หมวดข้อสอบ CLOZE TEST (ตอนที่ 10)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

DirectionChoose the best answers to fill the blanks.

(จงเลือกคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่าง)

 

Water resources

          Our demand for water is          1         increasing.  Every year, there are more people in the world.  Factories turn out more and more products, and need more and more water.  We live in a world of water.  But almost all of it – about 97 percent – is in the oceans.  This water is too salty to be used for drinking, farming, and manufacturing.  Only about 3 percent of the world’s water is fresh (unsalty).  Most of this water is not easily            2         to man because it is locked in glaciers and icecaps.  By 2025, the world           3          for fresh water will be twice what is was in 1995.  But there will still be enough to meet man’s needs.

          There is as much water on earth today as there ever was – or ever will be.  Almost every drop of water we use finds its way to the oceans.  There, it is          4         by the sun.  It then falls back to the earth as rain.  Water is used and reused over and over again.  It is never used up.

          Although the world as a whole has plenty of fresh water, some regions have a water           5         .  Rain does not fall evenly over the earth.  Some regions are always too dry, and others too wet.  In addition, a region that usually gets enough rain may suddenly have a serious dry spell.  Meanwhile, another region may be           6          with too much rain.

          Some regions have a water shortage because the people have           7         their supply poorly.  People settle where water is plentiful – near lakes and rivers.  Cities grow, and factories            8         .  The cities and factories           9         their wastes into the lakes and rivers, turning them into sewers.  Then the people look for new sources of water.  Shortages also occur because some cities do not make full use of their supply.  They have plenty of water, but they do not have enough storage tanks and                       10         pipes to meet the people’s needs. 

 

1. (a) slowly    (อย่างช้าๆ)

    (b) gradually    (ทีละน้อย, ค่อยๆ เกิดขึ้น)

    (c) constantly    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่อง, เรื่อยๆ)

    (d) unpleasantly    (อย่างไม่น่ารื่นรมย์, อย่างไม่สนุก, อย่างไม่สบายใจ, อย่างไม่ราบรื่น)

    (e) elegantly    (เอ๊ล-ลิ-เกิ้นท-ลิ)  (อย่างสง่างาม, อย่างงดงาม)

2. (a) notable    (โน้  หรือ  น้อท-ทะ-เบิ้ล)  (สำคัญ, มีชื่อเสียง, ดีเป็นพิเศษ)

    (b) available    (หามาได้, ได้มา, มี, หาง่าย, ใช้เป็นประโยชน์, เท่าที่จะหาได้, กำไร)

    (c) incessant    (อิน-เซส-เซิ่นท)  (ต่อเนื่อง, ติดต่อกัน, ไม่หยุดยั้ง, ไม่จบสิ้น, ไม่หยุด)

    (d) consistent    (สม่ำเสมอ, คงเส้นคงวา)

    (e) excessive    (มากเกิน, มากเกินพอดี)

3. (a) demand    (ความต้องการ)   

    (b) shortage    (ความขาดแคลน)

    (c) war    (สงคราม)

    (d) conflict    (ความขัดแย้ง)

    (e) competition    (การแข่งขัน)

4. (a) consumed    (บริโภค, กิน, ผลาญ, ใช้อย่างฟุ่มเฟือย, สูญสลาย, สิ้นเปลือง, สูญสิ้น)

    (b) reflected    (สะท้อนกลับ, ส่องกลับ, สะท้อนภาพให้เห็น, ส่อให้เห็น, คิด, ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง)

    (c) evaporated    (ทำให้ระเหยเป็นไอ, ทำให้สูญหายไป, ทำให้จางหายไป, สกัดความชื้นหรือของเหลวจาก, ระเหยเป็นไอ, สูญหายไป, จางหายไป)

    (d) tranquilized    (แทร้น-ควิ-ไลซ)  (ทำให้สงบ, ทำให้นิ่ง)  (มักเกิดจากการให้ยานอนหลับ,  ยาสลบ  หรือยาระงับประสาท)

    (e) incapacitated    (อิน-คะ-แพ้ส-ซิ-เทท)  (ทำให้ไร้ความสามารถ, ทำให้ขาดคุณสมบัติ) 

5. (a) abundance    (ความอุดมสมบูรณ์, ความมากมาย)

    (b) contamination    (การทำให้ปนเปื้อน, การทำให้สกปรก, การทำให้เกิดมลภาวะ)

    (c) purification    (การทำให้บริสุทธิ์, การกลั่น)

    (d) shortage    (การขาดแคลน)

    (e) distribution    (การจ่าย (น้ำ), การจำหน่าย, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, การแพร่, การกระจาย, การจำแนก)

6. (a) arid    (แห้งแล้ง)

    (b) popular    (เป็นที่นิยม)

    (c) satisfied    (พอใจ) 

    (d) involved    (เกี่ยวพัน, พัวพัน, ยุ่งเกี่ยว)

    (e) flooded    (ท่วมท้น, ท่วม, ไหลบ่า)

7. (a) performed    (กระทำ, แสดง)

    (b) safeguarded    (คุ้มกัน, คุ้มครอง, อารักขา)

    (c) managed    (บริหารจัดการ)

    (d) expanded    (ขยาย, เพิ่ม, แผ่, ทำให้กว้างออก, ยืดออก, ขยายคลี่ออก, ขยายความ)

    (e) conspired    (สมคบคิด, ร่วมหัวกันวางอุบาย, ร่วมกันวางแผนร้าย)

8. (a) spring up    (ผุดขึ้นมา, เกิดขึ้น)

    (b) close down    (ปิดตัวลง)

    (c) become bankrupt    (ล้มละลาย)

    (d) move out    (ย้ายออกไป)

    (e) discharge waste    (ปล่อยของเสียออกมา)

9. (a) manufacture    (ผลิต, ประดิษฐ์, สร้าง)

    (b) eliminate    (กำจัด, ทำลาย)

    (c) dump    (ทิ้ง, ทิ้งขยะ, เท, ทุ่มเท, ทุ่มเทสินค้าเข้ามาขาย, ขับไล่, ยกเลิก)

    (d) burn    (เผา)

    (e) conserve    {อนุรักษ์, สงวน, เก็บรักษา, กวนหรือดอง (ผลไม้)}

10. (a) steel    (เหล็กกล้า)

      (b) concrete    (คอนกรีต)

      (c) clean    (สะอาด)

      (d) distribution    (การจ่าย (น้ำ), การจำหน่าย, การแจก, การแบ่งสันปันส่วน, การแพร่, การกระจาย, การจำแนก)  (“Distribution pipe”  =  “ท่อจ่ายน้ำ”)

      (e) durable    (ทนทาน, ใช้ทน, ยั่งยืน)

   

(คำแปล)                                                      ทรัพยากรน้ำ

          ความต้องการน้ำของเรากำลังเพิ่มขึ้น            ๑       ,  โดยทุกปี  มีผู้คนเพิ่มมากขึ้นในโลก  โรงงานผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  และต้องการน้ำเพิ่มขึ้น  ทั้งนี้  เราอาศัยอยู่ในโลกของน้ำ  แต่น้ำเกือบทั้งหมด  -  ประมาณ ๙๗ เปอร์เซ็นต์  -  อยู่ในมหาสมุทร  น้ำนี้เค็มเกินไปที่จะใช้สำหรับดื่ม,  ทำไร่ทำนา,  และผลิตสินค้า  มีน้ำเพียงประมาณ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด  (ไม่เค็ม)  น้ำเหล่านี้มิได้           ๒         ง่ายๆ สำหรับมนุษย์  เพราะว่ามันถูกกักเก็บไว้ในธารน้ำแข็งและภูเขาน้ำแข็ง,  โดยราวๆ ปี ๒๐๒๕           ๓           น้ำจืดของโลกจะเป็นสองเท่าของในปี ๑๙๙๕  แต่ก็จะยังคงมีน้ำเพียงพอที่จะสนองความต้องการของมนุษย์

          มีน้ำอยู่บนโลกในปัจจุบันมากพอๆ กับที่เคยเป็นมา  (ในอดีต)  หรือในอนาคต  โดยน้ำเกือบทุกหยดที่เราใช้จะหาทางไปสู่มหาสมุทร  ที่นั่น  มันถูก           ๔          ไปโดยดวงอาทิตย์  และต่อมามันจะตกลงสู่โลกเป็นฝน  น้ำจะถูกใช้และใช้ซ้ำแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก  มันไม่เคยถูกใช้หมดไป

          แม้ว่าโลกในภาพรวม  มีน้ำจืดมากมาย (แต่) บางภูมิภาคมี           ๕          น้ำ  ทั้งนี้  ฝนมิได้ตกเสมอภาคกันบนพื้นโลก  โดยบางภูมิภาคแห้งแล้งเกินไปอยู่เสมอ  และบางภูมิภาคมีฝนตกมากเกินไป  นอกจากนั้น  ภูมิภาคหนึ่งซึ่งปกติแล้วได้รับฝนเพียงพอ  อาจจะมีระยะแห้งแล้งอย่างรุนแรงในทันทีทันใด  ซึ่งในระหว่างนั้น  อีกภูมิภาคหนึ่งอาจจะถูก            ๖          ไปด้วยฝนที่มากเกินไป                   

          บางภูมิภาคมีการขาดแคลนน้ำ  เพราะว่าผู้คน           ๗          น้ำของตนได้ไม่ดี  หรือผู้คนตั้งถิ่นฐานในที่ที่มีน้ำมาก  คือใกล้ทะเลสาบและแม่น้ำ  ส่วนเมืองก็โตขึ้น  และโรงงาน           ๘         แล้วเมืองและโรงงาน           ๙         ของเสียลงไปในทะเลสาบและแม่น้ำ  ทำให้มันกลายเป็นทางระบายน้ำเสีย (ของเสีย)  ต่อจากนั้น  ผู้คนก็จะมองหาแหล่งน้ำใหม่  (นอกจากนั้น)  ความขาดแคลน (น้ำ) ยังเกิดขึ้นด้วย  เพราะว่าเมืองบางเมืองมิได้ใช้ประโยชน์น้ำของตนอย่างเต็มที่  พวกเขามีน้ำมาก  แต่พวกเขาไม่มีถังเก็บน้ำและท่อ           ๑๐        อย่างเพียงพอที่จะสนองความต้องการของประชาชนได้ 

 

       Why do cannibals eat people?

          To us, cannibalism, or the eating of human flesh, is a horrible thing to think about.  Yet it has existed as a practice among certain people and may still exist among some           1          tribes. 

          The first thing we must understand is that          2         did not eat human flesh because they liked it.  They ate it because it was part of a sacred            3        , a kind of religious observance. 

          For example, among certain people of East India a long time ago, it was the custom to eat one’s parents – because he respected and             4            them!  Many primitive tribes believe that a man                     5         the spirit of whatever he eats.  If he eats a lion, he will be lionhearted; if he eats a deer, he will be able to run fast; if he eats a fox, he will be            6        .  So the more one of these men respected his father, the more anxious he was to eat him. 

          Among other primitive peoples it was the custom to eat a           7         who had been condemned to death, but not a person who had died a natural death.  The reason for this was that they believed that a criminal had           8         the gods.  Therefore, he had to be sacrificed to the gods to satisfy them.  And since it was the practice to eat or taste sacrifices to the gods, this had to be done even if the sacrifice was human.

          The word “cannibal” comes from Caniba, or Carib, the name of the West Indian tribe among whom the Spaniards first          9         the practice of eating human flesh.  Some of the early North American Indians also practiced cannibalism as part of their religion.

          Nobody is quite sure how many cannibal tribes still exist.  Some authorities think there are none, while others believe there are some in the           10        of New Guinea. 

 

1. (a) ambitious    (ทะเยอทะยาน, มักใหญ่ใฝ่สูง, ปรารถนาอย่างแรงกล้า)

    (b) superb    (ดีเยี่ยม, ยอดเยี่ยม, ดีเลิศ, ใหญ่ยิ่ง, โอ่อ่า, สง่างาม)

    (c) primitive    (ดึกดำบรรพ์, ดั้งเดิม, บรรพกาล, ยังป่าเถื่อน, แรกเริ่ม, เบื้องต้น, สมัยแรก, ดั้งเดิม, ง่ายๆ, หยาบ, พื้นฐาน)

    (d) domestic    (โด-เมส-ทิค)  (เกี่ยวกับบ้าน-งานบ้าน-ครอบครัว, เชื่อง, ภายในประ เทศ, ซึ่งพบในหรือผลิตภายในประเทศ)

    (e)  indolent    (เกียจคร้าน)

2. (a) carnivores    (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินเนื้อเป็นอาหาร, พืชกินแมลง)

    (b) misanthropes    (มิส-เซิน-โธรพ)  (ผู้เกลียดเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน)

    (c) barbarians    (คนป่า, คนเถื่อน, อนารยชน, คนที่โหดเหี้ยม, คนในสมัยบุพกาล, คนต่างถิ่น)

    (d) cannibals    (คนกินเนื้อคน)

    (e) butchers    (บุ๊ช-เช่อะ)  (คนขายเนื้อ, คนฆ่าสัตว์ขาย, คนที่ฆ่าคนตายอย่างทารุณ, คนที่มีนิสัยโหดร้าย, การแล่เนื้อ, การทำลาย)

3. (a) doctrine    (ด๊อค-ทริน)  (ลัทธิ, ศาสนา, คำสั่งสอน, หลัก, ทฤษฎี, นโยบายต่างประเทศ)

    (b) rite    (พิธีกรรม, พิธี, พิธีการ, พิธีศาสนา, พิธีบูชา, ธรรมเนียมปฏิบัติ, ประเพณี)

    (c) celebration    (การเฉลิมฉลอง, การจัดงานเลี้ยงฉลอง)

    (d) festival    (วันนักขัตฤกษ์, งานเฉลิมฉลอง, วันเฉลิมฉลอง, วันเทศกาล, งานรื่นเริงตามฤดูกาล)

    (e) creed    (หลักความเชื่อ, ข้อบัญญัติทางศาสนา)

4. (a) honored    (ให้เกียรติ, เคารพ, นับถือ, จ่ายเงินตามตั๋วแลกเงิน, ปฏิบัติตามสัญญา)

    (b) detested    (เกลียด, เกลียดชัง, ไม่ชอบมาก)

    (c) abandoned    (ละทิ้ง, ทอดทิ้ง, ปล่อย, ปล่อยตามอารมณ์)

    (d) slaughtered    (สล้อ-เท่อะ)  (ฆ่าสัตว์, ฆ่าเป็นอาหาร, ฆ่าอย่างทารุณหรือรุนแรง, สังหารหมู่)

    (e) feared    (กลัว)

5. (a) protects    (คุ้มครอง, ป้องกัน)

    (b) dreads    (เดรด)  (กลัวมาก, หวาดกลัว, ลังเลที่จะทำ)

    (c) challenges    (ท้าทาย, ท้า, ท้าดวล, ขอประลองฝีมือ, เรียกร้อง, กระตุ้น, แสดงข้อคิดเห็นขัดแย้ง)

    (d) avoids    (หลีกเลี่ยง)

    (e) acquires    (ได้มา, ได้รับ, เข้าถือสิทธิ์, เข้ายึด, ได้เรียนรู้)

6. (a) honorable    (มีเกียรติ, น่าเคารพนับถือ, ซื่อตรง, ตรงไปตรงมา, น่าเชื่อถือ, มีศักดิ์ศรี)

    (b) nocturnal    (ออกหากินในเวลากลางคืน, เปิดในเวลากลางคืน, เกี่ยวกับกลางคืน)

    (c) healthy    (แข็งแรง, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี, เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย)

    (d) cunning    (ฉลาดแกมโกง, แคล่วคล่อง, หลักแหลม, ชำนาญ, มีฝีมือ, ประณีต)

    (e) industrious    (ขยัน, อุตสาหะ, พากเพียร)

7. (a) suspect    (ผู้ต้องหา, ผู้ต้องสงสัย)

    (b) defendant    (จำเลย)

    (c) criminal    (อาชญากร)

    (d) fugitive    (ผู้หลบหนี, คนที่กำลังหนี, ผู้ลี้ภัย)

    (e) refugee    (ผู้ลี้ภัย, ผู้หลบภัย, ผู้หนีภัย)

8. (a) murdered    (ฆ่า, กระทำฆาตกรรม, ฆ่าอย่างป่าเถื่อนหรืออย่างผิดมนุษย์, ทำลาย, ทำให้เสียหรือเสื่อม)

    (b) offended    (ทำให้โกรธเคือง, ทำให้ไม่พอใจ, กระทำผิด, ละเมิด, รุก, รุกราน)

    (c) scared    (ทำให้ตกใจกลัว)

    (d) embarrassed    (ทำให้กระดากอาย, ทำให้ขวยเขิน, ทำให้เคอะเขิน, ทำให้ลำบากใจ)

    (e) disdained    (ดูถูก, ดูหมิ่น, เหยียดหยาม, รังเกียจ)

9. (a) noticed    (สังเกตเห็น, ระวัง, แจ้งความ, ประกาศ, แจ้งล่วงหน้า)

    (b) conducted    (กระทำ, ปฏิบัติ, ดำเนินการ, นำ, ชักนำ, เป็นคนนำ)

    (c) adopted    (นำมาใช้, รับเอา.................มาใช้, เลี้ยงเป็นลูก)

    (d) ignored    (ละเลย, ไม่สนใจ, ไม่ยอมรับรู้)

    (e) rejected    (ปฏิเสธ, ไม่ยอมรับ, ทิ้ง, บอกปัด, ละทิ้ง, อาเจียน)

10. (a) neighborhood    (ละแวกบ้าน, บริเวณใกล้เคียง, ย่าน, บริเวณ, ถิ่น, ความใกล้เคียง)

      (b) exterior    (สิ่งหรือผิวหน้าที่อยู่ด้านนอก, สิ่งที่ปรากฏให้เห็น)

      (c) interior    (ส่วนในของประเทศ, ส่วนใน, ลักษณะภายใน, เรื่องภายใน, อุปนิสัย)

      (d) vicinity    (บริเวณใกล้เคียง, ความใกล้เคียง)

      (e) outskirt    (ชานเมือง, เขตรอบนอก, ขอบ, ริม)

      (f) suburb    (ชานเมือง, รอบนอกเมือง, ตำบลนอกเมือง, ส่วนที่อยู่รอบนอก)

 

(คำแปล)                                                    ทำไมมนุษย์กินคนจึงกินคน

          สำหรับพวกเราแล้ว,  ลัทธิคนกินเนื้อคน,  หรือการกินเนื้อมนุษย์,  เป็นเรื่องน่าสยดสยอง (น่ากลัว) ที่จะนึกถึง  แม้กระนั้นก็ตาม  มันดำรงอยู่ในฐานะสิ่งที่ปฏิบัติกันในบรรดาคนบางพวก  และอาจยังคงมีอยู่ในบรรดาชนเผ่า           ๑         บางเผ่า

          สิ่งแรกที่เราจะต้องเข้าใจคือว่า           ๒           มิได้กินเนื้อมนุษย์เพราะว่าพวกเขาชอบมัน  พวกเขากินเพราะว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ                       ศักดิสิทธิ์ (หรือ) ธรรมเนียมปฏิบัติทางศาสนาประเภทหนึ่ง

          ตัวอย่างเช่น  ในบรรดาผู้คนบางพวกทางภาคตะวันออกของอินเดียเมื่อนานมาแล้ว  มันเป็นประเพณีที่จะกินเนื้อพ่อแม่ของตน – เพราะว่าเขาเคารพและ                    พ่อแม่ทั้งนี้  ชนเผ่าดึกดำบรรพ์จำนวนมากเชื่อว่า  บุคคลจะ                    วิญญาณของสิ่งใดก็ตามที่เขากิน  (โดย)  ถ้าเขากินสิงโต  เขาจะกล้าหาญ,  ถ้าเขากินกวาง  เขาจะสามารถวิ่งได้เร็ว,  ถ้าเขากินหมาจิ้งจอก  เขาจะ            ๖            ดังนั้น  ยิ่งคน  (ทางภาคตะวันออกของอินเดีย)  เหล่านี้เคารพบิดาของเขา  เขาก็ยิ่งกระตือรือร้นที่จะกินบิดา

          ในบรรดาชนเผ่าดึกดำบรรพ์อื่นๆ  มันเป็นประเพณีที่จะกิน            ๗         ผู้ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดถึงประหารชีวิต  แต่มิใช่บุคคล  (อาชญากร หรือนักโทษ)  ผู้ซึ่งตายตามธรรมชาติ  (เช่น  แก่หรือเป็นโรคตาย)  เหตุผลสำหรับเรื่องนี้ก็คือว่า  พวกเขาเชื่อว่าอาชญากรได้           ๘         (แก่) พระ เจ้า  (ทำให้พระเจ้าโกรธเคือง)  ดังนั้น  เขา (อาชญากร) จำเป็นต้องถูกสังเวย  (บูชายัญ)  แก่พระเจ้าเพื่อทำให้พระเจ้าพอใจ  และเพราะว่ามันเป็นการปฏิบัติ  (พิธีการ)  ที่จะกินหรือชิมผู้ที่ถูกบูชายัญ  (สังเวย)  ให้กับพระเจ้า  (ดังนั้น)  สิ่งนี้จำเป็นต้องถูกกระทำ  แม้ว่าผู้ที่ถูกบูชายัญเป็นมนุษย์

          คำว่า “มนุษย์กินคน” มาจากคำว่า  “Caniba”  หรือ  “Carib”  ซึ่งเป็นชื่อของชนเผ่าของหมู่เกาะเวสต์อินดีส์,  ผู้ซึ่งชาวสเปนได้                     พิธีการกินเนื้อมนุษย์เป็นครั้งแรก  ทั้งนี้  ชาวอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาเหนือในยุคแรกๆบางคน  ก็ถือปฏิบัติลัทธิกินเนื้อมนุษย์ด้วยเช่นกันในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาของตน

          ไม่มีใครแน่ใจว่ายังคงมีชนเผ่ากินเนื้อคนอยู่จำนวนเท่าใด  ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าไม่มีแล้ว  ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ  เชื่อว่ายังคงมีมนุษย์กินคนอยู่บ้างใน          ๑๐         ของเกาะนิวกินี  (เกาะขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย)

****หมายเหตุ  -  หมู่เกาะเวสต์อินดีส์  คือ  บริเวณในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ  ในทะเลแคริบเบียน  ประกอบด้วยประเทศที่เป็นเกาะ  เช่น  คิวบา, นิคารากัว, เปอร์โตริโก, เวเนซุเอลา, กิอานา, และสุรินัม  รวมทั้งน่านน้ำของหมู่เกาะใหญ่ๆ อีก ๓ แห่งที่ล้อมรอบประเทศเหล่านี้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่าน  เว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th

 

                ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บ-ไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วย ว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป