หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”


DirectionChoose the best answers to fill the blanks.



Why people migrate

          Since earliest times, man has migrated for three chief reasons:  (1) because he has           1          up or destroyed his natural resources, (2) because he seeks to improve or change some           2          of his way of life, or (3) because of wars, conquests, and invasions.  These reasons are usually taken together and called population pressure. 

          Shortage of Resources.  Early man often had to migrate because of the shortage of natural resources where he lived.  The population grew so large that land could not produce enough food to                     3          everyone.  People also had to migrate because they outgrew their water supply.  This might happen because more and more persons used their water, or because of a drought.  The Indians of Mesa Verde, in Colorado, left their cliff dwellings and           4          to new lands around A.D. 1300, partly because of a 20-year drought.  The potato crop in Ireland failed in the 1840’s.  The           5          that followed caused more than 1,500,000 persons to migrate from Ireland and            6          in other countries, principally the United States.

          Improvement of Life.  In the late 1700’s and early 1800’s,           7          and families began moving from one country or region to another in search of better economic opportunities.  Others moved for political or religious reasons.  The western expansion across the United States was an internal migration.  It           8          from people wanting free land and a chance to improve their way of life.

          Floods, volcanic eruptions, and other natural disasters have wiped out homes and crops, causing people to migrate.  Epidemics and plagues, particularly those of the Middle Ages, caused thousands to             9          from their homes.

          Wars and Conquests have caused people to migrate ever since tribes or nations first began attacking each other to gain power and riches.  The victors have often forced the           10         peoples either to flee elsewhere or to become slaves.  The resulting movement often stimulated other migrations.  The peoples driven out by invading tribes had to force out their neighbors, or perish.  Some invaders wandered into settled agricultural regions.  Often they conquered these regions, adopted new ways of life, and became the rulers.  When the region became overcrowded, new rulers would conquer or drive out the old ones.  This type of migration           11         continuously for thousands of years, extending well into the era of written history.

          Some peoples first began raiding their neighbors because of population pressure, but quickly found the attacks a profitable occupation.  Drawn by the hope of wealth, they           12          raiding as a way of life.


1. (a) covered    (“Cover up”  =  ปกคลุม (ด้วยผ้า), ปกปิด (เรื่องอื้อฉาว), ซ่อนเอาไว้)

    (b) dug    (“Dig up”  =  ขุดขึ้นมา)    

    (c) used    (“Use up”  =  ใช้หมดไป)

    (d) piled    (“Pile up”  =  สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ)

2. (a) portions    (ส่วน, ส่วนหนึ่ง, ส่วนแบ่ง, กอง)

    (b) aspects    (แง่มุม)

     (c) criteria    (หลักเกณฑ์)

    (d) phenomena    (ปรากฏการณ์)

3. (a) eat    (กิน)  (ถ้าจะตอบข้อนี้ต้องใช้ว่า  “……......…..enough food for everyone to eat”)

    (b) sell    (ขาย)

    (c) support    (เลี้ยง, ค้ำจุน, สนับสนุน)

    (d) give    (ให้)

4. (a) flew    (บิน)

    (b) migrated    (อพยพ)

    (c) drove    (ขับรถ)

    (d) dropped    (ลดลง, ตกต่ำลง, จมลง, หยดลง, ทำตก, ยิงตก, ลดเสียง)

5. (a) famine    (ความอดอยากขาดแคลน)

    (b) battle    (สงคราม, การรบ, การแข่งขัน, การประจัญบาน, การโต้ความ)

    (c) pandemonium    (ความสับสนวุ่นวาย, ความโกลาหล, ความเอะอะโกลาหล, สถานที่ดังกล่าว)

    (d) phobia    (ความกลัว, โรคกลัว)

6. (a) believe    (เชื่อ, เชื่อมั่น, ศรัทธา)

    (b) persist    (ยืนกราน, ยืนหยัด, ดื้อรั้น, ดื้อ, เพียร, ทนทาน, ฝังแน่น)

    (c) settle    (ตั้งรกราก, ตั้งถิ่นฐาน, ตั้งหลักแหล่ง, ทำให้สงบ, ทำให้หยุดรบกวน, จมลง, (ฝุ่น) สงบ, ตัดสินใจ, จัดการ, ตกลง, จ่ายเงิน, ชำระ, ปิดบัญชี)

    (d) join     (ร่วม, เข้าร่วม, ติดกัน, ทำให้เชื่อมกับ, ทำให้ติดกัน, รวมเข้าด้วยกัน, ร่วมเป็นสมาชิก, สมรสกับ)  (“Join in”  =  ร่วมวงด้วย)

    (e) were interested    (มีความสนใจ)

7. (a) parents    (พ่อแม่)

    (b) individuals    (ผู้คนเป็นรายบุคคล, บุคคล, ปัจเจกบุคคล, คนคนเดียว, ตัวบุคคล, ปัจเจกชน)  (ตอบข้อนี้เนื่องจากต้องการบอกว่า  การย้ายถิ่นกระทำโดยปัจเจกบุคคล (คนๆ เดียว) หรือครอบครัว – คือไปเป็นกลุ่ม)

    (c) siblings    (พี่ชาย น้องสาว, พี่สาว น้องชาย, ญาติสายเลือดเดียวกัน)

    (d) weaklings    (ผู้มีสุขภาพอ่อนแอ, ผู้ที่อ่อนแอ, ผู้มีจิตใจอ่อนแอ)

    (e) relatives    (ญาติพี่น้อง, เครือญาติ, สิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน)

8. (a) derived    (ได้รับ)

    (b) resulted    {เป็นผล (มาจาก), ให้ผล, ส่งผล (ให้เกิด)}

   (c) recovered    (ฟื้นจากไข้, คืนสภาพเดิม, หายเป็นปกติ, เอากลับคืน, เอามาได้อีก, กู้, ทำให้คืนสภาพ, ทำให้กลับอย่างเดิม)

    (d) heard    (ได้ยิน, ได้ข่าว)

    (e) imported    (สั่งเข้า, สั่งสินค้าเข้า)

9. (a) flee    (หลบหนี)

    (b) differ    (แตกต่าง)

    (c) suffer    (ได้รับความเดือดร้อน, มีความทุกข์)

    (d) arrive    (มาถึง)

10. (a) unhappy    (ไม่มีความสุข)

      (b) poor    (ยากจน)

      (c) defeated    (ที่พ่ายแพ้, ซึ่งถูกเอาชนะ)

      (d) wounded    (ที่ได้รับบาดเจ็บ)

11. (a) terminated    (ยุติ, จบสิ้น, สิ้นสุด, ทำให้ยุติ)

      (b) anticipated    (คาดหวัง, คาดการณ์ล่วงหน้า)

      (c) disappeared    (สาบสูญ, สูญหาย, ตาย)

      (d) occurred    (เกิดขึ้น)

12. (a) opposed    (ต่อต้าน, คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)

      (b) adopted    (รับเอา, นำ (การโจมตี) มาใช้ (เป็น), เลี้ยงเป็นลูก)

       (c) avoided    (หลีกเลี่ยง)

      (d) suggested    (แนะนำ)


(คำแปล)                                                     ทำไมผู้คนจึงอพยพ

          ตั้งแต่ยุคสมัยแรกที่สุด  มนุษย์ได้อพยพด้วยเหตุผลหลัก   ประการ คือ  ()  เพราะว่าเขาได้                       1        หรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเขา,  ()  เพราะว่าเขาแสวงหาที่จะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง             2          บางอย่างของวิถีชีวิตของตน, หรือ  ()  เพราะว่าสง  คราม, การได้ชัย ชนะ, และการรุกราน  โดยเหตุผลเหล่านี้โดยปกติแล้วถูกให้รวมๆ กันไป  และถูกเรียกว่าแรงกดดันด้านประชากร  (มีรายละเอียดดังนี้)

          ความขาดแคลนทรัพยากร   คนโบราณบ่อยครั้งจำเป็นต้องอพยพเพราะว่าขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ณ สถานที่ที่เขาอาศัยอยู่  โดยประชากรเพิ่มขึ้นมากจนกระทั่งที่ดินไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอที่จะ             3          ทุกคน  ผู้คนจำเป็นต้องอพยพเช่นกัน  เพราะว่าพวกเขามีจำนวนเกินกว่าปริมาณน้ำกินน้ำใช้  โดยสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นเพราะว่าคนจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ใช้น้ำที่มีอยู่  หรือเพราะว่าความแห้งแล้ง  (ขาดแคลนน้ำยาวนาน)  ทั้งนี้  อินเดียนแดงที่อาศัยอยู่บริเวณเมซาเวิร์ด  (ปัจจุบันเป็นวนอุทยานแห่งชาติ  อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐโคโลราโด  สหรัฐฯ)  ในรัฐโคโลราโด ละทิ้งที่อยู่อาศัยบนหน้าผาของตน  และ            4          ไปยังแผ่นดินใหม่ เมื่อประมาณปี ๑๓๐๐  โดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความแห้งแล้งเป็นเวลา ๒๐ ปี  (และ)  พืชมันฝรั่งในไอร์แลนด์ได้ผลน้อยกว่าที่หวังไว้  (ล้มเหลว)  ในทศวรรษ ๑๘๔๐,            5          ที่ตามมา  เป็นเหตุให้ผู้คนกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนอพยพจากประเทศไอร์แลนด์และ            6         ในประเทศอื่นๆ,  โดยส่วนใหญ่ (อพยพ) ไปสหรัฐฯ    

          การทำให้ชีวิตดีขึ้น   ในปลายศตวรรษ ๑๗๐๐ และต้นศตวรรษ ๑๘๐๐,          7          และครอบครัวเริ่มเคลื่อนย้ายจากประเทศหรือภูมิภาคหนึ่ง  ไปยังอีกประเทศหรือภูมิภาคหนึ่ง  เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า  ส่วนคนอื่นๆ โยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือศาสนา  ทั้งนี้  การขยายตัวไปทางตะวันตกทั่วประเทศสหรัฐฯ  เป็นการอพยพภายใน  โดยมัน           8          มาจากการที่ผู้คนต้องการที่ดินฟรีๆ  (ไม่ต้องซื้อ)  และโอกาสที่จะทำให้วิถีชีวิตของตนดีขึ้น  

          น้ำท่วม, การปะทุของภูเขาไฟ, และภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ  ได้ทำลายล้างบ้านเรือนและพืชพันธุ์,  เป็นสาเหตุให้ผู้คนอพยพ  (ทั้งนี้)  โรคระบาดและกาฬโรค (โรคห่า),  โดยเฉพาะ (โรคพวกนี้) ในยุคกลาง (ศตวรรษที่ ๕ – ๑๕),  ทำให้ผู้คนจำนวนหลายพันคนต้อง           9           (อพยพออก) จากบ้านเรือนของตน      

          สงครามและการได้ชัยชนะ  เป็นสาเหตุให้ผู้คนอพยพนับตั้งแต่ที่ชนเผ่าหรือชาติต่างๆ เริ่มโจมตีกันและกันเป็นครั้งแรกเพื่อให้ได้อำนาจและความมั่งคั่ง,  โดยผู้ชนะมีบ่อยครั้งได้บังคับให้พลเมืองของชาติ                 10          หากไม่หนีไปอยู่ที่อื่น  ก็ต้องเป็นทาส  ทั้งนี้  การเคลื่อนย้ายที่เป็นผลตามมา บ่อยครั้งได้กระตุ้นการอพยพอื่นๆ,  ซึ่งพลเมืองที่ถูกขับไล่ออกมาโดยชนเผ่าผู้รุกรานจำเป็นต้องบังคับขับไล่เพื่อนบ้านของตน  หรือไม่ก็ตายไป  ส่วนผู้รุกรานบางเผ่าตระเวนไปยังภูมิภาค  (ดินแดน)  ที่ทำการเกษตรกรรมซึ่งมีการตั้งรกรากถิ่นฐานแล้ว  (และ)  บ่อยครั้งพวกเขาพิชิตดินแดนเหล่านี้,  รับเอาวิถีชีวิตแบบใหม่มาใช้,  และกลายเป็นผู้ปกครอง  ทั้งนี้  เมื่อดินแดนแห่งนี้มีพลเมืองหนาแน่นเกินไป  ผู้ปกครองคนใหม่ก็จะพิชิต หรือขับไล่ผู้ปกครองคนเก่าออกไป  โดยรูปแบบนี้ของการอพยพ          11         อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายพันปี  และขยายตัวออกไปสู่ยุคสมัยของประวัติศาสตร์ที่มีการเขียนบันทึกไว้

          พลเมืองบางเชื้อชาติเริ่มโจมตีเพื่อนบ้านของตนเป็นครั้งแรกเนื่องมาจากแรงกดดันด้านประชากร  แต่ก็ได้ค้นพบอย่างรวดเร็วว่า  การโจมตีเป็นการยึดครองที่มีประโยชน์  (ให้ผลกำไร)  ทั้งนี้  เมื่อถูกชักจูงด้วยความหวังที่จะมั่งคั่ง-อุดมสมบูรณ์,  พวกเขาได้          12         การโจมตี  (ชาติหรือเผ่าอื่น)  มาเป็นวิถีชีวิตของตน



          Drought is a condition that results when the average rainfall for a fertile area            1          far below the normal amount for a long period of time.  In areas that are not irrigated, the lack of rain causes farm crops to            2          and die.  Higher than normal temperatures usually          3            periods of drought.  They add to the crop damage.  Forest fires start easily during droughts.  Much valuable timberland has been burned during these dry periods.  The soil of a drought area becomes dry and crumbles.  Often the rich topsoil is blown away by the hot, dry winds.  Streams, ponds, and           4          often dry up during a drought, and animals suffer and may even die because of the lack of water. 

          Weather forecasts cannot            5          with certainty just when a drought will occur.  But they know that these drier-than-normal periods tend to            6         with wetter-than-normal periods in an irregular cycle.  Droughts of the past can be read in the rings made by trees as they add new wood each year.  In wet periods, the year’s layer is thick, while in dry periods, the ring is thin.

          The Southwestern States of the United States suffered one of the worst droughts in their history from 1931 to 1938.  The drought           7          the entire country.  Few food crops could be grown.  Food became           8        , and prices went up throughout the nation.  Hundreds of families in the Dust Bowl region had to be moved to farms in other areas with the help of the federal government.  In 1914, drought brought damage to almost all Latin America.  The drought moved to Australia and then to Europe, where it continued throughout the summer of 1945.  From 1950 to 1954 in the United States, the South and Southwest suffered a           9          drought.  Hundreds of cattle ranchers had to ship their cattle to other regions because pasture lands had no grass.  The federal government again          10         an emergency drought-relief program.  It offered farmers emergency credit and seed grains at low prices.


1. (a) rises    (เพิ่มขึ้น, ขึ้น)

    (b) drops    (ลดลง, ตกต่ำลง, จมลง, หยดลง, ทำตก, ยิงตก, ลดเสียง)

     (c) pursues    (ตามจับ, ติดตาม)

    (d) remains    (ยังคง, คงที่)

2. (a) prosper    (เจริญ, รุ่งเรือง, ร่ำรวย, ประสบความสำเร็จ, ทำให้เจริญ)

    (b) diminish    (ลดลง, ทำให้ลดลง)

    (c) wither    (เหี่ยวเฉา)

    (d) bicker    (ทะเลาะ, วิวาท)

3. (a) accompany    (มากับ, ติดตาม, ไปกับ, เป็นเพื่อน, ประกอบ, คลอเสียง)

    (b) reveal    (เปิดเผย, แสดงให้เห็น)

    (c) annihilate    (ทำลายอย่างสิ้นซาก)

     (d) illuminate    (ให้ความสว่างแก่, ทำให้สว่าง, ให้ความรู้ความเข้าใจ)

4. (a) lakes    (ทะเลสาบ)

    (b) seas    (ทะเล)

    (c) oceans    (มหาสมุทร)

    (d) wells    (บ่อน้ำ)

5. (a) conclude    (สรุป, สิ้นสุดลง, ลงเอย, ลงมติ, ตัดสินใจ)

    (b) summarize    (สรุป, รวบรัด, รวบยอด)

    (c) predict    (ทำนาย)

    (d) elaborate    (เพิ่มรายละเอียด, ต่อเติมให้ละเอียด, สาธยาย, บรรยายหรือวางแผนอย่างละเอียด, ทำอย่างประณีต)

6. (a) alternate    (สลับกันไป)

    (b) agree    (เห็นด้วย, เห็นพ้อง, ตกลง)

    (c) deal    (จัดการ, รับมือ, ต่อกร)

    (d) compare    (เปรียบเทียบ) 

7. (a) ruined    (ทำลายย่อยยับ, ทำให้พินาศ, ทำลายให้ล่มจม)

    (b) admonished    (เตือน, ตักเตือน)

    (c) affected    (มีผลกระทบกับ)

    (d) contaminated    (ทำให้สกปรก, ทำให้มีเชื้อโรค, ทำให้เกิดมลภาวะ)

8. (a) abundant    (มากมาย, อุดมสมบูรณ์)

    (b) available    (สามารถหาได้, หาได้ง่าย, มี, เท่าที่หาได้, ใช้ประโยชน์ได้, เหมาะที่ใช้)

    (c) lucrative    (มีกำไร, ทำกำไร, ให้กำไร)

    (d) scarce    (หายาก, ขาดแคลน, ไม่เพียงพอ, ไม่ค่อยพบ)

9. (a) slight    (เล็กน้อย, เบา, เบาบาง, บอบบาง, สะโอดสะอง, อ่อนแอ, ไม่แข็งแรง)

    (b) severe    (รุนแรง, ร้ายแรง, สาหัส, เข้มงวด, กวดขัน, เคร่ง, เคร่งขรึม, เคร่งครัด, เอาจริงเอาจัง, หนาวจัด, ดุเดือด)

    (c) gloomy    (มืด, สลัว)

    (d) minimal    (น้อยทีสุด, ซึ่งมีค่าน้อยทีสุด, เล็กที่สุด, ซึ่งเป็นไปได้น้อยที่สุด)

10. (a) postponed    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลา)

      (b) cancelled    (ยกเลิก)

      (c) conducted    (จัดทำ, ดำเนินการ)

      (d) inhibited    (ขัดขวาง, ยับยั้ง, สกัดกั้น, ห้าม)


(คำแปล)                                                                  ความแห้งแล้ง

          ความแห้งแล้งเป็นสภาวะซึ่งให้ผล  เมื่อปริมาณฝนตกโดยเฉลี่ยสำหรับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์         ๑              ต่ำกว่าปริมาณปกติอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่ง  โดยในพื้นที่ซึ่งไม่มีการชล ประทาน  การขาดฝนทำให้พืชผลจากฟาร์ม            ๒         และตายไป  ทั้งนี้  อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติมักจะ           ๓         ช่วงเวลาของความแห้งแล้ง  และอุณหภูมิดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลด้วย  อีกทั้งไฟป่าก็เริ่มต้นได้อย่างง่ายดายในระหว่างความแห้งแล้ง  ป่าที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีค่าจำนวนมาก  ได้ถูกเผาวอดในระหว่างช่วงเวลาที่แห้งแล้งเหล่านี้  โดยดินของพื้นที่แห้งแล้งจะแห้งและแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย  (และ) บ่อยครั้ง  หน้าดินที่อุดมสมบูรณ์จะถูกพัดพาไปโดยลมที่ร้อนและแห้งผาก  ทั้งนี้  ลำธาร, สระน้ำ, และ           ๔         มักจะแห้งขอดบ่อยๆ ในระหว่างฤดูแล้ง  และสัตว์ก็ได้รับความเดือดร้อน  และอาจแม้กระทั่งตายไปเนื่องมาจากขาดน้ำ

          การพยากรณ์อากาศไม่สามารถ           ๕          ด้วยความแน่นอนว่าความแห้งแล้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด  แต่การพยากรณ์ฯ ทราบว่าช่วงเวลาที่แห้งแล้งมากกว่าปกติเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ (เกิด)          ๖          กับช่วงเวลาที่เปียกชื้นมากกว่าปกติในวัฏจักร (วงจร) ที่ไม่ปกติ  ทั้งนี้  ความแห้งแล้งในอดีตสามารถอ่านได้ในวงปีที่สร้างโดยต้นไม้  เพราะว่ามัน (วงปี) เพิ่มให้กับไม้ใหม่ในแต่ละปี  โดยในช่วงเวลาเปียกชื้น  ชั้นของ (วง) ปีจะหนา  ในขณะที่ในช่วงเวลาแห้งแล้ง  วงปีจะบาง

          รัฐต่างๆทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้งที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตนจากปี ๑๙๓๑ – ๑๙๓๘  โดยความแห้งแล้งนี้           ๗          ทั้งประเทศ  สามารถปลูกพืชอาหารได้เพียงไม่กี่อย่าง  อาหารเริ่ม           ๘             และราคาสูงขึ้นทั่วประเทศ  ครอบครัวหลายร้อยครอบครัวในบริเวณ  “ชามอ่างฝุ่นละออง”  (Dust Bowl)  จำเป็นต้องได้รับการอพยพไปยังฟาร์ม (ไร่นา) ในพื้นที่อื่นๆ ด้วยความช่วยเหลือของรัฐบาลกลาง,  โดยในปี ๑๙๑๔  ความแห้งแล้งได้นำความเสียหายมาสู่ (ประเทศใน) ลาตินอเมริกาเกือบทั้งหมด  ความแห้งแล้งนี้ได้เคลื่อนย้ายไปยังทวีปออสเตรเลีย  และจากนั้นก็ไปสู่ยุโรป  ที่ซึ่งมัน  (ความแห้งแล้ง)  ดำเนินต่อไปตลอดฤดูร้อนของปี  ๑๙๔๕,  ทั้งนี้  จากปี ๑๙๕๐ – ๑๙๕๔ ในสหรัฐ,  ภาคใต้และภาคตะวันตกได้รับความเดือดร้อนจากความแห้งแล้ง           ๙          , เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์จำนวนหลายร้อยรายจำ เป็นต้องอพยพขนย้ายวัวควายของตนไปยังบริเวณอื่นๆ  เพระว่าที่ดินซึ่งเป็นทุ่งหญ้าไม่มีหญ้า  (ซึ่ง)  รัฐบาลกลางได้           ๑๐          โครงการฉุกเฉินบรรเทาความแห้งแล้งอีกครั้ง  โครงการนี้เสนอสินเชื่อฉุกเฉินและเมล็ดพืชที่ใช้เป็นอาหาร  (เมล็ดข้าว)  ในราคาต่ำ  ให้แก่ชาวไร่ชาวนา


เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th


                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป