หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 31)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

 

How do plants and animals live in the desert?

           To begin with, there are many kinds of deserts.  Some are the familiar deserts of bare rock and shifting sand, upon which the hot sun beats down.  But some deserts, such as the Gobi, have bitterly cold winters.  So a desert is really a region where only special forms of life can exist.  And the form of life is the kind that has managed to adapt itself to the particular conditions of the particular desert.

          For example, cacti are well-known desert plants.  They have thick, fleshy stems without true leaves.  Desert shrubs that have leaves usually have small ones.  Little or no leaf surface prevents too much evaporation of water from the plant.

          Many desert plants have thorn, spines, or a disagreeable taste or smell.  This discourages animals that might eat them and so helps them survive.  Desert plants usually lie dormant during the dry or cool season, or drop seeds that can survive such a period.

          When the period for growth arrives, the seeds germinate and give rise to plants that rapidly flower and drop more seeds.  Within a few weeks or months, the plants are ready again for the long season of dormancy.

          When it comes to animals, they must be able to do without water for long periods or be able to reach water holes at great distances.  The camel, for example, is highly adapted to desert life.  It has padded feet to walk on sand, a water-storing stomach, humps of fat as a reserve supply of energy, and nostrils that can be closed to keep out sand during windstorms.

          Many of the smaller desert creatures need to drink no water at all.  They get what liquid they need from the sap of food plants and from night dew on leaves or stones. 

 

1. According to the passage, some deserts ________________________________________.

(ตามที่บทความกล่าว,  ทะเลทรายบางแห่ง ______________________________________)

    (a) have bitterly hot summers    (มีฤดูร้อนที่ร้อนอย่างสาหัส)

    (b) have no creatures living in them    (ไม่มีสัตว์อาศัยอยู่ในมัน)

    (c) have most forms of life    (มีรูปแบบส่วนใหญ่ของชีวิต)  (ประโยคที่ ๔ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ทะเล

          ทรายมีเฉพาะรูปแบบพิเศษของชีวิตเท่านั้น  ที่จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้”)

    (d) have bitterly cold winters    (มีฤดูหนาวที่หนาวอย่างสาหัส)  (ประโยคที่ ๓ ของพารากราฟแรก 

          กล่าวว่า  “ทะเลทรายโกบี (ในจีน) มีฤดูหนาวที่หนาวอย่างสาหัส”)

2. In the first paragraph, “bare” refers to __________________________________________.

(ในพารากราฟแรก  “ไม่มีอะไรปกคลุม, เปลือย, เปล่า, ปราศจาก, ไร้สิ่งตกแต่ง, โกร๋น, น้อยมาก, นิด

เดียว, อย่างเปิดเผย, ไม่ปิดบัง”  หมายถึง ____________________)

    (a) hard    (แข็ง, หนัก, แน่น, ยาก, ลำบาก, ขยัน, รุนแรง, ดุเดือด,เลว, ทนทาน, แข็งกระด้าง, ไม่มีความเมตตา,

          เข้มงวด, ใจแข็ง, เข้มข้น, ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์)

    (b) enormous    (มหึมา, ใหญ่โต, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย)

    (c) heterogeneous    (ต่างชนิดกัน, ไม่เหมือนกัน, ไม่ลงรอยกัน, ซึ่งประกอบด้วยหลายชนิด, ไม่เป็นเนื้อ

          เดียวกัน)

    (d) precious    (มีค่า, ล้ำค่า, เป็นที่รัก, เต็มที่, พิถีพิถัน, ละเอียดถี่ถ้วน, สำคัญมาก)

    (e) malleable    (สามารถถูกตีออกเป็นแผ่นบางหรือรูปร่างต่างๆได้, ดัดแปลงได้, เปลี่ยนแปลงได้)

    (f) naked    (เน้-คิด)  (ไม่มีอะไรหุ้ม, ไม่มีต้นไม้, ไม่มีเครื่องตกแต่ง, เปลือย, เปลือยกาย, ไม่มี, ไม่นุ่ง

          ผ้า, เปล่า, ล่อนจ้อน, ไร้ใบ, ไร้ขน, ปราศจากความช่วยเหลือ)

    (g) brittle    (เปราะ, หักง่าย, แตกง่าย, งอไม่ได้)

3. Special forms of life existing in a desert _________________________________________.

(รูปแบบพิเศษของชีวิต – ทั้งพืชและสัตว์ - ที่มีอยู่ในทะเลทราย __________________________)

    (a) are able to live anywhere in it    (สามารถอาศัยอยู่ที่ใดก็ได้ในมัน)

    (b) are widely found there    (ถูกพบอย่างกว้างขวางที่นั่น)

    (c) are able to adapt themselves to the particular conditions there    (สามารถปรับตัวเองให้

          เข้ากับสภาวะพิเศษที่นั่น)  (๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “ทะเลทรายเป็นภูมิ

          ภาคที่เฉพาะรูปแบบพิเศษของชีวิตเท่านั้นสามารถดำรงอยู่ได้  และเป็นชนิดที่สามารถปรับตัว

          ของมันให้เข้ากับสภาวะพิเศษของทะเลทรายแต่ละแห่งได้”)

    (d) are eaten by animals there    (ถูกกินโดยสัตว์ที่นั่น)  (๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “พืช

          ทะเลทรายจำนวนมากมีหนาม  หรือรสชาติและกลิ่นที่ไม่ดี  ซึ่งขัดขวางมิให้สัตว์กินมัน  ซึ่งช่วยให้มันมี

          ชีวิตรอด”)

4. The word “exist” in paragraph 1 means _______________________________________.

(คำว่า  “ดำรงอยู่, มีอยู่, คงอยู่, มีชีวิตอยู่”  ในพารากราฟ ๑ หมายถึง ___________________)

    (a) flee    (หนี, หลบหนี)

    (b) challenge    (ท้าทาย)

    (c) drizzle    (ฝนตกพรำๆ, ฝนตกปรอยๆ)

    (d) sneeze    (จาม)

    (e) enlarge    (ขยายออก, ทำให้ใหญ่ขึ้น)

    (f) assist    (ช่วยเหลือ)

    (g) subsist    (มีอยู่, ยังอยู่, ยังชีพ, อยู่รอด, ดำรงชีพ, ประทังชีพ)

    (h) offer    (เสนอให้, หยิบยื่นให้)

5. The word “adapt” in paragraph 1 is closest in meaning to ____________________________.

(คำว่า  “ปรับตัว, ปรับให้เหมาะ, ดัดแปลง”  ในพารากราฟ ๑ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ______

_____________)

    (a) advocate    (สนับสนุน)

    (b) distrust    (ไม่ไว้ใจ. ไม่เชื่อใจ)

    (c) protect    (ปกป้อง, คุ้มครอง, อารักขา, ป้องกัน)

    (d) arrange    (จัดแจง, เตรียมการ)

    (e) hinder    (ขัดขวาง, สกัดกั้น, เป็นอุปสรรค)

    (f) adjust    (ปรับ, ปรับตัว, จัด, ปรองดอง)

    (g) aggravate    (ทำให้แย่ลง, ทำให้เลวลง, แย่ลง, เลวลง)

6. Desert plant stems’ little or no leaf surface _____________________________________.

(ผิวหน้าที่มีใบนิดหน่อยหรือไม่มีใบเลย  ของลำต้นของพืชในทะเลทราย _________________)

    (a) allows water to easily evaporate from them    (ทำให้น้ำระเหยจากมันได้อย่างง่ายดาย)  (ความจริงคือ

          ป้องกันมิให้น้ำระเหยจากพืชมากเกินไป  ดูคำอธิบายจากข้อ  “D”)

    (b) helps some desert animals survive by eating it    (ช่วยสัตว์ทะเลทรายบางชนิดให้รอดชีวิตโดยการกิน

          มัน)  (๒ ประโยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “พืชทะเลทรายจำนวนมากมีหนาม  หรือรสชาติและกลิ่นที่

          ไม่ดี  ซึ่งขัดขวางมิให้สัตว์กินมัน   ซึ่งช่วยให้มัน (พืช) มีชีวิตรอด”)

    (c) has no use at all for the plants    (ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับพืชนั้น)  (ไม่เป็นความจริง  เนื่องจาก

          ช่วยป้องกันมิให้น้ำระเหยจากพืชมากเกินไป  ดูคำอธิบายจากข้อ  “D”)

    (d) makes it difficult for water to evaporate from them    (ทำให้มันยากสำหรับน้ำที่จะระเหย

          จากมัน)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “ผิวด้านนอก (ของลำต้น) ที่มีใบนิด

           หน่อยหรือไม่มีเลย  ป้องกันการระเหยของน้ำจากพืช (ตะบองเพชร) ที่มากเกินไป”)

7. The word “shrubs” in paragraph 2 can best be replaced by _________________________.

(คำว่า  “ไม้พุ่ม, ต้นไม้ขนาดเล็ก, ต้นไม้เตี้ยๆ”  ในพารากราฟ ๒  สามารถแทนดีที่สุดโดย ________

___________)

    (a) insects    (แมลง)

    (b) ants    (มด)

    (c) poisonous snakes    (งูพิษ)

    (d) cottages    (กระท่อม, บ้านในชนบท)

    (e) bushes    (พุ่มไม้, ต้นไม้เตี้ย, สิ่งที่คล้ายพุ่มไม้, ป่าละเมาะ, ผมที่เป็นพุ่ม, หางหมาจิ้งจอก)

    (f) tribes    (เผ่า, หมู่ชน, ชาติวงศ์, จำพวก, วงศ์ตระกูล, ประเภท, กลุ่มพืชหรือสัตว์)

    (g) tribesmen    (ชนเผ่า, สมาชิกของเผ่า)

8. What does “evaporation” in paragraph 2 mean?

(“การระเหย, การทำให้เป็นไอ, การทำให้หายไป, สิ่งที่ถูกระเหยเอาน้ำออก”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึงอะไร)

    (a) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึกโครม,

          ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

    (b) abstention    {การงด (ออกเสียง), การละเว้น, การสละสิทธิ์} 

    (c) aspersion    (อัส-เพ้อ-ซั่น หรือ ชั่น)  (การใส่ร้ายป้ายสี, การป้ายร้าย, ข้อกล่าวหา) 

    (d) jeopardy    (เจ๊พ-เพอะ-ดี้)  (อันตราย, ภัย, การเสี่ยงอันตราย, การเสี่ยงต่อการถูกพบความผิด)

    (e) imitation    (ของปลอม, ของเทียม, การเลียนแบบ, การลอกเลียน, การเอาอย่าง, ของเลียนแบบ)

    (f) volatilization    (การระเหยเป็นไอ, การกลายเป็นไอ)

    (g) intimidation    (การทำให้กลัว, การขู่ขวัญ-ขู่-คุกคาม)

9. Many desert plants have spines or a bad taste or smell because _____________________.

(พืชทะเลทรายจำนวนมากมีหนาม  หรือรสชาติหรือกลิ่นไม่ดี  เพราะว่า _________________)

    (a) this discourages tourists to destroy them    (สิ่งนี้ขัดขวางมิให้นักท่องเที่ยวทำลายมัน)

    (b) the desert is bitterly cold during winters    (ทะเลทรายหนาวอย่างสาหัสในระหว่างหน้าหนาว)

    (c) this helps prevent animals from eating them    (สิ่งนี้ช่วยขัดขวางสัตว์มิให้กินมัน)  (๒ ประ

          โยคแรกของพารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “พืชทะเลทรายจำนวนมากมีหนาม  หรือรสชาติและกลิ่น

          ที่ไม่ดี  ซึ่งขัดขวางมิให้สัตว์กินมัน  ซึ่งช่วยให้มันมีชีวิตรอด)

    (d) they cannot grow anywhere else on earth    (มันไม่สามารถเจริญเติบโตในที่อื่นใดอีกแล้วบนโลก)

10. The word “discourages” in paragraph 3 is closest in meaning to ___________________.

(คำว่า  “ขัดขวาง, ทำให้หมดกำลังใจ, ทำให้ท้อใจ, ไม่เห็นด้วย”  ในพารากราฟ ๓  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

      (a) forces    (บังคับ)

      (b) fascinates    (ทำให้หลงใหล, เป็นที่จับจิตจับใจแก่)

      (c) entices    (เอน-ไท้ซ)  (ชักจูง, ล่อใจ, ยั่วยวนใจ, หลอกลวงให้ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)

      (d) inhibits    (อิน-ฮิ้บ-บิท)  (ขัดขวาง, ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม)

      (e) penalizes    (ลงโทษ)

      (f) oversees    (ตรวจตรา, ดูแล, กำกับดูแล)

      (g) tolerates    (อดทน, ทนทาน, อดกลั้น, ทนต่อ, ต้านฤทธิ์ยา)

      (h) overcomes    (เอาชนะ, พิชิต)

11. The word “dormant” in the third paragraph refers to ____________________________.

(คำว่า  “อยู่นิ่งๆ, ไม่เคลื่อนที่, อยู่เฉยๆ, หยุดเคลื่อนไหว (ชั่วคราว), สงบ, ไม่เปิดเผย, (ภูเขาไฟ) ยังไม่ระเบิด”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึง ____________________)

      (a) dexterous    (เด๊กซ-ทรัส)  (ชำนาญ, แคล่วคล่อง)

      (b) tranquil    (แทร้ง-ควิ่ล) (สงบเงียบ, เงียบ, สงบ, สงบสุข, ราบรื่น, ไม่มีสิ่งใดรบกวน)

      (c) immense    (ใหญ่มาก, มหึมา, มโหฬาร, มากมาย, กว้างขวาง, ไม่มีขอบเขต)

      (d) affluent    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย, มากมาย)

      (e) motionless    (ไม่เคลื่อนไหว, ไม่เคลื่อนที่)

      (f) obese    (โอ-บีส)  (อ้วนมาก)

      (g) dispirited    (ดิส-ปิ๊-ริ-ทิด)  (ท้อแท้, ไม่มีกะจิตกะใจ เพราะความผิดหวัง)

      (h) redundant    (ริ-ดั๊น-เดิ้นท)  (เยิ่นเย้อ, น้ำท่วมทุ่ง, ใช้คำมากเกินไป, เหลือเฟือ, มากเกินความจำเป็น)

12. What happens during the period for growth?

(อะไรเกิดขึ้นในระหว่างช่วงเวลาสำหรับการเจริญเติบโต – ของพืช)

      (a) The seeds yield flowers and fruits.    (เมล็ดให้ดอกและผล)

      (b) The plants lie dormant or drop seeds.    (พืชนอนนิ่ง – ไม่เคลื่อนไหว – หรือทำให้เมล็ดร่วงหล่น)

      (c) The plants’ seeds grow and produce plants which quickly give flowers and drop

             more seeds.    (เมล็ดของพืชเจริญเติบโตและให้กำเนิดพืชซึ่งให้ดอกอย่างรวดเร็ว  และ

             ทำให้เมล็ดจำนวนมากขึ้นหล่นลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว(ประโยคแรกของพารากราฟ ๔

             กล่าวว่า  “เมื่อช่วงเวลาสำหรับการเจริญเติบโตมาถึง  เมล็ด (ที่ร่วงหล่น) จะงอกและก่อ

             ให้เกิดพืชซึ่งออกดอกอย่างรวดเร็ว  และทำให้เมล็ดร่วงหล่นเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว”)

      (d) The animals flourish since they have lots of food to eat.    (สัตว์เจริญเติบโต  เพราะว่ามันมี

             อาหารกินมากมาย)

13. In the fourth paragraph, “germinate” refers to __________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “งอก, แตกหน่อ, ออกหน่อ, เริ่มเจริญเติบโต, เริ่มเกิดขึ้น, เพาะตัว, ทำให้เกิดขึ้น, ผลิต, สร้าง”  หมายถึง ___________________)

      (a) terminate    (สิ้นสุดลง, ทำให้สิ้นสุด)

      (b) hesitate    (รีรอ, ลังเลใจ, ชักช้า)

      (c) survive    {รอดชีวิต (จากอุบัติเหตุ, แผ่นดินไหว, สงคราม), ยังคงมีชีวิตอยู่, อายุยืนกว่า, อยู่ได้นานกว่า}

      (d) dwindle      (ดวิ้น-เดิ้ล)  (ลดน้อยลง, หด, เล็กลง, ทรุดโทรม, ทำให้เล็กลงหรือหดลง)  

      (e) diminish    (ดิ-มิ้น-นิช)  (ลดน้อยลง, ค่อยๆเล็กลง, หด,  ทำให้ลดน้อยลง, ดูหมิ่น) 

      (f) sprout    (สเพราท(แตกหน่อ, ออกหน่อ, งอก, โผล่, ออกตุ่ม, ทำให้แตกหน่อ (ออกหน่อ, งอก,

           โผล่), เอาหน่อออก)

      (g) erupt    (ระเบิด, แตกออก, ปะทุ, พุ่งออกมา, ทำให้แตกออก-ระเบิดออก-ปะทุ)

      (h) expose    (อิคส-โปส)  (แสดง, เผย, เปิดเผยให้เห็น, เปิดโปง, นำออกผึ่งหรือตาก (แดด, ลม), เปลื้อง

            เครื่องปกปิดออก)

14. The word “give rise to” in paragraph 4 may be replaced by _____________________.

(คำว่า  “ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด”  ในพารากราฟ ๔ อาจแทนโดย _____________________)

      (a) impede    (ขัดขวาง, เป็นอุปสรรค, สกัดกั้น, หน่วงเหนี่ยว)

      (b) recuperate    (ฟื้นคืน, พักฟื้น, กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, ทำให้ฟื้นคืน (สุขภาพ, กำลัง, แรง,

            ฐานะทางเศรษฐกิจ ฯลฯ), กู้, เอาคืน)

      (c) compile    (คัม-ไพล่)  (รวบรวม, เรียบเรียง)

      (d) devise    (คิดขึ้นมา, ประดิษฐ์)

      (e) hasten    (เร่งรัด, ทำให้เร็วขึ้น, เร่งเร้า, รีบ, รีบทำ)

      (f) seize    (ยึด, ฉวย, จับ, จับกุม, จับตัว, ชิง, ยึดครอง, ครอบครอง)

      (g) yield    (ผลิต, ให้ผล, ให้เกิด, ยอม, ยอมให้, ยอมจำนน, อ่อนข้อให้)

15. What is a significant quality of desert animals?

(อะไรคือคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งของสัตว์ทะเลทราย)

      (a) They must be able to travel a long distance.    (มันจะต้องสามารถเดินทางเป็นระยะทางไกล)

      (b) They should have a lot of fat as a reserve supply of energy.    (มันควรมีไขมันมากในฐานะเป็น

             แหล่งสำรองพลังงาน)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “อูฐมี....................ท้องซึ่งเก็บน้ำ,

             โหนกของไขมันในฐานะแหล่งสำรองพลังงาน  และ...................”  ซึ่งไขมันนี้เกี่ยวกับอูฐเท่านั้น  มิได้

             หมายถึงสัตว์ทะเลทรายทั่วไป)

      (c) They must be able to live without water for a long period of time.    (มันจะต้องสามารถ

             มีชีวิตอยู่โดยปราศจากน้ำเป็นระยะเวลายาวนาน  -  เนื่องจากน้ำในทะเลทรายหายาก)  (ประ

             โยคแรกของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “เมื่อพูดถึงสัตว์  พวกมันจะต้องสามารถอยู่ได้โดยไม่มี

             น้ำเป็นระยะเวลานาน  หรือไม่ก็ต้องสามารถ.....................”)

      (d) They must have padded feet to walk on sand.    (มันจะต้องมีเท้าซึ่งบุ (ด้วยหนังหรือเอ็น) สำหรับ

            เดินบนทราย)  (สิ่งนี้เป็นคุณสมบัติของอูฐเท่านั้น, ดูจากประโยคแรกของพารากราฟ ๕)

16. The word “creatures” in the final paragraph is closest in meaning to _________________.

(คำว่า  “สัตว์, คน, บุคคล, สรรพสิ่งที่สร้างขึ้น”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

      (a) creators    (ผู้สร้าง, ผู้ให้กำเนิด, สิ่งที่ให้กำเนิด)

      (b) resources    (ทรัพยากรของประเทศ, กำลังเงิน, กำลังคน, กำลังวัตถุ)

      (c) animals    (สัตว์)

      (d) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

      (e) menaces    (เม้น-เนิส)  (ภัย, อันตราย, สิ่งที่คุกคาม, การคุกคาม)

      (f) hindrances    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, เครื่องกีดขวาง)

      (g) disadvantages    (ข้อเสียเปรียบ, ความเสียเปรียบ, ข้อเสียหาย, ความเสียหาย, ความเป็นเบี้ยล่าง)

      (h) disturbances    (การรบกวน, การทำให้ไม่สงบ, การทำให้ยุ่ง, การทำให้ลำบาก, สิ่งที่รบกวน, ความ

            ไม่สงบ)

 

(คำแปล)                          

พืชและสัตว์อาศัยอยู่ในทะเลทรายได้อย่างไร

 

              เริ่มต้นก็คือ  มีทะเลทราย (deserts) หลายประเภท  บางแห่งเป็นทะเลทรายที่คุ้นเคย (familiar)  ซึ่งมีหินที่ไม่มีอะไรปกคลุม (bare rock) และทรายที่เคลื่อนย้ายไปได้ (shifting sand) (โดยพายุ)  ซึ่งมีดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุแผดเผา (beats down)  แต่ทะเลทรายบางแห่ง  เช่นทะเลทรายโกบี (ในจีน) มีฤดูหนาวที่หนาวอย่างสาหัส (bitterly cold winters)  ดังนั้น  ทะเลทรายแท้ที่จริงแล้วเป็นบริเวณ (ภูมิภาค) (region) ซึ่งเฉพาะรูปแบบชีวิตพิเศษเท่านั้น (only special forms of life) (หมายถึง  ทั้งพืชและสัตว์) ที่สามารถดำรงอยู่ (มีอยู่, คงอยู่, มีชีวิตอยู่) (exist) ได้  และรูปแบบชีวิตนี้เป็นชนิดที่สา มารถปรับตัวเอง (managed to adapt itself) ให้เข้ากับสภาวะพิเศษ (particular conditions) ของทะเลทรายพิเศษนี้

              ตัวอย่าง เช่น ต้นตะบองเพชร (cacti)  เป็นพืชทะเลทราย (desert plants) ที่รู้จักกันดี  มันมีลำต้นหนา (thick stems) และมีเนื้อมาก (อ้วน) (fleshy) โดยปราศจากใบที่แท้จริง (without true leaves)  ส่วนไม้พุ่มในทะเลทราย (Desert shrubs) ซึ่งมีใบ  ก็มักจะมีใบเล็กๆ (small ones)  ทั้งนี้  ผิวด้านนอก (ของลำต้น) ที่มีใบนิดหน่อยหรือไม่มีเลย (Little or no leaf surface)  ป้องกัน (prevents) การระเหย (การทำให้เป็นไอ, การทำให้หายไป, สิ่งที่ถูกระเหยเอาน้ำออก) (evaporation) ของน้ำจากพืช (ตะบองเพชร) ที่มากเกินไป

             พืชทะเลทรายจำนวนมากมีหนาม (พืชมีหนาม, พืชไม้หนาม, หอกข้างแคร่, สิ่งที่ทำให้ยุ่งยากหรือโมโห) (thorns), (มี) สิ่งที่แหลม (หนาม, หนามกระดองสัตว์, กระดูกสันหลัง) (spines)  หรือมีรสหรือกลิ่นที่ไม่ดี (disagreeable taste or smell)  สิ่งนี้ขัดขวาง (ทำให้หมดกำลังใจ, ทำให้ท้อใจ, ไม่เห็นด้วย) (discourages) สัตว์ซึ่งอาจจะกินมัน  และดังนั้น  ช่วยให้พวกมันรอดชีวิต (help them survive),  พืชทะเลทรายโดยปกติแล้ว (usually) จะนอน (ตั้ง) อยู่นิ่งๆ (lie dormant) ในระหว่างฤดูที่แห้งแล้งหรือหนาว (dry or cool season)  หรือไม่ก็ทำให้เมล็ดตกหล่น (drop seeds) ซึ่งสามารถรอดชีวิตจากช่วงเวลาดังกล่าวได้ (หมายถึง เมล็ด)

          เมื่อช่วงเวลาสำหรับการเจริญเติบโต (period for growth) มาถึง  เมล็ด (ที่ร่วงหล่น) จะงอก (แตกหน่อ, ออกหน่อ, เริ่มเจริญเติบโต, เริ่มเกิดขึ้น, เพาะตัว, ทำให้เกิดขึ้น, ผลิต, สร้าง) (germinate)  และก่อให้เกิด (give rise to) พืชซึ่งออกดอก (flower) และทำให้เมล็ดร่วงหล่นเพิ่มมากขึ้น (drop more seeds) อย่างรวดเร็ว  โดยภายในเวลา  ๒ - ๓ สัปดาห์หรือเดือน  พืชก็จะพร้อมอีกครั้งหนึ่ง (ready again) สำหรับฤดูของการสงบนิ่งที่ยาวนาน (long season of dormancy) (หมายถึง  ฤดูที่แห้งแล้งหรือหนาว) 

           เมื่อพูดถึงสัตว์ (When it comes to animals)  พวกมันจะต้องสามารถอยู่ได้โดยไม่มีน้ำ (able to do without water) เป็นระยะเวลานาน (for long periods)  หรือไม่ก็ต้องสามารถไปถึงบ่อน้ำ (able to reach water holes) ที่อยู่ไกลออกไป (at great distances),  อูฐ (camel), เป็นตัวอย่าง, ปรับตัวได้ดีมากกับชีวิตทะเลทราย (highly adapted to desert life)  มันมีเท้าซึ่งบุ (ด้วยหนังหรือเอ็น) สำหรับเดินบนทราย (padded feet to walk on sand),  ท้องซึ่งเก็บน้ำ (water-storing stomach),  โหนกของไขมัน (humps of fat) ในฐานะเป็นแหล่งสำรองของพลังงาน (as a reserve supply of energy), และ (มี) รูจมูก (nostrils) ที่สามารถปิดได้  เพื่อมิให้ทรายเข้าไป (to keep out sand) ในระหว่างพายุลม (พายุทะเลทราย) (during windstorms)

         สัตว์ (คน, บุคคล, สรรพสิ่งที่สร้างขึ้น) (creatures) ทะเลทรายที่มีขนาดเล็กกว่า (อูฐ) จำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเลย (need to drink no water at all),  พวกมันได้ของเหลว (น้ำ) ที่ต้องการ (what liquid they need) จากน้ำหล่อเลี้ยงในเนื้อเยื่อ (sap) ของพืชที่เป็นอาหาร (food plants)  และจากน้ำค้างบนใบไม้หรือหินในเวลากลางคืน (night dew on leaves or stones)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป