หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 49)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Space Exploration: Possibility or a Dream?

 

          The idea that spaceship may someday trek from star to star makes great science fiction but bad science.  The laws of physics and the properties of matter limit the speed of spaceships, making it impossible to travel between stars in any reasonable time. 

          This is a surprisingly unpopular message.  Instead of being relieved that we can’t be invaded by hostile aliens, people are disturbed by the idea that our technology is approaching some theoretical limit so soon after it first started.  Only 160 years separate the first steam locomotives from manned space flight, a stupendous rate of progress.  Surely if technology could take us from 3 miles per hour to 25,000 miles per hour (7 miles per second) in only 160 years, someday speeds in excess of 186 miles per second should be possible.

          Unfortunately, technology doesn’t work this way.  Human experience shows us that new technologies reach their practical limits early in their development.  The Great Pyramid of Egypt was built about 2680 B.C. only a few hundred years after the Egyptians first learned to cut and move large blocks of stone.  They continued building pyramids for another 1,000 years, but never again one as big.

           Men landed on the moon only eight years after Yuri Gagarin’s first orbital flight.  The moon landing may be our Great Pyramid, an accomplishment never again to be equaled.  Although a manned mission to Mars may be technologically possible, it’s questionable whether it is justified in terms of its costs and risks.  Even if peace and democracy should reign throughout the world and $1 trillion a year in armament expense is no longer needed, there will be many other things to do with the money.

 

1. The main idea of the passage is that ___________________________________________.

(ใจความ – ความคิด – หลักของบทความนี้  คือว่า _________________________________)

    (a) people enjoy reading science fiction    (ผู้คนสนุกสนานกับการอ่านนิยายวิทยาศาสตร์)

    (b) interstellar travel is impractical    (การเดินทางระหว่างดวงดาวไม่สามารถปฏิบัติได้จริง

          (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “แม้ว่าภารกิจไปยังดาวอังคาร 

          ที่มีมนุษย์ควบคุม (ยานฯ)  อาจเป็นไปได้ในทางเทคโนโลยี  มันมีปัญหา (น่าสงสัย) ว่ามันได้

          รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง (สมเหตุสมผล) หรือไม่  ในแง่ของค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของภาร

          กิจดังกล่าว”  ซึ่งหมายความว่า  การเดินทางไปดาวอังคารอาจไม่สมเหตุสมผล  หรือไม่สา

          มารถปฏิบัติได้)

    (c) we owe a great debt to the Egyptians    (เราเป็นหนี้อย่างมากมายต่อชาวอียิปต์)

    (d) people will soon travel at the speed of light    (ผู้คนจะเดินทางด้วยความเร็วแสงในไม่ช้านี้) 

2. The writer clearly states that our knowledge of transportation technology is _____________.

(ผู้เขียนกล่าวอย่างชัดเจนว่า  ความรู้ของเราในด้านเทคโนโลยีการขนส่ง _________________)

    (a) based on Egyptian technology    (มีพื้นฐานอยู่บนเทคโนโลยีของอียิปต์)

    (b) advancing more rapidly    (กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น)

    (c) too costly to develop    (แพงเกินไปที่จะพัฒนาขึ้นมา)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพา

          รากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “แม้ว่าภารกิจไปยังดาวอังคาร  ที่มีมนุษย์ควบคุม (ยานฯ)  อาจเป็น

          ไปได้ในทางเทคโนโลยี  มันมีปัญหา (น่าสงสัย) ว่ามันได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง (สมเหตุสม

          ผล) หรือไม่  ในแง่ของค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของภารกิจดังกล่าว”  ซึ่งหมายความว่าเทค

          โนโลยีการขนส่งระหว่างดวงดาวมีค่าใช้จ่ายมหาศาล  และอาจไม่คุ้มค่าที่จะพัฒนาขึ้นมา)

    (d) almost complete    (เกือบจะสมบูรณ์)

3. In the first paragraph, “trek” refers to __________________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “เดินทาง, เดินทางหรืออพยพด้วยความลำบาก, (ในแอฟริกาใต้) เดินทางด้วยเกวียน”  หมายถึง _________________)

    (a) recede    (ถอย, ถอยหลัง, ถอยห่าง, ล่าถอย, ห่างออก, ลด, ตกต่ำ)

    (b) percolate    (ซึมผ่าน, ปล่อยให้ไหลผ่านสิ่งกรอง, กรอง, ทำให้ซึมผ่าน-ไหลผ่าน)

    (c) persevere    (อุตสาหะ, พากเพียร, บากบั่น, พยายาม, ยืนหยัด)

    (d) penetrate    (ทะลุเข้าไป, ฝ่าเข้าไป, เจาะทะลุ, ลอด, บุกเข้าไป, แทรกซึม, มองทะ ลุ, มองผ่าน,

          มีผลลึกซึ่งต่อ)

    (e) withdraw    (ถอน, ถอนตัว, ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชักกลับ, หด, เลิก, เลิกใช้)

    (f) journey    (เดินทาง)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “การเดินทาง, ระยะทางที่เดิน, ระยะเวลา

          ของการเดินทาง, การผ่านจากระยะหนึ่งไปยังอีกระยะหนึ่ง”)

    (g) inspect     (ตรวจสอบ หรือตรวจตราอย่างละเอียด)

    (h) flee    (หนี, หลบหนี)

4. The word “fiction” in paragraph 1 means ______________________________________.

(คำว่า  “นิยาย, นิทาน, เรื่องโกหก, เรื่องที่แต่งขึ้น, สิ่งที่เสกสรรขึ้น, ความเท็จ, การเสกสรรเรื่องขึ้น”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง ________________)

    (a) conflict    (ความขัดแย้ง, การต่อสู้, การเป็นปรปักษ์, การทะเลาะ, สงคราม, การสู้รบ)

    (b) friction    (การเสียดสีระหว่างวัตถุ, แรงต้านที่เกิดจากการเสียดสีหรือกระทบกันของวัตถุ,

          การกระทบกระเทือน, ความขัดแย้งทางความคิด)

    (c) acquisition    (การได้มา, การครอบครอง, สิ่งที่ได้มา)

    (d) fluctuation     (ความผันผวน, ความไม่แน่นอน, การขึ้นๆลงๆ)

    (e) artifact    (สิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น)

    (f) skeleton    (โครงกระดูก)

    (g) tale    (นิยาย, นิทาน, คำเล่าลือ, เรื่องเล่าลือ, เรื่องโกหก, คำนินทา, จำนวนทั้งหมด)

    (h) notion    (ความคิด, ความเห็น, ความเข้าใจ)

5. The writer believes that an invasion by unfriendly aliens is _________________________.

(ผู้เขียนเชื่อว่า  การรุกรานโดยมนุษย์ต่างดาวที่ไม่เป็นมิตร __________________________)

    (a) rather disturbing    (ค่อนข้างจะรบกวน – ทำให้ใจไม่สงบ)

    (b) a realistic threat    (เป็นภัยคุกคามอย่างสมจริงสมจัง  หรือซึ่งเป็นจริง)

    (c) most improbable    (ไม่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารา

          กราฟ ๒ ที่กล่าวว่า  “แทนที่จะโล่งอก (ผ่อนคลาย) ว่าเราไม่สามารถถูกรุกราน โดยมนุษย์

          ต่างดาวซึ่งมุ่งร้าย  ผู้คนกลับถูกรบกวนโดยความคิดที่ว่า .......................”)

    (d) a common theme    (เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ, เป็นหัวข้อในการสนทนาทั่วๆ ไป)

6. The word “hostile” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “มุ่งร้าย, ปองร้าย, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, ไม่เป็นมิตร, ไม่รับแขก, ที่ต่อต้าน”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

    (a) grotesque    (โกร-เทสค)  (ผิดปกติ, พิกล, พิลึก, วิตถาร, วิปลาส, บูดเบี้ยวผิด ปกติ)

    (b) chronic    (คร้อน-นิค)  (เรื้อรัง, ยาวนาน, เป็นประจำ, เป็นนิสัย)

    (c) controversial    (ซึ่งโต้เถียงกัน, ซึ่งขัดแย้งกัน, ซึ่งทะเลาะวิวาทกัน)

    (d) fundamental    (ที่เป็นรากฐาน, ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ)

    (e) consistent    (สม่ำเสมอ, คงเส้นคงวา)

    (f) excessive    (มากเกิน, มากเกินพอดี)

    (g) abhorrent    (น่ารังเกียจ, น่าเกลียดชัง)

    (h) malevolent    (มุ่งร้าย, ประสงค์ร้าย, เป็นอันตราย, ชั่ว, เลว, เป็นภัย)

7. In paragraph 2, “disturbed” refers to __________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “รบกวน, กวน, ทำให้ไม่สงบ, ทำให้ยุ่ง, ทำให้ลำบาก”  หมายถึง _____________)

    (a) adjusted    (ปรับ, แก้ไข, ปรับตัว, จัด, ปรองดอง)

    (b) concealed    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

    (c) elevated    (เอ๊ล-ละ-เวท)  (ยกระดับ, ทำให้สูงขึ้น)

    (d) estimated     (ประเมินค่า, ประมาณราคา)

    (e) bothered    (รบกวน, กวน, ก่อกวน, ทำให้งง, ทำให้ยุ่งใจ, ยุ่งกับ)

    (f) jeopardized    (เสี่ยงอันตราย, เสี่ยงภัย, ทำให้เป็นอันตราย)

    (g) retarded    (ทำให้ช้าลง, ทำให้ลดความเร็ว, ถ่วง, หน่วงเหนี่ยว, ขัดขวาง, เป็นอุปสรรคต่อ)

    (h) revered    (เคารพนับถือ, บูชา, ยำเกรง)

8. The vehicle which can travel at a speed of 7 miles per second is _______________________.

(ยวดยานซึ่งสามารถเดินทางด้วยความเร็ว ๗ ไมล์ต่อวินาที __________________________)

    (a) called a steamship    (ถูกเรียกว่า  เรือกลไฟ)

    (b) known as a spacecraft    (เป็นที่รู้จักกันว่า  ยานอวกาศ)

    (c) called a locomotive    (ถูกเรียกว่า  หัวรถจักร)

    (d) called a hot rod    (ถูกเรียกว่า  รถซิ่ง, รถความเร็วสูง เช่น รถแข่ง)   

    (e) known as fire engine    (เป็นที่รู้จักกันว่า  รถดับเพลิง)

    (f) called a convertible    (ถูกเรียกว่า  รถเปิดประทุน)

    (g) known as a station wagon    (เป็นที่รู้จักกันว่า  รถตรวจการณ์)

    (h) yet to be invented    (ยังมิได้ประดิษฐ์ขึ้น)

9. The word “stupendous” in paragraph 2 may be replaced by __________________________.

(คำว่า  “มหาศาล, มากมาย, ใหญ่โตอย่างน่าทึ่ง, ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้มึนงง”  ในพารากราฟ ๒  อาจจะแทนโดย _______________)

    (a) hazardous    (มีอันตราย, เป็นภัย)

    (b) adverse    (ในทางลบ, เป็นปฏิปักษ์หรือในทางร้าย, ตรงกันข้าม)

    (c) spontaneous    (เกิดขึ้นเอง, เป็นไปเอง, เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือโดยตัวของมันเอง, โดยสัญชาต

          ญาณ, จากภายใน)

    (d) incomprehensible    (ไม่อาจเข้าใจได้)

    (e) incontrovertible    (ที่ไม่อาจโต้แย้งได้, ที่เถียงไม่ได้, ที่ไม่มีทางโต้แย้ง, ที่ลบล้างไม่ได้)

    (f) prodigious    (มหาศาล, มากมาย, ใหญ่โตมโหฬาร, มหันต์, อย่างยิ่ง, มหัศจรรย์, แปลก

          ประหลาด, น่างงงวย)

    (g) outstanding    (๑.  เด่น, มีชื่อเสียง, สะดุดตา, ยื่นออกมา, นูนออกมา  ๒. (หนี้) ยังไม่ได้ชำระ,

          ยังไม่ยุติ, ยังไม่สำเร็จ, ยังคาราคาซังอยู่, ค้าง, ยังแก้ไม่ตก, ยังคงเป็นอยู่) 

    (h) generous    (ใจกว้าง, กรุณา, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่)

10. The writer mentions the Great Pyramid of Egypt to illustrate that ____________________.

(ผู้เขียนกล่าวถึงปิรามิดที่ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์  เพื่อแสดงให้เห็นด้วยภาพว่า ________________)

      (a) it does not take long to develop a technology to its fullest potential    (มันมิได้ใช้เวลา

            นานที่จะพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ศักยภาพเต็มที่ – สูงสุด – ของมัน)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒,

            ๓ และ ๔ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “ประสบการณ์ของมนุษย์แสดงว่า  เทคโนโลยีใหม่ๆ

            มาถึงข้อจำกัดในทางปฏิบัติของมันแต่เนิ่นๆ ในการพัฒนามัน (หมายถึง  เทคโนโลยีหนึ่งจะ

            พัฒนาถึงขีดสูงสุดของมันในเวลาไม่นาน  แล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น)  โดยปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ของ

            อียิปต์ (อยู่ที่เมืองกีซ่า  ถือเป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในอียิปต์) ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณ ๒,๖๘๐ ปี

            ก่อนคริสต์ศักราช  ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงสองสามร้อยปีเท่านั้นหลังจากที่ชาวอียิปต์ได้เรียนรู้

            เป็นครั้งแรกถึงวิธีตัด และเคลื่อนย้ายแท่งหินขนาดใหญ่พวกเขายังคงสร้างปิรามิดต่อไปอีก

            เป็นเวลา ๑,๐๐๐ ปี  แต่ก็ไม่เคยเป็นปิรามิดที่ใหญ่เท่าเดิมอีกเลย (คือ ไม่มีการสร้างปิรามิดที่

            ใหญ่เท่ากับที่เมืองกีซาอีกเลย)”)

      (b) men did not need modern technology to create huge constructions    (มนุษย์มิได้ต้องการ

            เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา)

      (c) ancient people were incredibly determined to undertake impossible tasks    (คนสมัยโบราณ

            มีความมุ่งมั่นอย่างไม่น่าเชื่อ  ที่จะรับทำงานที่เป็นไปไม่ได้)

      (d) progress in transportation technology is long and well-documented    (ความก้าวหน้าในเทค

            โนโลยีการขนส่ง  ยาวนานและมีการจดบันทึกไว้เป็นอย่างดี)

11. In the third paragraph, “one” refers to a ______________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “one” หมายถึง ________________________________________)

      (a) technology    (เทคโนโลยี)

      (b) stone block    (แท่งหิน)

      (c) pyramid    (ปิรามิด)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “พวกเขา

            ยังคงสร้างปิรามิดต่อไปอีกเป็นเวลา ๑,๐๐๐ ปี  แต่ก็ไม่เคยเป็นปิรามิด (one) ที่ใหญ่เท่าเดิม

            อีกเลย (คือ ไม่มีการสร้างปิรามิดที่ใหญ่เท่ากับที่เมืองกีซาอีกเลย)”  ดังนั้น  “one”  จึงควร

            แทน “ปิรามิด”)

      (d) human experience    (ประสบการณ์ของมนุษย์)

12. The word “accomplishment” in paragraph 4 may be replaced by ___________________.

(คำว่า  “ความสำเร็จ, การบรรลุผล, การทำให้สำเร็จ, สิ่งที่บรรลุผล, ความเชี่ยวชาญ”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย _________________)

      (a) testimony    (พยาน, หลักฐาน)

      (b) requirement    (ข้อกำหนด, ความต้องการ)

      (c) objection    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

      (d) deficiency    (ดิ-ฟิ้ช-เชิน-ซี่)  (ความขาดแคลน, ความไม่สมบูรณ์, ความไม่เพียงพอ, ภาวะที่ขาดแคลน)

      (e) achievement    (ความสำเร็จ, การบรรลุผล, ความสัมฤทธิ์, ผลสัมฤทธิ์)

      (f) triumph    (ไทร้-อั้มพ)  (ชัยชนะ, ความมีชัย, การฉลองชัยชนะ)

      (g) advantage    (ข้อได้เปรียบ, ประโยชน์)

      (h) rite    (พิธีการ, พิธี, พิธีกรรม, ประเพณี, ธรรมเนียมปฏิบัติ, พิธีศาสนา, พิธีบูชา)

13. In the fourth paragraph, “mission” refers to ____________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ภารกิจ, งานที่มอบหมาย, คณะผู้แทน, คณะทูต, การปฏิบัติงานทางทหาร”  หมายถึง _________________)

      (a) diminution    (การลดลง-น้อยลง, การทำให้ลดลง)

      (b) extinction    (การสูญพันธุ์, การสูญสิ้น, การหมดไป, การดับลง, การทำลายล้าง, การไม่มีเหลืออยู่,

            การยกเลิก)

      (c) cremation    (การเผาศพ, การปลงศพ, การเผา)

      (d) devastation    (การทำลาย, การล้างผลาญ) 

      (e) task    (ภาระหน้าที่, งาน, งานหนัก, เรื่องที่ยาก)

      (f) distortion    (การบิดเบือน)

      (g) stability    (ความมั่นคง, เสถียรภาพ)

      (h) compensation    (การชดเชย, การตอบแทน, การเยียวยา, เงินชดเชย, ค่าตอบแทน)

14. What does “questionable” in paragraph 4 mean?

(คำว่า  “มีปัญหา, น่าสงสัย, มีคำถาม, ไม่คงที่, ไม่แน่นอน, มีพิรุธ”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

      (a) monotonous    (มะ-น้อท-เทิน-เนิส)  (ซ้ำซาก, ซ้ำกัน, น่าเบื่อ, มีเสียงเดียว)

      (b) successive    (ต่อเนื่อง, ติดๆกัน, เป็นลำดับ, ตามลำดับ, ตามหลัง, รับช่วง)

      (c) fatal    (ถึงตาย, ร้ายแรงถึงตาย, อย่างร้ายกาจ, อย่างเป็นอันตราย, อย่างเคราะห์ร้าย, ทำให้เกิด

            ความหายนะหรือล้มเหลว)

      (d) cautious    (ระมัดระวัง, รอบคอบ)

      (e) obstinate    (ดื้อดึง, ดื้อรั้น, หัวแข็ง)

      (f) thorough    (เธ้อร์-โร)  (ละเอียด, ถี่ถ้วน, ทั่วไปหมด, โดยตลอด, ตลอดทั่วถึง, เต็มที่, เต็มตัว)

      (g) dubious    (น่าสงสัย, น่าแคลงใจ, คลุมเครือ, ไม่แน่นอน)

      (h) abrupt    (ฉับพลันทันใด, ทันทีทันใด)

15. The writer regards the moon landing in 1969 as perhaps __________________________.

(ผู้เขียนถือว่าการไปลงบนดวงจันทร์ในปี ๑๙๖๙ ว่าบางทีเป็น _______________________)

      (a) the first step toward a landing on Mars    (ก้าวแรกไปสู่การไปลงบนดาวอังคาร)

      (b) the ultimate success in space travel    (ความสำเร็จสุดยอดในการเดินทางในอวกาศ

            (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “การไปลงบนดวงจันทร์อาจ

            จะเป็น (เหมือนกับ) ปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ของเรา (ที่เมืองกีซา)  ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ไม่มีวันจะ

            ทำให้เท่ากัน (เหมือนกัน) ได้อีกแล้ว (หมายถึง  ไม่เคยมีการสร้างปิรามิดที่ใหญ่โตได้

            เหมือนกับที่เมืองกีซาอีกเลย)”  ดังนั้น  การไปลงบนดวงจันทร์ในปี ๑๙๖๙  จึงอาจเป็น

            ความสำเร็จสูงสุดของการเดินทางในอวกาศแล้ว)

      (c) a stepping stone toward space exploration    (หินสำหรับเหยียบไปสู่การสำรวจอวกาศ)

      (d) a minor achievement compared to the Great Pyramid of Egypt    (ความสำเร็จเล็กๆ

            เมื่อเปรียบเทียบกับปิรามิดที่ยิ่งใหญ่แห่งอียิปต์)

16. The word “justified” in the final paragraph is similar in meaning to __________________.

(คำว่า  “พิสูจน์ว่าถูกต้อง, สนับสนุนความถูกต้อง, สมเหตุสมผล, สนับสนุนความบริสุทธิ์, แสดงความบริสุทธิ์, แสดงเหตุผลอันสมควร”  ในพารากราฟสุดท้าย  มีความหมายเหมือนกับ _____________)

      (a) simplified    (ถูกทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้ชัดเจน)

      (b) frightened    (ตกใจกลัว)

      (c) defensible    (สามารถป้องกันได้ (ว่าถูกต้องหรือชอบธรรม), สามารถสนับสนุนได้

            (หมายถึง  สมเหตุสมผล  จึงสามารถยอมรับได้  หรือให้การสนับสนุนได้)

      (d) subsequent    (ต่อมา, ซึ่งตามมา)

      (e) manageable    (สามารถบริหารจัดการได้, ควบคุมได้)

      (f) satisfied    (รู้สึกพึงพอใจ)

      (g) diverse    (หลากหลาย, ต่างๆ กัน)

      (h) unscrupulous    (ไร้ธรรมะ, ไร้ยางอาย, ไม่มีหลักการ, ไม่ระมัดระวัง)

17. The writer states that about $1 trillion a year is currently spent on ____________________.

(ผู้เขียนกล่าวว่า  เงินประมาณ ๑ ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี  ในปัจจุบันถูกใช้จ่ายไปในเรื่อง ________)

      (a) peace and democracy    (สันติภาพและประชาธิปไตย)

      (b) education    (การศึกษา)

      (c) space research    (การวิจัยอวกาศ)

      (d) defense    (การป้องกันประเทศ, การต่อต้านการรุกราน, วิธีการรบ, การพิทักษ์, การแก้ตัวให้,

             การเป็นทนายให้, การแก้ต่าง)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าว

             ว่า  “แม้ว่าสันติภาพและประชาธิปไตยควรจะครอบงำทั่วโลก  และเงิน ๑ ล้านล้านดอลลาร์ต่อ

             ปีเป็นค่าใช้จ่ายด้านอาวุธยุทโธปกรณ์  ไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป (หมายถึง  ไม่ต้องใช้เงิน

             จำนวนมากมายซื้ออาวุธอีกต่อไป) ก็จะมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องทำอีกมากมายด้วยเงินจำนวนนี้”)

18. The word “armament” in the final paragraph is tantamount in meaning to _______________.

(คำว่า  “อาวุธยุทโธปกรณ์, กำลังทหาร, กองทัพติดอาวุธ, รถหุ้มเกราะ, ยานเกราะ”  ในพารากราฟสุดท้าย  มีความหมายเท่ากับ ________________)

      (a) reputation    (ชื่อเสียง, กิตติศัพท์, ความโด่งดัง, ความมีหน้ามีตา)

      (b) capability    (ความสามารถ)

      (c) potential    (ศักยภาพ, ความสามารถหรืออำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่, ความเป็นไปได้)

      (d) espionage    (การจารกรรม)

      (e) weaponry    (อาวุธ, อาวุธยุทธภัณฑ์, อาวุธยุทโธปกรณ์, สรรพาวุธ, การประดิษฐ์และผลิตอาวุธ)

      (f) embezzlement    (การยักยอก, การฉ้อฉล)

      (g) superstition    (การเชื่อโชคเชื่อลาง, ความเชื่อถือทางไสยศาสตร์, การถือผีถือสาง, ความเชื่อที่ผิด)

      (h) affection    (ความรัก, ความชอบ, ความเมตตา)

 

(คำแปล)

การสำรวจอวกาศ : ความเป็นไปได้หรือความฝัน ?

 

            ความคิดที่ว่ายานอวกาศ (spaceships) สักวันหนึ่ง (someday) อาจจะเดินทาง (เดินทางหรืออพยพด้วยความลำบาก, (ในแอฟริกาใต้) เดินทางด้วยเกวียน) (trek) จากดาวดวงหนึ่งไปยังอีกดวงหนึ่ง  ได้สร้างนิยายวิทยาศาสตร์ (science fiction) ที่ยิ่งใหญ่ (great)  แต่ (สร้าง) วิทยาศาสตร์ที่ไม่ดี (ผิดพลาด) (bad science),  โดยกฎของฟิสิกส์และคุณสมบัติของสสาร (properties of matter) จำกัดความเร็ว  (limit the speed) ของยานอวกาศ  ซึ่งทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเดินทางระหว่างดวงดาวในเวลาที่สมเหตุสมผลใดๆ (in any reasonable time)

            นี่เป็นข่าวสาร (ข่าวคราว, สาร, จดหมายหรือคำพูดที่ฝากไปให้บุคคลอื่น) (message) ซึ่งไม่แพร่หลาย (ไม่นิยมกัน) (unpopular) อย่างน่าประหลาดใจ (surprisingly),  โดยแทนที่จะ (Instead of) โล่งอก (ผ่อนคลาย, บรรเทา, ลด, ปลดปล่อย, แบ่งเบา, ช่วยเหลือ, สงเคราะห์) (relieved) ว่าเราไม่สามารถถูกรุกราน (บุกรุก, ล่วงล้ำ, เหยียบย่ำ, เข้ามาแผ่ผลร้ายไปทั่ว) (invaded) โดยมนุษย์ต่างดาว (คนต่างด้าว, คนแปลกหน้า) (aliens) ซึ่งมุ่งร้าย (ปองร้าย, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, ไม่เป็นมิตร, ไม่รับแขก, ที่ต่อต้าน) (hostile)  ผู้คนกลับถูกรบกวน (กวน, ทำให้ไม่สงบ, ทำให้ยุ่ง, ทำให้ลำบาก) (disturbed) โดยความคิดที่ว่า  เทคโนโลยีของเรากำลังเข้าใกล้ (ใกล้เข้ามาทุกที, ประชิด, จวน) (approaching) ข้อจำกัดทางทฤษฎี (theoretical limit) อย่างรวดเร็วมาก (so soon) ภายหลังที่มันเริ่มต้นครั้งแรก,  ทั้งนี้เวลาเพียง ๑๖๐ ปีเท่านั้นได้แยก (separate) หัวรถจักรไอน้ำ (steam locomotive) คันแรกออกจากการท่องอวกาศ (space flight) ที่ถูกควบคุมโดยคน (manned)  ซึ่งเป็นอัตราความก้าวหน้า (rate of progress) ที่มหาศาล (มากมาย, ใหญ่โตอย่างน่าทึ่ง, ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้มึนงง) (stupendous) (หมายถึง  ช่วงเวลาที่มีรถจักรไอน้ำคันแรก  จนถึงการท่องอวกาศครั้งแรก  ห่างกัน ๑๖๐ ปีเท่านั้น),  แน่นอน (ไม่ต้องสงสัย, อย่างมั่นใจ, ไม่ผิดพลาด, ไม่เปลี่ยนแปลง, มั่นคง) (Surely)  ถ้าเทคโนโลยีสามารถพาเราจาก ๓ ไมล์ต่อชั่วโมง  ไปสู่ ๒๕,๐๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง (๗ ไมล์ต่อวินาที) ในเวลาเพียง ๑๖๐ ปี  สักวันหนึ่ง  ความเร็วเกินกว่า (in excess of) ๑๘๖ ไมล์ต่อวินาทีก็ควรจะเป็นไปได้ (ในอนาคต)

            โชคไม่ดีเลย (Unfortunately)  เทคโนโลยีมิได้ทำงานแบบนี้  ทั้งนี้  ประสบการณ์ของมนุษย์ (Human experience) แสดงว่า  เทคโนโลยีใหม่ๆ มาถึง (ถึง, ไปถึง, บรรลุ, ยื่น, เอื้อม, ไปจรดกับ, เป็นจำนวนถึง) (reach) ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ (practical limits) ของมันแต่เนิ่นๆ (early) ในการพัฒนามัน (หมายถึง  เทคโนโลยีหนึ่งจะพัฒนาถึงขีดสูงสุดของมันในเวลาไม่นาน  แล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น),  โดยปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ของอียิปต์ (อยู่ที่เมืองกีซ่า  ถือเป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในอียิปต์) ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณ ๒,๖๘๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช  ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงสองสามร้อยปีเท่านั้นหลังจากที่ชาวอียิปต์ได้เรียนรู้เป็นครั้งแรกถึงวิธีตัด (cut) และเคลื่อนย้าย (move) แท่งหินขนาดใหญ่ (large blocks of stone),  พวกเขายังคงสร้างปิรามิดต่อไปอีกเป็นเวลา ๑,๐๐๐ ปี (for another 1,000 years)  แต่ก็ไม่เคยเป็นปิรามิด (one) ที่ใหญ่เท่าเดิม (as big) อีกเลย (คือ  แม้เวลาผ่านไปอีก ๑,๐๐๐ ปี  ก็ไม่มีการสร้างปิรามิดที่ใหญ่เท่ากับที่เมืองกีซาอีกเลย)

            มนุษย์แตะพื้น (ร่อนลงบน, ไปสู่, ขึ้นบก, ขึ้นฝั่ง, ตั้งรกราก, ยึด, จับ, จับจอง) (landed) ดวงจันทร์เพียง ๘ ปีเท่านั้นหลังจากการบินโคจรรอบโลกครั้งแรก (first orbital flight) (ในยานอวกาศ) ของยูริ กาการิน (นักบินอวกาศโซเวียต),  การไปลงบนดวงจันทร์ (moon landing) อาจจะเป็น (เหมือนกับ) ปิรามิดที่ยิ่งใหญ่ของเรา (ที่เมืองกีซา)  ซึ่งเป็นความสำเร็จ (การบรรลุผล, การทำให้สำเร็จ, สิ่งที่บรรลุผล, ความเชี่ยวชาญ) (accomplishment) ที่ไม่มีวันจะทำให้เท่ากัน (เหมือนกัน) ได้อีกแล้ว (never again to be equaled) (หมายถึง  ไม่เคยมีการสร้างปิรามิดที่ใหญ่โตได้เหมือนกับที่เมืองกีซาอีกเลย),  แม้ว่าภารกิจ (งานที่มอบหมาย, คณะผู้แทน, คณะทูต, การปฏิบัติงานทางทหาร) (mission) ไปยังดาวอังคาร (Mars) ที่มีมนุษย์ควบคุม (manned) อาจเป็นไปได้ในทางเทคโนโลยี (technologically possible)  มันมีปัญหา (น่าสงสัย, มีคำถาม, ไม่คงที่, ไม่แน่นอน, มีพิรุธ) (questionable) ว่ามันได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้อง (สนับสนุนความถูกต้อง, สมเหตุสมผล, สนับสนุนความบริสุทธิ์, แสดงความบริสุทธิ์, แสดงเหตุผลอันสมควร) (justified) หรือไม่ (whether) ในแง่ของ (in terms of) ค่าใช้จ่าย (ค่าตอบแทน, ค่าเสียหาย, ต้นทุน, ทุน, ค่าโสหุ้ย) (costs) และความเสี่ยง (risks) ของภารกิจดังกล่าว,  แม้ว่า (Even if) สันติภาพและประชาธิปไตยควรจะครอบงำ (มีอิทธิพลสูงสุด, ปกครองโดยกษัตริย์, มีอำนาจปกครองสูงสุด, มีอยู่ทั่วไป) (reign) (เรน) ทั่วโลก  และเงิน ๑ ล้านล้านดอลลาร์ ($1 trillion) ต่อปีเป็นค่าใช้จ่าย (expense) ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ (กำลังทหาร, กองทัพติดอาวุธ, รถหุ้มเกราะ, ยานเกราะ) (armament) ไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป (no longer needed) (หมายถึง  ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากมายซื้ออาวุธอีกต่อไป)  ก็จะมีสิ่งอื่นๆ ที่ต้องทำอีกมากมายด้วยเงินจำนวนนี้  (หมายความว่า  แม้โลกจะมีสันติภาพและประชาธิปไตย  และไม่ต้องใช้เงินมหาศาลซื้ออาวุธ  โลกก็มีภารกิจอื่นอีกมาก มายที่จะต้องทำด้วยเงินจำนวนนี้  ดังนั้น  การจะลงทุนด้านสำรวจอวกาศ  ซึ่งต้องใช้เงินมหาศาลเช่นกันและมีความเสี่ยงมากด้วย  จะมีเหตุผลสนับสนุนเพียงพอหรือไม่) 

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป