หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 20)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”


DirectionRead the following passage and choose the best answer for each question.

(จงอ่านบทความต่อไปนี้  และเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละคำถาม)


Wasps Fighting Harmful Insects


          Among the most damaging insects in the world are those that belong to the helioithis/helicoverpa group.  The corn earworm and several other harmful crop insects are part of the group.

          Each year, they cost American farmers about 2,000 million dollars.  That amount includes money spent on efforts to control them, and on lost crops.  At one time, chemicals were used to control these insects.  But chemicals cannot be aimed to control just harmful insects.  As a result, both harmful insects and helpful insects were affected.

          Today, many farmers are using insects to control insects.  The most popular are very small wasps.  Two kinds of wasps are used.  One is the microplitis cropeipes.  It attacks insects in the helioithis/helicoverpa group.  The second wasp is the cotesia marginiventris.  It is used against a number of insects, especially those of the noctuid family.  They include the fall armyworm, the beet armyworm and the cabbage looper.

          Several government and university scientists studied what happens when a harmful insect, such as a corn earworm, attacks a plant.  They found the plant release a chemical announcing the attack.  A wasp smells the chemical and flies to the plant in search of the insect.  The wasp attacks when it finds the corn earworm.  It drills a tiny hole in the worm with its tail and lays an egg.

          When the wasp larva leaves the egg, it begins eating the blood and fat of the corn earworm.  In a short period of time, the earworm dies.  The wasp lays only one egg in the worm.  If another worm attacks the plant, it will release another chemical signal.  The wasp may return to the plant if it smells the chemical.  But, having marked the first worm with its own special smell, the wasp will pass it by and look for the second worm.

          In studies, wasps have laid their eggs in from 80 to 100 percent of the corn earworms in an affected field.  Scientists now are looking for ways to produce large numbers of the wasps in the laboratory to be released on farms.  They say farmers need between 300 and 600 female wasps for each acre.  This number, they say, will provide a healthy population of wasps to control harmful insects.


1. What would be the best title for this passage?


    (a) Destructive Wasps    (ตัวต่อซึ่งทำลายล้าง)

    (b) Life Cycle of Wasps    (วงจรชีวิตของตัวต่อ)

    (c) Wasps : Friends of Plants    (ตัวต่อ : เพื่อนของพืช)  (บทความนี้กล่าวถึงการใช้ตัวต่อช่วยปราบ


    (d) How Wasps Attack Insects    (ตัวต่อโจมตีแมลงอย่างไร)

2. What is the author’s purpose in writing this passage?


    (a) To describe how wasps control harmful insects.    (เพื่อพรรณนาว่าตัวต่อควบคุมแมลงซึ่ง

           เป็นอันตรายอย่างไร)  (ส่วนใหญ่ของบทความกล่าวถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ตัวต่อทำลายแมลงที่เป็น


    (b) To improve ways of controlling harmful insects.    (เพื่อปรับปรุงวิธีการในการควบคุมแมลงที่เป็นอัน

           ตราย)  (บทความมิได้กล่าวถึงการปรับปรุงวิธีการดังกล่าว)

    (c) To persuade farmers to use wasps to control insects.    (เพื่อชักชวนชาวนาให้ใช้ตัวต่อควบคุมแมลง) 

           (บทความนี้กล่าวถึงการศึกษาวิจัยการใช้ตัวต่อควบคุมแมลง  มิได้ชักชวนชาวนาให้ทำเรื่องดังกล่าว)

    (d) To discuss the results of using insects to control insects.    (เพื่ออภิปรายผลลัพธ์ของการใช้แมลงควบ

           คุมแมลง)  (เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์เท่านั้น)

3. In paragraph 2, “efforts” means _____________________________________________.

(ในพารากราฟ ๒  คำว่า  “ความพยายาม, ความมานะ, ความอุตสาหะ, การทดลองที่ยากลำบาก, สิ่งที่เกิดจากความพยายาม, ผลของความพยายาม”  หมายถึง ____________________)

    (a) ambitions    (ความทะเยอทะยาน, ความปรารถนา, ความมักใหญ่ใฝ่สูง)

    (b) phenomena    (ปรากฏการณ์, ข้อเท็จจริง, สิ่งที่ประทับใจ, บุคคลที่ประทับใจ, คนที่ยอดเยี่ยม)

    (c) resources    (ทรัพยากรของประเทศ, กำลังเงิน, กำลังคน, กำลังวัตถุ)

    (d) specimens    (ตัวอย่างทางวิทยาศาสตร์  เช่น  เลือด น้ำลาย อสุจิ, แบบอย่าง, ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง,

          ตัวอย่างในการทดลอง, ข้อมูลสำหรับตรวจสอบ)

    (e) precautions    (การระมัดระวังล่วงหน้า)

    (f) endeavors    (ความพยายาม, ความบากบั่น)

4. Which of the following is NOT true?


    (a) The wasp uses the earworm as a host.    (ตัวต่อใช้หนอนเป็นเจ้าของบ้าน – ที่อยู่อาศัย)  (ประโยคสุด

          ท้ายของพารากราฟ ๔ และประโยคแรกของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “มัน (ตัวต่อ) จะเจาะไชรูขนาดเล็กจิ๋ว

          ในหนอนตัวนั้นด้วยหางของมัน และวางไข่ (ในตัวหนอน..............และ.............เมื่อตัวอ่อน (ดักแด้) ของ

          ตัวต่อออกจากไข่  มันจะเริ่มต้นกินเลือดและไขมันของหนอนข้าวโพด”  ซึ่งแสดงว่า  ตัวต่อใช้หนอนเป็น

          เจ้าของบ้าน – ที่อยู่อาศัย)

    (b) The wasp’s egg feeds on the earworm.    (ไข่ของตัวต่อกินตัวหนอนเป็นอาหาร)  (ประโยคแรก

          ของพารากราฟที่ ๕ กล่าวว่า  “เมื่อตัวอ่อน (ดักแด้) ของตัวต่อออกจากไข่  มันจะเริ่มต้นกินเลือด


    (c) The wasp’s egg develops in the earworm.    (ไข่ของตัวต่อเจริญขึ้นในหนอน)  (ดูคำอธิบายในข้อ  “A”)

    (d) A chemical signal leads the wasp to the earworm.    (สัญลักษณ์ – เครื่องหมาย – สารเคมี  นำตัวต่อ

          ไปยังหนอน)  (ประโยคที่ ๔ และ ๕ ของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “ถ้าหนอนอีกตัวหนึ่งโจมตีพืช (ต้นเดิม) 

           มัน (พืช) จะหลั่งเครื่องแสดง (เครื่องหมาย, สัญลักษณ์) สารเคมีอีกอย่าง (ชนิด) หนึ่งออกมา,  ตัวต่อ

           (ตัวเดิม) อาจจะกลับมายังพืชต้นนั้น  ถ้ามันได้กลิ่นสารเคมี,”  แสดงว่า สัญลักษณ์สารเคมี (อาจจะ) นำตัว


5. The word “aimed” in the second paragraph refers to ____________________________.

(คำว่า  “มุ่งหมาย, เล็ง, เข้าหา”  ในพารากราฟ ๒ กล่าวถึง _________________________)

    (a) thrilled    (ทำให้ตื่นเต้น, ทำให้เร้าใจ, ทำให้เสียวซ่าน)

    (b) scared    (ทำให้ตกใจ, ทำให้อกสั่นขวัญหาย)

    (c) fabricated    (แฟ้บ-ริ-เคท)  (สร้าง, ประดิษฐ์, คิดค้น, เสกสรร, ทอ, ปลอม, ปลอมแปลง, กุเรื่องขึ้น)

    (d) championed    (สนับสนุน, ป้องกัน, กระทำเป็นแชมเปี้ยน)

    (e) intended    (มุ่งหมาย, ตั้งใจ, ปรารถนา, มีเจตนา, มีความหมาย)

    (f) revealed    (แสดง, แสดงให้เห็น, เผย, เปิดเผย, ทำให้ปรากฏ)

6. What happens if the plant is attacked again by another worm?

(อะไรเกิดขึ้น  ถ้าพืชถูกโจมตีอีกครั้งโดยหนอนอีกตัวหนึ่ง)

    (a) The wasp will ignore this plant after recognizing its own smell.    (ตัวต่อจะไม่สนใจ (ละ

           เลยต้นไม้ต้นนี้  หลังจากจำกลิ่นของมันเองได้)  (ตั้งแต่ประโยคที่ ๔ จนถึงประโยคสุดท้ายของ

           พารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “ถ้าหนอนอีกตัวหนึ่งโจมตีพืช (ต้นเดิม)  มัน (พืช) จะหลั่งเครื่องแสดง

           (เครื่องหมาย, สัญลักษณ์) สารเคมีอีกอย่าง (ชนิด) หนึ่งออกมา,  ตัวต่อ (ตัวเดิม) อาจจะกลับมา

           ยังพืชต้นนั้น  ถ้ามันได้กลิ่นสารเคมี,  แต่ (หลังจาก) ได้ทำเครื่องหมายไว้แล้วที่หนอนตัวแรก

           ด้วยกลิ่นพิเศษของมัน (ตัวต่อ) เอง  ตัวต่อจะผ่านมัน (หนอนตัวแรก) ไป  และค้นหา (มองหา)

           หนอนตัวที่สอง”  แสดงว่าตัวต่อจะไม่สนใจต้นไม้ต้นนี้  เนื่องจากจำกลิ่นของมันเองที่ติดอยู่กับ

           หนอนตัวแรกที่ถูกมันฆ่าบนต้นไม้ (พืช) ต้นนี้ได้)

    (b) The wasp will send a signal to another wasp to attack the worm.    (ตัวต่อจะส่งสัญญาณไปที่ตัวต่อ


    (c) The wasp will come back to eat the worm, but not to lay another egg.    (ตัวต่อจะกลับมากินหนอน 


    (d) The wasp will not detect the chemical smell because of its own smell.    (ตัวต่อจะไม่ตรวจพบ

         (สืบหา) กลิ่นสารเคมี  เนื่องมาจากกลิ่นของมันเอง)

7. What can be inferred from the passage about wasps?

(จะสามารถสรุปอะไรได้จากบทความ  เกี่ยวกับตัวต่อ)

    (a) Wasps can kill harmful insects instantly.    (ตัวต่อสามารถฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายได้ในทันทีทันใด) 

          (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟ ๕ กล่าวว่า  “ในช่วงเวลาอันสั้น  หนอนจะตายไป”  เนื่องจากถูกตัวอ่อน

          ของตัวต่อกินเลือดและไขมันของมัน  ซึ่งมิใช่การฆ่าในทันทีทันใด)

    (b) Male wasps cannot be used to kill these harmful insects.    (ตัวต่อเพศผู้ไม่สามารถถูกใช้

         ให้ฆ่าแมลงที่มีอันตรายเหล่านี้ได้)  (๒ ประโยคสุดท้ายของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “พวกเขา

         (นักวิทยาศาสตร์) กล่าวว่า  ชาวนาต้องการตัวต่อตัวเมีย ระหว่าง ๓๐๐ – ๖๐๐ ตัวสำหรับ (พื้นที่)

          แต่ละเอเคอร์ (ประมาณ ๒.๕ ไร่),  โดยจำนวนนี้, พวกเขากล่าว, จะให้ประชากรจำนวนมากของ

          ตัวต่อ  ที่จะควบคุมแมลงซึ่งเป็นอันตรายแก่พืช”  ซึ่งสรุปได้ว่า  ไม่สามารถใช้ตัวต่อตัวผู้ฆ่าแมลง


    (c) Wasps, used to attack other insects, must be laboratory-tested.    (ตัวต่อ, ซึ่งถูกใช้ให้โจมตีแมลง

          อื่นๆ, จะต้องได้รับการทดสอบในห้องทดลอง)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวแต่เพียงว่า 

          “นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังมองหาวิธีการที่จะผลิต (สร้าง) ตัวต่อจำนวนมากในห้องทดลอง  เพื่อที่

          จะปล่อยพวกมันไปในท้องไร่ท้องนา”  ซึ่งเป็นเพียงการหาวิธีผลิตตัวต่อในปริมาณมากเท่านั้น)

    (d) One kind of wasp can attack only one specific kind of insect.    (ตัวต่อชนิดหนึ่งสามารถโจมตี

          แมลงที่มีลักษณะเฉพาะ (พิเศษ) ได้เพียงชนิดหนึ่งเท่านั้น) (บท ความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

8. The word “tiny” in paragraph 4 is closest in meaning to ___________________________.

(คำว่า  “เล็กมาก, จิ๋ว”  ในพารากราฟ ๔  ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับ ________________)

    (a) pernicious    (เพอร์-นิช-เชิส)  (เป็นอันตราย, เป็นภัย, ถึงตาย, ร้ายแรง, ร้ายกาจ)

    (b) sedulous    (เซ้จ-ดะ-เลิส)  (ขยัน, หมั่นเพียร, อุตสาหะ, มุมานะ, อดทน)

    (c) delicate    (ละเอียดอ่อน, บอบบาง, ประณีต, อ่อนช้อย, อ่อนแอ, แตกง่าย, ยากที่จะจัดการ)

    (d) indispensable    (จำเป็นอย่างยิ่ง, จะขาดเสียมิได้)

    (e) lucid    (แจ่มแจ้ง, ชัดเจน)

    (f) minute    (ไม-นิ้วท  หรือ  นู้ท)  (เล็กมาก, เล็กน้อยมาก, ไม่สำคัญ, เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว, เกี่ยวกับราย

         ละเอียดเล็กๆ น้อยๆ)

9. What does “It” in paragraph 5 refer to?

(คำว่า  “มัน”  ในพารากราฟ ๕ กล่าวถึงอะไร)

    (a) The plant.    (พืช, ต้นไม้)

    (b) The wasp.    (ตัวต่อ)

    (c) The worm.    (หนอน, ตัวหนอน, ไส้เดือน)

    (d) The egg.    (ไข่)

10. Which is the closest in meaning to “healthy” in “a healthy population” in the final paragraph”?

(ข้อใดต่อไปนี้ใกล้เคียงที่สุดในความหมายกับคำว่า  “จำนวนมาก, มีสุขภาพดี, แข็งแรง, สมบูรณ์, เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย”  ในข้อความ  “ประชากรจำนวนมาก”  ในพารากราฟสุดท้าย)

      (a) fit    (เหมาะสม, สมควร, สอดคล้อง, ถูกต้อง, (สุขภาพ) ปกติหรือสมบูรณ์)

      (b) resistant    (ขัดขวาง, ต้านทาน, ต่อต้าน)

      (c) beneficial    (เป็นประโยชน์, มีประโยชน์)

      (d) plentiful    (มากมาย, เยอะแยะ, อุดมสมบูรณ์)

      (e) sparse    (เบาบาง, บางตา, หร็อมแหร็ม, ขาดแคลน, มีน้อย)

      (f) precocious    (แก่แดด, แก่เกินวัย, โตเกินวัย, ฉลาดเกินวัย)

11. What is the current problem in using wasps to control harmful insects?


      (a) The number of wasps is not adequate to control the insects.    (จำนวนของตัวต่อไม่

             เพียงพอที่จะควบคุมแมลง)  (ประโยคที่ ๒ ของพารากราฟสุดท้ายกล่าวว่า  “นักวิทยาศาสตร์

             ในปัจจุบันกำลังมองหาวิธีการที่จะผลิต (สร้าง) ตัวต่อจำนวนมากในห้องทดลอง  เพื่อที่จะ

             ปล่อยพวกมันไปในท้องไร่ท้องนา”  ซึ่งแสดงว่า  ปัจจุบัน  จำนวนตัวต่อไม่เพียงพอจะใช้


      (b) Scientists have to do more experiments to confirm the results.    (นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้อง

            ทำการทดลองมากขึ้นเพื่อยืนยันผลลัพธ์)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

      (c) The researchers have found that it is difficult to make wasps active.    (นักวิจัยได้พบว่า  มันยาก

            ที่จะทำให้ตัวต่อกระฉับกระเฉง)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

      (d) Farmers are not satisfied with the unpredictable results of this method.    (ชาวนาไม่พอใจกับ

            ผลลัพธ์ที่ไม่สามารถทำนายได้ของวิธีการนี้)  (บทความมิได้กล่าวถึงเรื่องนี้)

12. In paragraph 5, the word “marked” can be best replaced by ________________________.

(ในพารากราฟ ๕  คำว่า  “ทำเครื่องหมาย, ทำรอย, ทำให้เป็นแผลเป็น, เป็นมลทิน, ทำให้เป็นจุด, เพ่งเล็ง, มุ่งหมาย”  สามารถแทนดีที่สุดโดย _____________________)

      (a) toppled    {โค่นล้ม (รัฐบาล, ต้นไม้), ทำให้ล้มลง, ล้มลง, คว่ำลง, โอนเอนทำท่าจะล้ม, หกคะเมน}

      (b) wrecked    (ทำลาย, ทำให้เสียหายอย่างหนัก)

      (c) violated    (ละเมิด, ฝ่าฝืน)

      (d) approached    (เข้าใกล้, ประชิด, ใกล้เข้ามาทุกที, จวน)

      (e) labelled    (ทำเครื่องหมาย, ติดฉลาก, ติดป้าย, ตราหน้า, อธิบาย, แบ่งแยกชนิดหรือประเภท)

      (f) nourished     (เน้อ-ริช)  (บำรุงเลี้ยง, หล่อเลี้ยง, เสริมกำลัง, บำรุงกำลัง, บำรุงด้วยอาหาร, เลี้ยง)

13. According to the passage, what can be concluded about using wasps to control insects?

(ตามที่บทความกล่าวไว้  สามารถสรุปอะไรเกี่ยวกับการใช้ตัวต่อควบคุมแมลง)

      (a) It is inferior to using chemicals.    (มันด้อยกว่าการใช้สารเคมี)  (ประ โยคที่ ๒ ถึงสุดท้ายของพารา

            กราฟ ๒ กล่าวว่า  “ครั้งหนึ่งสารเคมีถูกใช้เพื่อควบคุมแมลง  แต่ไม่สามารถตั้งเป้าให้ทำลายเฉพาะ

            แมลงที่เป็นอันตรายแก่พืชเท่านั้น  มันเลยทำลายทั้งแมลงที่เป็นอันตรายและเป็นประโยชน์กับพืช” 


      (b) It does not damage useful insects.    (มันไม่เป็นอันตรายกับแมลงที่มีประโยชน์)  (ดูคำอธิ

            บายจากในข้อ  “A”  และพารากราฟที่ ๓ และ ๔ กล่าวว่า  “ชาวนาจำนวนมากกำลังใช้ตัวต่อ

            ควบคุมแมลง..............และ...........นักวิทยาศาสตร์พบว่าตัวต่อสามารถทำลายหนอน (แมลง)


      (c) It does not have a satisfactory success rate.    (มันมิได้มีอัตราความสำเร็จที่น่าพอใจ)  (บทความมิ

            ได้กล่าวถึงเรื่องนี้  เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาทดลอง)

      (d) It is designed to affect only the noctuid family.    (มันได้รับการออกแบบมาให้มีผลกระทบเฉพาะกับ

            แมลงตระกูล “noctuid” เท่านั้น)  (พารากราฟ ๓ กล่าวว่า  “....................ตัวต่อสามารถโจมตี-ทำลาย






            ในบรรดาแมลง (insects) ซึ่งทำความเสียหาย (เป็นภัย, เป็นอันตราย) (damaging) ที่สุดในโลก  คือแมลงซึ่งอยู่ใน (สังกัด, เป็นของ, เป็นส่วนหนึ่งของ) (belong) กลุ่ม helioithis/helicoverpa  โดยตัวหนอน (แมลง) กินข้าวโพด (corn earworm) และแมลงกินพืช (crop insects) ซึ่งทำให้เกิดอันตราย (ซึ่งเป็นอันตราย) (harmful) (แก่พืช) ชนิดอื่นๆ อีกหลายชนิด  เป็นส่วนหนึ่งของ (part of) กลุ่มนี้

            แต่ละปี  มัน (แมลง) ทำให้ชาวนาอเมริกันต้องเสียเงิน (cost American farmers) ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านดอลลาร์  จำนวนนั้นรวมถึง (includes) เงินที่ถูกใช้จ่ายไป (spent) กับความพยายาม (efforts) ที่จะควบคุม (control) มัน  และกับพืชที่สูญเสียไป (lost crops),  ครั้งหนึ่ง (At one time) สารเคมี (chemicals) ถูกใช้ (were used) เพื่อควบคุมแมลงเหล่านี้  แต่สารเคมีไม่สามารถถูกมุ่งหมาย (เล็ง, เข้าหา)  (aimed) เพื่อควบคุม (กำจัด) แต่เพียงแมลงซึ่งทำให้เกิดอันตราย (แก่พืช) เท่านั้น  ผลที่ตามมาคือ (As a result)  ทั้งแมลงที่ทำให้เกิดอันตรายและแมลงที่มีประโยชน์ (ให้ความช่วยเหลือ) (helpful) ได้รับผลกระทบ (affected)

            ปัจจุบัน (Today)  ชาวนาจำนวนมากกำลังใช้แมลงควบคุมแมลงด้วยกัน,  เป็นที่นิยม (popular) มากที่สุด  คือ  ตัวต่อ (wasps) ขนาดเล็กมาก,  โดยตัวต่อ ๒ ชนิดถูกใช้  ชนิดแรก คือ microplitis cropeipes,  มันโจมตี (จู่โจม, ทำร้าย, เล่นงาน, เข้าตี) (attacks) แมลงในกลุ่ม helioithis/helicoverpa  ตัวต่อชนิดที่ ๒ คือ cotesia marginiventris  มันถูกใช้ให้สู้กับ (ต่อต้าน, ต้าน, ทวนน้ำ, ผิดกฎหมาย, ไม่เห็นด้วย) (against) แมลงจำนวนมาก (หลายชนิด) (a number of insects)  โดยเฉพาะ (especially) แมลงในตระกูล (family) noctuid,  พวกมันรวมถึงหนอน (แมลง) กองทัพฤดูใบไม้ร่วง (fall armyworm),  หนอนกองทัพหัวผักกาด (beet armyworm)  และหนอนรูปห่วงกินกะหล่ำปลี (ผักคะน้า) (cabbage looper)

            นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากของรัฐบาลและมหาวิทยาลัย  ได้ศึกษาว่าอะไรเกิดขึ้นเมื่อแมลงที่เป็นอันตราย เช่น หนอนข้าวโพด (corn earworm) โจมตีพืช (ต้นไม้) (plant),  โดยพวกเขาพบว่าพืชหลั่ง (ปล่อย, ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย) (releases) สารเคมี (chemical) แสดง (ทำให้รู้, ประกาศ, แจ้ง, แถลง) (announcing) การจู่โจม (หมายถึง  พืชหลั่งสารที่ทำให้ตัวต่อรู้ว่าถูกหนอนหรือแมลงโจมตี)  ตัวต่อจะได้กลิ่น  (smells) สารเคมี (ที่พืชหลั่งออกมา)  และบิน (flies) ไปยังพืชนั้นเพื่อค้นหา (in search of) แมลง,  ตัวต่อตัวนั้นจะโจมตีเมื่อมันพบหนอนข้าวโพด  โดยมันจะเจาะไช (เจาะรู, ยิงทะลุ, ฝึกฝน) (drills) รู (โพรง, ช่อง, ร่อง) (hole) ขนาดเล็กจิ๋ว (tiny) ในหนอนตัวนั้นด้วยหาง (tail) ของมัน (ตัวต่อ)  และวางไข่ (lays an egg) (ในตัวหนอน)

             เมื่อตัวอ่อน (ดักแด้) (larva) ของตัวต่อออกจาก (leaves) ไข่  มันจะเริ่มต้นกินเลือดและไขมันของหนอนข้าวโพด,  โดยในช่วงเวลาอันสั้น (In a short period of time)  หนอนจะตายไป  ทั้งนี้  ตัวต่อวางไข่เพียงใบเดียวในหนอน,  ถ้าหนอนอีกตัวหนึ่งโจมตีพืช (ต้นไม้) (ต้นเดิม)  มัน (พืช, ต้นไม้) จะหลั่งเครื่องแสดง (เครื่องหมาย, สัญลักษณ์, สัญญาณ) สารเคมี (chemical signal) อีกอย่าง (ชนิด) หนึ่งออกมา,  ตัวต่อ (ตัวเดิม) อาจจะกลับมา (return) ยังพืชต้นนั้น  ถ้ามันได้กลิ่นสารเคมี,  แต่ (หลังจาก) ได้ทำเครื่องหมาย (ทำรอย) (marked) ไว้แล้วที่หนอนตัวแรกด้วยกลิ่นพิเศษของมัน (ตัวต่อ) เอง  ตัวต่อจะผ่านมัน (หนอนตัวแรก) ไป (pass it by) (เนื่องจากจำได้ว่าเคยมาที่ต้นไม้นี้แล้ว)  และค้นหา (มองหา) (look for) หนอนตัวที่สอง 

            ในการศึกษาเรื่องนี้ (studies)  ตัวต่อได้วางไข่ของมัน จำนวนจาก ๘๐ – ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของหนอนข้าวโพดในทุ่ง (พืชผัก, ต้นไม้) ที่ได้รับผลกระทบ (affected field),  นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกำลังมองหาวิธีการ (ways) ที่จะผลิต (สร้าง) (produce) ตัวต่อจำนวนมากในห้องทดลอง (laboratory)  เพื่อที่จะปล่อย (release) พวกมันไปในท้องไร่ท้องนา (farms),  พวกเขากล่าวว่า  ชาวนาต้องการ (need) ตัวต่อตัวเมีย (female) ระหว่าง ๓๐๐ – ๖๐๐ ตัวสำหรับ (พื้นที่) แต่ละเอเคอร์ (ประมาณ ๒.๕ ไร่),  โดยจำนวนนี้, พวกเขากล่าว, จะให้ประชากร (population) จำนวนมาก (มีสุขภาพดี, แข็งแรง, สมบูรณ์, เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย) (healthy) ของตัวต่อ  ที่จะควบคุมแมลงซึ่งเป็นอันตราย (แก่พืช)


เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  


                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม  “Address”  (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป