หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 11)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

When did the first Negro go to America?

          You have probably heard people say that the only true “Americans” were the Indians.  Everyone else has          1         who went there from some other country.  The Negroes, too, originally went there from other countries.  But what most people do not know is that the first Negroes to come to America came as           2         ! 

          They came with the Spanish, the French, and the Portuguese, who went there on           3        of discovery.  There were Negroes with Balboa when he discovered the Pacific Ocean, and with Cortez when he          4        Mexico.  Negroes explored with the Spanish, French, and Portuguese into the interior of North America, going into New Mexico, Arizona, and the Mississippi Valley.  It was a Negro who          5         the raising of wheat to the New World.

          Later on, of course, Negroes went to the New World in quite a different way – they were brought there as           6        .  In 1619, a Dutch vessel brought 20 Negroes to Jamestown, Virginia, who were sold by their captain for provisions he needed. 

          At the time, many white people went to America to work as “indentured” servants.  This meant they sold their           7         for a set length of time.  But when white indentured servants stopped coming from Europe, many Negro slaves were brought into the colonies.  This started in 1688, and by 1715 there were over 58,000 Negro slaves there.  By 1775, this           8         had grown to over 500,000.

          In 1807, at the request of President Thomas Jefferson, Congress voted that no more slaves should be          9          the country.  But many were brought in against the law.  By 1860, just before the Civil War, the Negro          10         in the United States was about 4,400,000.

 

1. (a) descendants    (ทายาท, ผู้สืบสกุล, ลูกหลาน, สิ่งที่สืบทอดมาจากต้นกำเนิด)

    (b) offspring    (ลูกหลาน, บุตร, ทายาท, ผู้สืบเชื้อสาย, ผู้สืบสันดาน, ผล, ดอกผล, ผลิตผล, ลูกสัตว์, หน่ออ่อน)   

    (c) siblings    (พี่ชาย น้องสาว, พี่สาว น้องชาย, ญาติสายเลือดเดียวกัน)

    (d) ancestors    (บรรพบุรุษ)

    (e) companions    (เพื่อน, สหาย, มิตร, เพื่อนร่วมงาน, ผู้ที่เป็นเพื่อนเฝ้าดูคนไข้, คู่มือ, สิ่งเปรียบเทียบ)

2. (a) slaves    (ทาส)

    (b) prisoners    (นักโทษ)

    (c) explorers    (นักสำรวจ)

    (d) adventurers    (นักผจญภัย, นักเสี่ยงโชค)

    (e) tourists    (นักท่องเที่ยว)

3. (a) flights    (การบิน, การบินในอากาศ, สายการบิน, เที่ยวบิน, ฝูงบิน, ลักษณะการบิน, ระยะทางที่บิน)

    (b) voyages    (การเดินทางเรือ)

    (c) safaris    (การเดินทางล่าสัตว์ (ในแอฟริกา), การเดินทางไกลหรือผจญภัย)

    (d) tours    (การท่องเที่ยว, การทัศนาจร, การดูงาน, การเตร็ดเตร่, การตระเวน)

    (e) caravans    (กองคาราวาน, ขบวนพาหนะ, ขบวนนักเดินทาง (พ่อค้า, ผู้แสวงบุญ, ผู้อพยพ) ที่ร่วมเดินทางเป็นกลุ่ม, ขบวนอูฐ, ขบวนรถยนต์, ขบวนรถม้า)

4. (a) explored    (สำรวจ)

    (b) left    (ออกจาก)

    (c) conquered    (ค้อง-เค่อะ)  (พิชิต, ปราบ, ยึดได้, เอาชนะด้วยกำลัง)

    (d) resided in    (อาศัยอยู่ใน)

    (e) escaped from    (หลบหนีจาก)

5. (a) imitated    (เลียนแบบ)

    (b) impeded    (ขัดขวาง, สกัดกั้น, หน่วงเหนี่ยว, เป็นอุปสรรค)

    (c) introduced    (แนะนำ, เผยแพร่, แนะนำตัว, นำเข้า, นำสู่, เข้าสู่, เริ่มนำ, อารัมภบท, เกริ่น)

    (d) advocated    (สนับสนุน)

    (e) postponed    (เลื่อนออกไป, ผัดเวลา, ยืดเวลา)

6. (a) adversaries    (ศัตรู, ปรปักษ์, ฝ่ายตรงข้าม)

    (b) slaves    (ทาส)

    (c) acquaintances    (คนที่คุ้นเคย, ความรู้จากประสบการณ์)

    (d) servants    (คนรับใช้)

    (e) benefactors    (ผู้มีอุปการคุณ, ผู้มีพระคุณ, ผู้บริจาค, ผู้ทำกุศล, ผู้ทำความดี)

7. (a) labor    (แรงงาน)

    (b) children    (ลูกๆ)

    (c) service    (บริการ)

    (d) home    (บ้าน)

    (e) time    (เวลา)

8. (a) slaves    (ทาส)

    (b) amount    (จำนวน)  (ใช้ไม่ได้  เนื่องจาก  “Amount”  ใช้กับนามนับไม่ได้  แต่ประโยคนี้  หมายถึง  “จำนวนของทาสนิโกร”  (Negro slaves)  ซึ่งเป็นคำนามนับได้ พหูพจน์)

    (c) people    (ประชาชน, ประชากร, พลเมือง, ผู้คน)  (ต้องใช้กับ  “These”)

    (d) number    (จำนวน)  (ใช้กับคำนามนับได้ พหูพจน์  -  “จำนวนของทาสนิโกร”)

    (e) situation    (สถานการณ์, สถานะ, ฐานะ, สภาพ, ภาวะ, ตำแหน่ง, สถานที่)

9. (a) brought out of    (นำออกนอก)

    (b) exported from    (ส่งสินค้าออกจาก)

    (c) brought into    (นำเข้ามา)

    (d) smuggled out of    (ลักลอบนำออกนอก)

    (e) sold in    (ขายใน)

10. (a) population    (ประชากร, ประชาชน, พลเมือง, จำนวนประชากร, กลุ่มพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณหนึ่ง)

      (b) slaves    (ทาส)  (ไม่เลือกข้อนี้  เนื่องจากจำนวนที่กล่าวถึงมิใช่ทาสทั้งหมด)

      (c) families    (ครอบครัว)

      (d) servants    (คนรับใช้)

      (e) soldiers    (ทหาร)

 

(คำแปล)                                         นิโกรคนแรกไปประเทศอเมริกาเมื่อใด

          คุณอาจเคยได้ยินผู้คนกล่าวว่า  “ชาวอเมริกัน”  ที่แท้จริงเพียงพวกเดียว  คือ  ชาวอินเดียนแดง  ส่วนทุกคนอื่นๆ นอกนั้น  (ชาวอเมริกันที่มิใช่อินเดียนแดง)  มี                 ซึ่งไปที่นั่น (อเมริกา) จากประเทศอื่นๆ (คือ อพยพมา),  ชาวนิโกร, เช่นเดียวกัน, ไปที่นั่นตั้งแต่ดั้งเดิมจากประเทศอื่นๆ (อพยพมาทีหลังเหมือนคนผิวขาวอื่นๆ)  แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือว่า  นิโกรรุ่นแรกๆที่มายังอเมริกามาในฐานะ            ๒           !

          พวกเขา (นิโกร) มาพร้อมกับชาวสเปน, ชาวฝรั่งเศส, และชาวโปรตุเกส  ผู้ซึ่งไปที่นั่น (อเมริกา) ใน                        เพื่อการค้นพบ  (ค้นหา)  ทั้งนี้  มีชาวนิโกร (เดินทางมา) กับบาวบัว  (๑๔๗๕ – ๑๕๑๙  เขาเป็นนักสำรวจ,  นายกเทศมนตรี,  ผู้ว่าราชการชาวสเปนซึ่งเดินทางข้ามคอคอดกะปานามาไปสู่มหาสมุทรแปซิฟิก)  เมื่อตอนที่เขา (บาวบัว) ค้นพบมหาสมุทรแปซิฟิก  และ (มีชาวนิโกรเดินทางมา) กับคอร์เทซ  เมื่อเขา          ๔         ประเทศเม็กซิโก  (และ) ชาวนิโกรยังสำรวจกับชาวสเปน,  ฝรั่งเศส และโปรตุเกส  เข้าไปในตอนในของทวีปอเมริกาเหนือ  โดย (เดินทาง) ไปยังรัฐนิวเม็กซิโก,  รัฐอริโซนา และหุบเขามิสซิสซิปปี  (ของสหรัฐ)  โดยชาวนิโกรผู้หนึ่งเป็นผู้                     การเพาะปลูกข้าวสาลีให้กับโลกใหม่  (หมายถึง  ดินแดนของทวีปอเมริกาเหนือ  โดยเฉพาะสหรัฐฯ  ซึ่งชาวยุโรปเดินทางไปสำรวจ  หรือค้นพบในตอนต้นศตวรรษที่ ๑๖)

          ในเวลาต่อมา,  แน่นอนทีเดียว,  ชาวนิโกรก็เดินทางไปสู่โลกใหม่ในวิธีการที่แตกต่างกันออกไป  -  พวกเขาถูกนำไปที่นั่นในฐานะ             ๖         ,  โดยในปี  ๑๖๑๙  เรือของชาวดัชท์นำชาวนิโกร  ๒๐  คนไปยังเมืองเจมส์ทาวน์  รัฐเวอร์จิเนีย,  ซึ่ง (นิโกรเหล่านี้) ถูกขายโดยกัปตันเรือของตนเพื่อ (นำไปซื้อ) เสบียงอาหารที่เขา (กัปตัน) ต้องการ

          ในช่วงเวลานั้นเอง  คนผิวขาวจำนวนมากไปอเมริกาเพื่อทำงานเป็นคนรับใช้ซึ่ง  “ถูกผูกมัดโดยสัญญา”  นี่หมายความว่าพวกเขา (คนผิวขาว) ขาย                    ของตนเป็นระยะเวลาหนึ่งที่ได้กำหนดไว้  (เป็นคนรับใช้แบบมีสัญญาผูกมัด)  แต่เมื่อคนรับใช้ตามสัญญาผิวขาวยุติการเดินทางมาจากยุโรป  (ทำให้) ทาสนิโกรจำนวนมากถูกนำเข้ามาสู่อาณานิคม  สิ่งนี้เริ่มต้นในปี ๑๖๘๘   และเมื่อถึงปี ๑๗๑๕  มีทาสนิโกรมากกว่า ๕๘,๐๐๐ คนที่นั่น (ในอเมริกา)  และเมื่อถึงปี ๑๗๗๕           ๘           (ทาสนิโกร) นี้ได้เพิ่มเป็นกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน

          ในปี  ๑๘๐๗  ตามคำร้องขอของประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สัน  สภาคองเกรสลงคะแนนเสียงว่าไม่ควรมีการ            ๙         ทาส  (นำทาสเข้ามา)  ในประเทศ (อเมริกา)  เพิ่มขึ้นอีก,  แต่ทาสจำนวนมากก็ถูกนำเข้ามาในแบบผิดกฎหมาย  พอถึงปี  ๑๘๖๐  ก่อนสงครามกลางเมือง  (ระหว่างฝ่ายเหนือและใต้)  เพียงนิดเดียว            ๑๐           นิโกรในสหรัฐฯ มีประมาณ ๔,๔๐๐,๐๐๐ คน

 

An Indian family

          People follow ancient ways of life throughout India.  Millions of poor people in the         1       villages hold to their old ways almost completely.  However, many city people have dropped some of the old            2        , and have changed to western ways.  These people, especially those of the upper castes, seem to live in two worlds.  A wealthy Indian may wear a western-style business suit to his office.  But he may change into a           3         style of clothing when he returns home. 

          Indians do many things in public that people of the western world do in           4        .  For example, many Indians brush their teeth and bathe in public.  They sit on the           5          for a haircut or shave, or to make and sell various           6         

          Family ties have great importance in India.  Indians regard           7         as more of a relationship between two families than between two persons.  Young Indians generally are not allowed to have                      8        , and parents arrange most marriages.  However, some young people have the            9          to reject any arrangement made by the parents.  Many Indian households include not only parents and children, but also the sons’ wives and their children.  The oldest man of the household makes all the important family           10        

 

1. (a) urban    (เกี่ยวกับเมือง, เป็นลักษณะของเมือง, อาศัยอยู่ในเมือง)

    (b) wealthy    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย)

    (c) rural    (ชนบท, บ้านนอก, เกี่ยวกับการเกษตร, เกี่ยวกับไร่นา)  (ตอบข้อนี้เพราะตรงข้ามกับ  “City people”  ในประโยคถัดไป)

    (d) elegant    (งดงาม, สวยงาม, สละสลวย, เก๋, เรียบร้อย, ดีเลิศ)

    (e) small    (เล็ก)

2. (a) beliefs    (ความเชื่อ)

    (b) clothes    (เสื้อผ้า)

    (c) assets    (ทรัพย์สิน, ของมีค่า)

    (d) customs    (ประเพณี)

    (e) homes    (บ้าน, บ้านเรือน)

3. (a) new    (ใหม่)   

    (b) similar    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

    (c) traditional    (แบบดั้งเดิม)

    (d) unique    (ไม่มีเสมอเหมือน, ไม่มีที่เปรียบ, ดีเลิศ)

    (e) modern    (ทันสมัย, สมัยใหม่)

4. (a) the home    (บ้าน)

     (b) the room    (ห้อง)

    (c) private    (ที่รโหฐาน,ที่ลับ)  (คู่กับ  “Public”)

    (d) silence    (ความเงียบ)

    (e) safety    (ความปลอดภัย)

5. (a) sidewalk    (ทางข้างถนน, บาทวิถี, การเดินริมหรือข้างถนน, การเดินเท้า)

    (b) floor    (พื้นห้อง)

    (c) chair    (เก้าอี้)

    (d) bicycle    (รถจักรยาน)

    (e) bed    (เตียง)

6. (a) foods    (อาหาร)  (ไม่ใช้กับกริยา  “Make”)

    (b) articles    (สินค้า, สิ่งของ, บทความ)

    (c) newspaper    (หนังสือพิมพ์)  (ไม่ใช้กับกริยา  “Make”)

    (d) flowers    (ดอกไม้)  (ไม่ใช้กับกริยา  “Make”)

    (e) fruits    (ผลไม้)  (ไม่ใช้กับกริยา  “Make”)

7. (a) courtship    (การเกี้ยวพาราสี, การจีบ, การขอความรัก, ระยะเวลาที่เกี้ยวกัน)

    (b) engagement    (การหมั้น)

    (c) quarrel    (การทะเลาะกัน, การวิวาท)

    (d) marriage    (การแต่งงาน)

    (e) adultery    (การเป็นชู้)

8. (a) tours    (การท่องเที่ยว)

    (b) friends of opposite sex    (เพื่อนต่างเพศ)

    (c) sexual relationship    (ความสัมพันธ์ทางเพศ)

    (d) outing    (การออกนอกบ้าน, การออกไปเที่ยว, กิจกรรมนอกบ้าน)

    (e) dates    (การนัดหมายของหนุ่มสาวเพื่อออกไปพบหรือออกงานด้วยกัน)

9. (a) time    (เวลา)

    (b) right    (สิทธิ)

    (c) possibility    (ความเป็นไปได้)

    (d) consultation    (การปรึกษา, การประชุมปรึกษาหารือ)

    (e) doubt    (ความสงสัย, ความฉงน, ความสนเท่ห์, ความไม่แน่ใจ, ความไม่ไว้วางใจ, ความไม่แน่นอน, ความแปรปรวน)

10. (a) decisions    (การตัดสินใจ)

      (b) planning    (การวางแผน)

      (c) journey    (การเดินทาง)

      (d) income    (รายได้)

      (e) expenses    (ค่าใช้จ่าย)

      (f) vacation    (การเดินทางพักผ่อนวันหยุด)     

    

(คำแปล)                                                ครอบครัวชาวอินเดีย

          ผู้คนทำตามวิถีชีวิตสมัยโบราณทั่วทั้งประเทศอินเดีย  โดยคนจนหลายล้านคนในหมู่บ้าน                 ยึดถือรูปแบบเก่าๆ ของพวกเขาเกือบจะโดยสมบูรณ์  อย่างไรก็ตาม  คนเมืองจำนวนมากได้เลิก                  เก่าๆ บางอย่าง  และได้เปลี่ยนไปเป็นแบบ (วิถีทาง) ตะวันตก  คนเหล่านี้,  โดยเฉพาะคนวรรณะสูง,  ดูเหมือนว่าจะอาศัยอยู่ใน โลก  ทั้งนี้  ชาวอินเดียที่ร่ำรวยอาจสวมชุด (สูท) ธุรกิจสไตล์ตะวันตกไปที่สำนักงานของเขา  แต่เขาอาจเปลี่ยนเป็นเครื่องแต่งกาย                      (พื้นเมือง) เมื่อเขากลับมาบ้าน

          ชาวอินเดียทำหลายๆ สิ่งในทีสาธารณะซึ่งคนในโลกตะวันตกทำใน            ๔         ตัวอย่างเช่น  คนอินเดียจำนวนมากแปรงฟันและอาบน้ำในที่สาธารณะ  พวกเขานั่งตาม                   เพื่อตัดผมหรือโกนหนวด  หรือทำและขาย           ๖         ต่างๆ

          ความสัมพันธ์ทางครอบครัวมีความสำคัญอย่างมากในอินเดีย  ชาวอินเดียถือว่า                     เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ครอบครัว  มากกว่าระหว่างบุคคล คน,  หนุ่มสาวชาวอินเดียโดยทั่วไปจะมิได้รับอนุญาตให้มี           ๘         และพ่อแม่จะเป็นผู้จัดเตรียมการแต่งงานส่วนใหญ่  (หาคู่ให้ลูก)  อย่างไรก็ดี  คนหนุ่มสาวบางคนมี                    ที่จะปฏิเสธการจัดเตรียมใดๆ ที่พ่อแม่ทำให้  (ไม่รับหญิงหรือชายที่พ่อแม่หาให้)  สมาชิกในครอบครัวอินเดียจำนวนมาก  ประกอบด้วยไม่เพียงแต่พ่อแม่และลูกๆ  แต่ยังรวมไปถึงภรรยาของลูกชายและลูกๆ ของเขาด้วย (สะใภ้และหลาน)  ทั้งนี้  ผู้ ชายที่อายุมากที่สุดในครอบครัวจะเป็นผู้ทำ           ๑๐        ของ (เกี่ยวกับ) ครอบครัวที่สำคัญๆ ทุกอย่าง

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป