หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 156)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionRead the following dialogs and choose the best alternatives for each blank.

(จงอ่านบทสนทนาต่อไปนี้  และเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละช่องว่าง)

 

Situation  Two students are talking in front of their classroom  

                      building

 

Toy    :  Hi Pim.  There’s no point going in.

Pim   :  Why?             1        ?

Toy    :  There are no fans, no lights.

Pim   :  Not another power cut.  Any explanation for it?

Toy    :  It           2         that the transformation blew up during the night.

Pim   :  Blew up?  Why?

Toy    :  Oh, I don’t know all the technicalities.

Pim   :  I’m sure you’re          3        .  I bet it’s just a short circuit and they’ll fix it in no           4        at all.

Toy    :  Well, that’s not what the technicians          5       .  They told me it would take at least until noon.

Pim   :  That means no class, I assume.

Toy    :             6         .  These students will use any excuse to get out of class.

Pim   :  That’s not fair.  It’s a pretty solid excuse.            7        , we can’t study in a dark, airless room,

                        8        ?

Toy    :  Yes, that’s true,           9         I’m afraid we are going to get behind the other groups.

Pim   :  Well, you can always study on your own.

Toy    :  I know I can, but I’m not very disciplined.

Pim   :  That’s too bad.  Anyway, since there is no class, what do you want to do?

Toy    :             10         .

Pim   :  Right.  Let’s go.

 

1. (a) What else is new    (มีอะไรอีกไหมที่ใหม่)

    (b) What’s on    (กำลังฉาย (หนัง) เรื่องอะไรล่ะ)

    (c) What’s the big idea    (ความคิดเจ๋งๆ อะไรกันล่ะ)

    (d) What’s your opinion    (คุณมีความเห็นอย่างไร)

    (e) What’s up    (เกิดอะไรขึ้นล่ะ)

2. (a) looks    (มีลักษณะ, มีท่าทาง, มีอาการ)  (ไม่ใช้คำนี้)

    (b) shows    (แสดง)

    (c) sounds    (ฟังดู................ดี, เข้าท่า)  (ไม่ใช้คำนี้)

    (d) seems    (ดูเหมือน, ดูคล้ายกับ, ดูราวกับ, ดูท่าทาง)

    (e) thinks    (คิด)

3. (a) telling me    (บอกฉัน)

    (b) being frank    (ตรงไปตรงมา, ไม่อ้อมค้อม)

    (c) talking it over    (ปรึกษาหารืออย่างละเอียด...............ก่อนตัดสินใจ)

    (d) lying to me    (พูดโกหกกับฉัน)

    (e) exaggerating    (พูดเกินความจริง, โอ้อวด, พูดหรือเขียนเกินความจริง, เพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ)

4. (a) way    (วิธีการ, รูปแบบ, ทาง, ระยะทาง, หนทาง, เส้นทาง, แนวทาง, วิถีทาง)

    (b) sweat    (เหงื่อ)

    (c) chance    (โอกาส)

    (d) time    (“In no time at all”  =  “อย่างเร็ว, ในไม่ช้า, ในเวลาเพียงนิดเดียว”)

    (e) circumstance    (สถานการณ์, กรณี, สภาวะ, เหตุการณ์, สภาพ, ฐานะ, กาลเทศะ, โอกาส, สภาพแวดล้อม)

5. (a) will say    (จะบอก)

    (b) have told    (ได้บอก)  (ต้องใช้  “Have told me”)

    (c) said    (พูด)  (พูดในอดีต  สังเกตจากประโยคต่อมาที่บอกว่า  “They told me…...……”)

    (d) are telling    (กำลังบอก)  (ผิดทั้งไวยากรณ์  คือไม่มี  “Me”  และผิด  “Tense”)

    (e) guessed    (เดา, ทาย, คาดคะเน, คิดว่า, เข้าใจว่า)

6. (a) Fair enough    (ยุติธรรมพอ)  (ไม่ตรงประเด็น)

    (b) Feel free    (ตามสบาย)  (ใช้พูดเพื่อบอกว่าคู่สนทนาสามารถทำเช่นนั้นได้  เช่น   “Feel free to eat anything in the fridge.”  -  “กินของในตู้เย็นตามสบายเลยนะ”)

    (c) For sure    (แน่นอนเลย, ใช่เลย, แหง๋อยู่แล้ว)  (ใช้พูดเมื่อแน่ใจว่าจะเป็นอย่างที่ตนเองคิด)

    (d) Forget it    (ลืมมันเสียเถอะ, ไม่ต้องพูดถึงมันหรอก)  (ไม่ตรงประเด็น)

    (e) For instance    (ตัวอย่างเช่น)  (ไม่ตรงประเด็น)

7. (a) In conclusion    (โดยสรุป)

    (b) After all    (อย่างไรก็ตาม, ถึงอย่างไร, ท้ายที่สุด, ในที่สุด)

    (c) By and large    (โดยทั่วไป)

    (d) More or less    (โดยประมาณ, ไม่มากก็น้อย)

    (e) Before long    (เร็วๆ นี้, ไม่นานนี้)

8. (a) can we    (ใช่ไหม)  (เป็น  “Tag”  ของ  “We can’t”)

    (b) do we    (ผิดไวยากรณ์)

    (c) have we    (ผิดไวยากรณ์)

    (d) shall we    (ผิดไวยากรณ์)

    (e) will we    (ผิดไวยากรณ์)

9. (a) or    (หรือ, มิฉะนั้น)

    (b) so    (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

    (c) besides    (นอกจากนั้น, นอกจาก)

    (d) but    (แต่, อย่างไรก็ตาม)  (เลือกข้อนี้เนื่องจากข้อความข้างหน้าและข้างหลังมัน  ขัดแย้งกัน  คือ  “เราไม่อาจเรียนในห้องมืด  แต่ผมเกรงว่าจะตามกลุ่มอื่นไม่ทัน)

    (e) as a consequence    (ผลที่ตามมาคือ, เป็นผลที่ตามมา)

10. (a) Let’s take some ice cream.    (ต้องเปลี่ยน  “Take”  เป็น  “Have”  จึงจะมีความหมายว่า  “เราไปกินไอศกรีมกันเถอะ)

      (b) Why go for some ice cream?    (ต้องเปลี่ยนเป็น  “Why don’t we go for some ice cream?”  -  “ทำไมเราไม่ไปกินไอศกรีมกันล่ะ”)

      (c) Do you prefer some ice cream?    (คุณชอบกินไอศกรีมมากกว่าใช่ไหม)

      (d) I don’t like ice cream, you see.    (ผมไม่ชอบไอศกรีม, คุณเข้าใจไหม)

      (e) How about some ice cream?    (ไปกินไอศกรีมกันไหม)  (“How about”  +  “Noun”  =  เป็นคำพูดที่ใช้ในการเสนอหรือเชิญชวนให้อีกฝ่ายทำอะไรบางอย่าง  เช่น  “How about (going to) a picnic?”  -  “ไปปิกนิกกันไหม”,  “How about going out for dinner tonight?”  -  “ออกไปกินอาหารค่ำกันไหมคืนนี้”)

 

สถานการณ์  นักเรียน ๒ คน (ต๋อยและพิม) กำลังสนทนากันข้างหน้าตึกเรียน

 

ต๋อย    ไฮ  พิม,  ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปข้างใน (ตึกเรียน) (There’s no point going in)

พิม      ทำไมล่ะ,             ๑        ?

ต๋อย    ไม่มีพัดลม  ไม่มีแสงสว่าง (no lights)

พิม      ไม่ใช่การหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าอีกนะ (Not another power cut), (คุณ) มีคำอธิบายหรือ

               เปล่าคะ

ต๋อย    มัน           ๒         ว่าหม้อแปลงระเบิดในตอนกลางคืนนะ (transformer blew up during the

               night)

พิม      ระเบิดหรือ, ทำไมล่ะ

ต๋อย    :  โอ,  ผมไม่รู้ลักษณะทางเทคนิคทั้งหลายแหล่ (all the technicalities) หรอกครับ

พิม      ฉันมั่นใจ (เชื่อมั่น) (sure) ว่าคุณกำลัง            ๓        ,  ฉันพนัน (bet) ว่ามันเป็นเพียงไฟฟ้าลัด

               วงจร (short circuit) เท่านั้น  และพวกเขาจะซ่อม (fix) มัน            ๔         

ต๋อย    อ้อ  นั่นไม่ใช่สิ่งที่ (that’s not what) ช่าง (technicians)          ๕       ,  พวกเขาบอกผมว่ามัน

               จะใช้เวลา (ซ่อม) อย่างน้อยที่สุด (at least) จนกระทั่งตอนเที่ยงวัน (until noon)

พิม      นั่นหมายความว่าไม่มีการเรียน (no class)  ฉันสันนิษฐาน (assume) นะ

ต๋อย                ๖          ,  นักเรียนพวกนี้จะใช้ข้ออ้าง (ข้อแก้ตัว) อะไรก็ได้ (any excuse) ที่จะออกจาก

                ห้องเรียน (ไม่เรียนหนังสือ) (get out of class)

พิม      นั่นไม่ยุติธรรม (fair) เลยนะ (ที่คุณกล่าว),  มันเป็นข้ออ้างที่มีเหตุผล (solid) มาก (pretty)

                (ตามที่นักเรียนอ้าง),            ๗         เราก็ไม่สามารถเรียนหนังสือในห้องซึ่งมืด (dark) และ

                ไม่มีอากาศ (airless),            ๘         ?

ต๋อย    ใช่แล้ว  นั่นเป็นความจริง (true),             ๙         ผมเกรง (afraid) ว่าเราจะอยู่ข้างหลังกลุ่มอื่นๆ

               (ตามกลุ่มอื่นไม่ทัน) (get behind the other groups)

พิม      เอ้อ  คุณสามารถศึกษาด้วยตัวคุณเอง (study on your own) ได้เสมอนี่ค่ะ

ต๋อย    ผมรู้ว่าผมสามารถ (เรียนด้วยตนเอง)  แต่ผมมิได้มีระเบียบวินัย (disciplined) (ที่จะเรียนด้วย

               ตัวเอง) มากนัก

พิม      :  แย่จังเลยนะ (That’s too bad),  อย่างไรก็ตาม  เพราะว่าไม่มีเรียน (since there is no class)

               (เนื่องจากไฟฟ้าดับ)  คุณต้องการทำอะไรล่ะ

ต๋อย    :              ๑๐         

พิม      :  เหมาะเลย (Right)  เราไปกันเถอะ (Let’s go)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th                  

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป