หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 2)

1. Histologists (1) examine cells (2) to be determined their (3) nature and  (4) function.

     (นักจุลกายวิภาคศาสตร์ของเนื้อเยื่อตรวจสอบเซลล์เพื่อกำหนด (ระบุ) ลักษณะและหน้าที่ของมัน)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “to determine”  เนื่องจาก  “.........ตรวจสอบเซลล์เพื่อกำหนดลักษณะ................” ตัวอย่างอื่นๆที่คล้ายกัน ได้แก่

-         He works hard to pass the exam.

(เขาขยันเรียนเพื่อจะสอบผ่าน)

-         She gets up early to catch the bus.

(เธอตื่นแต่เช้าเพื่อจะให้ทันรถ)

-         They stayed up late at night to study for his exam tomorrow.

(พวกเขาอยู่จนดึกตอนกลางคืนเพื่อศึกษาสำหรับการสอบในวันพรุ่งนี้)

2. Great (1) changes have enveloped California (2) as it has evolved (3) in a rural to (4) an urban culture.

     (ความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายได้รุมล้อมรัฐแคลิฟอร์เนียในขณะที่มันวิวัฒนาการจากวัฒนธรรมชนบทไปสู่วัฒนธรรมเมือง)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “from” เนื่องจากวิวัฒนาการจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่ง (จากวัฒนธรรมชนบทสู่วัฒนธรรมเมือง)

3. Our (1) understanding of the past is (2) based on written records, oral traditions, and (3) physically evidence, all of which (4) must be interpreted.

    (ความเข้าใจอดีตของเรามีพื้นฐานอยู่บนบันทึกที่ได้ถูกเขียนไว้  จารีตประเพณีที่เล่าสืบต่อกันมา  และหลักฐานทางกายภาพ  ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องได้รับการอธิบาย – หรือตีความ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “physical”  เนื่องจากขยายคำนาม “evidence”  จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์ (adjective) มิใช่กริยาวิเศษณ์ (adverb)

4. (1) Advances in elevator (2) technology, air conditioning, and electric illumination (3) having all had profound effects in the field of (4)modern architecture.

     (ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีลิฟต์ – สำหรับใช้ขึ้นลง – การปรับอากาศ  และการส่องสว่างด้วยไฟฟ้า  ได้มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งในสาขาของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “have” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยค  และกริยาของประโยคนี้อยู่ในรูป “present perfect tense” (have all had) ซึ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน คือ “มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน” และเนื่องจากประธานของประโยคนี้มี ๓ ตัว คือ (1) advances (in elevator technology), (2) (air) conditioning  และ (3) (electric) illumination จึงต้องใช้กริยาเป็นพหูพจน์ตามประธาน คือ “have (all) had

5. Most household (1) appliances emit electromagnetic (2) fields that are basically (3) equivalence to those emitted by high-voltage (4) lines.

    (อุปกรณ์-เครื่องมือในบ้านเรือนส่วนใหญ่ปล่อยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า  ซึ่งมีค่าเท่ากันโดยพื้นฐานกับสนามแม่เหล็กที่ปล่อยออกมาโดยสายไฟฟ้าแรงสูง)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “equivalent” เนื่องจากอยู่หลัง “verb to be” (are)  จึงต้องเป็นคำคุณศัพท์ (adjective)  ทั้งนี้ อาจสังเกตได้อีกอย่างจาก “basically” ซึ่งเป็นคำกริยาวิเศษณ์ จึงต้องขยายคำคุณศัพท์ “equivalent” มิใช่คำนาม “equivalence

6. Today (1) rapid communication methods have made (2) available much of the literature of (3) every nation, (4) both the original language and in translation.

     (ปัจจุบัน  วิธีการสื่อสารอย่างรวดเร็วได้ทำให้สามารถหามาได้สำหรับวรรณกรรมจำนวนมากของทุกชาติ  ทั้งในภาษาดั้งเดิมและในฉบับแปล – เป็นภาษาอื่น)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “both in the” (ทั้ง “ใน” ภาษาดั้งเดิม) เพื่อให้สมดุลกับ “in translation” (“ใน” ฉบับแปล)

7. A spider knows (1) exact (2) how to build (3) its web without ever (4)being taught.

     (แมงมุมรู้อย่างถ่องแท้-แน่นอนถึงวิธีการสร้างใยของมันโดยไม่เคยมีใครต้องไปสอนมัน)

ตอบ – ข้อ (1)  แก้เป็น “exactly” เนื่องจากขยายคำกริยา “knows” จึงต้องเป็นคำกริยาวิเศษณ์ (adverb) ส่วนข้อ (4) “being” ถูกต้องแล้วเนื่องจากอยู่ในรูป “passive voice” (verb to be + V. 3)  แต่เนื่องจากตามหลัง prepositionwithout” จึงต้องเปลี่ยน “be” ให้เป็น “gerund” (verb + ing) คือ “without ever being taught” “โดยมิเคยต้องถูกใครสอน

8. (1) Sheeps and (2) goats were the first (3) beasts to (4) be domesticated.

     (แกะและแพะเป็นสัตว์ป่ารุ่นแรกที่ถูกทำให้เชื่อง – คือนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “Sheep” เนื่องจากเมื่ออยู่ในรูปพหูพจน์ ไม่ต้องเติม “s

9. (1) Is there any (2) further reasons you can give us for your failure (3)to do (4) as you promised?

     (มีเหตุผลอื่นๆอีกหรือไม่ที่คุณสามารถบอกเราได้สำหรับความล้มเหลวของคุณที่จะทำตามที่ได้สัญญาเอาไว้ – คือเหตุผลที่ไม่สามารถทำตามสัญญา)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “Are”  เพราะ “reasons” เป็นพหูพจน์

10. The (1) number of sleep a person needs (2) depends on his age and  (3) how much sleep it takes for him to awake (d) refreshed.

        (ปริมาณของการนอนที่บุคคลต้องการขึ้นอยู่กับอายุของเขา  และเขาต้องใช้เวลานอนมากเท่าใดเพื่อที่จะตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “amount” เนื่องจาก “sleep” เป็นคำนามนับไม่ได้  ส่วน “number”  ใช้กับคำนามนับได้ที่เป็นพหูพจน์ เช่น “the number of students”  (จำนวนนักเรียน), “the number of countries” (จำนวนประเทศ) เป็นต้น

11. Each cigarette (1) which a person smokes (2) does some harm, and  eventually (3) you may get a serious disease from (4) its effects.

        (บุหรี่แต่ละมวนที่บุคคลสูบก่อให้เกิดอันตรายบางอย่าง  และในที่สุด เขาอาจจะเป็นโรคร้ายแรงจากผลกระทบของมัน)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “he” เพราะแทน “a person” ซึ่งตามปกติถือเป็นเพศชาย

12. If there were no (1) alternative, we (2) will try (3) to get (4) enough people interested to charter a bus.

     (ถ้าไม่มีทางเลือก  เราจะพยายามหาคนให้ได้จำนวนมากพอ  ที่มีความสนใจจะเช่ารถบัส)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “would” เนื่องจากใน “if clause”  ใช้ “were”  โดยประ โยคนี้เป็น “if clause” แบบที่ ๒ (present unreal) คือเหตุการณ์ไม่เป็นจริงในปัจจุบันหรือเกิดขึ้นได้ยาก สำหรับข้อนี้  ผู้พูดเชื่อว่าเหตุการณ์คงจะไม่เกิดตามที่พูด แต่สมมติเอาไว้ก่อน คือ “ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ  ก็จะหาคนให้ได้มากพอ..............” ซึ่งจริงๆแล้วผู้พูดเชื่อว่ายังมีทางเลือกอื่นนั่นเอง

13. (1) During the final minutes of (2) his speech, the speaker requested that the audience (3) held (4) its applause.

       (ในช่วงสุดท้ายของสุนทรพจน์ของเขา  ผู้พูดขอร้องผู้ฟังว่าอย่าเพิ่งปรบมือ)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “hold” เนื่องจากรูปประโยค “subject + request (ed) + that + subject + present subjunctive (กริยาที่ไม่มีการผัน คือต้องใช้กริยาช่องที่ ๑ ที่ไม่มี “to” นำหน้าเสมอ และไม่มีการเติม “s” หรือ “ed” หลังกริยาตัวนั้น เพราะถือเสมือนว่ามี “should” นำหน้ามัน  แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) เช่น

-         She suggested that he study hard.

(เธอแนะนำว่าเขา (ควร) ขยันเรียน)

-         They request that she arrive on time.

(พวกเขาขอร้องว่าเธอ (ควร) มาถึงให้ทันเวลา)

(ดูรายละเอียดการใช้รูป “present subjunctive”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘  ข้อ ๑๓)

14. The ground was (1) so smooth that I had no (2) need for a mattress; I (3) laid down and went to sleep (4) effortlessly.

       (พื้นดินราบเรียบมากจนกระทั่งผมไม่ต้องการฟูก (รองนอน)  และผมได้นอนลงและหลับไปอย่างง่ายดาย)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “lay” เนื่องจากกริยา  “lay  laid  laid  =   วางลง”  ส่วนกริยา “lie  lay  lain  =   นอน, นอนลง”  และในข้อนี้หมายถึง “นอนลง” จึงต้องใช้ “lay” ซึ่งอยู่ในรูปอดีต (past tense) เพราะประโยคนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีต

15. (1) The Russian language (2) is spoken throughout (3) a immense territory (4) that embraces two continents, Europe and Asia.

     (ภาษารัสเซียถูกพูดทั่วอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาล  ซึ่งประกอบด้วย ๒ ทวีป  คือ ยุโรปและเอเชีย)

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “an” เนื่องจาก “immense” ขึ้นต้นด้วยสระ “i”  และมีเสียง “ออ” คือ “อิม-เมนส์” แต่แม้จะขึ้นต้นด้วยสระ “a”  “e”  “i”  “o”  และ “u”  แต่ไม่มีเสียงสระ “ออ”  หรือมีเพียงเสียงพยัญชนะ “ยอ”  ก็ให้ใช้ “a” ขยาย เช่น

-         a union (ยู-เนี่ยน) – สหภาพ

-         a European (ยู-โร-เพียน) – ชาวยุโรป

-         a university (ยู-นิ-เวอ-ซิ-ที่) – มหาวิทยาลัย

-         a universal (ยู-นิ-เวอ-แซล) language – ภาษาสากล

-         a unanimous (ยู-แนน-นิ-มัส) decision – การตัดสินใจเป็นเอกฉันท์

-         a unique (ยู-นีค) person – บุคคลที่ดีเยี่ยม-ไม่มีใครเหมือน

16. African countries are (1) rapidly increasing (2) educational opportunities for their people, but only about 10 (3) per cents of all (4) adult Africans can read and write.

      (ประเทศแอฟริกันกำลังเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างรวดเร็วแก่ประชาชนของตน  แต่ว่าเพียงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่แอฟริกันเท่านั้นที่สามารถอ่านและเขียนได้)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “per cent”  เนื่องจาก “per cent” ไม่มีการใช้รูปพหูพจน์

17. Instinctive behavior is (1) what the animal is born with, and is (2)part of it, (3) like (4) it’s shape and color.

      (พฤติกรรมโดยสัญชาติญาณคือสิ่งที่ติดตัวสัตว์มาตั้งแต่เกิด  และเป็นส่วนหนึ่งของมัน  เช่นเดียวกับ (เหมือนกับ) รูปร่างและสีของมัน)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “its” ซึ่งแสดงความเป็นเจ้าของ “ของมัน” เช่นเดียวกับ “hers” (ของเธอ), “theirs” (ของพวกเขา) เป็นต้น

18. Since 1973, the world (1) has had to cope (2) with (3) soar (4) oil and gas prices.

     (ตั้งแต่ปี ๑๙๗๓  โลกจำเป็นต้องรับมือกับราคาน้ำมันและแกสที่เพิ่มสูงขึ้นอย่ารวดเร็ว)

ตอบ – ข้อ (3) แก้เป็น “soaring” {soar (ซอร์) – เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, เพิ่มขึ้นแบบพรวดพราด}  เหมือนกับ  “rising oil price”  “increasing cost of living”  “drinking horse”  “frying birds”  “walking man

19. The reason (1) most Americans (2) don’t pay much attention to (3)rising African nationalism is (4) because they really do not know modern Africa.

      (เหตุผลที่คนอเมริกันส่วนใหญ่มิให้ความสนใจมากมายกับลัทธิชาตินิยมของแอฟริกาที่กำลังเพิ่มมากขึ้น  ก็คือว่าพวกเขามิได้รู้จักกับแอฟริกาสมัยใหม่อย่างแท้จริง)

ตอบ – ข้อ (4) แก้เป็น “that” เนื่องจาก “the reason”  ต้องใช้คู่กับ “that”  เสมอ คือ  “the reason + subject + verb + (……………) + is that + subject + verb + (………….)

20. The development of sailing (1) as sport (2) had began (3) when sailing ships declined in (4) commercial importance.

       (การพัฒนาการแล่นเรือใบในฐานะกีฬา  ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเรือที่แล่นด้วยใบได้ลดความสำคัญลงในเชิงพาณิชย์)

       ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “had begun”  เนื่องจากหลัง “had” ต้องเป็นกริยาช่องที่(begin  began  begun)

21. It is (1) estimated that a round-trip flight to Mars (2) would take (3)more than a year and a (4) half.

      (มันได้รับการประมาณการว่า  การเดินทางไป-กลับโดยเครื่องบิน (จรวด) ไปยังดาวอังคาร  จะใช้เวลามากกว่า ๑ ปีครึ่ง)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “will take” เพื่อให้ “tense” สอดคล้องกับ “It is estimated”  (เป็นเรื่องของอนาคต)

22. All experienced hunters know (1) that wild animals (2) became (3)particularly restless before the (4) onset of a storm.

      (นายพรานผู้มีประสบการณ์ทุกคนรู้ว่า  สัตว์ป่ากระวนกระวาย (กระสับกระส่าย) เป็นพิเศษ  ก่อนการเริ่มต้นของพายุ)

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “become” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน และเป็นข้อเท็จจริง จึงใช้กริยาในประโยคย่อย (become) ให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่ (know)

23. Civilization today (1) had depended on wood (2) at great (3) cost to the world’s natural resources.

       (อารยธรรมในปัจจุบันพึ่งพาอาศัยไม้  โดยมีค่าเสียหายอย่างมากมายแก่ทรัพยากรธรรมชาติของโลก)

ตอบ – ข้อ (1) แก้เป็น “depends” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน และเป็นข้อเท็จจริง และประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (Civilization)

24. Vitamin E (1) is found in vegetable oils and margarines, but (2) its (3) use and utilization by the body is not (4) fully understood.

      (วิตามินอีถูกพบในน้ำมันพืชและเนยเทียม  แต่การใช้มัน (วิตามินอี) โดยร่างกายไม่เป็นที่เข้าใจกันอย่างเต็มที่)  

ตอบ – ข้อ (3)  แก้เป็น “use” เพียงคำเดียว  เนื่องจาก “use” และ “utilization”  มีความหมายเหมือนกัน  จึงเป็นการใช้คำซ้ำโดยไม่จำเป็น

25. (1) During the seventeenth century (2) the most colonists were primarily (3) concerned with (4) economics and defense.

       {ในระหว่างศตวรรษที่ ๑๗ ชาวอาณานิคม (ในอเมริกา) ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวลโดยพื้นฐานในเรื่องเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศ (อาณาเขต)}

ตอบ – ข้อ (2) แก้เป็น “most” เนื่องจากหมายถึง “ส่วนใหญ่” หรือ “ส่วนมาก” สำหรับ  “the most” ใช้ในการเปรียบเทียบขั้นสูงสุด กับคำคุณศัพท์พยางค์ยาว เช่น

-         the most excellent works (ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุด)

-         the most convenient way of communication (วิธีคมนาคมที่สะดวกที่สุด)

-         the most dangerous road (ถนนที่อันตรายที่สุด)

-         the most beautiful woman (ผู้หญิงที่สวยที่สุด)

-         the most wonderful place (สถานที่วิเศษที่สุด)

-         the most valuable assets (ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด)

-         the most interesting film (ภาพยนตร์ที่น่าสนใจมากที่สุด)