หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 35)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Droughts

 

          Drought is a condition that results when the average rainfall for a fertile area drops far below the normal amount for a long period of time.  In areas that are not irrigated, the lack of rain causes farm crops to wither and die.  Higher than normal temperatures usually accompany periods of drought.  They add to the crop damage.  Forest fires start easily during droughts.  Much valuable timberland has been burned during these dry periods.  The soil of a drought area becomes dry and crumbles.  Often the rich topsoil is blown away by the hot, dry winds.  Streams, ponds, and wells often dry up during a drought, and animals suffer and may even die because of the lack of water. 

          Weather forecasters cannot predict with certainty just when a drought will occur.  But they know that these drier-than-normal periods tend to alternate with wetter-than-normal periods in an irregular cycle.  Droughts of the past can be read in the rings made by trees as they add new wood each year.  In wet periods, the ring’s layer is thick, while in dry periods, the ring is thin.

          The Southwestern States of the United States suffered one of the worst droughts in their history from 1931 to 1938.  The drought affected the entire country.  Few food crops could be grown.  Food became scarce, and prices went up throughout the nation.  Hundreds of families in the Dust Bowl region had to be moved to farms in other areas with the help of the federal government.  In 1914, drought brought damage to almost all Latin America.  The drought moved to Australia and then to Europe, where it continued throughout the summer of 1945.  From 1950 to 1954 in the United States, the South and Southwest suffered a severe drought.  Hundreds of cattle ranchers had to ship their cattle to other regions because pasture lands had no grass.  The federal government again conducted an emergency drought-relief program.  It offered farmers emergency credit and seed grains at low prices.

 

1. Drought generally takes place when ________________________________________.

(ความแห้งแล้งโดยทั่วไปแล้วเกิดขึ้นเมื่อ _______________________________________)

    (a) there is little rain    (มีฝนเล็กน้อย)

    (b) rain doesn’t come at its normal time    (ฝนไม่มาตามเวลาปกติของมัน)

    (c) there is periodic rainfall in an area    (มีปริมาณฝนตกเป็นระยะๆ ในพื้นที่หนึ่ง)

    (d) the average rainfall for a fertile area drops far below the normal amount for a long

          period of time    (ปริมาณฝนตกโดยเฉลี่ยสำหรับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์  ลดต่ำกว่าปริมาณ

          ปกติอย่างมาก  เป็นระยะเวลายาวนาน)  (ดูคำตอบจากประโยคแรกของพารากราฟแรก)

2. What happens in unirrigated areas when there is a lack of rain?

(อะไรเกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งไม่มีการชลประทาน  เมื่อมีการขาดแคลนฝน)

    (a) There is no water for people to consume.    (ไม่มีน้ำสำหรับผู้คนที่จะบริโภค)

    (b) People have to buy water for consumption.    (ผู้คนจำเป็นต้องซื้อน้ำเพื่อการบริโภค)

    (c) It causes farm crops to wither and die.    (มันเป็นสาเหตุให้พืชในไร่นาเหี่ยวเฉาและตายไป

          (ดูคำตอบในประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรก)

    (d) People cannot grow rice or food crops.    (ผู้คนไม่สามารถปลูกข้าวและพืชที่เป็นอาหาร)

3. In the first paragraph, “fertile” refers to ________________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “อุดมสมบูรณ์, ซึ่งมีดินดี, ให้ผลให้ลูกได้, ซึ่งให้กำเนิด”  หมายถึง __________)

    (a) remote    (ห่างไกล, ไกล, ไกลโพ้น, ลึกลับ, นานมาแล้ว, โดดเดี่ยว, ห่างๆ, ห่างเหิน, เมินเฉย)

    (b) rural    (ชนบท, เกี่ยวกับชนบทหรือบ้านนอก, เกี่ยวกับไร่นา, เกี่ยวกับการเกษตร)

    (c) subversive    (ซับ-เว้อร์-ซิฟว)   (เป็นการโค่นล้มหรือล้มล้าง, ซึ่งบ่อนทำลาย, มีแนวโน้มที่จะโค่นล้ม

          หรือบ่อนทำลาย)  

    (d) tentative    (เท้น-ทะ-ทิฟว)  (๑.  ยังไม่แน่นอน, ลองดูไปก่อน, เป็นแค่การทดลอง ยังไม่ใช้จริง, ชั่วคราว, 

          ๒.  ลังเล, ไม่แน่ใจ, สงสัย, วิตก, เหนียมอาย, ขวยเขิน, ไม่มั่นคง)  

    (e) utilizable    (ซึ่งสามารถใช้การได้, ใช้การได้)

    (f) productive    (อุดมสมบูรณ์, ให้ผลดีหรือมาก, ทำให้เกิดผล, มีอำนาจผลิต)

    (g) unprofitable     (ที่ไม่มีกำไร) 

4. The word “irrigated” in paragraph 1 means _____________________________________.

(คำว่า  “มีการชลประทาน, มีการทดน้ำ, มีการจัดสรรน้ำ, ถูกทำให้ชื้น, ถูกปล่อยให้น้ำหรือของเหลวไหลผ่าน”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ___________________)

    (a) immeasurable    (ที่ไม่สามารถวัดได้, นับไม่ถ้วน, เหลือคณานับ, ไม่มีขอบเขต) 

    (b) irreparable    (ที่ไม่อาจซ่อมแซมหรือเยียวยาได้, ที่แก้ไขไม่ได้, ที่ทำให้ดีขึ้นไม่ได้) 

    (c) unwholesome    (อัน-โฮ้ล-เซิ่ม)  (เป็นอันตรายต่อกายหรือใจ, มีสุขภาพไม่ดี, เสื่อมเสียศีลธรรม)   

    (d) devastated    (ถูกทำลาย, ถูกล้างผลาญ)

    (e) located with precision    (ถูกหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ) 

    (f) fruitful    (๑. อุดมสมบูรณ์,  มีผลมาก, ผลดก, ซึ่งให้ลูกมาก,  ๒. ที่ให้ผลดี, มีกำไร) 

    (g) supplied with water through ditches or pipes    (ได้รับการจัดหาน้ำผ่านทางคูคลองหรือท่อ)

5. What usually follows periods of drought?

(อะไรมักจะติดตามช่วงเวลาของความแห้งแล้งมา)

    (a) A crop failure.    (การปลูกพืชไม่ได้ผล)

    (b) People, animals and plants die.    (ผู้คน, สัตว์ และพืชล้มตาย)

    (c) People have to move to other regions.    (ผู้คนจำเป็นต้องอพยพไปสู่ภูมิภาคอื่น)

    (d) A high temperature.    (อุณหภูมิสูง)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

         “อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ  โดยปกติแล้วจะตามหลังช่วงเวลาของความแห้งแล้งมา)

6. The word “wither” in paragraph 1 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “เหี่ยวเฉา, เหี่ยวแห้ง, หดเหี่ยว, ร่วงโรย, (สี) จางลง, เน่าเปื่อย, อับเฉา, ทำให้ร่วงโรย-อับเฉา, ทำให้หมดกำลัง”  ในพารากราฟ ๑ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

    (a) melt    (หลอมละลาย)

    (b) halt     (หยุด, ชะงัก, ทำให้หยุด) 

    (c) elude    (หลบหลีก, หลบหนี, หลีก, เลี่ยง) 

    (d) dwindle    (ลดลง)

    (e) wilt    (ร่วงโรย, เหี่ยวแห้ง, อับเฉา, อ่อนกำลัง, ทำให้ร่วงโรย-เหี่ยวแห้ง-อับเฉา-หมดกำลัง)

    (f) emerge   (โผล่ออกมา, ปรากฏออกมา)

    (g) shift    (เปลี่ยนแปลง)

    (h) diminish    (ลดลง)

7. The word “accompany” in paragraph 1 can be best replaced by _____________________.

(คำว่า  “ตามมา, มากับ, ติดตาม, ไปกับ, เป็นเพื่อน, ประกอบ, คลอเสียง, เล่นดนตรีคลอเสียง”  ในพารากราฟ ๑ สามารถแทนดีที่สุดโดย __________________)

    (a) circulate    (เซ้อ-คิว-เลท)  (หมุนเวียน)

    (b) contract    (หดตัว)

    (c) scorch    (ทำให้ไหม้เกรียม)   

    (d) remind    (เตือนความจำ, เตือนให้ระลึกถึง, ทำให้จำได้)

    (e) defy    (ท้าทาย, ท้า, ละเมิด, ฝ่าฝืน, ยากเกินไปสำหรับ)

    (f) relieve    (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดลง)

    (g) follow    (ติดตาม, ตามหลัง, ยอมตาม, ทำตาม, เดินตาม, มองตาม, ลอกตาม, เอาอย่าง, เชื่อฟัง,

           ต่อมา, เข้าใจ)

8. What occurs easily during droughts?

(อะไรเกิดขึ้นอย่างง่ายดายในระหว่างความแห้งแล้ง)

    (a) An epidemic.    (การระบาดของโรคเป็นครั้งคราว, การแพร่หลาย)

    (b) Water shortage.    (การขาดแคลนน้ำ)

    (c) A forest fire.    (ไฟป่า)  (ดูคำตอบจากประโยคที่ ๕ ของพารากราฟแรก)

    (d) Water theft.    (การลักขโมยน้ำ)

9. “Crumbles” in the first paragraph refers to _____________________________________.

(แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย, สลายตัวหรือเน่าเปื่อยเป็นเศษเล็กเศษน้อย, ทำให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง ___________________)

    (a) giggles    (หัวเราะคิกคัก)

    (b) consolidates    (ทำให้เป็นปึกแผ่น, ทำให้แข็งแรง-มั่นคง, รวบรวมกำลัง, รวบรวมเข้าด้วยกัน)

    (c) flourishes     (ฟล้อร์-ริช)  (เจริญ, รุ่งเรือง, เฟื่องฟู, มั่งคั่ง, งอกงาม)

    (d) complies    (ปฏิบัติตาม)

    (e) wails    (เวล)  (ร้องไห้, คร่ำครวญ, ทำเสียงโหยหวน)

    (f) breaks up    (แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย, เลิกคบ, ตัดความสัมพันธ์, แยกตัวออกมาจากกลุ่ม)

    (g) razes    (เรซ)  (กำจัด, ทำลายล้าง, ทำลายราบ, รื้อถอน, ลบล้าง)  

10. What frequently happens when there is a lack of water?

(อะไรเกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่อมีการขาดแคลนน้ำ)

      (a) The government supplies its people with water.    (รัฐบาลจัดหาน้ำให้กับประชาชน)

      (b) Streams, ponds, and wells often dry up, and animals suffer and may even die.   

             (ลำธาร, สระน้ำ และบ่อน้ำมักจะแห้งขอดบ่อยๆ  และสัตว์ก็ได้รับความเดือดร้อน  และ

             อาจจะแม้กระทั่งตายไป)  (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกที่กล่าวว่า 

             “ลำธาร, สระน้ำ, และบ่อน้ำมักจะแห้งขอดบ่อยๆ ในระหว่างฤดูแล้ง  และสัตว์ก็ได้รับ

             ความเดือดร้อนและอาจจะแม้กระทั่งตายไป  เนื่องมาจากขาดน้ำ”)

      (c) People move to more fertile area.    (ผู้คนอพยพไปยังบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่ากัน)

      (d) People stop growing crops and go to work in a factory.    (ผู้คนเลิกปลูกพืช  และไปทำงานใน

            โรงงาน)

11. Which of the following is NOT true according to the passage?

(ข้อใดต่อไปนี้ไม่เป็นความจริงไม่ถูกต้อง – ตามที่บทความกล่าว)

      (a) Weather forecasters know that dry periods usually take turns with wet periods in an irregular

            cycle.    (นักพยากรณ์อากาศรู้ว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้ง  โดยปกติแล้วจะเกิดสลับกันไปกับช่วงเวลาที่เปียก

            ชื้น  ในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ)  (ข้อนี้ถูกต้องเนื่องจากประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “แต่

            พวกเขา (นักพยากรณ์อากาศ) ทราบว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้งมากกว่าปกติเหล่านี้  มีแนวโน้มที่จะ (เกิด)

            สลับกันไป กับช่วงเวลาที่เปียกชื้นมากกว่าปกติ  ในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ”)

      (b) Droughts of the past are displayed by a tree’s ring.    (ความแห้งแล้งในอดีตถูกแสดงโดยวงปีของ

            ต้นไม้)  (ข้อนี้เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคที่ ๓ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “ความแห้งแล้งในอดีต

            สามารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มไม้ใหม่ให้ในแต่ละปี”)

      (c) The ring’s layer is thicker in wet periods than in dry periods.    (ชั้นของวงปีในช่วงเวลาที่เปียกชื้น 

            หนากว่าในช่วงเวลาที่แห้งแล้ง)  (ข้อนี้เป็นความจริง  เนื่องจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า 

            “ในช่วงเวลาเปียกชื้น  ชั้นของวงปีจะหนา  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง  วงปีจะบาง”)

      (d) Weather forecasters can predict precisely when a drought will happen.    (นักพยา

             กรณ์อากาศสามารถทำนายได้อย่างแม่นยำว่า  ความแห้งแล้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด)  (ประโยค

             แรกของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “นักพยากรณ์อากาศไม่สามารถทำนายด้วยความแน่นอน  

             ว่าความแห้งแล้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด”  ข้อนี้จึงไม่เป็นความจริง)

12. The word “alternate” in paragraph 2 may be replaced by ________________________.

(คำว่า  “สลับกันไป, ผลัดกัน, หมุนเวียนกัน”  ในพารากราฟ ๒ อาจแทนโดย _____________)

      (a) compare    (เปรียบเทียบ) 

      (b) begin    (เริ่มต้น)

      (c) contrast    (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก) 

      (d) appear    (ปรากฏ, เกิดขึ้น, ดูเหมือน, แสดงตัว, ประจักษ์)

      (e) take turns    (สลับกันไป, หมุนเวียนกัน)

      (f) tolerate    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

      (g) palliate    (แพ้ล-ลิ-เอท)  (ทำให้บรรเทา, ทำให้ลดน้อยลง, ลด, ผ่อนคลาย) 

13. What does “suffered” in paragraph 3 mean?

(ได้รับความเดือดร้อน, ประสบ, ประสบความทุกข์, ได้รับ, ได้ผ่าน, ทน, อดทน”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) perpetuated    (เพอร์-เพ้ช-ชู-เอท)  (ทำให้คงอยู่ตลอดไป, ทำให้ถาวร, ทำให้ไม่สูญไป, ทำให้เป็นอมตะ)  

      (b) enunciated    (อิ-นั้น-ซิ-เอท)   (อ่านออกเสียง, ออกเสียง, กล่าวอย่างชัดแจ้ง, ประกาศ, แถลง) 

      (c) incapacitated    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

      (d) pondered    (พ้อน-เดอะ)  (ครุ่นคิด, คำนึง, ไตร่ตรอง, พิจารณา) 

      (e) detested    (เกลียดชัง, ไม่ชอบมาก)

      (f) experienced    (ประสบ, พบ, รู้สึก)

      (g) disseminated    (ดิส-เซ้-มะ-เนท)  (กระจาย (ข่าว, ความรู้, ความคิด ฯลฯ), เผยแพร่)

14. How are droughts of the past known?

(ความแห้งแล้งในอดีตรู้กันได้อย่างไร)

      (a) They were recorded by weather forecasters.    (มันถูกบันทึกไว้โดยนักพยากรณ์อากาศ)

      (b) They can be observed from the growth of the trees.    (มันสามารถสังเกตได้จากการเจริญเติบโต

            ของต้นไม้)

      (c) They can be read in the rings made by trees as they add new wood each year.  In

             wet periods, the ring’s layer is thick, while in dry periods, the ring is thin.  (มันสา

             มารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มไม้ใหม่ให้ในแต่ละปี  โดยใน

             ช่วงเวลาเปียกชื้น  ชั้นของวงปีจะหนา  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง  วงปีจะบาง)  (ดูคำ

             ตอบจาก ๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒)

      (d) They are never known since there were no modern equipment in the past.    (มันไม่อาจจะ

             รู้ได้  เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ทันสมัยในอดีต)

15. What does the word “scarce” in paragraph 3 refer to?

(คำว่า  “หายาก, ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ”  ในพารากราฟ ๓  หมายถึงอะไร)

      (a) exorbitant    (ราคาแพงลิ่ว, แพงเกินไป, มากเกินไป, สูงเกินไป)

      (b) rotten    (เน่า, เปื่อย, เน่าเปื่อย, ผุพัง, เสื่อม, เสื่อมโทรม, เสื่อมทราม, เลว, น่ารังเกียจ, ใช้การไม่ได้,

            เปราะ, แตกง่าย)

      (c) disagreeable    (ไม่ถูกใจ, น่าเบื่อ, น่ารำคาญ, ไม่ดี, มีอารมณ์ร้าย, มีอารมณ์ ไม่ดี)

      (d) unreasonable    (ไร้เหตุผล, ขาดสติ, เขลา, ไม่เหมาะสม, ราคาแพงเกินไป, เลยเถิด, ไม่ฟังเหตุผล)

      (e) indispensable    (สำคัญยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

      (f) superfluous    (ซู-เพ่อร์-ฟลู-อัส)  (ไม่จำเป็น, มากเกินไป, มากเกินความต้องการ, ฟุ่มเฟือย)

      (g) insufficient    (ไม่เพียงพอ)

      (h) delicious    (อร่อย)

16. Which continent is NOT mentioned as a region where droughts took place from the early to mid 20th century?

(ทวีปใดมิได้ถูกกล่าวถึง  ว่าเป็นบริเวณที่ซึ่งความแห้งแล้งเกิดขึ้น  จากต้นถึงกลางศตวรรษที่ ๒๐)  (คือ  ปี ๑๙๐๐ – ประมาณ ๑๙๕๐)

      (a) North America    (พารากราฟ ๓ กล่าวว่า  ระหว่างปี ๑๙๓๑ – ๑๙๓๘  รัฐต่างๆ ทางภาคตะวันตกเฉียง

            ใต้ของสหรัฐ  พบกับความแห้งแล้งที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ,  และในตอนกลางศตวรรษ 

            ภาคใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ก็ประสบภัยแล้งจัดอีกครั้ง)

      (b) South America    (พารากราฟ ๓ กล่าวว่า  ในปี ๑๙๔๔  ความแห้งแล้งได้ทำความเสียหายอย่างหนัก

            ให้กับประเทศในลาตินอเมริกา – ทวีปอเมริกาใต้ – เกือบทั้งหมด)

      (c) Asia    (เอเชีย)  (บทความมิได้กล่าวถึงทวีปนี้)

      (d) Europe    (ความแห้งแล้งในข้อ  “B”  ได้เคลื่อนย้ายไปสู่ยุโรป  และดำเนินต่อไปตลอดฤดูร้อนของปี

            ๑๙๔๕)

      (e) Australia    (ความแห้งแล้งในข้อ  “B”  ได้เคลื่อนย้ายไปสู่ออสเตรเลีย  และดำเนินต่อไปตลอดฤดู

            ร้อนของปี ๑๙๔๕)

17. The word “severe” in the final paragraph means _______________________________.

(คำว่า  “รุนแรง, ร้ายแรง, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งครัด, เคร่งขรึม, เอาจริงเอาจัง, สาหัส, ดุเดือด”  ในพารากราฟสุดท้าย  หมายถึง ___________________)

      (a) hostile    (ฮอส-ไทล) (มุ่งร้าย, ไม่เป็นมิตร, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, เป็นปรปักษ์)

      (b) provocative    (พระ-ว้อค-คะ-ทิฟว)  (ที่ก้าวร้าว, ที่ยั่วยุให้โมโห, ที่เย้ายวนอารมณ์)

      (c) vague    (เว้ก)  (คลุมเครือ, เคลือบคลุม, ไม่ชัดแจ้ง, เลือน, เลอะเลือน)

      (d) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งยาก, ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบาย)

      (e) grave    (ร้ายแรง, รุนแรง, สำคัญ, เอาจริงเอาจัง, ขึงขัง, วิกฤติ, มืดมัว, เศร้าซึม, ครึ้ม,

            (เสียง) หนัก)

      (f) vigilant    (วิ้จ-จิ-เลิ่นท)  (ระมัดระวัง, รอบคอบ, ตื่นตัว, เฝ้าระวังคอยสังเกต, ไหวตัว) 

      (g) shoddy    (ช้อด-ดี้)  (คุณภาพต่ำ, ทำอย่างลวกๆ, กำมะลอ)

      (h) consistent    (คงเส้นคงวา, สม่ำเสมอ, เข้ากันกับ, ตรงกันกับ)

 

(คำแปล)                                        

ความแห้งแล้ง

 

          ความแห้งแล้งเป็นสภาวะ (ภาวะ, เงื่อนไข) (condition) ซึ่งให้ผล (results)  เมื่อปริมาณฝนตกโดยเฉลี่ย (average rainfall) สำหรับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ (fertile area) ลดต่ำกว่าปริมาณปกติอย่างมาก (drops far below the normal amount) เป็นระยะเวลายาวนาน  โดยในพื้นที่ซึ่งไม่มีการชลประ ทาน (not irrigated)  การขาดฝน (lack of rain) เป็นสาเหตุให้พืชผลจากฟาร์ม (causes farm crops) เหี่ยวเฉาและตายไป (wither and die)  ทั้งนี้  อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ (Higher than normal temperatures) โดยปกติแล้วจะตามหลังช่วงเวลาของความแห้งแล้งมา (usually accompany periods of drought)  และอุณหภูมิดังกล่าวจะเพิ่มเติมความเสียหายแก่พืชผล (add to the crop damage)  อีกทั้งไฟป่า (Forest fires) ก็เริ่มต้นได้อย่างง่ายดายในระหว่างความแห้งแล้ง,  ป่าที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีค่า (valuable timberland) จำนวนมาก  ได้ถูกเผาวอด (burned) ในระหว่างช่วงเวลาที่แห้งแล้งเหล่านี้  โดยดิน (soil) ของพื้นที่แห้งแล้ง (drought area) จะแห้งและแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย (becomes dry and crumbles) (และ) บ่อยครั้ง  หน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ (rich topsoil) จะถูกพัดพาไป (blown away) โดยลมที่ร้อนและแห้งผาก  ทั้งนี้  ลำธาร (streams), สระน้ำ (ponds), และบ่อน้ำ (wells) มักจะแห้งขอดบ่อยๆ (often dry up) ในระหว่างฤดูแล้ง (a drought)  และสัตว์ก็ได้รับความเดือดร้อน (suffer)  และอาจจะแม้กระทั่งตายไป (even die) เนื่องมาจากขาดน้ำ (lack of water)

          นักพยากรณ์อากาศ (Weather forecasters) ไม่สามารถทำนายด้วยความแน่นอน (predict with certainty) ว่าความแห้งแล้งจะเกิดขึ้น (occur) เมื่อใด  แต่พวกเขาทราบว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้งมากกว่าปกติ (drier-than-normal periods) เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ (เกิด) สลับกันไป (tend to alternate) กับช่วงเวลาที่เปียกชื้นมากกว่าปกติ (wetter-than-normal periods) ในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ (irregular cycles)  ทั้งนี้  ความแห้งแล้งในอดีตสามารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้ (rings made by trees)  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มไม้ใหม่ให้ (add new wood) ในแต่ละปี  โดยในช่วงเวลาเปียกชื้น (wet periods)  ชั้นของวงปี (ring’s layer) จะหนา (thick)  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง (dry periods)  วงปี (ring) จะบาง (thin)

          รัฐต่างๆ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐได้รับความเดือดร้อนจาก (ประสบ, ประสบความทุกข์, ได้รับ, ได้ผ่าน, ทน, อดทน) (suffered) ความแห้งแล้งที่เลวร้ายที่สุด (worst droughts) ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตนจากปี ๑๙๓๑ – ๑๙๓๘โดยความแห้งแล้งนี้มีผลกระทบกับ (affected) ทั้งประเทศ (entire country),  สามารถปลูกพืชอาหาร (food crops) ได้เพียงไม่กี่อย่าง  อาหารเริ่มหายาก (ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ) (scarce)  และราคาสูงขึ้น (prices went up) ทั่วประเทศ (throughout the nation),  ครอบครัวหลายร้อยครอบครัวในบริเวณ “ชามอ่างฝุ่นละออง” (Dust Bowl) (เป็นชื่อเรียกบริเวณทุ่งราบกว้างใหญ่ทางภาคใต้ของสหรัฐฯ  ซึ่งประสบภัยแล้งอย่างหนักในช่วงทศวรรษ ๑๙๓๐ (๑๙๓๐ – ๑๙๓๙)  โดยในช่วงเวลาดังกล่าว  กระแสลมแรงและฝุ่นละอองที่ทำให้หายใจไม่ออก  ได้พัดเป็นบริเวณกว้างจากรัฐเทกซัส – รัฐเนบราสกา  ทำให้ผู้คนและปศุสัตว์ล้มตายจำนวนมาก  และพืชผลเสียหายไปทั่วทั้งบริเวณ) จำเป็นต้องได้รับการอพยพไปยังฟาร์ม (ไร่นา) (moved to farms) ในพื้นที่อื่นๆ ด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาลกลาง (federal government),  โดยในปี ๑๙๔๔  ความแห้งแล้งได้นำความเสียหายอย่างใหญ่หลวง (brought great damage) มาสู่ (ประเทศใน) ลาตินอเมริกาเกือบทั้งหมด  ความแห้งแล้งนี้ได้เคลื่อนย้าย (moved) ไปยังทวีปออสเตรเลีย  และจากนั้นก็ไปสู่ยุโรป  ที่ซึ่งมัน (ความแห้งแล้ง) ดำเนินต่อไปตลอดฤดูร้อนของปี  ๑๙๔๕  ทั้งนี้  จากปี ๑๙๕๐ – ๑๙๕๔ ในสหรัฐ,  ภาคใต้และภาคตะวันตกได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้งอย่างรุนแรง (severe drought),  เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ (cattle ranchers) จำนวนหลายร้อยราย  จำเป็นต้องอพยพขนย้ายวัวควาย (ship their cattle) ของตนไปยังบริเวณอื่นๆ  เพระว่าที่ดินซึ่งเป็นทุ่งหญ้า (pasture lands) ไม่มีหญ้า (grass),  โดยรัฐบาลกลางได้จัดทำโครงการฉุกเฉินบรรเทาความแห้งแล้ง (conducted an emergency drought-relief program) อีกครั้ง  โครงการนี้เสนอ (offered) สินเชื่อฉุกเฉิน (emergency credit) และเมล็ดพืชที่ใช้เป็นอาหาร (เมล็ดข้าว) (seed grains) ในราคาต่ำ (at low prices) ให้แก่ชาวไร่ชาวนา

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป