หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 10)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1.  (1) Of all the books he (2) owned, the (3) koran was his most (4) treasured.

(ในบรรดาหนังสือทั้งหมดที่เขาเป็นเจ้าของ  พระคัมภีร์โกหร่านเป็นสิ่งที่เขาสงวนไว้เป็นของล้ำค่ามากที่สุด)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “Koran” เนื่องจากเป็นชื่อเฉพาะ “พระคัมภีร์โกหร่าน” จึงต้องขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ (Capital letter)

2. He (1) didn’t say (2) he (3) will bring the books tomorrow, (4) did he?

(เขามิได้พูดว่าเขาจะนำหนังสือมาในวันพรุ่งนี้  ใช่มั้ย)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “would bring” เพื่อให้สอดคล้องกับ “tense” ของประโยคใหญ่ (Main clause) คือ “didn’t say

3. The cost of some (1) fruits and vegetables (2) are going up now (3) because of  (4) seasonal factors.

(ราคาของผลไม้และผักบางอย่างกำลังพุ่งสูงขึ้นในขณะนี้  เนื่องมาจากปัจจัยตามฤดูกาล)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “is” เนื่องจากประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ “The cost

4. Professor Smith (1) asked his students to explain (2) himself more (3) clearly than they had (4) thus far done.

(โปรเฟสเซ่อร์สมิธขอให้นักเรียนของเขาอธิบายตัวพวกเขาเอง  ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าที่ได้ทำไปแล้วในเวลาที่ผ่านมา)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “themselves” เนื่องจากนักเรียนมีหลายคน  รูปที่สะท้อนเข้าหาตนเอง  จึงต้องอยู่ในรูปพหูพจน์ด้วย

5. (1) Pedestrians should go (2) cross this wide boulevard only (3) when they have (4) the green light.

(คนเดินถนนควรเดินข้ามถนนกว้างสายนี้  เฉพาะเมื่อพวกเขาได้สัญญานไฟเขียว)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “across” เนื่องจากประโยคนี้มีกริยาแท้อยู่แล้ว คือ “go” จึงไม่อาจใช้กริยา “cross” (ข้าม) ซ้อนได้อีก  จึงต้องเปลี่ยนเป็น “preposition” (across)

6. Columbus (1) turned out to (2) have been quite (3) mistaken in calling the new world (4) was India.

(โคลัมบัสกลายเป็นว่าเข้าใจผิดอย่างมาก  ในการเรียกโลกใหม่ (คืออเมริกาในปัจจุบัน) ว่า อินเดีย)

ตอบข้อ (4)  ตัด “was” ทิ้ง โดยไม่ต้องเติมอะไรเลย  เนื่องจากอยู่ในรูป “call + กรรม + noun” “call him a woman” (เรียกนายคนนั้นว่าเป็นผู้หญิง)  “call the island paradise” (เรียกเกาะนั้นว่าเป็นสวรรค์)  “call her the best secretary (he ever has)” (เรียกเธอว่าเป็นเลขานุการที่ดีที่สุด – ที่เขาเคยมีมา)

7. Three (1) drug traffickers were (2) hung (3) at dawn in a jail near Ipoh yesterday, bringing to six the number (4) executed there this week.

(นักลักลอบค้ายา ๓ คนถูกแขวนคอในตอนรุ่งอรุณในเรือนจำใกล้เมืองอิโปร์เมื่อวานนี้  ทำให้จำนวนเพิ่มเป็น ๖ คน ที่ถูกประหารชีวิตที่นั่นในสัปดาห์นี้)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “hanged”  เนื่องจาก “hang  hung  hung =   แขวน – เสื้อผ้า, ไม้แขวนเสื้อ”  “hang  hanged  hanged = แขวนคอ

8. It is (1) such a fine weather today (2) that we really ought to (3) take advantage of it by (4) doing something outside.

(มันอากาศดีมากในวันนี้  จนพวกเราควรอย่างแท้จริงที่จะหาประโยชน์จากมัน  โดยการทำกิจกรรมอะไรบางอย่างนอกบ้าน)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “such fine”  เนื่องจาก “weather” เป็นนามนับไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเอกพจน์เสมอ  จึงไม่สามารถใช้ “Article” (A, An)  นำหน้าได้

9. When we (1) were little, my grandmother (2) often (3) gave presents to my sister and (4) myself.

(เมื่อตอนเราเป็นเด็กเล็กๆ  ย่าของผมมักให้ของขวัญแก่พี่สาวของผมและผมบ่อยๆ)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “me” เนื่องจากไม่มีเรื่องที่สะท้อนเข้าหาตัว  จึงไม่ต้องใช้ myself”  เช่น  “She gave me some money. = She gave some money to me.” แต่ถ้าเป็นเรื่องสะท้อนเข้าหาตัว จะต้องใช้รูป “Reflexive” (himself, herself, themselves, ourselves) เช่น “I bought myself a gold watch.

(ผมซื้อนาฬิกาเรือนทองให้ตัวเอง – ถือว่าสะท้อนเข้าหาตัว)

10. The critics all (1) said that she was (2) neither attractive (3) nor (4) did she have any talent.

(นักวิจารณ์ทุกคนกล่าวว่า  เธอทั้งไม่มีเสน่ห์  และไม่ฉลาดอีกด้วย)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “talented” (ฉลาด, มีพรสวรรค์)  เนื่องจากต้องใช้ให้อยู่ในรูปคำคุณศัพท์ “Adjective” เพื่อให้สมดุลกับคำคุณศัพท์หลัง “neither” (attractive)

11. (1) Jack’s car (2) is certainly (3) faster than (4) any in the race.

(รถของแจ๊ค  แน่นอนว่าเร็วกว่ารถคันอื่นใดในการแข่งขัน)

ตอบข้อ (4) แก้เป็น “any other car in the race” เนื่องจากเมื่อเป็นการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (comparative)  ถ้ามิได้ระบุแน่ชัดลงไปว่าเป็นคนๆไหน  หรือของสิ่งไหน  ต้องใช้ในรูปนี้เสมอ “than any other + noun” (....เร็ว........กว่า......รถ........คันใดๆก็ตาม)

12. Yesterday the foreman spoke to (1) both of us, (2) Tom and I, (3) about our work record, and he was (4) impressed.

(เมื่อวานนี้  หัวหน้าคนงานพูดกับเราทั้ง ๒ คน – ทอมและผม – เกี่ยวกับประวัติการทำงานของเรา  และเขารู้สึกประทับใจ)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “Tom and me”  เนื่องจากถือว่าอยู่หลัง Preposition to” (spoke to)  จึงต้องอยู่ในรูปกรรม คือ  “me, her, him, them, us, it, you

13. (1) Lack of a (2) certain chemical in the blood makes it (3) is impossible for bleeding to stop in the (4) event of an injury.

(การขาดสารเคมีบางอย่างในเลือด  ทำให้เป็นไปไม่ได้สำหรับการเลือดออก  ที่จะหยุดไหล  ในเหตุการณ์ของการได้รับบาดเจ็บ)

ตอบข้อ (3)  ตัด “is” ทิ้ง โดยไม่ต้องเติมอะไรเลย (ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้ใน หมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๒๕)

14. (1) When only halfway through the exercise, the teacher (2) changed his mind and (3) collected (4) all our papers.

(ในระหว่างเพียงครึ่งทางของการทำแบบฝึกหัด  ครูเปลี่ยนใจของเขาและเก็บกระดาษข้อสอบ – หรือกระดาษทำแบบฝึกหัด – ทั้งหมดของพวกเรา)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “During only” เนื่องจาก “When” ต้องตามด้วยอนุประโยค (when + subject + verb)  ส่วน “During” ตามด้วยวลี หรือคำนาม เช่น “When we were only halfway……….”  “When I was a child = During my childhood = เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก

15. Her uncle, (1) along with her two cousins, (2) demand that she (3) stay in town one (4) more day.

(ลุงของเธอ  -  พร้อมด้วยญาติของเธออีก ๒ คน –  เรียกร้องให้เธอพักอยู่ในเมืองอีก ๑ วัน)

ตอบข้อ (2) แก้เป็น “demands” หรือ “demanded”  เนื่องจากอยู่ในรูป present subjunctive” (ดูคำอธบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “present subjunctive”  ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๘ ข้อ ๑๓)

16. Heart attacks and strokes (1) can be caused by (2) clots that block veins or arteries and (3) resulting in stress (4) on the heart and blood vessels.

(หัวใจวายและเส้นเลือดในสมองอุดตัน  สามารถเกิดมาจากก้อนเลือดที่แข็งตัว  ขวางเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดใหญ่  และส่งผลให้เกิดแรงกดดันที่หัวใจและหลอดเลือด)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “result” เนื่องจากเป็นกริยาแท้ตัวที่ ๒ ของประโยคย่อย (that block veins.……………………….vessels) (กริยาตัวแรก คือ block”)

17. (1) The World War I began after a member of (2) one of Europe’s (3) most important royal families (4) had been assassinated.

(สงครามโลกครั้งที่ ๑ เริ่มต้นขึ้น  ภายหลังที่สมาชิกคนหนึ่งของราชวงศ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดราชวงศ์หนึ่งของยุโรป  ได้ถูกลอบสังหาร)

ตอบข้อ (1)  ตัด “The” ทิ้ง โดยไม่ต้องเติมอะไรเลย  จะใช้ “the”  เมื่อเขียนเป็น the Second World War” ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น  “chapter one = the first chapter” “lesson three = the third lesson

18. One of the main (1) affects of the ice storm (2) was to knock (3) down power lines, (4) blacking out large sections of many towns and cities in this region.

 (ผลกระทบที่สำคัญอย่างหนึ่งของพายุน้ำแข็ง  คือทำให้เสาไฟฟ้าล้ม  ทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ในเมืองเล็กและเมืองใหญ่เป็นจำนวนมากในภูมิภาคนี้)

ตอบข้อ (1) แก้เป็น “effects” เนื่องจากเป็นคำนาม  หมายถึง “ผลกระทบ”  ส่วน   “affect” ใช้เป็นคำกริยา  หมายถึง “ส่งผลกระทบต่อ, มีผลกระทบต่อ

19. The newspaper reported (1) that the models (2) looked very (3) beautifully during the recent (4) fashion show.

(หนังสือพิมพ์รายงานว่า  นางแบบมีความสวยงามมาก  ในระหว่างการแสดงแฟชั่นโชว์เมื่อเร็วๆมานี้)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “beautiful” เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้ (look, feel, become, grow, get, seem, appear, taste, prove, sound, remain, turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม (object) แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์  คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้จะอยู่ในรูปคำคุณศัพท์  (Adjective) เท่านั้น  มิใช่คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า “Subjective Complement” หมายถึง “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า “Linking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง ประธานของประโยค  และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

     - She felt good after a long sleep.

       (เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

     - He looked happy when his friends came to see him.

      (เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

     - The milk in that glass tasted sour.

       (นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

     - They seem tired after a hard day’s work.

       (พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “Linking Verb” ในหมวดข้อสอบ TOEIC  ตอนที่ ๖ ข้อ ๓๒)

20. The department store (1) has advertised that it will sell twenty-five refrigerators for (2) only $30 each to (3) who comes first to claim (4) them.

(ห้างสรรพสินค้าได้โฆษณาว่า  มันจะขายตู้เย็น ๒๕ ตู้  ในราคาเพียงตู้ละ  ๓๐ เหรียญเท่านั้น  ให้กับใครก็ตามผู้ที่มายืนยัน (ที่จะซื้อ) มันก่อนคนอื่น)

ตอบข้อ (3) แก้เป็น “whoever” เนื่องจากหมายถึง  “ใครก็ตาม” ที่มายืนยันจะซื้อก่อนคนอื่น