หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 12)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

A fable

          A fable is a special kind of story.  It is short, usually has animal            1        , and teaches a lesson.  Some fables are no longer than a paragraph of prose.  Others are short poems.  The animals talk and                   2        like people.  The meaning is often made clear at the end by what one of these animals                                says.

          Many of the best-known fables are said to be by Aesop, a Greek slave who lived about 600 B.C.  About 300 years after Aesop’s death, the fables were collected by Demetrius Phalereus, the first manager of the great library at Alexandria.  Later they were          4          into Latin by Phaedrus, a freed slave of Augustus Caesar.  A well-known fable of Aesop follows:

          A          5        fox once saw some fine luscious grapes hanging temptingly from a vine above his head.  He leaped and snapped and leaped again, but never could he reach the grapes.  So many times did he            6         that he tired himself out completely and it was some time before he could drag himself limping away, angry with the world and with himself.  As he went along he           7        savagely to himself, “What sour things those grapes are!  No gentleman would want to eat them.”

          People now say “Sour grapes!” to someone who          8         he does not want something he cannot have.

          Many of the fables of Aesop still have meaning for us today.  But to make sure that the readers get the         9       , a moral like this one was later added to each fable: “Every man tries to         10        himself that the thing he cannot have is of no value.”

 

1. (a) farms    (ฟาร์ม, ไร่นา)

    (b) cages    (กรง, กรงนก, คุก, ที่คุมขัง, ที่กักขัง, โครง, โครงกระดูก)

    (c) characters    (ตัวละคร, สัญลักษณ์, บทบาทในละครหรือภาพยนตร์, ตัวอักษร, อักขระ, ลักษณะ, อุปนิสัย, คุณสมบัติ, ลักษณะพิเศษ)

    (d) performers    (ผู้แสดง, ตัวแสดง)

    (e) lovers    (ผู้ที่รัก, คู่รัก)

2. (a) play    (เล่น)

    (b) eat    (กิน)

    (c) laugh    (หัวเราะ)

    (d) act    (กระทำ, ประพฤติ, แสดง, ดำเนิน)

    (e) walk    (เดิน)

3. (a) foolishly    (อย่างโง่เขลา)

    (b) briefly    (อย่างสั้นๆ)

    (c) verbosely    (อย่างเยิ่นเย้อ, อย่างน้ำท่วมทุ่ง, อย่างใช้คำมากเกินไป)

    (d) wisely    (อย่างฉลาด)  (ตอบข้อนี้เนื่องจากได้ใจความดีกว่าข้อ  “B”)

    (e) carelessly    (อย่างสะเพร่า, อย่างประมาท, อย่างไม่ระวัง)

4. (a) written    (เขียน)

    (b) spoken    (พูด)

    (c) translated    (แปล)  (จากภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่ง  ในที่นี้คือจากกรีกเป็นละติน)

    (d) interpreted    (แปล, ตีความ, อธิบาย, ชี้แจง)  (โดยใช้ล่าม)

    (e) compiled    (รวบรวม)

5. (a) cunning    (ฉลาดแกมโกง, เจ้าเล่ห์)

    (b) hungry    (ที่หิว, ที่หิวโหย, ที่หิวกระหาย, ที่ต้องการมาก, ที่ปรารถนา, ที่ข้าวยากหมากแพง  

    (c) large    (ตัวใหญ่)

    (d) ferocious    (ดุร้าย, ทารุณ, โหดร้าย, รุนแรง, สุดขีด)

    (e) wounded    (ได้รับบาดเจ็บ)

6. (a) try    (พยายาม, พยายามทดลอง, พิสูจน์, ทดลอง, ทดสอบ, ทรมาน, สอบสวน, พิจารณาคดี, อดทน, ซ้อม)

    (b) cry    (ร้อง, ร้องไห้)

    (c) bark    (เห่า)

    (d) howl    (เฮาล)  (หอน, ร้องโหยหวน, ร้องโห่)

    (e) eat    (กิน)

7. (a) announced    (ประกาศ, แจ้ง, แถลง, แสดง, ทำให้รู้, ทำหน้าที่เป็นโฆษก)

    (b) elaborated    (พูดหรือบรรยายอย่างละเอียด, สาธยาย, วางแผนอย่างละเอียด, เพิ่มรายละเอียด, ทำอย่างประณีต)

    (c) grumbled    (บ่นพึมพำ, บ่น, ครวญ, คำราม)

    (d) stated    (กล่าว, แถลง, สาธยาย, แจ้ง)

    (e) gossiped    (นินทา, ซุบซิบ)

8. (a) lies    (โกหก, พูดไม่จริง)

    (b) pretends    (แสร้งทำ, เสแสร้ง, หลอกลวง, อวดอ้าง, อ้างสิทธิ)

    (c) confirms    (ยืนยัน, รับรอง, ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น)

    (d) hesitates    (รีรอ, ลังเลใจ, สองจิตสองใจ, ชักช้า, อึกอัก)

    (e) insists    (ยืนกราน, ยืนยัน, ยืนหยัด, เรียกร้อง)

9. (a) information    (ข้อมูลข่าวสาร)

    (b) knowledge    (ความรู้)

    (c) lesson    (บทเรียน, คติสอนใจ)

    (d) point    (ประเด็น, จุดสำคัญ, จุดประสงค์, จุด, จุดทศนิยม, สิ่งที่มีปลายแหลม, คะแนน)

    (e) fact    (ข้อเท็จจริง)

10. (a) convince    (ทำให้มั่นใจ, ทำให้เชื่อมั่น, ทำให้รู้ว่ากระทำผิด)

      (b) deceive    (หลอกลวง, ต้มตุ๋น)

      (c) help    (ช่วย, ช่วยเหลือ)

     (d) belittle    (ทำให้ด้อยค่าลงไป, ทำให้ความสำคัญลดน้อยลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม)

     (e) jeopardize    (เจ๊พ-เพอะ-ไดซ)  (ทำอันตราย, เป็นอันตรายต่อ, เป็นภัยต่อ, ทำร้าย)

   

(คำแปล)                                                       นิทานสั้นๆ ที่ให้คติ

          นิทานสั้นๆ ที่ให้คติ  เป็นนิทาน (เรื่องเล่า) ชนิดพิเศษ  โดยมันสั้น, ซึ่งโดยปกติแล้วมี                   เป็นสัตว์,  และสอนบทเรียน  (เครื่องเตือนสติ)   นิทานฯ บางเรื่องไม่ยาวไปกว่าร้อยแก้ว ย่อหน้า  ส่วนนิทานเรื่องอื่นๆ  เป็นบทกวีสั้นๆ  โดยพวกสัตว์จะสนทนาและ          ๒         เหมือนมนุษย์   ทั้งนี้  ความหมายมักถูกทำให้ชัดเจนอยู่บ่อยๆ ในตอนจบโดยสิ่งที่สัตว์ตัวหนึ่งในบรรดาสัตว์เหล่านี้  (ในนิทาน)  กล่าว (ความหมาย) ไว้            ๓              

          นิทานให้คติที่รู้จักกันดีที่สุดจำนวนมาก  ถูกกล่าวว่าเขียนโดยอีสบ,  ทาสชาวกรีกผู้ซึ่งมีชีวิตประมาณ  ๖๐๐  ปีก่อนคริสตศักราช  ทั้งนี้  ภายหลังที่อีสบตายไปประมาณ  ๓๐๐  ปี  นิทาน (ของอีสบ) ถูกรวบรวมโดยเดมิทริอุส ฟาเลริอุส,  ผู้ซึ่งเป็นผู้จัดการคนแรกของห้องสมุดสำคัญที่เมืองอเล็กซานเดรีย,  ต่อมา   มันได้ถูก          ๔         เป็นภาษาละตินโดยฟีดรุส,  ผู้ซึ่งเป็นทาสที่ได้รับการปลดปล่อยของจักรพรรดิออกุสตุส  ซีซ่าร์,  โดยนิทานอีสบที่รู้จักกันดีมีดังต่อไปนี้

         ครั้งหนึ่ง  สุนัขจิ้งจอก                  ตัวหนึ่งเห็นองุ่นที่หวานฉ่ำ (หอมหวาน)   ห้อยอยู่อย่างยั่วยวนบนต้นองุ่นเหนือหัวของมัน  มันกระโดดและงับ (องุ่น)  และกระโดดอีกครั้ง  แต่มันก็ (งับ) ไม่ถึงองุ่นนั้น  ทั้งนี้  มันได้                    หลายครั้งหลายหนมาก  จนกระทั่งมันทำให้ตัวเองเหนื่อยหมดแรงอย่างสิ้นเชิง  และอีกครู่หนึ่งต่อมาก่อนที่มันจะดึงตัวเองจากไปในแบบขากะเผลก  มันโมโหโลกและตัวมันเอง  โดยขณะที่มันเดินจากไป  มัน                   อย่างโกรธจัด  (เหมือนเป็นบ้า)  กับตัวเองว่า  “องุ่นพวกนั้นช่างเปรี้ยวเสียนี่กระไรไม่มีสุภาพบุรุษคนใดต้องการกินมันดอก”

          ผู้คนในปัจจุบันกล่าวว่า  “องุ่นเปรี้ยว !  กับใครบางคน  ผู้ซึ่ง                  เป็นว่าเขาไม่ต้องการ  (อยากได้)  อะไรบางอย่าง  ที่เขาไม่สามารถจะได้มันมา 

          นิทานสั้นๆ ที่ให้คติจำนวนมากยังคงมีความหมายสำหรับเราในปัจจุบัน,  แต่เพื่อให้แน่ใจว่าผู้อ่านเข้าใจ (เข้าถึง)                    (คติที่ต้องการสอน),  หลักศีลธรรม  (คติสอนใจ) เหมือนกับหลักฯ (ต่อไป) นี้ได้ถูกเติม (เพิ่ม) เข้ากับนิทานสั้นที่มีคติแต่ละเรื่อง  คือ “ทุกคนพยายามที่จะ        ๑๐           (แก่) ตัวเอง  (ทำให้ตัวเองเชื่อ) ว่า  สิ่งที่เขาไม่สามารถมีได้  เป็นสิ่งไม่มีค่า”  (ความหมายคือ  ทุกคนพยายามบอกตัวเองว่า  เมื่อไม่สามารถได้สิ่งที่ตนต้องการ  สิ่งนั้นก็เป็นของไม่ดีหรือไม่มีค่า  เหมือนกับที่หมาจิ้งจอกบอกว่าองุ่นเปรี้ยว  ทั้งๆ ที่หวาน  เพราะมันไม่สามารถเอาองุ่นนั้นมากินได้)

 

Something about rats and mice

          Rats and mice have been           1         of man ever since he started to grow and store his food.  There are about a dozen species of these small animals which are now almost completely dependent on man for their food and which have increased          2        in number as a result of human civilization.  In Ancient Egypt, 3,000 years ago, grain was stored on a large scale as a precaution against bad harvests and          3         and for use in trading.  Cats were kept to protect it from rats and were          4         not merely as domestic animals but as sacred animals, worshipped in life and preserved after death.

          On farms, cats still play a large part in helping us to          5        rats and mice, but now poison and gases are our          6         weapon against them.  Nevertheless, this is a battle which is never won, because there are always places where some rats and mice will survive, and they          7        at a surprising speed.  Mice are full-grown at 10 to 12 weeks and a single one may have 30 to 40 young in a year.  If all its           8         lived and bred, a pair of mice could be the parents of a family of about a million in two years.

 

1. (a) friends    (เพื่อน)

    (b) neighbors    (เพื่อนบ้าน)

    (c) strangers    (คนแปลกหน้า)

    (d) enemies    (ศัตรู)

    (e) acquaintances    (คนที่คุ้นเคย, ความรู้จากประสบการณ์)

2. (a) gradually    (ทีละน้อย, อย่างค่อยๆ เกิดขึ้น)

    (b) occasionally    (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส)

    (c) enormously    (อย่างมหาศาล, อย่างมหึมา, อย่างใหญ่โต, อย่างร้ายกาจ, อย่างชั่วร้าย)

    (d) periodically    (เป็นช่วงๆ, เป็นเวลา, เป็นครั้งคราว)

    (e) slowly    (อย่างช้าๆ)

3. (a) abundance    (ความมากมาย, ความอุดมสมบูรณ์)

    (b) famine    (ความขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง, ความอดอยาก, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ทุพภิกขภัย, การอดตาย, ความหิวจัด)

    (c) festivity    (การเฉลิมฉลอง, งานเฉลิมฉลอง, เวลาแห่งการเฉลิมแลอง)

    (d) poverty    (ความยากจน)

    (e) idleness    (ความเกียจคร้าน)

4. (a) eradicated    (กำจัด, ทำลาย, ถอนรากเหง้า, ถอนรากถอนโคน)

    (b) scorned    (ดูถูก, ดูหมิ่น, สบประมาท, ปฏิเสธอย่างสบประมาท)

    (c) treated    (ปฏิบัติ (กับ), กระทำ (กับ), รักษา, เยียวยา, จัดการ, เลี้ยง)

    (d) condemned    (ประณาม, ตำหนิ, ตราหน้า, ด่าว่า, ประกาศหรือตัดสินว่ามีความผิด, ประกาศหรือตัดสินว่าไม่เหมาะสม, ประกาศว่าไม่สามารถจะรักษาให้หายได้, ยึดทรัพย์เป็นของสาธารณะ)

    (e) ambushed    (ซุ่มโจมตีหรือทำร้าย)

5. (a) chase    (ไล่กวด, ไล่ตาม, ตามล่า, ขับไล่, ค้นหา)

    (b) fight    (สู้รบกับ, ต่อสู้กับ, ทำสงครามกับ, ขึ้นชกต่อยกับ, ล่อให้สู้กัน, ต่อสู้, สู้, สู้รบ, เอาชนะ, ทะเลาะ)  (ได้ใจความดีกว่าข้อ  “A”  และ “C”)

    (c) trace    (ตามรอย, ติดตาม, สืบเสาะ, สืบสวน, สอบสวน, ลากเส้น, ร่างแผนที่)

    (d) assassinate    (ลอบฆ่า, ลอบสังหาร)

    (e) befriend    (คบเป็นเพื่อนกัน, ให้ความช่วยเหลือ)

6. (a) chief    (สำคัญที่สุด, หลัก)

    (b) perilous    (มีอันตราย, เป็นอันตราย)

    (c) miraculous    (มหัศจรรย์, อัศจรรย์, ปาฏิหาริย์, อภินิหาร, อาเพศ)

    (d) inexpensive    (ไม่แพง)

    (e) clandestine    (ลับๆ, ลี้ลับ, เป็นความลับ, ส่วนตัว, ไม่เปิดเผย)

7. (a) run    (วิ่ง)

    (b) breed    (แพร่พันธุ์, ออกลูก, ทำให้เกิด, เพาะ, ฟักไข่, เลี้ยง, อบรม, ทำให้ท้อง, ตั้งท้อง)

    (c) flee    (หนี, หลบหนี, หลบหนีจาก, เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว, บิน)

    (d) damage    (ทำให้เสียหาย, ทำให้ได้รับอันตราย, เป็นภัย, เสียหาย)

    (e) eat    (กิน)

8. (a) ancestors    (บรรพบุรุษ)

    (b) killers    (ผู้ฆ่า, ผู้สังหาร)

    (c) descendants    (ลูกหลาน, ผู้สืบสกุล, ทายาท, สิ่งที่สืบทอดมาจากต้นกำเนิด)

    (d) enemies    (ศัตรู)

    (e) house owners    (เจ้าของบ้าน)

 

(คำแปล)                                                    บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับหนู

          หนูได้เป็น                  ของคนตั้งแต่ที่เขาเริ่มต้นปลูกและเก็บสะสมอาหารของเขา  มีสัตว์เล็กๆ นี้อยู่ประมาณ  ๑๒  พันธุ์  ซึ่งในปัจจุบันนี้  (หนู)  พึ่งพาอาศัยคนเกือบจะสมบูรณ์แบบในด้านอาหารของมัน  (และ)  ซึ่งได้เพิ่มขึ้น                    อันเป็นผลมาจากอารยธรรมของมนุษย์  ทั้งนี้  ในสมัยอียิปต์โบราณ  เมื่อ  ๓,๐๐๐  ปีมาแล้ว  เมล็ดข้าว (หรือพืช) ที่ใช้เป็นอาหาร  ได้ถูกเก็บไว้ในปริมาณมากในฐานะเป็นสิ่งที่คอยระมัดระวังล่วงหน้ากับการเก็บเกี่ยวที่ไม่ได้ผลและ                      และเพื่อใช้ในการค้า  โดยแมวได้ถูกเลี้ยงไว้เพื่อปกป้องมัน (เมล็ดข้าว) จากหนู  และ (แมว) ได้รับการ         ๔           ไม่เพียงแต่ในฐานะสัตว์เลี้ยงตามบ้าน  แต่ยังในฐานะสัตว์ศักดิ์สิทธิ์  ที่ได้รับการเคารพบูชาเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่  และได้รับการเก็บรักษาไว้  (สตัฟ)  หลังจากตายไปแล้วด้วย

          ในไร่นา (ฟาร์ม)  แมวยังคงมีบทบาทหลักในการช่วยเหลือเรา                   หนู  แต่ในปัจจุบัน  ยาพิษและกาซเป็นอาวุธ                    ของเราในการต่อสู้กับหนู  อย่างไรก็ดี  นี่เป็นการสู้รบที่ไม่เคยชนะได้เลย  เพราะว่าจะมีสถานที่อยู่เสมอซึ่งพวกหนูจะสามารถรอดชีวิตอยู่ได้  และพวกมัน        ๗       ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าประหลาด  โดยหนูจะเติบโตเต็มที่ตอนอายุ ๑๐ ถึง ๑๒ สัปดาห์  และหนูเพียงตัวเดียวอาจจะมีลูกได้ถึง ๓๐ ถึง ๔๐ ตัวในหนึ่งปี  ทั้งนี้  ถ้า                     ทั้งหมดของมัน  (หนูตัวเดียว)  มี (รอด) ชีวิตและขยายพันธุ์,  หนูคู่หนึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ของครอบครัวที่มีสมาชิกประมาณ ล้านตัว  ภายในเวลา ปี

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป