หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 28)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

Punishment as a Way to Stop Undesired Behavior

 

          Many people assume that punishment stops undesired behavior.  Is this always true?  Psychologists have learned that the effect of punishment depends greatly on its timing, consistency, and intensity.

          Punishment suppresses behavior best when it occurs as the response is being made, or immediately afterward (timing), and when it is given each time a response occurs (consistency).  Thus, a dog that has developed a habit of constantly barking can be effectively (and humanely) punished if water is sprayed on its nose each time it barks.  Ten to fifteen such treatments are usually enough to greatly reduce barking.  This would not be the case if punishment were applied occasionally or long after the barking stopped.  If you discover that your dog dug up your flower bed while you were gone, it will do little good to punish him hours later.  Likewise, the commonly heard childhood threat, “Wait till your father comes home, then you’ll be sorry,” does more to make father an ogre than it does to effectively punish an undesirable response.

          Severe punishment can be extremely effective in stopping behavior.  If a child sticks a finger in a light socket and gets a shock, that may be the last time the child ever tries it.  More often, however, punishment only temporarily suppresses a response.  If the response is still reinforced, punishment may be particularly ineffective.  Responses suppressed by mild punishment usually reappear later.  If a child sneaks a snack from the refrigerator before dinner and is punished for it, the child may pass up snacks for a short time.  But since snack sneaking was also rewarded by the sneaked snack, the child will probably try sneaky snacking again, sometime later.

 

1. The main idea of this passage is that _________________________________________.

(ใจความสำคัญของบทความนี้  คือว่า ________________________________________)

    (a) punishment temporarily stops undesired behavior    (การลงโทษหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาเป็น

           การชั่วคราว)

    (b) effective punishment depends on its immediacy, consistency and severity    (การลง

          โทษที่มีประสิทธิผล  ขึ้นอยู่กับการกระทำโดยทันที, ความสม่ำเสมอ  และความรุนแรง)  (ประ

          โยคสุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “นักจิตวิทยา ได้เรียนรู้ (ศึกษา) ว่า  ผลกระทบ (อิทธิ

          พล) ของการลงโทษ  ขึ้นอยู่อย่างสำคัญกับการเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด (จังหวะเวลา),

          ความสม่ำเสมอ  และความเข้มข้น (ความรุนแรง)”)

    (c) punishment can suppress a response if it is given each time it occurs    (การลงโทษสามารถหยุด

          ยั้งการตอบสนอง – พฤติกรรมไม่ดี – ได้  ถ้ามันถูกให้ (กระทำ) ในแต่ละครั้งที่พฤติกรรมไม่ดีเกิดขึ้น)

    (d) punishment is effective if it is given at the right time when desired behavior occurs    (การลง

          โทษมีประสิทธิผล  ถ้ามันถูกกระทำในเวลาที่เหมาะสม  เมื่อพฤติกรรมที่พึงปรารถนาเกิดขึ้น)

2. In the first paragraph, “consistency” refers to __________________________________.

(ในพารากราฟแรก,  “ความสม่ำเสมอ, ความคงเส้นคงวา, ความคงที่, ความเหนียวแน่น, ความยึดมั่น)”  หมายถึง ___________________)

    (a) intrusion    (การล่วงล้ำ, การบุกรุก, การก้าวก่าย, การผลักดัน)

    (b) dissemination    (การแพร่กระจาย, การเผยแพร่, การทำให้กระจัดกระจาย)

    (c) ) collaboration    (ความร่วมมือ) 

    (d) superstition    (การเชื่อโชคเชื่อลาง, การเชื่อเรื่องไสยศาสตร์, การเชื่อเรื่องงมงาย, การเชื่อผีถือสาง)   

    (e) integrity   (อิน-เท้ก-กริ-ที่)  (๑. ความซื่อสัตย์, การยึดถือหลักคุณธรรม,  ๒. ความสมบูรณ์, ความมั่นคง,

         ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน) 

    (f) inadvertence    (การขาดความสนใจ, ความไม่ตั้งใจ, ความเลินเล่อ, ความประมาท) 

    (g) congruity    (ความสอดคล้องกัน, ความลงรอยกัน, ความเหมาะสม, การทับกันสนิท)  (“ความสอด

          คล้องกัน”  หมายถึง  “ความสม่ำเสมอ, ความคงเส้นคงวา”  ซึ่งก็คือ  การลงโทษทุกครั้งเมื่อมี

          พฤติกรรมไม่ดีเกิดขึ้น)

3. If a dog develops a habit of constantly barking, the best treatment is to __________________.

(ถ้าสุนัขสร้างนิสัยของการเห่าตลอดเวลา (เป็นประจำ)  การปฏิบัติที่ดีที่สุด  คือการ _____________

_________)

    (a) spray water on its nose occasionally    (ฉีดน้ำที่จมูกของมันเป็นครั้งคราว)

    (b) punish it severely as soon as possible    (ลงโทษมันอย่างรุนแรง  เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้)

    (c) beat it ten to fifteen times to stop the barking    (ตีมัน ๑๐ – ๑๕ ครั้ง  เพื่อหยุดการเห่า)

    (d) spray water on its nose immediately and consistently    (ฉีดน้ำที่จมูกของมันในทันทีทันใด

           และอย่างสม่ำเสมอ)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “ดังนั้น  สุนัขซึ่งสร้างนิสัยของ

          การเห่าตลอดเวลา (อย่างสม่ำเสมอ)  สามารถถูกลงโทษอย่างมีประสิทธิผล (อย่างได้ผล) และ

          อย่างมีมนุษยธรรม  ถ้าน้ำได้รับการฉีดที่จมูกของมันในแต่ละครั้งที่มันเห่า”)

4. The word “suppresses” in paragraph 2 means ________________________________.

(คำว่า  “หยุดยั้ง, ระงับ, ขจัด, เลิก, ปราบ, ปราบปราม, ห้าม, ขยี้, ทำลาย”  ในพารากราฟ ๒ หมายถึง _

__________________)

    (a) interrogates    (สอบถาม, ซักถาม) 

    (b) emulates    (เอ๊ม-มิว-เลท)  (เอาอย่าง, พยายามเลียนแบบ, พยายามจะทำให้เท่าเทียมหรือดีกว่า) 

    (c) contradicts    (คอน-ทระ-ดิ๊คท)  (.โต้แย้ง, กล่าวแย้ง, เถียง, ๒. ปฏิเสธ)  

    (d) impoverishes    (อิม-พ้อฟ-เวอะ-ริช)  (ทำให้ยากจน, ทำให้เสื่อม, ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้มีคุณภาพเลว) 

    (e) elaborates    (อิ-แล้บ-เบอะ-เรท)  (พูดหรือบรรยายอย่างละเอียด, สาธยาย, เพิ่มรายละเอียด, วางแผน

         อย่างละเอียด, ทำอย่างประณีต, ประดิษฐ์อย่างประณีต)  (เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  ประณีต,

         ซับซ้อน”) 

    (f) inhibits    (อิน-ฮิ้บ-บิท)  (ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม, ขัดขวาง)

    (g) torture    (ท้อร์-เช่อะ)  (ทรมาน, ทำให้เกิดความเจ็บกายหรือใจ, บิดหรืองอ)  (เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  

          “การทรมาน, การทำให้เกิดความเจ็บปวด, ความเจ็บปวด, ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส”) 

5. It is true that the childhood threat mentioned in the passage is _____________________.

(มันเป็นความจริงว่า  การขู่ (เด็ก) ในวัยเด็ก  ที่ถูกเอ่ยถึงในบทความ ____________________)

    (a) effective because fathers are ogres    (มีประสิทธิผล  เพราะว่าพ่อหลายคนเป็นยักษ์ในเทพนิยาย)

    (b) not effective because punishment is applied too late    (ไม่มีประสิทธิผล  เพราะว่าการลง

          โทษถูกใช้ (กระทำ) ช้าเกินไป)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๒ กล่าวว่า  “ในทำนองเดียว

          กัน (กับการลงโทษสุนัขช้าเกินไป – ในประโยคก่อนประโยคสุดท้าย) การขู่ (เด็ก) ในวัยเด็ก  ที่

          ได้ยินกันเป็นธรรมดาสามัญ (ทั่วไป) ว่า  “ให้รอจนพ่อของเธอกลับบ้านก่อน  แล้วเธอจะต้องเสีย

          ใจ” (หมายถึง  ขู่เด็กที่ประพฤติไม่ดีว่า  รอให้พ่อเด็กกลับมาบ้านก่อนเถอะ  แล้วเด็กจะโดนลง

          โทษ) จะทำให้พ่อ (ของเด็ก) เป็นยักษ์กินคนในเทพนิยาย (คือ  ดูเป็นคนใจคอโหดร้ายในสาย

          ตาของเด็ก)  มากกว่าที่จะเป็นการลงโทษอย่างมีประสิทธิผล (ได้ผล) แก่การตอบสนอง (หรือ 

          พฤติกรรมไม่ดี) ที่ไม่พึงปรารถนา”  ซึ่งเป็นการลงโทษเด็กที่ช้าเกินไป  เพราะต้องรอให้พ่อเด็ก

          กลับมาบ้านเสียก่อน)

    (c) not effective because punishment is applied too often    (ไม่มีประสิทธิผล  เพราะว่าการลงโทษถูก

          ใช้บ่อยเกินไป)

    (d) effective because children are afraid of their fathers    (มีประสิทธิผล  เพราะว่าเด็กๆ เกรงกลัวพ่อ

          ของตน)

6. The word “response” in the second paragraph is closest in meaning to ________________.

(คำว่า  “การตอบสนอง, การขานรับ, คำตอบ, การตอบ, การโต้ตอบ, ความรู้สึกตอบ”  ในพารากราฟ ๒ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

    (a) prognosis    (พรอก-โน้-ซิส)  (การทำนายอาการของโรค, การทำนาย, การคาดคะเน) 

    (b) condolence    (คัน-โด๊ล-เลิ่นซ)  (การแสดงความเสียใจด้วย, การปลอบโยน, การปลอบขวัญ) 

    (c) duress    (ดู-เรส)  (การบีบบังคับ, การข่มขู่, การทำให้สูญเสียอิสรภาพ, การกักกัน, การคุมขัง) 

    (d) fraud    (ฟร้อด)  (๑. การโกง, การหลอกลวง, การฉ้อฉล, การทุจริต, พฤฒิกรรมที่หลอกลวง, เล่ห์, ของ

          ปลอม,  ๒. ผู้หลอกลวง) 

    (e) reaction    (ปฏิกิริยา, การตอบสนอง, การโต้ตอบ, ปฏิกิริยาทางเคมี, พวกหัวเก่า)

    (f) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึกโครม,

          ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

    (g) testimony    (คำให้การ, หลักฐาน, พยาน, การยืนยันโดยการสาบานตัว, การแถลงโดยเปิดเผย) 

7. The phrase “to make father an ogre” in paragraph 2 infers that the ________________.

(วลี  “ทำให้พ่อเป็นยักษ์กินคนในเทพนิยาย”  ในพารากราฟ ๒ สรุปว่า __________________)

    (a) father has power over the child    (พ่อมีอำนาจเหนือลูก)

    (b) father will certainly punish the child    (พ่อจะลงโทษลูกอย่างแน่นอน)

    (c) child will have a negative image of his father    (เด็กจะมีภาพลักษณ์ที่เป็นลบต่อพ่อของตน

          (เนื่องจากเด็กถูกขู่ว่า  “รอให้พ่อเธอกลับมาบ้านก่อน  แล้วเธอจะต้องเสียใจ”  หมายถึง  จะถูก

          พ่อลงโทษเพราะพฤติกรรมไม่ดีของเด็กเอง  ซึ่งอาจทำให้พ่อมีภาพลักษณ์เป็นยักษ์มารดุร้าย 

          ที่คอยแต่จะลงโทษลูกเมื่อทำผิด  -  ดูจากข้อความในประโยคที่มีวลีข้างต้น)

    (d) child will run away when his father comes toward him    (ลูกจะวิ่งหนีเมื่อพ่อของเขาเข้ามาหา)

8. The word “undesirable” in paragraph 2 can be best replaced by _____________________.

(คำว่า  “ไม่พึงปรารถนา, ไม่เป็นที่ต้องการ, ไม่ดี”  ในพารากราฟ ๒ สามารถแทนดีที่สุดโดย ________

__________)

    (a) incoherent    (อิน-โค-เฮี้ย-เริ่นท)  (ไม่ปะติดปะต่อ, ไม่ต่อเนื่อง, ไม่สัมพันธ์กัน, ไม่เข้ากัน, ไม่เกาะติดกัน) 

    (b) prestigious    (เพรส-ทิ้จ (หรือ ที้) -เจิส)  (มีชื่อเสียง, มีเกียรติ, เป็นที่เคารพนับถือ) 

    (c) innocuous    (อิน-น้อค-คิว-เอิส)  (ไม่มีอันตราย, ไม่เป็นภัย, ไม่เป็นพิษ, ไม่น่ากลัว, ซ้ำซาก, น่าเบื่อหน่าย,

          ไม่กระตุ้น, ขาดรสชาติ)

    (d) flamboyant    (แฟลม-บ๊อย-เอิ้นท)  (หรูหรา, สวยหรู, มีสีสัน, ฉูดฉาด, โอ่อ่า, ขี้โอ่) 

    (e) gratuitous    (กระ-ทู้-อิ-ทัส)  (ฟรี, ให้เปล่า, ไม่สำคัญ)

    (f) unwelcome    (ไม่พึงปรารถนา, ไม่อยากพบอยากเจอ, ไม่เป็นที่ต้อนรับ)

    (g) moribund    (ม้อ-ริ-บันด)  (ใกล้ตาย, จวนตาย, ร่อแร่, จวนจะสูญพันธุ์, จวนจะหมด, ไม่เจริญ, อยู่กับที่)

9. The word it in the third paragraph refers to __________________________________.

(คำว่า “มัน” ในพารากราฟ ๓ หมายถึง ______________________________________)

    (a) a finger    (นิ้วมือ)

    (b) a light socket    (รูเสียบของปลั๊กไฟตัวเมีย)

    (c) putting a finger in a light socket    (การแหย่นิ้วเข้าไปในรูเสียบของปลั๊กไฟตัวเมีย)  (ดูจากประ

          โยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๓ ที่กล่าวว่า  “ถ้าเด็กคนหนึ่งแหย่นิ้วมือเข้าไปในรูปลั๊กไฟตัวเมีย และ

          ถูกไฟดูด  นั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เด็กได้เคยทดลอง มัน (คือ การแหย่นิ้วมือฯ) (เพราะเข็ด

          หลาบจากการโดนไฟดูด))

    (d) getting a shock from a light socket    (ถูกไฟดูดจากรูเสียบของปลั๊กไฟตัวเมีย)

10. The word “reinforced” in paragraph 3 means ________________________________.

(คำว่า  “เพิ่มกำลังใหม่, เพิ่มความรุนแรง, เสริมกำลัง, สนับสนุน, ทำให้แข็งแรง, เพิ่ม, เสริม”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึง __________________)

      (a) stopped    (ทำให้หยุด, หยุด)

      (b) suppressed    (หยุดยั้ง, ระงับ, ขจัด, เลิก, ปราบ, ปราบปราม, ห้าม, ขยี้, ทำลาย)

      (c) discovered    (ค้นพบ, พบ, เจอ)

      (d) inferred     (สรุป, ลงความเห็น, อนุมาน, ส่อให้เห็น, ชี้ให้เห็นว่า, แนะนำ)

      (e) belittled    (ทำให้ดูด้อยค่า, ทำให้ความสำคัญลดลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม)

      (f) supported    (สนับสนุน (หมายถึง  มีพฤติกรรมไม่ดีเกิดซ้ำขึ้นมาอีก), หนุน, อุดหนุน, ค้ำ,

           จุน, ยัน)

      (g) accelerated    (เร่งความเร็ว, ทำให้เร็วขึ้น, เร่งรัดให้เร็วขึ้น)

11. The word “sneaks” in paragraph 3 refers to ____________________________________.

(คำว่า  “ขโมย, ลัก, เดินลับๆ ล่อๆ, ทำลับๆ ล่อๆ, เดินหลบ, แอบ, ดอด”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึง ____

_______________)

      (a) eats    (กิน)

      (b) tries    (พยายาม, ทดลอง)

      (c) refuses    (ปฏิเสธ)

      (d) nurtures    (เน้อร์-เชอะ)  (สนับสนุน, เลี้ยง, บำรุง, ถนอม, ทะนุถนอม, ฝึกฝน, ให้การศึกษา, อาหาร,

            เครื่องบำรุง, การบำรุง)

      (e) steals    (ขโมย, ลัก)

      (f) tortures    (ทรมาน, ทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่กายและจิตใจ, บิดหรืองอ, การทรมาน, ความเจ็บปวด,

            ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส)

      (g) facilitates    (ทำให้ง่ายหรือสะดวกขึ้น)    

12. According to the passage, undesired behavior can be prevented from continuing by means of __

_________________.

(ตามที่บทความนี้กล่าว,  พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์สามารถได้รับการป้องกันมิให้ดำเนินต่อไป  โดยวิธี

__________________)

      (a) a threat    (การข่มขู่, การขู่เข็ญ, การคุกคาม, ภัยคุกคาม, อันตราย)

      (b) mild punishment    (การลงโทษแบบไม่รุนแรง)

      (c) severe punishment    (การลงโทษอย่างรุนแรง)  (ประโยคแรกของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า 

            “การลงโทษอย่างรุนแรงสามารถมีประสิทธิผล (ได้ผล) อย่างยิ่ง  ในการหยุดพฤติกรรม (ไม่ดี))

      (d) occasional reinforcement    (การเสริมกำลังเป็นครั้งคราว)

13. The word “snack” in the final paragraph could be replaced by _______________________.

(คำว่า  “อาหารว่าง, อาหารเบาๆ, ขนมขบเคี้ยว”  ในพารากราฟสุดท้าย  สามารถแทนโดย ________

____________)

      (a) negotiation    (การเจรจา)

      (b) conflict    (การต่อสู้, การขัดแย้ง, การทะเลาะ, การสู้รบ, สงคราม, การเป็นปรปักษ์)

      (c) interaction    (ปฏิสัมพันธ์, การมีความสัมพันธ์หรือกิจกรรมร่วมกัน)

      (d) beverage    (เครื่องดื่ม)

      (e) knack    (ความชำนาญพิเศษ, ความสามารถพิเศษ, ความคล่องแคล่วพิเศษ, ฝีมือที่ยอดเยี่ยม)

      (f) conspiracy    (การสมคบคิดกันกระทำความผิด, การสมรู้ร่วมคิดกันทำความชั่ว)

      (g) collation    (โค-เล้-ชั่น)  (อาหารว่าง, อาหารว่างในระหว่างถือศีล, การตรวจเทียบ, การตรวจทาน,

            การอ่านเรื่องนักบุญให้ฟังกัน)

      

(คำแปล)

การลงโทษในฐานะวิธีการหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนา

 

            ผู้คนจำนวนมากสันนิษฐาน (นึกเอา, สมมติ, เข้ารับตำแหน่ง) (assume) ว่า  การลงโทษหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนา (undesired behavior),  สิ่งนี้เป็นความจริงเสมอไปหรือไม่นักจิตวิทยา (Psychologists) ได้เรียนรู้ (ศึกษา, รู้มาว่า, ได้ข่าวมาว่า) (learned) ว่า  ผลกระทบ (อิทธิพล, อำ นาจ, ประสิทธิภาพ, ทรัพย์สิน) (effect) ของการลงโทษขึ้นอยู่อย่างสำคัญ (depends greatly) กับการเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด (จังหวะเวลา, การจับเวลา, การคำนวณเวลา, การควบคุมจังหวะ) (timing),  ความสม่ำเสมอ (ความคงเส้นคงวา, ความคงที่, ความเหนียวแน่น, ความยึดมั่น) (consistency)   และความเข้มข้น (การเอาจริงเอาจัง, ความรุนแรง, ความเร่าร้อน, ความหนาแน่น) (intensity)

            การลงโทษหยุดยั้ง (ระงับ, ขจัด, เลิก, ปราบ, ปราบปราม, ห้าม, ขยี้, ทำลาย)  (suppresses) พฤติกรรมได้ดีที่สุด  เมื่อ (๑) มัน (การลงโทษ) เกิดขึ้น (occurs) ในขณะที่ (as) การตอบสนอง (การขานรับ, คำตอบ, การตอบ, การโต้ตอบ, ความรู้สึกตอบ) (response) (หมายถึง  พฤติกรรมไม่ดี) กำลังเกิดขึ้น (is being made)  หรือในทันทีทันใดหลังจากนั้น (immediately afterward) (คือ  เรื่องของจังหวะเวลาหรือการเลือกเวลา – การลงโทษ) (timing)  และเมื่อ (๒) มัน (การลงโทษ) มีขึ้นในแต่ละครั้ง (each time) ที่การตอบสนอง (response) (หมายถึง  พฤติกรรมไม่ดี) เกิดขึ้น (คือ  ความสม่ำเสมอ –  ของการลงโทษ) (consistency)  ดังนั้น  สุนัขซึ่งสร้างนิสัย (developed a habit) ของการเห่า (barking) ตลอดเวลา (อย่างสม่ำเสมอ, เป็นประจำ(constantly)  สามารถถูกลงโทษอย่างมีประสิทธิผล (อย่างได้ผล) (effectively) และอย่างมีมนุษยธรรม (humanely)  ถ้าน้ำได้รับการฉีด (พ่น, พรม, โปรย) (sprayed) ที่จมูกของมัน ในแต่ละครั้งที่มันเห่า (barks),  โดยการปฏิบัติดังกล่าว (such treatments) (หมายถึง  ฉีดหรือพ่นน้ำที่จมูกหมา) จำนวน ๑๐ – ๑๕ ครั้ง  โดยปกติแล้ว  (usually) เพียงพอที่จะลดการเห่า (ของสุนัข) อย่างสำคัญ (greatly reduce barking)  (แต่) สิ่งนี้มิใช่ในกรณี (ตามที่กล่าวมา) (This would not be the case)  ถ้าการลงโทษถูกใช้ (ประยุกต์, ใช้เป็นประโยชน์, สมัคร) (applied) เป็นบางโอกาส (เป็นครั้งคราว) (occasionally) (คือ ไม่สม่ำเสมอ)  หรือภายหลังจากการเห่าหยุดไปแล้วเป็นเวลานาน (long after the barking stopped),  โดยถ้าคุณค้นพบ (พบ, มองออก, เปิดเผย) (discover) ว่าสุนัขของคุณขุดคุ้ย (dug up) แปลงดอกไม้ (flower bed) ของคุณในขณะคุณไม่อยู่บ้าน (while you were gone)  ทั้งนี้  มันจะได้ผล (มีประโยชน์) เพียงนิดหน่อย (it will do little good) ที่จะลงโทษมันอีกหลายชั่วโมงต่อมา (hours later),  ในทำนองเดียวกัน (Likewise) การขู่ (เด็ก) ในวัยเด็ก (childhood threat)  ที่ได้ยินกันเป็นธรรมดาสามัญ (ทั่วไป) (commonly heard) ว่า  “ให้รอจนพ่อของเธอกลับบ้านก่อน  แล้วเธอจะต้องเสียใจ” (หมายถึง  ขู่เด็กที่ประพฤติไม่ดีว่า  รอให้พ่อเด็กกลับมาบ้านก่อนเถอะ  แล้วเด็กจะโดนลงโทษ) จะทำให้พ่อ (ของเด็ก) เป็นยักษ์กินคนในเทพนิยาย (make father an ogre) (คือ  ดูเป็นคนดุร้ายในสายตาของเด็ก – เป็นการเปรียบเทียบ)  มากกว่าที่จะเป็นการลงโทษอย่างมีประสิทธิผล (ได้ผล) แก่การตอบสนอง (คือ พฤติกรรมไม่ดี) ที่ไม่พึงปรารถนา (undesirable response)

            การลงโทษอย่างรุนแรง (Severe punishment) สามารถมีประสิทธิผล (ได้ผล) อย่างยิ่ง (extremely effective) ในการหยุดพฤติกรรม (ไม่ดี),  โดยถ้าเด็กคนหนึ่งแหย่นิ้วมือ (sticks a finger) เข้าไปในรูปลั๊กไฟตัวเมีย (light socket) และถูกไฟดูด (gets a shock)  นั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย (last time) ที่เด็กได้เคยทดลอง (try) มัน (คือ การแหย่นิ้วมือฯ) (เพราะเข็ดหลาบจากการโดนไฟดูด),  บ่อยยิ่งกว่านั้น (More often), อย่างไรก็ตาม, การลงโทษหยุดยั้ง (suppresses) การตอบสนอง (response) (หมายถึง  พฤติกรรมไม่ดี) แต่เพียงชั่วคราวเท่านั้น (only temporarily),  โดยถ้าการตอบสนอง (คือ พฤติกรรมไม่ดี) ยังคงถูกเพิ่มกำลังใหม่ (เพิ่มความรุนแรง, ถูกทำซำ้, เสริมกำลัง, สนับสนุน, ทำให้แข็งแรง, เพิ่ม, เสริม) (reinforced)  การลงโทษก็อาจจะไม่มีประสิทธิผลเป็นพิเศษ (particularly ineffective),  ทั้งนี้  การตอบสนอง (พฤติกรรมไม่ดี)  ซึ่งถูกหยุดยั้ง (ระงับ) (suppressed) โดยการลง โทษที่ไม่รุนแรง (เบา, อ่อน, อ่อนโยน, ไม่มากเกินไป, ไม่ฉุน, ไม่เผ็ด) (mild)  ปกติแล้วจะปรากฏขึ้นอีก (ปรากฏซ้ำ) (reappear) ในเวลาต่อมา (later),  โดยถ้าเด็กคนหนึ่งขโมย (ลัก, เดินลับๆ ล่อๆ, ทำลับๆ ล่อๆ, เดินหลบ, แอบ, ดอด) (sneaks) อาหารว่าง (อาหารเบาๆ, ขนมขบเคี้ยว) (snack) จากตู้เย็น (refrigerator) ก่อน (กิน) อาหารเย็น  และถูกลงโทษในเรื่องนี้  เด็กอาจจะไม่กิน (ไม่แตะต้อง) (pass up) อาหารว่างเป็นเวลาสั้นๆ (ชั่วเวลาหนึ่ง) (a short time)  แต่เนื่องจากการขโมยอาหารว่าง (snack sneaking)  ได้รับผลตอบแทน (ได้รับรางวัล, ได้รับชดเชย) (was rewarded) ด้วยเช่นกันโดยอาหารว่างที่ถูกขโมยมา (sneaked snack) (หมายถึง  ได้ขนมที่ขโมยมาเป็นสิ่งตอบแทนหรือรางวัล)  เด็ก (ที่ขโมยขนม) อาจจะลอง (try) รับประทานอาหารว่าง (snacking) แบบลับๆ ล่อๆ (ไม่เปิดเผย, ซ่อนเร้นอยู่ในใจ, ขี้โกง, หลอกลวง) (sneaky) (หมายถึง  การขโมยกิน) อีกครั้งหนึ่งในเวลาต่อมา (sometime later) (หมายถึง  เด็กอาจขโมยขนมกินอีกครั้งเพราะติดใจ  เนื่องจากการลงโทษฐานขโมยไม่รุนแรง,  โดย ๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟนี้เป็นการเล่นคำ ๒ คำ คือ “Sneak” และ “Snack”  เช่น  “Snack sneaking (การลัักขโมยอาหารว่าง),”  “Sneaked snack (อาหารว่างซึ่งถูกขโมย),”  และ  "Sneaky snacking (การกินอาหารว่างอย่่างลับๆ ล่อๆ  ซึ่งหมายถึงการขโมยกิน)”)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป