หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 3)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. The Egyptians (1) first discovered that (2) drying fruit preserved it, made it (3) sweeter, and (4) improvement its flavor.

    (ชาวอียิปต์ค้นพบเป็นครั้งแรกว่า  การตากแห้งผลไม้เก็บรักษามันไว้  ทำให้มันหวานมากขึ้น  และทำให้รสชาติของมันดีขึ้น – คือ ปรับปรุงรสชาติของมัน)

ตอบ – ข้อ (4)  แก้เป็น “improved” เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ “preserved”  และ “made” โดยมาจาก (การตากแห้งผลไม้ “เก็บรักษา” มันไว้  “ทำให้” มันหวานขึ้น  และ “ปรับปรุง” รสชาติของมัน ทั้งนี้ กริยา ๓ ตัวนี้เป็นกริยาแท้ของอนุประโยค “that drying fruit …………………………..its flavor” และอยู่ในรูป “past tense” ทั้ง ๓ ตัว โดยมี “drying” (fruit) เป็นประธานของอนุประโยค

2. Thoreau admired (1) a honest farmer more than (2) a hypocritical scholar, who (3) would do anything (4) just to build up his fame.

    (ธอโร่เลื่อมใส (หรือนับถือ) ชาวนาที่ซื่อสัตย์มากกว่านักปราชญ์ที่เสแสร้ง-หลอกลวงผู้ซึ่งจะทำอะไรก็ได้เพียงเพื่อจะสร้างชื่อเสียงของตัวเอง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “an” เนื่องจาก “honest” (ออ-เนสท์)  มีพยางค์แรกออกเสียงเป็นเสียงสระ “ออ” จึงเสมือนกับคำนามเอกพจน์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ “a”  “e”  “i”  “o”  และ “u” เช่น  ant, egg, idea, orange, uncle เป็นต้น  จึงต้องใช้ article “a”  ขยาย  คำอื่นๆที่ใช้ในลักษณะเดียวกัน ได้แก่

-         an honor (ออ-เน่อะ) – เกียรติ

-         an honorable (ออ-เนอะ-เร-เบิ้ล) person – บุคคลที่มีเกียรติ

-         an hour (อาวร์) – ชั่วโมง

-         an honest (ออ-เนส) man – คนที่ซื่อสัตย์

-         an heir (แอร์) – ทายาท, ผู้สืบทอด, ผู้สืบมรดก

-         an heiress  (แอร์-ริส) – ทายาทหญิง

-         an unusual (อัน-ยูส-ชวล) name (ชื่อที่ไม่ธรรมดาหรือแปลก)

               ในขณะเดียวกัน  คำนามเอกพจน์ที่แม้จะขึ้นต้นด้วยสระ “a”  “e”  “i”  “o”  และ   “u”  แต่มิได้ออกเสียงสระ “ออ” แต่ออกเสียงพยัญชนะ เช่น “ยอ”  ก็จะต้องใช้  “a”  ขยาย เช่น

-         a unit (ยู-นิท) – หน่วย

-         a union (ยู้-เนียน) – สหภาพ

-         a European (ยู-โร้-เพียน) – ชาวยุโรป

-         a unanimous (ยู-แน้น-นิ-เมิส) decision – คำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์

-         a usual (ยู้-ชวล) meeting – การประชุมหรือพบปะตามปกติหรือเป็นประจำ

-         a university (ยู-นิ-เว้อ-ซิ-ที่) – มหาวิทยาลัย

-         a eunuch (ยู้-นัค) – ขันที

-         a euphemism (ยู้-เฟ-มิ-ซึ่ม) – การใช้ถ้อยคำหรือภาษาที่สละสลวยเพื่อมิให้คนฟังขัดหู

-         a euphonious (ยู-โฟ้-เนียส) song – เพลงไพเราะรื่นหู

-         a euphonium (ยู-โฟ้-เนี่ยม) – แตรทองเหลืองขนาดใหญ่

-         a euphony (ยู้-โฟ-นี่) – ความไพเราะที่เกิดจากเสียงที่ไม่ขัดหู

-         a eulogy (ยู้-โล-จี้) – คำสรรเสริญ, การยกย่องสรรเสริญ

-         a euphoria (ยู-ฟ้อร์-เรีย) – ความรู้สึกสบาย, ความเคลิบเคลิ้มเป็นสุข

-         a Eurasian (ยู-เร้-เซียน) – ผู้ที่มีเลือดชาวยุโรปผสมเอเชีย

-         a urinalysis (ยัว-ริ-แน้ล-ลิ-ซิส) – การตรวจปัสสาวะ

-         a urologist (ยัว-ร้อล-ละ-จิสท) – นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับปัสสาวะ

-         a use (ยูซ) – การใช้, การใช้ประโยชน์, วิธีการใช้, ประโยชน์

-         a useful (ยูซ-ฟูล) tool – เครื่องมือที่มีประโยชน์

-         a useless (ยูซ-ลิส) car – รถยนต์ที่ไม่มีประโยชน์หรือใช้การไม่ได้

-         a user (ยู้-เซ่อะ) – ผู้ใช้

-         a usurer (ยู้-เซอะ-เร่อะ) – ผู้ให้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก

-         a utensil (ยู-เท้น-เซิ่ล) – เครื่องใช้ในครัว, เครื่องใช้, เครื่องมือ

-         a utilitarian (ยู-ทิล-ลิ-แท้-เรี่ยน) – ผู้ยึดถือลัทธิผลประโยชน์เป็นสำคัญ

-         a utility (ยู-ทิ้ล-ลิ-ที่) – ประโยชน์, ผลประโยชน์, การบริการสาธารณะ เช่น รถเมล์, รถราง, รถไฟ, โทรศัพท์, ไฟฟ้า, ประปา

3. Since (1) First World War (2) the United States has (3) greatly increased its trade with (4) other countries.

    (ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ สหรัฐอเมริกาได้เพิ่มการค้าอย่างมากมายกับประเทศอื่นๆ)

ตอบ – ข้อ (1)  แก้เป็น “the First World War

4. Alice Hamilton, a pioneer in (1) industrial medicine, spent (2) the life exploring (3) issues (4) important to the well-being of workers’ families.

    (อลิซ แฮมิลตัน – นักบุกเบิกทางการแพทย์อุตสาหกรรม – ใช้ชีวิตของเธอในการสำรวจประเด็นต่างๆที่มีความสำคัญต่อความอยู่ดีกินดีของครอบครัวคนงาน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “her life” สำหรับข้อ (4) ถูกต้องแล้ว เนื่องจากลดรูปมาจาก “which were important” หรือ  “that were important”

5. The world’s highest, (1) Mount Everest, (2) situated on the China-Nepal border in (3) Himalaya, (4) rises to 29,028 feet.

    (สูงที่สุดของโลก  ภูเขาเอฟเวอเรสต์  ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายแดนจีน-เนปาลในเทือกเขาหิมาลัย  สูงถึง ๒๙,๐๒๘ ฟุต)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “the Himalaya”   เนื่องจากต้องใช้ article “the”  กับ เทือกเขา  แม่น้ำ  หมู่เกาะ  ชื่อประเทศที่มีคำ “union” “united” “republic”  ชื่อประเทศและชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นรูปพหูพจน์ (Philippines, Alps)  มหาสมุทร  ทะเล  คลอง  คาบสมุทร  อ่าว  ช่องแคบ  กลุ่มทะเลสาบ  ทะเลทราย  เทือกเขา  แหลม  ขั้วโลก  ภาค  นามที่มีเพียงสิ่งเดียว  เส้นศูนย์สูตร  อุโมงค์  ห้องสมุด  และพิพิธภัณฑ์ เช่น

-         the United States of America (ประเทศสหรัฐฯ)

-         the China’s People Democratic Republic (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน)

-         the Atlantic (มหาสมุทรแอตลันติค)

-         the Pacific Ocean, the Indian Ocean

-         the Danube (แม่น้ำดานูบ)

-         the Chao Praya River

-         the Thames (แม่น้ำเทมส์)

-         the Panama Canal, the Suez Canal (คลองปานามา – สุเอซ)

-         the Red Sea, the Mediterranean (ทะเลแดง – เมดิเตอร์เรเนียน)

-         the East Indies (หมู่เกาะอินเดียตะวันออก)

-         the Indo-China Peninsula (คาบสมุทรอินโดจีน)

-         the Scandinavian Peninsula (คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย)

-         the Gulf of Thailand, the Persian Gulf (อ่าวไทย – เปอร์เซีย)

-         the Bering Strait, the British Strait (ช่องแคบเบอริ่ง – อังกฤษ)

-         the Geneva Lake (ทะเลสาบเจนีวา)

-         the Kobe Desert, the Sahara Desert (ทะเลทรายโกบี – ซาฮารา)

-         the Cape of Good Hope (แหลมกู๊ดโฮพ)

-         the Rockies, the Alps (เทือกเขาร็อคกี้ – แอลป์ส)

-         the North Pole, the South Pole (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)

-         the Equator (เส้นศูนย์สูตร)

-         the North, the South (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)

-         the moon, the sun, the earth, the world, the universe, the sky

-         the Central Library (หอสมุดกลาง)

-         the Thai National Museum (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไทย)

6. (1) Star is (2) a huge ball of fiery gases (3) that (4) gives off heat and light.

     (ดาวฤกษ์เป็นลูกกลมของแก็สที่ลุกเป็นไฟ  ซึ่งปล่อยความร้อนและแสงสว่างออกมา)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “A star is” เนื่องจาก “star” เป็นนามเอกพจน์นับได้  จะอยู่ลอยๆไม่ได้  จะต้องมี  article “a” หรือ “the”  มานำหน้าเสมอ  ในกรณีนี้มิได้บ่งชี้เฉพาะว่าเป็นดาวดวงใด  จึงใช้ “a” เท่านั้น

7. (1) As (2) they ripen on the tree, (3) the most olives change slowly (4)from green to black.

     (ในขณะที่พวกมันสุกอยู่บนต้น  ผลมะกอกส่วนใหญ่เปลี่ยนอย่างช้าๆจากสีเขียวเป็นสีดำ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “most olives”  เนื่องจากหมายถึง “ผลมะกอกส่วนใหญ่”  สำหรับ “the most”  ใช้นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวในการเปรียบเทียบ “ขั้นสูงสุด” (superlative) เช่น

-         the most important thing (สิ่งสำคัญที่สุด)

-         the most expensive car (รถยนต์ที่แพงที่สุด)

-         the most diligent student (นักเรียนที่ขยันที่สุด)

-         the most difficult question (คำถามที่ยากที่สุด)

-         the most complicated problem (ปัญหาที่สลับซับซ้อนที่สุด)

8. (1) The blood carries oxygen to (2) a parts of the body (3) and returns carbon dioxide (4) to the lungs.

    (เลือดนำออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ – หรือทุกส่วน – ของร่างกาย  และนำกาซคาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนไปยังปอด)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “parts” หรือ “all parts

9. The (1) rearing of children has (2) always been of (3) basic (4)important to society.

     (การเลี้ยงดู-อบรมสั่งสอนเด็กๆได้เป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานต่อสังคมเสมอมา – คือตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “importance” เนื่องจากอยู่หลัง preposition “of”  จึงต้องเป็นคำนาม  และสังเกตได้จากมีคำคุณศัพท์ “basic” มาขยายข้างหน้า  ซึ่งคำคุณศัพท์จะขยายคำนามเท่านั้น

10. (1) In its Sealab program, the United States Navy has studied the (2)possible (3) of having people (4) live beneath the ocean.

      (ในโครงการ “ซีแล็บ”  กองทัพเรือสหรัฐฯได้ศึกษาความเป็นไปได้ของการให้ผู้คนอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทร)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “possibility”  เนื่องจากอยู่หลัง article “the”  จึงต้องเป็นคำนาม  สำหรับข้อ (4) ถูกต้องแล้ว  เนื่องจากโครงสร้างประโยค “ใครใช้ให้ใครทำอะไร”

“subject + has (have) + object + do (กริยาอะไรก็ได้) + something” (กริยา “do” จะต้องอยู่ในรูป “infinitive without to” เสมอ) เช่น

-         The U.S. Navy has people live beneath the ocean.

(กองทัพเรือสหรัฐฯ ให้ผู้คนอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทร)

-         I have him clean my house.

(ผมใช้ให้เขาทำความสะอาดบ้านของผม)

-         We had our maid wash the restroom.

(เราใช้ให้สาวใช้ล้างห้องน้ำ)

-         They had a doctor operate on the wounded soldier.

(พวกเขาให้หมอผ่าตัดทหารที่ได้รับบาดเจ็บ)

(ดูรายละเอียดการใช้โครงสร้างแบบนี้เพิ่มเติมใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๒)

11. (1) After four years of record high unemployment, the economists (2) admitted that the recession was (3) more serious than they (4)had been anticipated.

      (หลังจาก ๔ ปีของการว่างงานที่สูงเป็นประวัติการณ์ – หรือที่มีการบันทึกเอาไว้ – นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับว่า  ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงกว่าที่พวกเขาได้คาดการณ์ (ทำนาย) เอาไว้)

ตอบ – ข้อ (4)  แก้เป็น “had anticipated”  เนื่องจากอนุประโยคนี้เป็น “active voice” (ประธานของประโยคเป็นผู้ทำกริยา) และอยู่ในรูป past perfect tense (subject + had + V. 3) โดยนักเศรษฐศาสตร์เป็นผู้ทำกริยา “คาดการณ์หรือทำนาย

12. The (1) tremendously potential of the film in education (2) was appreciated by (3) many of the pioneers in the development of the (4) motion picture.

      (ศักยภาพมากมายของภาพยนตร์ในการศึกษาได้รับการชื่นชม-เห็นคุณค่าโดยนักบุกเบิกจำนวนมากในด้านการพัฒนาภาพยนตร์เคลื่อนไหว – ไม่ใช่ภาพยนตร์นิ่ง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “tremendous” เนื่องจากขยายประธานของประโยค (potential)  ซึ่งเป็นคำนาม  (และมีวลี “of the film in education” ขยายอยู่ข้างหลังด้วย)  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์

13. It is an (1) accepted custom in Europe (2) for men to (3) remove their hats when a woman (4) entered the room.

       (มันเป็นประเพณีที่ได้รับการยอมรับในยุโรป  สำหรับผู้ชายที่จะถอดหมวกของตนออกเมื่อผู้หญิงเข้ามาในห้อง)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “enters” เนื่องจากข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง  จึงใช้ในแบบเหตุการณ์ปัจจุบัน (present simple tense)  และยังสังเกตได้จาก “It is an…………….”  ซึ่งแสดงเหตุการณ์ปัจจุบัน

14. A growing number of scientists (1) finds it (2) credible that (3) other  life forms may exist (4) elsewhere in the universe.

      (นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากขึ้นพบว่ามันน่าเชื่อถือที่ว่า  รูปแบบชีวิตประเภทอื่นๆ อาจจะมีอยู่ในที่อื่นๆอีก – นอกจากในโลกมนุษย์ – ในจักรวาล)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “find”  เนื่องจากประธานของประโยคอยู่ในรูปพหูพจน์ (a growing number of scientists)  กริยาจึงไม่ต้องเติม “s” และข้อนี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง  จึงใช้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน (present simple tense) นอกจากนั้น  ยังอาจสังเกตจาก  “may exist” มิใช่ “might exist”  จึงไม่แก้เป็น  “found

15. As cities (1) grow larger and (2) distances greater, horses became (3)too slow for (4) the longer streetcar lines.

      (ในขณะที่เมืองต่างๆขยายใหญ่ขึ้น  และระยะทางไกลยิ่งขึ้น  ม้า (ที่ใช้ลากรถ) เริ่มช้าเกินไปสำหรับเส้นทางรถรางที่มีความยาวมากขึ้น – คือไม่สะดวกอีกต่อไปที่จะใช้ม้าลากรถราง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “grew larger” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต  สมัยที่ใช้ม้าลากรถราง  และอาจสังเกตจากข้อความ “horses became too slow”  ซึ่งเป็นอดีต

16. A small (1) dispute can (2) escalate into a major conflict (3) if the (4)opposing parties sit down and talk.

      (การโต้เถียง-ทะเลาะเล็กๆสามารถขยายเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ได้  ถ้าคู่กรณีที่ขัดแย้งกันไม่นั่งลงและพูดคุยกัน)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “unless” (ถ้าไม่) เนื่องจากต้องดูที่ความหมายของประโยค  สำหรับข้อ (4) ถูกต้องแล้ว เพราะต้องอยู่ในรูป “present participle” (V. + ing)  เนื่องจาก “parties” (คู่ขัดแย้ง) เป็นผู้ทำกริยาเอง  ตัวอย่างอื่นๆที่ใช้กริยา (V. + ing)  ขยายคำนาม  โดยคำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยาเอง เช่น

-         Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

-         Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

-         The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

-         The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

17. As inevitably as (1) human culture has (2) changed with (3) the passing of time, so (4) does the environment.

     (อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เหมือนกับวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลาสภาพแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน – ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “has” เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป “present perfect tense” {subject + has (have) + V. 3}  ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า “environment” อยู่ในรูปเอกพจน์  จึงต้องใช้กริยา “has” (changed)  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน เช่น

-         He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

-         She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

-         They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

-         She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน

-         I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

-         He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

-         We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

-         He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป “present simple tense” หรือ past simple tense”  กริยาในประโยคหลังจะต้องใช้ “do”  “does”  หรือ  “did”  ทั้งนี้  แล้วแต่ “tense” ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง (ว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์) ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น “past simple”   กริยาในประโยคหลังจะใช้ “did” กับประธานทุกตัว  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

-         They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

-         She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

-         We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

-         He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

-         They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

-         She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

18. John Dewey is (1) generally (2) considers one of (3) the greatest modern (4) educational philosophers.

     (จอห์น ดิวอี้  โดยทั่วไปแล้วถูกถือว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักปรัชญาทางการศึกษาสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “considered” เนื่องจากอยู่ในรูป “passive voice” {subject + is (am, are, was, were) + V. 3} (จอห์น ดิวอี้  ถูกถือว่าเป็น.............)

19. The (1) decline in the population of tigers (2) is due primarily to the (3) lose of a natural habitat (4) as a result of human occupation and activities.

        (การลดลงของประชากรเสือ  โดยสำคัญที่สุดแล้วเนื่องมาจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ  อันเป็นผลมาจากการยึดครองและกิจกรรมต่างๆของมนุษย์)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “loss” เนื่องจากนำหน้าด้วย article “the”  จึงต้องเป็นคำนาม  ส่วน “lose”  เป็นคำกริยา หมายถึง “สูญเสีย

20. We could expect (1) some of the worst environmental damage to be prevented if we (2) require (3) those who pollute to pay for the harm (4) they do to the environment.

      (เราสามารถคาดหวังว่าความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดบางประการ  อาจป้องกันได้ถ้าเรากำหนดให้บุคคลที่ก่อให้เกิดมลภาวะ  จ่ายเงินสำหรับอันตรายที่พวกเขาได้ทำให้เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “required” เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๒ (present unreal)  (ดูรายละเอียดของ “if clause” แบบนี้ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๒)

21. (1) Populations shifts from large cities (2) to suburban areas since the mid- 1940s have influenced (3) the way newspapers (4) are distributed.

      (การเคลื่อนย้ายของประชากรจากเมืองใหญ่ไปสู่พื้นที่บริเวณชานเมืองตั้งแต่กลางทศวรรษ ๑๙๔๐  ได้มีอิทธิพลต่อวิธีการ (รูปแบบ) ที่หนังสือพิมพ์ถูกจำหน่าย-แจกจ่ายออกไป)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “Population”  เนื่องจากคำนามขยายคำนาม (compound noun) คำนามตัวหน้าจะใช้ในรูปเอกพจน์  ส่วนการแสดงรูปพหูพจน์  จะแสดงที่คำนามตัวหลัง  เช่น

-         school buses (รถโรงเรียน – รับส่งนักเรียน)

-         government policies (นโยบายของรัฐบาล)

-         a stone house (บ้านทำด้วยหิน)

-         car tyres (=tires) (ยางรถยนต์)

-         service buses (รถบริการ – รับส่งพนักงาน)

-         bank employees (พนักงานธนาคาร)

22. Unlike (1) that of many industrial countries, the inflation rate in the United States has for (2) some time been (3) little than 12 percent (4)a year.

      (ไม่เหมือนกับอัตราเงินเฟ้อของประเทศอุตสาหกรรมหลายๆประเทศ  อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ในบางครั้ง  ต่ำกว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “less”  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative)  (ดูรายละเอียดการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” เพิ่มเติมใน  หมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓  และตอนที่ ๘ ข้อ ๕  และ ๑๒)

23. Predators and parasites (1) sharing a fundamental (2) characteristic : they (3) both survive at the expense (4) of others.

      (สัตว์พวกนักล่าและกาฝากมีลักษณะพื้นฐานร่วมกัน  พวกมันทั้ง ๒ ชนิดรอดชีวิตอยู่ได้ด้วยความสูญเสีย (เสียหาย) ของสัตว์หรือพืชชนิดอื่นๆ)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “share” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคหน้า  โดยมี “Predators and parasites”  เป็นประธานของประโยค  ส่วน “survive”  เป็นกริยาแท้ของประโยคหลัง  ที่มี “they” เป็นประธาน

24. Scientists have (1) recently argued that Einstein’s (2) contribution to physics and mathematics are (3) more important than (4) Newton’s.

      (นักวิทยาศาสตร์  เมื่อเร็วๆมานี้  ได้ให้เหตุผลว่า  คุณูปการของไอน์สไตน์ที่มีต่อวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์  มีความสำคัญมากกว่าคุณูปการของนิวตัน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “contributions” เนื่องจากกริยาในประโยคย่อยคือ “are” ดังนั้น  ประธานของประโยคย่อย (contributions)  จึงต้องอยู่ในรูปพหูพจน์

25. Soaps have always had one weakness: (1) they (2) did not make suds (3) readily in (4) hard water.

       (สบู่ได้มีจุดอ่อนอยู่ ๑ ข้อเสมอมา  คือ  พวกมันไม่สามารถสร้างฟองสบู่ได้อย่างง่ายๆในน้ำกระด้าง)

ตอบ – ข้อ (2)  แก้เป็น “do” เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  จึงต้องใช้ในรูป “present simple tense” และอาจสังเกตได้จากประโยคข้างหน้า  ที่มีกริยาอยู่ในรูป “present perfect tense” (have always had) จึงต้องอยู่ในรูป “present” ทั้งประโยคหน้าและหลัง