หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 160)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Language without Sounds

 

          There are human languages that do not utilize sounds to express meanings.  The various sign languages of the deaf, in which hand and body movements carry meaning, are fully developed languages.  Their “speakers” are capable of          1         unlimited numbers of new sentences that express delicate shades of meaning, just as the speakers of spoken languages do.

          About one in a thousand babies is born deaf or with a severe hearing          2        .  One major effect of such a tragedy is the difficultly the deaf have in learning a spoken language.  It is extremely                               3         to learn to speak naturally for those unable to hear language.  Normal speech also depends to a great extent on constant          4         feedback.  Hence a deaf child will not learn to speak without extensive training in special schools or programs designed especially for the deaf.

                    5         deaf persons can be taught to speak a language intelligibly, they can never understand speech as well as a hearing person.  Seventy-five percent of the words spoken cannot be read on the lips with any degree of accuracy.

          If, however, human language is           6         in the sense that all members of the human species have the ability to learn a language, it is not surprising that nonspoken languages were developed as a                7         for spoken languages among the nonhearing part of humanity.           8         children learn sign language, if that is the language used around them, in much the same way as normal, hearing children learn spoken language.  No one teaches them the language; they           9         the grammar of the particular sign language used which they receive as input.  When deaf children are born to hearing parents, they must be         10       speakers of a sign language in order to learn it.  Often, hearing members of the family will learn sign language in order to be able to communicate with a deaf family member.

 

1. (a) shifting    (เปลี่ยน, สับเปลี่ยน, เลื่อน, เคลื่อน, ย้าย, หมุนเวียน, ผลัด, เปลี่ยนเวร, เคลื่อนย้าย)

    (b) permitting    (อนุญาต)

    (c) discovering    (ค้นพบ)

    (d) guessing    (เดา, ทาย, คาดคะเน)

    (e) creating    (สร้าง, สร้างสรรค์, ประดิษฐ์ขึ้น, ก่อให้เกิดขึ้น, ทำให้เกิดขึ้น, แต่งตั้ง)

2. (a) organ    (อวัยวะ)

    (b) development    (การพัฒนา)

    (c) performance    (การแสดง)

    (d) problem    (ปัญหา)

    (e) aid    (เครื่องช่วย, การช่วยเหลือ)  (“Hearing aid”  =  “เครื่องช่วยได้ยิน, หูฟัง”)

3. (a) common    (ธรรมดา, สามัญ, ทั่วไป, ปกติ, ร่วมกัน)

    (b) practical    (สามารถปฏิบัติได้, ชอบปฏิบัติ)

    (c) effective    (มีประสิทธิผล)

    (d) pleasant    (น่ารื่นรมย์, น่าพอใจ, สบายใจ, พอใจ, ถูกใจ, สุภาพ, เรียบร้อย)

    (e) difficult    (ยาก, ยุ่งยาก, ลำบาก, มีอุปสรรค, ขัดสน)

4. (a) visual    (ทางสายตา, เกี่ยวกับการมองเห็น)

    (b) subjective    (อัตวิสัย, จิตวิสัย, ใช้ความเห็นส่วนตัวเป็นหลัก, ส่วนตัว, แต่ละบุคคล, เกี่ยวกับจิตใจของผู้ดู)

    (c) significant    (สำคัญ)

    (d) verbal    (ทางวาจา, ด้านคำพูด)

    (e) dramatic    (น่าตื่นเต้น) 

5. (a) Since    (ตั้งแต่, เพราะว่า)

    (b) Unless    (ถ้า..................ไม่)

    (c) Although    (แม้ว่า)

    (d) Until    (จนกระทั่ง)

    (e) In fact    (ตามความเป็นจริง)

6. (a) possible    (เป็นไปได้)

    (b) similar    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

    (c) universal    (สากล, เกี่ยวกับจักรวาล, ทั้งหมด, ทั่วไป, มีผลทั่วไป, ทุกหนทุกแห่ง, ทั้งมวล, ทุกแขนง, ทุกสาขา, เกี่ยวกับทุกชนชั้น)

    (d) appropriate    (เหมาะสม)

    (e) terrific    (ที่ยอดเยี่ยม, ที่แจ๋ว, ที่ดีมาก, ที่รุนแรงมาก, ที่น่ากลัว) 

7. (a) symbol    (สัญลักษณ์, เครื่องหมาย, เครื่องแสดง, นัย, อักษร)

    (b) remedy    (เร้ม-มะ-ดี)  (ยา, การเยียวยา, วิธีรักษา, วิธีแก้ไข..........ปัญหา)

    (c) resource    (ทรัพยากร, ทรัพย์สมบัติ, แหล่งที่มา, หนทาง, วิธีการ, ความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์)

    (d) substitute    (สิ่งทดแทน, ตัวแทน, ผู้แทน, วัตถุแทน, คำแทน)

    (e) trophy    (ทร้อ-ฟี)  (รางวัลการแข่งขัน, ของที่ระลึก, ของรางวัล, สิ่งที่เป็นอนุสรณ์, ของหรืออาวุธที่ยึดได้จากข้าศึก, สิ่งตั้งโชว์ที่ได้จากการล่าสัตว์ เช่น หัวกวางหรือหนังสัตว์)

8. (a) Young    (หนุ่มสาว, อายุน้อย, เยาว์, อ่อน, ระยะแรกเริ่ม, เด็ก, อ่อนหัด, ด้อยประสบการณ์, เกี่ยวกับผู้เยาว์หรือสมาชิกใหม่)

    (b) Creative    (สร้างสรรค์, เจ้าความคิด, ช่างประดิษฐ์, เกี่ยวกับการสร้างหรือประดิษฐ์ขึ้น, ซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์)

    (c) Deaf    (หูหนวก, ไม่ยอมฟัง, ไม่เชื่อฟัง)

    (d) Intelligent    (ฉลาด, มีสติปัญญา, มีไหวพริบดี)

    (e) Disabled    (พิการ, ซึ่งไร้ความสามารถ)

9. (a) ignore    (ละเลย, เพิกเฉย, ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่)

    (b) construct    (สร้าง, ก่อสร้าง, ผูกประโยค, ผูกเรื่อง)

    (c) imagine    (คิด, จินตนาการ, ตรึกตรอง)

    (d) hear    (ได้ยิน, ได้รับข่าว)

    (e) dislike    (ไม่ชอบ) 

10. (a) exposed to    (สัมผัสกับ, คลุกคลีกับ, ผึ่งแดดผึ่งลม, เปิดเผยต่อ)

      (b) isolated from    (แยกออกจาก)

      (c) raised by    (เลี้ยงดูโดย)  (พูดแรงเกินไป  ไม่ถึงขนาดต้องถูกเลี้ยงดู  เป็นเพียงคลุกคลี หรือคบหา-สัมผัส เท่านั้น)

      (d) connected with    (เชื่อมโยงกับ, เกี่ยวข้องกับ)

      (e) welcomed by    (ต้อนรับโดย) 

 

(คำแปล)                                                        ภาษาซึ่งปราศจากเสียง

 

            มีภาษามนุษย์ซึ่งไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ (utilize) เสียง (ใช้เสียงให้เป็นประโยชน์) เพื่อแสดง (express) ความหมาย,  ภาษามือ (ภาษาใบ้) (sign languages) มากมาย (various) ของคนหูหนวก (the deaf),  ซึ่งการเคลื่อนไหวของมือและร่างกาย (hand and body movements) (ในภาษาเหล่านี้) นำไปสู่ (carry) ความหมาย,  เป็นภาษาที่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ (fully developed languages),  โดย “ผู้พูด” ภาษามือสามารถ (capable)            ๑         ประโยคใหม่ๆ แบบไม่จำกัดจำนวน (unlimited numbers)  ซึ่งแสดงชิ้นปลีกย่อย (shades) ที่ละเอียดอ่อน (อ่อนช้อย) (delicate) ของความหมาย,  เหมือนกับที่ (just as) ผู้พูดของภาษาพูด (spoken languages) กระทำ (สร้างประโยคใหม่ๆ)

            ประมาณเด็กทารก คนในจำนวน ๑,๐๐๐ คน  เกิดมาหูหนวก (is born deaf) หรือพร้อมกับ           ๒        การได้ยิน (hearing) อย่างรุนแรง (severe),  ผลกระทบสำคัญ (major effect) อย่างหนึ่งของโศกนาฏกรรม (เรื่องเศร้า) (tragedy) ดังกล่าว  คือความยากลำบาก (difficulty) ซึ่งคนหูหนวกต้องประสบ (have) ในการเรียนรู้ภาษาพูด,  ทั้งนี้  มัน           ๓         อย่างยิ่ง (extremely) ที่จะเรียนรู้ที่จะพูดอย่างธรรมชาติ (เหมือนคนหูดีพูด) สำหรับบุคคล (those) ที่ไม่สามารถ (unable) ได้ยินภาษา,  โดยคำพูดปกติ (Normal speech) ยังพึ่งพาอาศัย (depends), อย่างมากมาย (to a great extent), ปฏิกิริยาโต้ตอบ (ข้อมูลที่ได้กลับคืนมา) (feedback)           ๔        อย่างต่อเนื่อง (constant) ด้วยเช่นกัน (หมายถึง  คำพูดของคนหูดีก็ต้องอาศัย “ฟีดแบค” ทางวาจา (คำพูดโต้ตอบ) ที่ต่อเนื่องของคู่สนทนาเช่นเดียวกัน  ทำให้สามารถพูดโต้ตอบกับอีกฝ่ายหนึ่งได้ดังนั้น (Hence) เด็กหูหนวกจะไม่ (สามารถ) เรียนรู้ที่จะพูด  หากปราศจากการฝึกฝนอย่างกว้างขวาง (extensive training) ในโรงเรียนหรือโปรแกรมพิเศษ  ซึ่งถูกออกแบบ (designed) มาเป็นพิเศษ (especially) สำหรับคนหูหนวก

                       ๕         บุคคลหูหนวกสามารถูกสอนให้พูดภาษาได้อย่างชาญฉลาด (intelligibly)  พวกเขาก็ไม่มีทางเข้าใจคำพูดได้ดีเท่ากับ (as well as) บุคคลที่สามารถได้ยิน (หูดี) (hearing person)  ทั้งนี้  ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของคำที่ถูกพูดออกมา  ไม่สามารถถูกอ่านได้บนริมฝีปาก (lips) ด้วยความถูกต้องในระดับใดเลย (with any degree of accuracy) (คือ  คนหูหนวกเข้าใจคำพูดของคนปกติผิดถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์) (หมายถึง  คนหูหนวกสามารถเข้าใจคำพูดของคนปกติ  โดยการสังเกตจากริมฝีปากของผู้นั้น  ได้เพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น)

             อย่างไรก็ตาม  ถ้าภาษามนุษย์เป็น           ๖         ในความรู้สึก (ความหมาย, แง่มุม) (sense) ที่ว่า  สมาชิกทุกคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ (human species) มีความสามารถ (ability) ที่จะเรียนรู้ภาษาได้,  มันก็ไม่น่าประหลาดใจว่า  ภาษาซึ่งไม่ใช้คำพูด (ภาษาใบ้, ภาษามือ) (nonspoken languages) ได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะ           ๗         สำหรับภาษาพูดในส่วนของมนุษยชาติที่ไม่สามารถได้ยิน (among the nonhearing part of humanity),  โดยเด็ก            ๘          เรียนรู้ภาษามือ (ภาษาใบ้) (sign language) – ถ้าสิ่งนั้นเป็นภาษาซึ่งถูกใช้อยู่รอบตัวพวกเขา - ในรูปแบบเดียวกันกับที่เด็กปกติและสามารถได้ยิน (หูดี) (hearing) เรียนรู้ภาษาพูด, ไม่มีใครสอนภาษานี้ให้กับพวกเขา (และ) พวกเขาได้         ๙       ไวยากรณ์ของภาษามือ (ภาษาใบ้) พิเศษ (จำเพาะ) (particular) ที่ใช้อยู่  ซึ่งพวกเขาได้รับในฐานะสิ่งที่ป้อนเข้าไป (input)  ทั้งนี้  เมื่อเด็กหูหนวกเกิดกับพ่อแม่ที่หูดี (are born to hearing parents)  พวกเขาจะต้องได้รับการ           ๑๐         ผู้พูดภาษามือ (ภาษาใบ้) เพื่อที่จะเรียนรู้มัน,  มีบ่อยครั้งทีเดียว  สมาชิกหูดี (hearing members) ของครอบครัวจะเรียนรู้ภาษามือ  เพื่อที่จะสามารถสื่อสาร (communicate) กับสมาชิกที่หูหนวกในครอบครัว (deaf family member) ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป