หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 11)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. It was generally (1) agreed that the young lady had (2) great promise as an actress and (3) that she acted (4) as good as experienced professionals.

(มันได้รับการเห็นพ้องกันโดยทั่วไปว่า  สุภาพสตรีสาวคนนั้นมีอนาคตอย่างยิ่งในฐานะนักแสดง  และ (เห็นพ้อง) ว่าเธอแสดงได้ดีเท่าๆกันกับ (นักแสดง) มืออาชีพที่มีประสบการณ์)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “as well as” เนื่องจากขยายกริยา “acted” จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์(adverb)

2. He (1) immediately felt (2) angrily about (3) Jim’s (4) success.

(เขารู้สึกโกรธเคืองในทันทีทันใด  เกี่ยวกับความสำเร็จของจิม)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “angry” เนื่องจากหลังกริยา “felt” (กริยาช่องที่ ๒ และ ๓ ของ “feel”) ต้องอยู่ในรูปคุณศัพท์ (Adjective) มิใช่กริยาวิเศษณ์ (Adverb) เหมือนอยู่หลังกริยาโดยทั่วไป(ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์  ใน หมวดข้อสอบ  Error Detection ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๑๙)

3. We (1) need an (2) unusual gifted chemist (3) to solve this sensitive problem (4) without creating any hazards.(เราต้องการนักเคมีที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษ  เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่อ่อนไหวนี้)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “unusually gifted” เนื่องจากขยายหน้าคำคุณศัพท์ (gifted = มีพรสวรรค์, มีความสามารถพิเศษ) จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์

4. The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “whose”เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุประสงค์ของมัน) และนำหน้าอนุประโยค (whose purpose…………………..the needy) สำหรับข้อ ๔ ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้  “The”นำหน้าคำคุณศัพท์ (sick และ needy) หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ (“คนป่วย” และ “คนยากคนจน”) และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  ต้องใช้กับกริยา“are, were, have” เช่น “the poor”(คนจน)  “the rich” (คนรวย) “the wise”(คนฉลาด, นักปราชญ์)  “the brave”(คนกล้าหาญ)  “the elderly” (คนสูงอายุ) “the young” (คนหนุ่มสาว) “the old”(คนแก่) นอกจากนั้น  “กริยา + ing” (Present participle)  และ กริยาช่องที่ ๓ (Past participle) ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่งแต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น “the dying” (คนที่กำลังจะตาย)หรือ  “the wounded”(คนเจ็บ)  “the injured”(คนเจ็บ) ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน  และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  และใช้กับกริยา “are, were, have”  เช่นกันดังตัวอย่างประโยค

       - The rich are not always happy.

(คนรวยมิใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป)

       - The poor have asked for help from the government

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

       - In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

         - The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

         - The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

         - The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “Whose”  ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๓๕  และ ตอนที่ ๑๐ ข้อ ๒๘)

5. I (1) had spent months (2) to build my fiber-glass boat, and now that it was ready, I wanted (3) all my friends to come and see (4) it.

(ผมใช้เวลาหลายเดือนในการสร้างเรือไฟเบอร์กลาสของผม  และเพราะว่ามันพร้อมแล้ว  ผมจึงต้องการให้เพื่อนทุกคนของผมมาและดูมัน – เรือ)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “building”  (ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย “Verb + ing” (Gerund) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๑๙ และ ตอนที่ ๖ ข้อ ๒๙)

6. (1)The veterinarian (2) has examined several dogs, two of (3) those are believed (d) to be developing rabies.

(สัตวแพทย์ได้ตรวจสุนัขหลายตัว  ซึ่ง ๒ ตัวในจำนวนเหล่านั้นถูกเชื่อว่ากำลังพัฒนาเป็นโรคพิษสุนัขบ้า – โรคกลัวน้ำ)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “which”  (ดูเพิ่มเติมการใช้ “which” นำหน้าอนุประโยค  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ข้อ ๓๘)

7. Jessica (1) is only (2) an amateur, but she sings (3) sweeter (4) than most professionals.

(เจสซิกาเป็นเพียงนักร้องสมัครเล่น  แต่เธอร้องเพลงได้ไพเราะกว่า (นักร้อง) มืออาชีพส่วนใหญ่)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “more sweetly” เนื่องจากขยายคำกริยา “sings” จึงต้องอยู่ในรูปคำกริยาวิเศษณ์ (sweetly)(อย่างไพเราะ) และต้องนำหน้าด้วย “more” เนื่องจากถือเป็นคำพยางค์ยาว(ดูเพิ่มเติมการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (Comparative degree) ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๓)

8. Visits to Disneyland (1) is a delight to any child and (2) usually a (3) treat for (4) his parents as well.

(การไปเยือนดิสนีย์แลนด์เป็นความปลาบปลื้ม-ยินดีแก่เด็กๆ  และโดยปกติเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงหรือพอใจสำหรับพ่อแม่ของเด็กเช่นเดียวกัน)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “are” เนื่องจากประธานของประโยค คือ “Visits” ซึ่งอยู่ในรูปพหูพจน์

9. No other beverage comes even (1) close to rivaling coffee as the (2) widely most (3) drunk (4) refreshment in the world.

(ไม่มีเครื่องดื่มอื่นใด  ที่จะมาแม้กระทั่งใกล้เคียงกับการตีเสมอกับกาแฟ  ในฐานะเครื่องดื่มที่ถูกดื่มอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “most widely” เนื่องจากเป็นการเรียงคำที่ไม่ถูกต้องทั้งนี้ most”  ต้องอยู่หน้ากริยาวิเศษณ์เสมอ เช่น  “most quickly”  “most carefully”  “most slowly” ฯลฯ

10. Health experts (1) say that a brief, (2) spirited walk is a good way for people to fight midday (3) fatigueand (4) restore his energy.

(ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า  การเดินอย่างมีชีวิตชีวา-กระฉับกระเฉง  เป็นวิธีการที่ดีสำหรับผู้คน  ในการต่อสู้กับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเวลากลางวัน  และนำกำลังวังชาของพวกเขากลับคืนมา)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “restore their” เนื่องจากแทน “people” ซึ่งเป็นคำนามพหูพจน์

11. (1) Historical, the (2) search for gold has been an important factor (3) in exploration, war, and the conquests of (4) many civilizations.

(ในทางประวัติศาสตร์  การค้นหาทองได้เป็นปัจจัยสำคัญในการสำรวจ  สงคราม  และการพิชิต (เอาชนะ) ของอารยธรรมต่างๆ จำนวนมาก)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “Historically” เนื่องจากเป็นคำที่ขยายข้อความที่ตามมาทั้งหมดในประโยค  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)

12. (1) As soon as I saw the smoke, (2) I called the fire department, but (3) they haven’t arrived (4) already.

(ในทันทีที่ผมเห็นควันไฟ  ผมโทรไปตามหน่วยดับเพลิง  แต่พวกเขายังมาไม่ถึงเลย)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “yet” เนื่องจากประโยคที่นำด้วย “but” เป็นประโยคปฏิเสธ  สำหรับ “already”  ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม(ดูเพิ่มเติมการใช้ “Yet” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๕)

13. Due to the (1) mountainous nature of the country, only about 7 (2) percent of the land (3) can be used for crop (4) rising.

(เนื่องจากลักษณะที่เต็มไปด้วยภูเขาของประเทศ  เพียงประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ของพื้นดินเท่านั้น  สามารถใช้สำหรับการปลูกพืช)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “raising” เนื่องจาก “raise = เพาะปลูก, เลี้ยงสัตว์, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ยกระดับส่วน “rise =  เพิ่มขึ้น, (ดวงอาทิตย์, น้ำ) ขึ้น

14. (1) While (2) play is important at all levels of human development, it takes on (3) particularly significance (4) when children are five and six years old.

(ในขณะที่การเล่นมีความสำคัญ ณ ทุกระดับของการพัฒนาการของมนุษย์  มัน (การเล่น) มีความสำคัญเป็นพิเศษ  เมื่อเด็กๆ มีอายุ ๕ และ ๖ ปี)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “particular” เนื่องจากขยายหน้าคำนาม (significance = ความสำคัญ) จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณศัพท์ (Adjective)

15. With (1) adequate exposure to the sun, the risk of (2) all types of cancer can be (3) reduced by up to 30 (4) percents.

(ด้วยการถูก (สัมผัส) แสงอาทิตย์อย่างเพียงพอ  การเสี่ยงจากมะเร็งทุกชนิด  สามารถลดลงไปได้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “percent” หรือ“per cent”  (คำนี้ไม่มีการเติม “s”)

16. The rhinoceros is (1) known as its (2) distinctive horns, which continue (3) to grow throughout the (4) animal’s lifetime.

(แรดเป็นที่รู้จักกันสำหรับ (หรือในเรื่อง) นอที่เด่นของมัน  ซึ่งยังคงเจริญเติบโตต่อไปตลอดช่วงชีวิตของสัตว์ – คือแรด)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “known for” หมายถึง “เป็นที่รู้จักกันในเรื่อง หรือสำหรับ”เช่น

- He is known for his kindness and generosity.

(เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องความกรุณาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่)

     - Chiang Mai is known for the hospitality of its people.

(เชียงใหม่เป็นที่รู้จักในเรื่องความเอื้อเฟื้อ-ต้อนรับแขกของผู้คนที่นั่น)

     - That judge is known for his fair verdict.

(ผู้พิพากษาคนนั้นเป็นที่รู้จักในเรื่องคำตัดสินที่เป็นธรรม)

     - The President was known for his sensible ant timely decision making.

(ท่านประธานาธิบดีเป็นที่รู้จักในเรื่องการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและเหมาะสมกับเวลา)

สำหรับ  “known as” (เป็นที่รู้จักกันในฐานะ)ใช้ดังนี้ คือ

- He is known as a famous doctor.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะแพทย์ที่มีชื่อเสียง)

      - She was known asa dedicated teacher.

(เธอเป็นที่รู้จักในฐานะครูที่อุทิศตัว)

      - They are known as brave people who have sacrificed their lives for the country.

(พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะคนผู้กล้าหาญ  ผู้ซึ่งสละชีวิตตนเองเพื่อประเทศชาติ)

     - Jim is known as a man who keeps his words.

(จิมเป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลซึ่งรักษาคำพูด)

17. A conductor (1) uses signals and gestures to let the musicians (2) to know when (3) to play various part of a (4) composition.

(ผู้คุมวงใช้สัญญาณและอากัปกิริยาท่าทาง  เพื่อให้นักดนตรีรู้ว่า เมื่อใดจะเล่นส่วนต่างๆของบทประพันธ์เพลง)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “know” เนื่องจากเป็นการใช้กริยาที่อยู่ในโครงสร้าง “let +  กรรม+ infinitive without to (V. 1)”(ดูเพิ่มติมกลุ่มคำกริยาที่ต้องตามด้วย Infinitive without to (V. 1)” ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๓ ข้อ ๒๑)(และดูคำอธิบายคำตอบข้อ ๓ “when to play” ใน “หน้าที่ของ “Infinitive with to (To + V. 1) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖)

18. (1) Share corporate stocks (2) with employees can be an effective way (3) to promote harmony, efficiency, and equitability (4) in the workplace.(การแบ่งปันหุ้นของบริษัทกับพนักงาน  สามารถเป็นวิธีที่มีประสิทธิผลในการส่งเสริมความปรองดอง  ประสิทธิภาพ  และความเท่าเทียมกัน  ในสถานที่ทำงาน)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “Sharing” หรือ “To share”  เนื่องจากเป็นการใช้“Gerund” (Verb + ing)   หรือ “Infinitive with to” (To + verb) ขึ้นต้นประโยค  เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค(ดูรายละเอียด หน้าที่ของ“Gerund” (Verb + ing)ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๑๙ ข้อ ๗ (แบบฝึกหัด “เลือกคำเติมประโยคให้สมบูรณ์”และดูหน้าที่ของ “Infinitive with to” (To + verb)ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๑๘ ข้อ ๑๖)

19. Numerous (1) changes in the format and (2) distribution of newspapers (3) made possible by technological (4) advances in the early 1800’s.(ความเปลี่ยนแปลงมากมายในรูปแบบและการกระจายของหนังสือพิมพ์  ถูกทำให้เป็นไปได้  โดยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในช่วงต้นศตวรรษ ๑๘๐๐)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “were made” (เป็นเหตุการณ์ในอดีต) เนื่องจากต้องอยู่ในรูป Passive voice” เพราะ “ความเปลี่ยนแปลง (มากมาย)...................... ถูกทำให้เป็นไปได้ โดยความก้าวหน้า............

20. In (1) profiling a nation’s development, economists consider (2) population density, (3) industrial production, and economic (4) grow.

(ในการสร้าง – หรือบรรยาย – โครงร่างของการพัฒนาของประเทศหนึ่ง  นักเศรษฐศาสตร์จะพิจารณาถึง  ความหนาแน่นของประชากร  การผลิตด้านอุตสาหกรรม  และความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “growth” (คำนาม)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา “consider” หรืออาจพิจารณาจากการต้องใช้คำให้สมดุล (Balance) คือ “นักเศรษฐศาสตร์จะพิจารณา............“density” (ของประชากร), “production” (ทางด้านอุตสาหกรรม) และ “growth” (ทางด้านเศรษฐกิจ) ซึ่งจะเห็นว่าต้องเป็นคำนามทั้ง ๓ คำ เมื่อเป็น “กรรม” ของกริยา

21. Switzerland is (1) a federal republic, (2) it is governed (3) by a president, a council (4) of seven ministers, and a legislature of two houses.(สวิสเซอร์แลนด์เป็นสหพันธรัฐ  ซึ่งถูกปกครองโดยประธานาธิบดี ๑ คน  สภาที่ประกอบด้วยรัฐมนตรี ๗ คน  และสภานิติบัญญัติ ๒ สภา)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น“which is” เนื่องจากเป็นส่วนที่นำหน้าอนุประโยคประเภท Adjective clause” ที่ขยายคำนาม “federal republic”  ซึ่งอนุประโยคดังกล่าวคือ “which is …………………..two houses”  ทั้งนี้ สามารถลดรูป Adjective clause” ดังกล่าวให้เหลือเป็นเพียงวลี (Adjective phrase) โดยตัด  which is” ทิ้งไป เหลือแต่ “governed by………………….” ก็ได้

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “which” นำหน้าอนุประโยคใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓๘)

22. (1) Each man and woman (2) must sign (3) their full name (4) before entering the examination room.

(ผู้ชายและผู้หญิงทุกคนจะต้องลงชื่อเต็มของเขา/เธอ  ก่อนเข้าห้องสอบ)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น his or her หรือ his/her  เนื่องจากแทน “each man” และ  each woman” ซึ่งถือเป็นเอกพจน์ ตามลำดับ

23. I (1) have studied very hard for my finals this term (2) because unless I pass (3) all of them, (4) its the end of my scholarship.

(ผมเรียนหนักมากเพื่อการสอบไล่วิชาต่างๆเทอมนี้  เพราะว่าถ้าผมสอบไม่ผ่านทุกวิชา  มันจะเป็นจุดจบ (การสิ้นสุด) ทุนเล่าเรียนของผม – คือถูกตัดทุน)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “it is”หรือ “it will be

24. (1) Had he (2) had tried harder, he (3) would have achieved (4) his goal. (ถ้าเขาได้พยายามมากขึ้น (เมื่อปีที่แล้ว) เขาก็คงจะได้บรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “tried” เนื่องจากโครงสร้าง “Had he tried harder” แปลงมาจาก“If he had tried harder” ทั้งนี้ ประโยคข้างบนเป็น “If clause” แบบที่ ๓ (Past unreal) (ไม่เป็นจริงในอดีต) ที่เป็นการสมมติสิ่งที่มิได้เกิดขึ้นจริงในอดีต  แต่เป็นการมาสมมติย้อนหลัง หลังจากเหตุการณ์ได้ผ่านไปแล้ว  โดยเหตุการณ์จริงๆ คือ “เขามิได้พยายามมากขึ้น  เขาจึงไม่บรรลุเป้าหมาย”(ดูเพิ่มเติม “If clause” แบบที่ ๓ ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑ และ ตอนที่ ๑๗ ข้อ ๒ และดูการแปลงรูป  “If clause” ประเภทนี้ (If they had known the fact = Had they known the fact) ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๒๔ ข้อ ๗)

25. (1) During the examination, he (2) wondered if (3) their was (4) any answer to the problem.

(ในระหว่างการสอบ  เขาประหลาดใจว่า  มีคำตอบใดๆต่อปัญหานั้นหรือไม่)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “there” (มี) ส่วน  “their”หมายถึง “ของพวกเขา

26. (1) Saw from a distance, the oasis (2) appeared filled with (3) delicious water, dates, (4) and figs.

(ถูกมองเห็นจากระยะไกล  โอเอซิสปรากฏว่าเต็มไปด้วยน้ำที่มีรสกลมกล่อม  ผลอินทผลัม และผลมะเดื่อ)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “Seen from a distance”เนื่องจาก “โอเอซิส ถูกมองเห็น” (เป็น Passive voice” จึงต้องใช้กริยาช่องที่ ๓) (ดูเพิ่มเติมการใช้กริยาช่องที่ ๓(Past participle) และ “Verb + ing” (Present participle) ขึ้นต้นประโยค  แสดงว่าประธานของประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ และผู้กระทำ (ตามลำดับ) ใน หมวดข้อสอบ Error Detection ตอนที่ ๘ ข้อ ๘)

27. A number of economists (1) who agree that a government can fight a period (2) of recession (3) by means of greater federal (4) spending.

(นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเห็นพ้องว่า  รัฐบาล (ของประเทศ) หนึ่ง  สามารถต่อสู้กับช่วงเวลาของเศรษฐกิจถดถอย  โดยการใช้จ่ายเงินภาครัฐให้มากยิ่งขึ้น)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “agree” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคใหญ่ (A number ………………..agree that) ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ “who” (ดูเพิ่มเติมการใช้  Who” นำหน้าอนุประโยค แบบ  “Adjective clause” ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๓๕)

28. Because humans have (1) flexible hands, creative brains, and (2) the power of speech, (3) so they have come (4) to dominate their environment.

(เพราะว่ามนุษย์มีมือที่คล่องแคล่ว-ยืดหยุ่น  สมองที่สร้างสรรค์  และอำนาจในการพูด (หรือทางภาษา)  พวกเขาเลยมีอิทธิพลเหนือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขา)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “they” เนื่องจากเมื่อใช้ “because” แล้ว  ไม่ต้องใช้ “so” ซ้ำอีก

28. The (1) function of the judge is to supervise the trial in order (2) to assure (3) their proper conduct and fair administration (4) of justice.

(หน้าที่ของผู้พิพากษา  คือการกำกับดูแลการไต่สวนคดี  เพื่อให้มั่นใจต่อการกระทำที่เหมาะสมของมัน (คือการไต่สวนคดี)  และการบริหารความยุติธรรมที่เป็นธรรม)

ตอบ – ข้อ ๓ แก้เป็น “its proper” เนื่องจากแทน “the trial” ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์

29. (1) Early autumn in some parts of the country is very pleasant, but (2) shortly (3) behind October the rain begins, (4) accompanied by sudden cold.

(ต้นฤดูใบไม้ร่วงในบางส่วนของประเทศนี้น่ารื่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง  แต่ช่วงเวลาสั้นๆ หลังเดือนตุลาคม  ฝนจะเริ่มตก  ตามมาด้วยความหนาวเย็นทันทีทันใด)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “after” เนื่องจากใช้กับ “เวลา” (หลังเดือนตุลาคม)  ส่วน behind” ใช้กับสถานที่ หรือตำแหน่งแห่งที่ (Place, Location) เช่น “behind the building” (หลังอาคารหรือตึก)  “behind the bushes” (หลังพุ่มไม้) behind the trees” (หลังต้นไม้) “behind the cottage” (หลังกระท่อม) behind a cloud” (หลังก้อนเมฆ)  “behind his dark glasses” (ดวงตา – หลังแว่นตาสีดำของเขา) etc.

30. Both plants and animals are capable (1) of (2) reproduction; (3) each species produces offspring like (4) themselves.

(ทั้งพืชและสัตว์สามารถสืบพันธุ์-ขยายพันธุ์  แต่ละพันธุ์ (พืชหรือสัตว์) จะสร้างลูกหลานที่เหมือนกับตัวของมันเอง)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “itself” เนื่องจาก “species” เป็นทั้งคำนามเอกพจน์และพหูพจน์ในคำเดียวกัน แต่เมื่อมี “each” มาขยายข้างหน้า  แสดงถึงความเป็นเอกพจน์ จึงต้องใช้  itself” ทั้งนี้  อาจสังเกตได้จาก กริยา “produces” ที่เติม “s” ซึ่งบ่งบอกว่า species”  ในที่นี้ใช้เป็นคำนามเอกพจน์

31. Many plants respond (1) to such (2) stimulus as light, moisture, heat, or pressure by movement of (3) their parts or by (4) chemical change.

(พืชจำนวนมากตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น แสง ความชื้น ความร้อน หรือ ความกดดัน โดยการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของมัน  หรือโดยการเปลี่ยนแปลงทางเคมี)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “stimuli” เนื่องจากเป็นรูปพหูพจน์ของ “stimulus” (สิ่งเร้า) (ดูจากมีการยกตัวอย่างสิ่งเร้าหลายชนิด)

32. Encyclopedias may be (1) used to (2) answer question, to solve problems, and to obtain (3) information on a (4) particular topic.

(เอ็นไซโคลพีเดียส์อาจถูกใช้ตอบคำถาม  แก้ปัญหา  และรับข้อมูลในหัวข้อพิเศษ – หรือเฉพาะด้าน)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “answer questions” เนื่องจาก “question” เป็นคำนามเอกพจน์นับได้  จะอยู่แบบลอยๆไม่ได้  ต้องนำหน้าด้วย “A” หรือ “The”  ไม่เช่นนั้นก็ต้องทำให้อยู่ในรูปพหูพจน์เหมือนในกรณีนี้  หรืออาจสังเกตจากการต้องทำให้สมดุลกับ solve problems” สำหรับ “obtain information” “information” เป็นคำนามนับไม่ได้ และถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงไม่สามารถเติม “s” ข้างท้ายได้

33. (1) That club members who (2) have joined in the (3) last year have been asked to (4) contribute to the building fund.

(สมาชิกของสโมสรผู้ซึ่งเข้ามาร่วมในปีที่แล้ว  ได้รับการร้องขอให้บริจาคเข้ากองทุนการก่อสร้าง)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “The” หรือ “Those” เนื่องจาก “club members” อยู่ในรูปพหูพจน์  ส่วน “that” ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์

34. (1) Some museums use volunteers from the community (2) which act as guides to show visitors (3) the displays of local (4) artists’ work.

(พิพิธภัณฑ์บางแห่งใช้อาสาสมัครจากชุมชน  ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์  นำแขกที่มาเยือนไปดูการแสดงผลงานของศิลปินท้องถิ่น)

ตอบข้อ ๒ แก้เป็น “who” เนื่องจากขยายคน  “volunteers” (อาสาสมัคร) (ดูเพิ่มเติมการใช้ “Who”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๓๕)

35. (1) Many arts experts (2) believe ancient Chinese art to be (3) superior than other art works (4) produced in the same period.

(ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะจำนวนมาก  เชื่อศิลปะจีนสมัยโบราณว่า  เหนือกว่าผลงานศิลปะอื่นๆ  ที่ถูกผลิต (สร้าง) ขึ้นมาในเวลาเดียวกัน)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “superior to”  ทั้งนี้  มีคำคุณศัพท์ (Adjective)  ๔ คำ ที่เมื่อใช้เปรียบเทียบใน “ขั้นกว่า” (Comparative degree) แล้ว  ไม่ใช้ “than” หรือ “more than”  แต่ใช้ “TO”  ได้แก่ “Superior” (เหนือกว่า, ดีกว่า, เก่งกว่า), “Inferior”  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า, ต่ำกว่า),  “Senior” (อาวุโสมากกว่า), “Junior”  (อาวุโสน้อยกว่า)  ดังตัวอย่างประโยค

       - He is senior to me in the army.

      (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ – คือมียศสูงกว่า)

       - We are superior to them in terms of perseverance.

       (เราเหนือกว่าพวกเขาในแง่ของความพากเพียรพยายาม)

       - This leather belt is inferior to that one due to the materials made.

       (เข็มขัดหนังเส้นนี้ด้อยกว่าเส้นนั้นเนื่องมาจากวัสดุที่ใช้ทำมัน)

       - Jane is junior to Susan in the university.

        (เจนอาวุโสน้อยกว่าซูซานในมหาวิทยาลัย – คือเป็นรุ่นน้อง)

36. The man practices (1) what he (2) preaches because he doesn’t smoke, drink, or (3) does anything to (4) excess.

(ชายคนนั้นทำในสิ่งที่เขาเทศนา-สั่งสอน  เพราะว่าเขาไม่สูบบุหรี่  ดื่มเหล้า  หรือทำอะไรก็ตามที่มากจนเกินไป – คือเกินพอดี)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “do” เนื่องจากถือว่าอยู่หลัง “doesn’t” จึงต้องอยู่ในรูป “infinitive without to” (Verb 1)  เหมือนกับ “smoke” และ “drink” เช่นเดียวกับคำกริยาที่ตามหลัง “Modal verb” (will, would, shall, should, can, could, may, might, must) จะต้องอยู่ในรูป “Infinitive without to”  เช่นเดียวกัน

37. The (1) increasing use of machinery and (2) scientific farming methods (3) have reduced the number of laborers (4) needed on farms.

(การใช้เครื่องจักรกลเพิ่มมากขึ้น  และวิธีการทำไร่นา (ทำฟาร์ม) แบบวิทยาศาสตร์  ได้ลดจำนวนผู้ใช้แรงงาน (กรรมกร) ที่เป็นที่ต้องการในไร่นา)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “has reduced” เนื่องจากประธานของประโยค คือ “(The increasing) use” โดยประธานหลัก คือ “use” ซึ่งเป็นเอกพจน์

38. The power of money is (1) much greater in those societies (2) that permit a considerable (3) inequality of (4) wealthy.

(อำนาจของเงินมีมากกว่ากันมากในสังคมเหล่านั้น  ซึ่งยอมให้มีความไม่เท่าเทียมกันอย่างมากมายในเรื่องของความมั่งคั่งร่ำรวย)

ตอบข้อ ๔ แก้เป็น “wealth” เนื่องจากอยู่หลัง Preposition “of” จึงต้องอยู่ในรูปของคำนาม

39. (1) It was very nice of the (2) Joneses to invite my wife, my mother, and (3) I to their New (4) Year’s party.

(มันเป็นสิ่งที่ดีของครอบครัวโจนส์  ที่เชื้อเชิญภรรยาของผม  แม่ของผม  และตัวผม ไปร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ของพวกเขา)

ตอบข้อ ๓ แก้เป็น “me” เนื่องจากถือว่าอยู่หลังกริยา “invite” เหมือนกับ “my wife” และ “my mother” (เป็นกรรมของกริยา “invite”) จึงต้องเป็น “Pronoun” ที่อยู่ในรูปกรรม  เหมือนกับ “her, him, them, us, it, me, you

40. It is becoming (1) increasing common for the directors of (2) low-budget movies to (3) function (4) as actors, writers, and producers of their projects.

(มันกำลังเป็นสิ่งธรรมดาสามัญเพิ่มมากขึ้น  สำหรับผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์งบประมาณต่ำ (หนังราคาถูก) ที่จะทำหน้าที่ในฐานะนักแสดง  นักเขียนบท  และผู้ผลิต (ผู้สร้าง) โครงการ (ภาพยนตร์) ของพวกเขา – คือคนเดียวต้องทำหน้าที่หลายอย่างเพราะมีเงินทุนน้อย)

ตอบข้อ ๑ แก้เป็น “increasingly”  เนื่องจากขยายคำคุณศัพท์ “common” (ธรรมดาสามัญ) จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ “Adverb