หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 29)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Should Adolescents Take Healthy Food?

 

          Adolescence is a time of rapid growth; in fact, teens gain almost 50 percent of their adult weight during the adolescent years.  Yet they are less likely to eat a balanced diet than any other age group.

          Teens know it’s important to eat right - - but many don’t understand basic nutrition.  They skip breakfast and choose too many high-fat foods when snacking or eating at fast-food restaurants.  Perhaps the worst offenders are teenage girls who diet all the time, avoiding healthy foods they think are “too fattening.”

          Good eating habits begin in early childhood, and that’s when parents should start setting a good example.  During the teenage years, however, parents have to be more subtle about guiding food choices.  They can’t control what teens eat - - or don’t eat - - during the day.  But they can offer healthy choices at home.

          Teens are impulsive eaters, usually munching on what’s right at hand.  So stock the refrigerator with healthy snacks (juice, cheese, or fruit).  Serve a nutritious dinner (this may be the only time of day your teen is offered vegetables) and try to make mealtime enjoyable.  Also, be flexible about the time you eat dinner, taking into account a teenager’s often hectic schedule.

          If your teenager avoids healthy foods because she thinks they’re fattening, nagging won’t help.  Many experts believe this is the time for parents to step back, while continuing to offer healthy alternatives.  Calorie-conscious teens can be encouraged to eat fruits, cottage cheese and yogurt.  Skim milk and fruit juice (calcium-enriched for extra nutrients) are other good choices.

          Getting teens to eat right can be a tough task - - but don’t give up.  Now more than ever is the time to teach them: You are what you eat.

 

1. The main purpose of this passage is to _______________________________________.

(วัตถุประสงค์สำคัญของบทความนี้  คือ  _____________________________________)

    (a) compare parents’ and teens’ eating habits    (เปรียบเทียบนิสัยการกินของพ่อแม่และลูกวัยรุ่น)

    (b) advise parents about how to get their teens to eat well    (แนะนำพ่อแม่เกี่ยวกับว่าจะให้ลูก

          วัยรุ่นของตนกินดีได้อย่างไร  หรือวิธีการทำให้ลูกวัยรุ่นกินดี)  (บทความตั้งแต่พารากราฟ ๓ แนะ

          นำพ่อแม่ว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้ลูกได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ)

    (c) illustrate that it is tough for teens to eat right    (อธิบาย – แสดงให้เห็น - ด้วยตัวอย่างว่า  มันยากลำ

          บากสำหรับเด็กวัยรุ่นที่จะกินอาหารอย่างเหมาะสม  หรือมีประโยชน์ต่อสุขภาพ)

    (d) explain why basic nutrition is important for teens’ growth    (อธิบายว่า  ทำไมโภชนาการพื้นฐานมี

          ความสำคัญสำหรับการเติบโตของเด็กวัยรุ่น)

2. In the first paragraph, “Adolescence” refers to _________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “วัยหนุ่มสาว”  หมายถึง _________________________________)

    (a) surveillance    (เซอร์-เว้-เลิ่นซ)  (การเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด, การเฝ้ามองอย่างระมัดระวัง (โดยเฉพาะผู้ต้อง

          สงสัยว่าเป็นอาชญากร), การดูแล, การควบคุม, การตรวจตรา)

    (b) affluence    (แอฟ-ฟลู-เอิ้นซ)  (ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย, ความมากมาย, ความหลากหลาย) 

    (c) catastrophe    (คะ-แทส-โทร-ฟี)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, เหตุการณ์ที่ร้ายกาจ, จุดจบ, ตอนจบของละคร) 

    (d) condolence    (คัน-โด๊ล-เลิ่นซ)  (การแสดงความเสียใจด้วย, การปลอบโยน, การปลอบขวัญ) 

    (e) aversion   (อะ-เว้อ-ชั่น)  (ความเกลียด, ความรังเกียจ, ความไม่ชอบ, ความไม่พอใจ) 

    (f) youth    (ยูธ)  (วัยหนุ่มวัยสาว, ความเป็นหนุ่มเป็นสาว, ยุวชน, เด็กหนุ่มสาว, ระยะแรกเริ่ม)

    (g) temperance    (การบังคับตัวเอง, การละเว้นสิ่งมึนเมา, การควบคุมอารมณ์, ความพอควร-พอประมาณ) 

3. Teens grow rapidly during the adolescent years _________________________________.

(เด็กวัยรุ่นเติบโตอย่างรวดเร็วในระหว่างปีที่อยู่ในวัยรุ่น ______________________________)

    (a) but they tend to eat more unbalanced diets    (แต่พวกเขามีแนวโน้มทีจะกินอาหารที่ไม่สมดุล

          (ขาดสารอาหาร) เพิ่มมากขึ้น)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “แม้กระนั้นก็ตาม  วัย

          รุ่นมีแนวโน้ม (เป็นไปได้) ว่ากินอาหารที่สมดุล (มีสารอาหารครบถ้วน) น้อยกว่า (คนใน) กลุ่มอายุ

          อื่นใด)

    (b) and they love eating a lot of healthy snacks    (และพวกเขาชอบกินอาหารว่างที่มีประโยชน์ต่อสุข

          ภาพในปริมาณมาก)

    (c) because they gain nearly half of their adult weight    (เพราะว่าพวกเขาได้รับเกือบจะครึ่งหนึ่งของ

          น้ำหนักในวัยผู้ใหญ่ของตน)

    (d) since they eat more frequently than any other age group    (เพราะว่าพวกเขากินบ่อยครั้งกว่ากลุ่ม

          อายุอื่นใด)

4. The word “skip” in paragraph 2 means ______________________________________.

(คำว่า  “ข้าม (ข้ามไป, กระโดดข้าม, อ่านข้าม, ตกหล่น, หลบหนี, ไม่เข้าร่วม)”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง ____________________)

    (a) cook    (ปรุง, ปรุงอาหาร)

    (b) order    (สั่ง)

    (c) reject    (ปฏิเสธ)

    (d) commence    (เริ่ม, เริ่มต้น, ริเริ่ม, ได้รับปริญญา)

    (e) allocate    (แอ๊ล-โล-เคท)  (จัดสรร, แบ่งสรร)

    (f) obtain    (ได้รับ)

    (g) leap    (ข้าม, กระโดดข้าม, กระโดด, ผ่านข้าม, โจน, จู่โจม)

5. According to the passage, many teens ________________________________________.

(ตามที่บทความกล่าว  เด็กวัยรุ่นจำนวนมาก ___________________________________)

    (a) eat breakfast regularly    (กินอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ)

    (b) have no idea about basic nutrition    (ไม่ทราบเกี่ยวกับโภชนาการพื้นฐาน)  (ประโยคแรกของ

          พารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “เด็กวัยรุ่นรู้ว่ามันมีความสำคัญที่จะกินอย่างเหมาะสม - - แต่เด็กวัยรุ่นจำ

          นวนมาก ไม่เข้าใจโภชนาการพื้นฐาน)

    (c) love to eat many high-calorie foods    (ชอบกินอาหารที่มีแคลอรีสูงจำนวนมาก)

    (d) eat only healthy foods because they are not fattening    (กินเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ 

          เพราะว่ามันไม่ทำให้อ้วน)

6. The word “offenders” in paragraph 2 is closest in meaning to ________________________.

(คำว่า  “ผู้กระทำผิด, ผู้ละเมิด, ผู้รุกราน, ผู้ทำให้ขุ่นเคือง หรือไม่พอใจ”  ในพารากราฟ ๒  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

    (a) traitors    (เทร้-เท่อะ)  (ผู้ทรยศ, ผู้หักหลัง, ผู้ขายชาติ)

    (b) assassins    (อะ-แซ้ส-ซิ่น)  (ผู้ลอบฆ่าโดยเฉพาะการฆ่าคนมีชื่อเสียง, ผู้ทำลาย)

    (c) trafficker    (พ่อค้า, ผู้ค้าขาย, ผู้ทำธุรกิจการพาณิชย์) 

    (d) agnostic    (แอก-น้อส-ทิค)  (ผู้ที่ระแวงสงสัยในพระเจ้า  ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่  เพราะเชื่อว่าไม่มีใครรู้จริง,

          ผู้ไม่เชื่อว่านรกสวรรค์มีจริง, ผู้ไม่นับถือพระเจ้า) 

    (e) culprits    (ผู้กระทำผิด, ผู้ร้าย, นักโทษ, จำเลยในคดีอาญา)

    (f) outcast    (เอ๊าท-แคสท)  (ผู้ถูกเนรเทศ, ผู้ถูกขับออกจากกลุ่ม, ผู้ถูก (สังคม) ทอดทิ้ง, คนจรจัด, คนเร่ร่อน

          ที่ไม่มีบ้านอยู่) 

    (g) courier    (เค้อ-เรียร์  หรือ  คู้-ริ-เอ้อ)  (คนเดินหนังสือ, ผู้ส่งข่าวสาร, ผู้ถูกว่าจ้างให้บริการทัศนาจรแก่นัก

          ท่องเที่ยว) 

    (h) martinet    (คนที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย, คนเจ้าระเบียบ) 

    (i) surrogate    (เซ้อ-โร-เกท)  (ตัวแทน, ผู้รักษาการแทน)  (“Surrogate mother” =  “แม่อุ้มบุญ”) 

7. The word “subtle” in paragraph 3 can be replaced by _____________________________.

(คำว่า  “ฉลาด, เฉียบแหลม, มีเล่ห์เหลี่ยม, ชำนาญ, ละเอียด, บาง, บอบบาง, เข้าใจยาก, ลึกลับ, ลี้ลับ”  ในพารากราฟ ๓  สามารถแทนโดย __________________)

    (a) reluctant    (ไม่เต็มใจ)   

    (b) improvident     (อิม-พรอฟ-วิ-เดิ้นท)  (. เลินเล่อ, ไม่ระวัง, ไม่คิดถึงอนาคต, ไม่ได้ตระเตรียมมาก่อน,

          ๒. ไม่ประหยัด, สุรุ่ยสุร่าย) 

    (c) prodigal    (พร้อด-ดิ-เกิ้ล)  (ฟุ่มเฟือย, สุรุ่ยสุร่าย, ไม่มีความเสียดาย, ใจป้ำ, สิ้นเปลืองยิ่ง)  (เมื่อเป็นคำ

          นาม  หมายถึง  “คนใช้จ่ายฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย”) 

    (d) outspoken    (พูดโผงผาง, พูดจาขวานผ่าซาก, พูดตรงไปตรงมา, พูดจาเปิดเผย)

    (e) ambiguous    (แอม-บี๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ) 

    (f) shrewd    (ชรูด)  (เฉลียวฉลาด, เฉียบแหลม, หลักแหลม, ว่องไว, ร้ายแรง, มุ่งร้าย)

    (g) laconic    (ละ-ค้อน-นิค)  (พูดสั้นๆ, ใช้คำน้อย, กะทัดรัด) 

8. Paragraph 4 tells us that teenagers tend to eat ___________________________________.

(พารากราฟ ๔ บอกเราว่า  เด็กวัยรุ่นมีแนวโน้มจะกิน _____________________________)

    (a) rapidly    (อย่างรวดเร็ว)

    (b) in a messy way    (ในแบบไม่เป็นระเบียบหรือยุ่งเหยิง)

    (c) carefully    (อย่างระมัดระวัง-รอบคอบ)

    (d) whatever they are given    (อะไรก็ตามที่พวกเขาได้มา)

    (e) without thinking    (โดยไม่คิด)  (ประโยคแรกของพารากราฟ ๔ กล่าวว่า  “เด็กวัยรุ่นเป็นนักกิน

          ที่หุนหันพลันแล่น (ใจเร็ว) (หมายถึง  กินโดยไม่ยั้งคิด) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

          สิ่ง (ของกิน) ที่อยู่ใกล้มือ)

    (f) in a less amount than they should    (ในปริมาณที่น้อยกว่าที่พวกเขาควรจะกิน)

9. The word “impulsive” in paragraph 4 refers to __________________________________.

(คำว่า  “หุนหันพลันแล่น, ใจเร็ว, มีแรงกระตุ้น”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึง __________________)

    (a) voluble    (ว้อล-ลิว-เบิ้ล)  (พูดจาคล่องแคล่ว, พูดมาก) 

    (b) berserk    (เบอ-เซ้อร์ค)  (บ้าบิ่น, บ้าระห่ำ)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “ผู้ที่บ้าบิ่น, ผู้ที่บ้าระห่ำ")

    (c) majestic    (มีอำนาจ, สง่าผ่าเผย, น่าเกรงขามและน่าเคารพนับถือ, สูงส่ง, ตระหง่าน)

    (d) ceaseless    (ซีส-เลส)  (ไม่หยุดนิ่ง, ไม่สิ้นสุด, ไม่ขาดสาย, ไม่รู้จักจบ, ไม่หยุดหย่อน) 

    (e) rash    (หุนหันพลันแล่น, ไม่ยั้งคิด, ใจร้อน, ไม่รอบคอบ, สะเพร่า)   

    (f) furtive    (เฟ้อร์-ทิฟว)  (ลึกลับ, ลับๆล่อๆ, แอบแฝง, ซ่อนเร้น, มีนัย, มีเล่ห์กระเท่ห์) 

    (g) perspicacious    (เพอร์-สพิ-เค้-เชิส)  (ปัญญาเฉียบแหลม, สายตาแหลมคม) 

    (h) enterprising    (ซึ่งเต็มไปด้วยความริเริ่ม, กล้าได้กล้าเสีย, แคล่วคล่อง) 

10. What does “stock” in paragraph 4 means?

(คำว่า  “ใส่ไว้ใน, เก็บไว้ใน, จัดให้มีสินค้า, ใส่สินค้าในร้าน, สั่งสินค้า, จัดให้มีปศุสัตว์”  ในพารากราฟ ๔  หมายถึงอะไร)

      (a) purchase     (ซื้อ)

      (b) auction    (อ๊อค-ชั่น)  (ขายทอดตลาด)

      (c) extol    (สรรเสริญ, ยกย่อง)

      (d) supply    (บรรจุ, ให้, จัดหา, จัดส่ง, ส่งเสบียง, เสริม, ผนวก, ชดเชย, ชดใช้, แทนที่)

      (e) dabble    (ทำให้เป็นรอยแต้มรอยด่าง, กระเด็นเป็นรอยเปียก, ทำลวกๆ, ทำแบบจับๆจดๆ)

      (f) discriminate    (แบ่งแยก, เลือกที่รักมักที่ชัง, เลือกปฏิบัติ)

      (g) disperse    (กระจาย, ทำให้กระจัดกระจาย, สลาย, ทำให้แพร่หลาย, หายไป, ทำให้หายไป, ไล่ไป)

11. The phrase “taking into account” in the fourth paragraph can best be replaced by _________

_________.

(วลี  “พิจารณา, นำมาพิจารณา”  ในพารากราฟ ๔ สามารถแทนดีที่สุดโดย _________________)

      (a) controlling    (ควบคุม)

      (b) adjusting    (ปรับ, ปรับตัว, จัด, ปรองดอง)

      (c) accepting    (ยอมรับ, รับ, ตกลง, สนอง, เห็นด้วย)

      (d) pinpointing    (หาตำแหน่งแน่นอน, หาตำแหน่งอย่างแม่นยำ, เจาะจง, ทำให้แน่ชัด, เน้น)

      (e) considering    (พิจารณา, คิดคำนึงถึง, ครุ่นคิด, รำลึก, ถือว่า, เชื่อถือ, นับถือ)

      (f) liquidating    (ลิ้ค-ควิ-เดท-ทิง)  (กำจัดโดยการฆ่าทิ้ง, สะสาง, ชำระหนี้, ชำระบัญชี) 

      (g) persevering    (เพอร์-ซิ-เวี่ยร์-ริง)  (มุมานะ, อุตสาหะ, พยายาม, บากบั่น, พากเพียร) 

12. The word “hectic” in paragraph 4 is closest in meaning to __________________________.

(คำว่า  “วุ่นวาย, น่าตื่นเต้น, เร่าร้อนใจ, เป็นไข้”  ในพารากราฟ ๔  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___

_______________)

      (a) sedentary    (เซ้ด-ดัน-เทอ-รี่)  (ไม่เคลื่อนย้าย, อยู่ประจำที่, นั่ง, เป็นการนั่ง, ในลักษณะนั่ง, คุ้นเคยกับ

            การนั่ง)  

      (b) overt    (โอ-เวิ้ร์ท  หรือ  โอ๊-เวิทร์ท)  (เปิดเผย, ไม่ปิดบัง, ชัดเจน, แจ่มแจ้ง) 

      (c) illiterate    (อิ-ลิ้ท-เทอะ-เรท)  (ไม่รู้หนังสือ , ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้, ไม่มีการศึกษา, ไม่มีความรู้

           ในสาขาหนึ่ง)

      (d) lethal    (ลี้-เธิ่ล)  (ถึงตาย, เป็นอันตรายถึงตาย, ร้ายแรง, ทำให้ตาย, เกี่ยวกับความตาย) 

      (e) stupendous    (สทู-เพ้น-ดัส)  (มหาศาล, ใหญ่โตอย่างน่าทึ่ง, ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้มึนงง) 

      (f) viable   (ไว้-อะ-เบิ้ล)  {๑. สามารถเจริญเติบโตหรือพัฒนาได้, (ทารก เมล็ดพืช หรืออื่นๆ) ที่สามารถมีชีวิต

            และเจริญเติบโตได้, (ทารกในครรภ์) เจริญเติบโตพอที่จะมีชีวิตนอกมดลูกได้,  ๒. ปฏิบัติได้, ทำงานได้,

            มีประโยชน์, ให้ความหวัง} 

      (g) chaotic    (เค-อ๊อท-ทิค)  (วุ่นวาย, สับสน, อลหม่าน, ไร้ระเบียบ, คลุมเครือ)

13. Paragraph 5 says that part of a parent’s role is to _______________________________.

(พารากราฟ ๕ กล่าวว่า  ส่วนหนึ่งของบทบาทของพ่อแม่  คือการ ______________________)

      (a) provide healthy snacks for teens    (ห้อาหารว่างที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสำหรับ (ลูก) วัย

            รุ่น)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่า  นี่เป็นเวลาสำ

            หรับพ่อแม่ที่จะก้าวถอยหลัง (หมายถึง  เลิกบ่นจู้จี้ หรือคอยจับผิดลูก)  ในขณะที่ยังคงเสนอ

            (ให้) ทางเลือก (หมายถึง  อาหาร) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพต่อไป)

      (b) ignore teens’ eating habits    (ไม่สนใจนิสัยการกินของลูกวัยรุ่น)

      (c) complain about what teens eat    (ร้องเรียน – บ่นโวยวาย – เกี่ยวกับสิ่งที่ลูกวัยรุ่นกิน)

      (d) persuade teens to eat a lot of food    (ชักชวนลูกวัยรุ่นให้กินอาหารมากๆ)

14. The word “nagging” in paragraph 5 may be replaced by __________________________.

(คำว่า  “บ่นจู้จี้, หาเรื่องจับผิด, รบกวนอยู่เรื่อย, ถากถาง, ค่อนแคะ”  ในพารากราฟ ๕  อาจแทนโดย __

_________________)

      (a) bribing    (ไบรบ-บริง)  (ติดสินบน, ให้สินบน)  (เมื่อเป็นคำนาม (Bribe) หมายถึง  “สินบน,สิ่งล่อใจ”) 

      (b) modifying    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, แปร, ปรับปรุง)

      (c) discarding    (ละทิ้ง, ทิ้งขว้าง, ให้ออก, ปฏิเสธ, ทิ้งไพ่)

      (d) halting    (หยุด, ชะงัก, ทำให้หยุดชะงัก)

      (e) complaining continually in an irritating way    (บ่นอย่างต่อเนื่องในแบบที่น่ารำคาญ หรือ

            น่าโมโห)

      (f) rebuking    (ดุด่า, ต่อว่า, ประณาม, ตำหนิ, ว่ากล่าว)

      (g) predominating    (ครอบงำ, มีอิทธิพลเหนือ, มีอำนาจเหนือ, เหนือกว่า, มีมาก กว่า, ปกครอง)

15. The statement “You are what you eat.” in the final paragraph is closest in meaning to _______

____________.

(คำพูด  “คุณคือสิ่งที่คุณกิน” (หมายถึง  คุณจะมีสุขภาพอย่างไร  ขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณกินเข้าไป)”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ____________________)

      (a) you are wealthy because you eat economically    (คุณร่ำรวยเพราะว่าคุณกินอย่างประหยัด)

      (b) you are healthy because you eat proper food    (คุณมีสุขภาพดี  เพราะว่าคุณกินอาหารที่

            เหมาะสม

      (c) you try all kinds of food because you enjoy eating    (คุณลอง (กิน) อาหารทุกชนิด  เพราะว่าคุณ

            สนุกสนานกับการกิน)

      (d) you eat good food because you want to have a good figure    (คุณกินอาหารดี  เพราะว่าคุณต้อง

            การมีรูปร่าง – ทรวดทรง – ดี)

16. The most suitable title for this passage is _____________________________________.

(ชื่อเรื่องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบทความนี้  คือ ________________________________)

      (a) Tips for Teens    (ข้อแนะนำ – ข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์ – สำหรับวัยรุ่น)

      (b) Parents’ Diet Guide    (หนังสือแนะนำอาหารสำหรับพ่อแม่)

      (c) Good Eating Habits    (นิสัยการกินที่ดี)

      (d) Teens and Nutrition    (วัยรุ่นและโภชนาการ)  (ส่วนใหญ่ของบทความนี้พูดเกี่ยวกับวัยรุ่นและ

             อาหารที่พวกเขาชอบกิน  และแนะนำว่าพ่อแม่ของวัยรุ่นควรจัดหาอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุข

             ภาพให้ลูกของตนกิน)

 

(คำแปล)

วัยรุ่นควรกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่?

 

             วัยหนุ่มสาว (Adolescence) คือช่วงเวลาของการเติบโตอย่างรวดเร็ว (rapid growth),  ตามความเป็นจริงแล้ว (in fact)  คนหนุ่มสาว (เด็กวัยรุ่น, คนที่มีอายุในช่วง ๑๓ – ๑๙ ปี) (teens) ได้รับ (gain) เกือบจะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักในวัยผู้ใหญ่ (adult weight) ของตนในระหว่างปีที่เป็นวัยรุ่น (adolescent years)แม้กระนั้นก็ตาม (Yet)  วัยรุ่นมีแนวโน้ม (เป็นไปได้) (likely) ว่ากินอาหารที่สมดุล (มีสารอาหารครบถ้วน) (balanced diet) น้อยกว่า (คนใน) กลุ่มอายุ (age group) อื่นใด

         เด็กวัยรุ่นรู้ว่ามันมีความสำคัญที่จะกินอย่างเหมาะสม (eat right) - - แต่เด็กวัยรุ่นจำนวนมาก (many) ไม่เข้าใจโภชนาการ (การให้อาหาร, การบำรุงเลี้ยง, อาหาร) (nutrition) พื้นฐาน (basic),  พวกเขาข้าม (ไม่กิน) (ข้ามไป, กระโดดข้าม, อ่านข้าม, ตกหล่น, หลบหนี, ไม่เข้าร่วม) (skip) อาหารเช้า  และเลือก (กิน) อาหารที่มีไขมันสูง (high-fat foods) จำนวนมากเกินไป (too many) เมื่อกินอาหารว่าง (กินอาหารเบาๆ(snacking)  หรือกินอาหารที่ภัตตาคาร (ขาย) อาหารจานด่วน (fast-food),  บางที  ผู้กระทำผิด (ผู้ละเมิด, ผู้รุกราน, ผู้ทำให้ขุ่นเคือง หรือไม่พอใจ) (offenders) ที่เลวร้ายที่สุด (แย่ที่สุด, ชั่วที่สุด, ผิดพลาดที่สุด, รุนแรงที่สุด) (worst)  คือ  เด็กผู้หญิงในวัยรุ่น (วัยหนุ่มสาว) (teenage) (เป็นการเปรียบเทียบ) ผู้ซึ่งกินอาหารพิเศษ (กินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก) (diet) ตลอดเวลา  โดยหลีกเลี่ยง (avoiding) อาหารที่มีประโยชน์ (healthy foods) ที่พวกตนคิดว่า “ทำให้อ้วน (ทำให้สม บูรณ์, เลี้ยงให้อ้วน, อ้วนขึ้น) มากเกินไป” (too fattening)

            นิสัยการกิน (eating habits) ที่ดีเริ่มต้นในวัยเด็กระยะแรก (early childhood)  และนั่นคือเวลาที่พ่อแม่ควรเริ่มต้นวาง (เตรียมการ, เตรียม, ตั้ง, จัดตั้ง, ตั้งตรง, จัด, จัดหามา, จัดการ, ทำให้เข้าที่, ปรับ, ตั้งนาฬิกา) (setting) ตัวอย่างที่ดี,  โดยในระหว่างปีในวัยรุ่น (teenage years), อย่างไรก็ตาม, พ่อแม่จะต้องฉลาด (เฉียบแหลม, มีเล่ห์เหลี่ยม, ชำนาญ, ละเอียด, บาง, บอบบาง, เข้าใจยาก, ลึกลับ, ลี้ลับ) (subtle) มากยิ่งขึ้น  เกี่ยวกับการชี้แนะ (แนะนำ, แนะแนว, นำทาง, ควบคุม) (guiding) การเลือกอาหาร (food choices),  ทั้งนี้  พ่อแม่ไม่สามารถควบคุมสิ่งที่วัยรุ่นกิน (what teens eat) - - หรือไม่กิน - - ในระหว่างวัน (during the day)  แต่พวกเขาสามารถเสนอ (ให้, ให้คำแนะนำ, มอบ, ถวาย, เสนอราคา, บอกราคา, บอกขาย, ขอแต่งงาน, บูชา) (offer) ทางเลือก (อาหาร) ที่มีประโยชน์ (healthy choices) ที่บ้านได้

             เด็กวัยรุ่นเป็นนักกิน (eaters) ที่หุนหันพลันแล่น (ใจเร็ว, มีแรงกระตุ้น) (impulsive) (หมายถึง  กินโดยไม่ยั้งคิด)  ซึ่งโดยปกติแล้วจะเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย (เคี้ยวอย่างแรง) (munching) สิ่ง (ของกิน) ที่อยู่ใกล้มือ (what’s right at hand)  ดังนั้น  (จึงควร) ใส่ไว้ใน (เก็บไว้ใน, จัดให้มีสินค้า, ใส่สินค้าในร้าน, สั่งสินค้า, จัดให้มีปศุสัตว์) (stock) ตู้เย็น (refrigerator) ด้วยอาหารว่าง (snacks) (น้ำผลไม้, เนยแข็ง, หรือผลไม้) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (healthy),  จงเสิร์ฟอาหารเย็น (dinner) ซึ่งบำรุงกำลัง (บำรุงร่างกาย, มีสารอาหาร, ให้สารอาหาร) (nutritious)  (นี่อาจจะเป็นเพียงเวลาเดียวของวันซึ่ง (ลูก) วัยรุ่นของคุณได้รับการเสนอ (ให้) (offered) (กิน) ผัก)  และ (จง) พยายาม (try) ทำให้เวลากินอาหาร (mealtime) สนุกสนาน (enjoyable),  เช่นเดียวกัน  จงยืดหยุ่น (flexible) เกี่ยวกับเวลาซึ่งคุณกินอาหารเย็น  โดยพิจารณา (taking into account) ตารางเวลา (schedule) ที่วุ่นวาย (น่าตื่นเต้น, เร่าร้อนใจ, เป็นไข้) (hectic) บ่อยๆ ของเด็กวัยรุ่น (teenager) ด้วย

       ถ้าเด็กวัยรุ่น (ลูก) ของคุณหลีกเลี่ยง (avoids) อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (healthy foods)  เพราะว่าเธอ (ลูก) คิดว่ามันกำลังทำให้อ้วน (fattening),  การบ่นจู้จี้ (หาเรื่องจับผิด, รบกวนอยู่เรื่อย, ถากถาง, ค่อนแคะ) (nagging) จะไม่ช่วยอะไรได้ (won’t help),  โดยผู้เชี่ยวชาญ (experts) จำนวนมากเชื่อว่า  นี่เป็นเวลาสำหรับพ่อแม่ที่จะก้าวถอยหลัง (step back) (หมายถึง  เลิกบ่นจู้จี้ หรือคอยจับผิดลูก)  ในขณะที่ยังคงเสนอ (ให้) ทางเลือก (alternatives) (หมายถึง  อาหาร) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ (healthy) (แก่ลูก) ต่อไป,  ทั้งนี้  เด็กวัยรุ่น (teens) ที่กังวลเรื่องปริมาณแคลอรี (Calorie-conscious) (ในอาหารที่ตนกิน) สามารถถูกกระตุ้น (ส่งเสริม, ให้กำลังใจ) (encouraged) ให้กินผลไม้, เนยแข็งที่ทำตามบ้าน (cottage cheese) และโยเกิร์ต,  ส่วนนมที่ตักเอาไขมันที่ผิวหน้าทิ้งไป (Skim milk) (มีแคลอรีต่ำ) และน้ำผลไม้ (ได้รับการเติมแคลเซียม (calcium-enriched) เพื่อให้มีสารอา หารพิเศษ – extra nutrients) ก็เป็นทางเลือก (choices) ที่ดีอื่นๆ

            การทำให้เด็กวัยรุ่นกินอาหารที่เหมาะสม (eat right) เป็นงานที่ยากลำบาก (tough task) - - แต่อย่าหยุดทำ (เลิกทำ) (give up),  ในปัจจุบัน  มากกว่าครั้ง (เวลา) ใด (more than ever)  คือ  เวลาที่จะสอนพวกเขา (เด็กวัยรุ่น) ว่า “คุณคือสิ่งที่คุณกิน” (หมายถึง  คุณจะมีสุขภาพอย่างไร  ขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณกินเข้าไป)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป