หมวดข้อสอบ READING (ตอนที่ 12)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best alternative for the blank in each item.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่างในแต่ละข้อ)

 

          In the next few decades each generation of teachers and professors will be passed over and left behind.  Good teachers will undergo complete retraining at least three times in their careers.  That is, if they still have a career.  People will have relatively brief jobs as educators as they move from industry to academy to community and on to other interests.

          Educational technology and new forms of industrial organization will open up home education and self-education in ways never dreamt of.  The last decade of learning by computer will seem like a kindergarten compared with the capabilities of the future “edtech”.

          Holographic forms, remote real time access to interactive and intelligent computers, immediate feedback on performance – these are the future.

          Educationists will become facilitators, coordinators, adjuncts to artificial intelligence which will undertake all the mundane and routine educational tasks.  The educationists will concentrate on shaping human potential, not just keeping discipline among students.

          The classroom of the late 20th century was already a dinosaur and it will become a fossil in the history database of the next few decades.

          Like the dinosaur, education will evolve.  Just as the dinosaurs are widely believed to have changed into birds, so the lumbering giants which occupy a third of the state’s budget will learn to fly and leave their skeletons – school buildings and university campuses – far behind.

 

1. The most appropriate title for the passage is ___________________________.

(ชื่อเรื่องที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบทความนี้ คือ ____________________________)

    (a) Teachers as Dinosaurs    (ครูในฐานะไดโนเสาร์)

    (b) Self-Education at Home    (การศึกษาด้วยตนเองที่บ้าน)

    (c) Education in the Future    (การศึกษาในอนาคต)  (ส่วนใหญ่ของบทความกล่าวถึงการศึกษา

          ในอนาคต)

    (d) Capabilities of Future Computers    (ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในอนาคต)

2. In the next few decades, ______________ and new forms of industrial organization will make it possible for people to learn by themselves at home.

(ในอีก ๒ – ๓ ทศวรรษข้างหน้า, _____________ และรูปแบบใหม่ขององค์กรทางด้านอุตสาหกรรม  จะทำให้มันเป็นไปได้สำหรับผู้คนที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน)

    (a) academy    (สถาบันการศึกษา)

    (b) community    (ชุมชน)

    (c) future “edtech”    (เทคโนโลยีทางการศึกษา” ในอนาคต)  (ดูคำตอบจากพารากราฟที่ )

    (d) complete retraining    (การฝึกอบรมซ้ำอย่างสมบูรณ์)

3. According to the article, which of the following is NOT part of the education of tomorrow?

(ตามที่บทความกล่าว,  สิ่งใดต่อไปนี้มิใช่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในอนาคต)

    (a) Holographic forms    (รูปแบบของการผลิตภาพ ๓ มิติ)  (ดูในพารากราฟ ๓)

    (b) Immediate feedback on performance    (ปฏิกิริยาตอบสนองในทันทีทันใดกับผลงานที่ทำ)  (ดูในพา

          รากราฟ ๓)

    (c) Remote real time access to interactive computers    (การเข้าถึงตามเวลาจริง (ทันต่อเวลา) สู่คอม

          พิวเตอร์ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้)  (ดูในพารากราฟ ๓)

    (d) School buildings and university campuses    (อาคารเรียนของโรงเรียนและบริเวณในมหา

          วิทยาลัย)  (เพราะคนสามารถศึกษาเองได้ที่บ้าน)

4. In paragraph 4, the phrase “artificial intelligence” probably refers to _______________.

(ในพารากราฟ  วลี “ปัญญาประดิษฐ์” เป็นไปได้ว่าอ้างถึง (กล่าวถึง) _______________)

    (a) well-trained educationists    (ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับทฤษฎีและวิธีการของการศึกษาที่ได้รับการฝึกฝน

          มาอย่างดี)

    (b) good coordinators    (ผู้ประสานงานที่ดี)

    (c) advanced computers    (คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย)  (ดูจากพารากราฟ ๔)

    (d) capable facilitators    (ผู้อำนวยความสะดวกที่มีความสามารถ)

5. The main role of educationists in the next few decades will be ___________________.

(บทบาทสำคัญของนักการศึกษาใน ๒ – ๓ ทศวรรษหน้าจะเป็น ____________________)

    (a) to keep discipline among students    (การรักษาระเบียบวินัยกับนักเรียน)

    (b) to do all the mundane educational tasks    (การทำงานทั้งหลายทางการศึกษาที่เป็นเรื่องปกติ-ธรรมดา

          อย่างมาก)

    (c) to manage the state budget for schools and universities    (การบริหารจัดการงบประมาณของรัฐสำ

          หรับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย)

    (d) to focus on the formation of human potential    (การมุ่งเน้นการสร้างศักยภาพของมนุษย์

         (ดูคำตอบจากประโยคสุดท้ายของพารากราฟ ๔)

6. In the writer’s opinion, our present-day classroom is already ____________________.

(ในความเห็นของผู้เขียน  ชั้นเรียนในสมัยปัจจุบันของเรา _____________________ แล้ว)

    (a) historic    (มีความสำคัญในประวัติศาสตร์, ที่มีชื่อในประวัติศาสตร์)

    (b) effective    (มีประสิทธิผล)

    (c) up-to-date    (ทันสมัย, ทันเหตุการณ์)

    (d) old-fashioned    (ล้าสมัย)  (ดูคำตอบในพารากราฟ ๕ ที่กล่าวว่า  “ชั้นเรียนของปลายศตวรรษที่

         ๒๐ เป็นไดโนเสาร์แล้ว และจะกลายเป็นฟอสซิลในฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ของ ๒ – ๓ ทศวรรษ

         หน้า”  สำหรับปัจจุบันเป็นต้นศตวรรษที่ ๒๑ แล้ว จึงต้องถือว่าชั้นเรียนสมัยปัจจุบันยิ่งล้าสมัยมาก

         ขึ้นไปอีก)

7. In the last paragraph, “evolve” means _______________________________________.

(ในพารากราฟสุดท้าย  คำว่า “วิวัฒนาการ, ค่อยเป็นค่อยไป, ค่อยๆ ปรากฏขึ้น, เจริญ” หมายถึง ___________________)

    (a) remain permanently    (คงอยู่อย่างถาวร)

    (b) develop gradually    (ค่อยๆ ปรากฏขึ้น, พัฒนาไปอย่างช้าๆ)

    (c) progress awkwardly    (ก้าวหน้าไปอย่างงุ่มง่าม หรือเชื่องช้า)

    (d) change suddenly    (เปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด)

8. The writer compares the educational systems of the next few decades to ________________.

(ผู้เขียนเปรียบเทียบระบบการศึกษาของ ๒ – ๓ ทศวรรษหน้า เป็น _______________________)

    (a) birds    (นก)  (ดูคำตอบจากพารากราฟสุดท้ายที่กล่าวว่า  “เหมือนกับไดโนเสาร์  การศึกษาจะ

          วิวัฒนาการไป,  เหมือนกับที่ไดโนเสาร์ถูกเชื่ออย่างแพร่หลายว่าเปลี่ยนไปเป็นนก  ดังนั้น  ยักษ์

          ที่เดินอุ้ยอ้าย (หมายถึงระบบการศึกษาในสหรัฐฯ) ซึ่งใช้งบประมาณของรัฐถึง ๑ ใน ๓ จะเรียน

          รู้วิธีบิน  และละทิ้งโครงกระดูกของพวกมัน คือ อาคารโรงเรียนและบริเวณในมหาวิทยาลัย 

          ไว้เบื้องหลังอย่างไกลลิบ)

    (b) dinosaurs    (ไดโนเสาร์)

    (c) skeletons    (โครงกระดูก)

    (d) lumbering giants    (ยักษ์ที่เคลื่อนที่อย่างอุ้ยอ้ายหรืองุ่มง่าม)

9. The writer implies that in the next few decades _________________________________.

(ผู้เขียนบอกเป็นนัยว่า  ใน ๒ – ๓ ทศวรรษหน้า ________________________________)

    (a) education will be like a dinosaur    (การศึกษาจะเหมือนกับไดโนเสาร์)  (หมายถึง การศึกษาใน

           ห้องเรียน)

    (b) there will probably be no career teachers    (อาจเป็นได้ว่าจะไม่มีครูอาชีพ)  (ดูคำตอบจาก

          พารากราฟแรก  ที่กล่าวว่า  “..............นั่นคือ  ถ้าครูยังคงมีอาชีพอยู่, (และ) ผู้คนจะมีงานที่ค่อน

          ข้างช่วงสั้นในฐานะนักการศึกษา  เมื่อพวกเขาย้ายจากอุตสาหกรรมไปสู่สถาบันการศึกษา, ไป

          สู่ชุมชน  และย้ายต่อไปสู่ความสนใจอื่นๆ)

    (c) it will be three times easier for teachers to find jobs    (มันจะง่ายกว่าเป็น ๓ เท่า สำหรับครูที่จะหา

          งานทำ)  (บทความมิได้บอก)

    (d) teachers will still play a leading role in the learning process    (ครูจะยังคงมีบทบาทนำในกระบวน

          การเรียนรู้)  (ประโยคที่ ๑ ของพารากราฟ ๔ กล่าวว่า  “(ใน ๒ – ๓ ทศวรรษหน้า) นักการศึกษา (ครู) จะ

          กลายเป็น (เพียง) ผู้อำนวยความสะดวก, ผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นตัวประกอบ (ผู้ช่วย) ของปัญญาประดิษฐ์

          (คอมพิวเตอร์, หุ่นยนต์))  ผู้ซึ่งจะทำงานด้านการศึกษาที่ปกติธรรมดาและเป็นงานรูทีน”  ซึ่งสามารถสรุป

          ได้ว่า  ครูจะไม่มีบทบาทนำในกระบวนการเรียนรู้ในอนาคต)

10. The word “lumbering” in the last paragraph can be best replaced by _________________.

(คำว่า “เคลื่อนที่อย่างอุ้ยอ้ายหรืองุ่มง่าม, ขยับอย่างอุ้ยอ้าย” ในพารากราฟสุดท้าย  สามารถแทนได้ดีที่สุดโดย _________________)

      (a) boring    (น่าเบื่อหน่าย)

      (b) decisive    (เด็ดขาด, แน่วแน่, สามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็ว)

      (c) awkward    (งุ่มง่าม, เชื่องช้า, เก้งก้าง, เคอะเขิน, อึดอัดใจ, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี, ยากที่จะจัด

            การได้, ไม่สะดวก, ไม่เหมาะ)

      (d) brittle    (เปราะ, หักง่าย, แตกง่าย, งอไม่ได้)

      (e) exhausted    (หมดกำลัง, อ่อนเพลีย, ใช้หมดไป, ถูกดูดออกหมด)

 

(คำแปล)

            ใน ๒ – ๓ ทศวรรษหน้า  แต่ละรุ่น (generation) ของครูและศาสตราจารย์ (professors) (ในมหาวิทยาลัย) จะผ่านพ้นไป (passed over) และถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (left behind)  ครูที่ดีจะได้รับ (undergo) การฝึกอบรมซ้ำ (retraining) อย่างสมบูรณ์อย่างน้อยที่สุด (at least) ๓ ครั้งในอาชีพ (careers) ของตน  นั่นก็คือว่า  ถ้าพวกเขายังคงมีอาชีพ (ครู) อยู่,  ทั้งนี้  ผู้คนจะมีงานค่อนข้างช่วงสั้น (relatively brief jobs) ในฐานะนักการศึกษา (educators)  เมื่อพวกเขาย้าย (move) จากอุตสาหกรรมสู่สถาบันการศึกษา (academy) สู่ชุมชน และ (ย้าย) ต่อไปสู่ความสนใจ (interests) อื่นๆ อีก

            เทคโนโลยีทางการศึกษาและรูปแบบใหม่ๆ ขององค์กร (หน่วยงาน) ด้านอุตสาหกรรมจะเปิด (open up) การศึกษาที่บ้าน (home education) และการศึกษาด้วยตนเอง (self-education) ในแบบที่ไม่เคยได้รับการนึกฝันถึง (dreamt of),  ทศวรรษ (decade) ที่ผ่านมาของการเรียนรู้โดยคอมพิว เตอร์จะดูเหมือนคล้ายกับ (seem like) โรงเรียนอนุบาล (kindergarten)  เมื่อเปรียบเทียบกับความสามารถ (capabilities) ของ “เทคโนโลยีทางการศึกษา (edtech)” ในอนาคต

            รูปแบบต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการหรือเทคนิคการผลิตภาพ ๓ มิติ (Holographic forms),  การเข้าถึงตามเวลาจริง (ทันเหตุการณ์) ในที่ห่างไกล (remote real time access) (สู่) คอมพิวเตอร์ทันสมัย (intelligent) และสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ (interactive),  การตอบกลับ (ตอบสนอง) ในทันทีทันใด (immediate feedback) ต่อการทำงาน (performance) --- เหล่านี้คืออนาคต

            นักการศึกษา (ครู) (Educationists) จะกลายเป็น (เพียง) คนอำนวยความสะดวก (facilitators), คนประสานงาน (coordinators), ซึ่งเป็นผู้ช่วย (สิ่งเสริม, ส่วนประกอบ) (adjuncts) ของปัญญาประดิษฐ์ (คอมพิวเตอร์, หุ่นยนต์) (artificial intelligence)  ซึ่งจะรับทำ (undertake) งาน (tasks) ทั้ง หมดที่เป็นสิ่งปกติธรรมดา  (mundane) และกิจวัตร (งานรูทีน) (routine),  โดยนักการศึกษาจะมุ่งเน้น (concentrate) การหล่อหลอม (shaping) ศักยภาพของมนุษย์ (human potential),  มิใช่เพียงแต่การรักษาระเบียบวินัย (keeping discipline) ของนักเรียน

            ชั้นเรียนของปลาย (late) ศตวรรษที่ ๒๐ (๑๙๐๐- ๑๙๙๙) ได้เป็นไดโนเสาร์ไปแล้ว  และจะกลายเป็นฟอสซิล (fossil) ในฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ (history database) ของ ๒ – ๓ ทศวรรษข้างหน้า

            เหมือนกับ (Like) ไดโนเสาร์  การศึกษาจะวิวัฒนาการ (ค่อยเป็นค่อยไป) (evolve)เหมือนกับที่ (Just as) ไดโนเสาร์ถูกเชื่ออย่างแพร่หลาย (widely) ว่าได้เปลี่ยนไปเป็นนก  ดังนั้น  ยักษ์ (giants) ซึ่งเคลื่อนที่อย่างอุ้ยอ้ายหรืองุ่มง่าม (lumbering) (หมายถึงระบบการศึกษาในสหรัฐฯ) ซึ่งครอบครอง (occupy) ๑ ใน ๓ (a third) ของงบประมาณของรัฐ (state’s budget)  จะเรียนรู้วิธีบิน (learn to fly) และละทิ้ง (leave) โครงกระดูก (skeletons) ของตน - คือ  อาคารของโรงเรียน (school buildings) และบริเวณของมหาวิทยาลัย (university campuses) – ไว้เบื้องหลังไกลลิบลับ (far behind) (หมายถึง  ในอนาคต  ผู้คนจะศึกษาด้วยตนเองอยู่ที่บ้าน  ทำให้ครู, โรงเรียน และมหาวิทยาลัย  ต้องลดบทบาทของตนลงไป

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป