หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 44)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

WHO’s Campaigns against Diseases

 

          Disease is killing nearly 50 million people each year, and over three quarters of the victims are in developing countries, the World Health Organization (WHO) reported yesterday.

       The report said there had been progress towards a healthier world, with childhood deaths dropping and overall life expectancy now at 65 and likely to increase by around four months each year over the next five years.

          But developing countries were still lagging far behind the developed world in health protection.  Ninety-five percent of all expenditure on health research was concentrated on solving the problems most common to industrialized states. 

          The report said 77 percent of the 46.5 million deaths directly attributable to disease occurred in the developing world, despite a 19 percent increase in the availability of health care there over the past five years.

          “But the tragedy is that there are at least 20 million deaths each year that could be prevented with improved health systems, access to essential drugs and vaccines, a healthier life-style and education,” it says.

          The report cited what it called “one chilling statistic” - - that 12.9 million children under five died each year in the developing world, or one- third of all deaths there in 1990.

          About 6,000 Third World children died each day because they had not been immunized, while 9,000 died from diarrheal diseases and nearly 10,000 from pneumonia.

          But the report said immunization against the major childhood diseases that could be prevented by vaccines had reached a world average of 80 percent while access to oral rehydration therapy, the best treatment for diarrheal disease, stood at 70 percent.   

          Campaigns, largely sponsored by the WHO, on both these fronts had helped to reduce child deaths by 125,000 a year over the past five years, while access to safe water supplies, drugs and sanitation had also increased dramatically.

 

1. According to the WHO’s health report _________________________________________.

(ตามที่รายงานด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลกกล่าว ____________________________)

    (a) people are expected to live to the age of 65 in five year’s time    (ผู้คนถูกคาดหวังว่าจะมีชีวิตอยู่

          จนถึงอายุ  ๖๕ ปี ในเวลา ๕ ปีข้างหน้า)

    (b) three out of four people in developing countries are losing their lives every year    (๓ ใน ๔

          ของผู้คนในประเทศกำลังพัฒนากำลังสูญเสียชีวิตของตนทุกๆ ปี)

    (c) fewer people die from diseases in developed countries than in Third World

          countries    (ผู้คนตายจากโรคภัยไข้เจ็บในประเทศพัฒนาแล้วมีจำนวนน้อยกว่าคนในประ

           เทศโลกที่ ๓)  (ดูจากข้อความในพารากราฟแรกที่กล่าวว่า  “โรค (การเจ็บไข้ได้ป่วย) กำลัง

           ฆ่าผู้คนเกือบ ๕๐ ล้านคนในแต่ละปี  และมากกว่า ๓ ใน ๔ ของเหยื่อ (ผู้เคราะห์ร้าย) อยู่ใน

           ประเทศกำลังพัฒนา,  องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวานนี้”  ซึ่งหมายถึง  ผู้ป่วยด้วยโรค

           ในประเทศพัฒนาแล้ว  มีอัตราการตายน้อยกว่าผู้ป่วยในประเทศโลกที่ ๓)

    (d) the death rate all over the world has greatly increased    (อัตราการตายทั่วโลกได้เพิ่มขึ้น

          อย่างมากมาย)

2. Developed countries have better health protection because ___________________________.

(ประเทศพัฒนาแล้วมีการป้องกันสุขภาพดีกว่า  เพราะว่า _____________________________)

    (a) more money has been spent on health studies there    (มีการใช้จ่ายเงินในด้านการศึกษา

          วิจัยสุขภาพในประเทศพัฒนาแล้วมากกว่า – ในประเทศกำลังพัฒนา)  (ประโยคที่ ๒ ของพารา

          กราฟ ๓ กล่าวว่า  “๙๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการวิจัยสุขภาพ  ได้รับการมุ่งเน้น

          (มุ่งไปที่) การแก้ปัญหาซึ่งธรรมดาสามัญ (พบบ่อย, มีอยู่ทั่วไป) ที่สุดในประเทศอุตสาหกรรม –

          หรือประเทศพัฒนาแล้ว)

    (b) they have received more financial support from WHO    (พวกเขาได้รับการสนับสนุนทางการเงิน

          มากกว่า  จากองค์การอนามัยโลก)

    (c) WHO has provided them with better education    (องค์การอนามัยโลกได้ให้การศึกษาแก่พวกเขา

          ดีกว่า)

    (d) they are able to solve all their health-related problems    (พวกเขาสามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง

          กับสุขภาพของพวกเขาทั้งหมด)

3. In the first paragraph, “victims” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “เหยื่อ, ผู้เคราะห์ร้าย, ผู้ถูกโกง, ผู้ถูกหลอก, ผู้รับบาป, สิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ”  หมายถึง _________________)

    (a) criminals    (อาชญากร)

    (b) culprits    (ผู้กระทำผิด, นักโทษ, ผู้ร้าย, จำเลยในคดีอาญา)

    (c) defendants    (จำเลย)

    (d) fugitives    (คนที่กำลังหนี, ผู้หลบหนี, ผู้ลี้ภัย)

    (e) refugees    (ผู้ลี้ภัย, ผู้หลบภัย, ผู้หนีภัย)

    (f) accomplices    (ผู้ร่วมสมคบกระทำผิด, ผู้ร่วมสมคบคิด)

    (g) sufferers    (ผู้ได้รับความทุกข์-ความเดือดร้อน, เหยื่อ, ผู้ประสบภัย, ผู้ได้รับความเจ็บปวด)

    (h) casualties    (คนที่ได้รับบาดเจ็บหรือตายในอุบัติเหตุ, คนหรือกลุ่มคนหรือสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย

           มาก หรือถูกทำลายในอุบัติเหตุ, อุบัติเหตุร้ายแรง (โดยเฉพาะที่มีคนตาย), จำนวนคนตาย)

4. The word “dropping” in paragraph 2 means ___________________________________.

(คำว่า  “ลดลง, ตกต่ำลง, ตก, จมลง, เคลื่อนต่ำลง, หยดลง, หย่อนลง, สิ้นสุด, ยุติ, ถอน, ถอยหลัง, ส่งจดหมาย, ส่งข่าว, ลดเสียง, ทำให้หยดลง, ทำให้ตก, ทำให้จมลง”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _________________)

    (a) combining    (ผสม, รวมกัน, ทำให้รวมกัน)

    (b) relating    (บอก, เล่า, บรรยาย, เชื่อมโยง, เกี่ยวข้อง, เกี่ยวดอง, สัมพันธ์, สอดคล้อง, เป็นญาติกัน)

    (c) revising    (ปรับปรุง, แก้ไข)

    (d) reviewing    (ทบทวน, ตรวจสอบอีก, พิจารณาใหม่, วิจารณ์)

    (e) eliminating    (กำจัด, ทำลายให้หมดไป)

    (f) declining    (ลดลง, เสื่อมลง, เอียง, ลาดลง, บ่ายลงไป, ใกล้จะสิ้นสุด, ปฏิเสธ, บอกปัด)

    (g) distributing    (แจกจ่าย, จำหน่าย, กระจาย)

    (h) duplicating    (ทำสำเนา, ถ่ายสำเนา, อัดสำเนา, จำลอง, ทำซ้ำ)

5. In paragraph 2, “expectancy” refers to _________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒  “ความคาดหวัง, ความคาดหมาย, ความคาดคิด, สิ่งที่คาดหมาย, สิ่งที่คาดหวัง”  หมายถึง _________________)

    (a) expediency (expedience)    (ความสะดวก, ความเหมาะสม, ความได้เปรียบ, ความง่าย, แผนฉุกเฉิน,

          แผนเฉพาะกาล)

    (b) incentive    (สิ่งจูงใจ, สิ่งกระตุ้น, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม)   

    (c) remuneration    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

    (d) encouragement    (การให้กำลังใจ, การส่งเสริม, การกระตุ้น)

    (e) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย)  (เมื่อเป็นคำกริยา หมายถึง  “ตกใจกลัว,

          อกสั่นขวัญหาย”)

    (f) trauma    (ทร้อ-ม่ะ)  (ความชอกช้ำทางจิตใจ, การบาดเจ็บ, แผลบาดเจ็บ, ภาวะที่ได้รับบาดเจ็บ)

    (g) surroundings    (สภาพแวดล้อม, สิ่งแวดล้อม)

    (h) expectation    (การคาดหมาย, การคาดหวัง, การคาดคิด, สิ่งที่คาดหมายไว้, ความหวัง)

6. In Third World countries, _______________________ is the major cause of child deaths.

(ในประเทศโลกที่ ๓ __________________________ เป็นสาเหตุสำคัญของการตายของเด็ก)

    (a) diarrhea    (โรคท้องร่วง)  (ในพารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “เด็กๆ ในโลกที่ ๓  จำนวน ๙,๐๐๐ คน  ตายด้วย

          โรคท้องร่วงในแต่ละวัน)

    (b) pneumonia    (โรคปอดบวม)  (ในพารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “เด็กๆ ในโลกที่ ๓  เกือบ ๑๐,๐๐๐ คน 

          ตายด้วยโรคปอดบวมในแต่ละวัน)

    (c) the lack of safe water supplies    (การขาดแคลนแหล่งน้ำที่ปลอดภัย)

    (d) the lack of immunization    (การขาดแคลนการสร้างภูมิคุ้มกัน)  (ในพารากราฟ ๗ กล่าวว่า  “เด็กๆ ใน

          โลกที่ ๓  ประมาณ ๖,๐๐๐ คน  ตายในแต่ละวัน  เพราะว่าพวกเขาไม่ได้รับภูมิคุ้มกัน)

7. The word “expenditure” in the third paragraph is closest in meaning to ______________.

(คำว่า  ค่าใช้จ่าย, การใช้จ่าย, งบประมาณ”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___

_____________)

    (a) expedition    (การเดินทางเพื่อสำรวจหรือเป้าหมายบางอย่าง, คณะผู้เดินทางดังกล่าว)

    (b) expansion    (การขยาย, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย, ปริมาณหรือขนาดของการขยายออก)

    (c) subsidy    (เงินอุดหนุน, เงินสนับสนุน, เงินช่วยเหลือ)

    (d) pension    (บำเหน็จบำนาญ)

    (e) patent    (ลิขสิทธิ์)

    (f) expense    (ค่าใช้จ่าย, การใช้จ่าย, ค่าโสหุ้ย, ค่าเสียหาย, ความสิ้นเปลือง, การสละ)

    (g) bargain    (การต่อรองราคา)

    (h) potential    (ความเป็นไปได้, ศักยภาพ)   

8. What does “concentrated” in paragraph 3 mean?

(“มุ่งเน้น, มุ่งไปที่, รวม, เพ่งเล็ง, รวมศูนย์, รวมกำลัง, รวมเข้าจุดเดียวกัน, อัดแน่น, ตั้งอกตั้งใจ, สำรวมความคิด”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

    (a) pacified    (ปลอบขวัญ, ทำให้สงบ, ทำให้เงียบ, ทำให้สุขุม)

    (b) modified    (ม้อด-ดิ-ไฟ)  (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ปรับปรุง, ดัดแปลง, ลดความรุนแรง, ลดหย่อน)

    (c) renewed    (ต่ออายุ, เริ่มใหม่, ทำใหม่, เปลี่ยนใหม่, ซ่อมแซม, เสริม, เติม, ฟื้นฟู, สร้างใหม่)

    (d) reminded    (เตือน, เตือนให้ระลึกถึง)

    (e) focused    (เพ่งความสนใจ, มุ่งเน้น, เน้นย้ำ, เพ่งความคิด, ทำให้รวมกันที่จุดหนึ่ง, ทำให้รวมแสง,

          รวมแสง, ปรับภาพให้ชัด)

    (f) discovered    (ค้นพบ)

    (g) calculated    (คำนวณ)

    (h) impoverished    (อิม-พ้อฟ-เวอะ-ริช)  (ทำให้ยากจน, ทำให้เสื่อม, ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้มีคุณภาพเลว) 

9. The word “attributable” in paragraph 4 may be replaced by ________________________.

(คำว่า  “มีสาเหตุมาจาก, ซึ่งให้เหตุผลว่า”  ในพารากราฟ ๔  อาจแทนโดย ________________)

    (a) improvident     (อิม-พรอฟ-วิ-เดิ้นท)  (. เลินเล่อ, ไม่ระวัง, ไม่คิดถึงอนาคต, ไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน,

          ๒. ไม่ประหยัด, สุรุ่ยสุร่าย) 

    (b) prodigal    (พร้อด-ดิ-เกิ้ล)  (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, ไม่มีความเสียดาย, ใจป้ำ, สิ้นเปลืองยิ่ง)  (เมื่อเป็น

          คำนาม  หมายถึง  “คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย”) 

    (c) incipient    (อิน-ซิพ-เพี่ยน)  (แรกเริ่ม, เริ่มเกิดขึ้น) 

    (d) ambiguous    (แอม-บี๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ) 

    (e) amorphous    (อะ-ม้อร์-ฟัส)  (ซึ่งไม่มีรูปร่างที่แน่นอน (เช่น ของเหลว-กาซ), อสัณฐาน, ไร้จุดหมาย

          หรือจุดประสงค์ที่แน่นอน) 

    (f) caused by    (มีสาเหตุมาจาก, ทำให้เกิดขึ้นโดย)

    (g) unprecedented    (อัน-เพรส-ซิ-เดิน-ทิด)  (ไม่เคยมีมาก่อน, ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทัดเทียมได้, ไม่มีที่

          เปรียบหรือเสมอเหมือน,  คาดไม่ถึง, ไม่รู้มาก่อน) 

    (h) volatile    (ว้อล-ละ-ไทล)  (ขึ้นๆลงๆ, เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ชั่วคราว, ปะทุง่าย, ระเบิดง่าย, ระเหยเป็น

          ไอได้รวดเร็ว) 

10. This passage stated that _________________________________________________.

(บทความนี้กล่าวว่า __________________________________________________)

      (a) every country should support WHO’s campaigns    (ทุกประเทศควรสนับสนุนการรณรงค์ขององค์

            การอนามัยโลก)

      (b) in developing countries, more children under five die each year than adults    (ในประเทศกำ

            ลังพัฒนา  เด็กๆ อายุต่ำกว่า ๕ ขวบ  ตายมากกว่าผู้ใหญ่ในแต่ละปี)  (บทความมิได้ระบุ)

      (c) in spite of better health care, people in developing countries still lack good health

            protection    (ทั้งๆ ที่มีการดูแลเอาใจใส่สุขภาพดีขึ้น  ผู้คนในประเทศกำลังพัฒนายังคงขาด

            แคลนการป้องกันสุขภาพที่ดี)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “แต่ประเทศกำลัง

            พัฒนายังคงกำลังล้าหลัง (อยู่ข้างหลัง) โลกที่พัฒนาแล้วไกลโข  ในด้านการป้องกันสุขภาพ)

      (d) health care in developing countries over the past five years has greatly reduced the death

            rate    (การดูแลเอาใจใส่สุขภาพในประเทศกำลังพัฒนาในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา  ได้ลดอัตราการตายลง

            อย่างมาก)  (บทความมิได้ระบุ)

11. “tragedy” in paragraph 5 refers to __________________________________________.

(“เรื่องเศร้า, ภัยพิบัติ, ละครโศก, ละครโศกนาฏกรรม, บทประพันธ์โศก”  ในพารากราฟ ๕  หมายถึง _

_________________)

      (a) intrusion    (การล่วงล้ำ, การบุกรุก, การก้าวก่าย, การผลักดัน)

      (b) procrastination    (โพร-แครส-ทิ-เน้-ชั่น)  (การผัดวันประกันพรุ่ง, การเลื่อน, การหน่วงเหนี่ยว, การทำ

            ให้ชักช้า) 

      (c) discount    (การลดราคา)

      (d) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึก

            โครม, ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

      (e) testimony    (คำให้การ, หลักฐาน, พยาน, การยืนยันโดยการสาบานตัว, การแถลงโดยเปิดเผย)

      (f) taboo (= tabu)    (ทะ-บู้)  (ข้อห้าม, สิ่งห้าม, ศีลห้าม)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ห้าม,

            ต้องห้าม, เป็นข้อห้าม”)  

      (g) grief    (ความเศร้าโศก, สิ่งที่ทำให้เสียใจมาก, ความระทมทุกข์, ความคับข้องใจ, ปัญหา,

            ความยุ่งยาก)

      (h) etiquette    (เอ๊ท-ทิ-เคท หรือ คิท)  (สมบัติผู้ดี, มารยาท, จรรยาบรรณ, ธรรมเนียมปฏิบัติ) 

12. The word “cited” in the sixth paragraph could best be replaced by _________________.

(คำว่า  “อ้าง, กล่าวอ้าง, อ้างอิง, กล่าวสนับสนุน, ออกหมายเรียกตัวมาศาล, สดุดี, ชมเชย, กระตุ้น, เรียกหา”  ในพารากราฟ ๖  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________________)

      (a) reiterated    (กล่าวซ้ำ, กระทำซ้ำ)

      (b) nominated    (เสนอชื่อเพื่อให้เลือกตั้ง, แต่งตั้ง, ตั้งชื่อ, ระบุชื่อ)

      (c) quelled    (ระงับ, ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ปราบ, ทำให้สงบ, ดับไฟ)

      (d) enhanced    (เพิ่มพูน, ทำให้มากขึ้น)

      (e) propagandized    (โฆษณาชวนเชื่อ)

      (f) convened    (ชุมนุมกัน, เรียกประชุม)

      (g) rushed    (รัชด)  (เร่งรีบ, ทำอย่างเร่งรีบ, พรวดพราด, ทำอย่างฉุกละหุก, วิ่ง, วิ่งเข้าไป, พุ่ง, ถลัน,

            กรูกันไป, กรูเข้ายึด, ยื้อแย่ง, แย่งซื้อ)

      (h) referred to    (อ้างอิง, อ้างถึง, กล่าวถึง, พาดพิง, เกี่ยวโยงไปถึง, ค้นหา (หลักฐาน, ตำรา),

            เสนอแนะ, ถาม, ตรวจดู, ค้นดู)

13. “One chilling statistic” in paragraph 6 means a statistic which is __________________.

(“สถิติซึ่งน่าตกใจชิ้นหนึ่งในพารากราฟ ๖  หมายถึงสถิติซึ่ง _______________________)

      (a) reliable    (น่าเชื่อถือ, เชื่อถือได้, ไว้วางใจได้)

      (b) enduring    (ที่อดทน, ทนทาน, ยืนนาน, อมตะ, ไม่ตาย, อยู่ชั่วกาลนาน)

      (c) freezing    (เยือกเย็น, เย็นจัด, มีอุณหภูมิถึงจุดเยือกแข็ง, เริ่มแข็งตัว)

      (d) luxurious    (หรูหรา, ฟุ่มเฟือย)

      (e) insignificant    (ไม่สำคัญ, ไม่มีความหมาย, เป็นเรื่องเล็กน้อยเกินไป)

      (f) prodigious    (มากมาย, มหาศาล, ใหญ่โตมโหฬาร, มหัศจรรย์)

      (g) frightening    (น่าตกใจ, น่าสะดุ้งตกใจ, น่ากลัว)

      (h) surreptitious    (เซอะ-เรพ-ทิ้ช-เชิส)  (ซ่อนเร้น, แอบๆ, แอบทำ, ลอบทำ, ลับๆล่อๆ, มีเลศนัย)  

14. The word “immunized” in paragraph 7 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “สร้างภูมิคุ้มกันโรค, ทำให้มีภูมิคุ้มกันโรค, ทำให้รอดพ้นจาก, ทำให้ยกเว้น”  ในพารากราฟ ๗  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

      (a) overhauled    (ยกเครื่อง (รถยนต์, ระบบ), ปรับปรุงใหม่, ตรวจอย่างละเอียดเพื่อซ่อมแซม, ซ่อมแซม,

            ชำระ, สะสาง)

      (b) disproved    (พิสูจน์หักล้าง, พิสูจน์แย้ง, พิสูจน์ว่าไม่จริง)

      (c) expanded    (ขยาย, เพิ่ม, แผ่, ทำให้กว้างออก, ยืดออก, คลี่ออก, บาน, ขยายความ)

      (d) be made immune to a particular disease, often by being given an injection    (ถูกทำ

            ให้มีภูมิคุ้มกันโรคเฉพาะอย่าง  บ่อยครั้งโดยการฉีดยา)

      (e) accompanied    (ไปเป็นเพื่อน, มากับ, ไปกับ, ติดตาม, (เพลง) ประกอบ, คลอเสียง, เล่นดนตรี

           คลอเสียง)

      (f) postponed    (เลื่อนออกไป, เลื่อน, เลื่อนเวลา, ยืดเวลา)

      (g) evicted    (ขับไล่, ขับออก, ไล่ที่, เรียกคืน)

      (h) burgeoned    (เบ๊อร์-เจิ้น)  (งอกงาม, เจริญเติบโต, ผลิ, ผลิหน่อ, เพิ่มขึ้น, เริ่มเจริญ, เจริญโดยฉับพลัน) 

15. “therapy” in paragraph 8 is similar in meaning to _____________________________.

(การบำบัดโรค, อายุรเวท, วิทยาและศิลปะการรักษาโรค, คุณภาพหรือความสามารถในการรักษาโรค”  ในพารากราฟ ๘  เหมือนกันในความหมายกับ _________________)

      (a) injury    (อิ๊น-จัว-รี่)  (บาดแผล, อันตราย, ภัย, ความเสียหาย, คำสบประมาท, การล่วงละเมิด)

      (b) commitment    {การมอบหมาย (หน้าที่, ความไว้วางใจ), การให้คำมั่นสัญญา, การเกี่ยวข้อง, การพัวพัน,

            ความผูกพัน (กับงานหรือหน้าที่)}

      (c) trial    (ไทร้-เอิ้ล)  (การทดลอง, การทดสอบ, การสอบสวน, การซ้อม, การทรมาน, การไต่สวนคดี)

      (d) truce    (ทรูซ)  (การสงบศึก, การพักรบ, สัญญาสงบศึก, การพักผ่อน, การหยุดพักชั่วคราว)

      (e) treatment    (การรักษา, การเยียวยา, การปฏิบัติต่อ, การกระทำต่อ, การบำบัดโดยการใส่

           สารเคมี)

      (f) prosperity    (พรอส-เพ้อ-ริ-ที่)  (ความเจริญ, ความรุ่งเรือง, ความสำเร็จ, ความมั่งคั่ง, ความเฟื่องฟู) 

      (g) tribute    (ทริบ-บิ้วท)  (บรรณาการ, ของขวัญ, ของถวาย, เงินบรรณาการ, คำสรรเสริญ)

      (h) impasse    (อิ๊ม-แพส)  (ทางตัน, สภาพที่หยุดชะงักอยู่กับที่, สภาพที่เดินหน้าต่อไปไม่ได้, สภาวะ

           ที่อับจน)     

16. The word “Campaigns” in paragraph 9 refers to ______________________________.

(คำว่า  “การรณรงค์, การแข่งขันหาเสียงเลือกตั้ง, การปฏิบัติการทางทหาร, ยุทธการ”  ในพารากราฟ ๙  หมายถึง ________________)

      (a) barriers    (ปัญหา, อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

      (b) inventories    (รายการสิ่งของ-ทรัพย์สิน-สินค้า, แคตตาล็อก, สิ่งของ ทรัพย์สินหรือสินค้าในรายการ

            ดังกล่าว, การทำรายการดังกล่าว)

      (c) incentives    (สิ่งจูงใจ, เครื่องกระตุ้น, เครื่องส่งเสริม, สิ่งดลใจ)

      (d) fluctuations    (การขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การไม่มีเสถียรภาพ, การผันแปร, การแกว่งไปมา)

      (e) dilemmas    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจรเข้,

            ปัญหาที่ลำบาก)

      (f) rallies    (การรณรงค์, การชุมนุม, การรวบรวม, การระดมพล, งานชุมนุม, การชุมนุมแข่งรถ

            ยนต์ทางไกล)

      (g) impediments    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, การทำให้ล่าช้า)

      (h) demolitions    (การรื้อ (ตึก) ทิ้ง, การทำลาย)

17. “both these fronts” in paragraph 9 refers to ________________________________.

(“ทั้งสองแนวรบเหล่านี้”  ในพารากราฟ ๙  หมายถึง _______________________________)

      (a) diarrheal diseases and pneumonia    (โรคท้องร่วงและโรคปอดบวม)

      (b) major childhood diseases and vaccines    (โรคในวัยเด็กที่สำคัญและวัคซีน)

      (c) WHO campaigns and children’s diseases    (การรณรงค์ขององค์การอนามัยโลก  และโรคของ

             เด็กๆ)

      (d) immunization and oral rehydration therapy    (การให้ภูมิคุ้มกันโรคและการบำบัดโรคโดย

            การนำน้ำเข้าสู่ทางปาก)  (ดูจากพารากราฟ ๘ ที่กล่าวว่า  “รายงานกล่าวว่า  การให้ภูมิคุ้มกัน

            โรคในโรคเด็กที่สำคัญ  ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยวัคซีน  ได้มีจำนวนถึงค่าเฉลี่ยของโลก

            จำนวน ๘๐ เปอร์  เซ็นต์  ในขณะที่การเข้าถึงการบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้าสู่ทางปาก  ซึ่ง

            เป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคท้องร่วง  อยู่ที่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์”  ดังนั้น  “ทั้งสองแนวรบเหล่า

            นี้”  จึงหมายถึง  “การให้ภูมิคุ้มกันโรคโดยการฉีดวัคซีน  และการบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้า

            สู่ทางปาก”)

18. The word “sanitation” in the final paragraph may be replaced by ___________________.

(คำว่า  “การสุขาภิบาล, สุขอนามัย, การส่งเสริมสุขภาพ”  ในพารากราฟสุดท้าย  อาจแทนโดย ____

______________)

      (a) sanity    (การมีสุขภาพจิตที่ปกติ, จิตปกติ, การมีจิตมั่นคง, การมีเหตุผลพอควร)

      (b) sanitarian    (ผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขศาสตร์)

      (c) matrimony    (การแต่งงาน, พิธีแต่งงาน)

      (d) notoriety    (โน-ทอ-ไร้-อะ-ที่)  (ชื่อเสียงในทางไม่ดี, บุคคลที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี, ความรู้จักกันทั่วไป

            หรือมีชื่อเสียงดังกระฉ่อน) 

      (e) optimism    (การมองโลกในแง่ดี)

      (f) hygiene    (การรักษาความสะอาดเพื่อป้องกันความเจ็บไข้ได้ป่วย หรือการแพร่ขยายของโรค,

            ความสะอาด, สุขวิทยา)

      (g) ambush    (การซุ่มโจมตี, การคอยดักทำร้าย)

      (h) plagiarism    (เพล้-เจีย-ริ-ซึ่ม)  (การขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์, สิ่งที่ขโมยคัดลอกมา)

19. What does “dramatically” in the final paragraph refer to?

(“อย่างมาก, อย่างตื่นเต้นเร้าใจ, ในแบบละคร, ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงอะไร)

      (a) detrimentally    (อย่างเป็นอันตราย, อย่างเป็นภัย) 

      (b) dishonestly    (อย่างไม่ซื่อสัตย์, อย่างไม่สุจริต, อย่างไม่ตรงไปตรงมา, อย่างไม่น่าไว้วางใจ)

      (c) reluctantly    (อย่างไม่เต็มใจ)

      (d) arrogantly    (อย่างหยิ่ง, อย่างยโส, อย่างจองหอง)

      (e) inquisitively    (อย่างอยากรู้อยากเห็น, อย่างชอบซักถาม, อย่างชอบสอบสวน)

      (f) diligently    (อย่างขยันหมั่นเพียร, อย่างบากบั่น, อย่างอุตสาหะ)

      (g) significantly    (อย่างมาก, อย่างสำคัญ, อย่างมีลักษณะสำคัญ, อย่างมีความหมาย, อย่าง

            มีผล)

      (h) anxiously    (อย่างวิตกกังวล, อย่างห่วงใย)

20. This report says that people in the world _____________________________________.

(รายงานนี้กล่าวว่า  ผู้คนในโลก ___________________________________________)

      (a) have a shorter life expectancy than before    (มีความคาดหวังในชีวิตสั้นกว่าแต่ก่อน)

      (b) are healthier than before    (มีสุขภาพอนามัยดีกว่าแต่ก่อน)  (ดูจากพารากราฟ ๒ ที่กล่าวว่า 

            “รายงานกล่าวว่า  มีความก้าวหน้าไปสู่โลกที่แข็งแรงมากขึ้น (มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น)  โดยมี

            การตายในวัยเด็กลดลง  และความคาดหวังในชีวิต (ว่าจะยาวนานเพียงใด) ในภาพรวมในปัจ

            จุบันอยู่ที่ ๖๕ ปี  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ ๔ เดือนในแต่ละปี  ในช่วง ๕ ปีข้างหน้า)

      (c) are given the best treatment for diseases    (ได้รับการรักษาโรคดีที่สุด)

      (d) have no health care problems    (ไม่มีปัญหาการดูแลเอาใจใส่สุขภาพ)

21. Developing countries are still far behind developed countries with regard to health protection because ________________.

(ประเทศกำลังพัฒนายังคงล้าหลังประเทศพัฒนาแล้วอย่างห่างไกลในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันสุขภาพ  เพราะว่า ________________)

      (a) most research concentrates on diseases common to developed countries    (การวิจัย

            ส่วนใหญ่มุ่งเน้นเรื่องโรคที่เกิดทั่วไป (พบบ่อย, เป็นธรรมดาสามัญ) ในประเทศพัฒนาแล้ว

            (ดูจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “๙๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดใน

            การวิจัยสุขภาพ  ได้รับการมุ่งเน้น (มุ่งไปที่) การแก้ปัญหาซึ่งธรรมดาสามัญ (พบบ่อย, มีอยู่

            ทั่วไป) ที่สุดในประเทศอุตสาหกรรม – หรือประเทศพัฒนาแล้ว)

      (b) they lack doctors and other medical personnel    (พวกเขาขาดแคลนแพทย์และบุคลากรทางการ

            แพทย์อื่นๆ)

      (c) the kinds of diseases common to developing countries are unpreventable    (ชนิดของโรคที่

            พบบ่อย (มีอยู่ทั่วไป) ในประเทศกำลังพัฒนา  ไม่สามารถป้องกันได้)

      (d) WHO’s campaigns in developed countries are more effective    (การรณรงค์ขององค์การอนา

            มัยโลกในประเทศพัฒนาแล้ว  มีประสิทธิผลดีกว่า)

 

(คำแปล)

การรณรงค์ต่อต้านโรคขององค์การอนามัยโลก

 

            โรค (การเจ็บไข้ได้ป่วย) (Disease) กำลังฆ่าผู้คนเกือบ ๕๐ ล้านคนในแต่ละปี  และมากกว่า ๓ ใน ๔ (over three quarters) ของเหยื่อ (ผู้เคราะห์ร้าย, ผู้ถูกโกง, ผู้ถูกหลอก, ผู้รับบาป, สิ่งมีชีวิตที่ถูกบูชายัญ) (victims) อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา (developing countries),  องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อวานนี้

            รายงานกล่าวว่า  มีความก้าวหน้าไปสู่ (progress towards) โลกที่แข็งแรงมากขึ้น (มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น) (healthier world)  โดยมีการตายในวัยเด็ก (childhood deaths) ลดลง (dropping)  และความคาดหวังในชีวิต (ว่าจะยาวนานเพียงใด) (life expectancy) ในภาพรวม (overall) ในปัจจุบันอยู่ที่ ๖๕ ปี  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (likely to increase) ประมาณ ๔ เดือนในแต่ละปี  ในช่วง ๕ ปีข้างหน้า

            แต่ประเทศกำลังพัฒนายังคงกำลังล้าหลัง (อยู่ข้างหลัง, เดินช้า, สูญเสียกำลัง, อ่อนลง) (lagging) โลกที่พัฒนาแล้ว (developed world) ไกลโข (far behind) ในด้านการป้องกันสุขภาพ (health protection),  โดย ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่าย (expenditure) ทั้งหมดในการวิจัยสุขภาพ (health research) ได้รับการมุ่งเน้น (มุ่งไปที่, รวม, เพ่งเล็ง, รวมศูนย์, รวมกำลัง, รวมเข้าจุดเดียวกัน, อัดแน่น, ตั้งอกตั้งใจ, สำรวมความคิด) (concentrated) การแก้ปัญหา (solving the problems) ซึ่งธรรมดาสามัญ (พบบ่อย, มีอยู่ทั่วไป) ที่สุด (most common) ในประเทศอุตสาหกรรม (industrialized states) (หรือ  หรือประเทศพัฒนาแล้ว)

            รายงานกล่าวว่า  ๗๗ เปอร์เซ็นต์ของการตาย (deaths) จำนวน ๔๖.๕ ล้านราย  ซึ่งมีสาเหตุมาจาก (attributable) โรคโดยตรง  เกิดขึ้น (occurred) ในโลกกำลังพัฒนา (developing world)  ทั้งๆ ที่มีการเพิ่มขึ้น (increase) ๑๙ เปอร์เซ็นต์ในการสามารถหามาได้ (การหาได้ง่าย, การใช้ประ โยชน์ได้) (availability) ของการดูแลสุขภาพ (health care) ที่นั่น  ในช่วงเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา

            “แต่เรื่องเศร้า (ภัยพิบัติ, ละครโศก, ละครโศกนาฏกรรม, บทประพันธ์โศก) (tragedy) ก็คือว่ามีการตายอย่างน้อยที่สุด ๒๐ ล้านรายในแต่ละปี  ซึ่งสามารถได้รับการป้องกัน (prevented) ด้วยระบบสุขภาพที่ดีขึ้น (improved health systems), การเข้าถึง (access) ยารักษาโรคและวัคซีนที่จำเป็(essential), วิถีชีวิตที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น (healthier life-style) และการศึกษา (education),” รายงานกล่าว

          รายงานอ้าง (กล่าวอ้าง, อ้างอิง, กล่าวสนับสนุน, ออกหมายเรียกตัวมาศาล, สดุดี, ชมเชย, กระตุ้น, เรียกหา) (cited) สิ่งที่มันเรียกว่า (what it called) สถิติ (ข้อมูล, ข้อเท็จจริงเป็นตัวเลข) (statistic) ซึ่งน่าตกใจ (น่าหวาดกลัว, น่าท้อใจ, ทำให้หนาวสั่น, สั่นสะท้านด้วยความหนาว) (chilling) ชิ้นหนึ่ง - - ที่ว่าเด็กๆ จำนวน ๑๒.๙ ล้านคนที่อายุต่ำกว่า ๕ ขวบ (under five) ต้องตายไปในแต่ละปีในโลกซึ่งกำลังพัฒนา  หรือ ๑ ใน ๓  (one-third) ของความตายทั้งหมดที่นั่น (โลกกำลังพัฒนา) ในปี ๑๙๙๐

        เด็กๆ ในโลกที่ ๓ ประมาณ ๖,๐๐๐ คนตายในแต่ละวัน  เพราะว่าพวกเขามิได้รับภูมิคุ้มกันโรค (immunized)  ในขณะที่เด็กจำนวน ๙,๐๐๐ คนตายด้วยโรคท้องร่วง  (diarrhoeal diseases)  และเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนตายด้วยโรคปอดบวม (pneumonia)

            แต่รายงานกล่าวว่า  การให้ภูมิคุ้มกันโรค (การยกเว้นให้, การทำให้รอดพ้น) (immunization) ในโรคเด็กที่สำคัญ (against the major childhood diseases)  ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยวัคซีน  ได้มีจำนวนถึง (ถึง, มาถึง, ไปถึง, บรรลุ, ยื่น, เอื้อม, ไปจรดกับ) (reached) ค่าเฉลี่ยของโลก (world average) จำนวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์  ในขณะที่การเข้าถึง (access to) การบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้าสู่ทางปาก (oral rehydration therapy)  ซึ่งเป็นการรักษาที่ดีที่สุด (best treatment) สำหรับโรคท้องร่วง  อยู่ที่ (stood at) ๗๐ เปอร์เซ็นต์

          การรณรงค์ (การแข่งขันหาเสียงเลือกตั้ง, การปฏิบัติการทางทหาร, ยุทธการ) (Campaigns),  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสปอนเซอร์ (largely sponsored) โดยองค์การอนามัยโลก, ในทั้งสองแนวรบ (แนวหน้า, ด้านหน้า, ตอนหน้า, แถวหน้า, ส่วนหน้า, ส่วนที่สำคัญที่สุด, ใบหน้า, หน้าผาก, ที่ดินริมถนน, ที่ดินตามชายหาด) (fronts) เหล่านี้ (หมายถึง  การให้ภูมิคุ้มกัน  และการบำบัดโรคโดยการนำน้ำเข้าสู่ทางปาก)  ได้ช่วยลด (reduce) การตายของเด็ก (child deaths) จำนวน ๑๒๕,๐๐๐ รายต่อปีในช่วงเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา  ในขณะที่การเข้าถึง (access to) แหล่งน้ำที่ปลอดภัย (safe water supplies), ยารักษาโรค (drugs) และการสุขาภิบาล (สุขอนามัย, การส่งเสริมสุขภาพ) (sanitation)  ได้เพิ่มขึ้น (increased) อย่างมาก (อย่างตื่นเต้นเร้าใจ, ในแบบละคร, ซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน) (dramatically) ด้วยเช่นกัน

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป