หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 6)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. (1) Being in (2) familiar surroundings (3) is pleasant and comforting to (4) a infant.

    (การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย  เป็นที่น่ายินดี และให้ความสุขสบาย – หรือปลอบโยน-ปลอบใจ – แก่เด็กทารก)

ตอบข้อ (4)  แก้เป็น “an”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “a” และ “an”  ในหมวดข้อสอบ  Error Detection ตอนที่ ๓ ข้อ ๒)

2. George Washington, the son of (1) an wealthy planter, (2) became (3) an important American (4) military leader.

    (จอร์ช วอชิงตัน, ลูกชายเจ้าของไร่ผู้มั่งคั่ง, เป็นผู้นำทางทหารชาวอเมริกันที่สำคัญคนหนึ่ง)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “a

3. Of (1) all the native American (2) tribes, the Shawnee Indians (3) were (4) a most nomadic.

     (ในบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันทั้งหมดอินเดียนแดงเผ่าชอว์นีร่อนเร่พเนจรมากที่สุด)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “the most”  (ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบ “ขั้นสุด” (superlative)  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๗)

4. Most unskilled workers (1) get paid the minimum wage, (2) which is now (3) more than twelve dollars (4) the hour.

     (คนงานไร้ฝีมือส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ  ซึ่งในปัจจุบันมากกว่า ๑๒ เหรียญต่อชั่วโมง)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “an”  เนื่องจากเราใช้ article “a” และ “an” นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอก “ราคา, อัตราส่วน, น้ำหนัก, ความเร็ว, เวลา”  และใช้ “an” นำหน้า hour, heir, honest, honorable etc.” (ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหมวดข้อสอบ  Error Detection ตอนที่ ๕ ข้อ ๑๗  และตอนที่ ๓ ข้อ ๒)

5. (1) Little is known about (2) her background and (3) early life (4) of prison reformer Jessie Donaldson Hodder.

    (เป็นที่รู้จักกันเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับภูมิหลังและชีวิตในตอนต้น  ของนักปฏิรูปเรือนจำ เจสซี่ โดแนลสัน ฮอดเดอร์)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “the

6. Many (1) of species that (2) lived in the Ice Age (3) no longer (4) exist.

     (พันธุ์พืชและสัตว์จำนวนมากซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคน้ำแข็ง  มิได้มีอยู่ต่อไปอีกแล้ว – ในปัจจุบัน)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “of the speciesเนื่องจากต้องใช้รูป “many of the + Noun (พหูพจน์) (.........จำนวนมาก), “one of the + Noun (พหูพจน์)   (.......หนึ่งในบรรดา,  ...........คนหนึ่ง),  “much of the + Noun (เอกพจน์ – นับไม่ได้) (..........จำนวนมาก)  และ “most of the + Noun (พหูพจน์ หรือ เอกพจน์) (..........ส่วนมาก)  เช่น

    - Many of the students are studying in the library.

      (นักเรียนหลายคนกำลังศึกษาอยู่ในห้องสมุด)

    - She is one of the girls who play basketball.

      (เธอเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เล่นบาสเก็ตบอล)

    - One of the cars has been stolen.

      (รถยนต์คันหนึ่งถูกขโมยไป)

    - Much of the furniture was destroyed in the fire.

      (เฟอร์นิเจอร์จำนวนมากถูกทำลายในกองเพลิง)

    - Most of the houses have been sold.

      (บ้านส่วนใหญ่ได้ถูกขายไปแล้ว)

    - Most of the rice was distributed to victims of the fire.

      (ข้าวส่วนมากได้ถูกแจกให้กับเหยื่อเพลิงไหม้)

7. (1) Successful economists must be (2) able understand the effect of (3) world events on national (4) economies.

    (นักเศรษฐศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จ  จะต้องสามารถเข้าใจผลกระทบของเหตุการณ์ของโลกที่มีต่อเศรษฐกิจแห่งชาติ)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “able to understand”  เนื่องจาก “to be able to (สามารถ) + V. 1

8. Gertrude Ederle (1) was the first woman (2) swimming the English Channel, a feat she (3) accomplished (4) in 1926.

   (เกอร์ทรูด เอเดอร์เล เป็นผู้หญิงคนแรกที่ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษ – การกระทำอย่างสามารถที่เธอทำได้สำเร็จในปี ๑๙๒๖)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “to swim” เนื่องจากวลี “the first woman” (ผู้หญิงคนแรก)  “the second man” (ผู้ชายคนที่สอง) “the third person” (บุคคลที่สาม)  “the last person” (บุคคลสุดท้าย)  จะต้องตามด้วยคำกริยาที่เป็น “infinitive with to” (to + V. 1) ในกรณีที่เป็น “active voice” หรือ (to + be (get) + V. 3 ในกรณีที่เป็น passive voice) เสมอ เช่น

     -  Amelia Earhart became the first woman to fly solo across the Atlantic Ocean.

       (อมีเลีย เอียฮาร์ท เป็นผู้หญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตลันติก)

     - Richard E. Byrd was the first person to fly over both the North and South Poles.

       (ริชาร์ด อี เบิร์ด เป็นบุคคลแรกที่บินข้ามทั้งขั้วโลกเหนือและใต้)

     - Jim was the second person to arrive at the party.

       (จิมเป็นบุคคลที่สองที่มาถึงที่งานเลี้ยง)

     - Jenny was the last person to be promoted last year.

       (เจนนี่เป็นบุคคลสุดท้ายที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว)

     - Private Ryan was the first soldier to be killed in the war.

       (พลทหารไรอันเป็นทหารคนแรกที่ถูกฆ่าตายในสงคราม)

9. A dictionary allows (1) quick access to the (2) meaning of a word (3) only if one knows (4) how spell the word.

    (พจนานุกรมทำให้มีการเข้าถึงอย่างรวดเร็วสู่ความหมายของคำ เฉพาะถ้าคนเรารู้วิธีสะกดคำ – ได้อย่างถูกต้อง) (หมายถึง  ต้องสะกดคำได้อย่างถูกต้อง  จึงจะสามารถค้นคำในพจนานุกรมได้อย่างรวดเร็ว)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “how to spell”  เนื่องจาก  “how + to + V. 1” เช่น

     - He does not know how to swim.

       (เขาไม่รู้วิธีว่ายน้ำ – เขาว่ายน้ำไม่เป็น)

     - They know how to play guitar.

       (พวกเขารู้วิธีเล่นกีตาร์ – พวกเขาเล่นกีตาร์เป็น)

     - We are told how to solve the problem.

      (เราถูกบอกวิธีแก้ปัญหา หรือ ......บอกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร)

     - She asked me how to answer the question.

       (เธอถามผมวิธีตอบคำถาม หรือ ถามผมว่าจะตอบคำถามอย่างไร)

10. One of the (1) essential features of the (2) modern skyscraper (3)  is being the (4) elevator.

     (หนึ่งในบรรดาลักษณะที่จำเป็นที่สุดของตึกสูงระฟ้าสมัยใหม่คือลิฟต์)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “is” เนื่องจากเป็นการใช้คำฟุ่มเฟือย

11. A narcotic is a substance that (1) was having a (2) strong depressant effect on the (3) human nervous (4) system.

     (ยาเสพติดเป็นสารซึ่งมีผลกระทบกดประสาทที่รุนแรงต่อระบบประสาทของมนุษย์)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “has” เนื่องจากกริยา “have” (มี) ไม่ใช้ในรูป continuous tense” (present หรือ past)  และข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน (present simple tense)

12. If (1) all of Picasso’s paintings were exhibited together, there (2)  were (3) enough of them to fill (4) a major museum.

      (ถ้าภาพวาดทั้งหมดของพิคัสโซ่ถูกนำมาแสดงไว้ด้วยกัน  พวกมันจะมีเพียงพอที่จะทำให้พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่เต็มเลยทีเดียว – หมายถึงเต็มพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “would be” เนื่องจากประโยคนี้เป็น “if clause” แบบที่ ๒ (unreal present – ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน) คือ เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน  หรือเกิดขึ้นได้ยาก  ใน “if clause”   ใช้ “past simple tense”  ส่วนใน “main clause”  ใช้ “past future tense” (would + V. 1)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “if clause” แบบที่ ๒ ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๒)

13. A desert area that (1) has been (2) without water for six years will (3) still bloom when rain (4) will come.

      (พื้นที่ในทะเลทรายซึ่งไม่มีน้ำเป็นเวลา ๖ ปี  จะยังคงออกดอกเบ่งบาน  เมื่อฝนมา)

ตอบข้อ (4)  แก้เป็น “comes” เนื่องจากคำกริยาที่ตามหลังประธานของอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย “when, before, after” จะอยู่ในรูป “simple tense” (present, past)  (ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๖)

14. (1) Before he died (2) at age 88, Chaplin (3) who lives in Switzerland was knighted (4) by Queen Elizabeth II.

      (ก่อนที่เขาจะตายเมื่ออายุ ๘๘ ปี  ชาลี  แชพพลิน  ซึ่งอาศัยอยู่ในสวิสเซอร์แลนด์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัศวินโดยควีน เอลิซาเบธ ที่ ๒)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “who lived” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั้งหมด

15. Tree sloths in Central America live in (1) such a damp jungle (2) climate that a kind of algae (3) growing in their fur (4) turned it green.

       (ตัวสลอธที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ในอเมริกากลาง – มีขนยาว อุ้งเท้ายาวเคลื่อนไหวช้ามาก – อาศัยอยู่ในภูมิอากาศแบบป่าดงดิบที่ชื้นมาก  จนกระทั่งสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งที่เจริญเติบโตในขนของมัน  เปลี่ยนขนให้เป็นสีเขียว)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “turns” เนื่องจากประโยคนี้เป็นข้อเท็จจริง  ถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้ “present simple tense”  สำหรับข้อ (๓) ถูกต้องแล้ว เพราะลดรูปมาจาก  “that is growing” หรือ “which is growing

16. America (1) will never again has the spirit (2) of adventure as (3) it was before the West (4) was settled.

       (ประเทศอเมริกา – โดยพลเมือง – จะไม่มีจิตวิญญานของการผจญภัยอีกต่อไป  เหมือนกับที่เคยมีก่อนที่ดินแดนทางภาคตะวันตก (ของประเทศ) จะมีการตั้งถิ่นฐานที่อยู่ – หมายถึง อเมริกามีการตั้งรกรากครั้งแรกทางภาคตะวันออกของประเทศโดยผู้ที่อพยพมาจากอังกฤษเนื่องจากมีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างกัน  แล้วคนในบริเวณนี้ค่อยๆเดินทางไปตั้งรกรากทางภาคตะวันตก ซึ่งต้องมีการผจญภัย  เสี่ยงอันตรายอย่างมากจากโรคภัยไข้เจ็บและชนเผ่าพื้นเมืองที่ตั้งรกรากอยู่เดิม – คืออินเดียนแดง – และเมื่อทางตะวันตกมีการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนแล้ว  คนอเมริกันก็มิได้เป็นนักเดินทางเสี่ยงโชค หรือผจญภัยอีกต่อไป)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “it did” เนื่องจากต้องใช้ “verb to do”  แทนคำกริยาทั่วไป  เมื่อกล่าวถึงกริยาตัวนั้นซ้ำเป็นครั้งที่สอง  ซึ่งในกรณีนี้แทน “had” (มีในอดีต) ดังเช่น

     - She went to the party last night, and I did too.

        (เธอไปงานเลี้ยงเมื่อคืนนี้  และผมก็ไปเช่นกัน)

     - They like to walk in the morning, and she does too.

        (พวกเขาชอบเดินในตอนเช้า  และเธอก็ชอบเหมือนกัน)

     - They swim well, and we do too.

        (พวกเขาว่ายน้ำเก่ง  และเราก็ว่ายเก่งเหมือนกัน)

17. In (1) prehistoric times, sharp arrowheads were often (2) made and created (3) by grinding rocks (4) together.

      (ในยุคก่อนประวัติศาสตร์  หัวลูกธนูที่แหลมคมมักถูกทำและสร้างขึ้นโดยการบดหินเข้าด้วยกัน)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “made” เนื่องจากเป็นการใช้คำซ้ำโดยไม่จำเป็น   (“made” และ “created”  มีความหมายเหมือนกัน)

18. Hares (1) frequently are often mistaken for rabbits, (2) but hares are larger and (3) usually have longer legs and ears (4) than do rabbits.

       (กระต่ายป่ามักถูกเข้าใจผิดบ่อยๆว่าเป็นกระต่ายบ้าน  แต่กระต่ายป่าตัวใหญ่กว่า  และโดยปกติมีขาและหูยาวกว่ากระต่ายบ้าน)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “are often”  เพราะเป็นการใช้คำซ้ำ (“frequently”  และ  often” มีความหมายเหมือนกัน)

19. (1) At birth, (2) the head of a baby is extremely large (3) in relation to (4) a rest of its body.

      (เมื่อตอนเกิด  ศีรษะของเด็กทารกจะใหญ่อย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับส่วนที่เหลือของร่างกาย)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “the” เนื่องจาก “the rest”  หมายถึง “ส่วนที่เหลือ

20. Children (1) less than five years old (2) has emotional needs that (3) only loving parents (4) can fill.

       (เด็กๆที่มีอายุต่ำกว่า ๕ ปี  มีความต้องการทางอารมณ์  ซึ่งพ่อแม่ที่มีความรักเท่านั้นจะสามารถเติมเต็มได้)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “have”  เนื่องจากประธานของประโยคคือ “Children”  เป็นพหูพจน์