Essential Prepositions

Essential Prepositions (ตอนที่ 12)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Get over”  -  ๑. ฟื้นหรือหายจาก (ไข้, ความเจ็บป่วย, ความผิดหวัง),  ๒. เอา ชนะหรือมีชัยต่อ (ความยากลำบาก, การต่อต้าน-คัดค้าน)  ๓. ยอมรับหรือลืม (ความโศกเศร้า, ความประหลาดใจ๔. ทำให้เข้าใจหรือยอมรับ  ๕. ทำเสร็จสิ้น, ทำจนจบ     ๖. ผ่านไป (บนถนน)

                    ๑. ฟื้นหรือหายจาก (ไข้, ความเจ็บป่วย, ความผิดหวัง)

  • Kim’s father has got over his illness.

(พ่อของคิมหายป่วยแล้ว)

  • I’ve got over the shock now.  I feel much better.

(ผมหายตกใจแล้วขณะนี้  ผมรู้สึกดีขึ้นมาก)

  • The man returned to work after he got over his illness.

(ชายคนนั้นกลับมาทำงาน  หลังจากเขาหายป่วย)

  • Have you got over the shock?

(คุณหายตกใจหรือยังครับ)

  • George did not get over his homesickness for some time.

(จอร์ชไม่หายคิดถึงบ้านอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง)

  • She is just getting over mumps.

(เธอกำลังหายป่วยจากโรคคางทูม)

                    ๒. เอาชนะหรือมีชัยต่อ (ความยากลำบาก, การต่อต้าน-คัดค้าน)

  • I hope my explanation will get over your objections to the proposal.

(ผมหวังว่าคำอธิบายของผมจะเอาชนะการคัดค้านของคุณต่อข้อเสนอนี้)  (หวังว่าคำอธิบายจะทำให้คุณเลิกคัดค้านข้อเสนอ)

  • One mother got over this problem by leaving her baby with someone else.

(แม่คนหนึ่งเอาชนะปัญหานี้โดยการทิ้งลูกน้อยของเธอไว้กับคนอื่น)  (คือ  ทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นเลี้ยงแทนตน)

                     ๓. ยอมรับหรือลืม (ความโศกเศร้า, ความประหลาดใจ)

  • It is hard to get over the death of a member of your family.

(มันยากที่จะลืม (ยอมรับ) ความเศร้าโศกเสียใจของคุณ  เมื่อสมาชิกในครอบครัวตาย)

                    ๔. สื่อสารเพื่อให้ได้รับความเข้าใจ, ทำให้เข้าใจ, เข้าใจ

  • We could not get over the speed of Mary’s recovery from pneumonia.

(เราไม่สามารถเข้าใจความรวดเร็วของการฟื้นไข้จากโรคปอดบวมของแมรี่)  (เราประหลาดใจอยู่เป็นเวลานาน  เพราะแมรี่หายป่วยเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ)

  • He got his meaning over to Tom at the fourth time of trying.

(เขาสื่อสารเพื่อทำให้ทอมเข้าใจความหมาย (ของสิ่งที่เขาพูด) ในความพยายามเป็นครั้งที่สี่)  (ต้องพูดถึง  ๔  หน  เขาจึงสามารถทำให้ทอมเข้าใจได้)

  • The teacher got over the idea of subtraction to the students.

(ครูทำให้เข้าใจความคิดเรื่องการลบเลขแก่นักเรียน)  (ครูทำให้นักเรียนเข้าใจการลบเลข)

                    ๕. ทำเสร็จสิ้น, ทำจนจบ

  • Jim worked fast to get his lesson over.

(จิมทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อให้จบบทเรียน)

                    ๖. ผ่านไป (บนถนน)

  • It was hard to get over the muddy road.

(มันยากที่จะเดินทางผ่านไปบนถนนที่เป็นโคลน)

 

2. “Get rid of”  -  กำจัด, ขจัด, ละทิ้ง, ทำลาย

  • I don’t know why they want to get rid of me.

(ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาจึงต้องการกำจัดผม)  (ทำให้ผมพ้นจากตำแหน่ง  หรือพ้นไปจากที่นี่)

  • You must get rid of such a silly idea.

(คุณจะต้องละทิ้งความคิดโง่ๆ แบบนั้น)

  • The body gets rid of excess water through the urine.

(ร่างกายกำจัดน้ำส่วนเกินผ่านทางน้ำปัสสาวะ)

  • How do they get rid of rats and mice?

(คุณกำจัด-ทำลายพวกหนูด้วยวิธีไหน)

  • It is not easy to get rid of a bad habit.

(มันไม่ง่ายที่จะละทิ้ง-ขจัดนิสัยเลวๆ)

  • Betty started to worry about how to get rid of her guests.

(เบ็ตตี้เริ่มวิตกเกี่ยวกับว่าจะกำจัดแขกของเธออย่างไร)  (ทำอย่างไร  แขกจึงจะกลับเสียที)

  • We had to get rid of the director.

(เราจำเป็นต้องกำจัดผู้อำนวยการคนนี้)  (ทำให้เขาพ้นไปจากที่นี่  หรือถูกส่งไปอยู่ที่อื่น)

  • She wanted to get rid of her old car and buy a new one.

(เธอต้องการขายรถยนต์คันเก่าของเธอ  และซื้อคันใหม่)

  • Do your best to get rid of the children.

(ทำของคุณให้ดีที่สุดเพื่อให้ลูกอยู่ห่างๆคุณ)  (ไม่มารบกวนสมาธิคุณเวลาทำงาน)

  • We were glad to get rid of our neckties and overcoats.

(เราดีใจที่ได้ขจัด (ไม่ต้องสวม) เน็คไทและเสื้อนอก)  (ดีใจที่ไม่ต้องผูกเน็คไทและสวมเสื้อนอก)

  • You should try to get rid of your inhibitions.

(คุณควรพยายามขจัด (ละทิ้ง) นิสัยเก็บกดของคุณให้หมดไป)

 

3. “Convince someone of something”  -  ทำให้ใครเชื่อ (มั่นใจ) ในเรื่อง............

  • These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.

(ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา)

  • I understand your criticism, but I am not totally convinced of it.

(ผมเข้าใจคำวิจารณ์ของคุณ  แต่ผมไม่เชื่อมันทั้งหมดนะ)  (เชื่อเพียงบางส่วนเท่านั้น)

  • She was convinced of her mother’s innocence.

(เธอมั่นใจในความบริสุทธิ์ของแม่ของเธอ)

 

4. “Convince someone + To +Verb 1”  -  ชักจูงใครให้ทำอะไรบางอย่าง

  • Powerful advertising can convince people to buy almost anything.

(การโฆษณาที่มีพลัง  สามารถชักจูงให้ผู้คนซื้อเกือบทุกอย่าง)

  • They made a massive attempt to convince the Thai people to boycott the election.

(พวกเขาใช้ความพยายามอย่างมากมาย  ที่จะทำให้คนไทยไม่ไปเลือกตั้ง)

 

5. “Disapprove of”  -  ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วยกับ

  • The other members disapproved of his methods.

(สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา)

 

6. “Be assured of”  -  (ถูกทำให้) มั่นใจหรือเชื่อมั่นใน

  • After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.

(หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย

  • Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.

(ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ)

 

7. “Buy something for someone”  -  ซื้ออะไรให้ใคร

  • I bought a present for her on her birthday.

(ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด)

 

8. “Wait for”  -  รอคอย, พร้อมให้ใช้ (งาน), พร้อมที่จะทำ (งาน)

  • They were waiting for their old friends at the airport. 

(พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน)

  • We’re waiting for a bus.

(เรากำลังรอรถประจำทาง)

  • He waited patiently for her.

(เขารอคอยเธออย่างอดทน)

  • I’ll wait for Jimmy here to catch up with me.

(ผมจะรอจิมมี่ที่นี่  เพื่อให้เขาตามผมทัน)

  • His bicycle waited for him at the station.

(รถจักรยานของเขาพร้อมให้เขาใช้งานอยู่ที่สถานี)

  • I’ve a lot of work waiting for me.

(ผมมีงานมากมายรอผมอยู่)  (ผมมีงานเตรียมพร้อมให้ต้องทำเยอะแยะ)

 

9. “Wait on  หรือ  upon”  -  รับใช้, ให้บริการ

  • They wait on you very well in this shop.

(พวกเขารับใช้-ให้บริการคุณดีมากในร้านนั้น)

  • Jane has a summer job waiting on an invalid.

(เจนมีงานทำในหน้าร้อน คือคอยรับใช้คนป่วย)

  • I like salesgirls who wait on me courteously.

(ฉันชอบพนักงานขายสาว  ผู้ซึ่งให้บริการฉันอย่างสุภาพ)

  • The women were very eager to wait on his table.

(ผู้หญิงพวกนั้นกระตือรือร้นทีจะไปเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะเขา)  (เขาเป็นดาราภาพยนตร์ชื่อดัง)

 

10. “Wait up”  -  รออยู่จนดึกดื่น, ถ่างตาคอย

  • She told her parents not to wait up for her.

(เธอบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องรอเธอ (กลับบ้าน) จนดึกดื่น)

  • I will be late tonight.  Don’t wait up for me.

(ผมจะกลับช้าคืนนี้  ไม่ต้องถ่างตาคอยผมนะ)

  • She said that you shouldn’t bother to wait up for her.

(เธอพูดว่า  คุณไม่ต้องเดือดร้อนถ่างตารอเธอ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 11)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Ask for”  -  ๑. เรียกร้อง (ราคาสินค้า), คิดราคา,   ๒. ขอพูดกับ,   ๓. ขอ (เงิน, คำแนะนำ ฯลฯ),   ๔.  เรียกหา (เรื่อง, ความยุ่งยาก), เชื้อเชิญ (ปัญหา, ความยุ่งยาก)

          ๑. เรียกร้อง (ราคาสินค้า), คิดราคา

  • What price do you ask for this car?

(คุณคิดราคาเท่าไรสำหรับรถคันนี้)

  • They asked a lot of money for that old house.

(พวกเขาเรียกเงิน (คิดราคา) มากมายสำหรับบ้านเก่าหลังนั้น)

          ๒. ขอพูดกับ

  • James’s parents went to school and asked for the headmaster.

(พ่อแม่ของเจมส์ไปโรงเรียน  และขอพูดกับอาจารย์ใหญ่)

  • My mother said that Tom had called asking for me.

(แม่ของผมบอกว่าทอมโทรศัพท์มาจะขอคุยกับผม)

          ๓. ขอ (เงิน, คำแนะนำ ฯลฯ)

  • She asked for a drink of water.

(เธอขอดื่มน้ำ)

  • I asked for help with my project.

(ผมขอความช่วยเหลือในโครงการของผม)

  • He asked me for some money.

(เขาขอเงินผม)

  • I asked my parents for some advice.

(ผมขอคำแนะนำจากพ่อแม่)

  • The child didn’t ask for the cake; he just took it.

(เด็กไม่ได้ขอเค้ก  เขาหยิบมันไปโดยไม่บอกกล่าว) 

          ๔.  เรียกหา (เรื่อง, ความยุ่งยาก), หาเรื่องเดือดร้อน,  เชื้อเชิญ (ปัญหา, ความยุ่งยาก)

  • We are not here to ask for trouble

(เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะหาเรื่องเดือดร้อน)

  • So you refuse to apologize.  Very well, you’ve asked for it.

(หมายความว่าคุณไม่ยอมขอโทษใช่ไหม  ดีละ  คุณเรียกหาเรื่องเดือดร้อนเองนะ)

  • You’re really asking for trouble speaking to me like that.

(คุณช่างหาเรื่องเดือดร้อนเสียจริงๆ ที่พูดกับผมแบบนั้น)

  • Mark drives fast on worn-out tires; he is asking for trouble.

(มาร์คขับรถเร็วด้วยรถที่มียางเก่าชำรุด  เขากำลังหาเรื่องเดือดร้อน)  (ยางรถอาจจะระเบิด  และเกิดอันตรายขึ้นกับมาร์ค)

  • The workman lost his job, but he asked for it by coming to work drunk several times.

(คนงานคนนั้นตกงาน  แต่เขาเชื้อเชิญ (หาเรื่องเดือดร้อน) มันเองโดยการมาทำงานทั้งๆเมาหลายครั้งหลายหน)  (เขาทำให้ตนเองต้องตกงาน เพราะมาทำงานทั้งๆที่เมา)

 

2. “Ask after”  -  ถามข่าวคราว, ถามถึง, ถามสารทุกข์สุขดิบ

  • I met Susan at the party; she asked after you.

(ผมพบซูซานที่งานเลี้ยง  เธอถามถึงคุณ)  (ว่าสบายดีหรือเปล่า)

  • I saw Mrs. Simpson in the supermarket.  She asked after you.

(ผมเจอมิสซิสซิมสันที่ซูเปอร์มาเกต  เธอถามถึงคุณ)

  • She asked after my father.

(เธอถามถึงพ่อของผม)  (ว่าเป็นอย่างไรบ้าง)

 

3. “Call back”  -  ๑. โทรศัพท์ไปใหม่อีกครั้ง, โทรฯกลับไปหา  ๒. ขอให้กลับมา, เรียกให้กลับมา

          ๑. โทรศัพท์ไปใหม่อีกครั้ง, โทรฯ กลับไปหา

  • Why didn’t you call him back in an hour?

(ทำไมคุณไม่โทรฯ ไปหาเขาใหม่อีกครั้งภายใน    ชั่วโมง)

  • I told him I would call him back when I had some news.

(ผมบอกเขาว่าผมจะโทรฯ ไปหาเขาใหม่อีกครั้ง  เมื่อผมมีข่าวคราว)

  • Would you ask Mr. Smith to call me back as soon as possible?

(คุณจะกรุณาขอให้มิสเตอร์สมิธโทรฯ กลับไปหาผมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ได้ไหมครับ)

          ๒. ขอให้กลับมา, เรียกให้กลับมา

  • I was just leaving when my friend called me back.

(ผมกำลังออกไปได้นิดเดียว  เมื่อเพื่อนเรียกให้ผมกลับมา)

 

4. “By his/her bed”  -  ข้างหรือใกล้เตียงของเขา/เธอ

  • I sat by her bed.

(ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)

 

5. “By the time”  -  ขณะที่, ในเวลาที่, ราวๆ เวลาที่

By the time I went to bed, I was absolutely exhausted. 

(ในเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)

 

6. “Be disappointed in (หรือ by)  -  ผิดหวังในเรื่อง, ผิดหวังกับ

  • The mayor was disappointed in the result of the election.

(นายกเทศมนตรีผิดหวังในผลการเลือกตั้ง)

  • The staff were disappointed in (by) the manager’s answer.

(พนักงานผิดหวังกับคำตอบของผู้จัดการ)

  • The players were disappointed in (by) the result of the football match.

(ผู้เล่นผิดหวังกับผลการแข่งขันฟุตบอล)

 

7. “Be disappointed to + Verb 1”  -  ผิดหวังที่............

  • Mr. Alfred was disappointed to find no one at home.

(มิสเตอร์อัลเฟรดผิดหวังที่พบว่าไม่มีใครอยู่บ้าน)

  • I was disappointed to learn that Bill and Harvey couldn’t come to my party.

(ผมผิดหวังที่รู้ว่าบิลและฮาร์วีไม่สามารถมางานเลี้ยงของผม)

 

8. “In recent years”  -  ในช่วงไม่กี่ปีมานี้

  • There has been considerable development of the country’s infrastructures in recent years.

(มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมากมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้)

  • In recent years, there have been a large number of tourists coming to Thailand all the time.

(ในช่วงไม่กี่ปีมานี้  มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาประเทศไทยตลอดเวลา)

 

9. “In the meantime (= Meanwhile)  -  ในระหว่างนั้น, ในขณะเดียวกัน

  • Big cuts in the tax on luxury goods benefited only a few.  In the meantime, thousands of families find it hard to make end meet. 

(การลดภาษีอย่างมากมายแก่สินค้าฟุ่มเฟือย  ให้ประโยชน์กับคนเพียงไม่กี่คน  ในขณะเดียวกัน  หลายพันครอบครัวพบว่ายากลำบากที่จะหาให้พอกิน)

 

10. In love”  -  อยู่ในความรัก, กำลังมีความรัก

  • People in love are usually optimistic.

(คนที่กำลังมีความรัก  มักมองโลกในแง่ดีเสมอ)

 

11. “In favor of  -  เห็นด้วย, สนับสนุน

  • Democratic government is always in favor of free speech.

(รัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็นด้วยกับการพูดอย่างเสรี – ของประชาชน – เสมอ)

 

12. “In an effort to”  -  ด้วย (ใน) ความพยายามที่จะ

  • They studied hard in an effort to pass the exam.

(พวกเขาขยันเรียน  ด้วยความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน)

  • In an effort to catch the first bus, she got up earlier than usual.

(ในความพยายามที่จะไปให้ทันรถประจำทางคันแรก  เธอตื่นเช้ากว่าปกติ)

 

13. “Rely on”  -  ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย

  • I can rely on my close friend.

(ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิทของผม)

 

14. “Depend on (upon)”  -  พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่

  • We can depend on our president for his strong leadership.

(เราสามารถพึ่งพาท่านประธานาธิบดี   ในด้านความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของเขา)

  • It depends on you whether you want to stay here or not.

(มันอยู่ที่ (ขึ้นอยู่กับ) คุณว่า  คุณต้องการจะพักอยู่ที่นี่หรือไม่)

 

15. “Insist on (upon)”  -  ยืนกราน, เน้น, ยืนหยัด, ยืนยัน, เรียกร้อง

  • She insisted on going to the party.

(เธอยืนกรานจะไปงานเลี้ยงให้ได้)

  • The old couple insisted on remaining in their home.

(คู่สามีภรรยาชรายืนยันที่จะคงอยู่ในบ้านของตน)

  • The farmer insisted on his rights for the land.

(ชาวนาคนนั้นยืนยันสิทธิของตนในที่ดิน)

  • The speaker did not insist on (upon) that issue.

(ผู้พูดมิได้เน้นย้ำในประเด็นนั้น)

  • He insisted on paying for the meal.

(เขายืนกรานที่จะจ่ายค่าอาหารให้ได้)

  • I insisted on a contract that gave me some sort of security.

(ผมยืนกรานใน (ว่าจะต้องมี) สัญญา  ซึ่งให้ความมั่นคงบางอย่างกับผม)

  • Most universities insist on an interview before they accept a student.

(มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยืนกราน (เรียกร้อง, เน้น) (ว่าจะต้องมี) การสัมภาษณ์  ก่อนที่ตนเองจะรับเด็กนักเรียนเข้าเรียน)

 

16. “On condition that  -  โดยมีเงื่อนไขว่า

  • I will lend you the money on condition that you pay it back in one month. 

(ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน   เดือน)

 

17. “On deposit”  -  (ฝากไว้) ในธนาคาร

  • I have $ 500 on deposit in my account.  

(ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐  ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร)

 

18. “On duty”  -  อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่

  • There is always one teacher on duty during study hour.  

(มีครูอยู่    คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน)  (คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)

 

19. “Under pressure”  -  ภายใต้ความกดดัน

  • You can’t do a good job if you do it under pressure.

(คุณทำงานไม่ได้ดี   ถ้าคุณทำมันภายใต้ความกดดัน)

 

20. “Under repair”  -  กำลังได้รับการซ่อมแซม, อยู่ระหว่างการซ่อมแซม

  • The bridge is under repair.

(สะพานอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 10)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Beware of”  -  ระวัง, โปรดระวัง, ระวังตัว

  • Beware of the dog !

(ระวังสุนัข !)

  • Beware of cheap imitations.

(โปรดระวังของเลียนแบบ (ของปลอม) ราคาถูก)

 

2. “Complain of  หรือ  about”  -  บ่น, อุทธรณ์, ร้องเรียน, ร้องทุกข์, โวยวาย  (ในเรื่อง หรือเกี่ยวกับ)

  • They never complain of (about) their hardship. 

(พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย)

  • Everybody complains about (of) the inconvenience, but nobody does anything about it.

(ทุกคนร้องเรียน (บ่น) เกี่ยวกับความไม่สะดวกสบาย  แต่ไม่มีใครทำอะไรเพื่อจะแก้ไขมัน)

  • Women complain of pressure on them to get jobs.

(ผู้หญิงร้องทุกข์ (บ่น) ในเรื่องแรงกดดันต่อพวกเธอให้ต้องหางานทำ)

  • He complained of (about) pain in the chest.

(เขาร้องเรียน (บ่น) เกี่ยวกับความเจ็บปวดในอก)

 

3. “Complain to + someone”  -  บ่น, อุทธรณ์, ร้องเรียน, ร้องทุกข์  (กับใครบางคน)

  • They complained to me about the noise.

(พวกเขาร้องเรียน (บ่น) กับผมเกี่ยวกับเสียงดัง)

  • Jim complained to the manager about the company’s service.

(จิมร้องเรียน (ร้องทุกข์) กับผู้จัดการ  เกี่ยวกับการ (ให้) บริการของบริษัท)

  • The new secretary complained to her boss that the office was not businesslike.

(เลขานุการคนใหม่ร้องเรียน (ร้องทุกข์) กับเจ้านายของเธอว่า  สำนักงานไม่มีลักษณะเหมือนธุรกิจ)  (คือ  พนักงานทำอะไรเละเทะ ไม่เป็นระเบียบ เหมือนอยู่ที่บ้าน  หรือในห้องส่วนตัว) 

  • The neighbors complained to the police about the noise.

(เพื่อนบ้านร้องเรียน (ร้องทุกข์) กับตำรวจเกี่ยวกับเสียงดัง)

 

4. “Be careful of”  -  ระมัดระวังในเรื่อง

  • She is very careful of her health.

(เธอระวังในเรื่องสุขภาพอย่างมาก)

  • Be careful of the floor.  I’ve just polished it.

(จงระวังพื้นนะ  (มันลื่น)  ผมเพิ่งจะขัดมัน)

 

5. “Be careful about หรือ with  ระมัดระวัง (รอบคอบ) เกี่ยวกับเรื่อง, ไม่ใช้จ่ายเงินโดยไม่จำเป็น

  • Paul warned her to be careful with that.

(พอลเตือนเธอให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องนั้น)

  • They had to be very careful about money.

(พวกเขาจำเป็นต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องเงินมาก)  (จะต้องใช้จ่ายเมื่อจำเป็นจริงๆ)

  • He has the reputation for being a little careful with his money.

(เขามีชื่อเสียงในเรื่องมีความรอบคอบอยู่บ้างเกี่ยวกับเรื่องเงิน)  (คือ  ไม่ใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น)

 

6. “Burn up”  -  ๑. ทำให้โมโห, ทำให้โกรธจัด  ๒. ลุกไหม้จนหมด,  ไหม้จนเรียบ,ทำลายหรือถูกทำลายโดยไฟ, เผาจนวอด  ๓. เผาไหม้หรือกิน (เชื้อเพลิง) มาก

  • The way he talks to some of his employees burns me up.

(วิธีที่เขาพูดกับลูกจ้างบางคนของเขา  ทำให้ผมโมโห)

  • The secretary’s remark burned her boss up.

(คำพูดของเลขานุการทำให้เจ้านายของเธอโกรธจัด)

  • His actions always burn me up.

(การกระทำของเขาทำให้ผมโมโหอยู่เสมอ)

  • The boy’s laziness and rudeness burned up his teacher.

(ความเกียจคร้านและหยาบคายของเด็กคนนั้นทำให้ครูของเขาโกรธ)

  • The breakdown of his new car burned Mr. Jones up.

(การตาย (เสีย) ของรถคันใหม่ของเขา  ทำให้มิสเตอร์โจนส์โมโห)

  • The house was burned up in the fire.

(บ้านถูกไฟไหม้จนเรียบ)

  • Betty was burning up old letters.

(เบ็ตตี้กำลังเผาจดหมายเก่าๆจนวอด)

  • The house burned up before the firemen got there.

(บ้านไหม้จนเรียบก่อนที่พนักงานดับเพลิงจะไปถึงที่นั่น)

  • The satellite had burned up on re-entering the atmosphere.

(ดาวเทียมได้ลุกไหม้จนหมด  เมื่อมันเข้ามาสู่บรรยากาศ (ของโลก) อีกครั้ง)

  • An engine burns up fuel.

(เครื่องจักรใช้ (กิน) เชื้อเพลิงมาก)

 

7. “Call down”  -  ตำหนิ, ด่าว่า

  • Don’t call Laura down for that mistake.

(จงอย่าตำหนิลอร่าสำหรับความผิดพลาดนั้น)

  • Tom was called down by his boss for coming late to work.

(ทอมถูกเจ้านายตำหนิที่มาทำงานสาย)

  • The teacher called him down for not submitting his term paper in time.

(ครูตำหนิเขาที่ไม่ส่งรายงานประจำภาคได้ทันเวลา)

  • The headmaster called them down for talking too much in class.

(ครูใหญ่ตำหนิพวกเขาที่คุยมากเกินไปในชั้นเรียน)

 

8. “Call off”  -  งด, ยกเลิก, บอกเลิก, หยุด (กิจกรรม หรือเรื่องที่ได้วางแผนเอาไว้)

  • The football match was called off due to a storm.

(การแข่งขันฟุตบอลถูกยกเลิกเนื่องจากพายุ)

  • Helen had to call off her party because her mother was ill.

(เฮเลนจำเป็นต้องยกเลิกงานเลี้ยง  เพราะแม่ของเธอป่วย)

  • The game was called off on account of darkness.

(การแข่งขันถูกยกเลิกเนื่องจากความมืด)

  • She gave him back his engagement ring and called off the wedding.

(เธอคืนแหวนหมั้นให้เขาไป  และยกเลิกการแต่งงาน)

  • The doctor had to call off all his appointments.

(หมอจำเป็นต้องยกเลิกการนัดหมายทั้งหมดของเขา)

  • The baseball game was called off because of rain.

(กีฬาเบสบอลถูกยกเลิกเนื่องจากฝนตก)

  • When the ice became soft and sloppy, we had to call off the ice-skating party.

(เมื่อน้ำแข็งเริ่มอ่อนตัวและเป็นเลน (โคลน)  เราจำเป็นต้องงด (หยุด) งานเลี้ยงสเกตน้ำแข็ง)  (คือ  เลิกงานเลี้ยงกลางคัน  เพราะกลัวไม่ปลอดภัย  เนื่องจากน้ำแข็งเริ่มละลาย)

 

9. “Call on  หรือ  upon”  -  ๑. แวะไปเยี่ยมคน   ๒. ขอความช่วยเหลือ, เรียกให้ช่วย, เรียกร้อง

  • I’ll call on him tomorrow.

(ผมจะแวะไปเยี่ยมเขาวันพรุ่งนี้)

  • Laura was not at home when I called on her.

(ลอร่าไม่อยู่บ้านตอนผมแวะไปเยี่ยมเธอ)

  • Mr. Brown called on an old friend while he was in the city.

(มิสเตอร์บราวน์แวะไปเยี่ยมเพื่อนเก่า  เมื่อเขาอยู่ในเมือง)  (บราวน์อาศัยอยู่นอกเมือง  เมื่อเขาเข้าเมือง  เขาแวะไปเยี่ยมเพื่อน)

  • He called on a friend to give him money for the bus fare to his home.

(เขาขอความช่วยเหลือจากเพื่อน  เพื่อให้เงินค่ารถประจำทางเพื่อกลับบ้าน)  (เขาขอให้เพื่อนช่วย  เพราะมีเงินไม่พอค่ารถเมล์)

  • Call on Bob if you need help; he’s very kind.

(เรียกบ๊อบนะถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ  เขาใจดีมาก)

  • Necessity calls on our inventiveness.

(ความจำเป็นเรียกร้องให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นของเรา)

 

10. “Call up”  -  ๑. โทรศัพท์ถึง  ๒. เรียกเข้าประจำการในกองทัพ

  • I called him up to invite him to my birthday party.

(ผมโทรศัพท์ถึงเขา  เพื่อเชิญเขามางานวันเกิดของผม)

  • Someone called me up very late last night.

(ใครบางคนโทรฯมาหาผมดึกดื่นมากเมื่อคืนวาน)

  • Fred wants you to call him up.  He left his number.

(เฟร็ดต้องการให้คุณโทรฯไปหาเขา  เขาทิ้งเบอร์โทรฯไว้ให้)

  • He was called up the day the war began.

(เขาถูกเรียกเข้าประจำการในวันที่สงครามเริ่มต้น)

  • He got his call-up paper on the same day as I did.

(เขาได้รับเอกสารเรียกเข้าประจำการ  ในวันเดียวกับที่ผมได้รับ)  (“Call-up”  =  “เอกสารเรียกเข้าประจำการ”)

  • The government called up troops in the crisis.

(รัฐบาลเรียกกองทหารเข้าประจำการในวิกฤตครั้งนี้)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 9)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Behind”  -  อยู่ข้างหลัง

  • My house is behind the post office.

(บ้านของผมอยู่ข้างหลังที่ทำการไปรษณีย์)

  • They parked their car behind some bushes.

(พวกเขาจอดรถไว้ข้างหลังพุ่มไม้)

  • She sat down behind the hedge.

(เธอนั่งลงหลังแนวต้นไม้เตี้ยๆ)

  • Just behind the cottage was a sort of shed.

(ข้างหลังกระท่อมเป็นเหมือนๆกับเพิงเก็บของ  -  หรือโรงรถ)

  • There were two boys sitting behind me on the bus.

(มีเด็กชาย  ๒  คนนั่งอยู่ข้างหลังผม  บนรถประจำทาง)

  • A sound behind him made him turn.

(เสียงข้างหลังเขาทำให้เขาหันมา)

  • Behind Jane is a large mirror.

(ข้างหลังเจนคือกระจกบานใหญ่)

  • I saw it slinking behind the trees.

(ผมเห็นมันเดินอย่างลับๆล่อๆข้างหลังต้นไม้

  • The sun went behind a cloud.

(ดวงอาทิตย์ลอยเข้าไปข้างหลังเมฆ)  (เข้ากลีบเมฆ)

  • In one corner behind a partition was a lavatory.

(ที่มุมหนึ่งข้างหลังฉากกั้น  เป็นห้องน้ำ)

  • Lauren stared at me, her eyes widening behind her rimless glasses.

(ลอเร็นจ้องมองมาที่ผม  ดวงตาของเธอเบิกกว้างอยู่ข้างหลังแว่นตาที่ไร้ขอบ)

 

2. “In front of”  -  ข้างหน้า, ต่อหน้า

  • They climbed up the wall in front of the hospital.

(พวกเขาปีนขึ้นบนกำแพงข้างหน้าโรงพยาบาล)

  • A car drew up in front of the house.

(รถคันหนึ่งมาหยุดอยู่ข้างหน้าบ้าน)

  • I would spend whole evenings just sitting in front of the television set.

(ผมจะใช้เวลาทั้งคืนเพียงแต่นั่ง (ดู) อยู่ข้างหน้าเครื่องรับโทรทัศน์)

  • A barbecued chicken was put in front of them.

(ไก่บาร์บีคิวตัวหนึ่งถูกวางไว้ข้างหน้าพวกเขา)

  • You should have your notes in front of you.

(คุณควรวางสมุดโน้ตไว้ข้างหน้าคุณ)

  • There was a woman standing in front of me.

(มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าผม)

  • Please put the word ‘Miss’ in front of your name if you are not married.

(โปรดเขียนคำว่า  “นางสาว”  ไว้ข้างหน้าชื่อของคุณ  ถ้าคุณยังไม่แต่งงาน)

  • I couldn’t tell you in front of Peter.

(ผมไม่สามารถบอกคุณต่อหน้าปีเตอร์)

  • They’ll all have to sign in front of a judge.

(พวกเขาทุกคนจะต้องลงนามต่อหน้าผู้พิพากษา)

  • He thought they had conspired to discredit him in front of his boss.

(เขาคิดว่าพวกนั้นได้สมคบคิดกันที่จะทำให้เขาเสียชื่อเสียงต่อหน้าเจ้านายของเขา)

 

3. “Deep in water and mud  -  จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน

  • After a heavy rain, all travelers found themselves deep in water and mud.

(หลังจากฝนตกหนัก  นักเดินทางทุกคนพบว่าตัวเองจมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)

 

4. “Deficient in  -  ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง, ขาดแคลนในเรื่อง, ไม่ได้มาตรฐานในเรื่อง

  • His diet is deficient in nutritious substances.

(อาหารพิเศษของเขาขาดสารอาหารซึ่งบำรุงหล่อเลี้ยงร่างกาย  -  หรือบำรุงกำลัง)

  • Many old people admitted to hospital are deficient in vitamin C.

(คนชราจำนวนมากที่ถูกรับตัวเข้าโรงพยาบาล  ขาดวิตามินซี)

  • A number of developing countries are deficient in good public services.

(ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากขาดแคลน-ไม่ได้มาตรฐานในเรื่องบริการสาธารณะที่ดี)

 

5. “Proficient in”  -  ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง, มีความสามารถหรือทักษะในเรื่อง

  • The professor is very proficient in history.

(อาจารย์คนนั้นมีความชำนาญในด้านประวัติศาสตร์)

  • She is proficient in English.

(เธอมีความสามารถในด้านภาษาอังกฤษ)

  • The school hired a proficient swimmer to teach its students how to swim.

(โรงเรียนจ้างนักว่ายน้ำที่เก่ง  มาสอนเด็กนักเรียนถึงวิธีว่ายน้ำ)

  • Do you think that calculators stop children becoming proficient in arithmetic?

(คุณคิดไหมว่า  เครื่องคิดเลขหยุดนักเรียนมิให้มีความสามารถในวิชาเลขคณิต)

 

6. “Be successful in  -  ประสบความสำเร็จในเรื่อง

  • He was successful in everything he did.

(เขาประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เขาทำ)

  • I hope you’ll be successful in whatever you undertake.

(ผมหวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตามที่คุณทำ)

  • Laura was successful in doing what she had planned.

(ลอร่าประสบความสำเร็จในการทำสิ่งที่เธอได้วางแผนไว้)

  • Men are successful in their attempt to land on the moon.

(มนุษย์ประสบความสำเร็จในความพยายามของตนที่จะไปลงบนดวงจันทร์)

 

7. “Succeed in”  -  ประสบความสำเร็จในเรื่อง

  • He succeeded in getting a job.

(เขาประสบความสำเร็จในการได้งานทำ)

  • She has at last succeeded in her examination.

(เธอประสบความสำเร็จในการสอบในที่สุด)  (เธอสอบได้)

  • They succeeded in their plans.

(พวกเขาประสบความสำเร็จตามแผนการ)

  • I hope you will succeed in your new job.

(ผมหวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของคุณ)

  • The bank robbers succeeded in breaking into the bank and took lots of money.

(โจรปล้นธนาคารประสบผลสำเร็จในการงัดเข้าไปในธนาคาร  และเอาเงินไปเป็นจำนวนมาก)

 

8. “On request  -  เมื่อมีการร้องขอ

  • I will lend you my car on request.

(ผมจะให้คุณยืมรถเมื่อมีการร้องขอ)

 

9. “On page 5”  -  ในหน้าที่ ๕

  • You can look for the answer on page 5

(คุณสามารถค้นหาคำตอบได้ในหน้าที่  ๕)

 

10. “Waste one’s time on”  -  ใช้เวลาของตนอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ

  • He wasted his time on meddling with other people’s business. 

(เขาใช้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปกับการยุ่งกับเรื่องของคนอื่น)

 

11. “On business”  -  ด้วยเรื่องธุรกิจ

  • He went to New York on business.

(เขาไปนิวยอร์คด้วยเรื่องธุรกิจ)

 

12. “Keep on”  -  ดำเนินต่อไป

  • They kept on working.

(พวกเขาทำงานต่อไป)

  • She kept on her attempt to become a scientist.

(เธอพยายามต่อไปที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์)

  • They kept on studying until very late at night.

(พวกเขาอ่านหนังสือต่อไปจนกระทั่งดึกมาก)

 

13. “Bring up”  -  เลี้ยงดู-อบรม

  • She was brought up by her aunt. 

(เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)

  • They were born in New York but were brought up in London.

(พวกเขาเกิดในนิวยอร์ค  แต่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูในลอนดอน)

  • She brought up all her children by herself.

(เธออบรมเลี้ยงดูลูกทุกคนตามลำพัง)  (ไม่มีใครช่วยเธอเลี้ยง)

 

14. “Be done by”  -  ถูกกระทำโดย

  • The new legislation was announced by the government. 

(กฎหมายใหม่ได้รับการประกาศโดยรัฐบาล)

  • I was startled by his anger.

(ผม (ถูกทำให้) สะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)

  • The wounded dog was killed by its owner.

(หมาที่บาดเจ็บถูกฆ่าโดยเจ้าของของมัน)

 

15. “By cheque”  -  (จ่าย) เป็นเช็ค

  • I will pay you by cheque.

(ผมจะจ่ายเงินคุณเป็นเช็ค)

 

16. “By candlelight”  -  (อ่านหนังสือ, ทำงาน) โดยอาศัยแสงเทียน

In the old days, people worked or read a book by candlelight.

(ในสมัยโบราณ  ผู้คนทำงาน หรือ อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)

 

17. “By the backdoor”  -  (เข้ามา) ทางประตูหลัง

  • She came in by the back door.

(เธอเข้ามาทางประตูหลัง)

 

18. “Grateful for”  -  ขอบคุณสำหรับ, ขอบคุณในเรื่อง, รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณในเรื่อง

  • I am very grateful to you for your assistance. 

(ผมขอบคุณคุณอย่างมาก สำหรับความช่วยเหลือของคุณ)

  • She was so grateful to me for talking to her.

(เธอขอบคุณผมมาก  ที่พูดคุยกับเธอ)

 

19. “Fit for”  -  เหมาะสม

  • These clothes are fit for me.

(เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม)

 

20. “Sufficient for”  -  เพียงพอสำหรับ

  • Japan has a reserve of oil sufficient for its needs.

(ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรอง  เพียงพอสำหรับความต้องการของตน)

  • We have saved an amount sufficient for a week’s vacation.

(เราได้ออมเงินไว้ในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อน    สัปดาห์)

 

21. “Sufficient to + Verb 1”  -  เพียงพอที่จะ........

  • It is sufficient to say here that it worked very well.

(เป็นการเพียงพอที่จะกล่าวตรงนี้ว่า  มันทำงานได้ดีมาก)

  • Sales were not sufficient to make it a profitable proposition.

(ปริมาณที่ขายได้ไม่เพียงพอที่จะทำให้มันเป็นข้อเสนอ (แผน, โครงการ) ที่มีกำไร)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. Sorry for  หรือ  about”  -  เสียใจกับ, สงสาร-เห็นอกเห็นใจ, เป็นทุกข์และสงสาร

  • I’m sorry for any damage I may occur. 

(ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น)

  • He is sorry for all this confusion.

(เขาเสียใจสำหรับความสับสนวุ่นวายทั้งหลายนี้)

  • I’m sorry about the coffee on your bedspread.

(ผมเสียใจกับกาแฟ (ที่ผมทำหกรด) บนผ้าคลุมเตียงของคุณ)

  • I’m sorry about your misfortune.

(ผมเสียใจกับโชคร้ายของคุณนะ)

  • Tim was sorry about forgetting to bring his books home.

(ทิมเสียใจที่ลืมนำหนังสือของเขากลับบ้าน)

  • He felt extremely sorry for the little boy.

(เขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนั้นอย่างมากมาย)

  • I knew they were having a rough time and I felt sorry for them.

(ผมรู้ว่าพวกเขากำลังประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก  และผมรู้สึกสงสาร-เห็นอกเห็นใจพวกเขา)

  • Judy felt sorry for the blind man.

(จูดี้รู้สึกสงสาร-เห็นอกเห็นใจชายตาบอด)

  • He appeared to be permanently sorry for himself.

(เขาดูเหมือนว่าเป็นทุกข์และสงสารตัวเองอยู่ตลอดไป)

  • How dare you feel sorry for yourself?  It was your own fault.

(แกจะเป็นทุกข์และสงสารตัวเองไปทำไม  มันเป็นความผิดของแกเองแท้ๆ)

 

2. “Sorry to + Verb 1”  -  เสียใจที่..........

  • I’m sorry to say that.

(ผมเสียใจที่พูดเช่นนั้น)

  • I’m sorry to hear of her father’s death.

(ผมเสียใจที่ได้ทราบเรื่องการตายของพ่อของเธอ)

  • He’s sorry to have been such a nuisance.

(เขาเสียใจที่ได้เป็นตัวก่อกวน-สร้างความวุ่นวายเช่นนั้น)

  • No one seemed very sorry to see him go.

(ไม่มีใครดูเหมือนว่าจะเสียใจมากนักที่เห็นเขาจากไป)

  • I’m sorry to have to tell you the bad news.

(ผมเสียใจที่จำเป็นต้องบอกข่าวร้ายแก่คุณ)

 

3. “Be of age”  -  โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่

  • Mary will be of driving age on her next birthday. 

(แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้   ในวันเกิดของเธอปีหน้า)

 

4. “Suspect someone of doing something”  -  สงสัยใครว่าทำอะไร

  • Bill suspected the boy of stealing his wallet.

(บิลสงสัยเด็กคนนั้นว่าขโมยกระเป๋าสตางค์ของเขาไป)

  • He was suspected of treason.

(เขาถูกสงสัยว่าทรยศขายชาติ)

  • She was suspected of taking her boyfriend’s car without asking for his permission.

(เธอถูกสงสัยว่าเอารถยนต์ของแฟนของเธอไป  โดยมิได้ขออนุญาตเขา)

 

5. “Hear of”  -  รู้เกี่ยวกับ, รู้จักเกี่ยวกับ (เพราะถูกประดิษฐ์-ค้นพบ), อนุญาต  (แปลตรงตัว  คือ  “ได้ยินเกี่ยวกับ”)

  • We have never heard of his plan.

(เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)

  • Have you heard of Lewis Baker? 

(คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม)

  • Television was not heard of when I was a boy.

(ทีวีไม่เป็นที่รู้จัก (ไม่ถูกประดิษฐ์คิดค้น) เมื่อสมัยผมเป็นเด็ก)

  • I’ve never heard of such a thing.

(ผมไม่เคยรู้เรื่องแบบนั้นเลย)  (มันน่าประหลาดใจจริง)

 

6. “Will not hear of”  -  จะไม่อนุญาตหรือพิจารณา, ปฏิเสธที่จะเอาใจใส่ในเรื่อง  หรือไม่ยินยอมให้ทำ  (แปลตรงตัว  คือ  “จะ (ทำเป็น) ไม่ได้ยิน”)

  • I want to go to the show tonight, but I know my mother will not hear of it.

(ผมต้องการไปดูการแสดงคืนนี้  แต่ผมรู้ว่าแม่จะไม่อนุญาตให้ผมไป)

  • Cindy needs another day to finish her report, but the teacher won’t hear of any delay.

(ซินดี้ต้องการเวลาอีก    วัน  เพื่อทำรายงานของเธอให้เสร็จ  แต่ครูไม่ยอมให้มีความล่าช้าใดๆ)  (ครูไม่ยอมขยายเวลาให้เธออีก    วัน)

  • Tom’s father told him he would not hear of his having a car.

(พ่อของทอมบอกเขาว่า  พ่อจะไม่ยอมให้เขามีรถยนต์)  (พ่อจะไม่ซื้อรถให้  เพราะเขายังเด็กเกินไป)

 

7. “Unheard of”  -  น่าตกใจและน่ารังเกียจ-ขยะแขยง  (และไม่เป็นที่ยอมรับทางสังคม), ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  และดังนั้นจึงน่าประหลาดใจมาก  (แปลตรงตัว  คือ  “ไม่เคยได้ยิน หรือรู้มาก่อน”)

  • His behavior was quite unheard of.  He arrived at the party in a swimming costume.

(พฤติกรรมของเขาน่าตกใจ และน่ารังเกียจ-ขยะแขยง  เขามาถึงที่งานเลี้ยงในเครื่องแต่งกายชุดว่ายน้ำ)

  • This is an unheard-of (adj.) outrage.

(นี่เป็นการกระทำที่รุนแรง (การกระทำฝ่าฝืน, การเหยียดหยาม) ที่น่าตกใจและน่ารังเกียจ-ขยะแขยง)

  • Contracts and written agreements are quite unheard of.

(สัญญาและการตกลงแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  และดังนั้นจึงน่าประหลาดใจมาก)

 

8. “Object to”  -  คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

 

9. “Be opposed to”  -  ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ

  • We were opposed to paying a lot of money for luxurious goods.

(เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจ่ายเงินจำนวนมากกับสินค้าฟุ่มเฟือย)

  • The President was opposed to the development of nuclear weapons. 

(หรือ was opposed to developing nuclear weapons”)

(ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)   

 

10. “By name”  -  (รู้จัก) แต่ชื่อ

  • I know him (them) by name.

(ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ   -  ไม่เคยพบตัว)    

 

11. “By himself/herself”  -  โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย

  • She lives by herself.

(เธออาศัยอยู่ตามลำพัง  -  คืออยู่คนเดียว(ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประโยคแบบข้างล่าง)

  • He did it by himself.  (= He did it himself.  = He himself did it.) 

(เขาทำมันตามลำพัง  -  คือไม่มีใครช่วย)

 

12. “20 feet by 10 feet”  -  ยาว  ๒๐  ฟุต กว้าง  ๑๐  ฟุต

  • The room is 20 feet by 10 feet.

(ห้องยาว  ๒๐  ฟุต กว้าง  ๑๐  ฟุต)

 

13. “By the pound/kilogram”  -  (ขาย) เป็นปอนด์/กิโลกรัม)

  • Sugar is sold by the pound/kilogram.

(น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม)

 

14. “By weight”  -  (ขาย) เป็นน้ำหนัก

  • Sugar is sold by weight.

(น้ำตาลถูกขายเป็นน้ำหนัก)  (หลัง  “By”  ไม่ต้องมี  “The” เพราะ “Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

 

15. “In charge of”  -  รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ

  • He is in charge of the newly established business.

(เขาดูแล-รับผิดชอบธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่)

 

16. “In order”  -  เป็น (มี) ระเบียบ, เรียบร้อย

  • The room was in order when I came in.

(ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยดี เมื่อผมเข้าไป)

 

17. “Interested in”  -  สนใจใน

  • Mary is interested in dancing.

(แมรี่สนใจในการเต้นรำ)

  • He was interested in what he had read in that book.

(เขาสนใจในสิ่งที่เขาได้อ่านพบในหนังสือเล่มนั้น)

  • Many city dwellers are not interested in nature.

(คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมาก  ไม่สนใจในธรรมชาติ)

  • We go to school because we are interested in acquiring knowledge.

(เราไปโรงเรียนเพราะเราสนใจในการใฝ่หาความรู้)

 

18. “Good at”  -  เก่งในเรื่อง, ชำนาญในเรื่อง

  • He is good at swimming.

(เขาว่ายน้ำเก่ง)  (เขาเก่งในการว่ายน้ำ)

  • She is good at (speaking) English.

(เธอเก่งภาษาอังกฤษ)  (เธอพูดอังกฤษเก่ง)

  • They are good at playing the piano.

(พวกเขาเล่นเปียโนเก่ง)

  • Our teacher is good at thinking up examples.

(ครูของเรายกตัวอย่างเก่ง)

  • We are good at (playing) tennis.

(พวกเราเก่งเทนนิส)  (พวกเราเล่นเทนนิสเก่ง)

 

19. “Weak in  หรือ  on”  -  อ่อนในเรื่อง (ทักษะ, ข้อมูล), ไม่มีความสามารถ หรือชำนาญในเรื่อง

  • She is weak in mathematics.

(เธออ่อนคณิตศาสตร์)

  • He was weak in English.

(เขาอ่อนภาษาอังกฤษ)

  • They are weak in swimming.

(พวกเขาว่ายน้ำไม่เก่ง)

  • We were weak in cooking.

(พวกเราปรุงอาหารไม่เก่ง)

  • Our orchestra is weak on string players.

(วงออเคสตราของเราขาดความสามารถในผู้เล่นเครื่องสาย)

  • The book was weak on fact and documentation.

(หนังสือนี้ขาดข้อเท็จจริงและการหาเอกสารมาประกอบการเขียน)

  • The course was very weak on traditional grammar. 

(หลักสูตรนี้อ่อนอย่างมากในเรื่องไวยากรณ์แบบดั้งเดิม  -  คือที่ใช้กันมาแต่นมนาน)

**** จงสังเกต

  • He was weak from hunger.

(เขาอ่อนแอ-อิดโรยจากความหิว)

  • James felt frozen and weak with fear.

(เจมส์รู้สึกเย็นจนตัวแข็ง  และอ่อนระโหยไปด้วยความกลัว)

 

20. “Put an emphasis on”  -  เน้นย้ำ หรือ มุ่งความสนใจในเรื่อง

  • The government puts an emphasis on the infrastructural development.

(รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 7)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Be in danger”  -  ตกอยู่ในอันตราย

  • Your life is in danger if you cross the street without looking both ways.

(ชีวิตของคุณตกอยู่ในอันตราย   ถ้าคุณข้ามถนนโดยไม่มองทั้งซ้ายและขวา)

 

2. “In one’s name”  -  โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา

  • The car was rented in his name

(รถถูกเช่าในนามของเขา)

  • The money was donated in her name.

(เงินถูกบริจาคในนามของเธอ)

 

3. “In a hurry”  -  เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน

  • He was in a hurry because he was late. 

(เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว)

  • They were in a hurry to catch the bus.

(พวกเขารีบร้อนเพื่อไปขึ้นรถประจำทาง)

 

4. “In advance”  -  ล่วงหน้า

  • If you need any help from me, please tell me in advance.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผม   โปรดบอกผมล่วงหน้า)

 

5. “In bad shape”  -  เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก

  • After his wife died, he was in bad shape

(หลังจากที่ภรรยาของเขาตาย  เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่  -  คือ สำมะเลเทเมา  กินเหล้าหัวราน้ำ  มีแต่ความทุกข์)

  • They were in bad shape after their house was burnt down by fire.

(พวกเขาอยู่ในฐานะลำบาก  หลังจากที่บ้านถูกไฟไหม้)

 

6. “Live on”  -  ๑. มีชีวิตอยู่ด้วย (การกิน), กินเป็นอาหาร  ๒. ยังคงมีชีวิตต่อไป  ๓. ใช้จ่ายในสิ่งต่างๆที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

  • Some animals live on grass

(สัตว์บางชนิดมีชีวิตอยู่ด้วยการกินหญ้า)

  • We live on what we eat.

(เรามีชีวิตอยู่ด้วยสิ่งที่เรากินเข้าไป)

  • He lives on fruits and nuts.

(เขากินผลไม้และลูกนัทเป็นอาหาร)

  • She can’t live on her present salary.

(เธอไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินเดือนปัจจุบัน)  (เงินเดือนเธอไม่พอใช้)

  • After a serious accident, Jim lived on for several years.

(หลังจากอุบัติเหตุร้ายแรง  จิมมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหลายปี)

  • Her brother died in 1952 but she lived on until twenty years later.

(พี่ชายของเธอตายในปี  ๑๙๕๒  แต่เธอยังคงมีชีวิตจนกระทั่งอีก  ๒๐  ปีต่อมา)  (คือ  เธอตายในปี  ๑๙๗๒)

  • How much have you got to live on?

(คุณมีเงินอยู่เท่าไรในการใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพ)

 

7. Agree + To”  -  เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ

  • He agreed to my idea.

(เขาเห็นด้วยกับความคิดของผม)

 

8. Agree + With”  =  เห็นด้วยกับบุคคล

  • I agree with you on your proposal.

(ผมเห็นด้วยกับคุณในเรื่องข้อเสนอของคุณ)

 

9. “On a rainy day”  -  ในวันที่ฝนตก

  • We don’t usually go out on a rainy day.

(เรามักไม่ออกไปข้างนอกในวันที่ฝนตก)

 

10. “On the rise”  -  เพิ่มขึ้น

  • The oil prices are on the rise.

(ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น)

 

11. “Congratulate someone on”  -  แสดงความยินดีกับใครในเรื่อง

  • I congratulate you on your success.

(ผมขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของคุณ)

  • She came to congratulate me on my promotion.

(เธอมาแสดงความยินดีกับผมที่ได้เลื่อนตำแหน่ง)

 

12. “Put the blame on”  -  ตำหนิ

  • When things go wrong, he puts the blame on somebody else.

(เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดผิดพลาดขึ้น  เขามักตำหนิผู้อื่น)

  • The company put the blame on its consultants when the project failed.

(บริษัทตำหนิที่ปรึกษาของตน  เมื่อโครงการล้มเหลว)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 6)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Object to”  -  คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • She objects to my proposal.

(เธอคัดค้าน-ไม่เห็นด้วย  กับข้อเสนอของผม)

  • My family objected to buying the land there.

(ครอบครัวของผมไม่เห็นด้วยกับการซื้อที่ดินที่นั่น)

  • We object to that kind of business.

(เราไม่เห็นด้วยกับธุรกิจประเภทนั้น)

  • They object to the selection of Mr. Watson.

(พวกเขาคัดค้านการเลือกมิสเตอร์วัตสัน)

  • I don’t object to the early start.  I’ve always been an early riser.

(ผมไม่คัดค้านการเริ่มต้นแต่เช้าตรู่  (เพราะ) ผมตื่นแต่เช้าตรู่เสมอ)

 

2. “Look forward to”  -  ตั้งตารอคอย, คาดหวังล่วงหน้า

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

  • They look forward to a two-week holiday next month.

(พวกเขาตั้งตารอคอยวันหยุดสองสัปดาห์ในเดือนหน้า)

  • She looked forward to seeing her old friend.

(เธอคาดหวังล่วงหน้าว่าจะได้พบเพื่อนเก่า)

  • Jack is looking forward to his first date with great enthusiasm.

(แจ๊คตั้งตารอคอยการออกเดทครั้งแรก (กับเพื่อนสาว) ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก)

  • I’m quite looking forward to it.

(ผมตั้งตารอคอยมันอย่างมากเลยครับ)

 

3. “By telephone”  -  ทางโทรศัพท์

  • She explained to him by telephone how to get to the station.

(เธออธิบายให้เขาฟังทางโทรศัพท์  ว่าจะไปยังสถานีได้อย่างไร)

 

4. “By chance”  -  โดยบังเอิญ             

  • I met my old friend by chance last week. 

(ผมพบเพื่อนเก่าโดยบังเอิญเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

 

5. By mistake”  -  โดยการเข้าใจผิด

  • She took my book by mistake.

(เธอเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด)  (คือ  คิดว่าเป็นของเธอ)

 

6. By heart”  -  โดยการท่องจำ

  • They learn new vocabularies by heart.

(พวกเขาเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ โดยการท่องจำ)

 

7. “By force  โดยใช้กำลัง, โดยการบังคับ

  • If you are not willing to come, I’ll make you come by force.

(ถ้าคุณไม่เต็มใจมา  ผมจะทำให้คุณมาโดยการบังคับ)

 

8. Play a role in”  -  แสดง หรือ มีบทบาทใน

  • The ear plays a role in maintaining balance besides hearing.

(หูมีบทบาทในการรักษาสมดุล   นอกจากการได้ยิน)

 

9. “Be deficient in”  -  ขาดแคลนหรือบกพร่องในด้าน หรือ เรื่อง

  • His diet was deficient in vitamins.

(อาหารลดน้ำหนักของเขา   ขาดแคลนวิตามิน)

 

10. “In an accident”   -  ในอุบัติเหตุ

  • Her father was killed in an accident.  (= His father died in an accident.)

(พ่อของเขาตายในอุบัติเหตุ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 5)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Ready for”  -  เตรียมพร้อมสำหรับ

  • Are you ready for your new job? 

(คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า)

  • Everyone was ready for the party.

(ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยง)

  • Mrs. Simpson got the room ready for her guests.

(มิสซิสซิมสันเตรียมห้องให้พร้อมสำหรับแขกของเธอ)

 

2. “Qualified for” (Qualify for)  -  มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ  (ทำให้มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์)

  • She was qualified for the job. 

(เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน)

  • Mr. Collins is qualified for that position.

(มิสเตอร์คอลลินส์มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งนั้น)

  • Her score qualifies her for a seat in the university.

(คะแนนของเธอทำให้เธอมีคุณสมบัติได้ที่นั่งในมหาวิทยาลัย)  (คือ  สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้)

 

3. “Essential for (หรือ “To”)”  -  จำเป็นอย่างยิ่ง

  • Land is essential for food and for work.

(ที่ดินมีความจำเป็นยิ่งสำหรับ (ผลิต) อาหารและงาน)

  • Good health is absolutely essential for a job in the Army.

(สุขภาพที่ดีมีความจำเป็นอย่างแท้จริงต่องานในกองทัพ)  (คือ  จะเป็นทหารต้องแข็งแรง)

  • Air and water is tremendously essential for all living things.

(อากาศและน้ำมีความจำเป็นอย่างมหาศาลต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมวล)

  • Love for figures is essential for work of a bookkeeper.

(ความชอบในตัวเลขเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานของคนทำบัญชี)

  • Practice is essential to (for) learning to play the piano well.

(การฝึกซ้อมเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งในการเรียนรู้การเล่นเปียโนให้ได้ดี)

 

4. “Essential to + Verb 1”  -  สำคัญยิ่งที่จะ

  • It is essential to set your targets realistically.

(มันสำคัญยิ่งที่จะตั้งเป้าหมายให้สมจริงสมจัง)  (คือ  ตามความเป็นจริง  สามารถบรรลุผลได้)

  • It was really essential to continue your work until finished.

(มันจำเป็นอย่างแท้จริงที่จะทำงานของคุณต่อไปจนกระทั่งเสร็จสิ้น)

 

5. “Good for”  -  ดีสำหรับ, เป็นผลดีกับ, เป็นประโยชน์ต่อ, อยู่หรือทนไปได้  หรือทำงานได้อีกเป็นเวลา........

  • It is good for you to get up early.

(มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่)

  • They established a climate of confidence which was good for trade.

(พวกเขาสร้างบรรยากาศของความเชื่อมั่น  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการค้า)

  • She takes on more work than is good for her.

(เธอทำงานมากเกินกว่าที่จะเป็นผลดีกับตัวเธอเอง)  (ทำงานหนักจนป่วย)

  • It is also good for cleaning paint brushes.

(มัน (อุปกรณ์) ดีสำหรับใช้ทำความสะอาดแปรงทาสี)

  • The old car is good for another few years.

(รถเก่าคันนั้นยังใช้งานไปได้อีกสองสามปี)

 

6. “Good to + Verb 1”  -  ดี (น่ารื่นรมย์และสนุกสนาน) ที่.......,  ดีกับ, กรุณาที่จะ

  • It’s good to see you again.

(มันเพลิดเพลิน-สนุกที่ได้พบคุณอีก)

  • Would you be good enough to ask him?

(คุณจะกรุณาพอที่จะถามเขาได้ไหมครับ)

  • She has always been good to me.

(เธอดีกับผมเสมอมาเลย)

 

7. Accuse someone of doing something”  -  กล่าวหาใครในเรื่องอะไร  หรือว่าทำอะไร   

  • They accused him of stealing their car

(พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์)

  • The lawyer accused the witness of lying.

(ทนายกล่าวหาพยานว่าโกหก)

  • They accused the spy of treason.

(พวกเขากล่าวหาจารชนว่าทรยศต่อชาติ)

  • She was accused of cheating her customers.

(เธอถูกกล่าวหาว่าต้มตุ๋นลูกค้า)

 

8. “Be composed of”  -  ประกอบด้วย

  • Our team is composed of a number of experts in several fields.  

(ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา)

  • The committee was evenly composed of men and women.

(คณะกรรมการประกอบด้วยชายและหญิงเท่าๆกัน)

  • Water is composed of hydrogen and oxygen.

(น้ำประกอบด้วยไฮโดรเจนและออกซิเจน)  

 

9. “Consist of”  -  ประกอบด้วย

  • The committee members consist mostly of scientists and engineers.

(สมาชิกของคณะกรรมการส่วนใหญ่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร)

  • The landscape consisted of rice fields and rubber plantations.

(ภูมิประเทศประกอบด้วยนาข้าวและสวนยาง)

  • The average dissertation consists of over 300 pages.

(วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกโดยเฉลี่ยประกอบด้วยกว่า  ๓๐๐  หน้า)

  • Students’ life typically consists of reading, studying and attending classes.

(ชีวิตนักเรียนโดยทั่วไปประกอบด้วยการอ่านหนังสือ  ศึกษาเล่าเรียน  และเข้าเรียนในชั้น)

 

10. “Dream of  หรือ  about”  -  ฝันเรื่อง

  • She never dreams (v) of traveling abroad. 

(เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ)

  • Laura’s dream (n) of getting rich never comes true.

(ฝันของลอร่าที่จะร่ำรวยไม่เคยเป็นจริง)

  • I’ve always dreamed (v) about a trip around the world.

(ผมฝันเสมอเกี่ยวกับการเดินทางรอบโลก)

  • I had a strange dream (n) about you and me last night.

(ผมฝันประหลาดเกี่ยวกับคุณและผมเมื่อคืนวาน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 4)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Source of”  -  แหล่งของ, แหล่งกำเนิดของ, ต้นตอของ, แหล่งที่มาของ

  • Meat is an excellent source of vitamins.

(เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน)

  • Russia is one of the world’s main sources of uranium. 

(รัสเซียเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของแร่ยูเรเนียมของโลก)

  • Candidates are required to publish the sources of their campaign funds.

(ผู้สมัครเข้าแข่งขันถูกกำหนดให้ต้องตีพิมพ์แหล่งที่มาของเงินทุน  ที่ใช้ในการรณรงค์  -  หาเสียงเลือกตั้ง)

  • They’re trying to trace the source of the trouble.

(เขากำลังพยายามที่จะหาร่องรอยต้นตอของปัญหา)

  • Have they found the source of the gas leak?

(พวกเขาพบแหล่งที่มาของแกสรั่วหรือยัง) 

  • The findings revealed that 18% of those questioned gave bad housing as their main source of worry.

(ผลของการวิจัยแสดงให้เห็นว่า  ๑๘  เปอร์เซ็นต์ ของผู้ถูกถามคำถาม  กล่าวว่าบ้านพักที่เลว (แย่) เป็นแหล่งที่มาของความวิตกกังวลที่สำคัญของพวกตน)

 

2. Inform someone of something”  -  บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร    

  • Please inform me of your decision

(โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ)

  • He intended to see Barbara to inform her of his objections.

(เขาตั้งใจที่จะไปพบบาร์บารา  เพื่อบอกเธอเกี่ยวกับการคัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) ของเขา)

 

3. Boast of”  -  คุยโม้, คุยอวด

  • He often boasts of his wealth. 

(เขามักคุยอวดความร่ำรวย)

  • Williams boasted of his influence over his boss.

(วิลเลียมส์คุยโม้อิทธิพลของตนที่มีต่อเจ้านาย)

  • He boasted to her that he was a champion of car racing.

(เขาคุยอวดเธอว่า  เขาเป็นแชมเปี้ยนรถแข่ง)

 

4. Think of”  -  คิดถึงเรื่อง, นึกถึง, จำได้, ระลึกได้, ถือว่า, เอาใจใส่-สนใจ

  • We are thinking of buying her a present. 

(พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ)

  • What do you think of her?

(คุณคิดว่าเธอเป็นคนยังไง)

  • I think of Peter as an old friend of mine.

(ผมถือว่าปีเตอร์เป็นเพื่อนเก่าแก่ของผม)

  • People think of computers as being devices that calculate.

(ผู้คนนึกถึง (ถือว่า) คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือซึ่งคำนวณ) 

  • I can never think of her name.

(ผมไม่เคยจำชื่อเธอได้เลย)

  • If you think of anything else, ask the lady here.

(ถ้าคุณนึกออกว่าต้องการอะไรอื่นอีก  ให้ถามสุภาพสตรีที่นี่)  (ให้บอกเธอที่นี่)

  • It was very kind of you to think of him.

(เป็นความกรุณาของคุณอย่างยิ่งที่นึกถึง (เอาใจใส่ พร้อมจะช่วยเหลือ) เขา)

  • I had my own survival to think of.

(ผมมีเรื่องความอยู่รอดของตนเองที่จะต้องนึกถึง  -  เอาใจใส่)

  • You never think of (about) anybody but yourself.

(คุณไม่เคยนึกถึง (สนใจ) ใครเลย  นอกจากตัวเอง)

 

5. “Warn someone of something”  -  เตือนใครให้นึกถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

  • She warned me of the danger.

(เธอเตือนผมถึงอันตราย)

  • I do warn you of possible failure.

(ผมขอเตือนคุณจริงๆนะถึงความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้)

 

6. “Warn someone to do something”  -  เตือนหรือแนะนำให้ใครทำอะไรบางอย่าง (เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย หรือการถูกลงโทษ)

  • She warned them to be on the lookout.

(เธอเตือนพวกเขาให้ระมัดระวัง)

  • I warned him not to lose his temper with her.

(ผมเตือนเขามิให้อารมณ์เสียกับเธอ)

  • He warned me to be careful when climbing that mountain.

(เขาเตือนผมให้ระมัดระวังเมื่อปีนเขาลูกนั้น)

 

7. “Warn someone off (หรือ “away from”) something”  -  เตือนใครให้อยู่ห่างจาก หรือเลิกทำอะไรบางอย่าง  (เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย หรือการถูกลงโทษ)

  • Intruders are warned off by the sound of her rattle.

(ผู้บุกรุก (คนหรือสัตว์) ถูกเตือนให้ออกไปห่างๆ  โดเสียงรัว (เอี๊ยดๆ, กรอกแกรก, แกร๊กๆ) ของเธอ)  (อาจเป็นเสียงงู หรือสัตว์บางชนิด)

  • Reporters were worn away from the war zone.

(ผู้สื่อข่าวถูกเตือนให้อยู่ห่างออกไปจากเขตที่มีการสู้รบ)

  • He realized that his doctor was warning him off drink.

(เขาตระหนักว่า  หมอของเขากำลังเตือนให้เขาหยุดดื่มเหล้า)

 

8. “Hope for”  -  หวังสำหรับ, หวังจะได้พบเจอ

  • We ought to hope for better times.

(เราควรที่จะ (มีความ) หวังที่จะได้พบเจอช่วงเวลาที่ดีขึ้น)  (คือ หวังว่าชีวิตจะพบกับช่วงเวลาที่มีความสุขมากขึ้น) 

  • That would be too much to hope for.

(นั่นมันมากเกินไปที่จะหวังได้)  (หวังมากมายอย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้)

  • The police hoped for evidence of murder.

(ตำรวจหวังจะได้พบหลักฐานของการฆาตกรรม)

 

9. “Hope to + Verb 1”  -  หวังที่จะ, หวังว่าจะ

  • She sat down, hoping to remain unnoticed.

(เธอนั่งลง  หวังว่าจะยังคงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ)

  • He hoped to leave that evening for her sister in Scotland.

(เขาหวังว่าจะจากไปคืนนั้น  เพื่อพบน้องสาวในสกอตแลนด์)

  • They hope to gain benefits through additional employment.

(พวกเขาหวังจะได้กำไร (ประโยชน์)  โดยการจ้างงานเพิ่มขึ้น)

  • None of them could hope to get rich.

(ไม่มีใครในพวกเขาสามารถหวังที่จะร่ำรวยได้)

 

10. “Responsible for”  -  รับผิดชอบต่อ, รับผิดชอบในเรื่อง

  • He is responsible for the job.

(เขารับผิดชอบต่องาน)

  • Men and women must become equally responsible for bringing up children.

(ชายและหญิงจะต้องมีความรับผิดชอบเท่าๆกันในการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ)

  • The children were responsible for cleaning their own rooms.

(พวกเด็กๆรับผิดชอบในการทำความสะอาดห้องของพวกตน)

  • I hold you personally responsible for all this.

(ผมถือว่าคุณรับผิดชอบเป็นส่วนตัวกับเรื่องทั้งหมดนี้)  (คือ  คุณเป็นคนทำมัน  และคุณจะถูกตำหนิถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา)

  • It has been found that some patients aren’t responsible for their own behavior.

(มันถูกพบว่า  ผู้ป่วยบางคนไม่รับผิดชอบต่อความประพฤติของตนเอง)  (คือ  ประพฤติตนไม่เหมาะสม  และสมควรถูกตำหนิ)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 3)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Remind someone of someone (หรือ something)”  เตือนให้ระลึกถึง, เตือนความจำ, ทำให้จำได้

  • She reminds me of her mother.

(เธอเตือนให้ผมระลึกถึงแม่ของเธอ)  (คือ รูปร่างหน้าตา  การพูดจาคล้ายๆกัน)

  • Your story reminds me of another.

(เรื่องที่คุณเล่ามาทำให้ผมนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง)  (ที่คล้ายๆกัน  หรือจบลงเหมือนๆกัน)

  • Please remind me of my appointment.

(โปรดเตือนผมเรื่องการนัดหมายด้วยนะ)

  • Mr. David’s secretary reminded him of his appointment at ten o’clock.

(เลขาของเดวิดเตือนเขาเรื่องการนัดหมายตอน  ๑๐  โมงเช้า)

  • You do not need to remind people of their mistakes all the time.

(คุณไม่จำเป็นต้องเตือนผู้คนให้นึกถึงความผิดของตนเองอยู่ตลอดเวลา)  (พูดเพียงหนสองหนก็พอแล้ว)

  • Your son reminds me of you at his age.

(ลูกชายคุณทำให้ผมนึกถึงคุณตอนอายุเท่าๆกับเค้า)

 

2. “Thank someone for something”  -  ขอบคุณสำหรับ

  • Thank you very much indeed for coming to see me.

(ขอบคุณมากจริงๆสำหรับการมาพบ (เยี่ยม) ผม)

  • Dear James, Thank you very much for the nice book you sent me.

(เจมส์ที่รัก  ขอบคุณมากๆเลยสำหรับหนังสือดีๆที่ส่งมาให้ผม)

  • Many thanks for your long and interesting letter.

(ขอบคุณหลายสำหรับจดหมายที่ยืดยาวและน่าสนใจของคุณ)

  • Thank you for telling me about your plans.

(ขอบคุณที่บอกผมเกี่ยวกับแผนของคุณ)

  • I thank you for your advice.

(ผมขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำของคุณ)

  • We thanked the hostess for inviting us to her party.

(เราขอบคุณเจ้าของบ้านที่เชิญเรามางานเลี้ยงของเธอ)

 

3. “Be composed of”  -  ประกอบขึ้นด้วย

  • A molecule is composed of atoms.

{โมเลกุล (อณู) ประกอบด้วยอะตอม (ปรมาณู)}

  • The committee is evenly composed of men and women.

(คณะกรรมการประกอบด้วยผู้ชายและผู้หญิงเท่าๆกัน)

  • His speech was composed of jokes, insults, and misinformation.

(คำปราศรัยของเขาประกอบด้วยเรื่องตลก  การดูหมิ่นเหยียดหยาม  และข้อมูลผิดๆ)

  • Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา)

 

4. “Lay off”  -  ปลด หรือ พักงานชั่วคราวพนักงาน, เลิกจ้างงาน

  • The factory had to lay off employees when its orders decreased.

(โรงงานจำเป็นต้องปลด (หรือพักงาน) พนักงาน  เมื่อการสั่งซื้อสินค้าลดลง)

  • The company had to lay off half of its workers during the depression.

(บริษัทจำเป็นต้องปลด (หรือพักงาน) พนักงานจำนวนกึ่งหนึ่ง  ในระหว่างเศรษฐกิจตกต่ำ)

  • Several car manufacturers have laid off their workers because of the shortage of parts.

(ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้พักงานคนงานของตน  เนื่องมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนต่างๆ)  (ที่ใช้ในการผลิต)

 

5. “Belong to + คน  เป็นของ, ทำ-สร้าง-ผลิต  โดยผู้นั้น, เป็นส่วนหนึ่ง (อวัยวะ) ของ, เป็นสมาชิกของ  (ใช้ในรูป  “Active voice”  เพียงอย่างเดียวเท่านั้น)

  • The nation belongs to its people.

(ประเทศชาติเป็นของประชาชน)

  • That car belongs to my elder sister.

(รถยนต์คันนั้นเป็นของพี่สาวของผม)

  • The land belongs to a big family.

(ที่ดินแปลงนั้นเป็นของครอบครัวใหญ่)

  • He had taken some valuables which belonged to another person.

(เขาเอาของมีค่าไปบางอย่าง  ซึ่งเป็นของอีกบุคคลหนึ่ง)

  • That handwriting belongs to my sister.

(ลายมือนั้นเป็นของ (เขียนโดย) น้องสาวของผม)

  • The voice belonged to a human being.

(เสียงนั้นเป็นของ (ทำโดย) มนุษย์)

  • You can see that this skull belonged to a child.

(คุณสามารถเห็นได้ว่ากะโหลกใบนี้เป็น (ชิ้นส่วน-อวัยวะ) ของเด็ก)

  • The majority of the nation did not belong to trade unions.

(คนส่วนใหญ่ของประเทศ  มิได้เป็นสมาชิกของสหภาพการค้า)

  • She belongs to the Labour party.

(เธอเป็นสมาชิกของพรรคแรงงาน)

 

6. “Benefit (v) from หรือ by”  -  ได้รับประโยชน์จาก

  • I think the patient will benefit from (by) a few days’ rest.

(ผมคิดว่าผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์จากการพักผ่อนสอง-สามวัน)

  • She thinks she will benefit from (by) learning computer.

(เธอคิดว่าเธอจะได้รับประโยชน์จากการเรียนคอมพิวเตอร์)

  • Did you benefit from the lecture today?

(คุณได้ประโยชน์จากการบรรยายวันนี้หรือเปล่า)

  • James thought he got no benefit from going to school.

(เจมส์คิดว่าเขาไม่ได้ประโยชน์จากการไปโรงเรียน)

  • The firm benefitted from his ingenuity.

(บริษัทได้ประโยชน์จากความเฉลียวฉลาดของเขา)

  • Neither of them benefitted by what happened.

(พวกเขาทั้ง  ๒  คนมิได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น)

 

7. “Benefit (n) of”  -  ประโยชน์ของ

  • The Constitution was written for the benefit of all men.

(รัฐธรรมนูญถูกเขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน)

  • So only a few reap the benefits of agricultural advance.

(ดังนั้น  เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของความก้าวหน้าทางการเกษตร)

  • The parents cooperate for the benefit of the child.

(พ่อแม่ร่วมมือกัน  เพื่อประโยชน์ของลูก)

  • He spends less time at work, to the benefit of the whole family.

(เขาใช้เวลาน้อยลงในการทำงาน  เพื่อประโยชน์ของคนทั้งครอบครัว)  (ทำงานน้อยลง  เพื่อให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น)

  • For the benefit of those who weren’t here last week, I’ll go over what I said.

(เพื่อประโยชน์ของผู้ที่มิได้อยู่ที่นี่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ผมจะทบทวน (พูดซ้ำ) ในสิ่งที่ผมพูด)  (สำหรับคนที่มิได้มาที่นี่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ผมจะพูดให้ฟังอีกครั้ง)

 

8. “Arrive at”  -  มาถึง  (ตำบล หรือสถานที่เล็กๆ  หรือ มาถึงข้อตกลง-ข้อสรุป-สถานการณ์-การตัดสินใจ  หลังจากใช้เวลา  ความพยายาม  ความคิดอย่างมาก)

  • They arrived at their destination on time.

(พวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางตรงเวลา)

  • She arrived at our home very late at night.

(เธอมาถึงบ้านของเราตอนดึกมากแล้ว)

  • He arrived back at his hotel soon after midnight.

(เขากลับมาถึงโรงแรมหลังเที่ยงคืนหน่อยเดียว)

  • We arrived at the airport in time to have dinner before the flight.

(เรามาถึงสนามบินทันเวลาทานอาหารเย็นก่อนออกบินไป)

  • After discussing the matter, we arrived at an agreement.

(หลังจากประชุมปรึกษาหารือเรื่องนั้นกันแล้ว  เราก็ตกลงกันได้)

  • It took us several hours to arrive at a decision.

(เราใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนำไปสู่การตัดสินใจ)

  • We finally arrived at a situation where we were making a small profit.

(เราในที่สุดก็พบกับสถานการณ์ซึ่งเรากำลังได้กำไรนิดหน่อย)  (จากที่เมื่อก่อนเคยขาดทุนมาตลอด  หรือเมื่อก่อนเคยทำกำไรได้มากมาย)

 

9. “Arrive in”  -  มาถึง  (เมือง หรือประเทศ)

  • She arrived in London a few months before her college began.

(เธอมาถึงลอนดอนสองสามเดือนก่อนมหาวิทยาลัยเปิด)

  • It was raining when we arrived in Chiang Mai.

(ฝนกำลังตกเมื่อเรามาถึงเชียงใหม่)

  • They arrived in Tokyo in December.

(พวกเขามาถึงโตเกียวในเดือนธันวาคม)

  • When did he arrive in Canada?

(เขามาถึงแคนาดาเมื่อไหร่นะ)

  • She remembers every detail about her arrival in Germany.

(เธอจำรายละเอียดได้ทุกอย่างเกี่ยวกับการมาถึงประเทศเยอรมัน)

 

10. “Approve of”  -  เห็นชอบ, ยินยอม, ยอมรับ, อนุญาต, อนุมัติ

  • She does not approve of smoking.

(เธอไม่เห็นด้วยกับ (ไม่อนุญาต) การสูบบุหรี่)

  • His boss fully approved of his work though it was submitted a bit late.

(เจ้านายของเขายอมรับอย่างเต็มที่กับงานของเขา  แม้ว่ามัน (ถูก) ส่งมาช้านิดหน่อย)

  • Her mother did not approve of her staying out late.

(แม่ของเธอไม่เห็นด้วยกับการที่เธอออกไปข้างนอกจนดึก)

  • My father did not approve of my sister’s marriage.

(พ่อของผมไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของน้องสาว)

  • His return to the office was widely approved of.

(การกลับสู่ตำแหน่งของเขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง)

  • His mother did not approve of Julie.

(แม่ของเขาไม่ยอมรับจูลี่)  (คือ ไม่อยากได้มาเป็นสะใภ้)

  • He did not approve of my pictures.

(เขาไม่ยอมรับภาพวาดของผม)  (คือ ไม่ชอบ ไม่ชื่นชมยกย่อง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - Essential Prepositions