หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 31)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

How a Modern Department Store Developed

 

          Whether people live in a town or a village, there is usually at least one shop within reasonable distance of their home.  Men and women who keep shops are known as shopkeepers and their         1        is shopkeeping.  As we know it today, shopkeeping has developed through a number of different                        2        .  The earliest form was the market that was held in important centers where roads crossed and goods could easily be         3       .  At the same time,           4          working in their own homes would use the front room of the house as a shop where they sold the          5         they were making.  Both these forms of trading are still quite common : many towns in the United Kingdom have markets and many old-established shops sell goods made on the premises. 

          The next step forward was made when the market traders took on permanent premises.  No other great changes took place until the beginning of the 19th century.  Up till then the shopkeeper had been a specialist – for example, if he was a          6       , he sold groceries only, and made no          7        to sell other types of goods; if he was a draper, he did not interest himself in foodstuffs.  However, by about 1820, shops were being started in Britain which sold many different types of goods all under one roof.  The first really big department store (the type of big shop which has many departments, each         8        a different type of goods) was opened in Paris about 1850.  The first big department store in London was William Whiteley’s, which started as a small drapery shop in 1863.  Within 20 years, however, it had grown and grown until Whiteley could call himself “the universal         9       ”.  Other shopkeepers                      10        his example and all the big cities in Britain now have their department stores.      

 

1. (a) vacation    (การเดินทางไปเที่ยววันหยุดพักผ่อน)

    (b) residence    (ที่พักอาศัย, ถิ่นที่อยู่, ที่อยู่, การอยู่อาศัย, การมีถิ่นที่อยู่, ช่วงระยะ เวลาการอยู่อาศัย)

    (c) expansion    (การขยายออก, การต่อเติม, ส่วนที่ขยายออก, สิ่งที่ถูกขยาย)

    (d) attire    (อะ-ไท้-เออะ)  (เครื่องแต่งตัว, เสื้อผ้า, เขากวาง)

    (e) occupation    (อาชีพ, อาชีวะ, การงาน, การครอบครอง, การยึดครอง, ระยะเวลาการครอบครองหรือยึดครอง)

2. (a) complaints    (การอุทธรณ์, ร้องทุกข์, การบ่น)

    (b) flaws    (ข้อบกพร่อง, จุดอ่อน)    

    (c) situations    (สถานการณ์)

    (d) stages    (ระยะการเจริญเติบโต, ระยะ, สมัย, ช่วง, ตอน, ขั้นตอน, เวที, เวทีละคร, การแสดงละคร, ชั้น, ขั้น, ขั้นบันได)

    (e) advantages    (ข้อได้เปรียบ, ประโยชน์)

3. (a) purchased    (ซื้อ)

    (b) consumed    (บริโภค, กิน, ผลาญ, ใช้อย่างฟุ่มเฟือย, ครอบงำ, สูญสลาย, สิ้นเปลือง, สูญสิ้น)

    (c) demolished    (รื้อ (ตึก), ทำลาย)

    (d) encountered    (เจอ, พบ, ประสบกับ)

    (e) exchanged    (แลกเปลี่ยน, แลก, เปลี่ยน, แลกเงินตรา, สับเปลี่ยน, โต้ตอบ)

4. (a) wardens    (ว้อร์-เดิ้น)  (พัศดี, ผู้คุม, ผู้คุมนักโทษ, ยาม, ผู้พิทักษ์, ผู้อุปถัมภ์, ผู้ปกครอง)

    (b) exhibitionists    (เอค-ซะ-บิ๊ช-ชะ-นิสท)  (ผู้ชอบแสดงออก, ผู้ชอบอวด, ผู้ชอบอวดอวัยวะเพศของตนแก่ผู้อื่น  เช่น ผู้แก้ผ้าวิ่งในสนามฟุตบอลขณะกำลังมีการแข่งขัน)

    (c) maids    (สาวใช้, คนใช้ผู้หญิง, หญิงที่ยังไม่แต่งงาน, เด็กผู้หญิง)

    (d) craftsmen    (ช่างฝีมือ, ผู้ชำนาญ, จิตรกร, ช่างเขียน)

    (e) opportunists    (ผู้ที่ฉวยโอกาส)

5. (a) garments    (เสื้อผ้าอาภรณ์)

    (b) appliances    (เครื่องมือ, อุปกรณ์, เครื่องกลสำหรับใช้สอยในบ้าน)

    (c) articles    (สินค้า, สิ่งของ, ชิ้น, บทความ, มาตรา, ข้อบังคับ, รายการ, คำนำหน้านาม)

    (d) agricultural products    (ผลิตผลทางการเกษตร)

    (e) beverage    (เบ๊ฝ-เวอะ-ริจ)  (เครื่องดื่ม)

6. (a) florist    (คนขายดอกไม้)

    (b) butcher    (คนขายเนื้อ)

    (c) baker    (คนทำขนมปัง)

    (d) grocer    (คนขายของชำ)

    (e) potter    (ช่างปั้นหม้อ, ช่างทำเครื่องดินเผา)

    (f) fishmonger    (คนขายปลา)

7. (a) difference    (ความแตกต่าง)

    (b) mistake    (ความผิด)

    (c) attention    (ความเอาใจใส่, ความสนใจ, ความตั้งใจ)

    (d) decision    (การตัดสินใจ)

    (e) attempt    (อะ-เท่มพท)  (ความพยายาม)

8. (a) producing    (ผลิต)

    (b) displaying    (แสดง, แสดงให้เห็น)

    (c) selling    (ขาย)

    (d) keeping    (เก็บ, รักษา)

    (e) lending    (ให้ยืม)

9. (a) provider    (ผู้จัดหาสินค้า, ผู้จัดหาให้, ผู้ให้, ผู้เตรียมการ, ผู้จัดหาหนทางเลี้ยงชีพ)

    (b) stationer    (คนขายเครื่องเขียน)

    (c) druggist    (คนขายยา, เภสัชกร)

    (d) designer    {ช่างออกแบบ (เสื้อผ้า, บ้านเรือน)}

    (e) surveyor    (ช่างรังวัด, ช่างสำรวจ)

    (f) mason    (ช่างก่อตึก, ช่างก่ออิฐ)

10. (a) aspired    (มุ่งมาดปรารถนา, อยากมีอยากเป็น, ทะเยอทะยาน)

      (b) praised    (สรรเสริญ, ยกย่อง)

      (c) reiterated    (กล่าวซ้ำ, กระทำซ้ำ)

      (d) followed    (ทำตาม, เดินตาม, มองตาม, ลอกตาม, ติดตาม, ตามหลัง, ยอมตาม, เอาอย่าง, เชื่อฟัง, ดำเนินต่อไป)

      (e) dismissed    (ไล่ออกจากงาน, เลิก, บอกให้เลิกแถว, ไม่รับฟ้อง, ยกฟ้อง)

 

(คำแปล)                     ห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่มีพัฒนาการมาอย่างไร

          ไม่ว่า (Whether) ผู้คนจะอาศัยอยู่ในเมืองหรือหมู่บ้าน  โดยปกติแล้ว  (usually) จะมีอย่างน้อย (at least) ร้านค้า  ภายในระยะทางไม่ไกลเกินไป (reasonable distance) จากบ้านของพวกตน, บุรุษและสตรีผู้ซึ่งดำเนินกิจการ (keep) ร้านค้า (shops) เป็นที่รู้จักกันในฐานะ (known as) เจ้าของร้าน (shopkeepers) และ          ๑         ของเพวกเขา  คือ  การดำเนินกิจการร้านค้า (shopkeeping), ดังที่เราทราบกันในปัจจุบัน (As we know it today) การดำเนินกิจการร้านค้าได้พัฒนาผ่าน         ๒       ต่างๆ จำนวนมาก (หลายระยะ) (a number of) (ทั้งนี้) รูปแบบยุคแรกสุด (earliest form) คือตลาดที่ถูกจัดให้มีขึ้น (held) ในย่านใจกลาง (centers) สำคัญ ณ ที่ซึ่งถนนตัดกัน (crossed) และสินค้า (goods) สามารถ (ถูก)          ๓         (กัน) ได้อย่างง่ายดาย, ในเวลาเดียวกัน          ๔       ซึ่งทำงานในบ้านของตนเอง  จะใช้ห้องด้านหน้า (front room) ของบ้านเป็น (as) ร้านค้า  ที่ซึ่งพวกเขาขาย           ๕        ที่พวกเขากำลังผลิต (making), รูปแบบการค้า (trading) ทั้ง ๒ อย่างนี้ยังคงมีอยู่ทั่วไป (ธรรมดาสามัญ) (common) ทีเดียว (ในปัจจุบัน) (โดย) หลายๆ เมืองในสหราชอาณาจักรมีตลาด  และร้านค้าที่ตั้งมานมนาน  (old-established) จำนวนมาก  ซึ่งขายสินค้าที่ถูกผลิต (made) บนที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้าง (premises) (ของเจ้าของร้าน)

          ก้าวไปข้างหน้าถัดไป (next step forward) ถูกกระทำขึ้นเมื่อพ่อค้าของตลาด  (market traders) ได้พัฒนา (took on) ที่ดินรวมสิ่งปลูกสร้างอย่างถาวร (permanent) (คือ เลิกขายในตลาด  แต่สร้างร้านของตนเอง) (ทั้งนี้) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ (great) อื่นใดเกิดขึ้น (took place) จนกระทั่งในตอนเริ่มต้นของศตวรรษที่ ๑๙, (โดย) จนกระทั่ง ณ เวลานั้น (Up till then) (ต้นศตวรรษ ๑๙)  เจ้าของร้านค้าเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทาง (specialist)  ตัวอย่าง เช่น ถ้าเขาเป็น         ๖        เขาจะขายแต่เพียงของชำ (เครื่องอุปโภคบริโภค) (groceries) เท่านั้น  และจะไม่ทำ        ๗       ที่จะขายสินค้าชนิดอื่นๆ (คือ  ขายสินค้าเพียงสองสามอย่าง) (หรือ) ถ้าเขาเป็นคนขายผ้า (draper)  เขาก็จะไม่ทำให้ (ตนเอง) สนใจ (interest) ในสิ่งที่สามารถใช้เป็นอาหารได้  (foodstuffs) อย่างไรก็ตาม  เมื่อประมาณปี ๑๘๒๐ ร้านค้าต่างๆ กำลังได้รับการเริ่มต้นขึ้นในประเทศอังกฤษ  ซึ่งขายสินค้ามากมายหลายชนิด  ทุกอย่างใต้หลังคาเดียวกัน  (all under one roof) (หมายถึง  ขายสินค้าหลายอย่างในร้านเดียวกัน)  (โดย) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จริงๆ (really big department store) แห่งแรก (ชนิดที่เป็นร้านใหญ่ซึ่งมีหลายแผนก (departments), แต่ละแผนก         ๘        สินค้าหลายชนิด)  ถูกเปิด (ดำเนินการ) ในกรุงปารีสประมาณปี ๑๘๕๐  (ทั้งนี้) ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งแรกในกรุงลอนดอน  คือ  ห้างของวิลเลียม ไวท์ลีย์  ซึ่งเริ่มต้นในฐานะ (started as) ร้านขายผ้าหรือสิ่งทอทั้งหลาย (drapery shop) ขนาดเล็กในปี ๑๘๖๓, ภายในเวลา ๒๐ ปี, อย่างไรก็ตาม, มัน (ห้างแห่งนี้) ได้โตขึ้นและโตขึ้น (grown and grown) จนกระทั่งนายไวท์ลีย์สามารถเรียกตัวเองว่า “          ๙         สากล”  เจ้าของร้านคนอื่นๆ          ๑๐        ตัวอย่างของเขา  และเมืองใหญ่ๆ ทุกเมืองในอังกฤษ  (อาจรวมเวลส์ และสกอตแลนด์ด้วย) ในปัจจุบัน  มีห้างสรรพสินค้าของตนเอง

  

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป