หมวดข้อสอบ Error Detection (ตอนที่ 1)

Choose the underlined part which is grammatically incorrect

(จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

1. (1) Most lakes are supplied (2) in water from (3) rainfall, (4) rivers and the ground. (ทะเลสาบส่วนใหญ่ได้รับน้ำจากฝนตก แม่น้ำและพื้นดิน)

ตอบ– ข้อ (2)เพราะต้องใช้ “with” แทน “in” (are supplied with)

2. If you (1) are sure you are right, you need not (2) to worry about (3)what the world (4) thinks.

(ถ้าคุณแน่ใจว่าคุณเป็นฝ่ายถูก  คุณไม่จำเป็นต้องวิตกว่าชาวโลกจะคิดอย่างไร)

ตอบข้อ  (2) ต้องแก้เป็น “worry” เนื่องจากหลังกริยา “modal verb” (will, would, shall, should, can, could, may, might, must, need (จำเป็น)  จะต้องอยู่ในรูป “infinitive without to” ยกเว้นเมื่อ “need”  หมายความว่า “ต้องการ” ต้องตามด้วย “infinitive with to  เช่น

-         She needs to visit her parents in the country.

(เธอต้องการไปเยี่ยมพ่อแม่ในชนบท)

-         We needed to help our neighbors during the flood.

(เราต้องการช่วยเหลือเพื่อนบ้านในระหว่างน้ำท่วม)

3. To control quality and (1) making decisions (2) about production (3) are (4) among the many responsibilities of an industrial engineer.

(การควบคุมคุณภาพและการตัดสินใจเกี่ยวกับการผลิต เป็นความรับผิดชอบส่วนหนึ่งของวิศวกรอุตสาหการ)

ตอบข้อ (1)แก้เป็น “to make”  เพื่อให้สมดุลกับ “to control”ทั้งนี้  ถ้าต้องการคง “making” ไว้  จะต้องเปลี่ยน  “to control” ให้เป็น  “controlling” ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน  แต่จะต้องใช้ให้สมดุลกัน (รูปแบบเหมือนกัน)  กล่าวคือ  สามารถใช้ “gerund” (verb + ing)  หรือ “infinitive with to” (to + verb ช่องที่ 1)  เป็นประธานของประโยคได้  ส่วนข้อ (3)  ใช้กริยา “are” ถูกต้องแล้ว เนื่องจากประธานของประโยคมี ๒ ตัว คือ “to control quality” และ “to make decisionsจึงต้องใช้กริยาพหูพจน์ (are) ตามประธานพหูพจน์

4. This year designers are showing (1) verybright colors and styles that (2) were worn closer to the body (3) than (4) those shown last year.

(ปีนี้นักออกแบบกำลังแสดงสีที่สดใสมาก  และสไตล์ (แบบ) ซึ่งสวมแนบเนื้อมากกว่าแบบที่แสดงเมื่อปีที่แล้ว)

ตอบข้อ(2)แก้เป็น “are”  เนื่องจาก “this year” บ่งบอกถึงปัจจุบัน “present simple tense

5. The water supplies of many cities and (1) manufacturing areas (2) are dependent (3) on ground water (4) obtaining from wells.

    (น้ำประปาของเมืองใหญ่และพื้นที่การผลิตจำนวนมาก  ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำใต้ดินซึ่งได้รับจากบ่อน้ำ)

ตอบ ข้อ (4)แก้เป็น “obtained” เพราะลดรูปมาจาก “which is obtained” (passive voice)

6. (1) No one on earth has ever (2) imagined that they’ll be able (3) to overcoming death and (4) live forever.

     (ไม่มีใครบนโลกเคยจินตนาการว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะความตายและมีชีวิตชั่วนิรันด์)

ตอบข้อ (3)แก้เป็น “to overcome” เนื่องจากหลัง “to” ต้องเป็นกริยาช่องที่ ๑

7. (1) In spite an enormous increase in agricultural production, many countries around the globe are (2) in capable offeeding (3) their (4) growing population.(ทั้งๆที่มีการเพิ่มอย่างมหาศาลในการผลิตทางการเกษตรหลายๆประเทศทั่วโลกไม่สามารถป้อนอาหารเลี้ยงพลเมืองที่กำลังเพิ่มขึ้นของตน)

ตอบ– ข้อ (1)แก้เป็น “in spite of

8. (1) New automobiles are (2) designed to run (3) on low-octane fuel containing little or (4) none lead. (รถยนต์ใหม่ๆถูกออกแบบให้วิ่งเด้วยเชื้อเพลิงอ๊อกเทนต่ำ ที่บรรจุตะกั่วน้อยหรือไม่มีตะกั่วเลย)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “no” เนื่องจากนำหน้าคำนาม (lead) ส่วน “none”  เป็นคำสรรพนาม มักใช้ในรูป “none of the boys” (ไม่มีเด็กคนใดเลย) “none of your business”(ไม่ใช่ธุระของคุณ)

9. Locusts (1) have been enemies (2) of man (3) since he first (4) learns to cultivate crops.(ตั๊กแตนได้เป็นศัตรูของมนุษย์ตั้งแต่ที่เขาเรียนรู้วิธีเพาะปลูกพืชเป็นครั้งแรก)

ตอบ– ข้อ(4)แก้เป็น “learned” หรือ “learnt” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต เรียนรู้วิธีเพาะปลูกพืชเป็นครั้งแรก” ซึ่งเกิดขึ้นหลายพันปีมาแล้ว  ส่วนข้อ (1)  ใช้ถูกแล้ว คือเป็น “present perfect tense”  แสดงเหตุการณ์ในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (เป็นศัตรูของมนุษย์)

10. (1) As she was small, her huge eyes and her (2) long black hair (3)were neither outstanding (4) or attractive.

     (เนื่องจากเธอเป็นคนรูปร่างเล็ก  ตาโตและผมสีดำยาวของเธอจึงดูไม่เด่นและไม่เตะตา)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “nor” เพราะ “neither” ใช้คู่กับ “nor

11. The (1) youth of today are (2) seemingly more sophisticated than were (3) they’re parents (4) at the corresponding age.

(คนหนุ่มสาวในปัจจุบัน  ดูเหมือนจะช่ำชองโลก (ฉลาด) กว่าที่พ่อแม่ของพวกเขาเป็น  เมื่อตอนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน) (ความจริงข้อนี้อาจเขียนประโยคเป็น

“………. than their parents were………” ก็ได้)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น  “their” (their parents = พ่อแม่ของพวกเขา)

12. Are you waiting (1) for success (2) to arrive or are you going (3) to find where (4) is it hiding?

(คุณกำลังรอคอยให้ความสำเร็จมาหา  หรือคุณจะไปหาว่ามันกำลังหลบซ่อนอยู่ที่ไหน)  (ข้อนี้เหมือนเป็นคำสอนคนอย่าให้มัวแต่รอคอยความสำเร็จ  แต่ให้ขยันทำงานเพื่อจะได้พบกับความสำเร็จ คือ สอนให้เป็นฝ่ายรุก มิใช่ตั้งรับ)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “it is” เนื่องจากอยู่ในรูป “indirect speech” หรือ “reported speech”  คือ “ถูกกล่าวรายงาน” เป็นการเปลี่ยนจากประโยค “direct speech” (where is it hiding) มาเป็นประโยค“indirect speech”ที่ขึ้นต้นด้วย “are you going to find …….” จึงต้องเอาประธานมาไว้หน้าคำกริยา“where it is……..”มิใช่เอาคำกริยาไว้หน้าประธาน  เหมือนในประโยคคำถามดังตัวอย่าง

-         How old are you? (direct speech)

-         I want to know how old you are. (indirect speech)

-         Where is she going? (direct speech)

-         He asks her where she is going. (indirect speech)

13. The (1) only event (2) that happened during the day was another (3)unpleasant meeting between (4) she and the professor.

(เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นระหว่างวัน  คือการเผชิญหน้าที่ไม่น่ารื่นรมย์อีกหนหนึ่งระหว่างเธอและอาจารย์)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “her” เนื่องจากอยู่หลังบุพบท (preposition) “between” จึงต้องอยู่ในรูปกรรม “her

14. Every time you (1) performa task, (2) trying to excel your last performance, and very soon (3) you will excel (4) thosearound you.

(ทุกครั้งที่คุณทำงาน  จงพยายามทำให้ดีกว่าเมื่อครั้งที่ผ่านมา  และในไม่ช้า คุณก็จะทำงานได้ดีกว่าบุคคลที่อยู่รอบๆตัวคุณ)    

ตอบ– ข้อ (2) แก้เป็น “try” เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วยคำกริยาในรูป “infinitive without to” (ดูรายละเอียดประโยคคำสั่งและขอร้องในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๖ ข้อ ๓)

15. Every day (1) the watchman would lock the doors, (2) turningon the (3) spot lights, and (4) walk around the building.

(ทุกๆวัน  ยามจะล็อคประตู  เปิดไฟสปอตไลต์  และเดินรอบตัวอาคาร)

ตอบ– ข้อ  (2) แก้เป็น “turn” เนื่องจากถือว่าอยู่หลังคำกริยา “would” เหมือนกับ  lock” และ “walk

16. Studying (1) another man for (2) constructive ideas (3) pays off better than (4) to look for his faults.

(การศึกษาคนอีกคนเพื่อความคิดสร้างสรร  ให้ผลดีกว่าการมองหาข้อบกพร่องของเขา)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “looking for” เพื่อให้เหมือนกับ “studying” ทั้งนี้  ถ้าจะคงข้อ  (4) ไว้เหมือนเดิม จะต้องแก้ “studying” เป็น “to study” ก็สามารถทำได้เช่น เดียวกัน  (เป็นการใช้รูป “gerund” (verb + ing)  หรือ “infinitive with to” เป็นประธานของประโยค  ซึ่งมีค่าเท่ากัน  แต่ต้องใช้กริยาข้างในประโยคให้สมดุลกันด้วย)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “gerund” เป็นประธานของประโยคในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๑)

17. If one reads a (1) great many articles in “Elementary English”, (2) you will become (3) familiar with the problems of the (4) beginning teacher of reading.(ถ้าคนเราอ่านบทความหลายๆเรื่องใน “ภาษาอังกฤษ

        เบื้องต้น” คนเรา – หรือเขา – ก็จะคุ้นเคยกับปัญหาของครูสอนการอ่านผู้ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นสอน)

ตอบ– ข้อ (2)แก้เป็น“one” หรือ “he”ทั้งนี้  เมื่อกล่าวถึง “one” (หมายถึง “คนเรา”) มาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อจะกล่าวถึงในครั้งต่อๆไป  ก็จะต้องใช้ “one” หรือ  “he” เท่านั้น  ไม่สามารถใช้คำอื่นได้

18. (1) As of January 1, the law (2) requires (3) every front seat passengers (4) to wear seat belts.(ณ วันที่ ๑ มกราคม  กฎหมายกำหนดให้ผู้โดยสารที่นั่งแถวหน้าทุกคนต้องสวมเข็มขัดนิรภัย)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น “all”  เนื่องจาก “passengers”  อยู่ในรูปพหูพจน์   ส่วน every”  ใช้กับคำนามเอกพจน์

19. (1) If television had been invented (2) a thousand years ago, nations

      (3) will have been significantly more homogeneous than (4) they are now.(ถ้าโทรทัศน์ถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ ๑ พันปีมาแล้ว  ชาติต่างๆคงจะได้มีลักษณะที่คล้ายๆกันมากยิ่งขึ้นอย่างสำคัญ  กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น “would” เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๓ (past unreal) คือไม่เป็นจริงในอดีต แต่กลับเกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค เช่น  ในประโยคข้างบน  ความจริงที่เกิดขึ้น  คือ  “เพราะทีวีเพิ่งถูกประดิษฐ์ไม่กี่สิบปีมานี่เอง  ชาติต่างๆในโลกจึงมีลักษณะแตกต่างกันอย่างมากมาย”  ทั้งนี้  ใน “if clause” แบบที่ ๓ ในประ โยคย่อย(if clause) จะอยู่ในรูป “if + subject + had + V. 3” (past perfect tense) ส่วนประโยคใหญ่จะอยู่ในรูป  “subject + would (should, could, might) + have + V. 3” (past future perfect tense) เช่น

-         If he had studied harder, he would have passed the exam.

{ถ้าเขาได้ขยันมากขึ้น (เมื่อปีที่แล้ว)  เขาก็คงจะสอบผ่านไปแล้ว}  (แต่ในความเป็นจริงคือ  “เขามิได้ขยัน เขาจึงสอบตก”

(ดูรายละเอียดของ “if clause” แบบที่ ๓ ในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑)

20.(1) It is a fear that (2) unregulated entry of illegal, (3) or even legal immigrants (4) could take away jobs and business opportunities during an economic recession.(เป็นที่เกรงกันว่า  การเข้ามา – ภายในประเทศ

– โดยมิได้มีการควบคุม ของผู้อพยพผิดกฎหมาย หรือแม้แต่ถูกกฎหมาย อาจทำให้สูญเสียงานหรือโอกาสทางธุรกิจ  ในระหว่างภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ)

ตอบ– ข้อ (1)แก้เป็น “It is feared”(เกรงกันว่า) เนื่องจากเป็นรูปแบบที่นิยมใช้ในภาษาที่ค่อนข้างเป็นทางการ  วลีที่นิยมใช้ในแบบเดียวกัน  ได้แก่

-         It is believed that(เชื่อกันว่า)

-         It is hoped that (หวังว่า)

-         It is expected that (คาดการว่า)

-         It was reported that (มีรายงานว่า)

-         It is said that(กล่าวกันว่า)

-         It is thought that (คิดกันว่า)

-         It is predicted that (ทำนายกันว่า)

21. (1) Devoted to farming and cottage industries, the Amish (2) live an

      (3) incredible industrious (4) yet materially simple life.

(อุทิศตนให้กับการทำฟาร์มและอุตสาหกรรมในครัวเรือน (ขนาดย่อม) ชนเผ่าอามิชดำรงชีวิตที่ขยันขันแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ  แม้ว่าจะเป็นชีวิตที่เรียบง่ายในทางวัตถุก็ตาม)

ตอบ–ข้อ (3)  แก้เป็น “incredibly”(อย่างเหลือเชื่อ, อย่างไม่น่าเชื่อ)  เนื่องจากขยายคำคุณศัพท์ “industrious” (ขยันขันแข็ง) จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์(adverb)

22. (1) In times of famine, (2) everyone in the village (3) doesn’t have neither money nor (4) food.

   (ในช่วงเวลาของสภาวะข้าวยากหมากแพง  ทุกคนในหมู่บ้านไม่มีทั้งเงินและอาหาร)

ตอบ– ข้อ (3)แก้เป็น “has”เนื่องจากข้อ(3)  ใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ  เพราะ“neither money” หมายถึง “ไม่มีทั้งเงิน”  จึงไม่อาจใช้“doesn’t have”  ได้อีก  ใช้ได้เพียงข้อความบอกเล่า คือ “has”  เท่านั้น เนื่องจากประธานของประโยคนี้ คือ “everyone”  ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์

23.(1) Air travel (2) is(3) fast, safe and (4) it is convenient.

(การเดินทางทางอากาศรวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวก)

ตอบ– ข้อ (4)ตัด “it is” ทิ้ง ไม่ต้องเติมอะไรเลย เพราะมาจาก “is fast” “is safe   และ “is convenient” แต่เราใช้ “is”คำหน้าสุดเพียงหนเดียว

24. (1) IfI (2) would have been there, I certainly would have taken care

      (3) ofthe problem (4) in a hurry.

(ถ้าผมได้อยู่ที่นั่นในตอนนั้น  ผมคงจะได้รับผิดชอบปัญหาอย่างรีบด่วนอย่างแน่นอน)  (แต่ในความเป็นจริง คือ ผมมิได้อยู่ที่นั่น ผมจึงมิได้รับผิดชอบปัญหา)

ตอบ– ข้อ (2)แก้เป็น “had been” เนื่องจากเป็น “if clause” แบบที่ ๓  (ไม่เป็นจริงในอดีต) ใน“if clause”  ต้องใช้รูป “past perfect tense” (if + subject + had + V. 3) (if I had been there)

(ดูรายละเอียดของ “if clause” แบบที่ ๓ เพิ่มเติมในหมวดข้อสอบ TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑)

25. Although (1) the existence of rubber was known by the Spaniards (2) atleast as early as 1530, (3) commercial processing of the material (4) was not commencing until the latter part of the 18th century.

(ถึงแม้ว่าการมีอยู่ของยางพาราจะเป็นที่รู้จักของชาวสเปนอย่างน้อยตั้งแต่ปี ๑๕๓๐ แต่ว่าการผลิตเพื่อการค้าของวัสดุชนิดนี้ก็มิได้เริ่มต้นขึ้น  จนกระทั่งในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ ๑๘)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “did not commence” เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั่วไป  มิได้บ่งบอกว่า “กำลังเกิดขึ้น” ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง  จึงมิต้องใช้รูป  “past continuous” (was not commencing)

(ดูเพิ่มเติมการใช้ “past continuous tense” ในหมวดข้อสอบ  TOEIC ตอนที่ ๔ ข้อ ๑๕)

26.Conservation is the protection of nature, (1) including (2) natural resources (3) such as water, soil, minerals, forests and (4) wildlives.

(การอนุรักษ์คือการปกป้องคุ้มครองธรรมชาติ  รวมถึง ทรัพยากรธรรมชาติ  เช่น น้ำ ดิน แร่ธาตุ ป่าและสัตว์ป่า)

ตอบ– ข้อ (4)แก้เป็น “wildlife” (สัตว์ป่า ซึ่งรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่อาศัยอยู่ในป่า) เนื่องจาก “wildlife” ไม่มีรูปพหูพจน์ใช้