หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 13)

1. If food (1) is used as a reward or punishment, a child (2) may develop (3) habits lead to (4) excessive consumption or an unbalanced diet.

(ถ้าอาหารถูกใช้เป็นรางวัลหรือการลงโทษ  เด็กอาจจะสร้าง (พัฒนา) นิสัยซึ่งนำไปสู่การบริโภคแบบมากเกิน  หรืออาหารที่ไม่สมดุล – คือขาดสารอาหารที่ร่างกายต้องการ)

ตอบ  -  ข้อ ๓ แก้เป็น “habits leading”  เนื่องจากลดรูปมาจากประโยคย่อย (ที่ซ้อนอยู่ในประโยคใหญ่) คือ “(habits) which (that) lead to……………diet”เพราะประโยคใหญ่ของประโยคที่มี “If clause”  นี้ (a child may…………… unbalanced diet) มีกริยาแท้อยู่แล้ว  คือ “may develop” ดังนั้น  จะมีกริยาแท้ซ้อนอีกตัวโดยไม่มีคำเชื่อมไม่ได้  ต้องทำให้เป็น Adjective phrase”  คือ  “Present participle” (Verb + ing) ขยายคำนาม “habits” แสดงความเป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)   คือ “นำไปสู่...............

2. Prices fall (1) in times of deflation, and this (2)results at a rise (3) in the demand for (4) goods and services.

(ราคา – สินค้า – ลดลงในช่วงเวลาของเงินฝืด  และสิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความต้องการสินค้าและบริการ)

ตอบ  -  ข้อ  ๒  แก้เป็น  “results inสำหรับวลีที่ต้องใช้กับ  preposition In”มีดังนี้“interested in”(สนใจใน), “qualified in”(มีคุณสมบัติในเรื่อง), weak in”(อ่อนในเรื่อง), “deficient in”(ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), proficient in”(ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”(ประสบความสำเร็จ), “disappointed in”(ผิดหวัง), “in a box”(ในกล่อง), “in a pocket”(ในกระเป๋า), “sit in an armchair”(นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed(ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”(ในมือของเธอ), “in each other’s arms”(ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area(ในพื้นที่), “in the garden”(ในสวน), “in the air”(ในอากาศ), “in the middle of the room”(ที่กลางห้อง), “in the direction of”(ในทิศทางของ), “in a restaurant”(ในภัตตาคาร), “in the bathroom”(ในห้อง น้ำ), in school”(ในโรงเรียน), “in hospital”(ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”(ในครัว),“in the shop window”(ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”(ในกระจก), “in a lake”(ในทะเลสาบ), “in black suit”(ในชุดดำ), in the water”(ในน้ำ), write in ink”(เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”(เขียนด้วยดินสอ)(แต่ใช้ write with a pencil” - เขียนด้วยดินสอ), in the first chapter”(ในบทที่ ๑), “in the film”(ในภาพยนตร์), “wait in the queue”(รออยู่ในแถว), “be in a play(ร่วมแสดงละคร), “in April”(ในเดือนเมษายน), “in 2016”(ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”(ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”(ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”(ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”(ในระหว่างนั้น), “in two months”(ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”(ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”(ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour(ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”(ใน ๒ นาที), “in ancient society(ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”(ในธรรมชาติ), “in these circumstances”(ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”(ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”(อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”(อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun(ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”(ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light”(ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”(ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”(ในความรัก-ตกหลุมรัก), in a state of shock”(อยู่ในสภาวะช็อค), “in low spirits”(ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), in a temper”(ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”(เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cryout in pain”(ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise(เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”(ในความพยายามที่จะ),“in support of”  (เพื่อเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือแก่), in response to”(เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to your question”(เพื่อเป็นการตอบคำถามของคุณ), have confidence in”(มีความเชื่อมั่นใน), take interest in”(สนใจใน), a course in Chinese”(คอร์ส ภาษาจีน), an expert in”(ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”(หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”(ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”(ในวัยชราของเขา), a woman in her twenties” (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion(ในความเห็นของผม), “in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds” (รับคนงานเป็นร้อยๆ), “in my experience” (จากประสบการณ์ของผม), “inher own eyes” (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian” (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing” (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty” (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash” (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger” (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage” (ในขั้นตอนการวางแผน), 10 meters in length” (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two” (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”(มีขนาดเล็กลง), “join in (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success” (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), the pain in my feet  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt” (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg” (ถูกยิงที่ขา), “in fashion” (กำลังเป็นที่นิยม), result in his death” (ส่งผลให้เขาตาย), believe in” (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน), in the first place” (ในประการแรก)  (แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)เป็นต้น

3. A function of governments (1) are to bring (2) order to society and promote the (3) public (4) welfare.

(หน้าที่ประการหนึ่งของรัฐบาลทั้งหลาย  คือ การนำมาซึ่งความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม  และส่งเสริมสวัสดิภาพของประชาชน)

ตอบ  -  ข้อ ๑ แก้เป็น “is to bring”  เนื่องจากประธานของประโยค คือ “A function (of government)”  ซึ่งเป็นเอกพจน์  กริยาจึงต้องเป็น “is

4. The purpose (1) of the United Nations, (2) broad speaking, (3) is to maintain peace and security and (4) to encourage respect for human rights. 

(วัตถุประสงค์ของสหประชาชาติ, พูดอย่างกว้างๆ, คือการรักษาสันติภาพและความมั่นคง  และการส่งเสริมการเคารพในสิทธิมนุษยชน)

ตอบ  -  ข้อ  ๒  แก้เป็น “broadly speaking” เนื่องจากขยายกริยา (speaking) จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)

5. (1)To save its life, an animal may ignore thirst and hunger (2) for atime, (3) or even hold its breath (4)when necessarily.

(เพื่อที่จะรักษาชีวิตของมัน  สัตว์อาจจะมองข้าม (ไม่สนใจ) ความกระหายและความหิวในช่วงเวลาหนึ่ง  หรือแม้กระทั่งกลั้นหายใจเมื่อจำเป็น)

ตอบ  -  ข้อ  ๔  แก้เป็น “when necessary” เนื่องมาจากลดรูปมาจาก “Adverb clause of time” (when it is necessary – เมื่อจำเป็น) ที่ขยายกริยา “hold its breath” (กลั้นหายใจ)

6. The process of (1) making iron remained (2) primitively (3) until 1832 (4) when the first high-quality crucible steel was made.

(กระบวนการทำเหล็กยังคงเป็นแบบโบราณ-ดั้งเดิม-ง่ายๆ  จนกระทั่งปี ๑๘๓๒  เมื่อเหล็กกล้าที่เป็น – หรือใช้ทำ – เบ้าหลอมที่มีคุณภาพสูงอันแรก (หมายถึงเหล็กดังกล่าวอันแรก) ได้ถูกผลิตขึ้นมา)

ตอบ  -  ข้อ  ๒  แก้เป็น  “primitive”  เนื่องจากหลังคำกริยา  “Remain” (ยังคง) ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์  (Adverb)  เหมือนเมื่อตามหลังคำกริยาทั่วๆไป  (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำกริยาประเภทนี้  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง)

-         I saw the coach on the field after the game, and he seemed _________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า____________ )

(a)   real angry

(b)  angrily

(c)   anger

(d)  angry(โกรธ)

ตอบข้อ (d)  เนื่องจาก “Seem + adjective” {หรืออาจตอบข้อ (a) แต่ต้องแก้เป็น “really angry” (โกรธอย่างแท้จริง)  ก็ได้} เพราะว่าหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้ (Look, Feel, Become, Grow, Get, Seem, Appear, Taste, Prove, Sound, Remain, Turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม (Object) แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์  คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective) เท่านั้น  มิใช่คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า “Subjective Complement”หมายถึง “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่าLinking verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง ประธานของประโยค  และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

     - She felt good after a long sleep.

       (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

     - He looked happy when his friends came to see him.

     (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

     - The milk in that glass tasted sour.

     (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

     - They seem tired after a hard day’s work.

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

              (อธิบายเพิ่มเติม)  คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก“Linking verb ได้แก่Be (is, am, are, was, were) (เป็น, อยู่, คือ),  Become,  Seem  (ดูเหมือนว่า), Appear  (มีลักษณะท่าทาง), Feel  (รู้สึก), Get,  Grow,  Keep, Look  (มีท่าทาง), Smell  (มีกลิ่น), Sound,  Taste  (มีรสชาติ), Turn  (กลายเป็น) จะต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  เสมอ เช่น

-        Tom became rich.  (ทอมร่ำรวยขึ้นมา)

-        Ann seems happy.  (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)

-         Jim felt cold(จิมรู้สึกหนาว)

-        He got/grew impatient.  (เขารู้สึกกระวนกระวาย)

-        The idea sounds interesting. (ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)

-        She looked calm.  (เธอมีอาการสงบ)

-        He turned pale.  (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)

-        The soup tasted sweet.  (ซุปมีรสหวาน)

7. The abacus is (1) a simple (2) calculating machine (3) that is used (4) to doing arithmetic.

 (ลูกคิดเป็นเครื่องคำนวณอย่างง่ายๆ  ซึ่งถูกใช้สำหรับการทำเลขคณิต  -  คือคำนวณตัวเลข)

ตอบ  -  ข้อ (4) แก้เป็น “for” เนื่องจาก “Is (are) used” หมายถึง “ถูกใช้ สามารถตามด้วย  ๒  รูปแบบ คือ “is used to + verb 1” (ถูกใช้ทำ)  “is used for + verb + ing” (ถูกใช้สำหรับการ............)  และ  “is used for + noun(ถูกใช้สำหรับการ.................)  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

          - This machine is used to sort out defective products from good ones.

(เครื่องจักรนี้ถูกใช้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ชำรุด – หรือมีตำหนิ – ออกจากผลิตภัณฑ์ที่ดี)

       - This big jar is used for containing rain water.

(ตุ่มใหญ่ใบนี้ถูกใช้สำหรับกักเก็บน้ำฝน)

       - The newly constructed railway system is used for mass transit.

(ระบบรถไฟที่กำลังสร้างใหม่ถูกใช้เพื่อขนส่งคนจำนวนมากๆ)

8. Marble has been (1) a preferred stone for (2) decorative work in buildings (3) from very earliest (4) ages.

(หินอ่อนได้เป็นหินที่ได้รับความนิยมมากกว่ากัน  สำหรับงานตกแต่งประดับประดาในตัวอาคาร  จากยุคเริ่มแรกสุดๆเลยทีเดียว)

ตอบ  -  ข้อ ๓ แก้เป็น “from the” เนื่องจากการเปรียบเทียบ “ขั้นสูงสุด” (Superlative)  ต้องใช้ “The”   ขยาย  ห้ามใช้  “Very” เช่น  “He is the best student in the class.” ห้ามใช้  “She is very most beautiful woman in the village.” (เธอเป็นผู้หญิงสวยที่สุดในหมู่บ้าน)  แต่ใช้  “She is the most beautiful…………the village.”

9. The (1) last forty years of the nineteenth century (2) were marked by (3) rapidly multiplication (4) of railroad lines.

(๔๐ ปีสุดท้ายของศตวรรษที่ ๑๙  ถูกแสดงให้ปรากฏชัด  โดยการเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว  –  หรือเพิ่มขึ้นมากมาย  -  อย่างรวดเร็ว  ของเส้นทางรถไฟ)

ตอบ  -  ข้อ ๓ แก้เป็น “rapid” เนื่องจากขยายหน้าคำนาม (multiplication)  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์ (Adjective)

10. Hearts (1) are found (2) in each but (3) the most primitive kinds of (4) animals.

(หัวใจถูกพบในสัตว์ทุก (ประเภท) และประเภทที่ดั้งเดิม-เริ่มแรกที่สุด – เช่น ไดโนเสาร์หรือสัตว์สมัยโบราณ)

ตอบ  -  แก้เป็น “in all and” (ในทุกประเภทและ  -  ประเภทที่.........)  เนื่องจาก  Each” ใช้ขยายคำนามเอกพจน์  แต่ในประโยคข้างบนใช้ “kinds” จึงต้องเปลี่ยน Each” เป็น “All” และเปลี่ยน “But” เป็น “And”  เพื่อให้ได้ใจความที่ดีและเป็นจริง  (ว่าสัตว์ยุคเริ่มแรกที่สุดก็มีหัวใจเช่นกัน)  หรือคำตอบอีกอย่างที่อาจเป็นได้ คือ แก้ข้อ ๒ เป็น “in all but  (ในสัตว์ทุกประเภทยกเว้น  -  สัตว์ยุคเริ่มแรกสุด)   ซึ่ง “But”  ในที่นี้  มีความหมายว่า “ยกเว้น”  (ข้อนี้  อาจเป็นไปได้ทั้ง ๒ คำตอบ ขึ้นอยู่กับความหมายของผู้ออกข้อสอบ)

11. The (1) actual quantity of folic acid (2) is required in the (3) daily diet is (4) not known.

(ปริมาณที่แท้จริงของกรดโฟลิค  ที่ถูกต้องการในอาหารประจำวัน  ไม่มีใครทราบ)

ตอบ  -  ข้อ ๒ แก้เป็น “required” เนื่องจากประโยคข้างต้นมีกริยาแท้อยู่แล้ว คือ  “is not known” จึงไม่สามารถมีกริยาแท้ (is required) ซ้อนขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง  หรืออาจถือว่า  ลดรูปมาจากประโยคย่อย “(acid) which is required in the daily diet” คือตัด “which is” ทิ้งไป

12. (1) Some trees (2) have distinctive features (3) that identify (4) they at first glance.

(ต้นไม้บางต้นมีลักษณะเด่น-พิเศษ  ซึ่งระบุเอกลักษณ์ (หรือลักษณะเฉพาะตัว)  ของตัวมัน  เมื่อมองแบบผ่านๆในครั้งแรก)

ตอบ  -  ข้อ ๔ แก้เป็น “them” เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา “identify” (ระบุเอกลักษณ์)

13. In the United States, the (1) individual income tax is the (2) governmental largest (3) source of (4) revenue.

(ในสหรัฐฯ  ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล  เป็นแหล่งรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของรัฐบาล)

ตอบ  -  ข้อ ๒ แก้เป็น “government’s”  คือต้องแสดงความเป็นเจ้าของ (ของรัฐบาล)  เนื่องจาก  มี “largest”  มาขยายข้างหน้า “source”  จึงไม่สามารถใช้ governmental” ขยายเป็นตัวถัดไปได้

14. There is an (1) increasingly (2) amount of evidence that (3) more and more young people are taking an (4) active interest in politics.

(มีปริมาณหลักฐานเพิ่มมากขึ้นว่า  คนหนุ่มสาวจำนวนมากขึ้นมากขึ้น  กำลังมีความสนใจอย่างกระตือรือร้น  ในเรื่องการเมือง)

ตอบ  -  ข้อ ๑ แก้เป็น  “increasing” เนื่องจากขยายหน้าคำนาม “amount (ปริมาณ)  จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์ (Adjective) ดูคำอธิบายเพิ่มเติมข้างล่าง

               สำหรับ “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)  เพื่อที่จะบอกว่า คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  (แสดง Active voice”)  เช่น

-         Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

-         Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

-         The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

-         The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

-         The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงานคือเพื่อนร่วมงานของผม)

-         The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

-         The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

-         The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

15. The ability (1) to convert raw materials into (2) more valuable commodities is the (3) basis of an (4) industrious economy and the foundation for a high standard of living.

(ความสามารถที่จะเปลี่ยนวัตถุดิบ  ให้เป็นสินค้าที่มีค่ามากขึ้น  เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม  และเป็นรากฐานสำหรับมาตรฐานการดำรงชีวิตที่สูง)

ตอบ  -  ข้อ ๔ แก้เป็น “industrial” (ด้านอุตสาหกรรม, เกี่ยวกับอุตสาหกรรม)  ส่วน “industrious” หมายถึง “ขยัน, อุตสาหะ, พากเพียร

16. The fact that some mushrooms are (1) perfectly safe for one person and not (2) for another (3) probably account for differences of opinion as to which species (4) are edible and which are not.

(ข้อเท็จจริงที่ว่า  เห็ดบางอย่างปลอดภัยโดยสมบูรณ์สำหรับบุคคลหนึ่ง  และไม่ปลอดภัยกับอีกบุคคลหนึ่ง  บางทีเป็นสาเหตุของความแตกต่างทางด้านความคิดเห็น  เกี่ยวกับว่า  เห็ดพันธุ์ใดสามารถกินได้  และพันธุ์ใดกินไม่ได้)

ตอบ  -  ข้อ ๓ แก้เป็น “probably accounts” เนื่องจากประธานของประโยค คือ   The fact that ………………..for another” ซึ่งเป็น “Noun clause และถือเป็นเอกพจน์ (ข้อความรวมทั้งหมด)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมหน้าที่ของ  “Noun clause” (โดยเฉพาะ ข้อ ๕)  ดังนี้

                “Noun clause” ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

๑.     เป็นประธานของ “Verb” หรือประโยค เช่น

    - What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

    - How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

     - Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

     - Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

     - That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

     - Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

๒. เป็นกรรมของ “Verb” หรือประโยค เช่น

- I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

     - She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

     - They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

     - We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

     - She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

     - The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

     - I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

๓. เป็นกรรมของ “Preposition” เช่น

- She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

      - They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

      - We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

      - They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

๔. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์ (Adjective) ที่แสดงความรู้สึก (Sure, Confident, Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted, Delightful, Anxious, Worried, etc.) เช่น

- I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

      - He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

      - They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

      - We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

๕. ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน เช่น

             - The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

(ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)     

                 (“The fact”  คือ “that he graduated with first-class honor”

ดังนั้น “that he graduated with first-class honor” จึงเป็น  “Noun

clause”)  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me

is known to all.(ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The

fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  (คือเป็นคนละส่วนกัน)  ดังนั้น  that (which) he told me”  จึงเป็น “Adjective clause”  มาขยาย  “The fact

             - The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน  มิได้ยึดถือกันโดยทุกคน)  (ข้อความที่

ขีดเส้นใต้เป็น “Noun clause”)

            - The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people.

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”)

หมายเหตุ  –  จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น “Noun clause” จะใช้ “that” นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้ “which”) และ  “that” จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น “Adjective clause”  จะใช้ “that” หรือ “which”ก็ได้  และมันจะทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรมของประโยค  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

-     The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Adjective clause”  ขยาย “The book”  โดย “which (that)” ทำหน้าที่เป็นประธานของ “Clause”

         -    The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Adjective

clause” ขยาย “The book”  โดย “which (that)” ทำหน้าที่เป็นกรรมตรง

ของ “Clause”  ส่วน “me” เป็นกรรมรอง)

17. (1) Some sea turtles, for example, the green turtle, (2) may take two decades or (3) lengthier (4) to achieve maturity.

(เต่าทะเลบางชนิด  ตัวอย่างเช่น  เต่าเขียว  อาจใช้เวลา ๒ ทศวรรษ  หรือ มากกว่านั้น  เพื่อจะเติบโตเต็มที่)

ตอบ  -  ข้อ ๓  แก้เป็น “longer” เนื่องจาก “lengthier”  มาจาก “lengthy หมายถึง “(คำพูด, ข้อเขียน) ยืดยาว, เป็นเวลานาน, ยาวกว่าปกติ”  คำนี้ไม่นิยมใช้แสดงการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (Comparative degree) แต่ใช้แบบทั่วไป (ไม่เปรียบเทียบ)  เช่น  “lengthy stay” (การพักที่ยาวนาน)  “lengthy process(กระบวนการที่ยืดยาว) “lengthy conversation” (การสนทนาที่ยืดเยื้อ)  lengthy document” (เอกสารที่ยาว – มีเนื้อหาหรือข้อความมาก)  “lengthy explanations” (คำอธิบายที่ยืดยาว) “lengthy creature” (สัตว์ที่ตัวยาวกว่าปกติ)

18. Magazines (1) provide (2) the wide variety of (3) information and (4) entertainment.

(วารสารให้ข้อมูลข่าวสาร  และความบันเทิงที่หลากหลาย)

ตอบ  -  ข้อ ๒ แก้เป็น “a wide” เนื่องจากมิได้แสดงการเน้น  หรือบ่งชี้ที่เฉพาะเจาะจงลงไป  จึงไม่ต้องใช้  Article “The

19. Sleep, rest and (1) relaxed are the (2) best remedies (3) for (4) many headaches.

(การนอนหลับ  การพักผ่อน  และการผ่อนคลาย  เป็นยาแก้ที่ดีที่สุด  สำหรับโรคปวดหัวหลายชนิด)

ตอบ  -  ข้อ  ๑  แก้เป็น “relaxation” (การผ่อนคลาย) เนื่องจากต้องให้สมดุลกับประธานของประโยค  ซึ่งเป็นคำนามอีก  ๒  ตัวข้างหน้า  คือ “Sleep” และ  “Rest

20. Nurses know that they (1) must to watch cardiac patients (b) continually because a single moment (3) could make the difference (4) between life and death.

(พยาบาลรู้ว่า  พวกเขาจะต้องเฝ้าดูผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างต่อเนื่อง  เพราะว่าชั่วเวลาขณะหนึ่ง  สามารถทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างชีวิตและความตายได้)

ตอบ  -  ข้อ ๑ แก้เป็น “must watch” เนื่องจากกริยาที่ตามหลัง “Modal verb(will, would, shall, should, can, could, may, might, must)  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1) เสมอ  ดูเพิ่มเติมตัวอย่างประโยคข้างล่าง

-   He might get a discount if he pays for his ticket before next week.

(เขาอาจจะได้รับการลดราคา  ถ้าเขาจ่ายเงินค่าตั๋วก่อนสัปดาห์หน้า)

หมายเหตุ  -  เนื่องจากกริยาที่ตามหลังกริยาประเภท “Modal verb” (will, would, shall, should, can, could, may, might, must)   จะต้องอยู่ในรูป Infinitive without to” คือ  Verb ช่องที่ ๑ ที่ไม่มี  “To”  นำหน้า เสมอ เช่น

-         You should get up early to catch the bus.

(คุณควรตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันรถ)

-         He may come to see me if he has time.

(เขาอาจจะมาพบผมถ้าเขามีเวลา)

-         They must finish their work before noon.

(พวกเขาจะต้องทำงานให้เสร็จก่อนเที่ยง)

-         We will go swimming if it does not rain this afternoon.

(เราจะไปว่ายน้ำ  ถ้าฝนไม่ตกบ่ายนี้)

21. (1) The mountains and canyons (2) of Utah are (3) excellent places for hunting and (4) to fish.

(ภูเขาและหุบเขาลึกของรัฐยูทาห์  เป็นสถานที่ดีเยี่ยมสำหรับการล่าสัตว์และตกปลา)

ตอบ  -  ข้อ ๔ แก้เป็น “fishing” เนื่องจากอยู่หลัง Preposition “for” จึงต้องเป็นรูป “Gerund” (Verb + ing)  เหมือนกับ  “huntingซึ่งในกรณีนี้  เราถือว่า

Gerund” (Verb + ing)  เป็นกรรมของบุรพบท  (Object of Preposition) เช่น

- He is interested in collecting stamps.

(เขาสนใจกับการสะสมแสตมป์)

          - She was surprised at finding her lost ring.

(เธอประหลาดใจกับการพบแหวนที่หายไป)

          - They are fond of reading.

(พวกเขาชอบการอ่าน)

          - We came here by taking a taxi.

(เรามาที่นี่โดยการนั่งรถแท็กซี่)

          - This equipment is for gardening.

(อุปกรณ์นี้สำหรับการทำสวน)

22. Female bears (1) usually (2) give birth to two or three (3) cub (4) every two years.

(หมีตัวเมียโดยปกติแล้ว  ให้กำเนิดลูกหมี ๒ หรือ ๓ ตัว  ทุกๆ ๒ ปี)

ตอบ  -  ข้อ ๓ แก้เป็น “cubs” เนื่องจากหมายถึงลูกหมี ๒ หรือ ๓ ตัว  จึงต้องอยู่ในรูปพหูพจน์