หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 42)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Why Do People Want to Own Machines?

 

          People like to own machines the way they used to like to own animals, territories, and other people.  Often the purpose served by the machine is less important than the fact of ownership itself, that it represents upward mobility.  Every new machine that can be purchased is a sign that the owner is advancing financially.  Consider the 10 following machines or mechanical gadgets for their relative importance to our basic needs :

               washing machine                                 air conditioner

               home computer                                    videocassette recorder

               home and auto alarm systems           automobile telephone          

               telephone answering machine           vacuum cleaner

               Walkman headset

          Unquestionably some of these mechanical marvels perform tasks which were once laborious and time-consuming.  Who wants to go back to washing clothes in a nearby stream?  Who would give up air-conditioning if financial constraints did not require the sacrifice?  Writers often wonder how they ever got along without word processors, which greatly simplify the once-arduous task of editing a manuscript.     

            The need to own machines is one of the cornerstones of contemporary economic systems.  As “new and improved” models appear, those who rush to get them are surely providing jobs for many people.  Market research discloses that many who can barely afford minimum shelter and nutrition insist on having cable television even if this means doing without some basic necessities.  Nor must one shake a head at the “foolishness” of such a choice.  In a technologically oriented society, not having cable television can create a very real sense of privation, much greater than the desire for higher-quality foods.

 

1. The topic of this passage should be ________________________________________.

(หัวข้อเรื่องของบทความนี้ควรจะเป็น _____________________________________)

    (a) How Machines Control Us    (เครื่องจักรกลควบคุมเราอย่างไร)

    (b) Conflicts over Owning Machines    (ความขัดแย้งในเรื่องการเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล)

    (c) The Importance of Owning Machines    (ความสำคัญของการเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล

          (ส่วนใหญ่ของบทความนี้กล่าวถึงความต้องการของผู้คนที่จะเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล  โดย

          บางครั้งมิได้คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของตน  แต่อยากแสดงความร่ำรวยให้ผู้อื่นเห็นจาก

          เครื่องจักรกลที่ตนครอบครอง  นอกจากนั้น  ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายยังกล่าวถึง

          ความจำเป็นที่จะเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล,  หัวข้อเรื่องจึงควรจะเป็น  “ความสำคัญของการ

          เป็นเจ้าของเครื่องจักรกล”)

    (d) How People Can Afford Machines    (ผู้คนสามารถมีเครื่องจักรกลใช้ได้อย่างไร)

2. To the writer, the most important reason why people want to purchase machines is that _______

__________.

(สำหรับผู้เขียน  เหตุผลสำคัญที่สุดว่าทำไมผู้คนต้องการซื้อเครื่องจักรกล  คือว่า ____________)

    (a) machines make them financially secure    (เครื่องจักรกลทำให้พวกเขามีความมั่นคงทางการเงิน)

    (b) machines help them save time and energy    (เครื่องจักรกลช่วยให้พวกเขาประหยัดเวลาและ

          พลังงาน)

    (c) people want to show they are well-off    (ผู้คนต้องการแสดงว่าพวกเขามีฐานะดี)  (ประโยค

          ที่ ๒ และ ๓ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “บ่อยครั้ง  วัตถุประสงค์ซึ่งสนองโดยเครื่องจักร  มี

          ความสำคัญน้อยกว่าข้อเท็จจริงของการเป็นเจ้าของ (เครื่องจักรกล) ในตัวของมันเอง (หมาย

          ถึง  การเป็นเจ้าของเครื่องจักรกลมีความสำคัญมากกว่าการใช้ประโยชน์มัน  เนื่องจากแสดง

          ถึงสถานภาพของผู้เป็นเจ้าของมัน)  ที่ว่ามันเป็นตัวแทนการเคลื่อนที่ขึ้นสู่ข้างบน (หมายถึง 

          การก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่ง  หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดี)”  และ  “เครื่องจักรกลใหม่ทุกชิ้นซึ่ง

          สามารถถูกซื้อได้  จะเป็นเครื่องหมาย (เครื่องแสดง) ว่าเจ้าของกำลังก้าวหน้าทางด้านการ

          เงิน (คือ  มีฐานะดีขึ้น))

    (d) people want to do without their basic needs    (ผู้คนต้องการดำรงชีวิตโดยปราศจากสิ่งจำเป็น

          พื้นฐานของตน)

3. In the first paragraph, “mobility” refers to ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “การเคลื่อนไหว, การเคลื่อนที่, การเปลี่ยนแปลงได้ง่าย, การเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”  หมายถึง _________________)

    (a) proximity    (ความใกล้ชิด, ความใกล้เคียง)

    (b) acumen    (อะ-คู้-เม่น)  (ความมีไหวพริบเฉียบแหลม)

    (c) foundation    (รากฐาน, มูลฐาน, มูลนิธิ)

    (d) ruin    (ซากปรักหักพัง, สถานที่ปรักหักพัง, ความพินาศ, ความหายนะ, ความย่อยยับ, ความล่มจม,

          การทำลาย, การล้มละลาย)

    (e) fault    (ข้อบกพร่อง, ความผิดพลาด, ความคลาดเคลื่อน)

    (f) desperation    (ความสิ้นหวัง, ภาวะที่ล่อแหลม, ภาวะที่ร้ายแรง)

    (g) movement    (การเคลื่อนไหว, การเคลื่อนที่, กิริยาท่าทาง, กระบวนการ, ความพยายาม,

          คณะบุคคล, การดำเนินงาน)

    (h) failure    (เฟ้ล-เย่อร์)  (ความล้มเหลว, ความไร้ผล, ความไม่สำเร็จ, การสอบตก, สิ่งที่ล้มเหลว)

4. The word “gadgets” in paragraph 1 means _____________________________________.

(คำว่า  “เครื่องมือ, อุปกรณ์, สิ่งประดิษฐ์, เครื่องประดิษฐ์”  ในพารากราฟ ๑  หมายถึง __________)

    (a) remnants    (ส่วนที่เหลือ, สิ่งที่ทิ้งเอาไว้, เศษ, เศษเล็กเศษน้อย, เศษผ้า, เดน)

    (b) parts    (ส่วนต่างๆ, ชิ้นส่วน)

    (c) disappointments    (ความผิดหวัง)

    (d) gifts    (พรสวรรค์, ความสามารถพิเศษ, ของขวัญ, สิ่งที่ให้ด้วยความสมัครใจ)

    (e) resources    (ทรัพยากรของประเทศ, กำลังเงิน, กำลังคน, กำลังวัตถุ)

    (f) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

    (g) hindrances    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, เครื่องกีดขวาง)

    (h) devices    (อุปกรณ์, เครื่องประดิษฐ์, เครื่องกลไก, แผนการ, อุบาย, หลักในใจ, เครื่องหมาย)

5. “Who would give up air-conditioning if financial constraints did not require the sacrifice?” means _________________.

(ใครล่ะจะเลิก (ยุติ) การใช้เครื่องปรับอากาศ  ถ้าข้อจำกัดทางด้านการเงินมิได้เรียกร้องการเสียสละ(หรือ ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน)  หมายถึง __________________)

    (a) people have to sacrifice something if they want to have air-conditioning    (ผู้คนจำเป็นต้องเสีย

          สละบางอย่าง  ถ้าพวกเขาต้องการมีเครื่องปรับอากาศ)

    (b) if people have enough money, they will surely manage to have air-conditioning   

          (ถ้าผู้คนมีเงินพอ  พวกเขาจะพยายามมีเครื่องปรับอากาศใช้อย่างแน่นอน)

    (c) even if people have a financial problem, they will not give up air-conditioning    (แม้ว่าผู้คนมีปัญ

          หาด้านการเงิน  พวกเขาจะไม่เลิกใช้เครื่องปรับอากาศ)

    (d) people have to give up comfort if they do not have air-conditioning    (ผู้คนจำเป็นต้องเลิก

          – สละ - ความสะดวกสบาย  ถ้าพวกเขาไม่มีเครื่องปรับอากาศ)

6. “Unquestionably” in the second paragraph refers to ____________________________.

(อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, อย่างแน่นอน, อย่างไม่มีปัญหา”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _________)

    (a) Promptly    (อย่างรวดเร็ว)

    (b) Reluctantly    (อย่างไม่เต็มใจ)

    (c) Circumspectly    (อย่างรอบคอบ, อย่างระมัดระวัง)

    (d) Properly    (อย่างเหมาะสม, อย่างสมควร, อย่างดี, อย่างถูกต้อง)

    (e) Willingly    (อย่างเต็มใจ)

    (f) Undoubtedly    (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัย, อย่างแท้จริง)

    (g) Thoroughly    (เธ้อร์-โร-ลิ่)  (อย่างละเอียด, อย่างถี่ถ้วน, อย่างสมบูรณ์, อย่างเต็มที่, ทั่วไปหมด,

          โดยตลอด, ตลอดทั่วถึง)

    (h) Lucidly    (อย่างแจ่มแจ้ง, อย่างชัดเจน)

7. The word “marvels” in paragraph 2 is closest in meaning to _______________________.

(คำว่า  “สิ่งมหัศจรรย์, สิ่งที่น่าพิศวง, สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, บุคคลที่น่าพิศวง, ความประหลาดใจ, ความพิศวง”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _________________)

    (a) disadvantages    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

    (b) disturbances    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน, ความ

          ไม่สงบ)

    (c) vicissitudes    (วิ-ซิ้ส-ซิ-ทิ้วด)  (ความขึ้นๆลงๆ, การเปลี่ยนแปลง, การผันแปร, การหมุนเวียน, การ

          สับเปลี่ยน)  

    (d) situations    (สถานการณ์)

    (e) wonders    (สิ่งที่ทำให้พิศวงหรือประหลาดใจ, ความประหลาดใจ, ความงงงวย, ความพิศวง,

          การกระทำหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ประหลาดใจ)

    (f) specimens    (ตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์ เช่น  เลือด น้ำลาย อสุจิ, แบบอย่าง, ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง,

          ตัวอย่างในการทดลอง, ข้อมูลสำหรับตรวจสอบ)

    (g) chores    (ชอร์)  (งานเล็กๆน้อยๆ, งานบ้าน, งานประจำที่น่าเบื่อ เช่น งานทำความสะอาดบ้าน 

          งานในไร่นา)

    (h) legends    (ตำนาน, เรื่องโบราณ)

8. What does “constraints” in the second paragraph mean?

(“ข้อจำกัด, การจำกัด, การคุมขัง, การควบคุมความรู้สึก, การบีบบังคับ, ภาวะที่ถูกบีบบังคับ”  ในพารากราฟ ๒  หมายถึงอะไร)

    (a) enterprises    (กิจการ, โครงการ, ธุรกิจ)

    (b) pamphlets    (แพ้ม-ฟลิท)  (จุลสาร, หนังสือขนาดเล็ก)

    (c) violations    (การฝ่าฝืน, การละเมิด)

    (d) devotions    (การอุทิศตัว, การเสียสละ)

    (e) limitations    (ข้อจำกัด, ขีดจำกัด, วงจำกัด, ข้อกำหนด, การกำหนด)

    (f) extraditions    (การส่งผู้ร้ายข้ามแดน)

    (g) pandemonium    (ความแตกตื่น, ความวุ่นวาย, ความโกลาหล)

    (h) collapses    (การล้มลงหรือทรุดลง, ภาวะทรุดโทรม)

9. “simplify” in paragraph 2 refers to ____________________________________________.

(“ทำให้ง่ายขึ้น, ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้ชัดเจน ในพารากราฟ ๒  หมายถึง _______)

    (a) sympathize    (เห็นอกเห็นใจ)   

    (b) hamper    (เป็นอุปสรรค, ขัดขวาง, หยุดยั้ง, ทำให้ชะงัก, สอดแทรก, ตัด, กีดขวาง)

    (c) contaminate    (ทำให้ปนเปื้อน, ทำให้เกิดมลภาวะ)

    (d) make easier    (ทำให้ง่ายขึ้น)

    (e) conquer    (ค้อง-เค่อะ)  (ปราบ, เอาชนะ, พิชิต, ได้ชัยชนะ, ยึดได้)

    (f) starve     (อดอาหารตาย, อดอยาก, หิวโหย, หนาวตาย, กระหาย, ทำให้อดอาหารตาย-อดอยาก-

          กระหาย-หิวโหย-หนาวตาย)

    (g) shiver    (ชิฟว-เว่อะ)  (สั่น, ตัวสั่น, สั่นระริก, (ธง) ปลิวสะบัด, แตกออก, แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย)

    (h) cope    (รับมือ, จัดการ, ต่อกร)

10. The word “arduous” in the second paragraph can be replaced by __________________.

(คำว่า  “หนักอึ้ง, ตรากตรำอย่างมาก, ยากลำบาก”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนโดย ________)

      (a) dangerous    (มีอันตราย, เป็นภัย)

      (b) drastic    (แดรส-ทิค)  (รุนแรงมาก, ดุเดือดมาก, เข้มงวดมาก, อย่างสุดขีด)

      (c) confusing    (น่างง, น่าสับสน)

      (d) challenging    (ซึ่งท้าทาย)

      (e) lenient    (ลี้-เนี่ยนท หรือ ลี้น-เยิ่นท)  (ผ่อนผัน, โอนอ่อน, กรุณา, ปรานี)

      (f) difficult    (ยาก, ลำบาก, ยุ่งยาก, มีอุปสรรค, ขัดสน, ซึ่งก่อความลำบากใจ, ดื้อรั้น)

      (g) magnificent    (ดีเยี่ยม, เลิศ, สง่างาม, วิเศษ)

      (h) resourceful    (รับมือกับปัญหาได้ทุกรูปแบบ, หัวใส, เจ้าความคิด)

11. According to the passage, many of those who want to have cable television ___________.

(ตามที่บทความกล่าว  คนจำนวนมากผู้ซึ่งต้องการมีเคเบิลทีวี _____________________)

      (a) still want to have better shelter and nutrition    (ยังคงต้องการมีที่พักอาศัยและอาหารที่ดีขึ้น)

      (b) do not know that they have made a foolish choice    (ไม่รู้ว่าพวกเขาได้เลือกอย่างโง่ๆ)

      (c) tend to rush to get the new, improved models    (มีแนวโน้มที่จะเร่งรีบที่จะได้มาซึ่งโมเดล

            (ของเครื่องจักรกล) ที่ใหม่และได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น)

      (d) do not mind having to do without basic needs    (ไม่รังเกียจการดำรงชีวิตโดยปราศจาก

            สิ่งของจำเป็นพื้นฐาน)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “การวิจัยตลาดเปิดเผยว่า

            คนจำนวนมาก  ผู้ซึ่งแทบจะไม่สามารถมีเงินพอสำหรับที่พักอาศัยและอาหารขั้นต่ำสุด (ระดับ

            ต่ำสุด) (ก็ยัง) ยืนกรานจะมีเคเบิลทีวี  ถึงแม้ว่าสิ่งนี้หมายความถึงการดำรงชีวิตโดยปราศจาก

            สิ่งของจำเป็นพื้นฐานบางอย่าง)

12. The word “shelter” in paragraph 3 is closest in meaning to ______________________.

(คำว่า  “ที่พักอาศัย, ที่กำบัง, ที่หลบภัย, ที่หลบซ่อน, ที่ลี้ภัย, ที่เป็นร่มไม้ชายคา, ความคุ้มครอง”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ __________________)

      (a) diet    (อาหาร, อาหารพิเศษ, อาหารลดน้ำหนัก, รัฐสภาญี่ปุ่น)

      (b) leisure    (ลี้-เชอะ หรือ เลช-เชอะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

      (c) damage    (ความเสียหาย, การทำให้เสียหายหรือได้รับอันตราย)  (damages =   ค่าเสียหาย, เงินชด

            เชยค่าเสียหาย)

      (d) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึก

            โครม, ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

      (e) residence    (ที่อยู่อาศัย, ถิ่นที่อยู่, ที่อยู่, การอยู่อาศัย, การมีถิ่นที่อยู่, ช่วงระยะเวลาการอยู่

            อาศัย)

      (f) debt    (เด๊ท)  (หนี้สิน)

      (g) dilemma    (ดิ-เล้ม-ม่ะ)  (สถานการณ์ที่ลำบาก, สภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือ หนีเสือปะจระเข้,

            ปัญหาที่ลำบาก)

      (h) bankruptcy    (การล้มละลาย)

13. The expression “such a choice” in paragraph 3 refers to the choice of _______________.

(ข้อความ  “การเลือกดังกล่าว”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงการเลือก ___________________)

      (a) having cable television    (มีเคเบิลทีวี)  (ดูจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟสุดท้าย  ซึ่งอยู่

            หน้าประโยคที่มีข้อความ  “such a choice”  ที่กล่าวว่า  “การวิจัยตลาดเปิดเผยว่าคนจำนวน

            มาก  ผู้ซึ่งแทบจะไม่สามารถมีเงินพอสำหรับที่พักอาศัยและอาหารขั้นต่ำสุด (ระดับต่ำสุด)

            (ก็ยัง) ยืนกรานจะมีเคเบิลทีวี  ถึงแม้ว่าสิ่งนี้หมายความถึงการดำรงชีวิตโดยปราศจากสิ่งของ

            จำเป็นพื้นฐานบางอย่าง”  และประโยคต่อมาที่กล่าวว่า “..................ความโง่เขลาของการ

            เลือกดังกล่าว”  ซึ่งหมายถึง  การเลือกที่จะมีเคเบิลทีวี)

      (b) owning basic necessities    (เป็นเจ้าของสิ่งจำเป็นพื้นฐาน)

      (c) living in a modern society    (อาศัยอยู่ในสังคมสมัยใหม่)

      (d) being considered foolish    (ถูกถือว่าโง่เขลา)

14. The expression “a sense of privation” in the final paragraph means a feeling that one _____

___________.

(ข้อความ  “ความรู้สึกขาดแคลน”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึงความรู้สึกว่าคนเรา _________)

      (a) wants to be alone    (ต้องการอยู่ตามลำพัง)

      (b) lacks the necessities of life    (ขาดแคลนสิ่งจำเป็นของชีวิต)  (ดูจากประโยคสุดท้ายของ

            พารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “ในสังคมที่มุ่งเน้นทางเทคโนโลยี  การไม่มีเคเบิลทีวีสามารถ

            ก่อให้เกิดความรู้สึกขาดแคลนจริงๆ อย่างมาก  ซึ่งมากกว่าความต้องการอาหารที่มีคุณภาพ

            สูงขึ้นอย่างมากมาย)

      (c) is inferior to others    (ด้อยกว่าผู้อื่น)

      (d) is neglected by others    (ไม่ได้รับการเอาใจใส่โดยผู้อื่น)  (ถูกเพิกเฉยละเลยโดยผู้อื่น)

 

(คำแปล)

ทำไมผู้คนจึงต้องการเป็นเจ้าของเครื่องจักร

 

            ผู้คนชอบเป็นเจ้าของเครื่องจักรกล (own machines) ในแบบเดียวกับที่พวกเขาเคยชอบเป็นเจ้าของสัตว์, ดินแดน (อาณาเขต, เขต, ดินแดนในอาณัติ, ขอบข่าย, อาณาจักร) (territories) และคนอื่นๆ (ทาส),  บ่อยครั้ง  วัตถุประสงค์ (purpose) ซึ่งสนอง (รับใช้, บริการ, ปรนนิบัติ, บริการอาหาร, ต้อนรับแขก) (served) โดยเครื่องจักร  มีความสำคัญน้อยกว่าข้อเท็จจริงของการเป็นเจ้าของ (ownership) (เครื่องจักรกล) ในตัวของมันเอง (หมายถึง  การเป็นเจ้าของเครื่องจักรกลมีความสำคัญมากกว่าการใช้ประโยชน์มัน  เนื่องจากแสดงถึงสถานภาพของผู้เป็นเจ้าของมัน)  ที่ว่ามันเป็นตัวแทน (represents) การเคลื่อนไหว (การเคลื่อนที่, การเปลี่ยนแปลงได้ง่าย, การเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ) (mobility) ขึ้นสู่ข้างบน (upward) (หมายถึง  การก้าวขึ้นสู่ความมั่งคั่ง  หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจดี),  โดยเครื่องจักรกลใหม่ทุกชิ้นซึ่งสามารถถูกซื้อ (purchased) ได้  จะเป็นเครื่องหมาย (เครื่องแสดง, สัญลักษณ์, ลาง, นิมิต, การบอกใบ้, อาการ, ร่องรอย, รอยเท้า) (sign) ว่าเจ้าของกำลังก้าวหน้า (เจริญ, เลื่อนตำแหน่ง) (advancing) ทางด้านการเงิน (financially) (คือ  มีฐานะดีขึ้น),  ทั้งนี้  จงพิจารณา (Consider) เครื่องจักรกลหรือเครื่องมือ (อุปกรณ์, สิ่งประดิษฐ์, เครื่องประดิษฐ์) (gadgets) เกี่ยวกับเครื่องจักรกล (เกี่ยวกับกลไก) (mechanical) ๑๐ ชนิดต่อไปนี้  สำหรับ (ในด้าน) ความสำคัญ  ที่เกี่ยวข้องกัน (เกี่ยวดองกัน, สัมพันธ์กัน) (relative) ต่อความจำเป็นพื้นฐาน (basic needs) ของเรา

          เครื่องซักผ้า                                                           เครื่องปรับอากาศ

          คอมพิวเตอร์ที่ใช้ตามบ้าน                                     เครื่องบันทึกวิดีโอเทป

          ระบบสัญญาณเตือนภัยในบ้านและรถยนต์          โทรศัพท์ในรถยนต์

          เครื่องรับโทรศัพท์                                                   เครื่องดูดฝุ่น

          หูฟังวิทยุแบบเคลื่อนที่

           อย่างไม่ต้องสงสัยเลย (อย่างแน่นอน, อย่างไม่มีปัญหา) (Unquestionably)  สิ่งมหัศจรรย์ (สิ่งที่น่าพิศวง, สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, บุคคลที่น่าพิศวง, ความประหลาดใจ, ความพิศวง) (marvels) ด้านเครื่องจักรกลเหล่านี้ทำงาน (perform tasks)  ซึ่งครั้งหนึ่ง (once) ใช้แรงงานมาก (ต้องใช้ความเพียรพยายามมาก, ลำบาก, ยาก, อุตสาหะ) (laborious) และกินเวลานานมาก (time-consuming),  ใครล่ะจะต้องการกลับไปซักผ้า (go back to washing) ในลำธาร (แม่น้ำเล็กๆ, สายน้ำ, กระแสน้ำ, ลำแสง, การไหลที่ต่อเนื่อง) (stream) ที่อยู่ใกล้เคียง (ในบริเวณใกล้เคียง, ถัดไป, ใกล้ชิด) (nearby),  ใครล่ะจะเลิก (ยุติ, หยุด) (give up) การใช้เครื่องปรับอากาศ (air-conditioning)  ถ้าข้อจำกัด (การจำกัด, การคุมขัง, การควบคุมความรู้สึก, การบีบบังคับ, ภาวะที่ถูกบีบบังคับ) (constraints) ทางด้านการเงินมิได้เรียกร้อง (ต้องการ, ประสงค์, ขอร้อง, ปรารถนา) (require) การเสียสละ (การสังเวย, การพลี, การบูชายัญ, การบวงสรวง, เครื่องบวงสรวง-สังเวย) (sacrifice) (หมายถึง  ถ้าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงิน),  ทั้งนี้  นักเขียน (หนังสือ, คอลัมน์ ฯลฯ) รู้สึกประหลาดใจ (รู้สึกกังขา, รู้สึกสงสัย, รู้สึกงงงวย) (wonder) อยู่บ่อยๆ ว่า  ตนเองจะไปได้ (ทำงานได้(got along) อย่างไรโดยปราศจากโปรแกรมจัดคำ (word processors) (โปรแกรมเวิร์ดของคอมพิวเตอร์)  ซึ่งทำให้ง่ายขึ้น (ทำให้เข้าใจง่าย, ทำให้ไม่ยุ่งเหยิง, ทำให้ชัดเจน) (simplify) อย่างมาก (greatly) ในงาน (task) ที่แต่ก่อน (เมื่อก่อน) (once) หนักอึ้ง (ตรากตรำอย่างมาก, ยากลำบาก) (arduous) ของการแก้ไข (เรียบเรียง, ตัดตอน, ตัดย่อ, เป็นบรรณาธิการ) (editing) ต้นฉบับ (manuscript)  (หมายถึง  นักเขียนยุคปัจจุบันสงสัยว่าตนจะทำงานได้อย่างไรถ้าไม่มีโปรแกรมจัดคำ  ซึ่งช่วยทำให้ง่ายขึ้นอย่างมากในการแก้ไขต้นฉบับของตน  ซึ่งในสมัยก่อน (ที่ยังไม่มีโปรแกรมจัดคำ) เป็นงานที่ยากลำบากมาก

            ความจำเป็น (need) ที่จะเป็นเจ้าของเครื่องจักรกลเป็นหนึ่งในบรรดาพื้นฐาน (สิ่งที่สำคัญ, เสาหลัก, ศิลาฤกษ์, รากตึก, หินมุมตึก) (cornerstones) ของระบบเศรษฐกิจร่วมสมัย (สมัยปัจจุบัน, เกี่ยวกับยุคสมัยเดียวกัน, เกี่ยวกับรุ่นเดียวกัน) (contemporary),  เมื่อแบบ (ตัวอย่าง, บุคคลตัวอย่าง, หุ่นจำลอง, สิ่งที่เป็นตัวอย่าง, แบบโครงสร้าง) (models) ที่ “ใหม่และได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น (improved)” (ของเครื่องจักร) ปรากฏขึ้น (appear)   บุคคล (those) ผู้ซึ่งรีบเร่ง (เร่งรีบ, วิ่ง, วิ่งเข้าไป, พรวดพราด, ถลัน, ทำอย่างเร่งรีบ, ทำอย่างฉุกละหุก) (rush) ที่จะได้มันมา (get them)  แน่นอนว่า (surely) กำลังให้งานกับคนจำนวนมาก  (หมายถึง  สร้างงานให้คนโดยการนำเครื่องจักรกลมาใช้),  โดยการวิจัยตลาด (Market research) เปิดเผย (เปิดโปง, ทำให้ปรากฏ) (discloses) ว่า  คนจำนวนมาก (many) ผู้ซึ่งแทบจะไม่สามารถ (can barely) มีเงินพอสำหรับ (มี.........ใช้) (afford) ที่พักอาศัย (shelter) และอาหาร (โภชนาการ, การบำรุงเลี้ยง, การให้อาหาร) (nutrition) ขั้นต่ำสุด (ระดับต่ำสุด) (minimum)  (ก็ยัง) ยืนกราน (insist on) จะมีเคเบิลทีวี  ถึงแม้ว่า (even if) สิ่งนี้หมายความถึงการดำรงชีวิตโดยปราศจาก (doing without) สิ่งของจำเป็นพื้นฐาน  (basic necessities) บางอย่าง,  และคนเรา (one) ก็จะต้องไม่สั่นหัว (shake a head) (คือ เห็นด้วย) กับ “ความโง่เขลา” (คือ คิดแบบโง่ๆ ที่ต้องการเคเบิลทีวีมากกว่าบ้านและอาหาร) ของการเลือกดังกล่าว (such a choice) เช่นกัน (คือ  เห็นด้วยกับการเลือกที่จะมีเคเบิลทีวี  มากกว่าที่จะมีสิ่งของจำเป็นพื้นฐานในชีวิต),  ทั้งนี้  ในสังคมที่มุ่งเน้นทางเทคโนโลยี (technologically oriented society)  การไม่มีเคเบิลทีวีสามารถก่อให้เกิด (create) ความรู้สึกขาดแคลน (sense of privation) จริงๆ อย่างมาก  ซึ่งมากกว่า (greater) ความต้องการ (desire) อาหารที่มีคุณภาพสูงขึ้น (higher-quality foods) อย่างมากมาย

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป