หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 25)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)

 

What Airline Crews Do during Flights?

 

          It’s easy enough to calculate the number of air miles between Frankfurt and Los Angeles.  But how many miles does a flight attendant cover on that route?  Ten?  Perhaps even fifteen?  No one knows exactly.  But in the course of an eleven-hour nonstop flight, during which the cabin crew provides continual passenger service, the miles certainly mount up.

          Today, flights covering thousands of kilometers are daily routine.  And with the new, more powerful, long-haul aircraft, an increasing number of routes can be flown nonstop.  This puts an additional burden on the crew.

          Working conditions for cabin crews are regulated by collective agreements to ensure that they remain in top form and do not suffer from fatigue while on duty.  After all, the job of flight attendants is not only to make passengers feel comfortable on board, but also to ensure optimal safety at all times.  Official regulations stipulate that for every 50 seats on an aircraft there must be one flight attendant.

          When the cabin crew has finished serving the meal, the flight attendants finally have time to take a break.  But what about the pilots?  During take-off and the initial climb they are fully occupied with flying the aircraft, maintaining contact with air traffic control and monitoring the flight plan.  But once the aircraft has reached cruising altitude, a relatively quiet phase begins for the pilots.  Aviation authorities stipulate that pilots must take short rest periods on flights lasting more than twelve hours.  To enable them to do so, a third pilot, a Senior First officer with a special license, must be on board.  He replaces the captain and co-pilot, alternately.  This ensures that the cockpit is always manned by two well-rested pilots, who can then concentrate their attention on the descent and landing.

 

1. How long does it take to fly from Frankfurt to Los Angeles?

(มันใช้เวลานานเท่าใด  ที่จะบินจากแฟรงเฟิร์ตไปลอสแองเจลีส)

    (a) Ten hours.    (๑๐ ชั่วโมง)

    (b) Eleven hours.    (๑๑ ชั่วโมง)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟแรกกล่าวว่า  “แต่ในเส้นทางของ

          การบินแบบไม่แวะจอด ๑๑ ชั่วโมง  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกเรือบนเครื่องให้บริการแก่ผู้โดยสารอย่าง

          ต่อเนื่อง.....................”  ซึ่งหมายถึง  ระยะเวลาบินระหว่าง ๒ เมืองดังกล่าว)

    (c) Twelve hours.    (๑๒ ชั่วโมง)

    (d) Fifteen hours.    (๑๕ ชั่วโมง)

2. In the first paragraph, “attendant” means ______________________________________.

(ในพารากราฟแรก  “ผู้ให้บริการ, ผู้รับใช้, ผู้ดูแล, ผู้ปรนนิบัติ, ผู้เข้าร่วมประชุม”  หมายถึง ________

___________)

    (a) participator    (ผู้ร่วมกระทำ, ผู้มีส่วนร่วม, ผู้เข้าร่วม, ผู้ร่วมมือ)

    (b) technician    (เจ้าหน้าที่เทคนิค, ช่าง, ผู้ชำนาญในวิชาหนึ่งเฉพาะ)

    (c) porter    (คนขนของ)

    (d) mechanic    (ช่างเครื่องยนต์)

    (e) passenger    (ผู้โดยสาร)

    (f) steward or stewardess    (เจ้าหน้าที่ชายหรือหญิงที่บริการในเครื่องบินโดยสาร เรือโดยสาร หรือ

         รถไฟ, เจ้าหน้าที่จัดการอาหารของโรงแรม โรงพยาบาล ฯลฯ, ผู้พิทักษ์ทรัพย์สินของผู้อื่น, มหาด

          เล็ก, พ่อบ้าน)

    (g) workman    (คนงาน)

3. What necessitates extra work for the crew?

(อะไรทำให้งานพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น (หลีกเลี่ยงไม่ได้) สำหรับลูกเรือ – บนเครื่องบิน)

    (a) Increased flying distances.    (ระยะทางที่เพิ่มขึ้น)

    (b) Increased number of routes.    (จำนวนเส้นทางที่เพิ่มขึ้น)

    (c) Aviation regulations.    (กฎข้อบังคับการบิน)

    (d) Long nonstop flights.    (การบินแบบไม่แวะจอดที่ยาวนาน)  (ประโยคสุดท้ายของพารากราฟ

          แรกกล่าวว่า  “แต่ในเส้นทางของการบินแบบไม่แวะจอด ๑๑ ชั่วโมง  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกเรือ

          บนเครื่องให้บริการแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง.....................”  ซึ่งหมายถึง  ลูกเรือต้องทำงาน

          หนักขึ้นในการให้บริการผู้โดยสาร  ในเที่ยวบินที่บินยาวแบบไม่แวะจอดที่ใดนั่นเอง)

4. The word “crew” in paragraph 1 refers to _______________________________________.

(คำว่า  “ลูกเรือบนเครื่องบินหรือเรือโดยสาร, พวกลูกเรือ, กลุ่มคน, บรรดาเพื่อนร่วมงาน, หน่วยทหารติดอาวุธ”  ในพารากราฟแรก  หมายถึง _____________________)

    (a) remorse     (ความสำนึกผิด, ความเสียใจอย่างมากต่อความผิดที่ได้กระทำไป, ความเห็นอกเห็นใจ)

    (b) equanimity   (ความใจเย็น, ความสงบใจ, ความมีอารมณ์เย็น, ความสมดุลของใจ)

    (c) vendetta   (เวน-เด๊ท-ท่ะ)  (ความอาฆาตแค้นส่วนตัวหรือระหว่างตระกูล, ความพยาบาทอันยาวนาน)

    (d) massacre   (แมส-ซะ-เค่อะ)  (การสังหารหมู่)

    (e) a group of people working on and operating an aircraft    (กลุ่มคนที่ทำงานบน และควบคุม

         เครื่องบิน)

    (f) compliance   (การยินยอม, การทำตาม, การยอมให้, การอ่อนข้อให้, การร่วม มือ, การเชื่อฟัง)

5. The word “burden” in paragraph 2 is closest in meaning to _________________________.

(คำว่า  “ภาระ, ภาระหน้าที่, ความยากลำบาก, น้ำหนักที่แบก, ระวาง”  ในพารากราฟ ๒ ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ___________________)

    (a) compromise    (ค้อม-พระ-ไมซ)  (การประนีประนอม, การยอมรับ, การยอมอ่อนข้อแก่กัน, การตกลงกันได้,

          สิ่งที่อยู่ระหว่างกลาง, ประนีประนอม, ยอม, พัวพัน, อ่อนข้อให้อย่างเสียเกียรติ)

    (b) damage    (ความเสียหาย, ค่าเสียหาย, ทำให้เสียหาย)

    (c) prohibition    (การห้าม, ข้อห้าม, คำสั่งห้าม, ข้อละเว้น, การห้ามผลิตและขายสุรา)

    (d) obligation    (ภาระหน้าที่, หน้าที่, พันธะ, ข้อผูกพัน, ความจำเป็น, เกณฑ์, หนี้, การบังคับ, บุญ

          คุณ, ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ)

    (e) ultimatum    (คำขาด, คำสุดท้าย, ข้อสรุป)

    (f) severity    (ความรุนแรง, ความเข้มงวดกวดขัน,ความเคร่ง, การเอาจริงเอาจัง)

6. When can the pilots relax during the flight?

(นักบินสามารถผ่อนคลายพักผ่อนหย่อนใจในระหว่างการบิน เมื่อใด)

    (a) While taking off.    (ในขณะกำลังบินขึ้น)

    (b) While landing.    (ในขณะกำลังร่อนลงจอด)

    (c) While cruising.    (ในขณะกำลังบินอย่างสม่ำเสมอ  หรือบินด้วยความเร็วคงที่)  (ประโยคที่ ๔

          ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “แต่ในทันทีที่เครื่องบินได้ขึ้นสู่ความสูงซึ่ง (เครื่องบิน) บินอย่าง

          สม่ำเสมอ (บินด้วยความเร็วคงที่)  ช่วงเวลาที่ค่อนข้างเงียบสงบก็ได้เริ่มต้นขึ้นสำหรับนักบิน” 

          ซึ่งหมายถึง  นักบินจะเริ่มมีเวลาพักในช่วงที่เครื่องบินแล่นด้วยความเร็วคงที่ในอากาศ)

    (d) While climbing.    (ในขณะกำลังบินไต่เพดาน)

7. The word “regulated” in the third paragraph refers to _______________________________.

(คำว่า  “ควบคุม, กำหนด, บัญญัติ, วางระเบียบ, ดูแล, ปรับ, ทำให้เป็นระเบียบ”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึง ___________________)

    (a) stabilized    (ทำให้มีเสถียรภาพ, ทำให้มั่นคง)

    (b) altered    (เปลี่ยนแปลง, ผันแปร, แก้ไข, ดัดแปลง)

    (c) ratified    (ให้สัตยาบัน, รับรอง)

    (d) approved    (อะ-พรูฟว)  (ให้สัตยาบัน, เห็นด้วย, ยืนยันด้วย, พอใจ)

    (e) determined    (กำหนด, ตกลงใจ, ตัดสินใจ, ตั้งใจ, ยุติ, ทำให้สิ้นสุด)

    (f) promulgated    (พร้อม-เมิล-เกท หรือ โพร-มั้ล-เกท)  (ประกาศใช้เป็นกฎหมาย, ประกาศอย่างเป็นทางการ,

         เผยแพร่, สอน)

8. In paragraph 3, “fatigue” can be best replaced by ________________________________.

(ในพารากราฟ ๓,  “ความเหน็ดเหนื่อย, ความเพลีย, ความเมื่อยล้า, งานหนัก, งานกรรมกร, งานที่ใช้แรง”  สามารถแทนดีที่สุดโดย ______________________)

    (a) reprimand    (การประณาม, การกล่าวหาอย่างรุนแรง, ประณาม, กล่าวหาอย่างรุนแรง)

    (b) ecstasy    (เอ๊ค-สทะ-ซี่)  (ความดีใจอย่างเหลือล้น, ความปิติยินดีอย่างเหลือล้น, ความปลาบปลื้ม-ปิติสุข,

          ความเคลิบเคลิ้ม)

    (c) atrocity    (อะ-ทรอส-ซิ-ที่)  (ความโหดร้าย, ความชั่วร้าย, ความน่ากลัว, ความดุร้าย, สิ่งชั่วร้าย, การกระทำ

          ที่ชั่วร้าย)

    (d) proliferation    (การแพร่หลาย, การเผยแพร่, การเพิ่มทวี. การขยาย, การงอก, การแพร่พันธุ์)

    (e) melancholy    (เม้ล-เลิน-คอล-ลี่)  (ภาวะจิตใจหดหู่, ใจคอเหี่ยวแห้ง, อาการครุ่นคิดมาก)  (เมื่อเป็นคำ

          คุณศัพท์  หมายถึง  “หดหู่, ซึมเศร้า, สลดใจ, ซึ่งทำให้สลดใจ”) 

    (f) exhaustion    (เอก-ซ้อส-ชั่น)  (ความเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนเพลียที่สุด, การหมดกำลัง, การใช้กำ

          ลังหมด, การทำให้หมด, การสูบหรือดูดออกหมด, ไอเสีย)

    (g) mortality    (การตาย)

9. What would be the best title for the passage?

(ชื่อเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบทความนี้คืออะไร)

    (a) A Nonstop Flight from Frankfurt to Los Angeles    (การบินแบบไม่แวะหยุดจากแฟรงเฟิร์ตถึงลอส

          แองเจลีส)

    (b) A Pilot’s Duties during Flights    (หน้าที่ของนักบินระหว่างการบิน)  (ส่วนใหญ่ของบทความ 

          คือ  ในพารากราฟสุดท้าย  กล่าวถึงหน้าที่ของนักบินที่ทำการบินในระยะไกลแบบไม่แวะหยุดระ

          หว่างทาง  ซึ่งเป็นชื่อเรื่องที่เหมาะสมกว่าคำตอบในอีก ๓ ข้อที่เหลือ)

    (c) Safety and Comfort for Airline Passengers    (ความปลอดภัยและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร

          สายการบิน)

    (d) Rests for Airline Crews    (การพักผ่อนสำหรับลูกเรือสายการบิน)

10. What does “stipulate” in paragraph 3 mean?

(“กำหนด, ระบุ, วางเงื่อนไข, สัญญา, รับรอง”  ในพารากราฟ ๓ หมายถึงอะไร)

      (a) deplete    (ดิ-พลี้ท)  (ใช้หมดไป, ทำให้หมดสิ้นหรือน้อยลงมาก, ทำให้สูญเสีย, ทำให้ว่างเปล่า, ถ่ายทิ้ง,

            เททิ้ง)

      (b) inundate    (อิ๊น-อัน-เดท)  (ท่วม, ไหลบ่า, ทำให้เต็มไปด้วย) 

      (c) debilitate    (ดิ-บิ๊ล-ลิ-เทท)  (ทำให้อ่อนแอลง, ทำให้ทรุดโทรม, ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้อ่อนเพลีย)

      (d) flabbergast    (แฟล้บ-เบอะ-แกสท)  (ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกตะลึง) 

      (e) specify    (ระบุ, ระบุรายละเอียด, กำหนด, กำหนดรายละเอียด, ระบุชื่อ, อธิบายอย่างละเอียด)

      (f) deride    (ดิ-ไร้ด)  (หัวเราะเยาะ, ดูถูก, เยาะเย้ย, เหยียดหยาม, เย้ยหยัน) 

       (g) elaborate    (อิ-แล้บ-เบอะ-เรท)  (สาธยาย, บรรยายอย่างละเอียด, วางแผนอย่างละเอียด, ทำอย่างประ

             ณีต, เพิ่มรายละเอียด, ต่อเติมให้ละเอียด)

      (h) reiterate   (รี-อิ๊ท-เทอะ-เร้ท)  (กล่าวซ้ำ, ทำซ้ำ)

11. What does “This” in the fourth paragraph refer to?

(“สิ่งนี้”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึงอะไร)

      (a) The duty of the three pilots.    (หน้าที่ของนักบินทั้ง ๓ คน)

      (b) The aircraft’s cruising altitude.    (ความสูงซึ่งบินอย่างสม่ำเสมอ (บินด้วยความเร็วคงที่) ของเครื่องบิน)

      (c) A short break for the pilots.    (การพักสั้นๆ สำหรับนักบิน)

      (d) The pilot’s replacement by a Senior First Officer.    (การทำหน้าที่แทนของนักบินโดย 

             Senior First Officer)  (ดูจาก ๒ ประโยคที่อยู่ข้างหน้า  “This”  ซึ่งกล่าวว่า  “เพื่อทำให้นักบิน

             สามารถทำเช่นนั้นได้  นักบินที่ ๓, ซึ่งเรียกว่า “Senior First officer” ที่มีใบอนุญาตพิเศษ, จะ

             ต้องอยู่บนเครื่องด้วย,  โดยเขาจะทำหน้าที่แทนนักบินที่ ๑ และนักบินผู้ช่วย  ในแบบสลับ

             กันไป)

12. In the fourth paragraph, “altitude” refers to _____________________________________.

(ในพารากราฟ ๔,  “ความสูง, ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล, ยอด, ที่สูง, เส้นดิ่ง, เบื้องบน”  หมายถึง ___

________________)

      (a) mountain peak    (ยอดเขา)

     (b) high sky    (ท้องฟ้าสูง)

      (c) destination    (จุดหมายปลายทาง)

      (d) equanimity    (อี-ควะ-นิ้ม-มิ-ที่)  (ความใจเย็น, ความสงบใจ, ความมีอารมณ์เย็น, ความสมดุลของใจ) 

      (e) height    (ไฮ้ท)  (ความสูง)

      (f) vainglory    (เว้น-โกล-รี่)  (การทะนงตัว-เย่อหยิ่ง-จองหอง-ผยองเกียรติ, ความเห่อ, คนเย่อหยิ่ง, คน

           ผยอง)

13. The word “Aviation” in the final paragraph is closest in meaning to ___________________.

(คำว่า  “การบิน, การขับเครื่องบิน”  ในพารากราฟสุดท้าย  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ _______

__________)

      (a) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึก

            โครม, ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม) 

      (b) abstention    {การงด (ออกเสียง), การละเว้น, การสละสิทธิ์}

      (c) entreaty    (เอน-ทรี้-ที่)  (การอ้อนวอน, การวิงวอน, การขอร้อง, คำขอร้อง-วิงวอน-อ้อนวอน)

      (d) flight    (การบิน, เที่ยวบิน, สายการบิน, ลักษณะการบิน, ความสามารถในการบิน, ฝูงบิน, ตาราง

            การบิน, กองบินน้อย, การบินย้ายถิ่นของนก)

      (e) aspersion    (อัส-เพ้อ-ซั่น หรือ ชั่น)  (การใส่ร้ายป้ายสี, การป้ายร้าย, ข้อกล่าวหา) 

      (f) apathy    (แอ๊พ-พะ-ธี่)  (ความไม่สนใจ, ความไม่เป็นห่วงกังวล, การไร้อารมณ์)

      (g) jeopardy    (เจ๊พ-เพอะ-ดี้)  (อันตราย, ภัย, การเสี่ยงอันตราย, การเสี่ยงต่อการถูกพบความผิด) 

14. Which of the following is true?

(สิ่งใดต่อไปนี้เป็นความจริงถูกต้อง)

      (a) Airline crews like comfort and luxuries.    (ลูกเรือสายการบินชอบความสะดวกสบายและความหรูหรา

            ฟุ่มเฟือย)  (ไม่จริง  เนื่องจากบทความมิได้กล่าวถึง)

      (b) Three pilots are always at the controls.    (นักบิน ๓ คนจะควบคุมเครื่องบินอยู่เสมอ)  (ไม่จริง  เพราะ

            จะมีการผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่)

      (c) Working conditions for airline crews are poor.    (สภาพการทำงานสำหรับลูกเรือสายการบินย่ำแย่-น่า

            สมเพช)  (ไม่จริง  เนื่องจากพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “ผู้มีอำนาจ (องค์กร) ด้านการบินกำหนดว่า  นัก

            บินจะต้องพักผ่อนช่วงเวลาสั้นๆ บนเที่ยวบินซึ่งกินเวลาเกินกว่า ๑๒ ชั่วโมง”)

      (d) Airline crews work so hard that they need some rest.    (ลูกเรือสายการบินทำงานหนัก

            มาก  จนกระทั่งพวกเขาต้องการการพักผ่อนบ้าง)  (สิ่งนี้เป็นความจริง  เนื่องจากลูกเรือบน

            เครื่องมีหน้าที่ต้องให้บริการแก่ผู้โดยสาร  ต้องทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสะดวกสบายและมีความ

            ปลอดภัยสูงสุดตลอดเวลา  โดยเฉพาะในเที่ยวบินที่บินระยะไกลแบบไม่แวะพักกลางทาง 

            ทำให้ลูกเรือต้องทำงานหนักขึ้น)         

15. The word “descent” in paragraph 4 means ____________________________________.

(คำว่า  “การลดระดับลง, การเคลื่อนต่ำลง, การตกลงมา, ทางลง, ทางลาด, สายโลหิต, การสืบเชื้อสาย”  ในพารากราฟ ๔ หมายถึง ___________________)

      (a) ascent    (การขึ้น, การขึ้นสู่ที่สูงกว่า (ตำแหน่ง, ฐานะ, ปริญญา ฯลฯ), วิถีทางที่ขึ้น)

      (b) discourse    (การพูดหรือเขียนที่ติดต่อกัน) 

      (c) procrastination    (โพร-แครส-ทิ-เน้-ชั่น)  (การผัดวันประกันพรุ่ง, การเลื่อน, การหน่วงเหนี่ยว, การทำให้

            ชักช้า) 

      (d) dissemination    (การแพร่กระจาย, การเผยแพร่, การทำให้กระจัดกระจาย)

      (e) intrusion     (การล่วงล้ำ, การบุกรุก, การก้าวก่าย, การผลักดันของแกสอันตราย)   

      (f) drop    (การลดต่ำลง, การเคลื่อนลงข้างล่าง, การตกลงมา, การหย่อนลงมาจากอากาศ, สิ่งที่

            ร่อนลงมาโดยร่มชูชีพ, หยด, หยาด, จำนวนเล็กน้อย, หยดยา)

      (g) felony    (เฟ้ล-ละ-นี่)  (ความผิดอาญาร้ายแรง  เช่น  ฆาตกรรม, วางเพลิง, ข่มขืน) 

 

(คำแปล)

ลูกเรือสายการบินทำอะไรในระหว่างการบิน

 

            มันง่ายเพียงพอที่จะคำนวณจำนวน (the number) ของระยะทางไมล์อากาศ (ไมล์การบิน) (air miles) ระหว่างแฟรงก์เฟิร์ตและลอสแองเจลีส  แต่ว่าผู้ให้บริการ (ผู้รับใช้, ผู้ดูแล, ผู้ปรนนิบัติ, ผู้เข้าร่วมประชุม) (attendant) ของสายการบิน (การบิน, เที่ยวบิน, ระยะทางที่บิน, ฝูงบิน, การหนี) (flight) ครอบคลุม (cover) จำนวนกี่ไมล์ในเส้นทาง (route) นั้น,  ๑๐ ไมล์ใช่ไหม ?  บางทีแม้กระทั่ง ๑๕ ไมล์ใช่ไหม ไม่มีใครรู้อย่างแท้จริง (อย่างแน่นอน) (exactly)  แต่ในเส้นทาง (วิถีทาง, แนวทางเดิน, ลำน้ำ, หลักสูตร, กระบวนวิชา, (อาหาร) จานหนึ่ง, การไล่ล่า) (course) ของการบินแบบไม่แวะจอด (ไม่หยุดพัก) (nonstop flight) ๑๑ ชั่วโมง  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกเรือบนเครื่อง (cabin crew) ให้บริการแก่ผู้โดยสาร (passenger service) อย่างต่อเนื่อง (continual),  (จำนวนแอร์) ไมล์ก็เพิ่มมากขึ้น (สะสมเพิ่ม) (mount up) อย่างแน่นอน (certainly)

            ปัจจุบัน (Today)  การบินซึ่งครอบคลุมระยะทางหลายพันกิโลเมตรเป็นกิจวัตร (งานประจำ, หน้าที่ประจำ, วิธีการประจำ) (routine) ประจำวัน (daily),  และด้วยเครื่องบิน (aircraft) รุ่นใหม่ซึ่งมีกำลังมากขึ้น (more powerful) และบินระยะทางไกล (บินระยะเวลานาน) (long-haul)  จำนวนเส้นทางที่สามารถบินได้โดยไม่ต้องแวะจอดก็เพิ่มมากขึ้น (increasing),  สิ่งนี้ทำให้มีภาระ (ภาระหน้าที่, ความยากลำบาก, น้ำหนักที่แบก, ระวาง) (burden) เพิ่มเติม (เพิ่มมากขึ้น) (additional) แก่ลูกเรือ

            สภาพ (สภาวะ, เงื่อนไข, ฐานะ) (conditions) การทำงานสำหรับลูกเรือบนเครื่อง (cabin crews) ถูกควบคุม (กำหนด, บัญญัติ, วางระเบียบ, ดูแล, ปรับ, ทำให้เป็นระเบียบ) (regulated) โดยข้อตกลงร่วมกัน (collective agreements) (ระหว่างนักบินและองค์กรควบคุมการบิน)  เพื่อทำให้มั่นใจ (ทำ ให้ปลอดภัย, ทำให้มั่นคง, รับรอง, ประกัน) (ensure) ว่าพวกเขา (ลูกเรือ) ยังคงอยู่ในความสามารถ (สภาพ, ลักษณะ, ระดับ, ขั้น, รูปแบบ, รูปร่าง, แบบแผน, แบบฟอร์ม) (form) สูงสุด (ยอดเยี่ยม, ดีเลิศ, บน, ยอด, ชั้นนำ, หัวหน้า) (top) (หมายถึง  ลูกเรือต้องอยู่ในสภาพดีเยี่ยม)  และมิได้รับความเดือดร้อน (ได้รับความทุกข์, ได้รับ, ประสบ) (suffer) จากความเหน็ดเหนื่อย (ความเพลีย, ความเมื่อยล้า, งานหนัก, งานกรรมกร, งานที่ใช้แรง) (fatigue) (ฟะ-ทิ้ก) ในขณะปฏิบัติหน้าที่ (while on duty)เหตุผลก็คือ (After all)  งานของผู้ให้บริการของสายการบิน  มิใช่แต่เพียงการทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบาย (สุขกายสุขใจ, พอเพียง) (comfortable) บนเครื่อง (on board) เท่านั้น  แต่ยัง (ต้อง) ทำให้มั่นใจ (รับรอง, ประกัน) (ensure) ความปลอดภัยสูงสุด  (optimal safety) ตลอดเวลา (at all times) (ของผู้โดยสาร) อีกด้วย,  ทั้งนี้  กฎข้อบังคับ (กฎเกณฑ์, ระเบียบ, การควบคุม, การดูแล, การปรับ) (regulations) เป็นทางการ (official)  กำหนด (ระบุ, วางเงื่อนไข, สัญญา, รับรอง) (stipulate) ว่า  สำหรับทุกๆ ๕๐ ที่นั่ง (seats) บนเครื่องบิน  จะต้องมีผู้ให้บริการของสายการบิน ๑ คน 

            เมื่อลูกเรือบนเครื่องได้เสิร์ฟอาหารเสร็จแล้ว  ผู้ให้บริการของสายการบินในที่สุดก็มีเวลาที่จะพัก (take a break) (ในหลายๆ สายการบิน  “Cabin crews”  และ  “Flight attendants”  เป็นคนกลุ่มเดียวกัน)  แต่นักบิน (pilots) ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง?,  ในระหว่างเครื่องบินขึ้น (take-off) และการบินไต่ระดับ (การปีน, การไต่) (climb) ขั้นเริ่มต้น (ตอนแรก, แรกเริ่ม, ดั้งเดิม, เบื้องแรก) (initial)  พวกเขา (นักบิน) จะหมกมุ่น (ยุ่งอยู่กับ, ใช้เวลากับ, ครอบครอง, ยึดครอง, ครอง, อาศัยอยู่) (occupied) อย่างเต็มที่กับการขับเครื่องบิน (flying the aircraft),  การดำรง (รักษา) (maintaining) การติดต่อ (contact) กับ (หอ) การควบคุม (การบังคับ) (control) การจราจรทางอากาศ  (air traffic) (หมายถึง  หอบังคับการบิน)  และการตรวจสอบ (ควบคุม, สังเกต) (monitoring) แผนการบิน (flight plan),  แต่ในทันทีที่ (once) เครื่องบินได้ขึ้นสู่ (มาถึง, ไปถึง, บรรลุ, ยื่น, เอื้อม, ไปจรดกับ, เป็นจำนวนถึง) (reached) ความสูง (altitude) ซึ่ง (เครื่องบิน) บินอย่างสม่ำเสมอ (บินด้วยความเร็วคงที่) (cruising)  ช่วงเวลา (ขั้นตอน, ระยะ, ระยะของโรค) (phase) ที่ค่อนข้างเงียบสงบ (relatively quiet) ก็ได้เริ่มต้นขึ้นสำหรับนักบิน (หมายถึง  นักบินจะเริ่มมีเวลาพักในช่วงที่เครื่องบินแล่นด้วยความเร็วคงที่ในอา กาศ),  ทั้งนี้  ผู้มีอำนาจ (องค์กร, เจ้าหน้าที่, ผู้เชี่ยวชาญ, อำนาจตามกฎหมาย, ความเชี่ยวชาญ) (authorities) ด้านการบิน (การขับเครื่องบิน) (Aviation) กำหนด (stipulate) ว่า  นักบินจะต้องพักผ่อนช่วงเวลาสั้นๆ (take short rest periods) บนเที่ยวบิน (on flights) ซึ่งกินเวลา (ทนทาน) (lasting) เกินกว่า ๑๒ ชั่วโมง,  และเพื่อทำให้นักบินสามารถทำเช่นนั้นได้ (To enable them to do so)  นักบินที่ ๓, ซึ่งเรียกว่า “Senior First officer” ที่มีใบอนุญาต (license) พิเศษ, จะต้องอยู่บนเครื่อง (be on board) ด้วย,  โดยเขาจะทำหน้าที่แทน (แทนที่, สวมตำแหน่ง, รับช่วง) (replaces) นักบินที่ ๑ (captain) และนักบินผู้ช่วย (นักบินที่ ๒, นักบินร่วม) (co-pilot) ในแบบสลับกันไป (alternately)สิ่งนี้ให้ความมั่นใจว่า  ห้องนักบิน (cockpit) ได้รับการควบคุม (จัดคนให้, ประจำที่) (manned) อยู่เสมอ โดยนักบินที่มีการพักผ่อนเป็นอย่างดี (well-rested) จำนวน ๒ คน,  ผู้ซึ่งสามารถรวม (เพ่งเล็ง, รวมศูนย์, รวมกำลัง, รวมเข้าจุดเดียวกัน, ตั้งอกตั้งใจ, สำรวมความคิด) (concentrate) ความเอาใจใส่ (ความสนใจ, การเอาอกเอาใจ, การดูแล, การพิจารณา, คำสั่งให้ยืนตรง) (attention) ของตน  กับการลดระดับลง (การเคลื่อนต่ำลง, การตกลงมา, ทางลง, ทางลาด, สายโลหิต, การสืบเชื้อสาย) (descent)  และการร่อนลงแตะรันเวย์ (การลงสู่พื้นดิน, การขึ้นบก) (landing) (ของเครื่องบิน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป