Essential Prepositions

Essential Prepositions (ตอนที่ 7)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Be in danger”  -  ตกอยู่ในอันตราย

  • Your life is in danger if you cross the street without looking both ways.

(ชีวิตของคุณตกอยู่ในอันตราย   ถ้าคุณข้ามถนนโดยไม่มองทั้งซ้ายและขวา)

 

2. “In one’s name”  -  โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา

  • The car was rented in his name

(รถถูกเช่าในนามของเขา)

  • The money was donated in her name.

(เงินถูกบริจาคในนามของเธอ)

 

3. “In a hurry”  -  เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน

  • He was in a hurry because he was late. 

(เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว)

  • They were in a hurry to catch the bus.

(พวกเขารีบร้อนเพื่อไปขึ้นรถประจำทาง)

 

4. “In advance”  -  ล่วงหน้า

  • If you need any help from me, please tell me in advance.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผม   โปรดบอกผมล่วงหน้า)

 

5. “In bad shape”  -  เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก

  • After his wife died, he was in bad shape

(หลังจากที่ภรรยาของเขาตาย  เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่  -  คือ สำมะเลเทเมา  กินเหล้าหัวราน้ำ  มีแต่ความทุกข์)

  • They were in bad shape after their house was burnt down by fire.

(พวกเขาอยู่ในฐานะลำบาก  หลังจากที่บ้านถูกไฟไหม้)

 

6. “Live on”  -  ๑. มีชีวิตอยู่ด้วย (การกิน), กินเป็นอาหาร  ๒. ยังคงมีชีวิตต่อไป  ๓. ใช้จ่ายในสิ่งต่างๆที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

  • Some animals live on grass

(สัตว์บางชนิดมีชีวิตอยู่ด้วยการกินหญ้า)

  • We live on what we eat.

(เรามีชีวิตอยู่ด้วยสิ่งที่เรากินเข้าไป)

  • He lives on fruits and nuts.

(เขากินผลไม้และลูกนัทเป็นอาหาร)

  • She can’t live on her present salary.

(เธอไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินเดือนปัจจุบัน)  (เงินเดือนเธอไม่พอใช้)

  • After a serious accident, Jim lived on for several years.

(หลังจากอุบัติเหตุร้ายแรง  จิมมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายปี)

  • Her brother died in 1952 but she lived on until twenty years later.

(พี่ชายของเธอตายในปี  ๑๙๕๒  แต่เธอยังคงมีชีวิตจนกระทั่งอีก  ๒๐  ปีต่อมา)  (คือ  เธอตายในปี  ๑๙๗๒)

  • How much have you got to live on?

(คุณมีเงินอยู่เท่าไรในการใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพ)

 

7. Agree + To”  -  เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ

  • He agreed to my idea.

(เขาเห็นด้วยกับความคิดของผม)

 

8. Agree + With”  =  เห็นด้วยกับบุคคล

  • I agree with you on your proposal.

(ผมเห็นด้วยกับคุณในเรื่องข้อเสนอของคุณ)

 

9. “On a rainy day”  -  ในวันที่ฝนตก

  • We don’t usually go out on a rainy day.

(เรามักไม่ออกไปข้างนอกในวันที่ฝนตก)

 

10. “On the rise”  -  เพิ่มขึ้น

  • The oil prices are on the rise.

(ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น)

 

11. “Congratulate someone on”  -  แสดงความยินดีกับใครในเรื่อง

  • I congratulate you on your success.

(ผมขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของคุณ)

  • She came to congratulate me on my promotion.

(เธอมาแสดงความยินดีกับผมที่ได้เลื่อนตำแหน่ง)

 

12. “Put the blame on”  -  ตำหนิ

  • When things go wrong, he puts the blame on somebody else.

(เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดผิดพลาดขึ้น  เขามักตำหนิผู้อื่น)

  • The company put the blame on its consultants when the project failed.

(บริษัทตำหนิที่ปรึกษาของตน  เมื่อโครงการล้มเหลว)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 6)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Object to”  -  คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • She objects to my proposal.

(เธอคัดค้าน-ไม่เห็นด้วย  กับข้อเสนอของผม)

  • My family objected to buying the land there.

(ครอบครัวของผมไม่เห็นด้วยกับการซื้อที่ดินที่นั่น)

  • We object to that kind of business.

(เราไม่เห็นด้วยกับธุรกิจประเภทนั้น)

  • They object to the selection of Mr. Watson.

(พวกเขาคัดค้านการเลือกมิสเตอร์วัตสัน)

  • I don’t object to the early start.  I’ve always been an early riser.

(ผมไม่คัดค้านการเริ่มต้นแต่เช้าตรู่  (เพราะ) ผมตื่นแต่เช้าตรู่เสมอ)

 

2. “Look forward to”  -  ตั้งตารอคอย, คาดหวังล่วงหน้า

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

  • They look forward to a two-week holiday next month.

(พวกเขาตั้งตารอคอยวันหยุดสองสัปดาห์ในเดือนหน้า)

  • She looked forward to seeing her old friend.

(เธอคาดหวังล่วงหน้าว่าจะได้พบเพื่อนเก่า)

  • Jack is looking forward to his first date with great enthusiasm.

(แจ๊คตั้งตารอคอยการออกเดทครั้งแรก (กับเพื่อนสาว) ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก)

  • I’m quite looking forward to it.

(ผมตั้งตารอคอยมันอย่างมากเลยครับ)

 

3. “By telephone”  -  ทางโทรศัพท์

  • She explained to him by telephone how to get to the station.

(เธออธิบายให้เขาฟังทางโทรศัพท์  ว่าจะไปยังสถานีได้อย่างไร)

 

4. “By chance”  -  โดยบังเอิญ             

  • I met my old friend by chance last week. 

(ผมพบเพื่อนเก่าโดยบังเอิญเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

 

5. By mistake”  -  โดยการเข้าใจผิด

  • She took my book by mistake.

(เธอเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด)  (คือ  คิดว่าเป็นของเธอ)

 

6. By heart”  -  โดยการท่องจำ

  • They learn new vocabularies by heart.

(พวกเขาเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ โดยการท่องจำ)

 

7. “By force  โดยใช้กำลัง, โดยการบังคับ

  • If you are not willing to come, I’ll make you come by force.

(ถ้าคุณไม่เต็มใจมา  ผมจะทำให้คุณมาโดยการบังคับ)

 

8. Play a role in”  -  แสดง หรือ มีบทบาทใน

  • The ear plays a role in maintaining balance besides hearing.

(หูมีบทบาทในการรักษาสมดุล   นอกจากการได้ยิน)

 

9. “Be deficient in”  -  ขาดแคลนหรือบกพร่องในด้าน หรือ เรื่อง

  • His diet was deficient in vitamins.

(อาหารลดน้ำหนักของเขา   ขาดแคลนวิตามิน)

 

10. “In an accident”   -  ในอุบัติเหตุ

  • Her father was killed in an accident.  (= His father died in an accident.)

(พ่อของเขาตายในอุบัติเหตุ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 5)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Ready for”  -  เตรียมพร้อมสำหรับ

  • Are you ready for your new job? 

(คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า)

  • Everyone was ready for the party.

(ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยง)

  • Mrs. Simpson got the room ready for her guests.

(มิสซิสซิมสันเตรียมห้องให้พร้อมสำหรับแขกของเธอ)

 

2. “Qualified for” (Qualify for)  -  มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ  (ทำให้มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์)

  • She was qualified for the job. 

(เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน)

  • Mr. Collins is qualified for that position.

(มิสเตอร์คอลลินส์มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น)

  • Her score qualifies her for a seat in the university.

(คะแนนของเธอทำให้เธอมีคุณสมบัติได้ที่นั่งในมหาวิทยาลัย)  (คือ  สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้)

 

3. “Essential for (หรือ “To”)”  -  จำเป็นอย่างยิ่ง

  • Land is essential for food and for work.

(ที่ดินมีความจำเป็นยิ่งสำหรับ (ผลิต) อาหารและงาน)

  • Good health is absolutely essential for a job in the Army.

(สุขภาพที่ดีมีความจำเป็นอย่างแท้จริงต่องานในกองทัพ)  (คือ  จะเป็นทหารต้องแข็งแรง)

  • Air and water is tremendously essential for all living things.

(อากาศและน้ำมีความจำเป็นอย่างมหาศาลต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล)

  • Love for figures is essential for work of a bookkeeper.

(ความชอบในตัวเลขเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานของคนทำบัญชี)

  • Practice is essential to (for) learning to play the piano well.

(การฝึกซ้อมเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งในการเรียนรู้การเล่นเปียโนให้ได้ดี)

 

4. “Essential to + Verb 1”  -  สำคัญยิ่งที่จะ

  • It is essential to set your targets realistically.

(มันสำคัญยิ่งที่จะตั้งเป้าหมายให้สมจริงสมจัง)  (คือ  ตามความเป็นจริง  สามารถบรรลุผลได้)

  • It was really essential to continue your work until finished.

(มันจำเป็นอย่างแท้จริงที่จะทำงานของคุณต่อไปจนกระทั่งเสร็จสิ้น)

 

5. “Good for”  -  ดีสำหรับ, เป็นผลดีกับ, เป็นประโยชน์ต่อ, อยู่หรือทนไปได้  หรือทำงานได้อีกเป็นเวลา........

  • It is good for you to get up early.

(มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่)

  • They established a climate of confidence which was good for trade.

(พวกเขาสร้างบรรยากาศของความเชื่อมั่น  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการค้า)

  • She takes on more work than is good for her.

(เธอทำงานมากเกินกว่าที่จะเป็นผลดีกับตัวเธอเอง)  (ทำงานหนักจนป่วย)

  • It is also good for cleaning paint brushes.

(มัน (อุปกรณ์) ดีสำหรับใช้ทำความสะอาดแปรงทาสี)

  • The old car is good for another few years.

(รถเก่าคันนั้นยังใช้งานไปได้อีกสองสามปี)

 

6. “Good to + Verb 1”  -  ดี (น่ารื่นรมย์และสนุกสนาน) ที่.......,  ดีกับ, กรุณาที่จะ

  • It’s good to see you again.

(มันเพลิดเพลิน-สนุกที่ได้พบคุณอีก)

  • Would you be good enough to ask him?

(คุณจะกรุณาพอที่จะถามเขาได้ไหมครับ)

  • She has always been good to me.

(เธอดีกับผมเสมอมาเลย)

 

7. Accuse someone of doing something”  -  กล่าวหาใครในเรื่องอะไร  หรือว่าทำอะไร   

  • They accused him of stealing their car

(พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์)

  • The lawyer accused the witness of lying.

(ทนายกล่าวหาพยานว่าโกหก)

  • They accused the spy of treason.

(พวกเขากล่าวหาจารชนว่าทรยศต่อชาติ)

  • She was accused of cheating her customers.

(เธอถูกกล่าวหาว่าต้มตุ๋นลูกค้า)

 

8. “Be composed of”  -  ประกอบด้วย

  • Our team is composed of a number of experts in several fields.  

(ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา)

  • The committee was evenly composed of men and women.

(คณะกรรมการประกอบด้วยชายและหญิงเท่าๆกัน)

  • Water is composed of hydrogen and oxygen.

(น้ำประกอบด้วยไฮโดรเจนและออกซิเจน)  

 

9. “Consist of”  -  ประกอบด้วย

  • The committee members consist mostly of scientists and engineers.

(สมาชิกของคณะกรรมการส่วนใหญ่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร)

  • The landscape consisted of rice fields and rubber plantations.

(ภูมิประเทศประกอบด้วยนาข้าวและสวนยาง)

  • The average dissertation consists of over 300 pages.

(วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกโดยเฉลี่ยประกอบด้วยกว่า  ๓๐๐  หน้า)

  • Students’ life typically consists of reading, studying and attending classes.

(ชีวิตนักเรียนโดยทั่วไปประกอบด้วยการอ่านหนังสือ  ศึกษาเล่าเรียน  และเข้าเรียนในชั้น)

 

10. “Dream of  หรือ  about”  -  ฝันเรื่อง

  • She never dreams (v) of traveling abroad. 

(เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ)

  • Laura’s dream (n) of getting rich never comes true.

(ฝันของลอร่าที่จะร่ำรวยไม่เคยเป็นจริง)

  • I’ve always dreamed (v) about a trip around the world.

(ผมฝันเสมอเกี่ยวกับการเดินทางรอบโลก)

  • I had a strange dream (n) about you and me last night.

(ผมฝันประหลาดเกี่ยวกับคุณและผมเมื่อคืนวาน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 4)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Source of”  -  แหล่งของ, แหล่งกำเนิดของ, ต้นตอของ, แหล่งที่มาของ

  • Meat is an excellent source of vitamins.

(เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน)

  • Russia is one of the world’s main sources of uranium. 

(รัสเซียเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของแร่ยูเรเนียมของโลก)

  • Candidates are required to publish the sources of their campaign funds.

(ผู้สมัครเข้าแข่งขันถูกกำหนดให้ต้องตีพิมพ์แหล่งที่มาของเงินทุน  ที่ใช้ในการรณรงค์  -  หาเสียงเลือกตั้ง)

  • They’re trying to trace the source of the trouble.

(เขากำลังพยายามที่จะหาร่องรอยต้นตอของปัญหา)

  • Have they found the source of the gas leak?

(พวกเขาพบแหล่งที่มาของแกสรั่วหรือยัง) 

  • The findings revealed that 18% of those questioned gave bad housing as their main source of worry.

(ผลของการวิจัยแสดงให้เห็นว่า  ๑๘  เปอร์เซ็นต์ ของผู้ถูกถามคำถาม  กล่าวว่าบ้านพักที่เลว (แย่) เป็นแหล่งที่มาของความวิตกกังวลที่สำคัญของพวกตน)

 

2. Inform someone of something”  -  บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร    

  • Please inform me of your decision

(โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ)

  • He intended to see Barbara to inform her of his objections.

(เขาตั้งใจที่จะไปพบบาร์บารา  เพื่อบอกเธอเกี่ยวกับการคัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) ของเขา)

 

3. Boast of”  -  คุยโม้, คุยอวด

  • He often boasts of his wealth. 

(เขามักคุยอวดความร่ำรวย)

  • Williams boasted of his influence over his boss.

(วิลเลียมส์คุยโม้อิทธิพลของตนที่มีต่อเจ้านาย)

  • He boasted to her that he was a champion of car racing.

(เขาคุยอวดเธอว่า  เขาเป็นแชมเปี้ยนรถแข่ง)

 

4. Think of”  -  คิดถึงเรื่อง, นึกถึง, จำได้, ระลึกได้, ถือว่า, เอาใจใส่-สนใจ

  • We are thinking of buying her a present. 

(พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ)

  • What do you think of her?

(คุณคิดว่าเธอเป็นคนยังไง)

  • I think of Peter as an old friend of mine.

(ผมถือว่าปีเตอร์เป็นเพื่อนเก่าแก่ของผม)

  • People think of computers as being devices that calculate.

(ผู้คนนึกถึง (ถือว่า) คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือซึ่งคำนวณ) 

  • I can never think of her name.

(ผมไม่เคยจำชื่อเธอได้เลย)

  • If you think of anything else, ask the lady here.

(ถ้าคุณนึกออกว่าต้องการอะไรอื่นอีก  ให้ถามสุภาพสตรีที่นี่)  (ให้บอกเธอที่นี่)

  • It was very kind of you to think of him.

(เป็นความกรุณาของคุณอย่างยิ่งที่นึกถึง (เอาใจใส่ พร้อมจะช่วยเหลือ) เขา)

  • I had my own survival to think of.

(ผมมีเรื่องความอยู่รอดของตนเองที่จะต้องนึกถึง  -  เอาใจใส่)

  • You never think of (about) anybody but yourself.

(คุณไม่เคยนึกถึง (สนใจ) ใครเลย  นอกจากตัวเอง)

 

5. “Warn someone of something”  -  เตือนใครให้นึกถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

  • She warned me of the danger.

(เธอเตือนผมถึงอันตราย)

  • I do warn you of possible failure.

(ผมขอเตือนคุณจริงๆนะถึงความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้)

 

6. “Warn someone to do something”  -  เตือนหรือแนะนำให้ใครทำอะไรบางอย่าง (เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย หรือการถูกลงโทษ)

  • She warned them to be on the lookout.

(เธอเตือนพวกเขาให้ระมัดระวัง)

  • I warned him not to lose his temper with her.

(ผมเตือนเขามิให้อารมณ์เสียกับเธอ)

  • He warned me to be careful when climbing that mountain.

(เขาเตือนผมให้ระมัดระวังเมื่อปีนเขาลูกนั้น)

 

7. “Warn someone off (หรือ “away from”) something”  -  เตือนใครให้อยู่ห่างจาก หรือเลิกทำอะไรบางอย่าง  (เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย หรือการถูกลงโทษ)

  • Intruders are warned off by the sound of her rattle.

(ผู้บุกรุก (คนหรือสัตว์) ถูกเตือนให้ออกไปห่างๆ  โดเสียงรัว (เอี๊ยดๆ, กรอกแกรก, แกร๊กๆ) ของเธอ)  (อาจเป็นเสียงงู หรือสัตว์บางชนิด)

  • Reporters were worn away from the war zone.

(ผู้สื่อข่าวถูกเตือนให้อยู่ห่างออกไปจากเขตที่มีการสู้รบ)

  • He realized that his doctor was warning him off drink.

(เขาตระหนักว่า  หมอของเขากำลังเตือนให้เขาหยุดดื่มเหล้า)

 

8. “Hope for”  -  หวังสำหรับ, หวังจะได้พบเจอ

  • We ought to hope for better times.

(เราควรที่จะ (มีความ) หวังที่จะได้พบเจอช่วงเวลาที่ดีขึ้น)  (คือ หวังว่าชีวิตจะพบกับช่วงเวลาที่มีความสุขมากขึ้น) 

  • That would be too much to hope for.

(นั่นมันมากเกินไปที่จะหวังได้)  (หวังมากมายอย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้)

  • The police hoped for evidence of murder.

(ตำรวจหวังจะได้พบหลักฐานของการฆาตกรรม)

 

9. “Hope to + Verb 1”  -  หวังที่จะ, หวังว่าจะ

  • She sat down, hoping to remain unnoticed.

(เธอนั่งลง  หวังว่าจะยังคงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ)

  • He hoped to leave that evening for her sister in Scotland.

(เขาหวังว่าจะจากไปคืนนั้น  เพื่อพบน้องสาวในสกอตแลนด์)

  • They hope to gain benefits through additional employment.

(พวกเขาหวังจะได้กำไร (ประโยชน์)  โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้น)

  • None of them could hope to get rich.

(ไม่มีใครในพวกเขาสามารถหวังที่จะร่ำรวยได้)

 

10. “Responsible for”  -  รับผิดชอบต่อ, รับผิดชอบในเรื่อง

  • He is responsible for the job.

(เขารับผิดชอบต่องาน)

  • Men and women must become equally responsible for bringing up children.

(ชายและหญิงจะต้องมีความรับผิดชอบเท่าๆกันในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ)

  • The children were responsible for cleaning their own rooms.

(พวกเด็กๆรับผิดชอบในการทำความสะอาดห้องของพวกตน)

  • I hold you personally responsible for all this.

(ผมถือว่าคุณรับผิดชอบเป็นส่วนตัวกับเรื่องทั้งหมดนี้)  (คือ  คุณเป็นคนทำมัน  และคุณจะถูกตำหนิถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา)

  • It has been found that some patients aren’t responsible for their own behavior.

(มันถูกพบว่า  ผู้ป่วยบางคนไม่รับผิดชอบต่อความประพฤติของตนเอง)  (คือ  ประพฤติตนไม่เหมาะสม  และสมควรถูกตำหนิ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 3)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Remind someone of someone (หรือ something)”  เตือนให้ระลึกถึง, เตือนความจำ, ทำให้จำได้

  • She reminds me of her mother.

(เธอเตือนให้ผมระลึกถึงแม่ของเธอ)  (คือ รูปร่างหน้าตา  การพูดจาคล้ายๆกัน)

  • Your story reminds me of another.

(เรื่องที่คุณเล่ามาทำให้ผมนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง)  (ที่คล้ายๆกัน  หรือจบลงเหมือนๆกัน)

  • Please remind me of my appointment.

(โปรดเตือนผมเรื่องการนัดหมายด้วยนะ)

  • Mr. David’s secretary reminded him of his appointment at ten o’clock.

(เลขาของเดวิดเตือนเขาเรื่องการนัดหมายตอน  ๑๐  โมงเช้า)

  • You do not need to remind people of their mistakes all the time.

(คุณไม่จำเป็นต้องเตือนผู้คนให้นึกถึงความผิดของตนเองอยู่ตลอดเวลา)  (พูดเพียงหนสองหนก็พอแล้ว)

  • Your son reminds me of you at his age.

(ลูกชายคุณทำให้ผมนึกถึงคุณตอนอายุเท่าๆกับเค้า)

 

2. “Thank someone for something”  -  ขอบคุณสำหรับ

  • Thank you very much indeed for coming to see me.

(ขอบคุณมากจริงๆสำหรับการมาพบ (เยี่ยม) ผม)

  • Dear James, Thank you very much for the nice book you sent me.

(เจมส์ที่รัก  ขอบคุณมากๆเลยสำหรับหนังสือดีๆที่ส่งมาให้ผม)

  • Many thanks for your long and interesting letter.

(ขอบคุณหลายสำหรับจดหมายที่ยืดยาวและน่าสนใจของคุณ)

  • Thank you for telling me about your plans.

(ขอบคุณที่บอกผมเกี่ยวกับแผนของคุณ)

  • I thank you for your advice.

(ผมขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำของคุณ)

  • We thanked the hostess for inviting us to her party.

(เราขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชิญเรามางานเลี้ยงของเธอ)

 

3. “Be composed of”  -  ประกอบขึ้นด้วย

  • A molecule is composed of atoms.

{โมเลกุล (อณู) ประกอบด้วยอะตอม (ปรมาณู)}

  • The committee is evenly composed of men and women.

(คณะกรรมการประกอบด้วยผู้ชายและผู้หญิงเท่าๆกัน)

  • His speech was composed of jokes, insults, and misinformation.

(คำปราศรัยของเขาประกอบด้วยเรื่องตลก  การดูหมิ่นเหยียดหยาม  และข้อมูลผิดๆ)

  • Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา)

 

4. “Lay off”  -  ปลด หรือ พักงานชั่วคราวพนักงาน, เลิกจ้างงาน

  • The factory had to lay off employees when its orders decreased.

(โรงงานจำเป็นต้องปลด (หรือพักงาน) พนักงาน  เมื่อการสั่งซื้อสินค้าลดลง)

  • The company had to lay off half of its workers during the depression.

(บริษัทจำเป็นต้องปลด (หรือพักงาน) พนักงานจำนวนกึ่งหนึ่ง  ในระหว่างเศรษฐกิจตกต่ำ)

  • Several car manufacturers have laid off their workers because of the shortage of parts.

(ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้พักงานคนงานของตน  เนื่องมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนต่างๆ)  (ที่ใช้ในการผลิต)

 

5. “Belong to + คน  เป็นของ, ทำ-สร้าง-ผลิต  โดยผู้นั้น, เป็นส่วนหนึ่ง (อวัยวะ) ของ, เป็นสมาชิกของ  (ใช้ในรูป  “Active voice”  เพียงอย่างเดียวเท่านั้น)

  • The nation belongs to its people.

(ประเทศชาติเป็นของประชาชน)

  • That car belongs to my elder sister.

(รถยนต์คันนั้นเป็นของพี่สาวของผม)

  • The land belongs to a big family.

(ที่ดินแปลงนั้นเป็นของครอบครัวใหญ่)

  • He had taken some valuables which belonged to another person.

(เขาเอาของมีค่าไปบางอย่าง  ซึ่งเป็นของอีกบุคคลหนึ่ง)

  • That handwriting belongs to my sister.

(ลายมือนั้นเป็นของ (เขียนโดย) น้องสาวของผม)

  • The voice belonged to a human being.

(เสียงนั้นเป็นของ (ทำโดย) มนุษย์)

  • You can see that this skull belonged to a child.

(คุณสามารถเห็นได้ว่ากะโหลกใบนี้เป็น (ชิ้นส่วน-อวัยวะ) ของเด็ก)

  • The majority of the nation did not belong to trade unions.

(คนส่วนใหญ่ของประเทศ  มิได้เป็นสมาชิกของสหภาพการค้า)

  • She belongs to the Labour party.

(เธอเป็นสมาชิกของพรรคแรงงาน)

 

6. “Benefit (v) from หรือ by”  -  ได้รับประโยชน์จาก

  • I think the patient will benefit from (by) a few days’ rest.

(ผมคิดว่าผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์จากการพักผ่อนสอง-สามวัน)

  • She thinks she will benefit from (by) learning computer.

(เธอคิดว่าเธอจะได้รับประโยชน์จากการเรียนคอมพิวเตอร์)

  • Did you benefit from the lecture today?

(คุณได้ประโยชน์จากการบรรยายวันนี้หรือเปล่า)

  • James thought he got no benefit from going to school.

(เจมส์คิดว่าเขาไม่ได้ประโยชน์จากการไปโรงเรียน)

  • The firm benefitted from his ingenuity.

(บริษัทได้ประโยชน์จากความเฉลียวฉลาดของเขา)

  • Neither of them benefitted by what happened.

(พวกเขาทั้ง  ๒  คนมิได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น)

 

7. “Benefit (n) of”  -  ประโยชน์ของ

  • The Constitution was written for the benefit of all men.

(รัฐธรรมนูญถูกเขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน)

  • So only a few reap the benefits of agricultural advance.

(ดังนั้น  เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของความก้าวหน้าทางการเกษตร)

  • The parents cooperate for the benefit of the child.

(พ่อแม่ร่วมมือกัน  เพื่อประโยชน์ของลูก)

  • He spends less time at work, to the benefit of the whole family.

(เขาใช้เวลาน้อยลงในการทำงาน  เพื่อประโยชน์ของคนทั้งครอบครัว)  (ทำงานน้อยลง  เพื่อให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น)

  • For the benefit of those who weren’t here last week, I’ll go over what I said.

(เพื่อประโยชน์ของผู้ที่มิได้อยู่ที่นี่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ผมจะทบทวน (พูดซ้ำ) ในสิ่งที่ผมพูด)  (สำหรับคนที่มิได้มาที่นี่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ผมจะพูดให้ฟังอีกครั้ง)

 

8. “Arrive at”  -  มาถึง  (ตำบล หรือสถานที่เล็กๆ  หรือ มาถึงข้อตกลง-ข้อสรุป-สถานการณ์-การตัดสินใจ  หลังจากใช้เวลา  ความพยายาม  ความคิดอย่างมาก)

  • They arrived at their destination on time.

(พวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางตรงเวลา)

  • She arrived at our home very late at night.

(เธอมาถึงบ้านของเราตอนดึกมากแล้ว)

  • He arrived back at his hotel soon after midnight.

(เขากลับมาถึงโรงแรมหลังเที่ยงคืนหน่อยเดียว)

  • We arrived at the airport in time to have dinner before the flight.

(เรามาถึงสนามบินทันเวลาทานอาหารเย็นก่อนออกบินไป)

  • After discussing the matter, we arrived at an agreement.

(หลังจากประชุมปรึกษาหารือเรื่องนั้นกันแล้ว  เราก็ตกลงกันได้)

  • It took us several hours to arrive at a decision.

(เราใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนำไปสู่การตัดสินใจ)

  • We finally arrived at a situation where we were making a small profit.

(เราในที่สุดก็พบกับสถานการณ์ซึ่งเรากำลังได้กำไรนิดหน่อย)  (จากที่เมื่อก่อนเคยขาดทุนมาตลอด  หรือเมื่อก่อนเคยทำกำไรได้มากมาย)

 

9. “Arrive in”  -  มาถึง  (เมือง หรือประเทศ)

  • She arrived in London a few months before her college began.

(เธอมาถึงลอนดอนสองสามเดือนก่อนมหาวิทยาลัยเปิด)

  • It was raining when we arrived in Chiang Mai.

(ฝนกำลังตกเมื่อเรามาถึงเชียงใหม่)

  • They arrived in Tokyo in December.

(พวกเขามาถึงโตเกียวในเดือนธันวาคม)

  • When did he arrive in Canada?

(เขามาถึงแคนาดาเมื่อไหร่นะ)

  • She remembers every detail about her arrival in Germany.

(เธอจำรายละเอียดได้ทุกอย่างเกี่ยวกับการมาถึงประเทศเยอรมัน)

 

10. “Approve of”  -  เห็นชอบ, ยินยอม, ยอมรับ, อนุญาต, อนุมัติ

  • She does not approve of smoking.

(เธอไม่เห็นด้วยกับ (ไม่อนุญาต) การสูบบุหรี่)

  • His boss fully approved of his work though it was submitted a bit late.

(เจ้านายของเขายอมรับอย่างเต็มที่กับงานของเขา  แม้ว่ามัน (ถูก) ส่งมาช้านิดหน่อย)

  • Her mother did not approve of her staying out late.

(แม่ของเธอไม่เห็นด้วยกับการที่เธอออกไปข้างนอกจนดึก)

  • My father did not approve of my sister’s marriage.

(พ่อของผมไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของน้องสาว)

  • His return to the office was widely approved of.

(การกลับสู่ตำแหน่งของเขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง)

  • His mother did not approve of Julie.

(แม่ของเขาไม่ยอมรับจูลี่)  (คือ ไม่อยากได้มาเป็นสะใภ้)

  • He did not approve of my pictures.

(เขาไม่ยอมรับภาพวาดของผม)  (คือ ไม่ชอบ ไม่ชื่นชมยกย่อง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 2)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Be known for”  -  เป็นที่รู้จักในเรื่อง, มีชื่อเสียงในเรื่อง

  • The country is known for its pleasant climate.

(ประเทศมีชื่อในทางภูมิอากาศสบาย)

  • That man is known for his sense of humor.

(นายคนนั้นมีชื่อเสียงในด้านอารมณ์ขันของเขา)

  • Politicians are known for making vague promises.

(นักการเมืองมีชื่อในเรื่องให้คำมั่นสัญญาที่คลุมเครือ)

 

2. “Be known as”  -  เป็นที่รู้จักในฐานะ, มีชื่อเสียงในฐานะ, มีชื่อเสียงว่าเป็น

  • She has become widely known as a dispenser of large sums of money.

(เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นคนใช้จ่ายเงินก้อนโต)

  • He is known as a man who always keeps his words.

(เขามีชื่อเสียงว่าเป็นคนที่รักษาคำพูดเสมอ)

  • Stephen was known as a competent doctor.

(สตีเฟนมีชื่อเสียงในฐานะแพทย์ผู้มีความสามารถ)

 

3. “Be made of”  -  ทำด้วย  (ยังสามารถมองเห็นวัสดุที่ใช้ทำ)

  • These shoes are made of the finest leather.

(รองเท้าเหล่านี้ทำด้วยหนังฟอกเนื้อละเอียดที่สุด)

  • My house is made of wood.

(บ้านของผมทำด้วยไม้)

  • Those cottages were made of brick.

(กระท่อมเหล่าโน้นทำด้วยอิฐ)

  • What is it made of ?

(มันทำด้วยอะไรนะ)

 

4. “Be made from” (= “Be made out of”)  -  ทำมาจาก  (ไม่สามารถมองเห็นวัสดุที่ใช้ทำ  เนื่องจากแปรสภาพไปแล้ว)

  • Petroleum can be made out of coal.

(น้ำมันดิบสามารถทำมาจากถ่านหิน)

  • Bread is made from wheat.

(ขนมปังทำมาจากข้าวสาลี)

  • They used to make their own glass from sand and silica.

(พวกเขาเคยทำกระจกของตัวเองจากทรายและซิลิกา)

  • Vine is made from grapes.

(เหล้าไวน์ทำมาจากองุ่น)

 

5. “Think over”  -  คิด, ตรึกตรอง, พิจารณาให้ละเอียด, ทบทวนใหม่

  • I need to think it over before I can let you know my decision.

(ผมจำเป็นต้องขอคิดดู  ก่อนที่ผมจะสามารถบอกให้คุณทราบถึงการตัดสินใจ)

  • I’ll think over your proposal, and give you my answer tomorrow.

(ผมจะพิจารณาข้อเสนอของคุณอย่างรอบคอบ  และจะให้คำตอบคุณในวันพรุ่งนี้)

  • Don’t answer about the plan now; think it over.

(อย่าตอบเกี่ยวกับแผนนั้นเดี๋ยวนี้ พิจารณาให้ละเอียดอีกครั้ง)

  • When you have thought things over, you will probably realize that his offer is fair and mutually benefit both parties.

(เมื่อคุณได้ไตร่ตรองเรื่องต่างๆอย่างละเอียดแล้ว  คุณอาจจะตระหนักได้ว่า  ข้อเสนอของเขายุติธรรม  และให้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง  ๒  ฝ่าย)

 

6. “Turn on” (= Switch on)  -  ๑. เปิด (ไฟ, วิทยุ, ทีวี), เดินเครื่อง  นอกจากนั้น       

“Turn on”  ยังมีความหมาย  ๒. เล่นงาน, จู่โจม, พูดคุยด้วยอย่างโกรธเคือง

                     ๑. เปิด (ไฟ, วิทยุ, ทีวี), เดินเครื่อง

  • People generally turn on the light when night comes.

(ผู้คนโดยทั่วไปเปิดไฟเมื่อกลางคืนมาถึง)

  • They switched on the television to watch the evening news.

(พวกเขาเปิดทีวีเพื่อดูข่าวภาคค่ำ)

  • Workers turned on the machine and started to work.

(คนงานเดินเครื่องจักรและเริ่มต้นทำงาน)

  • We turn on the heater when the weather is very cold.

(เราเปิดเครื่องทำความร้อนเมื่ออากาศหนาวมาก)

  • She turned on the shower.

(เธอเปิดน้ำฝักบัวอาบ)

  • Would you switch the light on, please?

(กรุณาเปิดไฟหน่อยได้ไหมครับ)

                     ๒. เล่นงาน, จู่โจม, พูดคุยด้วยอย่างโกรธเคือง

  • The dog turned on her and bit her.

(เจ้าหมาจู่โจมและกัดเธอ)

  • The lion turned on its keeper.

(สิงโตจู่โจมคนเลี้ยงของมัน)

  • Judy turned on her best friend after years of warm relationship.

(จูดี้เล่นงานเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ  หลังจากความสัมพันธ์ที่อบอุ่นยาวนานหลายปี)

  • She turned on the men.  “How can you treat your daughters like this!”

(เธอพูดกับผู้ชายพวกนั้นอย่างโกรธเคืองว่า  “คุณปฏิบัติต่อลูกสาวของคุณแบบนั้นได้อย่างไร”)

                  ๓. Turn someone on หมายถึง  “ทำให้หลงเสน่ห์และเกิดอารมณ์ทางเพศ

  • Honestly speaking, she doesn’t really turn me on.

(พูดจริงๆเลยนะ  เธอไม่ได้ทำให้ผมหลงใหล หรือเกิดอารมณ์สักนิด)

 

7. “Turn off” (= Switch off)  -  ปิด (ไฟ, วิทยุ, ทีวี)

  • Don’t forget to turn off the light.

(อย่าลืมปิดไฟนะ)

  • If you go out, don’t forget to switch off the light.

(ถ้าคุณออกไป  อย่าลืมปิดไฟนะ)

  • Be sure to turn the stove off when you finish cooking.

(จงแน่ใจว่าปิดเตาอบ  เมื่อคุณทำอาหารเสร็จแล้ว)

  • Children often forget to switch off the light when they go to bed.

(เด็กๆมักจะลืมปิดไฟเมื่อพวกเขาเข้านอน)

  • She switched the radio off.

(เธอปิดวิทยุ)

                                      นอกจากนั้น  “Switch off”  ยังหมายถึง  “เลิกเอาใจใส่อะไรบางอย่าง  เพราะไม่สนใจมันต่อไปอีกแล้ว  เช่น

  • The lecture was so boring that I just switched off half-way through.

(การบรรยายน่าเบื่อมากจนกระทั่งผมเลิกฟังเมื่อไปได้ครึ่งทาง)

 

8. “Turn over”  -  ๑. พลิกคว่ำ   ๒. ให้, ยกให้, โอนให้

  • The bus turned over, killing a dozen of passengers.

(รถบัสพลิกคว่ำทำให้ผู้โดยสารตายไปเป็นโหล)

  • The project is too big for me; I’ll turn it over to my colleagues.

(โครงการใหญ่เกินไปสำหรับผม  ผมจะโอนมันไปให้เพื่อนร่วมงานทำ)

  • He retired and turned over the business to his son.

(เขาเกษียณและยกธุรกิจให้ลูกชาย)

  • Mr. Woods has turned his estate over to the city.

(มิสเตอร์วูดส์ได้ยกที่ดินของตนให้เมือง)

  • He had refused to turn over funds that belonged to Mr. Potter.

(เขาปฏิเสธที่จะยกกองทุนซึ่งเป็นของมิสเตอร์พอตเตอร์  -  ให้ผู้อื่นดูแล)

  • The judge turned the boy over to the juvenile agency.

(ผู้พิพากษาโอนย้ายเด็กให้กับองค์กรเยาวชน)

 

9. “Wait for”  -  รอคอย

  • They are waiting for a taxi.

(พวกเขากำลังรอรถแท็กซี่)

  • We are waiting for an early reply from you.

(เรากำลังรอคำตอบจากคุณในเร็วๆนี้)

  • I’ll wait for Jim to pick me up at the airport.

(ผมจะรอให้จิมมารับผมที่สนามบิน)

  • She has been waiting for you here for over an hour.

(เธอได้กำลังรอคุณอยู่ที่นี่เป็นเวลากว่าชั่วโมงแล้ว)

  • He waited patiently for her.

(เขารอคอยเธออย่างอดทน)

 

10. “Wait on” (= Wait upon)  -  รับใช้, ปรนนิบัติ, ให้บริการ

  • The maid waits on her master from morning till night.

(สาวใช้คอยรับใช้นายของเธอตั้งแต่เช้าจรดค่ำ)

  • They wait on you very well in this shop.

(พวกเขาให้บริการคุณดีมากในร้านนี้)

  • The young wife waits on her husband every day.

(ภรรยาสาวปรนนิบัติสามีของเธอทุกวัน)

  • The girls were very eager to wait on his table.

(เด็กสาว (ในร้าน) ใจจดใจจ่อที่จะได้นำอาหารไปเสิร์ฟที่โต๊ะของเขา)

  • She likes salesgirls who wait on her courteously.

(เธอชอบพนักงานขายสาวที่ให้บริการเธออย่างสุภาพ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 1)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Be famous for”  -  มีชื่อเสียงในเรื่อง, มีชื่อเสียงในด้าน

  • Chiang Mai is famous for the hospitality of its people.

(เชียงใหม่มีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของผู้คน)

  • President Abraham Lincoln was famous for his integrity.

(ประธานาธิบดีอับราฮัม  ลิงคอล์น  มีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรม)

  • Thailand is famous for its smiling people.     

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องผู้คนยิ้มแย้ม)

  • The city has been most famous for its cloth.

(เมืองนี้มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องผ้า)

  • This restaurant is famous for its barbecued chicken.

(ภัตตาคารนี้มีชื่อเสียงในเรื่องไก่ย่าง)

  • Hong Kong is famous for its beautiful nocturnal view.

(ฮ่องกงมีชื่อเสียงในเรื่องทัศนียภาพในเวลากลางคืนที่สวยงาม)

  • Bill Gate, an IT business tycoon, has been long famous for

donating an enormous sum of money each year to promote the education for underprivileged children.

(บิล เกต, ผู้ทรงอิทธิพลทางด้านธุรกิจไอที, ได้มีชื่อเสียงมานานแล้วในเรื่องการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลในแต่ละปี  เพื่อส่งเสริมการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส)

  •    Beethoven was famous especially for his piano playing, but he was also  a composer.

(บีโธเฟ่น มีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการเล่นเปียโนของเขา  แต่เขาก็เป็นนักประพันธ์เพลงหรือดนตรีด้วย)

  • The swallows of Capistrano are famous for returning to the same nests in California each spring.

(นกนางแอ่นของเมืองคาพิสทราโน  มีชื่อเสียงในเรื่องการหวนกลับมายังรังเดิม (ของมัน) ในรัฐแคลิฟอร์เนียในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี)

 

2. “Be famous as”  -  มีชื่อเสียงในฐานะ

  • John is famous as a competent doctor.

(จอห์นมีชื่อเสียงในฐานะแพทย์ผู้มีความสามารถ)

  • Thailand is famous as a country of smiling people.

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่มีผู้คนยิ้มแย้ม)

  • Mike Tyson was once famous as one of the best boxers the world had ever witnessed.

(ไมค์ ไทสัน  ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงในฐานะนักมวยที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่โลกเคยเห็นมา)

 

3. “Be fond of”  -  ชอบ

  • They are especially fond of Chinese food.

(พวกเขาชอบอาหารจีนเป็นพิเศษ)

  • I have become very fond of that boy.

(ฉันชอบเด็กผู้ชายคนนั้นมาก)

  • We are fond of studying English.

(พวกเราชอบเรียนภาษาอังกฤษ)

  • Most men are not fond of going to fashion shows.

(ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบไปงานแสดงแฟชั่น)

  • Mary is fond of shopping.

(แมรี่ชอบเดินดูหรือซื้อสินค้าตามร้าน)

  • I’m not very fond of Bernard Shaw’s plays.

(ผมมิได้ชอบละครของเบอร์นาร์ด ชอร์ มากนัก)

  • His mouth was full of banana cake which he was particularly fond of.

(ปากของเขาเต็มไปด้วยเค้กกล้วยหอม  ซึ่งเขาชอบเป็นพิเศษ)

 

4. “Take care of”  -  ดูแล, ดูแลรับผิดชอบ, รับผิดชอบจัดการ, เอาใจใส่ระมัดระวัง

  • Will you please take care of my dog when I am away?

(คุณจะกรุณาดูแลสุนัขของผม  เมื่อผมออกไปข้างนอก  ได้ไหมครับ)

  • I knew he would take care of her for me.

(ผมรู้ว่าเขาจะดูแลเอาใจใส่เธอแทนผม)

  • She takes good care of her children.

(เธอเอาใจใส่ดูแลลูกๆของเธอเป็นอย่างดี)

  • Take care of yourself.

(ดูแลตัวเองนะ)

  • Don’t worry about this matter.  I’ll take care of it.

(ไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้  ผมจะรับผิดชอบจัดการมันเอง)

  • My job is to take care of any problems that arise.

(งานของผมคือการรับผิดชอบจัดการกับปัญหาใดๆที่เกิดขึ้น)

  • Those wealthy boys seem to take no care of their money.

(เด็กร่ำรวยเหล่านั้นดูเหมือนว่ามิได้เอาใจใส่ ระมัดระวังกับเงินของตนเองเลย)

 

5. “Take part in”  -  เข้าร่วมใน, มีส่วนร่วมใน  (โดยเฉพาะในฐานะสมาชิกของทีมหรือกลุ่ม)

  • We want to take part in a modern play.

(เราต้องการเข้าร่วม (แสดง) ในละครสมัยใหม่)

  • She took part in local government most of her life.

(เธอมีส่วนร่วมในรัฐบาลท้องถิ่น (เป็นผู้บริหารคนหนึ่ง) เกือบตลอดชีวิตของเธอ)

  • He refused to take part in the party despite our invitation.

(เขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในงานเลี้ยง  ทั้งๆที่เราเชิญ)

  • Good citizens should take part in politics by going to vote in a general election.

(พลเมืองดีควรมีส่วนร่วมในการเมือง  โดยการไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป)

  • Through our great effort, they finally agreed to take part in the project.

(ด้วยความพยายามอย่างยิ่งของเรา  พวกเขาในที่สุดก็ตกลงเข้าร่วมในโครงการ)

 

6. “Be afraid of”  -  กลัว, เกรงว่า

  • The mother told her children that there was nothing to be afraid of.

(แม่บอกลูกของเธอว่า  ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว)

  • Most workers are afraid of being fired.

(คนงานส่วนใหญ่กลัวถูกไล่ออกจากงาน)

  • Some people are afraid of dogs.

(คนบางคนกลัวสุนัข)

  • That young man is afraid of nothing.

(ชายหนุ่มคนนั้นไม่กลัวอะไรเลย)

  • He says that he is not afraid of anything.

(เขาพูดว่าเขาไม่กลัวอะไรเลย)

  • Are you afraid of earthquakes?

(คุณกลัวแผ่นดินไหวหรือเปล่า)

  • They were afraid of their boss.  They knew he had fired many employees.

(พวกเขากลัวหัวหน้า  พวกเขารู้ว่าหัวหน้าได้ไล่พนักงานออกไปหลายคน)

  • She was terribly afraid of offending anyone.

(เธอเกรงอย่างยิ่งที่จะทำให้ใครๆโกรธ)

  • He is afraid of hurting her.

(เขาเกรงว่าจะทำให้เธอเสียใจ)

  • We were afraid of being late for the meeting.

(เราเกรงว่าจะไปถึงสายสำหรับการประชุม)

 

7. “Be afraid to” (+ Verb 1)  -  กลัวที่จะ, ไม่กล้าที่จะ, เกรงที่จะ

  • He was afraid even to turn his head.

(เขากลัวแม้กระทั่งจะหันหัวมา)

  • That man is afraid to bother his girlfriend’s parents.

(ชายคนนั้นเกรงที่จะรบกวนพ่อแม่ของแฟนของตน)

  • Don’t be afraid to ask questions.

(จงอย่ากลัวที่จะถามคำถาม)

  • Most people are afraid to live alone.

(คนส่วนใหญ่กลัวที่จะอาศัยอยู่ตามลำพัง)

  • She was not afraid to go out alone at night.

(เธอไม่กลัวที่จะออกไปข้างนอกตามลำพังในเวลากลางคืน)

  • I’m afraid to wake her up.

(ผมไม่กล้าปลุกให้เธอตื่น)

 

8. “Be aware of”  -  ทราบดี,  รู้ตัว,  รู้ดีในเรื่อง,  ตระหนักในเรื่อง (เพราะได้ยิน, เห็น หรือรู้สึกถึงมัน)

  • We are well aware of the present situation.

(เราตระหนักดีถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน)

  • She was fully aware of the seriousness of the situation.

(เธอทราบดีอย่างเต็มที่ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์)

  • Soon they were aware of what a big mistake they had made.

(ในไม่ช้า  พวกเขาก็รู้ตัวว่าได้ทำผิดใหญ่โตเพียงใด)

  • I was quite aware of this before we married.

(ผมตระหนักดีทีเดียวถึงเรื่องนี้  ก่อนที่เราจะแต่งงาน)

  • If only you were aware of all the facts, you would immediately change your mind.

(ถ้าเพียงแต่ว่าคุณทราบดีถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด  คุณก็จะเปลี่ยนใจโดยทันทีทันใดเลย)

  • Jim was aware of the heat for the first time that day.

(จิมตระหนักถึงความร้อนเป็นครั้งแรกในวันนั้น)

  • She became aware, out of the corner of one eye, of a sudden movement.

(เธอเริ่มตระหนัก  -  ด้วยมุมตาข้างหนึ่งของเธอ  -  ถึงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว)  (คือ  รู้ว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอย่างเร็ว โดยสังเกตจากมุมตาข้างหนึ่ง)

  • The boy was not aware of the danger.

(เด็กคนนั้นไม่รู้ตัวเกี่ยวกับอันตราย)

  • Are you aware of what may happen?

(คุณตระหนักในเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นไหม)

 

9. “Be different from”  -  แตกต่างไปจาก

  • This car is very different from the one I usually drive.

(รถยนต์คันนี้แตกต่างอย่างมากจากคันที่ผมขับอยู่เป็นประจำ)

  • The clothes we wear nowadays are quite different from those our ancestors wore.

(เสื้อผ้าที่เราใส่ในปัจจุบัน  แตกต่างอย่างมากมายจากเสื้อผ้าที่บรรพบุรุษของเราสวมใส่)

  • A home in the country is very different from an apartment in the city.

(บ้านในชนบทแตกต่างอย่างมากจากอพาร์ตเมนต์ในเมือง)

  • The meeting was different from any that had gone before.

(การประชุมคราวนี้แตกต่างจากการประชุมใดๆที่มีมาก่อน)

  • The mobile phone you bought yesterday is different from mine.

(โทรศัพท์มือถือที่คุณซื้อเมื่อวานนี้แตกต่างจากเครื่องของผม)

  • She is different from her husband on that matter.

(เธอแตกต่างจากสามีในเรื่องนั้น)  (คือ  ความคิดเห็นไม่ตรงกัน)

 

10. “Be familiar with”  -  คุ้นเคย,  รู้จักมักคุ้นกับ,  เคยชิน,  เป็นกันเองกับ

  • They are not familiar with this type of work.

(พวกเขาไม่คุ้นเคยกับงานชนิดนี้)

  • I am not familiar with the new surroundings.

(ผมไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่)

  • We are not familiar with his accent.

(เราไม่คุ้นเคยกับสำเนียงของเขา)

  • You should not act familiar with strangers.

(คุณไม่ควรทำตัวเป็นกันเองกับคนแปลกหน้า)

  • I am of course familiar with your work.

(ผม  -  แน่ละ  -  คุ้นเคยกับงานของคุณ)

  • The new minister will soon become familiar with affairs of state.

(ท่านรัฐมนตรีใหม่จะคุ้นเคยกับงานของรัฐในไม่ช้า)

  • They will be familiar with their new neighbors soon.

(พวกเขาจะคุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่ในไม่ช้า)

 

11. “Be familiar to”  -  เป็นที่รู้จัก หรือ จดจำได้  (เนื่องจากเคยเห็น,  ได้ยิน,  หรือประสบมาก่อน)

  • Her name is now familiar to millions of people.

(ชื่อของเธอในปัจจุบันเป็นที่รู้จักแก่คนหลายล้านคน)

(= Millions of people are now familiar with her name.)

(คนหลายล้านในปัจจุบันคุ้นเคยกับชื่อของเธอ)

  • The old city is familiar to us because we used to visit it when we were young.

(เมืองเก่านี้เป็นที่คุ้นเคยกับเรา  เพราะเราเคยไปเยือนมันตอนเรายังเด็ก)

(= We are familiar with the old city because we used to visit it when we were young.)

(เราคุ้นเคยกับเมืองเก่า  เพราะเราเคยไปเยือนมันตอนเรายังเด็ก)

  • The new environment is not familiar to them and they find it hard to adjust to it.

(สภาพแวดล้อมใหม่ไม่เป็นที่คุ้นเคยแก่พวกเขา  และพวกเขาพบว่ายากที่จะปรับตัวเข้ากับมัน)

(= They are not familiar with the new environment and they find it hard to adjust to it.)

(พวกเขาไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่  และพวกเขาพบว่ายากที่จะปรับตัวเข้ากับมัน)

 

12. “Be happy with (หรือ about)”  -  ชื่นชมยินดีกับ, มีความสุขกับ, พึงพอใจกับ, ดีใจเกี่ยวกับ

  • John is very happy with his new sport car.

(จอห์นกำลังชื่นชมยินดีกับรถสปอร์ตคันใหม่ของเขา)

  • My boss is very happy with my work.

(เจ้านายของผมพึงพอใจอย่างมากกับงานของผม)

  • She was not happy with his work and she made him do it again.

(เธอไม่พอใจกับงานของเขา  และสั่งให้เขาทำมันใหม่อีกครั้ง)

  • Jack is happy about finding a new job.

(แจ๊คดีใจที่ได้งานใหม่ทำ)

  • I’m not very happy about the way this decision was reached.

(ผมไม่พอใจมากนักกับวิธีตัดสินใจนี้)

  • Are you happy about the prospect of there more years at the university?

(คุณพอใจกับความคาดหวังว่าจะต้องเรียนต่อไปอีก  ๓  ปีในมหาวิทยาลัยหรือไม่)

 

13. “Be happy to” + Verb 1  -  ยินดีที่จะ,  เต็มใจอย่างมากที่จะ,  พึงพอใจที่จะ,  มีความสุขที่จะ

  • I was happy to hear that you passed your exam.

(ผมยินดีที่ได้ยินว่าคุณสอบผ่าน)

  • They were happy to have come back home safely.

(พวกเขายินดีที่ได้กลับถึงบ้านแล้วอย่างปลอดภัย)

  • He seems quite happy to let things go on as they are.

(เขาดูเหมือนว่าพอใจอย่างมากที่จะปล่อยให้สิ่งต่างๆดำเนินไปตามที่มันเป็นอยู่)

  • We’ll be happy to help if you need us.

(เราเต็มใจอย่างมากที่จะช่วยเหลือ  ถ้าคุณต้องการเรา)

  • He said he would be happy to lend us the money.

(เขากล่าวว่าเขาเต็มใจอย่างยิ่งที่จะให้เรายืมเงิน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - Essential Prepositions