หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 53)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Sharks: the Most Feared Fish of All Time

 

          Humans have little to fear from sharks.  The reverse, however, isn’t close to being true.  Fish of all kinds are being hauled from the sea faster than they can reproduce, but until quite recently sharks were exempt from this reckless harvest.  This is no longer the case.  Each year between 30 million and 100 million sharks are caught for their meat (boneless and mild-tasting), their fins (a great delicacy in Asia), their hides (source of an exotic, high-quality leather), and their internal body parts (made into everything from lubricants to cosmetics to “health” products of questionable value).

          Beyond that, sharks have immense practical value.  While shark cartilage does not prevent cancer, it has been used to make artificial skin for burn victims.  Shark corneas have been used experimentally for human transplants.  Shark blood contains anticlotting agents.  Shark liver oil seems to aid white-blood-cell production, it is also an active ingredient in hemorrhoid treatments.

          Sharks were the first creatures to develop an immune system.  Biomedical researchers believe that if we can figure out how theirs works, we’ll gain valuable insights into our own.

          Sharks play a crucial role in keeping aquatic wildlife in balance.  Scientists now understand that each component of the ocean ecosystem has a vital function.  For sharks, that function is to serve as what biologists call an apex predator.  Not only do they keep prey populations in check, but they also tend to eat the slowest, weakest and least clever individuals.  In so doing, they improve the target species’ gene pool, leaving the smarter, stronger individuals to reproduce.

          When an apex predator is removed from the food chain, this carefully balanced machine tends to go haywire.  Experts believe that overfishing of sharks off Australia years ago led to an explosion in the octopus population and a decline of the spiny-lobster fishery.  “It’s impossible to predict the implications of removing sharks from the food chain, but it could be disastrous,” says shark specialist Sonja Fordham of the Center for Marine Conservation in Washington.

 

1. The writer points out that sharks are __________________________________________.

(ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าปลาฉลาม _____________________________________________)

    (a) destroying the ocean ecosystem    (กำลังทำลายระบบนิเวศน์มหาสมุทร)  (ไม่จริง  เนื่องจากฉลาม

          ช่วยรักษาระบบนิเวศน์โดยการทำหน้าที่เป็นนักล่าสุดยอด  ดูจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๔)

    (b) failing to keep prey population in check    (ไม่สามารถควบคุมประชากรปลาที่เป็นเหยื่อและป้องกัน

          มิให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น)  (ไม่จริง  เนื่องจากฉลามสามารถควบคุมได้  ดูจากประโยคที่ ๔ ของพารากราฟ ๔)

    (c) useful mainly for the benefit of man    (มีประโยชน์ส่วนใหญ่สำหรับผลประโยชน์ของมนุษย์)  (เป็น

          ความจริงเพียงส่วนเดียวเท่านั้น  แต่จริงๆ แล้วฉลามช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศน์มหาสมุทร  แต่กำลัง

          ถูกมนุษย์ล่าเป็นจำนวนมากในแต่ละปี  ทำให้สมดุลนี้โดนทำลาย  เนื่องจากฉลามถูกกำจัดออกไปจาก

          ห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทร)

    (d) being removed from the food chain    (กำลังถูกกำจัดจากห่วงโซ่อาหาร)  (บทความนี้กล่าว

          ถึงปลาฉลามซึ่งกำลังถูกมนุษย์ล่าปีละ ๓๐ – ๑๐๐ ล้านตัว  เนื่องจากสามารถนำอวัยวะเกือบทุก

          ส่วนของมันมาผลิตเป็นสินค้า  รวมทั้งอาหารอันโอชะของเอเชียและหนังเทียมสำหรับเหยื่อที่

          โดนไฟไหม้  สิ่งนี้กำลังทำลายความสมดุลของสัตว์น้ำ  ซึ่งปลาฉลามมีบทบาทสำคัญในการรัก

          ษาสมดุลดังกล่าว  โดยเมื่อฉลามลดจำนวนลง  สัตว์น้ำบางประเภทจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก 

          ในขณะที่บางประเภทลดจำนวนลง)

2. In the first paragraph, “reverse” refers to _______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ด้านกลับกัน, ด้านตรงกันข้าม, การถอยหลัง, ด้านกลับ, ด้านหลัง, เกียร์ถอยหลัง, ความปราชัย, ความล้มเหลวสิ้นเชิง”  หมายถึง ________________)

    (a) diversity    (ความหลากหลาย, ความแตกต่างกัน, การมีหลายชนิดหลายแบบ, ความเห็นไม่ตรงกัน)

    (b) catastrophe    (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, ตอนจบของละคร, จุดจบ)

    (c) jeopardy    (อันตราย)

    (d) prestige    (เพรส-ที้จ) (ชื่อเสียง, เกียรติคุณ, เกียรติศักดิ์, เกียรติภูมิ, ศักดิ์ศรี, บารมี)

    (e) dread    (เดรด) (ความหวาดกลัว, ความเกรงขาม, ความเกรงกลัว, ความเคารพยำเกรง)

    (f) struggle    (การต่อสู้, การดิ้นรน, การแข่งขัน)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ดิ้นรน, ต่อสู้, แข่งขัน”)

    (g) opposite    (สิ่งที่อยู่ตรงกันข้าม, ฝ่ายตรงกันข้าม, ผู้อยู่คนละข้าง, ผู้อยู่ตรงกันข้าม,

          คำที่มีความหมายตรงกันข้าม, ผู้ต่อต้าน, ผู้คัดค้าน)

    (h) conflict    (การต่อสู้, การขัดแย้ง, การทะเลาะ, การสู้รบ, สงคราม, การเป็นปรปักษ์)

3. The word “hauled” in paragraph 1 means ______________________________________.

(คำว่า  “ลาก, ดึง, ฉุด, สาว, ชัก, เคลื่อนย้ายด้วยรถบรรทุก, เปลี่ยนทิศทาง”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) identified    (ระบุ, บ่งชี้)

    (b) overcome    (เอาชนะ, พิชิต, มีชัย)

    (c) surmised    (คาดการณ์, เดา, ทาย, คาดคะเน, นึก, คิด)

    (d) erupted    {ปะทุขึ้น, ระเบิด, แตกออก, พุ่งออกมา, ทำให้ปะทุ (แตกออก-ระเบิดออก-พุ่งออก)}

    (e) conduced    (มีส่วนทำให้เกิด, ก่อให้เกิด)

    (f) reassured    (ทำให้มั่นใจอีกครั้ง, รับรองซ้ำ, ประกันซ้ำ)

    (g) endangered    (ทำให้เป็นอันตราย)

    (h) dragged    (ลาก, ดึง, กวาด, คราด, เลื่อน, ขุดลอก, เอ้อระเหย, เฉื่อยชา, เลื่อนบนพื้นดิน,

          เคลื่อนอย่างอืดอาด, ล้าหลัง)

4. The word “reckless” in paragraph 1 is closest in meaning to ________________________.

(คำว่า  “สะเพร่า, ไม่ยั้งคิด, ไม่ไตร่ตรอง, ไม่ระวัง, บุ่มบ่าม, ใจร้อน”  ในพารากราฟ ๑  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

    (a) ferocious    (ดุร้าย, ทารุณ, โหดร้าย, สุดขีด, รุนแรง)

    (b) playful    (ขี้เล่น)

    (c) diverse    (หลากหลาย, แตกต่างกัน, หลายชนิด)

    (d) regular    (สม่ำเสมอ, เป็นประจำ, ตามปกติ)

    (e) unaggressive    (ไม่ก้าวร้าว. ไม่รุกราน)

    (f) thoughtless    (สะเพร่า, เลินเล่อ, ไม่ระมัดระวัง, ไม่เอาใจใส่, ประมาท, ไม่คิดถึงคนอื่น,

          ไม่มีความคิด)

    (g) huge    (ใหญ่มาก, ใหญ่โต, มหึมา, มหาศาล)

    (h) hostile    (ฮอส-ไทล)  (มุ่งร้าย, ไม่เป็นมิตร, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, เป็นปรปักษ์)

5. What does “delicacy” in paragraph 1 mean?

(อาหารอันโอชะ, ความละเอียดอ่อน, ความประณีต, ความอ่อนช้อย, คุณสมบัติที่แตกง่าย, สิ่งบอบบางที่ต้องใช้ความระมัดระวัง, ความอ่อนแอ, ความคล่องแคล่ว”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึงอะไร)

    (a) delegation    (คณะผู้แทน, กลุ่มตัวแทน, การแต่งตั้งหรือส่งตัวแทน, ภาวะที่เป็นตัวแทน)

    (b) deletion    (ดิ-ลี้-ชั่น)  (การลบออก, การเอาออก, การตัดออก, ภาวะที่ถูกลบออก, คำหรือวลีหรือ

          ประโยคที่ถูกลบออก)

    (c) influence    (อิทธิพล, ผลกระทบ)

    (d) dearth    (เดิร์ธ)  (ความขาดแคลน, ความไม่เพียงพอ, ความอดอยาก, ภาวะข้าวยากหมากแพง)

    (e) delicious food    (อาหารอร่อย)

    (f) custody    (การดูแล, การอารักขา, การปกครอง, การควบคุม, การคุมขัง, การเก็บรักษา)

    (g) avalanche    (แอฟ-วะ-ลานซ)  (ภาษาฝรั่งเศส)  (หิมะ  ดิน หรือหินถล่ม, สิ่งที่พังทลายลงมา)

    (h) allegiance    (อะ-ลี้-เจิ้นซ)  (ความจงรักภักดี, ความสวามิภักดิ์, การอุทิศต่อ)

6. People use a shark’s ____________________________ for ________________________.

(ผู้คนใช้ ______________________ ของปลาฉลามสำหรับ ______________________)

    (a) hide _______ making artificial skin for burn victims    (หนัง _______ ทำหนังเทียมสำหรับเหยื่อ

          ที่มีบาดแผลเนื่องมาจากถูกไฟไหม้)

    (b) liver oil ______ increasing white blood cells    (น้ำมันตับ _______ เพิ่มเซลเม็ดเลือด

          ขาว)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “น้ำมันตับปลาฉลามดู

          เหมือนว่าช่วยการสร้างเซลเม็ดเลือดขาว ............................”)

    (c) cartilage ______ preparing exotic Asian food    (กระดูกอ่อน _______ เตรียมอาหารเอเชียที่

          แปลกหรือไม่ธรรมดา)

    (d) blood ______ preventing hemorrhoids    (เลือด ________ ป้องกันริดสีดวงทวาร)

7. The word “exotic” in paragraph 1 may be replaced by _____________________________.

(คำว่า  “มาจากต่างประเทศหรือไม่ธรรมดา, เกี่ยวกับต่างประเทศ, ไม่ใช่ของพื้นเมือง, ประหลาด”  ในพารากราฟ ๑  อาจแทนโดย _______________)

    (a) dense    (หนาแน่น, ทึบ)

    (b) ) lucid    (แจ่มแจ้ง, ชัดเจน)

    (c) sparse    (เบาบาง, บางตา, หร็อมแหร็ม, มีน้อย, ขาดแคลน)

    (d) thorough    (เธ้อร์-โร่)  (ละเอียด, ถี่ถ้วน, ทั่วไปหมด, โดยตลอด, ตลอดทั่วถึง, สมบูรณ์, เต็มที่, เต็มตัว)

    (e) alien    (ต่างประเทศ, ต่างด้าว, แตกต่างกับตัวเอง)

    (f) fatigued    (ฟะ-ทิกด)  (เหนื่อย, เหน็ดเหนื่อย)

    (g) extreme    (สุดโต่ง, สุดขีด, อย่างยิ่ง, สุดๆ)

    (h) lethal    (ลี้-เธิ่ล)  (ถึงตาย, เป็นอันตรายถึงตาย, ร้ายแรง, ทำให้ตาย, เกี่ยวกับความตาย) 

8. In the second paragraph, “artificial” refers to ___________________________________.

(ในพารากราฟ ๒  “เทียม, ปลอม, ไม่แท้, ประดิษฐ์ขึ้นเอง, ทำขึ้นเอง, ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ”  หมายถึง ________________)

    (a) illicit    (อิ-ลิส-ซิท)  (ผิดกฎหมาย, ไม่ชอบด้วยกฎหมาย, เถื่อน, ไม่ได้รับอนุญาต)

    (b) illegible    (อ่านไม่ออก – เนื่องจากเขียนลายมือหวัด)

    (c) illiterate    (อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้  -  เพราะไม่รู้หนังสือ)

    (d) counterfeit    (เค้าน-เทอะ-ฟิท)  (ปลอม, เก๊, ปลอมแปลง, เลียนแบบ, แกล้ง)

    (e) relentless    (ไม่หยุดหย่อน, ไม่ผ่อนผัน, ไม่ยอมผ่อนปรน, ไม่ไว้หน้า, ทรหด, บึกบึน)

    (f) earnest    (เอิ๊น-นิสท)  (เอาจริงเอาจัง, กระตือรือร้น, เคร่ง)

    (g) eccentric    (พิกล, พิลึกกึกกือ, วิตถาร)

    (h) dreadful    (เดร๊ด-ฟุล)  (น่ากลัว)

9. The word “transplants” in paragraph 2 could best be replaced by ____________________.

(คำว่า  “การปลูกถ่ายอวัยวะ, การย้ายปลูก, สิ่งที่ถูกย้ายปลูก”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________________)

    (a) injections    (การฉีดยา, การฉีดความคิดสู่บุคคล)

    (b) chores    (ชอร์)  (งานเล็กๆน้อยๆ, งานบ้าน, งานประจำที่น่าเบื่อ เช่น งานทำความสะอาดบ้าน  งานในไร่นา)

    (c) destinations    (จุดหมายปลายทาง)

    (d) cargoes    (สินค้า, สินค้าบรรทุกบนเรือ-เครื่องบิน-รถไฟ)

    (e) authorities    (อำนาจตามกฎหมาย, เจ้าหน้าที่, ผู้เชี่ยวชาญ, องค์กร)

    (f) transfers    (การย้าย, การเคลื่อนย้าย, การโยกย้าย, การเปลี่ยน, บุคคลที่เคลื่อนย้าย)

    (g) prosperities    (ความเจริญรุ่งเรือง)

    (h) miscommunications    (การสื่อสารที่ผิดพลาด)

10. What does “figure out” in the third paragraph mean?

(“เข้าใจ, แก้ปัญหา, คำนวณ, คิดคำนวณ”  ในพารากราฟที่ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) speed up    (เร่งรัด, ทำให้เร็วขึ้น)

      (b) edify   (เอ๊ด-ดิ-ไฟ)  (สั่งสอน, อบรม, เทศนา, สอนศีลธรรม, กระตุ้นทางด้านจิตใจหรือคุณธรรม) 

      (c) absorb    (ดูดซับ, ดูดซึม, รับเอา (ความคิด, วิธีคิด) มา)

      (d) disperse    (กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย, สลาย, ทำให้แพร่หลาย, หายไป, ทำให้หายไป, ไล่ไป)

      (e) curtail    (เคอร์-เท่ล)  (ทำให้สั้น, ตัดให้สั้น, ตัดทอน, ย่อ, จำกัด, ลด) 

      (f) detect    (พบ, ตรวจพบ, พบเห็น, สืบหา, สืบค้น)

      (g) comprehend    (เข้าใจ, หยั่งรู้, ครอบคลุม, กินความกว้าง, รวมทั้ง)

      (h) withstand    (ทน, อดทน, ต่อต้าน, สกัด)

11. In paragraph 3, the word “theirs” refers to the ___________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  คำว่า  “.............ของพวกเขา”  หมายถึง ___________________________)

      (a) shark’s crucial roles    (บทบาทสำคัญของปลาฉลาม)

      (b) researchers’ biomedical studies    (การศึกษาด้านชีวะแพทย์ของนักวิจัย)

      (c) humans’ evolutionary history    (ประวัติศาสตร์ด้านวิวัฒนาการของมนุษย์)

      (d) sharks’ immune system    (ระบบภูมิคุ้มกันโรคของปลาฉลาม)  (ประโยคแรกของพารา

            กราฟ ๓ กล่าวว่า  “ปลาฉลามเป็นสัตว์ชนิดแรกที่พัฒนาระบบภูมิคุ้มกันโรคขึ้นมา”  และ

            ประโยคต่อมากล่าวว่า  “................. ถ้าเราสามารถเข้าใจว่าระบบภูมิคุ้มกันโรคของปลา

            ฉลามทำงานอย่างไร  เราก็จะได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่มีคุณค่าในระบบภูมิคุ้มกัน

            ของเราเอง”)

12. The main function of “an apex predator” in paragraph 4 is to _______________________.

(หน้าที่สำคัญของ  “นักล่าเหยื่อสุดยอด”  ในพารากราฟ ๔  คือ __________________________)

      (a) upset the balance of aquatic wildlife    (ทำให้สมดุลของสัตว์น้ำปั่นป่วน)

      (b) ensure that only the strongest of the various species survive    (ทำให้มั่นใจว่า  เฉพาะ

            ตัวที่แข็งแรงที่สุดของปลาพันธุ์ต่างๆ เท่านั้นมีชีวิตอยู่)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๔ และ ๕

            ของพารากราฟ ๔ ที่กล่าวว่า  “ฉลามจะควบคุมปลาที่เป็นเหยื่อของมันไม่ให้มีจำนวนมาก

            เกินไป  โดยกินเหยื่อที่เชื่องช้า อ่อนแอ และไม่ฉลาด .............. และ .............. ในการทำเช่นนี้ 

            จะทำให้ปลาที่เป็นเหยื่อของมันซึ่งรอดชีวิต  มียีนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น  คือเป็นปลาที่

            ฉลาดและแข็งแรงมากขึ้น  ซึ่งจะทำการแพร่พันธุ์ต่อไป”)

      (c) eliminate its natural enemies to protect its own population    (กำจัดศัตรูธรรมชาติของมัน 

            เพื่อปกป้องประชากรของฉลามเอง)

      (d) remove certain species from the food chain    (กำจัดปลาบางชนิดจากห่วงโซ่อาหาร)

13. Each year, millions of sharks are killed because _________________________________.

(แต่ละปี  ฉลามหลายล้านตัวถูกฆ่า  เพราะว่า ___________________________________)

      (a) people wish to remove them from the food chain    (ผู้คนปรารถนาที่จะกำจัดมันจาก

            ห่วงโซ่อาหาร)

      (b) biomedical researchers have found them useful    (นักวิจัยด้านชีวะแพทย์ได้พบว่า

            พวกมันมีประโยชน์)

      (c) scientists would like weaker sea animals to survive    (นักวิทยาศาสตร์อยากให้สัตว์

            ทะเลที่อ่อนแอกว่าได้รอดชีวิต)

      (d) their various body parts are highly prized    (ส่วนต่างๆ ของลำตัวของมันได้รับ

            การตีราคาสูง)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ในแต่

            ละปี  ปลาฉลามจำนวนระหว่าง ๓๐ – ๑๐๐ ล้านตัวถูกจับเพื่อเอาเนื้อของมัน  ซึ่งไม่มี

            กระดูกและรสชาติอ่อนนุ่ม,  (เอา) ครีบของมันที่เป็นอาหารอันโอชะอย่างยิ่งในเอเชีย

            (เอา) หนังของมันซึ่งเป็นแหล่งของหนังฟอกคุณภาพสูง  และมาจากต่างประเทศหรือ

            ไม่ธรรมดา  และ (เอา) ส่วนต่างๆ ภายในลำตัวของมัน  ซึ่งถูกนำมาผลิตเป็นทุกสิ่งทุก

            อย่าง  นับตั้งแต่น้ำมันหล่อลื่นจนถึงเครื่องสำอาง  ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ

            ที่มีคุณค่า)

14. In the fifth paragraph, the expression “to go haywire” means to become ______________.

(ในพารากราฟ ๕,  คำพูด  “ยุ่งเหยิง, ไม่เป็นระเบียบ, สับสน”  หมายถึง ____________________)

      (a) carefully balanced    (ถูกทำให้สมดุลอย่างรอบคอบ)

      (b) excessively violent    (รุนแรงมากเกินไป)

      (c) completely disordered    (ไร้ระเบียบอย่างสิ้นเชิง)

      (d) greatly over-populated    (มีประชากรล้นอย่างยิ่ง)

15. The word “implications” in the fifth paragraph may be replaced by __________________.

(คำว่า  “ผลกระทบ, สิ่งที่เกี่ยวข้อง, สิ่งที่พัวพัน, การทำให้เกี่ยวข้อง, ความหมายโดยนัย”  ในพารากราฟ ๕  อาจแทนโดย ________________)

      (a) tensions    (ความเครียด, ความตึงเครียด, ความตึง)

      (b) ramifications    (แรม-มิ-ฟิ-เค้-ชั่น)   (การขยาย, การเพิ่ม, การแตกกิ่งก้านสาขา, กิ่งก้าน, สาขา,

            ผลลัพธ์, ลักษณะหรือปัญหาที่เกี่ยวข้อง) 

      (c) collapses    (การล้มลงหรือทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม)

      (d) rebirths    (การเกิดใหม่, การเกิดอีกครั้ง)

      (e) failures    (เฟ้ล-เย่อร์)  (ความเสื่อมถอย, ภาวะล้มละลาย, ความล้มเหลว-ไม่สำเร็จ, ความไร้ผล,

            การสอบตก, บุคคลหรือสิ่งที่ล้มเหลว)  

      (f) fluctuations    (การขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การไม่มีเสถียรภาพ, การผันแปร, การแกว่งไปมา)

      (g) impacts    (ผลกระทบ, อิทธิพล, การกระทบ, การปะทะ, แรงกระทบ, แรงปะทะ)

      (h) disciplines    (ระเบียบวินัย, สาขาวิชา)

16. The example in the final paragraph is used to show ______________________________.

(ตัวอย่างในพารากราฟสุดท้ายถูกใช้เพื่อแสดงว่า _______________________________)

      (a) how dangerous it is to raise large populations of octopuses    (มันเป็นอันตรายเพียงไร 

            ที่จะเพาะเลี้ยงประชากรหมึกยักษ์จำนวนมาก)

      (b) why a species like the spiny-lobster became extinct    (ทำไมพันธุ์สัตว์เช่นกุ้งก้ามกราม

            เปลือกเป็นหนามได้สูญพันธุ์ไป)

      (c) what happens when sharks are removed from the food chain    (อะไรเกิดขึ้น

            เมื่อฉลามถูกกำจัดออกไปจากห่วงโซ่อาหาร)  (พารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “เมื่อ

            ฉลามถูกกำจัด  ห่วงโซ่อาหารจะไม่เป็นระเบียบหรือยุ่งเหยิง  ส่วนการจับปลาฉลาม

            มากเกินไปในทวีปออสเตรเลียเมื่อหลายปีก่อนทำให้ประชากรปลาหมึกยักษ์เพิ่ม

            ขึ้นอย่างมากมาย  ในขณะที่การทำประมงกุ้งก้ามกรามกลับลดลง”  ซึ่งตัวอย่าง

            เหล่านี้แสดงว่า  อะไรเกิดขึ้นเมื่อฉลามถูกกำจัดออกไปจากห่วงโซ่อาหาร)

      (d) how the overfishing of sharks helped to protect the spiny-lobster    (การจับฉลาม

            มากเกินไปช่วยปกป้องกุ้งก้ามกรามเปลือกเป็นหนามได้อย่างไร)

17. The word “disastrous” in the final paragraph is closest in meaning to ________________.

(คำว่า  “ทำให้เกิดความหายนะ, ทำให้เกิดภัยพิบัติ, เกี่ยวกับความหายนะ, ที่เสียหายอย่างมาก, ที่น่ากลัวมาก”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

      (a) renowned    (มีชื่อเสียง, มีกิตติศัพท์เลื่องลือ, มีเกียรติคุณ)

      (b) notorious    (มีชื่อเสียงในทางเลวร้าย, ดังกระฉ่อน, รู้จักกันไปทั่ว)

      (c) viable    (สามารถทำได้, ทำงานได้, (ทารก, เมล็ดพืช) ที่สามารถมีชีวิตและเจริญเติบโตต่อไปได้,

            สามารถเจริญเติบโตหรือพัฒนาได้)

      (d) controversial    (ซึ่งขัดแย้งกัน, เกี่ยวกับการขัดแย้ง, ซึ่งเป็นที่โต้เถียงกัน, เกี่ยวกับการโต้เถียง)

      (e) superb    (ดีเยี่ยม, เยี่ยมยอด)

      (f) feasible    (สามารถทำได้)

      (g) crucial    (จำเป็นอย่างยิ่ง, สำคัญ, เด็ดขาด, ซึ่งชี้ขาด, รุนแรง, ถึงพริกถึงขิง, เกี่ยวกับความเป็น

             ความตาย)

      (h) catastrophic    (ทำให้เกิดความหายนะ, ทำให้เกิดภัยพิบัติ, ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายกาจ,

            ซึ่งเป็นตอนจบ)

18. Which of the following sentences best expresses the main idea of the passage as a whole?

(ประโยคใดต่อไปนี้แสดงใจความ – ความคิด – สำคัญของบทความโดยทั่วไปได้ดีที่สุด)

      (a) Humans have little to fear from sharks.    (มนุษย์มีอะไรต้องกลัวฉลามเพียงนิดหน่อย)

      (b) Sharks were the first creatures to develop an immune system.    (ฉลามเป็นสัตว์ชนิดแรกที่

            พัฒนาระบบคุ้มกันโรคขึ้นมา)

      (c) Sharks play a crucial role in keeping aquatic wildlife in balance.    (ปลาฉลามมีบท

            บาทสำคัญในการรักษาสมดุลของสัตว์น้ำ)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๔ กล่าวเช่นนี้ 

            ส่วนประโยคต่อๆ มาจนจบบทความ  พูดถึงบทบาทของฉลามในฐานะห่วงโซ่อาหาร  ว่า

            สามารถรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ในมหาสมุทรได้อย่างไร)

      (d) Sharks are more valuable dead than alive.    (ฉลามมีคุณค่าตอนตายมากกว่าตอนมีชีวิต)

 

ฉลาม :  ปลาที่คนกลัวมากที่สุดตลอดกาล

 

            มนุษย์มีอะไรที่ต้องกลัวปลาฉลามนิดหน่อย,  ด้านกลับกัน (ด้านตรงกันข้าม, การถอยหลัง, ด้านกลับ, ด้านหลัง, เกียร์ถอยหลัง, ความปราชัย, ความล้มเหลวสิ้นเชิง) (The reverse), อย่างไรก็ตาม, ไม่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเลย (หมายถึง  จริงๆ แล้วปลาฉลามน่ากลัวอย่างมาก)  ทั้งนี้  ปลาทุกชนิดกำลังถูกลาก (ดึง, ฉุด, สาว, ชัก, เคลื่อนย้ายด้วยรถบรรทุก, เปลี่ยนทิศทาง) (hauled) (ขึ้นมา) จากทะเลเร็วกว่าที่พวกมันจะสามารถแพร่พันธุ์ (ขยายพันธุ์, สืบพันธุ์, ทำพันธุ์, ทำสำเนา, อัดสำเนา, ถอดแบบ, จำลอง) (reproduce) ได้  แต่จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ มานี้อย่างมาก (quite recently)  ปลาฉลามได้รับยกเว้น (พ้น) (exempt) จากการเก็บเกี่ยว (ฤดูเก็บเกี่ยว, ผลที่เก็บเกี่ยวได้) (harvest) (ในที่นี้เป็นการเปรียบเทียบ  หมายถึง  การจับปลา) ที่สะเพร่า (ไม่ยั้งคิด, ไม่ไตร่ตรอง, ไม่ระวัง, บุ่มบ่าม, ใจร้อน) (reckless) นี้ (หมายถึง  ในอดีตปลาฉลามมิได้ถูกจับอย่างไม่ยั้งคิดว่ามันอาจจะสูญพันธุ์ได้  เหมือนที่ปลาชนิดอื่นๆ ถูกจับ  จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้  ที่ปลาฉลามถูกล่าอย่างมากมาย),  สิ่งนี้มิใช่กรณีอีกต่อไป (no longer the case) (หมายถึง  กรณีของการไม่ล่าปลาฉลามอย่างไม่ยั้งคิดได้หมดไปแล้ว)  โดยในแต่ละปี  ปลาฉลามจำนวนระหว่าง ๓๐ – ๑๐๐ ล้านตัวถูกจับเพื่อเอาเนื้อของมัน (caught for their meat)  ซึ่งไม่มีกระดูกและรสชาติอ่อนนุ่ม (boneless and mild-tasting),  (เอา) ครีบ (fins) ของมัน ที่เป็นอาหารอันโอชะอย่างยิ่งในเอเชีย (a great delicacy in Asia),  (เอา) หนัง (hides) ของมัน  ซึ่งเป็นแหล่งของหนังฟอกคุณภาพสูง (high-quality leather) และมาจากต่างประเทศหรือไม่ธรรมดา (exotic)  และ (เอา) ส่วนต่างๆ ภายในลำตัว (internal body parts) ของมัน  ซึ่งถูกนำมาผลิตเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง (made into everything)  นับตั้งแต่น้ำมันหล่อลื่น (lubricants) จนถึงเครื่องสำอาง (cosmetics)  ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ (health products) ที่มีคุณค่า (value) ซึ่งน่าสงสัย (มีปัญหา, มีพิรุธ, ไม่แน่นอน, ไม่คงที่) (questionable) (หมายถึง  ยังน่าสงสัยว่าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ  ที่ทำมาจากส่วนต่างๆ ภายในตัวปลาฉลาม  จะมีคุณค่าจริงหรือไม่)

            เหนือกว่านั้น (Beyond that),  ปลาฉลามมีคุณค่าที่ใช้งานได้จริง (practical value) อย่างมหาศาล (มากมาย, มโหฬาร, มหึมา, ใหญ่โต, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต, เหลือคณานับ) (immense),  ในขณะที่กระดูกอ่อน (cartilage) ของปลาฉลามมิได้ป้องกันมะเร็ง  มันได้ถูกใช้ (used) ทำหนังเทียม (make artificial skin) สำหรับเหยื่อที่มีบาดแผลเนื่องมาจากโดนไฟไหม้ (burn victims),  ส่วนกระจกตา (แก้วตา(corneas) ของปลาฉลามได้ถูกใช้อย่างเป็นการทดลอง (used experimentally) สำหรับการปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์ (human transplants),  และเลือดปลาฉลามมี (contains) สาร (agents) ซึ่งต้านการจับตัวเป็นก้อน (anticlotting) (ของเลือด)  ส่วนน้ำมันตับปลาฉลาม (Shark liver oil) ดูเหมือนว่า (seems) ช่วย (aid) การสร้างเซลเม็ดเลือดขาว (white-blood-cell production)  และมัน (น้ำมันฯ) ยังเป็นส่วนประกอบที่มีประสิทธิภาพ (active ingredient) ในการรักษาริดสีดวงทวาร (hemorrhoid treatments) อีกด้วย

            ปลาฉลามเป็นสัตว์ชนิดแรก (first creatures) ที่พัฒนาระบบภูมิคุ้มกันโรค (immune system) ขึ้นมา,  โดยนักวิจัยด้านชีวะแพทย์ (Biomedical researchers) เชื่อว่า  ถ้าเราสามารถเข้าใจ (แก้ปัญหา, คำนวณ, คิดคำนวณ) (figure out) ว่าระบบภูมิคุ้มกันโรคของมัน (theirs) ทำงานอย่างไร  เราก็จะได้รับ (ได้มา, ได้กำไร, ชนะ, บรรลุ, ก้าวหน้า, คืบหน้า) (gain) ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (ความเข้าใจอย่างถ่องแท้, การมองทะลุ) (insights) ซึ่งมีค่า (มีคุณค่า, มีประโยชน์มาก, มีราคา, มีความสำคัญมาก) (valuable) เข้าไปในระบบภูมิคุ้มกันของเราเอง (into our own) (คือ  สามารถเข้าใจระบบภูมิคุ้ม กันโรคของมนุษย์ได้)

            ปลาฉลามมีบทบาทสำคัญ (play a crucial role) ในการรักษาสมดุลของสัตว์น้ำ (keeping aquatic wildlife in balance),  โดยนักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเข้าใจว่า  องค์ประกอบ (ส่วนประกอบ, ส่วนเสริม) (component) แต่ละอย่างของระบบนิเวศน์มหาสมุทร (ocean ecosystem) มีหน้าที่ (function) สำคัญ (จะขาดเสียมิได้, จำเป็นสำหรับชีวิต, จำเป็น, กระฉับกระเฉง, มีพลังงาน, มีชีวิตชีวา, มีกำลัง, เกี่ยวกับชีวิต, เกี่ยวกับความเป็นความตาย) (vital),  สำหรับปลาฉลาม  หน้าที่นั้นคือการรับหน้าที่ (สนองความต้องการ, รับใช้, บริการ, คอยรับใช้, ปรนนิบัติ, บริการอาหาร, ต้อนรับแขก, ตีลูก) (serve) เป็นสิ่งที่นักชีววิทยาเรียกว่า (as what biologists call) นักล่าเหยื่อ (สัตว์ที่จับสัตว์อื่นเป็นอาหาร, นักปล้นสะดม, ผู้เบียดเบียน, สิ่งเบียดเบียน) (predator) สุดยอด (ปลาย, ยอด) (apex),   โดยปลาฉลามไม่เพียงแต่ควบคุมประชากรปลาที่เป็นเหยื่อของมันและป้องกันมิให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น (keep prey populations in check) เท่านั้น  แต่มันยังมีแนวโน้ม (tend) ที่จะกินเหยื่อแต่ละตัว (เหยื่อแต่ละชนิด) (individuals) ซึ่งเชื่องช้าที่สุด (slowest), อ่อนแอที่สุด (weakest) และฉลาดน้อยที่สุด (least clever) อีกด้วย,  และในการทำเช่นนั้น (In so doing)  ปลาฉลามทำให้จำนวนรวมของยีนของพันธ์ปลาที่เป็นเป้าหมาย (เหยื่อของมัน) ดีขึ้น (improve the target species' gene pool)  และปล่อยให้ (leaving) เหยื่อแต่ละตัว (individuals) (ที่ไม่ถูกล่า) ซึ่งฉลาดขึ้น (smarter), และแข็งแรงมากขึ้น (stronger) ได้ขยายพันธ์ (reproduce) ต่อไป (หมายถึง  ฉลามเลือกกินเหยื่อตัวที่เชื่องช้า, อ่อนแอและโง่  ซึ่งช่วยทำให้ยีนของเหยื่อตัวที่ไม่ถูกกิน (รอดตาย) ปรับปรุงดีขึ้น  และขยายพันธุ์ต่อไป)

            เมื่อนักล่าสุดยอด (ปลาฉลาม) ตัวหนึ่งถูกขจัด (กำจัด, ปลด, ปลดเปลื้อง, ไล่ออก, ย้าย, โยกย้าย, ขนของ, ฆ่า) (removed) จากห่วงโซ่อาหาร (food chain)  เครื่องจักรที่ถูกทำให้สมดุลอย่างรอบคอบ (carefully balanced machine) นี้ (หมายถึง  ห่วงโซ่อาหาร) ก็มีแนวโน้มที่จะยุ่งเหยิง (ไม่เป็นระเบียบ, สับสน) (go haywire),  โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า  การจับปลาฉลามจำนวนมากเกินไปในทวีปออสเตรเลีย (overfishing of sharks off Australia) เมื่อหลายปีมาแล้ว  ได้นำไปสู่ (led to) การเกิดขึ้นอย่างมากมาย (การเกิดขึ้นในทันทีทันใด, การระเบิด, การปะทุ, เสียงระเบิด, การหัวเราะ-โกรธ-ร้องไห้อย่างกะทันหัน) (explosion) ของประชากรปลาหมึกยักษ์ (octopus population)  และการลดลง (a decline) ของการทำประมง (การจับปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ, ธุรกิจในการจับปลา, สถานที่จับปลา) (fishery) กุ้งก้ามกรามที่มีเปลือกเป็นเดือยแหลมหรือหนาม (spiny-lobster),  “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำนาย (predict) ผลกระทบ (สิ่งที่เกี่ยวข้อง, สิ่งที่พัวพัน, การทำให้เกี่ยวข้อง, ความหมายโดยนัย) (implications) ต่างๆ ของการกำจัด (removing) ปลาฉลามออกไปจากห่วงโซ่อาหาร  แต่มันสามารถทำให้เกิดความหายนะ (ทำให้เกิดภัยพิบัติ, เกี่ยวกับความหายนะ, ที่เสียหายอย่างมาก, ที่น่ากลัวมาก) (disastrous) ได้,”  ซอนจา ฟอร์ดแฮม  ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาฉลาม (shark specialist) ของศูนย์อนุรักษ์ทางทะเล (Center for Marine Conservation) ในกรุงวอชิงตันกล่าว

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป