หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 55)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Religion and Health

 

          Contrary to the widely held notion that religion is nothing more than a bunch of myths and fairy tales that weak people turn to for comfort, some doctors are now saying a belief in God can be good for your health.

          Over the past decade, medical researchers have reported a statistically significant association between health and religion: People who pray, meditate, and go to church are not only more resistant to disease but live longer and recover from operations more quickly.  Adolescents who have strong religious ties experience 40-60 percent fewer problems with drugs and premarital sex.

          David Larson, M.D., president of the National Institute for Health-care Research, and researchers Mary Milano and Constance Barry have analyzed scientific data on the effects of religion in a number of areas, including substance abuse, heart disease, surgery, marital relations, and suicide.  Encouraging religious commitment, they say, could offer a multifaceted way of reducing expenditures for treatment of addictions and mental disorders, leading to shortened hospitalizations through faster recovery rates and decreased need for expensive prescription drugs.

          Larson and associates suggest that spirituality should play a greater part in the care and prevention of physical and mental disorders.  Yet, the beneficial health effects of religious commitment have been virtually ignored by most in the medical community.

 

1. David Larson and associates would probably agree most with which  statement.

(หมอลาร์สันและพวกอาจจะเห็นด้วยมากที่สุดกับคำกล่าวในข้อใด)

    (a) Religion is most beneficial to weak people.    (ศาสนามีประโยชน์ที่สุดกับผู้ที่อ่อนแอ)

    (b) The medical community should pay more attention to religion.    (วงการแพทย์ควรให้

           ความเอาใจใส่ – ความสนใจ – มากขึ้นในศาสนา)  (ดูคำตอบจากพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า 

           “ลาร์สันและพวกแนะนำ (บอกเป็นนัย) ว่าเรื่องจิตวิญญาณ (เรื่องจิตใจ) ควรมีส่วน (บทบาท)

           มากยิ่งขึ้นในการเอาใจใส่ดูแล  และการป้องกันความผิดปกติทางกายและทางใจ  แต่ใน

           ความเป็นจริงแล้ว  คนส่วนใหญ่ในวงการแพทย์มิได้ให้ความสนใจผลกระทบที่เป็นประโยชน์

           ต่อสุขภาพของการยึดมั่นในศาสนาของผู้คน)

    (c) The poor and the weak require more medical attention.    (คนจนและคนอ่อนแอต้องการความ

          เอาใจใส่ทางด้านการแพทย์เพิ่มมากขึ้น)

    (d) Prevention is better than cure.    (กันไว้ดีกว่าแก้)  (เป็นสุภาษิต  ในที่นี้หมายถึง  การป้องกันไม่ให้

         โรคเกิดขึ้น  ดีกว่าปล่อยให้เป็นโรคแล้วค่อยมารักษาภายหลัง)

2. In the first paragraph, “Contrary” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ตรงกันข้าม, ต่อต้าน, ขัดกัน, ดื้อรั้น, เป็นมุมฉาก”  หมายถึง ____________)

    (a) similar    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

    (b) peculiar    (แปลกประหลาด, แปลกพิกล, เป็นพิเศษ, ไม่เคยปรากฏมาก่อน, เฉพาะกับ)

    (c) grateful    (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ) 

    (d) necessary    (จำเป็น, สำคัญ, ไม่มีทางอื่น)

    (e) loyal    (จงรักภักดี, ซื่อสัตย์)  

    (f) accustomed    (คุ้นเคย, เคยชิน) 

    (g) opposite    (ตรงกันข้าม, ตรงข้าม, สวนกัน, ซึ่งตั้งอยู่คนละข้าง)

    (h) satisfactory    (เป็นที่พอใจ, น่าพึงพอใจ, หนำใจ, จุใจ, สาแก่ใจ)

3. The word “myths” in paragraph 1 means _______________________________________.

(คำว่า  “นิทานปรัมปรา, นิยายโบราณ, นิยายหรือตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา, เรื่องที่แต่งขึ้น”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) attractions    (การดึงดูดใจ, แรงดึงดูด, เสน่ห์, บุคคลหรือสิ่งที่ดึงดูด)

    (b) distinctions    (ความแตกต่าง, การแบ่งแยก, การแยกแยะ, ลักษณะพิเศษ,ลักษณะที่เด่น,

          ความมีชื่อเสียง, เกียรติยศ)

    (c) relations    (ความสัมพันธ์, ความเกี่ยวข้อง)

    (d) objections    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

    (e) spouses    (สเพาซ)  (คู่ชีวิต, คู่สมรส, สามีหรือภรรยา)

    (f) attires    (อะ-ไท้-เออะ)  (เครื่องแต่งตัว, เสื้อผ้า, เขากวาง)

    (g) faults    (ข้อบกพร่อง, ความผิดพลาด, ความคลาดเคลื่อน)

    (h) legends    (ตำนาน, เรื่องที่เล่าลือกันต่อๆ มา, คำสลักบนโล่หรืออนุสาวรีย์, คำอธิบายภาพ,

          คนที่น่าสนใจ, ผู้เป็นตัวเอกของเรื่อง)

4. What does “comfort” in paragraph 1 mean?

(การปลอบโยน, การปลอบใจ, คำปลอบโยน, สิ่งปลอบใจ, ผู้ปลอบใจ, ความอบอุ่นใจ”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) complaint    (การอุทธรณ์-ร้องทุกข์, การบ่น)

    (b) advantage    (ข้อได้เปรียบ, ประโยชน์)

    (c) comment    (ข้อคิดเห็น, ความเห็น, ข้อสังเกต, คำอธิบาย, คำวิจารณ์)

    (d) commitment    {การมอบหมาย (หน้าที่, ความไว้วางใจ), การให้คำมั่นสัญญา, การเกี่ยวข้อง,

          การพัวพัน, ความผูกพัน (กับงานหรือหน้าที่)}

    (e) blunder    (ความผิดพลาด)

    (f) solace    (ซ้อล-ลิส)  (การปลอบใจ, การปลอบขวัญ, การปลอบ, สิ่งปลอบใจ, สิ่งปลอบ

          ขวัญ, การหย่อนใจ, สิ่งหย่อนใจ, สิ่งบรรเทาทุกข์)

    (g) costume    (คอส-ทูม)  (เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้าอาภรณ์)

    (h) commodity    (สินค้า, ของใช้ประจำ, ปริมาณหรือจำนวนหนึ่งของสินค้า, ผลิตภัณฑ์เกษตร

          หรือเหมืองแร่, ของที่มีประโยชน์, ผลประโยชน์ส่วนตัว)

5. According to paragraph 1, most people seem to share the idea that ____________________.

(ตามที่กล่าวไว้ในพารากราฟ ๑,  ผู้คนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะมีความคิดเหมือนกันว่า ___________)

    (a) doctors are gods    (แพทย์คือพระเจ้า)

    (b) religion is a myth    (ศาสนาคือนิทานปรัมปรา-นิยายโบราณ-นิยายหรือตำนานที่เล่าต่อๆ

          กันมา)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ตรงกันข้ามกับความคิด

          เห็น (ความเชื่อ) ที่ยึดถือกันอย่างแพร่หลาย (กว้างขวาง) ว่าศาสนามิได้เป็นอะไรมากไป

          กว่ากลุ่มของนิทานปรัม ปรา (นิยายโบราณ) และเทพนิยาย  ซึ่งผู้คนที่อ่อนแอหันไปหา

          เพื่อการปลอบใจ (การปลอบโยน),  แพทย์บางคน .......................”  ซึ่งหมายถึง  คนส่วน

          ใหญ่มีความเห็นเหมือนกันว่า  ศาสนาคือนิทานปรัมปรา)

    (c) religion provides comfort to all people    (ศาสนาให้การปลอบใจกับทุกคน)

    (d) faith is necessary for good health    (ความเชื่อในศาสนา – ความเลื่อมใสศรัทธา – เป็นสิ่งจำ

          เป็นสำหรับสุขภาพที่ดี)

6. “association” in the second paragraph could best be replaced by _____________________.

(“ความสัมพันธ์, สมาคม, บริษัท, การร่วมกัน, สหภาพ, การสังสรรค์, การเชื่อมติดกัน”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย __________________)

    (a) extravagance    (ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย, ความมากเกินไป)

    (b) abundance    (ความอุดมสมบูรณ์, ภาวะล้นเหลือ)

    (c) duplicity    (ดิว-พลิส-ซิ-ที่)  (การตีสองหน้า, การหลอกลวง, ความไม่ซื่อตรง)

    (d) deference    (เด๊ฟ-เฟอะ-เริ่นซ)  (การเคารพนับถือ, การยอมตาม, การคล้อยตาม, การอนุโลม,

          การเชื่อฟัง) 

    (e) relationship    (ความสัมพันธ์, ความเกี่ยวพัน, ความเกี่ยวดอง, ความเกี่ยวข้องกัน,

         ความเป็นญาติกัน)

    (f) restoration    (การปฏิสังขรณ์, การบูรณะ, การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม)

    (g) erection    (การก่อสร้าง, สิ่งก่อสร้าง, การตั้งตรง, การตั้งชัน, การลุก, การชู)

    (h) extension    (การขยายออก, การต่อเติม, ส่วนที่ต่อเติม)

7. The word “operations” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “การผ่าตัด, ศัลยกรรม, การกระทำ, การทำงาน, ปฏิบัติการ, การเดินเครื่อง, การหมุนเครื่อง, การสู้รบ, กิจการ, กิจการทางธุรกิจ, ปฏิบัติการทางทหาร, ยุทธการ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________)

    (a) operators    (ผู้คุมเครื่อง, ช่างคนงาน, ผู้ปฏิบัติการ, พนักงานโทรศัพท์, พนักงานต่อโทรศัพท์,

          พนักงานขับรถ, ผู้ทำศัลยกรรม, ผู้ดำเนินกิจการทางอุตสาหกรรม)

    (b) constructions    (การก่อสร้าง, วิธีการก่อสร้าง, สิ่งปลูกสร้าง)

    (c) confirmations    (การยืนยัน, การรับรอง)

    (d) verifications    (การพิสูจน์ความจริง, การตรวจสอบความจริง, การยืนยันความจริง, การค้นหาความจริง)

    (e) surgeries    (การผ่าตัด, ศัลยกรรม, ศัลยศาสตร์, ห้องศัลยกรรม, ห้องผ่าตัด, ห้องแพทย์,

          ห้องตรวจโรคและจ่ายยา)

    (f) resolutions    (การตกลงใจ, การตัดสินใจ, มติ, การลงมติ, การแยกวิเคราะห์, การแยกสลาย)

    (g) disclosures    (การเปิดเผย)

    (h) erosions    (การกัดกร่อน, การทำให้สึกกร่อน)

8. The word “Adolescents” in paragraph 2 refers to ________________________________.

(คำว่า  “วัยรุ่น, หนุ่มสาว”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _______________________________)

    (a) violations    (การฝ่าฝืน, การละเมิด)

    (b) injunctions    (คำสั่ง, คำสั่งศาล, คำตักเตือน)

    (c) remedies    (เร้ม-เม-ดี้)  (การรักษา, วิธีการรักษา, วิธีการแก้ไข, ยา, สิ่งที่ใช้ในการรักษาหรือแก้ไข)

    (d) tendencies    (แนวโน้ม, ความโน้มเอียง)

    (e) oppositions    (การต่อต้าน, การคัดค้าน, การขัดขวาง, การขัดแย้ง, การไม่เห็นด้วย, การเป็นปรปักษ์)

    (f) youths    (ยูธ)  (คนหนุ่มคนสาว, เด็กหนุ่มสาว, ยุวชน, วัยหนุ่มวัยสาว, ความเป็นหนุ่มเป็นสาว,

          พลังหนุ่มพลังสาว, ระยะแรกเริ่ม)

    (g) remunerations    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

    (h) collaborations    (ความร่วมมือ) 

9. The second paragraph mainly discusses ________________________________________.

(พารากราฟ ๒  ส่วนใหญ่พูดเกี่ยวกับ ________________________________________)

    (a) various religious activities    (กิจกรรมทางศาสนาที่หลากหลาย)

    (b) the benefits of religion on health    (ประโยชน์ของศาสนาที่มีต่อสุขภาพ)  (ดูคำตอบจาก

          ประโยคแรกของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา  นักวิจัยด้านการแพทย์

          ได้รายงานความสัมพันธ์ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ  ระหว่างสุขภาพและศาสนา ....................” 

          ส่วนข้อความต่อๆ มาจนจบพารากราฟเป็นการยกตัวอย่างประกอบ)

    (c) the different practices among teenagers and adults    (การปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเด็กวัยรุ่น

          และผู้ใหญ่)

    (d) an overview of medical research during the last ten years    (การสำรวจอย่างกว้างๆ ด้านการ

          วิจัยทางการแพทย์  ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา)

10. In the third paragraph, “abuse” means ________________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “การใช้ในทางที่ผิด, การใช้แบบเป็นโทษ, การข่มขืนกระทำชำเรา”  หมายถึง ___

______________)

      (a) cure    (คิ้ว-เออะ)  (การรักษาให้หาย, วิธีการรักษาให้หาย, การรักษาที่ได้ผล)  (เมื่อเป็นคำกริยา

            หมายถึง  “รักษาให้หาย, บำบัดให้หาย, แก้ให้หาย, เยียวยา, บังเกิดผลในการบำบัดรักษา”)

      (b) hindrance    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

      (c) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย, ตกใจกลัว, อกสั่นขวัญหาย)

      (d) invasion     (อิน-เว้-ชั่น)  {การรุกราน, การบุกรุก, การถลันเข้าไป, การแพร่ (ของกาซ, โรค)}

      (e) peril    (อันตราย, ภัย)

      (f) misuse    (การใช้ในทางที่ผิดหรือไม่สมควร)

      (g) riddle    (ปริศนา, สิ่งที่ทำให้ฉงน, คำปริศนา, บุคคลที่เป็นปริศนา, ปัญหา, คำถามที่ทำให้งง)

      (h) acumen    (อะ-คู้-เม่น)  (ไหวพริบและความเฉียบแหลม)

11. The word “suicide” in paragraph 3 may be replaced by ____________________________.

(คำว่า  “การฆ่าตัวตาย, อัตวินิบาตกรรม, การฆ่าตัวเอง, การทำลายตัวเอง, การทำลายผลประโยชน์หรืออนาคตของตัวเอง”  ในพารากราฟ ๓  อาจแทนโดย ________________)

      (a) adversary    (ศัตรู, ปรปักษ์)

      (b) conflict    (ความขัดแย้ง)

      (c) talisman    (แท้-ลิส-มั่น)  (เครื่องราง, ของขลัง, สิ่งที่นำโชค)

      (d) delight    (ดิ-ไล้ท)  (ความรื่นรมย์, ความพอใจ, ความบันเทิงใจ)  (ถ้าเป็นคำกริยา  หมายถึง  “

            รื่นรมย์, พอใจ, บันเทิงใจ, ทำให้รื่นรมย์-พอใจ-บันเทิงใจ”)

      (e) comrade    (ค้อม-เรด หรือ ค้อม-ริด)  (สหาย, มิตร, เพื่อนสนิท, เพื่อนสมาชิก, สมาชิกพรรค

           คอมมิวนิสต์)

      (f) defect    (ข้อบกพร่อง, ข้อไม่ดี, ข้อเสีย)

      (g) self-murder or self-destruction    (การฆ่าตัวเองหรือการทำลายตัวเอง)

      (h) paucity    (พ้อ-ซะ-ที่)  (ความขาดแคลน, ความขัดสน, ความยากจน, ความแร้นแค้น, จำนวนเล็กน้อย)

12. “multifaceted” in paragraph 3 is closest in meaning to __________________________.

(“หลายด้าน, หลายแง่มุม”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _____________)

      (a) multipurpose    (อเนกประสงค์)

      (b) convincing    (น่าเชื่อถือ, จูงใจให้เชื่อ)

      (c) affluent    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย, มากมาย)

      (d) influential    (มีอิทธิพล, มีอำนาจชักจูง, มีผลกระทบกระเทือน, มีผลสะท้อน)

      (e) immense    (ใหญ่มาก, มหึมา, มโหฬาร, มากมาย, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต)

      (f) multifarious    (หลาย, หลากหลาย, ต่างๆ นาๆ, ซึ่งมีหลายส่วนหรือรูปแบบต่างๆ กัน)

      (g) crucial    (สำคัญมาก, เกี่ยวกับความเป็นความตาย, ถึงพริกถึงขิง, เด็ดขาด, ซึ่งชี้ขาด, รุนแรง)

      (h) economical    (ประหยัด, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่)

13. The word “expenditures” in paragraph 3 is similar in meaning to _____________________.

(คำว่า  “ค่าใช้จ่าย, การใช้จ่าย, การใช้, งบประมาณ”  ในพารากราฟ ๓  มีความหมายเหมือนกับ ____

___________)

      (a) cutbacks    (การตัดทอน, การลดลง)

      (b) improvements    (การปรับปรุง, การทำให้ดีขึ้น)

      (c) tasks    (ทาสค)  (งาน, งานหนัก, เรื่องที่ยาก, ภาระหน้าที่)

      (d) debts    (เด็ทส)  (หนี้สิน)

      (e) expenses    (ค่าใช้จ่าย, การใช้จ่าย, ค่าโสหุ้ย, ค่าเสียหาย, ความสิ้นเปลือง, การสละ)

      (f) junctures    (ช่วงเวลา, จุดเชื่อมต่อ, จุดประสาน, ชุมทาง, ที่บรรจบ, สิ่งเชื่อมต่อ, หัวต่อ, วิกฤตการณ์)

      (g) vacations    (การเดินทางไปเที่ยววันหยุดพักผ่อน)

      (h) vocations    (อาชีพ, ความต้องการอย่างมากในการประกอบอาชีพ, หน้าที่ของบุคคลหนึ่งที่ได้รับ

            มอบหมายจากพระเจ้า)

14. What does “hospitalizations” in paragraph 3 mean?

(คำว่า  “การรักษาตัวในโรงพยาบาล, การนำเข้ารักษาในโรงพยาบาล”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) hospitalities    (ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ความมีมิตรไมตรีจิต, ความมีใจเมตตากรุณา, ความมีใจต้อน

            รับขับสู้แขกของเจ้าบ้าน)

      (b) impudence    (อิ๊ม-พิว-เดิ้นซ)  (ความทะลึ่ง, ความยโส, ความโอหัง, ความอวดดี, ภาษาหรือคำพูด

            ที่ทะลึ่งหรือยโส)  

      (c) seclusions    (ซี-คลู้-ชั่น)  (การแยกตัว, การเก็บตัว, การตัดขาดจากโลกภายนอก, การแยกตัวมาอยู่

            อย่างสันโดษ, ความสันโดษ, สถานที่สันโดษ) 

      (d) treatments in a hospital    (การรักษาตัวในโรงพยาบาล)

      (e) humilities    (ฮิว-มิ้ล-ลิ-ที่)  (ความนอบน้อม, ความถ่อมตัว) 

      (f) pinnacles    (พิ้น-นะ-เคิ่ล)  (ยอด, จุดสุดยอด, ขีดสุด, ยอดภูเขา เจดีย์ ตึก หอ หรืออื่นๆ,

            ส่วนที่เป็นยอดแหลม) 

      (g) maledictions    (แมล-ละ-ดิ๊ค-ชั่น)  (การด่า, การแช่งด่า, การสาปแช่ง)  

      (h) havocs    (แฮ้ฟ-วอค)  (ความหายนะ, ความฉิบหาย, ความเสียหาย) 

15. “associates” in paragraph 4 refers to _________________________________________.

(“พวก, เพื่อน, สมัครพรรคพวก, ผู้ร่วมงาน, มิตรสหาย, ภาคี, ภาคีสมาชิก, ผู้ช่วย, รอง, ผู้เป็นรอง”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึง ________________)

      (a) enigmas    (อิ-นิ้ก-ม่ะ)  (ปริศนา, คำพูดปริศนา, คนลึกลับ, สิ่งที่น่าฉงนสนเท่ห์) 

      (b) labyrinths    (แล้บ-บิ-รินธ)  (ทางวกวน, เขาวงกต, สิ่งที่วกเวียน, ความยุ่งยากสับสน, ห้องหูชั้นใน) 

      (c) sermons    (เซ้อร์-เมิ่น)  (การเทศนา, การสอน, การให้โอวาท)

      (d) accolades    (แอ๊ค-โค-เลด)  (รางวัล, เกียรติยศ) 

      (e) colleagues    (ค้อล-ลีก)  (ผู้ร่วมงาน, เพื่อนร่วมงาน)

      (f) aphorisms    (แอ๊ฟ-โฟ-ริส-ซึ่ม)  (คติพจน์, คำพังเพย, สุภาษิต) 

      (g) effigies    (เอ๊ฟ-ฟิ-จี้)  (หุ่นหรือรูปจำลองเพื่อล้อเลียน เสียดสี หรือประณาม)

      (h) vicissitudes    (วิ-ซิ้ส-ซิ-ทิ้วด)  (ความขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การผันแปร, การหมุนเวียน,

            การสับเปลี่ยน)

16. The word “beneficial” in paragraph 4 may be replaced by __________________________.

(คำว่า  “มีประโยชน์, เป็นประโยชน์, เป็นผลดี”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ______________)

      (a) competent    (มีความสามารถ ความชำนาญ ประสบการณ์ และคุณสมบัติที่เหมาะสมอื่นๆ)

      (b) brilliant    (บริ๊ล-เยิ่นท)  (ฉลาดมาก, หลักแหลมมาก, สุกใส, โชติช่วง, แวววาว) 

      (c) lethal    (ลี้-เธิ่ล)  (ถึงตาย, เป็นอันตรายถึงตาย, ร้ายแรง, ทำให้ตาย, เกี่ยวกับความตาย) 

      (d) advantageous    (มีประโยชน์, เป็นประโยชน์, ได้ประโยชน์, ได้กำไร)

      (e) negligible    (เล็กน้อย, ไม่สำคัญ, ขี้ปะติ๋ว, ไม่ต้องเอาใจใส่) 

      (f) insipid    (อิน-ซิ้พ-พิด)  (ไม่มีรสชาติ, (อาหาร) จืดชืด, ไม่น่าสนใจ, ไม่มีชีวิตชีวา, อ่อนแรง) 

      (g) bankrupt    (ล้มละลาย, สิ้นเนื้อประดาตัว, หมดสิ้น, (ศีลธรรม) เสื่อมเสีย)

      (h) impartial    (อิม-พ้าร์-เชิ่ล)  (ยุติธรรม, ไม่เอนเอียง, มีใจเป็นธรรม, ไม่เข้าข้างใคร, ไม่มีอคติ)

17. In the final paragraph, “virtually” can best be replaced by _________________________.

(ในพารากราฟสุดท้าย,  “โดยแท้จริง, โดยแก่นแท้, ในทางปฏิบัติ”  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______

_________)

      (a) kindly    (อย่างกรุณา, อย่างอ่อนโยน, อย่างเป็นมิตร, อย่างจริงใจ, อย่างเห็นด้วย, โปรด, กรุณา)

      (b) initially    (อิ-นิช-เชิ่ล-ลิ่)  (ในตอนแรกเริ่ม, ในตอนแรก, ในตอนเริ่มต้น, ในเบื้องแรก, แต่ดั้งเดิม)

      (c) productively    (อย่างให้ผลดีหรือมาก, อย่างทำให้เกิดผล, มีอำนาจผลิต, อย่างอุดมสมบูรณ์)

      (d) stupendously    (สทู-เพ้น-ดัส-ลิ่)  (อย่างมหาศาล, อย่างใหญ่โตอย่างน่าทึ่ง, อย่างทำให้ประ

            หลาดใจ, อย่างทำให้มึนงง) 

      (e) unintentionally    (ไม่ได้ตั้งใจ, ไม่ได้เจตนา)

      (f) practically    (ในทางปฏิบัติ, ได้ผล, อย่างทำได้)

      (g) deliberately    (อย่างจงใจหรือเจตนาทำ)

      (h) atrociously    (อะ-โทร้-เชิส-ลิ่)  (อย่างโหดร้าย, อย่างทารุณ, อย่างชั่วร้าย, อย่างน่ากลัว,

            อย่างดุร้าย, อย่างเลวร้าย)  

18. What does “ignored” in the final paragraph mean?

(“ละเลย, ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่, ไม่ยอมรับรู้”  ในพารากราฟสุดท้ายหมายถึงอะไร)

      (a) relinquished    (ริ-ลิ้ง-ควิช)  (สละ, ยกเลิก, ถอน, ปลดปล่อย) 

      (b) surpassed   (เซอ-พาส)  (เหนือกว่า, ดีกว่า, แซง, ขึ้นหน้า, ล้ำ,  เลย, เกิน, เลยเถิด, ข้าม) 

      (c) tempted   (ยั่วยวน, ล่อใจ, ล่อ, ยั่วใจ, หยั่งเชิง, ทดสอบ, ล่อให้ทำชั่ว) 

      (d) disregarded    (ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ, ไม่นำพา, มองข้าม)

      (e) altered    (อ๊อล-เท่อะ)  (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร) 

      (f) clarified    (แคล้-ริ-ไฟ)  (ทำให้กระจ่าง, ทำให้ชัดเจน, ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น, ทำให้ใสสะอาด,

            ทำให้บริสุทธิ์) 

      (g) elaborated    (อิ-แล้บ-เบอะ-เร-ทิด)  (บรรยายอย่างละเอียด, สาธยาย, วางแผนอย่างละเอียด,

            ทำอย่างประณีต, เพิ่มรายละเอียด, ต่อเติมให้ละเอียด)  

      (h) litigated    (ลิ้ท-ทิ-เกท)  (ฟ้องร้อง, ดำเนินคดี, โต้แย้ง) 

19. According to Dr. Larson and associates, strengthening people’s religious belief can lead to ___

____________.

(ตามที่หมอลาร์สันและพวกกล่าว,  การทำให้ความเชื่อด้านศาสนาของผู้คนเข้มแข็งขึ้น  สามารถนำไปสู่ _________________)

      (a) more medical research    (การวิจัยทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น)

      (b) more communal co-operation    (ความร่วมมือในชุมชนเพิ่มมากขึ้น)

      (c) lower side-effects of addictive drugs    (ผลกระทบข้างเคียงของยาเสพย์ติดลดลง)

      (d) lower health-care costs    (ค่าใช้จ่ายเพื่อการดูแลสุขภาพลดลง)  (ดูคำตอบจากประโยค

            ที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “พวกเขา (หมอเดวิดและพวก) กล่าวว่า  การกระตุ้น

            (ส่งเสริม) (ให้มี) การผูกมัดด้านศาสนา (หมายถึง  การผูกมัดตนเองกับศาสนา)  สามารถ

            ให้วิธีการหลายด้าน (หลายแง่มุม) ในการลดค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา (การเยียวยา) การ

            ติดยาเสพย์ติด  และความผิดปกติทางจิต  ซึ่งนำไปสู่การรักษาตัวในโรงพยาบาลที่สั้นลง .....

            ....................)

 

(คำแปล)

ศาสนาและสุขภาพ

 

            ตรงกันข้าม (ต่อต้าน, ขัดกัน, ดื้อรั้น, เป็นมุมฉาก) (Contrary) กับความคิดเห็น (ความเชื่อ, ความนึกคิด, ความคิดโง่ๆ, ความคิดชั่วขณะหนึ่ง) (notion)  ที่ยึดถือกันอย่างแพร่หลาย (กว้างขวาง) (widely held) ว่าศาสนามิได้เป็นอะไรมากไปกว่า (religion is nothing more than) กลุ่ม (ช่อ, พวง, เครือ, พวก, ก้อน) (bunch) ของนิทานปรัมปรา (นิยายโบราณ, นิยายหรือตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา, เรื่องที่แต่งขึ้น) (myths) และเทพนิยาย (fairy tales)  ซึ่งผู้คนที่อ่อนแอ (weak) หันไปหา (turn to) เพื่อการปลอบใจ (การปลอบโยน, คำปลอบโยน, สิ่งปลอบใจ, ผู้ปลอบใจ, ความอบอุ่นใจ) (comfort),  แพทย์บางคนกำลังกล่าวในปัจจุบันว่า  ความศรัทธาในพระเจ้า (belief in God) อาจจะดีต่อสุขภาพของคุณ (good for your health)

            ในช่วงทศวรรษ (decade) ที่ผ่านมา  นักวิจัยด้านการแพทย์ได้รายงานความสัมพันธ์ (สมาคม, บริษัท, การร่วมกัน, สหภาพ, การสังสรรค์, การเชื่อมติดกัน) (association)  ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติ (statistically significant)  ระหว่างสุขภาพและศาสนา  กล่าวคือ  ผู้คนซึ่งสวดอ้อนวอน (สวดมนต์, อธิษฐาน, ภาวนา, ขอร้อง, วิงวอน) (pray),  ทำสมาธิ (ไตร่ตรอง, เพ่งพิจารณาดู, คิดคำนึง, วางแผน) (meditate)),  และไปโบสถ์ (go to church)  ไม่เพียงแต่มีความต้านทาน (resistant) ต่อโรค (disease) ได้ดีกว่าเท่านั้น  แต่ยังมีชีวิตยืนยาวกว่า (live longer)  และฟื้นจากการผ่าตัด (recover from operations) ได้รวดเร็วกว่าอีกด้วย,  ส่วนวัยรุ่น (หนุ่มสาว) (Adolescents) ซึ่งมีความสัมพันธ์ (ความเชื่อมโยง) ทางศาสนา (religious ties) ที่มั่นคง (แข็งแรง, เข้มแข็ง, แข็งแกร่ง, กล้าหาญ, เด็ดเดี่ยว) (strong)  จะประสบ (มีประสบการณ์, พบ, รู้สึก)  (experience) ปัญหาน้อยกว่า ๔๐ – ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในเรื่องยาเสพย์ติด (drugs)  และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน (premarital sex) (หมายถึง  มีปัญหาในเรื่องทั้ง ๒ น้อยกว่าวัยรุ่นที่ไม่สนใจศาสนา  ราว ๔๐ – ๖๐ เปอร์เซ็นต์)

            นายแพทย์เดวิด ลาร์สัน,  ประธานสถาบันวิจัยการดูแลเอาใจใส่สุขภาพแห่งชาติ  และ ๒ นักวิจัย  คือ  แมรี่ มิลาโน และ คอนสแตนซ แบรี่  ได้วิเคราะห์ (analyzed) ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบ (effects) ของศาสนาในหลายๆ ด้าน (in a number of areas)  รวมทั้งการใช้สารเสพย์ติด (substance abuse),  โรคหัวใจ (heart disease),  การผ่าตัด (ศัลยกรรม, ศัลยศาสตร์, ห้องศัลยกรรม, ห้องผ่าตัด, ห้องแพทย์, ห้องตรวจโรคและจ่ายยา) (surgery),  ความสัมพันธ์ด้านการสมรส (marital relations),  และการฆ่าตัวตาย (suicide),  ทั้งนี้  พวกเขา (หมอเดวิดและพวก) กล่าวว่า  การกระตุ้น (ส่งเสริม, สนับสนุน, ให้กำลังใจ, ยุ) (Encouraging) (ให้มี) การผูกมัด (การเกี่ยวข้อง, การพัวพัน, การเข้าสู่สงคราม, การให้คำมั่นสัญญา, การกระทำความผิด) (commitment) ด้านศาสนา (หมายถึง  การผูกมัดตนเองกับศาสนา)  สามารถให้ (offer) วิธีการ (way) หลายด้าน (หลายแง่มุม) (multifaceted) ในการลด (reducing) ค่าใช้จ่าย (การใช้จ่าย, การใช้, งบประมาณ) (expenditures) สำหรับการรักษา (การเยียวยา, การปฏิบัติต่อ, การกระทำต่อ) (treatment) การติดยาเสพย์ติด (ภาวะติดยาเสพย์ติด) (addictions)  และความผิดปกติทางจิต (mental disorders) ได้  ซึ่งนำไปสู่ (leading to) การรักษาตัวในโรงพยาบาล (การนำเข้ารักษาในโรงพยาบาล) (hospitalizations) ที่สั้นลง (shortened)  ผ่านทาง (through) อัตราการหายป่วยที่เร็วยิ่งขึ้น (faster recovery rates)  และความต้องการซึ่งลดลง (decreased need) สำหรับยาตามใบสั่งแพทย์ (prescription drugs) ที่มีราคาแพง

            ลาร์สันและพวก (เพื่อน, สมัครพรรคพวก, ผู้ร่วมงาน, มิตรสหาย, ภาคี, ภาคีสมาชิก, ผู้ช่วย, รอง, ผู้เป็นรอง) (associates) แนะนำ (บอกเป็นนัย) (suggest) ว่า  เรื่องจิตวิญญาณ (เรื่องจิตใจ, เรื่องวิญญาณ, เรื่องภูตผีปีศาจ, เรื่องความรู้สึกนึกคิด) (spirituality) ควรมีส่วน (บทบาท) มากยิ่งขึ้น (play a greater part) ในการเอาใจใส่ดูแล (care) และการป้องกัน (prevention) ความผิดปกติ (ความไม่เป็นระเบียบ, ความยุ่งเหยิง, ความสับสน) (disorders) ทางกาย (ทางกายภาพ) (physical) และทางใจ (ทางจิต) (mental),  อย่างไรก็ตาม (Yet)  ผลกระทบด้านสุขภาพ (health effects) ที่มีประโยชน์ (เป็นประโยชน์, เป็นผลดี) (beneficial) ของการผูกมัด (การเกี่ยวพัน) ด้านศาสนา (religious commitment) (หมายถึง  การนับถือศาสนา)  โดยแท้จริง (โดยแก่นแท้, ในทางปฏิบัติ) (virtually) แล้ว  ได้ถูกละเลย (ไม่สนใจ, ไม่ยอมรับรู้) (ignored) โดยคนส่วนใหญ่ (most) ในวงการแพทย์ (medical community)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป