หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 48)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Stop Wasting Refugee Lives

 

          In July 1982, in an attempt to stop the flow of Vietnamese boat people, the Hong Kong Government introduced the so-called “closed camp policy”.  The principle of the policy is that every new arrival who wants to stay in Hong Kong pending re-settlement in another country, is locked up in centers far away from everyday society.  These centers are built and run much like prisons.  Living in a closed camp means 24-hour surveillance by security staff and poor living conditions.

          The only chance of a break from these conditions is recreational or educational outings organized by volunteer agencies.  The government allows agencies, selected by the United Nations High Commissioner for Refugees (UNHCR), to run programs for the inhabitants of the camps.  These programs are funded by UNHCR and/or the implementing agencies.  The government’s responsibility, managed by the Correctional Services Department, includes the buildings and security staff.

          Currently, more than 7,000 refugees live in the three closed camps in Hong Kong.  The average stay is over two years and quite a few people have been in a closed camp for more than five years.  Since the introduction of the closed camp policy, Hong Kong has taken in more than 15,000 arrivals.  It is impossible to say to what extent this figure has been influenced by the policy, but one can safely say that it has not had the full effect anticipated at its introduction.

          Politically, the situation is extremely difficult.  The Hong Kong government, while faced with the problem, does not have the independence to work directly towards a solution.  For that matter, no real solution to this problem can come from Hong Kong or any of the re-settlement countries; it will have to come from Vietnam.  But, until the Hanoi government is willing even to discuss the matter, Hong Kong will continue to face well over 7,000 people behind fences.

          It is high time that the government realized and admitted that the policy has not worked and that at the very least a review is necessary.  Hong Kong is too civilized a place to allow the lives of so many innocent people to be wasted in prisons.

****Note:  This article was written in late 1983, after the Vietnam War (1955 – 1975).

 

1. The “closed camp policy” was introduced by the Hong Kong government to _______________.

(“นโยบายค่ายปิด  ได้รับการนำเข้ามาใช้โดยรัฐบาลฮ่องกงเพื่อที่จะ ____________________)

    (a) make Hong Kong safer for refugees to settle in    (ทำให้ฮ่องกงปลอดภัยมากขึ้นสำหรับผู้ลี้ภัย

          ในการตั้งถิ่นฐาน)

    (b) return refugees to Vietnam as soon as possible    (ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปเวียดนามเร็วที่สุดเท่า

          ที่จะทำได้)

    (c) improve the living conditions of the refugees    (ปรับปรุงสภาพการดำรงชีวิตของผู้ลี้ภัย)

    (d) dissuade Vietnamese refugees from coming to Hong Kong    (ยับยั้งผู้ลี้ภัยชาวเวียด

          นามมิให้เข้ามาในฮ่องกง)  (ดูคำตอบที่ประโยคแรกของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “ในเดือน

          กรกฎาคม ๑๙๘๒,  ในความพยายามที่จะหยุดการหลั่งไหลของมนุษย์เรือชาวเวียดนาม, 

          รัฐบาลฮ่องกงได้นำเข้ามาใช้ “นโยบายค่ายปิด” (ค่ายกักกัน) ตามที่เรียกขานกัน”  เพื่อกัก

          กันผู้ลี้ภัยก่อนส่งตัวไปประเทศที่ ๓)

2. The word “pending” in the first paragraph can best be replaced by ______________________.

(คำว่า  “จนกระทั่ง, จนกว่า, อยู่ในระหว่าง”  ในพารากราฟแรก  สามารถแทนดีที่สุดโดย _________)

    (a) over    (เหนือ, มากกว่า)

    (b) without    (ไม่มี, ปราศจาก)

    (c) after    (ภายหลัง, หลังจาก)

    (d) until    (จนกระทั่ง, จนกว่า, เกือบจะ, จนถึง)

3. Refugees living in the closed camps __________________________________________.

(ผู้ลี้ภัยซึ่งอาศัยอยู่ในค่ายปิด (ค่ายกักกัน) ____________________________________)

    (a) must expect to leave them quickly    (จะต้องคาดหวังที่จะออกจากค่ายอย่างรวดเร็ว)

    (b) are more easily supervised    (ได้รับการควบคุมดูแลง่ายยิ่งขึ้น)  (ดูคำตอบจากประโยคสุด

          ท้ายของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “การอาศัยอยู่ในค่ายปิด (ค่ายกักกัน)  หมายถึงการควบ

          คุม (การดูแล) ๒๔ ชั่วโมง  โดยเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง (รักษาความปลอดภัย)  และสภาพ

          การดำรงชีวิตที่เลว (น่าสังเวช)”)

    (c) can never go outside    (ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคแรก

          ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “โอกาสเดียวเท่านั้นที่จะหนีจากสภาพเหล่านี้  คือการออกไปเที่ยวด้าน

          สันทนาการ (พักผ่อนหย่อนใจ) หรือการศึกษา  ซึ่งถูกจัดโดยองค์กร (หน่วยงาน) อาสาสมัคร (หมาย

          ถึง  องค์กรเหล่านี้พาผู้ลี้ภัยออกไปเที่ยวนอกค่ายกักกัน  เพื่อการหย่อนใจหรือการศึกษา)”)

    (d) feel more secure than in everyday society    (รู้สึกปลอดภัยมากกว่า – อาศัยอยู่ - ในสังคมรายวัน)

4. The word “surveillance” in the first paragraph refers to ___________________________.

(คำว่า  “การควบคุม, การดูแล, การตรวจตรา”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _______________)

    (a) perishability    (การเน่าเปื่อยได้ง่าย, การเหี่ยวแห้งได้ง่าย, การตายได้, การย่อยยับได้)

    (b) composition    (การประกอบเป็นส่วนต่างๆทั้งหมด, ส่วนประกอบ, องค์ประกอบ, ของผสม, การประ

          พันธ์, การแต่งเพลง)

    (c) sanction    (การเห็นด้วย, การยินยอม, การอนุญาต)

    (d) opposition    (การคัดค้าน, การต่อต้าน, การไม่เห็นด้วย)

    (e) resilience    (ความยืดหยุ่น, ความหดได้, ความสามารถในการกลับคืนสู่สภาพเดิม, ความสามารถใน

         การฟื้นคืนสู่ปกติ)

    (f) radiance    (ความสว่าง, การส่องสว่าง, การปล่อยแสง, แสงที่แผ่รัศมี, ความร่าเริงแจ่มใส)

    (g) supervision    (การควบคุม, การดูแล, การตรวจตรา, การจัดการ, การอำนวยการ, การควบ

          คุมการก่อสร้าง)

    (h) tournament    (การแข่งขัน, การแข่งขันชิงชนะเลิศ) (เทนนิส, หมากรุก, กอล์ฟ)

5. In the second paragraph, “recreational” is closest in meaning to ____________________.

(ในพารากราฟ ๒,  “เกี่ยวกับสันทนาการ, เกี่ยวกับการพักผ่อนหย่อนใจ, เกี่ยวกับความบันเทิงหรือความสำราญ”  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______________)

    (a) miserable    (มีความทุกข์มาก, แย่มาก, น่าเวทนา)

    (b) torpid    (เฉื่อยชา, เงื่องหงอย, ซึม, ไม่คล่องแคล่ว, เกียจคร้าน, ช้า, มึน, งง)

    (c) dramatic    (น่าตื่นเต้น, เกี่ยวกับละคร)

    (d) chronic    (คร้อน-นิค)  (เรื้อรัง, ยาวนาน, เป็นประจำ, เป็นนิสัย)

    (e) amicable    (เป็นมิตร, ฉันมิตร)

    (f) solitary    (อยู่ตามลำพัง, โดดเดี่ยว, คนเดียว, สันโดษ, ไม่มีเพื่อน, อ้างว้าง, เงียบสงัด)

    (g) restless    (กระสับกระส่าย, กระวนกระวาย, ร้อนใจ, หงุดหงิด, ไม่อยู่กับที่, ไม่มีการพักผ่อน)

    (h) relaxing    (ทำให้หย่อนใจ, ทำให้ผ่อนคลาย, ทำให้อ่อนกำลังลง, ทำให้หายกังวล,

          ผ่อนคลาย, พักผ่อน)

6. The word “outings” in paragraph 2 means _____________________________________.

(คำว่า  “การออกไปเที่ยว, การออกนอกบ้าน, กิจกรรมนอกบ้าน, การแข่งขันทางกีฬา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง ________________)

    (a) costumes    (เครื่องแต่งกาย, เสื้อผ้าอาภรณ์, เครื่องแต่งกายของสตรี)

    (b) adventures    (การผจญภัย, การเสี่ยงภัย, อันตรายที่คาดไม่ถึง, อันตราย, ประสบการณ์ที่ตื่นเต้น)

    (c) discoveries    (การค้นพบ)

    (d) extravagances    (ความฟุ่มเฟือย, ความสุรุ่ยสุร่าย, ความมากเกินไป)

    (e) abundances    (ความอุดมสมบูรณ์, ภาวะล้นเหลือ)

    (f) tours    (การท่องเที่ยว, การทัศนาจร, การดูงาน, การเตร็ดเตร่, การตระเวน, การหมุนเวียน,

          กะของการทำงาน)

    (g) restorations    (การปฏิสังขรณ์, การบูรณะ, การซ่อมแซม, การทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิม)

    (h) erections    (การก่อสร้าง, สิ่งก่อสร้าง, การตั้งตรง, การตั้งชัน, การลุก, การชู)

7. What does “inhabitants” in paragraph 2 mean?

(คำว่า  “ผู้อยู่อาศัย, ผู้อาศัย, พลเมือง, สัตว์ที่อยู่อาศัย”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) habitats    (ถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, สิ่งแวดล้อมของถิ่นที่อยู่ของพืชหรือสัตว์, ที่อยู่อาศัย)

    (b) inheritances    (มรดก, สิ่งที่รับช่วงมา, สิ่งที่สืบทอดมา, ลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่สืบทอดกันมา,

          การรับช่วง, การสืบทอด, สิทธิในการรับมรดก, สิทธิในการรับช่วง)

    (c) compromise    (ค้อม-พระ-ไมซ)  (การประนีประนอม, การยอมรับ, การยอมอ่อนข้อแก่กัน, การตกลง

          กันได้, สิ่งที่อยู่ระหว่างกลาง)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “ประนีประนอม, ยอม, พัวพัน, อ่อนข้อ

          ให้อย่างเสียเกียรติ”)

    (d) subterfuges    (ซั้บ-เทอะ-ฟิวจ)  (คำอ้าง, ข้ออ้าง, วิธีการหลีกเลี่ยง, การบอกปัด, คำบอกปัด)

    (e) dwellers    (ผู้อาศัยอยู่, ผู้พักอยู่, ผู้รวบรวมความคิด)

    (f) collusions    (การสมรู้ร่วมคิด, การสมคบคิดกันกระทำความผิด)

    (g) accords    (ความสอดคล้อง, ความสามัคคี, ข้อตกลง, เสียงดนตรีที่ประสานกัน)

    (h) hindrances    (อุปสรรค, การขัดขวาง-กีดกัน-หยุดยั้ง-ป้องกัน, ภาวะที่ถูกขัดขวาง)

8. The text implies that the figure of 15,000 refugees ________________________________.

(เนื้อเรื่องบอกเป็นนัยว่า  ตัวเลขผู้ลี้ภัย ๑๕,๐๐๐ คน ________________________________)

    (a) depends on the programs of the UNHCR and agencies    (ขึ้นอยู่กับโครงการของ UNHCR

          และองค์กรต่างๆ)

    (b) is higher than the Hong Kong government expected    (สูงกว่าที่รัฐบาลฮ่องกงคาดหวังไว้

          (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟที่ ๓ ที่กล่าวว่า  “มันเป็นไปไม่ได้ที่จะกล่าวว่า 

          ขนาดใดที่ตัวเลขนี้ (ผู้ลี้ภัย ๑๕,๐๐๐ คน) ได้รับอิทธิพลจากนโยบายนี้ (ค่ายกักกัน)  แต่บุคคล

          (คนเรา) สามารถกล่าวได้อย่างปลอดภัยว่า  มัน (นโยบาย) มิได้มีผลกระทบอย่างเต็มที่ตามที่

          ได้รับการคาดหมาย (คาดหวัง) ไว้เมื่อตอนที่นำนโยบายเข้ามาใช้  (หมายความว่า  แม้จะมี

          นโยบายค่ายกักกัน  แต่ก็ไม่สามารถลดจำนวนผู้ลี้ภัยตามที่ได้คาดหวังไว้ตั้งแต่แรก)"  ซึ่ง

          หมายความว่า  ผู้ลี้ภัย ๑๕,๐๐๐ คน  มีจำนวนสูงกว่าที่รัฐบาลคาดหวังไว้ในตอนแรก  เมื่อ

          เริ่มต้นนโยบายค่ายกักกัน)

    (c) has been increased by the closed camp policy    (ได้ถูกทำให้เพิ่มขึ้นโดยนโยบายค่ายกักกัน) 

          (ผู้ลี้ภัยไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะนโยบายค่ายกักกัน  แต่เพิ่มมากกว่าที่คาดหวังไว้เมื่อตอนเอานโยบายมาใช้)

    (d) shows that most refugees stay less time than intended    (แสดงว่าผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่พัก – อยู่ใน

          ค่ายกักกัน – โดยใช้เวลาน้อยกว่าที่ถูกคาดหมายไว้)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพา

          รากราฟ ๓ กล่าวว่า  “การพักโดยเฉลี่ย (ในค่าย) มากกว่า ๒ ปี  และคน (ผู้ลี้ภัย) จำนวนมากได้อยู่ใน

          ค่ายกักกันเกินกว่า ๕ ปีแล้ว”)

9. The phrase “quite a few” in the third paragraph refers to _________________________.

(วลี  “จำนวนมาก”   ในพารากราฟ ๓  หมายถึง ________________________________)

    (a) very few    (น้อยมาก)

    (b) most    (ส่วนใหญ่, ส่วนมาก)

    (c) adequate    (เพียงพอ, เหมาะสม, สามารถพอที่จะทำได้, สามารถถึงขีด)

    (d) many    (จำนวนมาก, มากมาย)

    (e) very quiet    (เงียบมาก)

10. The real solution to the problem of the refugees should come from the ________________.

(การแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยอย่างแท้จริงควรมาจาก __________________________________)

      (a) United Nations    (สหประชาชาติ)

      (b) Hong Kong government    (รัฐบาลฮ่องกง)

      (c) Vietnamese government    (รัฐบาลเวียดนาม)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๔

            ที่กล่าวว่า  “เกี่ยวกับเรื่องนั้น (ด้วยเหตุผลนั้น) จึงไม่มีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างแท้จริง  ที่จะสามารถ

            มาจาก (รัฐบาล) ฮ่องกง  หรือประเทศตั้งถิ่นฐานใหม่ (ประเทศที่ ๓) ใดๆได้,  โดยมันจำเป็นต้อง

            มาจากรัฐ บาลเวียดนาม (จึงจะสามารถแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยได้))

      (d) re-settlement countries    (ประเทศตั้งถิ่นฐานใหม่)  (ประเทศที่ ๓ ที่ผู้ลี้ภัยจะไปตั้งถิ่นฐาน)

11. The word “influenced” in paragraph 3 may be replaced by _______________________.

(คำว่า  “มีอิทธิพลต่อ, มีอำนาจโน้มน้าว”  ในพารากราฟ ๓  อาจจะแทนโดย ______________)

      (a) confiscated    (ริบ, ยึด)

      (b) scrutinized    (พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน)

      (c) revised    (แก้ไขหรือปรับปรุงใหม่, เปลี่ยนรูปแบบการพิมพ์)

      (d) conjectured    (เดา, ทาย, คาดคะเน, อนุมาน)

      (e) sentenced    (ตัดสิน, พิพากษาลงโทษ)

      (f) induced    (มีอิทธิพลต่อ, ชักจูง, ชักนำ, ชักชวน, เหนี่ยวนำ, ทำให้เกิดขึ้น, พิสูจน์,

            หาความจริงด้วยการสังเกตข้อเท็จจริง)

      (g) furnished    (จัดหา, ติดตั้งเครื่องเรือนให้, เตรียมพร้อม)  

      (h) assimilated    (ย่อย, ดูดซึม, ดูดซับ, ทำให้กลมกลืน)

12. In the fifth paragraph, “It is high time” means _________________________________.

(ในพารากราฟ ๕,  “มันถึงเวลาสมควรแล้ว”  หมายถึง ______________________________)

      (a) It is very early    (มันเป็นเวลาเช้าตรู่มาก)

      (b) The clock is on a high wall    (นาฬิกาอยู่บนฝาห้องที่สูง)

      (c) It is appropriate time    (มันเป็นเวลาที่เหมาะสม หรือสมควร  -  ที่จะทำอะไรบางอย่าง)

      (d) It is peak period    (มันเป็นเวลาที่มีลูกค้ามาก หรือมีแขกมาพักที่โรงแรมมาก หรือขายสินค้าได้มาก)

13. The word “civilized” in the final paragraph is similar in meaning to __________________.

(คำว่า  “มีอารยธรรม, เจริญรุ่งเรือง, พัฒนา, ได้รับการขัดเกลา”  ในพารากราฟสุดท้าย  มีความหมายเหมือนกับ _______________)

      (a) steadfast    (แน่วแน่, แน่นอน, มั่นคง, ไม่เปลี่ยนแปลง, ยึดมั่น)   

      (b) transient    (ชั่วคราว, ไม่จีรังยั่งยืน, ไม่ได้ตั้งอยู่นาน)

      (c) stationary    (หยุดนิ่ง, ไม่เคลื่อนที่, คงที่, ประจำที่, ไม่เคลื่อนย้าย, อยู่ในสภาพเดิม)

      (d) haughty    (ฮ้อ-ทิ่)  (เย่อหยิ่ง, หยิ่งผยอง)

      (e) weary    (เวี้ยร์-ริ)  (เหนื่อยอ่อน, เหน็ดเหนื่อย, เมื่อยล้า)

      (f) fabulous    (แฟ้บ-บิว-เลิส)  (น่าอัศจรรย์, ไม่น่าเชื่อ, เหลือเชื่อ)

      (g) cultivated    (มีวัฒนธรรม, มีการศึกษา, สุภาพเรียบร้อย, ซึ่งได้รับการสั่งสอน

            หรือฝึกฝนมาแล้ว, เกี่ยวกับการเพาะปลูก)

      (h) prevalent    (มีอยู่ทั่วไป, ดาษดื่น, แพร่หลาย, เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป)

14. The main theme of the passage is that the _____________________________________.

(เนื้อหาสำคัญของบทความนี้  คือว่า _________________________________________)

      (a) closed camp policy does not really work    (นโยบายค่ายกักกันไม่ได้ผลอย่างแท้จริง

             (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “มันถึงเวลาสมควรแล้ว  ที่ว่า

             รัฐบาล (ฮ่องกง) ตระหนัก (เข้าใจ) และยอมรับว่านโยบาย (ค่ายกักกันผู้ลี้ภัย) ไม่ได้ผล 

             และ (ยอมรับ) ว่าอย่างน้อยที่สุด  การทบทวน (นโยบาย) มีความจำเป็น)

      (b) UNHCR gives too little help    (UNHCR ให้ความช่วยเหลือน้อยเกินไป)

      (c) Hong Kong government has ignored the problem    (รัฐบาลฮ่องกงไม่สนใจ – ไม่ยอมรับรู้ –

            ปัญหา)

      (d) refugees deserve the imprisonment they get    (ผู้ลี้ภัยสมควรได้รับการกักขังซึ่งพวกเขาได้รับอยู่)

 

(คำแปล)

จงหยุดทำให้ชีวิตของผู้ลี้ภัยเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

 

            ในเดือนกรกฎาคม ๑๙๘๒,  ในความพยายาม (attempt) ที่จะหยุดการหลั่งไหล (flow) ของมนุษย์เรือชาวเวียดนาม (Vietnamese boat people),  รัฐบาลฮ่องกงได้นำเข้ามาใช้ (แนะนำให้รู้จัก) (introduced)นโยบายค่ายปิด (ค่ายกักกัน)” (closed camp policy) ตามที่เรียกขานกัน (so-called),  โดยหลักการ (principle) ของนโยบายนี้ก็คือว่า  ผู้ที่มาถึง (การมาถึง, สิ่งที่ปรากฏ, การได้บรรลุถึง) (arrival) ใหม่ทุกคน (หมายถึง  ผู้ลี้ภัย)  ผู้ซึ่งต้องการพักอยู่ในฮ่องกงจนกระทั่ง (จนกว่า, อยู่ในระหว่าง) (pending) การตั้งถิ่นฐานใหม่ (re-settlement) ในอีกประเทศหนึ่ง (ประเทศที่สาม)  จะถูกกักกัน (กักขัง) (locked up) ในศูนย์ (centers)  ซึ่งอยู่ห่างไกลจากสังคมประจำวัน (everyday society),  ศูนย์เหล่านี้ถูกสร้าง (built) และบริหาร (ดำเนินการ) (run) คล้ายกับเรือนจำอย่างมาก (much like prisons),  การอาศัยอยู่ในค่ายปิด (ค่ายกักกัน)  หมายถึงการควบคุม (การดูแล, การตรวจตรา) (surveillance) (เซอร์-เว้-เลิ่นซ) ๒๔ ชั่วโมง  โดยเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง (รักษาความปลอดภัย) (security staff)  และสภาพการดำรงชีวิตที่เลว (น่าสังเวช) (poor living conditions)

            โอกาสเดียวเท่านั้น (The only chance) ที่จะหนี (ทำให้แตก, ตีแตก, ทำลาย, ทุบแตก, ทุบ, ต่อยแตก, ทำลายสถิติ, แหก (คุก), ฝ่าฝืน, (โรงเรียน) หยุด, หยุดพักทำงาน, ไฟไหม้, (สงคราม) เกิดขึ้น) (break) จากสภาพเหล่านี้  คือการออกไปเที่ยว (การออกนอกบ้าน, กิจกรรมนอกบ้าน, การแข่งขันทางกีฬา) (outings) ด้านสันทนาการ (recreational) หรือการศึกษา  ซึ่งถูกจัดโดยองค์กร (หน่วยงาน) (agencies) อาสาสมัคร (volunteer) (หมายถึง  องค์กรเหล่านี้พาผู้ลี้ภัยออกไปเที่ยวนอกค่ายกักกัน  เพื่อการหย่อนใจหรือการศึกษา),  ทั้งนี้  รัฐบาล (ฮ่องกง) อนุญาต (allows) ให้องค์กรต่างๆ  ซึ่งถูกคัดเลือก (selected) โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ให้ดำเนิน (run) โครงการสำหรับผู้อยู่อาศัย (ผู้อาศัย, พลเมือง, สัตว์ที่อยู่อาศัย) (inhabitants) ของค่าย (กักกันผู้ลี้ภัย),  โครงการเหล่านี้ได้รับอุดหนุนด้านการเงิน (funded) โดย UNHCR  และ/หรือ องค์กรผู้ดำเนินงาน (implementing agencies),  ส่วนความรับผิดชอบของรัฐบาล (ฮ่องกง),  ซึ่งบริหารจัดการ (managed) โดยกรมบริการด้านราชทัณฑ์ (Correctional Services Department),  ประกอบด้วย (รวมถึง) (includes) อาคาร (กักกัน) (buildings) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

            ในปัจจุบัน (Currently)  ผู้ลี้ภัยกว่า ๗,๐๐๐ คนอาศัยอยู่ในค่ายปิด ๓ แห่งในฮ่องกง  การพักโดยเฉลี่ย (ในค่าย) (average stay) มากกว่า ๒ ปี  และคน (ผู้ลี้ภัย) จำนวนมาก (quite a few) ได้อยู่ในค่ายปิดเกินกว่า ๕ ปีแล้ว,  โดยตั้งแต่การนำนโยบายค่ายปิดเข้ามาใช้ (Since the introduction of the closed camp policy)  ฮ่องกงได้รับผู้ลี้ภัยเข้ามามากกว่า ๑๕,๐๐๐ คน  ทั้งนี้  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะกล่าวว่า  ขนาดใดที่ (to what extent) ตัวเลขนี้ (this figure) ได้รับอิทธิพล (ถูกมีอิทธิพล) (influenced) จากนโยบายนี้  แต่บุคคล (คนเรา) (one) สามารถกล่าวได้อย่างปลอดภัยว่า  มัน (นโยบาย) มิได้มีผลลัพธ์ (ผลกระทบ) อย่างเต็มที่ (full effect) ตามที่ได้รับการคาดหมาย (คาดหวัง, มุ่งหวัง) (anticipated) ไว้เมื่อตอนที่นำนโยบายเข้ามาใช้ (หมายความว่า  แม้จะมีนโยบายค่ายกักกัน  แต่ก็ไม่สามารถลดจำนวนผู้ลี้ภัยตามที่ได้คาดหวังไว้ตั้งแต่แรก)

          ในทางการเมือง (Politically)  สถานการณ์ (situation) ยากลำบากอย่างยิ่ง (extremely difficult),  รัฐบาลฮ่องกง,  ในขณะที่ถูกเผชิญหน้ากับ (faced) ปัญหา,  ไม่มีความเป็นอิสระ (อิสรภาพ, เอกราช, ความไม่ขึ้นอยู่กับการควบคุมหรือสนับสนุนของผู้อื่น, รายได้ที่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง) (independence) ที่จะทำงานเพื่อมุ่งไปสู่การแก้ปัญหาโดยตรง (work directly towards a solution),  (และ) เกี่ยวกับเรื่องนั้น (ด้วยเหตุผลนั้น) (For that matter)  จึงไม่มีวิธีแก้ (การแก้ปัญหา, ทางออก, การอธิบาย, คำตอบ, วิธีการ, สารละลาย, การละลาย) (solution) (ของ) ปัญหานี้อย่างแท้จริง  ที่จะสามารถมาจาก (รัฐบาล) ฮ่องกง  หรือประเทศตั้งถิ่นฐานใหม่ (ประเทศที่ ๓ ที่จะรองรับผู้ลี้ภัย) (re-settlement countries) ใดๆได้,  โดยมันจำเป็นต้องมาจากรัฐบาลเวียดนาม (จึงจะสามารถแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยได้),  แต่, จนกว่า (จนกระทั่ง) (until) รัฐบาลฮานอย (เวียดนาม) เต็มใจ (willing) ที่จะพูดคุย (ปรึก ษาหารือ) (discuss) ในเรื่องนี้ (เรื่องผู้ลี้ภัย)  ฮ่องกงจะยังคงเผชิญกับ (continue to face) คนมากกว่า ๗,๐๐๐ คนซึ่งอยู่ข้างหลังรั้ว (คอกล้อม) (behind fences) (หมายถึง  อยู่ในค่ายกักกันผู้ลี้ภัย  ซึ่งขณะที่เขียนบทความนี้  มีมากกว่า ๗,๐๐๐ คน)

            มันถึงเวลาสมควรแล้ว (It is high time) ที่ว่ารัฐบาล (ฮ่องกง) ตระหนัก (เข้าใจ, สำนึก, ทำให้เป็นจริง, ทำให้สมปรารถนา, ทำให้บรรลุผล, เปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเงิน, เปลี่ยนทรัพย์สินหรือสินค้าให้เป็นเงินสด) (realized)  และยอมรับว่านโยบาย (ค่ายผู้ลี้ภัย) ไม่ได้ผล (policy has not worked)  และ (ยอมรับ) ว่าอย่างน้อยที่สุด (at the very least) การทบทวน (นโยบาย) (a review) มีความจำเป็น (เป็นเรื่องสำคัญ, ไม่มีทางอื่น) (necessary),  ทั้งนี้  ฮ่องกงเป็นสถานที่ซึ่งมีอารยธรรม (เจริญรุ่งเรือง, พัฒนา, ได้รับการขัดเกลา) (civilized) เกินกว่าที่จะอนุญาตให้ (ยอมให้, จ่ายให้, ยกให้, ให้อภัย)  (allow) ชีวิตของประชาชน (ผู้ลี้ภัย) ผู้บริสุทธิ์ (ไร้เดียงสา, ไร้มลทิน, ซื่อ, ไม่เป็นภัย, ไร้มารยา) (innocent) จำนวนมากมาย  ต้องถูกทำให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ (ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่, สูญเสีย, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, เปล่าประโยชน์, ทำลาย, ทำให้บาดเจ็บ, ฆ่า, สิ้นเปลือง, หมดเปลือง, เสียเวลา) (wasted) ในเรือนจำ (ค่ายกักกันผู้ลี้ภัย)

****หมายหตุ – บทความนี้ถูกเขียนขึ้นในปลายปี ๑๙๘๓  ภายหลังสงครามเวียดนาม (๑๙๕๕ – ๑๙๗๕)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป