเร็จของงานเท่าๆ กัน  โดยพนักงานใน

            แผนกประกอบชิ้นส่วนครั้งสุดท้ายจะไม่สามารถทำงานได้สำเร็จ  ถ้าพนักงานในแผนก

            อื่นๆ (ซึ่งประกอบชิ้นส่วนบนสายพานเช่นกัน) มิได้ทำงานชิ้นเดียวกันนั้นอย่างถูกต้อง

            มาตั้งแต่ต้น  ซึ่งหมายถึง  ความสำเร็จของงานเกิดจากความร่วมมือของทุกคนหรือ

            แผนกในโรงงาน)

13. What does “humiliating” in the final paragraph mean?

(คำว่า  “น่าอับอาย, น่าขายหน้า, เสียเกียรติ”  ในพารากราฟสุดท้ายหมายถึงอะไร)

      (a) deficient    (ดิ-ฟิช-เชิ่นท)  (ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, บกพร่อง)

      (b) explicit    (ชัดเจน, ชัดแจ้ง, แน่นอน, เปิดเผย)

      (c) harsh    (หยาบ, สาก, ฝาด, บาด (ตา), แสบ (แก้วหู), ห้าว, ไม่น่าดู)

      (d) exorbitant    {(ราคา) แพงลิ่ว, สูงลิ่ว}

      (e) invariable    (ไม่เปลี่ยนแปลง, คงที่)

      (f) ferocious    (ดุร้าย, โหดร้าย, ทารุณ)

      (g) disgraceful    (น่าอับอายขายหน้า, น่าอัปยศอดสู, เสียหน้า, เสื่อมเสีย)

      (h) enormous    (ใหญ่โต, มหึมา, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย)

 

(คำแปล)

ความรู้สึกของความรับผิดชอบร่วมกันของคนญี่ปุ่น

 

            บางทีแง่มุม (ลักษณะ, รูปร่างหน้าตา, ด้าน (ของปัญหา), ทิศทาง, ที่ตั้ง) (aspect) ที่ยากที่สุดของคนญี่ปุ่นสำหรับชาวตะวันตก (Westerners) ที่จะเข้าใจ (หยั่งรู้, รวมทั้ง, กินความกว้าง, ครอบคลุม) (comprehend)  คือ  ความเชื่อ (belief) ที่มั่นคง (เด็ดเดี่ยว, แน่วแน่, หนักแน่น, เข้มแข็ง, แข็งแรง, แข็งแกร่ง) (strong) ในค่านิยม (การทำงาน) ร่วมกัน (collective values)  โดยเฉพาะความรู้สึกของความรับผิดชอบร่วมกัน (a collective sense of responsibility),  ขอให้ผม (ผู้เขียน) อธิบายด้วยตัวอย่าง (แสดงให้เห็นด้วยตัวอย่าง, ยกตัวอย่าง, อธิบาย, แสดงให้เห็นด้วยภาพ, ทำให้เข้าใจ) (illustrate) ของเกร็ดความรู้ (ประวัติหรือเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ) (anecdote)  เกี่ยวกับการไปเยือนโรงงาน (factory) ใหม่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ถูกเป็นเจ้าของ (owned) และดำเนินการ (operated) โดยบริษัทอิเลกทรอนิกส์ (เครื่องไฟฟ้า) อเมริกัน

            ในพื้นที่การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ (การชุมนุม, การมั่วสุม, กลุ่มคนที่ชุมนุม, ที่ประชุมสภา, สมัชชา) (assembly) รอบสุดท้าย (final) ของโรงงานของบริษัท,  แถวเหยียดยาว (long lines) ของสตรีญี่ปุ่นวัยสาวพันด้วยเส้นลวด (wired) ผลิตภัณฑ์อิเลกทรอนิกส์ (เครื่องไฟฟ้า) เข้าด้วยกัน (คือ  พันผลิตภัณฑ์ฯ เข้าด้วยกันด้วยเส้นลวด)  โดยใช้ระบบ (จ่าย) อัตราค่าจ้างต่อชิ้นงาน (piece-rate)  กล่าวคือ  คุณยิ่งพันเส้นลวดได้มาก  คุณก็ยิ่งได้รับค่าจ้างมาก (the more you wired, the more you got paid),  โดยประมาณ ๒ เดือนหลังจากการเปิด (opening) โรงงาน  หัวหน้าคนงานหญิง (head foreladies) จำนวนหนึ่ง  ได้เข้าไปหา (เข้าไปใกล้, ทาบทาม) (approached) ผู้จัดการโรงงาน  (และกล่าวว่า) “ท่านผู้จัดการที่เคารพ (Honorable manager),”  พวกเธอกล่าวอย่างอ่อนน้อม (อย่างนอบน้อม, อย่างถ่อมตัว, อย่างต่ำต้อย) (humbly)  ในขณะที่พวกเธอโค้งคำนับ (bowed),  “เรารู้สึกอึดอัดใจ (ลำบากใจ, กระดากอาย, ขวยเขิน) (embarrassed) ที่ต้องรุกคืบ (กล้า, กระตือรือร้น, ไปข้างหน้า, ก้าวหน้า, ล่วงหน้า) อย่างมาก (so forward),  แต่เราจะต้องพูดกับคุณ  เพราะว่าเด็กสาวทั้งหมด (ในโรงงาน) ได้ขู่ (ขู่เข็ญ, คุกคาม, เตือนภัย, เป็นลางร้าย) (threatened) ที่จะลาออก (ละทิ้ง, หยุด, ยุติ, เลิก, ละทิ้ง, เพิกถอน, สลัด, ปลดเปลื้อง) (quit) จากงานในวันศุกร์นี้”  การปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้น (To have this happen), แน่ละ, จะเป็นความหายนะ (ภัยพิบัติ, ความล่มจม) (disaster) อย่างมหันต์ (great) สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้อง (for all concerned),  “ทำไม”  พวกเธอ (หัวหน้าคนงานหญิง) ต้องการทราบ,  “โรงงานของเราจึงไม่สามารถมีระบบการจ่ายค่าจ้าง (payment system) เหมือนกันกับบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ,  เมื่อคุณจ้าง (hire) เด็กสาวใหม่คนหนึ่ง  ค่าจ้างเริ่มต้น (starting wage) ของเธอควรจะคงที่ (fixed) ตามอายุของเธอ (by her age)  (และ) เด็กสาวอายุ ๑๘ ปีควรจะได้รับค่าจ้าง (be paid) มากกว่าเด็กอายุ ๑๖ ปี,  โดยทุกๆ ปี  ในวันเกิดของเธอ  เธอควรได้รับการเพิ่มค่าจ้าง (increase in pay) โดยอัตโนมัติ (automatic),  ความคิดที่ว่าคนใดๆ ในพวกเรา (any of us) สามารถสร้างผลผลิต (มีผลผลิต) (productive) ได้มากกว่า (พนักงาน) อีกคนหนึ่ง (another)  จะต้องเป็นสิ่งผิดพลาด (wrong)  เพราะว่าไม่มีพวกเราคนใด (none of us) ใน (แผนก) การประกอบชิ้นส่วนรอบสุดท้าย  จะสามารถสร้างสิ่งใด (make a thing) ได้  ถ้าคน (พนักงาน) อื่นๆ ทุกคนในโรงงานมิได้ทำงานของตนอย่างถูกต้อง (เหมาะสม) (right) ในตอนแรก (มาตั้งแต่ต้น) (first),  (ดังนั้น) การคัดเลือก (เลือกเฟ้น, เจาะจง(single out) บุคคลหนึ่งออกมา  ว่าสร้างผลผลิตมากกว่า (พนักงานคนอื่นๆ) จึงเป็นสิ่งผิด  และยังน่าอับอาย (น่าขายหน้า, เสียเกียรติ) (humiliating) เป็นการส่วนตัว (personally) กับพวกเราอีกด้วย”  (ในเวลาต่อมา) บริษัทได้เปลี่ยนแปลงระบบการจ่ายค่าจ้างของบริษัทไปสู่แบบ (model) ญี่ปุ่น (ตามที่หัวหน้าคนงานหญิงเสนอต่อผู้จัดการโรงงาน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป