Essential Prepositions

Essential Prepositions (ตอนที่ 17)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Carry out”  -  ดำเนินการ, ทำตาม, ปฏิบัติจนสำเร็จ, บริหาร

  • They carry out their duty very well.

(พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ได้ดีมาก)

  • The research team carried out a survey of the hill tribe people.

(ทีมวิจัยดำเนินการสำรวจชาวเขา)

  • The plan has been successfully carried out.

(แผนได้รับการปฏิบัติอย่างประสบผลสำเร็จ)

  • The policies are being carried out without protest.

(นโยบายกำลังถูกดำเนินการ  โดยปราศจากการประท้วง-คัดค้าน)

  • She explained that she was simply carrying out instructions.

(เธออธิบายว่า  เธอเพียงแต่ทำตามคำแนะนำเท่านั้น)

 

2. “Carry on”  -  ดำเนินต่อไป, ทำต่อ

  • I told her to carry on with the treatment.

(ผมบอกเธอให้ทำการรักษา (โรคของเธอ) ต่อไป)

  • They carried on working.

(พวกเขาทำงานต่อไป)

  • I could never have carried on without their support.

(ผมคงจะไม่สามารถทำต่อไปได้  หากปราศจากการสนับสนุนของพวกเขา)

  • She could not carry on a sensible conversation.

(เธอไม่สามารถที่จะดำเนินการสนทนาที่ฉลาด-มีเหตุผล  ต่อไปได้)

 

3. “Ask for”  -  ๑. ถามหา, ขอ, เรียกร้องราคา, ขอเข้าพบ

  • He came and asked for my book.

(เขามาและถามหา (ขอ) หนังสือของผม)

  • She asked for more money from her parents.

(เธอขอเงินเพิ่มขึ้นจากพ่อแม่)

  • What price do you ask for this car?

(คุณเรียกร้องราคาเท่าไรสำหรับรถคันนี้)

  • Go to the school and ask for the headmaster.

(จงไปที่โรงเรียน  และขอพบครูใหญ่)

                              ๒. แกว่งเท้าหาเสี้ยน, รนหาเรื่องเดือดร้อน หรือเจ็บตัว

  • Some people often ask for trouble.

(คนบางคนมักหาเรื่องเดือดร้อนอยู่บ่อยๆ)

  • So you refuse to apologize.  Very well, you’ve asked for it!

(อ๋อ  คุณไม่ยอมขอโทษใช่ไหม  ดีละ  คุณหาเรื่องเดือดร้อน (แกว่งเท้าหาเสี้ยน) เองนะ)

 

4. “Ask after”  -  ถามถึง, ถามเกี่ยวกับ  (บุคคล ว่าสบายดีหรือไม่)

  • I saw Mrs. Jones in the supermarket.  She asked after you.

(ผมพบมิสซิสโจนส์ที่ซูเปอร์มาเก็ต  เธอถามถึงคุณนะ)

  • I met Mary at the party last night and she asked after your parents.

(ผมเจอแมรี่ที่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้  และเธอถามถึงพ่อแม่ของคุณ)

 

5. “Careful of”  -  ระมัดระวัง, ระวังรอบคอบ

  • He is very careful of his health. 

(เขาระมัดระวังสุขภาพมาก)

  • We should be careful of the rights of others.

(เราควรจะระมัดระวังสิทธิของผู้อื่น)

 

6. “Take care of”  -  ๑. ดูแล-เอาใจใส่, รับผิดชอบ, ป้องกัน

  • He takes care of his health.

(เขาดูแลเอาใจใส่สุขภาพของเขา)

  • She stayed home to take care of the baby.

(เธอพักอยู่กับบ้านเพื่อดูแลลูกน้อย)

  • Will you please take care of my dog this weekend?

(คุณจะกรุณาดูแลหมาให้ผมสุดสัปดาห์นี้ได้ไหม)

  • I know he would take care of her for me.

(ผมรู้ดีว่าเขาจะดูแลเธอให้ผม)

  • Take care of yourself, darling.

(ดูแลตัวเองให้ดีนะที่รัก)

                                  ๒. จัดการกับ, รับมือกับ, ทำในสิ่งที่จำเป็น

  • My job was to take care of any problems that arose.

(งานของผมคือ  จัดการกับปัญหาใดๆที่เกิดขึ้นมา)

  • I will take care of that letter.

(ผมจะจัดการกับจดหมายนี้เอง)  (คือ  ตอบจดหมายนี้  และส่งไปให้ผู้เขียน)

  • The coach told Jim to take care of the opposing player.

(ผู้ฝึกสอนบอกจิมให้คอยรับมือกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม)  (คอยสกัดกั้นฝ่ายตรงข้าม  มิให้เข้ามาใกล้ผู้ทำประตูฝ่ายตนเอง)

 

7. “Conceal from”  -  ปิดบังจาก, ซ่อนจาก

  • He tried to conceal his anxiety from his colleagues.

(เขาพยายามปิดบังความกังวลของเขาจากเพื่อนร่วมงาน)

  • She sometimes conceals a secret from her husband.

(เธอบางครั้งก็ปิดบังความลับจากสามี)

 

8. “For sale”  -  สำหรับขาย

  • These books are for sale.

(หนังสือเหล่านี้สำหรับขาย)

 

9. “For rent”  -  สำหรับให้เช่า

  • These houses are for rent.

(บ้านเหล่านี้สำหรับให้เช่า)

 

10. “For”  -  ๑. สำหรับ

  • This ring is for you.

(แหวนนี้สำหรับคุณ)  (ผมซื้อให้คุณ)

  • We have no money for you now.

(เราไม่มีเงินสำหรับคุณในขณะนี้)

  • The food is for anyone who needs it.

(อาหารนี้สำหรับใครก็ตามที่ต้องการมัน)

  • For me, I can’t accept his proposal.

(สำหรับผม  ผมไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของเขาได้)

  • It is good for you to start early.

(มันดีสำหรับคุณที่จะเริ่มต้นแต่เนิ่นๆ)

  • It is necessary for everyone to get a good education.

(มันจำเป็นสำหรับทุกคนที่จะได้รับการศึกษาที่ดี)

  • It was a sad thing for him to lose his parent in an accident.

(มันเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับเขา  ที่สูญเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุ)

  • Luckily for him, he could escape.

(โชคดีสำหรับเขา  เขาสามารถหลบหนีไปได้)

                             ๒. เพื่อ

  • The soldiers were ready to die for their country.

(พวกทหารพร้อมที่จะตายเพื่อประเทศของตน)

  • He can do anything for his family.

(เขาสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อครอบครัว)

  • Those dedicated people fought for their king and country.

(คนที่อุทิศตนเหล่านั้นสู้รบเพื่อพระราชาและประเทศของตน)

  • They bought a house for their children.

(พวกเขาซื้อบ้านเพื่อลูกๆ)

  • He has gone out for a walk.

(เขาออกไปข้างนอกเพื่อเดินเล่น)

  • The poor man was prepared to work for food.

(ชายยากจนคนนั้นพร้อมที่จะทำงานเพื่อ (แลกกับ) อาหาร)

                       ๓. ในราคา

  • I bought this car for 500,000 baht.

(ผมซื้อรถคันนี้ในราคา  ๕๐๐,๐๐๐  บาท)

  • They sold their house for 1million dollars.

(พวกเขาขายบ้านในราคา    ล้านเหรียญ)

  • For how much did you buy it?

(คุณซื้อมันในราคาเท่าใด)

  • For how much do you want to sell your bicycle?

(คุณต้องการขายรถจักรยานในราคาเท่าใด)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 16)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Without”  -  โดยปราศจาก, โดยไม่มี, หากไม่มี, โดยมิได้

  • The guests left without saying goodbye.

(แขกจากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา)

  • Human beings can’t live without air and water.

(มนุษย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่มีอากาศและน้ำ)

  • They said they could live without love, but not without money.

(พวกเขากล่าวว่าพวกเขาอยู่ได้โดยปราศจากความรัก  แต่อยู่ไม่ได้หากไม่มีเงิน)

  • A bird without wings can’t survive in the forest.

(นกที่ปราศจากปีกไม่สามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในป่า)

  • You can’t make a table without wood.

(คุณไม่สามารถทำโต๊ะได้โดยปราศจากไม้)

  • Cars can’t run without petrol.

(รถวิ่งไม่ได้หากปราศจากน้ำมัน)

  • Some people can’t live without friends.

(คนบางคนมีชีวิตอยู่ไม่ได้โดยปราศจากเพื่อน)

 

2. “Apart from”  -  นอกเหนือจาก  (= Besides)

  • Apart from clothes, they also needed some money.

(นอกจากเสื้อผ้าแล้ว  พวกเขายังต้องการเงินด้วย)

  • Apart from collecting stamps, he did nothing else.

(นอกเหนือจากสะสมแสตมป์แล้ว  เขาไม่ทำอะไรอีกเลย)

  • Who else is coming, apart from your brother?

(มีใครอีกที่จะมา  นอกเหนือจากพี่ชายของคุณ)

  • Apart from the injury to her head and hands, she broke both her legs.

(นอกเหนือจากบาดเจ็บที่ศีรษะและมือทั้งสองข้างแล้ว  เธอยังขาหักทั้งสองข้างด้วย)

  • Apart from a small accident, everything went well.

(นอกเหนือจากอุบัติเหตุเล็กน้อยแล้ว  ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี)

 

3. “According to”  -  สอดคล้องกับ, ตาม, ตามที่................กล่าวไว้, เป็นสัดส่วนกับ

  • According to the water forecast, there will be a lot of rain next week.

(ตามที่พยากรณ์อากาศกล่าวไว้  จะมีฝนเยอะสัปดาห์หน้า)

  • According to yesterday’s paper, we can expect snow tonight.

(ตามที่หนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวานว่าไว้  เราอาจคาดหวังได้ว่าจะมีหิมะตกคืนนี้)

  • There will be an English test tomorrow according to the teacher.

(จะมีการทดสอบภาษาอังกฤษวันพรุ่งนี้  ตามที่ครูบอกไว้)

  • Everything went off according to plan.

(ทุกอย่างดำเนินไปตาม (สอดคล้องกับ) แผน)

  • The hotel charges you according to the size of room you require.

(โรงแรมคิดเงินคุณเป็นสัดส่วนกับขนาดของห้องที่คุณต้องการพัก)

 

4. “About”  -   ๑. ประมาณ

  • There were about 500 people at the wedding.

(มีคนประมาณ  ๕๐๐  คนที่งานแต่งฯ)

  • She’ll arrive about six o’clock.

(เธอจะมาถึงประมาณ    โมง)

                             ๒. เกี่ยวกับ

  • He never thinks about travelling abroad.

(เขาไม่เคยคิดเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ)

  • She likes to talk about other people’s affairs

(เธอชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องของชาวบ้าน)

  • He wants to see you about your advertisement.

(เขาต้องการพบคุณเกี่ยวกับโฆษณาที่คุณลงไว้)

  • There’s something about him that frightens me.

(มีบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขาที่ทำให้ผมกลัว)

                          ๓. ไปยังสถานที่ต่างๆโดยทุกแห่ง, ในทิศทางต่างๆกัน

  • He spent a whole year travelling about America.

(เขาใช้เวลาทั้งปีเดินทางไปทั่วอเมริกา)

                         ๔. ในทุกทิศทาง, ทั่วทุกแห่งหน

  • The papers were scattered about the room.

(เอกสารถูกทำให้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง)

 

5. “Be about to”  -  กำลังจะ, ใกล้จะ, จวนจะ

  • I was about to ring you when your letter arrived.

(ผมกำลังจะโทรศัพท์ถึงคุณ  ตอนที่จดหมายของคุณมาถึง)

  • The train was about to leave when we arrived at the station.

(รถไฟกำลังจะออก  เมื่อเรามาถึงสถานี)

  • I was about to start my work when she came in.

(ผมใกล้จะเริ่มทำงานแล้ว  เมื่อเธอเดินเข้ามา)

 

6. “During”  -  ในระหว่าง

  • They went out during the storm.

(พวกเขาออกไปข้างนอกในระหว่างมีพายุ)

  • We met her during our stay in London.

(เราพบเธอในระหว่างที่เราพักอยู่ในลอนดอน)

  • During the war they lived with their friend in the country.

(ในระหว่างสงคราม  พวกเขาอาศัยอยู่กับเพื่อนในชนบท)

  • We went to Phuket during the summer holiday.

(เราไปเที่ยวภูเก็ตในระหว่างวันหยุดหน้าร้อน)

  • During her lifetime she had met many difficulties and dangers.

(ในระหว่างช่วงชีวิตของเธอ  เธอได้ประสบกับความยากลำบากและภัยอันตรายนาๆชนิด)

 

7. “For the sake of”  -  เพื่อ, เพื่อเห็นแก่, เพื่อประโยชน์ของ

  • He sacrificed his life for the sake of his family.

(เขายอมสละชีวิตเพื่อประโยชน์ของครอบครัว)

  • She helped him for the sake of his parents.

(เธอช่วยเหลือเขาเพื่อเห็นแก่พ่อแม่ของเขา)

  • The UN Secretary asked both countries to be patient for the sake of world peace.

(เลขาธิการสหประชาชาติขอร้องให้ทั้งสองประเทศมีความอดทน  เพื่อเห็นแก่สันติภาพโลก)

  • They agreed to compromise for the sake of settling the matter.

(พวกเขายอมที่จะประนีประนอมกัน  เพื่อให้เรื่องนั้นสิ้นสุดลง)

  • For the sake of saving a few dollars, John walks to school.

(เพื่อเห็นแก่การประหยัดเงินไม่กี่เหรียญ  จอห์นเดินไปโรงเรียน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 15)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Come by”  -  ได้รับ, ได้มา

  • How did you come by all that money?

(คุณได้เงินทั้งหมดนั้นมาอย่างไร)

  • No one knew how he came by the money.

(ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้เงินมาอย่างไร)

  • A good job like that is hard to come by.

(งานดีๆอย่างนั้นได้มายาก)

  • Money easily come by is often easily spent.

(เงินที่ได้มาง่ายๆ ก็มักจะใช้ไปง่ายๆ)  (เงินที่หามาง่าย  ก็มักใช้หมดไปง่าย)

 

2. “Cheer up”  -   ๑. พูดปลอบใจ, กระตุ้นให้เข้มแข็ง, ทำให้ร่าเริง หรือมีความสุข, ทำให้มีชีวิตชีวา หรือร่าเริง

  • Try to cheer her up; she hasn’t been feeling well lately.

(จงพยายามพูดให้กำลังใจเธอหน่อย  เธอไม่ค่อยสบายเลยหมู่นี้)

  • The support of the students cheered up the losing team and they played harder and won.

(การสนับสนุนของพวกนักเรียน  ช่วยกระตุ้นให้ทีมที่แพ้เข้มแข็งและเล่นหนักขึ้น  และชนะในเวลาต่อมา)

  • We went to the hospital to cheer up a sick friend.

(เราไปโรงพยาบาลเพื่อให้กำลังใจเพื่อนที่ป่วย)  (เพื่อทำให้เพื่อนมีความสุขมากขึ้น)

  • Flowers cheer up a room.

(ดอกไม้ช่วยทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้น)

                                 ๒. รู้สึกมีความสุข, เลิกเศร้าหรือท้อถอย, มีความหวัง-เบิกบานใจ (รื่นเริง)-ยินดี

  • Randy was sad at losing the business, but he cheered up at the sight of his daughter.

(แรนดี้เศร้าใจที่ต้องสูญเสียธุรกิจไป  แต่เขาเบิกบานใจ (เลิกเศร้าหรือท้อถอย, รู้สึกดีขึ้น) เมื่อมองไปที่ลูกสาว)

  • Cheer up!  The worst is over.

(จงมีความหวัง  สิ่งที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว)

 

3. “Bring back”  -  นำกลับมา, เอามาคืนหรือใช้กลับคืน

  • Your story brings back pleasant memories.

(เรื่องของคุณนำความทรงจำที่แสนหวานกลับคืนมา)

  • You may borrow my car if you will bring it back by tomorrow.

(คุณจะยืมรถของผมไปก็ได้  ถ้าคุณจะนำมันมาคืนในวันพรุ่งนี้)

 

4. “Bring up”  -  อบรม-เลี้ยงดู, ยกขึ้นมาพูด, นำเสนอ, พูด หรือกล่าวถึง

  • She brought up her children quite well and gave them good education as well.

(เธอเลี้ยงดูลูกอย่างดีมาก  และให้การศึกษาพวกเขาอย่างดีเช่นกัน)

  • I will bring up my proposal at the next meeting.

(ผมจะนำข้อเสนอของผมขึ้นมาพูดในการประชุมคราวหน้า)

  • At the class meeting Jack brought up the idea of a picnic.

(ที่การประชุมของชั้นเรียน  แจ๊คพูดถึงความคิดเรื่องการไปปิกนิก)  (ที่จะจัดขึ้นในอนาคต)

 

5. “Call on”  -  แวะเยี่ยม (คน)

  • I called on one of my old friends at the college when I went to New York last summer.

(ผมแวะเยี่ยมเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่ง  เมื่อผมไปนิวยอร์กหน้าร้อนปีที่แล้ว)

  • She will call on me tomorrow.

(เธอจะแวะมาเยี่ยมผมวันพรุ่งนี้)

  • Mrs. Betty was not at home when I called on her.

(มิสซิสเบ็ตตี้ไม่อยู่บ้านเมื่อผมแวะไปเยี่ยมเธอ)

 

6. “Call at”  -  แวะ (สถานที่)

  • Please call at my house first.

(โปรดแวะที่บ้านผมก่อน)

  • He called at her house last night.

(เขามาแวะที่บ้านเธอเมื่อคืนนี้)

 

7. “Explain something to someone”  -  อธิบายอะไรให้ใครฟัง

  • Please explain this maths problem to me.

(โปรดอธิบายโจทย์เลขข้อนี้ให้ผมฟังหน่อย)

  • She explained to the police how the accident occurred.

(เธออธิบายให้ตำรวจฟังว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร)

 

8. “Introduce (someone) to (someone)”  -  แนะนำใครให้รู้จักกับใคร, แนะนำให้รู้จักกับ

  • I introduced her to my parent last week.

(ผมแนะนำเธอให้รู้จักกับพ่อแม่ของผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She will introduce me to the company’s manager.

(เธอจะแนะนำผมให้รู้จักกับผู้จัดการของบริษัท)

  • He introduced his daughter to the pleasure of reading.

(เขาแนะนำลูกสาวให้รู้จักกับความเพลิดเพลินของการอ่าน)

  • The company has introduced the latest production technology to its staff.

(บริษัทได้แนะนำเทคโนโลยีการผลิตล่าสุดให้กับพนักงานของบริษัท)

 

9. “Be certain of”  -  แน่ใจ

  • Are you certain of the date?

(คุณแน่ใจหรือว่า  วันเดือนปีนั้นถูกต้อง)

 

10. “Take down”  -  จด, เขียน, บันทึก

  • The student took down everything the teacher said.

(เด็กนักเรียนคนนั้นจดทุกอย่างที่ครูพูด)

  • You had better take my address down.

(คุณควรจดที่อยู่ของผมไปดีกว่านะ)

  • She took down her boss’s remarks in shorthand.

(เธอจดคำพูดของเจ้านายโดยเชาวเลข)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 14)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Come across”  =  พบหรือเจอโดยบังเอิญ

  • Searching in the library, I came across an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผมพบโดยบังเอิญต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)  (เจอต้นฉบับฯโดยบังเอิญ)

 

2. “Under one’s arm”  =  หนีบอยู่ใต้รักแร้ของเขา

  • He came into the room, with a newspaper under his right arm.

(เขาเดินเข้ามาในห้อง  โดยมีหนังสือพิมพ์หนีบอยู่ใต้รักแร้ข้างขวา)

 

3. “In one’s hand”  =  อยู่ในมือของเขา

  • The teacher had a book in her left hand and a pen in her right.

(คุณครูมีหนังสืออยู่ในมือข้างซ้าย  และปากกาอยู่ในมือขวา)

 

4. “Under pressure”  -  ภายใต้ความกดดัน

  • You can’t do a good job if you do it under pressure.

(คุณทำงานไม่ได้ดี  ถ้าคุณทำมันภายใต้ความกดดัน)

 

5. “Under treatment”  -  ได้รับการเยียวยารักษา

  • He is under treatment for an ulcer.

(เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย)

 

6. “Children under 12”  -  เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒

  • Children under 15 are not allowed to enter the competition.

(เด็กอายุต่ำกว่า  ๑๕  มิได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขัน)

 

7. “During”  -  ในระหว่าง

  • During the heavy storm, a number of houses were severely devastated by it.

(ในระหว่างพายุจัด  บ้านจำนวนมากถูกทำลายอย่างรุนแรงโดยมัน)

  • Did you meet my sister during our stay in Tokyo?

(คุณพบน้องสาวของผม ในระหว่างที่คุณพักในโตเกียวหรือเปล่า)

  • During the lecture professor Woods spoke on various topics.

(ในระหว่างเล็คเชอร์  อาจารย์วูดส์พูดหลายหัวข้อ)

  • During the rain Jim went under a tree for a shelter.

(ระหว่างฝนตก  จิมเข้าใต้ต้นไม้เพื่อหาที่หลบฝน)

 

8. “Instead of (= In place of = In lieu (ลู) of)   -  แทนที่จะ

  • Instead of going home to his wife, he took his secretary to the cinema.

(แทนที่จะกลับบ้านไปหาภรรยา  เขาพาเลขาฯ ของเขาไปดูหนัง)

  • I wore mittens instead of (= in place of = in lieu (ลู) of) gloves.

(ผมสวมถุงมือแบบปล่อยให้นิ้วโผล่ออกมาแทนถุงมือแบบคลุมนิ้ว)

  • The grown-ups had coffee but the children wanted milk instead of

(= in place of = in lieu of) coffee.

(ผู้ใหญ่ดื่มกาแฟ  แต่เด็กๆต้องการนมแทนกาแฟ)

  • The boys went fishing instead of (= in place of = in lieu of) going to school.

(พวกเด็กผู้ชายไปตกปลาแทนที่จะไปโรงเรียน)

  • The Vice-President talked at the meeting instead of (= in place of = in lieu of) the President, because the President was sick.

(รองประธานาธิบดีกล่าวในที่ประชุมแทนท่านประธานาธิบดี  เพราะว่าท่านประธานา        ธิบดีป่วย)

  • The magician appeared on the program instead of (= in place of = in lieu of) a singer.

(นักมายากลปรากฏตัวในรายการแทนนักร้อง  -  เนื่องจากนักร้องป่วยหรือติดภารกิจ)

 

9. “In case of”  -  ในกรณีที่

  • There is a fire extinguisher on every floor in case of fire.

(มีเครื่องดับเพลิงอยู่ทุกชั้น (ของอพาร์ตเมนต์-โรงแรม) ในกรณีที่เกิดไฟไหม้)  (คือมีเตรียมไว้เผื่อเกิดไฟไหม้)

  • In case of fire, take an emergency exit.

(ในกรณีที่เกิดไฟไหม้  ให้ใช้ทางออกฉุกเฉิน)

  • Take your umbrellas in case of rain.

(เอาร่มของคุณติดไปด้วยนะ  เผื่อฝนตก)

  • The wall was built along the river in case of floods.

(กำแพงถูกสร้างขึ้นตามฝั่งแม่น้ำเพื่อป้องกัน (หรือในกรณีที่เกิด) น้ำท่วม)

 

10. “Before”  -  ก่อน

  • She will leave the room before we finish the meeting.

(เธอจะออกจากห้องก่อนเราประชุมเสร็จ)

  • Turn off the light before you go out.

(จงปิดไฟก่อนคุณออกไปข้างนอก)

  • Before he could say anything, she returned his wedding ring to him.

(ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมา  เธอก็คืนแหวนแต่งงานให้เขาไป)  (เธอเลิกล้มแผนแต่งงานกับเขา)

 

11.  “After”  -  หลัง

  • We will start our work after we discuss with our boss.

(เราจะลงมือทำงานหลังจากเราปรึกษากับหัวหน้าของเรา)

  • After you have finished (หรือ finish) your report, submit it to your professor.

(เมื่อคุณเขียนรายงานเสร็จแล้ว  ส่งมันให้อาจารย์ของคุณ)

  • Lock the door after you come in.

(จงล็อคประตู  หลังจากคุณเข้ามาข้างในแล้ว)

 

12. “Die of”  -  ตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ, ตายด้วยความหิว-กระหาย-เบื่อหน่าย อย่างมาก

In former times the people of Thailand often died of cholera (ค้อล-เลอะ-ร่ะ).

(ในสมัยก่อน  คนไทยมักตายด้วยอหิวาตกโรค)

  • People who get lost in the desert are likely to die of thirst.

(ผู้คนที่หลงทางในทะเลทราย  อาจตายด้วยความกระหายน้ำอย่างมาก)

  • I haven’t eaten anything for the whole day and I’m dying of hunger

(ผมไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน  ผมกำลังจะตายด้วยความหิวอย่างมาก)

  • We had nothing to do at the refugee camp and nearly died of boredom

(เราไม่มีอะไรทำที่ค่ายผู้ลี้ภัย  และเกือบจะตายด้วยความเบื่ออย่างมาก)

 

13. “Die away” (= Die down)  -  {(เสียงหัวเราะ, ลม) ลดความดังหรือความรุนแรงลง, (เสียง) ค่อยๆแผ่วเบาลงและเงียบไปในที่สุด}

  • The wind died down.

(ลมหยุดพัด)

  • The music died away.

(ดนตรีค่อยๆแผ่วเบาลงและเงียบไปในที่สุด)

  • He waited until their excitement had died down.

(เขารอจนกระทั่งคนพวกนั้นหายตื่นเต้น)

  • His mother’s anger died away.

(ความโกรธของแม่ของเขาค่อยๆลดลงและหมดไป)

 

14. “Die out”  -  สูญพันธุ์, ตายหรือหายไปอย่างช้าๆ

  • This kind of bird is dying out.

(นกชนิดนี้กำลังจะสูญพันธุ์)

  • If you pour salt water on grass, it dies out.

(ถ้าคุณเทน้ำเกลือลงบนหญ้า  มันจะตายอย่างช้าๆ)

  • The American colonists started colleges so that learning would not die out.

(ชาวอาณานิคมในอเมริกาเริ่มต้นวิทยาลัย  เพื่อที่ว่าการเรียนรู้จะได้ไม่สาบสูญไป)  (เนื่องจากคนพวกนี้อพยพมาจากยุโรป  ซึ่งมีมหาวิทยาลัยมากมาย  พออพยพมาตั้งอาณานิคมในอเมริกา  จึงจัดตั้งวิทยาลัย  เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อพยพ  โดยหวังว่าความรู้ด้านต่างๆจะไม่สูญหายไป)

 

15. “Regardless of” (= Without regard to)  -  โดยไม่คำนึงถึง (ว่า), โดยไม่สนใจ (ว่า)

  • He has kept on working, regardless of (= without regard to) being told to stop.

(เขาทำงานต่อไปโดยไม่คำนึงถึงว่า (โดยไม่สนใจว่า) ถูกบอกให้หยุดทำ)

  •  If they are determined to strike, they will do so regardless of (= without regard to) what the law says.

(ถ้าพวกเขามุ่งมั่นที่จะนัดหยุดงาน  เขาก็จะทำมันโดยไม่คำนึงถึงว่า (โดยไม่สนใจว่า) กฎหมายว่าไว้อย่างไร)

  • She was injured in a car accident but she carried on her work regardless of (= without regard to) the pain.

(เธอได้รับบาดเจ็บในอุบัติเหตุทางรถยนต์  แต่เธอก็ทำงานต่อไปโดยไม่คำนึงถึง (โดยไม่สนใจ) ความเจ็บปวด)

 

16. “Keep up with” (= Catch up with)  -  ตามทัน, ไล่ทัน, แข่งขันกับ, ไม่ล้าหลัง

  • They are trying to keep up with (catch up with) the advances of science.

(พวกเขากำลังพยายามที่จะตามทัน (ไล่ทัน, แข่งขันกับ) ความก้าวหน้าทางด้านวิทยา ศาสตร์)

 

17. “Carry on with”  -  ดำเนินต่อไปกับ

  • In spite of the problems, the engineers are going to carry on with the project. 

(ทั้งๆที่มีปัญหา  วิศวกรก็จะดำเนินต่อไปกับโครงการ)  (คือ  ดำเนินโครงการต่อไป) 

 

18. “In the middle of”  -  อยู่ตรงกลาง, ตรงกลาง

  • They placed the books in the middle of the room.

(พวกเขาวางหนังสือไว้กลางห้อง)

  • In the middle of the lawn was a great cedar tree.

(กลางสนามหญ้ามีต้นซีดาร์ต้นใหญ่ต้นหนึ่ง)

  • Bob was standing in the middle of the room.

(บ๊อบกำลังยืนอยู่กลางห้อง)

  • She sat down in the middle of the front row.

(เธอนั่งอยู่ตรงกลางแถวหน้า)

 

19. In (From) the direction of  -  ใน (จาก) ทิศทางของ

  • A very loud noise came from the direction of the kitchen.

(เสียงดังมากมาจากทิศทางของครัว)  (เสียงดังมาจากในครัว)

  • They were going in the direction of London.

(พวกเขากำลังไปในทิศทางของลอนดอน)  (เขามุ่งไปทางลอนดอน)

 

20. “On foot”  -  โดยทางเท้าหรือเดินไป

  • When Jim was young, he went to school on foot.

(เมื่อจิมเป็นเด็ก  เขาเดินไปโรงเรียน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 13)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Be frightened by”  -  ตกใจ, กลัว, วิตกกังวล

  • Mr. Brown, as an experienced politician, is not easily frightened by the threats of his opponent.

(มิสเตอร์บราวน์  -  ในฐานะนักการเมืองที่มีประสบการณ์  -  ไม่ตื่นตกใจง่ายๆ กับคำขู่ของฝ่ายตรงข้าม)

  • Most new mountain climbers are likely to be frightened by the force of the blizzard.

(นักปีนเขาหน้าใหม่ส่วนใหญ่อาจจะตกใจ (วิตก) กับความรุนแรงของพายุหิมะ)

  • She was frightened by the situation.

(เธอตกใจ (วิตก) กับสถานการณ์)

  • The horse was so frightened by the thunder that it galloped down the road.

(ม้าตกใจกับเสียงฟ้าร้องมาก  จนกระทั่งมันวิ่งห้อไปตามถนน)

 

2. “Be frightened of”  -  ๑. สะดุ้งตกใจกลัว  ๒. วิตกกังวลเกี่ยวกับบางอย่าง

                    ๑. สะดุ้งตกใจกลัว 

  • When you were a child, were you afraid of the dark?

(ตอนคุณเป็นเด็ก  คุณกลัวความมืดหรือเปล่า)

                    ๒. วิตกกังวลเกี่ยวกับบางอย่าง

  • I was frightened of making a fool of myself.

(ผมวิตกกังวลว่าได้ทำอะไรโง่ๆลงไป)

 

3. “Frighten away”  -  ทำให้ตกใจกลัวและหนีไป

  • He waved his torch to frighten away some animals, probably a hyena.

(เขาโบกคบเพลิงไปมาเพื่อทำให้สัตว์บางชนิด  -  อาจเป็นไฮยีนา  - ตกใจกลัวและหนีไป

 

4. “Frightened off”  -  ๑. ทำให้ตกใจกลัวและหนีไป   ๒. ทำให้วิตกกังวลจนไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับบุคคลหรือกิจกรรม

                    ๑. ทำให้ตกใจกลัวและหนีไป   

  • We were waving our arms to frighten the donkeys off the premises.

(เรากำลังโบกแขนของเราเพื่อทำให้เจ้าลาพวกนั้นตกใจและหนีไปจากบริเวณบ้าน  -  หรือสถานที่)

                    ๒. ทำให้วิตกกังวลจนไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับบุคคลหรือกิจกรรม

  • I suppose you’ve been frightened off attempting any more partnerships.

(ผมคาดคะเนว่าคุณวิตกกังวลจนเลิกความพยายามที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนอีกต่อไป)

 

5. Be pleased with”  -  ยินดี, พอใจ, มีความสุข

  • She is pleased with her new workplace.

(เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่)

  • I’m not pleased with your attitude.

(ผมไม่พอใจกับทัศนคติของคุณ)

  • Bill was pleased with his grade.

(บิลพอใจกับคะแนนของเขา)

  • He was pleased with my progress.

(เขายินดี-พอใจกับความก้าวหน้าของผม)

  • She looked (was) pleased with herself.

(เธอมีท่าทางมีความสุขกับตัวเอง)  (เธอมีความสุขกับบางอย่างที่เธอทำ  และภูมิใจในตัวเอง)

 

6. “Be pleased + To + Verb 1”  -  ยินดี, พอใจ, มีความสุข, เต็มใจอย่างยิ่ง  (ที่ได้ทำ หรือจะทำอะไรบางอย่าง)

  • I’m pleased to work with you.

(ผมยินดีที่ได้ทำงานกับคุณ)

  • She was pleased to have all her children come to live with her.

(เธอยินดี-มีความสุขที่ลูกๆทุกคนมาอยู่กับเธอ)

  • I am so pleased to have seen you again.

(ผมยินดี-มีความสุขอย่างมากที่ได้พบคุณอีก)

  • They’ll be pleased to let someone else take the risk.

(พวกเขาจะเต็มใจอย่างยิ่งที่ให้คนอื่นรับความเสี่ยง)

  • The local hospital will always be pleased to accept them.

(โรงพยาบาลท้องถิ่นจะเต็มใจอย่างยิ่งเสมอที่จะยอมรับพวกเขา)  (เข้าทำงาน หรือ เข้ารับการรักษา)

 

7. “Be popular with”  -  เป็นที่นิยมชมชอบ

  • Holiday camps are popular with married couples with young children. 

(ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ)

  • Swimming is very popular with all ages.

(การว่ายน้ำเป็นที่นิยมอย่างมากกับคนทุกวัย)

  • She is very popular with the general public.

(เธอเป็นที่นิยมอย่างมากกับสาธารณชน)  (เธอเป็นนักการเมือง  ดาราภาพยนตร์  นักเขียนคอลัมน์  ฯลฯ)

 

8. “Be satisfied with”  -  พอใจกับ

  • The company is satisfied with its employees’ performance.

(บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน)

  • The manager is satisfied with his secretary’s work.

(ผู้จัดการพอใจกับงานของเลขาฯของตน)

  • He was well satisfied with the success of the aircraft.

(เขาพอใจอย่างยิ่งกับความสำเร็จของเครื่องบินลำนั้น)

  • She and her husband were satisfied with this small village.

(เธอและสามีพอใจกับหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้)

 

9. “Be familiar with  -  คุ้นเคยกับ, ชินกับ, สนิทสนมกับ

  • He is not familiar with his new neighbors.

(เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่)

  • I’m not familiar with her accent.

(ผมไม่คุ้นเคยกับสำเนียงของเธอ)

  • She is familiar with my work.

(เธอคุ้นเคยกับงานของผม)

  • The new minister is becoming familiar with affairs of state.

(ท่านรัฐมนตรีหน้าใหม่กำลังเริ่มคุ้นเคยกับงานของรัฐ)

  • He is easily familiar with people he meets for the first time.

(เขาสนิทสนมอย่างง่ายดายกับผู้คนที่เขาพบเจอเป็นครั้งแรก)

 

10. “Be (Get) Angry with”  -  โกรธ (คน)

  • She was angry with her best friend.

(เธอโกรธเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ)

  • Are you angry with me?

(คุณโกรธผมหรือเปล่า)

  • He was angry with Sally for accusing him of stealing her book.

(เขาโกรธแซลลี่ที่กล่าวหาเขาว่าขโมยหนังสือของเธอไป)

  • The mother got angry with James for not helping do housework.

(แม่โกรธเจมส์ที่ไม่ช่วยทำงานบ้าน)

 

11. “Be (Get) angry at หรือ about  โกรธ (คำพูด, คำวิจารณ์, ฯลฯ)

  • She was angry at Jim’s statement.

(เธอโกรธคำพูดของจิม)

  • He was angry at his colleague’s unfair criticism.

(เขาโกรธคำวิจารณ์ที่ไม่เป็นธรรมของเพื่อนร่วมงาน)

  • People are often angry about many foolish things.

(= People often get angry about many foolish things.)

(ผู้คนมักโกรธสิ่งโง่ๆหลายๆอย่างอยู่บ่อยๆ)

  • The boss was angry about what Tom had said.

(เจ้านายโกรธในสิ่งที่ทอมพูด)

 

12. “Be patient with  อดทนกับ, อดทนอดกลั้นต่อ

  • His parents are very patient with him.

(พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก)

  • Good parents should be patient with their children.

(พ่อแม่ที่ดีควรอดทนอดกลั้นกับลูกๆของตน)

  • The teacher was no longer patient with him and his excuses.

(ครูไม่อดทนกับเขาและคำแก้ตัวของเขาอีกต่อไป)

 

13. Be friendly with”  -  เป็นมิตรกับ

  • She is friendly with everyone she meets.

(เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ)

  • A salesman got friendly with him.

(พนักงานขายเป็นมิตรกับเขา)

 

14. Be content with  -  พอใจกับ

  • She is not content with these explanations.

(เธอไม่พอใจกับคำอธิบายเหล่านี้)

  • We should be content with what we have.

(เราควรพอใจกับสิ่่งที่เรามี)

  • Is she content with her grade?

(เธอพอใจกับคะแนนของเธอหรือเปล่า)

 

15. “Be content + To + Verb 1”  -  เต็มใจหรือพอใจที่จะ..........

  • Alfred was not content to be a clerk all his life.

(อัลเฟรดไม่เต็มใจที่จะเป็นเสมียนไปตลอดชีวิต)

  • A few were content to pay the fines.

(น้อยคนเต็มใจที่จะจ่ายค่าปรับ)

  • It seems that he is content to resume his work until it is finished.

(มันดูเหมือนว่าเขาเต็มใจ (พอใจ) ที่จะทำงานต่อไปจนกระทั่งเสร็จ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 12)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Get over”  -  ๑. ฟื้นหรือหายจาก (ไข้, ความเจ็บป่วย, ความผิดหวัง),  ๒. เอา ชนะหรือมีชัยต่อ (ความยากลำบาก, การต่อต้าน-คัดค้าน)  ๓. ยอมรับหรือลืม (ความโศกเศร้า, ความประหลาดใจ๔. ทำให้เข้าใจหรือยอมรับ  ๕. ทำเสร็จสิ้น, ทำจนจบ     ๖. ผ่านไป (บนถนน)

                    ๑. ฟื้นหรือหายจาก (ไข้, ความเจ็บป่วย, ความผิดหวัง)

  • Kim’s father has got over his illness.

(พ่อของคิมหายป่วยแล้ว)

  • I’ve got over the shock now.  I feel much better.

(ผมหายตกใจแล้วขณะนี้  ผมรู้สึกดีขึ้นมาก)

  • The man returned to work after he got over his illness.

(ชายคนนั้นกลับมาทำงาน  หลังจากเขาหายป่วย)

  • Have you got over the shock?

(คุณหายตกใจหรือยังครับ)

  • George did not get over his homesickness for some time.

(จอร์ชไม่หายคิดถึงบ้านอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง)

  • She is just getting over mumps.

(เธอกำลังหายป่วยจากโรคคางทูม)

                    ๒. เอาชนะหรือมีชัยต่อ (ความยากลำบาก, การต่อต้าน-คัดค้าน)

  • I hope my explanation will get over your objections to the proposal.

(ผมหวังว่าคำอธิบายของผมจะเอาชนะการคัดค้านของคุณต่อข้อเสนอนี้)  (หวังว่าคำอธิบายจะทำให้คุณเลิกคัดค้านข้อเสนอ)

  • One mother got over this problem by leaving her baby with someone else.

(แม่คนหนึ่งเอาชนะปัญหานี้โดยการทิ้งลูกน้อยของเธอไว้กับคนอื่น)  (คือ  ทิ้งลูกไว้ให้คนอื่นเลี้ยงแทนตน)

                     ๓. ยอมรับหรือลืม (ความโศกเศร้า, ความประหลาดใจ)

  • It is hard to get over the death of a member of your family.

(มันยากที่จะลืม (ยอมรับ) ความเศร้าโศกเสียใจของคุณ  เมื่อสมาชิกในครอบครัวตาย)

                    ๔. สื่อสารเพื่อให้ได้รับความเข้าใจ, ทำให้เข้าใจ, เข้าใจ

  • We could not get over the speed of Mary’s recovery from pneumonia.

(เราไม่สามารถเข้าใจความรวดเร็วของการฟื้นไข้จากโรคปอดบวมของแมรี่)  (เราประหลาดใจอยู่เป็นเวลานาน  เพราะแมรี่หายป่วยเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ)

  • He got his meaning over to Tom at the fourth time of trying.

(เขาสื่อสารเพื่อทำให้ทอมเข้าใจความหมาย (ของสิ่งที่เขาพูด) ในความพยายามเป็นครั้งที่สี่)  (ต้องพูดถึง  ๔  หน  เขาจึงสามารถทำให้ทอมเข้าใจได้)

  • The teacher got over the idea of subtraction to the students.

(ครูทำให้เข้าใจความคิดเรื่องการลบเลขแก่นักเรียน)  (ครูทำให้นักเรียนเข้าใจการลบเลข)

                    ๕. ทำเสร็จสิ้น, ทำจนจบ

  • Jim worked fast to get his lesson over.

(จิมทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อให้จบบทเรียน)

                    ๖. ผ่านไป (บนถนน)

  • It was hard to get over the muddy road.

(มันยากที่จะเดินทางผ่านไปบนถนนที่เป็นโคลน)

 

2. “Get rid of”  -  กำจัด, ขจัด, ละทิ้ง, ทำลาย

  • I don’t know why they want to get rid of me.

(ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาจึงต้องการกำจัดผม)  (ทำให้ผมพ้นจากตำแหน่ง  หรือพ้นไปจากที่นี่)

  • You must get rid of such a silly idea.

(คุณจะต้องละทิ้งความคิดโง่ๆ แบบนั้น)

  • The body gets rid of excess water through the urine.

(ร่างกายกำจัดน้ำส่วนเกินผ่านทางน้ำปัสสาวะ)

  • How do they get rid of rats and mice?

(คุณกำจัด-ทำลายพวกหนูด้วยวิธีไหน)

  • It is not easy to get rid of a bad habit.

(มันไม่ง่ายที่จะละทิ้ง-ขจัดนิสัยเลวๆ)

  • Betty started to worry about how to get rid of her guests.

(เบ็ตตี้เริ่มวิตกเกี่ยวกับว่าจะกำจัดแขกของเธออย่างไร)  (ทำอย่างไร  แขกจึงจะกลับเสียที)

  • We had to get rid of the director.

(เราจำเป็นต้องกำจัดผู้อำนวยการคนนี้)  (ทำให้เขาพ้นไปจากที่นี่  หรือถูกส่งไปอยู่ที่อื่น)

  • She wanted to get rid of her old car and buy a new one.

(เธอต้องการขายรถยนต์คันเก่าของเธอ  และซื้อคันใหม่)

  • Do your best to get rid of the children.

(ทำของคุณให้ดีที่สุดเพื่อให้ลูกอยู่ห่างๆคุณ)  (ไม่มารบกวนสมาธิคุณเวลาทำงาน)

  • We were glad to get rid of our neckties and overcoats.

(เราดีใจที่ได้ขจัด (ไม่ต้องสวม) เน็คไทและเสื้อนอก)  (ดีใจที่ไม่ต้องผูกเน็คไทและสวมเสื้อนอก)

  • You should try to get rid of your inhibitions.

(คุณควรพยายามขจัด (ละทิ้ง) นิสัยเก็บกดของคุณให้หมดไป)

 

3. “Convince someone of something”  -  ทำให้ใครเชื่อ (มั่นใจ) ในเรื่อง............

  • These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.

(ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา)

  • I understand your criticism, but I am not totally convinced of it.

(ผมเข้าใจคำวิจารณ์ของคุณ  แต่ผมไม่เชื่อมันทั้งหมดนะ)  (เชื่อเพียงบางส่วนเท่านั้น)

  • She was convinced of her mother’s innocence.

(เธอมั่นใจในความบริสุทธิ์ของแม่ของเธอ)

 

4. “Convince someone + To +Verb 1”  -  ชักจูงใครให้ทำอะไรบางอย่าง

  • Powerful advertising can convince people to buy almost anything.

(การโฆษณาที่มีพลัง  สามารถชักจูงให้ผู้คนซื้อเกือบทุกอย่าง)

  • They made a massive attempt to convince the Thai people to boycott the election.

(พวกเขาใช้ความพยายามอย่างมากมาย  ที่จะทำให้คนไทยไม่ไปเลือกตั้ง)

 

5. “Disapprove of”  -  ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วยกับ

  • The other members disapproved of his methods.

(สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา)

 

6. “Be assured of”  -  (ถูกทำให้) มั่นใจหรือเชื่อมั่นใน

  • After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.

(หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย

  • Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.

(ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ)

 

7. “Buy something for someone”  -  ซื้ออะไรให้ใคร

  • I bought a present for her on her birthday.

(ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด)

 

8. “Wait for”  -  รอคอย, พร้อมให้ใช้ (งาน), พร้อมที่จะทำ (งาน)

  • They were waiting for their old friends at the airport. 

(พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน)

  • We’re waiting for a bus.

(เรากำลังรอรถประจำทาง)

  • He waited patiently for her.

(เขารอคอยเธออย่างอดทน)

  • I’ll wait for Jimmy here to catch up with me.

(ผมจะรอจิมมี่ที่นี่  เพื่อให้เขาตามผมทัน)

  • His bicycle waited for him at the station.

(รถจักรยานของเขาพร้อมให้เขาใช้งานอยู่ที่สถานี)

  • I’ve a lot of work waiting for me.

(ผมมีงานมากมายรอผมอยู่)  (ผมมีงานเตรียมพร้อมให้ต้องทำเยอะแยะ)

 

9. “Wait on  หรือ  upon”  -  รับใช้, ให้บริการ

  • They wait on you very well in this shop.

(พวกเขารับใช้-ให้บริการคุณดีมากในร้านนั้น)

  • Jane has a summer job waiting on an invalid.

(เจนมีงานทำในหน้าร้อน คือคอยรับใช้คนป่วย)

  • I like salesgirls who wait on me courteously.

(ฉันชอบพนักงานขายสาว  ผู้ซึ่งให้บริการฉันอย่างสุภาพ)

  • The women were very eager to wait on his table.

(ผู้หญิงพวกนั้นกระตือรือร้นทีจะไปเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะเขา)  (เขาเป็นดาราภาพยนตร์ชื่อดัง)

 

10. “Wait up”  -  รออยู่จนดึกดื่น, ถ่างตาคอย

  • She told her parents not to wait up for her.

(เธอบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องรอเธอ (กลับบ้าน) จนดึกดื่น)

  • I will be late tonight.  Don’t wait up for me.

(ผมจะกลับช้าคืนนี้  ไม่ต้องถ่างตาคอยผมนะ)

  • She said that you shouldn’t bother to wait up for her.

(เธอพูดว่า  คุณไม่ต้องเดือดร้อนถ่างตารอเธอ)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 11)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Ask for”  -  ๑. เรียกร้อง (ราคาสินค้า), คิดราคา,   ๒. ขอพูดกับ,   ๓. ขอ (เงิน, คำแนะนำ ฯลฯ),   ๔.  เรียกหา (เรื่อง, ความยุ่งยาก), เชื้อเชิญ (ปัญหา, ความยุ่งยาก)

          ๑. เรียกร้อง (ราคาสินค้า), คิดราคา

  • What price do you ask for this car?

(คุณคิดราคาเท่าไรสำหรับรถคันนี้)

  • They asked a lot of money for that old house.

(พวกเขาเรียกเงิน (คิดราคา) มากมายสำหรับบ้านเก่าหลังนั้น)

          ๒. ขอพูดกับ

  • James’s parents went to school and asked for the headmaster.

(พ่อแม่ของเจมส์ไปโรงเรียน  และขอพูดกับอาจารย์ใหญ่)

  • My mother said that Tom had called asking for me.

(แม่ของผมบอกว่าทอมโทรศัพท์มาจะขอคุยกับผม)

          ๓. ขอ (เงิน, คำแนะนำ ฯลฯ)

  • She asked for a drink of water.

(เธอขอดื่มน้ำ)

  • I asked for help with my project.

(ผมขอความช่วยเหลือในโครงการของผม)

  • He asked me for some money.

(เขาขอเงินผม)

  • I asked my parents for some advice.

(ผมขอคำแนะนำจากพ่อแม่)

  • The child didn’t ask for the cake; he just took it.

(เด็กไม่ได้ขอเค้ก  เขาหยิบมันไปโดยไม่บอกกล่าว) 

          ๔.  เรียกหา (เรื่อง, ความยุ่งยาก), หาเรื่องเดือดร้อน,  เชื้อเชิญ (ปัญหา, ความยุ่งยาก)

  • We are not here to ask for trouble

(เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะหาเรื่องเดือดร้อน)

  • So you refuse to apologize.  Very well, you’ve asked for it.

(หมายความว่าคุณไม่ยอมขอโทษใช่ไหม  ดีละ  คุณเรียกหาเรื่องเดือดร้อนเองนะ)

  • You’re really asking for trouble speaking to me like that.

(คุณช่างหาเรื่องเดือดร้อนเสียจริงๆ ที่พูดกับผมแบบนั้น)

  • Mark drives fast on worn-out tires; he is asking for trouble.

(มาร์คขับรถเร็วด้วยรถที่มียางเก่าชำรุด  เขากำลังหาเรื่องเดือดร้อน)  (ยางรถอาจจะระเบิด  และเกิดอันตรายขึ้นกับมาร์ค)

  • The workman lost his job, but he asked for it by coming to work drunk several times.

(คนงานคนนั้นตกงาน  แต่เขาเชื้อเชิญ (หาเรื่องเดือดร้อน) มันเองโดยการมาทำงานทั้งๆเมาหลายครั้งหลายหน)  (เขาทำให้ตนเองต้องตกงาน เพราะมาทำงานทั้งๆที่เมา)

 

2. “Ask after”  -  ถามข่าวคราว, ถามถึง, ถามสารทุกข์สุขดิบ

  • I met Susan at the party; she asked after you.

(ผมพบซูซานที่งานเลี้ยง  เธอถามถึงคุณ)  (ว่าสบายดีหรือเปล่า)

  • I saw Mrs. Simpson in the supermarket.  She asked after you.

(ผมเจอมิสซิสซิมสันที่ซูเปอร์มาเกต  เธอถามถึงคุณ)

  • She asked after my father.

(เธอถามถึงพ่อของผม)  (ว่าเป็นอย่างไรบ้าง)

 

3. “Call back”  -  ๑. โทรศัพท์ไปใหม่อีกครั้ง, โทรฯกลับไปหา  ๒. ขอให้กลับมา, เรียกให้กลับมา

          ๑. โทรศัพท์ไปใหม่อีกครั้ง, โทรฯ กลับไปหา

  • Why didn’t you call him back in an hour?

(ทำไมคุณไม่โทรฯ ไปหาเขาใหม่อีกครั้งภายใน    ชั่วโมง)

  • I told him I would call him back when I had some news.

(ผมบอกเขาว่าผมจะโทรฯ ไปหาเขาใหม่อีกครั้ง  เมื่อผมมีข่าวคราว)

  • Would you ask Mr. Smith to call me back as soon as possible?

(คุณจะกรุณาขอให้มิสเตอร์สมิธโทรฯ กลับไปหาผมโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ได้ไหมครับ)

          ๒. ขอให้กลับมา, เรียกให้กลับมา

  • I was just leaving when my friend called me back.

(ผมกำลังออกไปได้นิดเดียว  เมื่อเพื่อนเรียกให้ผมกลับมา)

 

4. “By his/her bed”  -  ข้างหรือใกล้เตียงของเขา/เธอ

  • I sat by her bed.

(ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)

 

5. “By the time”  -  ขณะที่, ในเวลาที่, ราวๆ เวลาที่

By the time I went to bed, I was absolutely exhausted. 

(ในเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)

 

6. “Be disappointed in (หรือ by)  -  ผิดหวังในเรื่อง, ผิดหวังกับ

  • The mayor was disappointed in the result of the election.

(นายกเทศมนตรีผิดหวังในผลการเลือกตั้ง)

  • The staff were disappointed in (by) the manager’s answer.

(พนักงานผิดหวังกับคำตอบของผู้จัดการ)

  • The players were disappointed in (by) the result of the football match.

(ผู้เล่นผิดหวังกับผลการแข่งขันฟุตบอล)

 

7. “Be disappointed to + Verb 1”  -  ผิดหวังที่............

  • Mr. Alfred was disappointed to find no one at home.

(มิสเตอร์อัลเฟรดผิดหวังที่พบว่าไม่มีใครอยู่บ้าน)

  • I was disappointed to learn that Bill and Harvey couldn’t come to my party.

(ผมผิดหวังที่รู้ว่าบิลและฮาร์วีไม่สามารถมางานเลี้ยงของผม)

 

8. “In recent years”  -  ในช่วงไม่กี่ปีมานี้

  • There has been considerable development of the country’s infrastructures in recent years.

(มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมากมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้)

  • In recent years, there have been a large number of tourists coming to Thailand all the time.

(ในช่วงไม่กี่ปีมานี้  มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาประเทศไทยตลอดเวลา)

 

9. “In the meantime (= Meanwhile)  -  ในระหว่างนั้น, ในขณะเดียวกัน

  • Big cuts in the tax on luxury goods benefited only a few.  In the meantime, thousands of families find it hard to make end meet. 

(การลดภาษีอย่างมากมายแก่สินค้าฟุ่มเฟือย  ให้ประโยชน์กับคนเพียงไม่กี่คน  ในขณะเดียวกัน  หลายพันครอบครัวพบว่ายากลำบากที่จะหาให้พอกิน)

 

10. In love”  -  อยู่ในความรัก, กำลังมีความรัก

  • People in love are usually optimistic.

(คนที่กำลังมีความรัก  มักมองโลกในแง่ดีเสมอ)

 

11. “In favor of  -  เห็นด้วย, สนับสนุน

  • Democratic government is always in favor of free speech.

(รัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็นด้วยกับการพูดอย่างเสรี – ของประชาชน – เสมอ)

 

12. “In an effort to”  -  ด้วย (ใน) ความพยายามที่จะ

  • They studied hard in an effort to pass the exam.

(พวกเขาขยันเรียน  ด้วยความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน)

  • In an effort to catch the first bus, she got up earlier than usual.

(ในความพยายามที่จะไปให้ทันรถประจำทางคันแรก  เธอตื่นเช้ากว่าปกติ)

 

13. “Rely on”  -  ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย

  • I can rely on my close friend.

(ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิทของผม)

 

14. “Depend on (upon)”  -  พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่

  • We can depend on our president for his strong leadership.

(เราสามารถพึ่งพาท่านประธานาธิบดี   ในด้านความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของเขา)

  • It depends on you whether you want to stay here or not.

(มันอยู่ที่ (ขึ้นอยู่กับ) คุณว่า  คุณต้องการจะพักอยู่ที่นี่หรือไม่)

 

15. “Insist on (upon)”  -  ยืนกราน, เน้น, ยืนหยัด, ยืนยัน, เรียกร้อง

  • She insisted on going to the party.

(เธอยืนกรานจะไปงานเลี้ยงให้ได้)

  • The old couple insisted on remaining in their home.

(คู่สามีภรรยาชรายืนยันที่จะคงอยู่ในบ้านของตน)

  • The farmer insisted on his rights for the land.

(ชาวนาคนนั้นยืนยันสิทธิของตนในที่ดิน)

  • The speaker did not insist on (upon) that issue.

(ผู้พูดมิได้เน้นย้ำในประเด็นนั้น)

  • He insisted on paying for the meal.

(เขายืนกรานที่จะจ่ายค่าอาหารให้ได้)

  • I insisted on a contract that gave me some sort of security.

(ผมยืนกรานใน (ว่าจะต้องมี) สัญญา  ซึ่งให้ความมั่นคงบางอย่างกับผม)

  • Most universities insist on an interview before they accept a student.

(มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยืนกราน (เรียกร้อง, เน้น) (ว่าจะต้องมี) การสัมภาษณ์  ก่อนที่ตนเองจะรับเด็กนักเรียนเข้าเรียน)

 

16. “On condition that  -  โดยมีเงื่อนไขว่า

  • I will lend you the money on condition that you pay it back in one month. 

(ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน   เดือน)

 

17. “On deposit”  -  (ฝากไว้) ในธนาคาร

  • I have $ 500 on deposit in my account.  

(ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐  ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร)

 

18. “On duty”  -  อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่

  • There is always one teacher on duty during study hour.  

(มีครูอยู่    คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน)  (คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)

 

19. “Under pressure”  -  ภายใต้ความกดดัน

  • You can’t do a good job if you do it under pressure.

(คุณทำงานไม่ได้ดี   ถ้าคุณทำมันภายใต้ความกดดัน)

 

20. “Under repair”  -  กำลังได้รับการซ่อมแซม, อยู่ระหว่างการซ่อมแซม

  • The bridge is under repair.

(สะพานอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 10)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Beware of”  -  ระวัง, โปรดระวัง, ระวังตัว

  • Beware of the dog !

(ระวังสุนัข !)

  • Beware of cheap imitations.

(โปรดระวังของเลียนแบบ (ของปลอม) ราคาถูก)

 

2. “Complain of  หรือ  about”  -  บ่น, อุทธรณ์, ร้องเรียน, ร้องทุกข์, โวยวาย  (ในเรื่อง หรือเกี่ยวกับ)

  • They never complain of (about) their hardship. 

(พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย)

  • Everybody complains about (of) the inconvenience, but nobody does anything about it.

(ทุกคนร้องเรียน (บ่น) เกี่ยวกับความไม่สะดวกสบาย  แต่ไม่มีใครทำอะไรเพื่อจะแก้ไขมัน)

  • Women complain of pressure on them to get jobs.

(ผู้หญิงร้องทุกข์ (บ่น) ในเรื่องแรงกดดันต่อพวกเธอให้ต้องหางานทำ)

  • He complained of (about) pain in the chest.

(เขาร้องเรียน (บ่น) เกี่ยวกับความเจ็บปวดในอก)

 

3. “Complain to + someone”  -  บ่น, อุทธรณ์, ร้องเรียน, ร้องทุกข์  (กับใครบางคน)

  • They complained to me about the noise.

(พวกเขาร้องเรียน (บ่น) กับผมเกี่ยวกับเสียงดัง)

  • Jim complained to the manager about the company’s service.

(จิมร้องเรียน (ร้องทุกข์) กับผู้จัดการ  เกี่ยวกับการ (ให้) บริการของบริษัท)

  • The new secretary complained to her boss that the office was not businesslike.

(เลขานุการคนใหม่ร้องเรียน (ร้องทุกข์) กับเจ้านายของเธอว่า  สำนักงานไม่มีลักษณะเหมือนธุรกิจ)  (คือ  พนักงานทำอะไรเละเทะ ไม่เป็นระเบียบ เหมือนอยู่ที่บ้าน  หรือในห้องส่วนตัว) 

  • The neighbors complained to the police about the noise.

(เพื่อนบ้านร้องเรียน (ร้องทุกข์) กับตำรวจเกี่ยวกับเสียงดัง)

 

4. “Be careful of”  -  ระมัดระวังในเรื่อง

  • She is very careful of her health.

(เธอระวังในเรื่องสุขภาพอย่างมาก)

  • Be careful of the floor.  I’ve just polished it.

(จงระวังพื้นนะ  (มันลื่น)  ผมเพิ่งจะขัดมัน)

 

5. “Be careful about หรือ with  ระมัดระวัง (รอบคอบ) เกี่ยวกับเรื่อง, ไม่ใช้จ่ายเงินโดยไม่จำเป็น

  • Paul warned her to be careful with that.

(พอลเตือนเธอให้ระวังเกี่ยวกับเรื่องนั้น)

  • They had to be very careful about money.

(พวกเขาจำเป็นต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องเงินมาก)  (จะต้องใช้จ่ายเมื่อจำเป็นจริงๆ)

  • He has the reputation for being a little careful with his money.

(เขามีชื่อเสียงในเรื่องมีความรอบคอบอยู่บ้างเกี่ยวกับเรื่องเงิน)  (คือ  ไม่ใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น)

 

6. “Burn up”  -  ๑. ทำให้โมโห, ทำให้โกรธจัด  ๒. ลุกไหม้จนหมด,  ไหม้จนเรียบ,ทำลายหรือถูกทำลายโดยไฟ, เผาจนวอด  ๓. เผาไหม้หรือกิน (เชื้อเพลิง) มาก

  • The way he talks to some of his employees burns me up.

(วิธีที่เขาพูดกับลูกจ้างบางคนของเขา  ทำให้ผมโมโห)

  • The secretary’s remark burned her boss up.

(คำพูดของเลขานุการทำให้เจ้านายของเธอโกรธจัด)

  • His actions always burn me up.

(การกระทำของเขาทำให้ผมโมโหอยู่เสมอ)

  • The boy’s laziness and rudeness burned up his teacher.

(ความเกียจคร้านและหยาบคายของเด็กคนนั้นทำให้ครูของเขาโกรธ)

  • The breakdown of his new car burned Mr. Jones up.

(การตาย (เสีย) ของรถคันใหม่ของเขา  ทำให้มิสเตอร์โจนส์โมโห)

  • The house was burned up in the fire.

(บ้านถูกไฟไหม้จนเรียบ)

  • Betty was burning up old letters.

(เบ็ตตี้กำลังเผาจดหมายเก่าๆจนวอด)

  • The house burned up before the firemen got there.

(บ้านไหม้จนเรียบก่อนที่พนักงานดับเพลิงจะไปถึงที่นั่น)

  • The satellite had burned up on re-entering the atmosphere.

(ดาวเทียมได้ลุกไหม้จนหมด  เมื่อมันเข้ามาสู่บรรยากาศ (ของโลก) อีกครั้ง)

  • An engine burns up fuel.

(เครื่องจักรใช้ (กิน) เชื้อเพลิงมาก)

 

7. “Call down”  -  ตำหนิ, ด่าว่า

  • Don’t call Laura down for that mistake.

(จงอย่าตำหนิลอร่าสำหรับความผิดพลาดนั้น)

  • Tom was called down by his boss for coming late to work.

(ทอมถูกเจ้านายตำหนิที่มาทำงานสาย)

  • The teacher called him down for not submitting his term paper in time.

(ครูตำหนิเขาที่ไม่ส่งรายงานประจำภาคได้ทันเวลา)

  • The headmaster called them down for talking too much in class.

(ครูใหญ่ตำหนิพวกเขาที่คุยมากเกินไปในชั้นเรียน)

 

8. “Call off”  -  งด, ยกเลิก, บอกเลิก, หยุด (กิจกรรม หรือเรื่องที่ได้วางแผนเอาไว้)

  • The football match was called off due to a storm.

(การแข่งขันฟุตบอลถูกยกเลิกเนื่องจากพายุ)

  • Helen had to call off her party because her mother was ill.

(เฮเลนจำเป็นต้องยกเลิกงานเลี้ยง  เพราะแม่ของเธอป่วย)

  • The game was called off on account of darkness.

(การแข่งขันถูกยกเลิกเนื่องจากความมืด)

  • She gave him back his engagement ring and called off the wedding.

(เธอคืนแหวนหมั้นให้เขาไป  และยกเลิกการแต่งงาน)

  • The doctor had to call off all his appointments.

(หมอจำเป็นต้องยกเลิกการนัดหมายทั้งหมดของเขา)

  • The baseball game was called off because of rain.

(กีฬาเบสบอลถูกยกเลิกเนื่องจากฝนตก)

  • When the ice became soft and sloppy, we had to call off the ice-skating party.

(เมื่อน้ำแข็งเริ่มอ่อนตัวและเป็นเลน (โคลน)  เราจำเป็นต้องงด (หยุด) งานเลี้ยงสเกตน้ำแข็ง)  (คือ  เลิกงานเลี้ยงกลางคัน  เพราะกลัวไม่ปลอดภัย  เนื่องจากน้ำแข็งเริ่มละลาย)

 

9. “Call on  หรือ  upon”  -  ๑. แวะไปเยี่ยมคน   ๒. ขอความช่วยเหลือ, เรียกให้ช่วย, เรียกร้อง

  • I’ll call on him tomorrow.

(ผมจะแวะไปเยี่ยมเขาวันพรุ่งนี้)

  • Laura was not at home when I called on her.

(ลอร่าไม่อยู่บ้านตอนผมแวะไปเยี่ยมเธอ)

  • Mr. Brown called on an old friend while he was in the city.

(มิสเตอร์บราวน์แวะไปเยี่ยมเพื่อนเก่า  เมื่อเขาอยู่ในเมือง)  (บราวน์อาศัยอยู่นอกเมือง  เมื่อเขาเข้าเมือง  เขาแวะไปเยี่ยมเพื่อน)

  • He called on a friend to give him money for the bus fare to his home.

(เขาขอความช่วยเหลือจากเพื่อน  เพื่อให้เงินค่ารถประจำทางเพื่อกลับบ้าน)  (เขาขอให้เพื่อนช่วย  เพราะมีเงินไม่พอค่ารถเมล์)

  • Call on Bob if you need help; he’s very kind.

(เรียกบ๊อบนะถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ  เขาใจดีมาก)

  • Necessity calls on our inventiveness.

(ความจำเป็นเรียกร้องให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้นของเรา)

 

10. “Call up”  -  ๑. โทรศัพท์ถึง  ๒. เรียกเข้าประจำการในกองทัพ

  • I called him up to invite him to my birthday party.

(ผมโทรศัพท์ถึงเขา  เพื่อเชิญเขามางานวันเกิดของผม)

  • Someone called me up very late last night.

(ใครบางคนโทรฯมาหาผมดึกดื่นมากเมื่อคืนวาน)

  • Fred wants you to call him up.  He left his number.

(เฟร็ดต้องการให้คุณโทรฯไปหาเขา  เขาทิ้งเบอร์โทรฯไว้ให้)

  • He was called up the day the war began.

(เขาถูกเรียกเข้าประจำการในวันที่สงครามเริ่มต้น)

  • He got his call-up paper on the same day as I did.

(เขาได้รับเอกสารเรียกเข้าประจำการ  ในวันเดียวกับที่ผมได้รับ)  (“Call-up”  =  “เอกสารเรียกเข้าประจำการ”)

  • The government called up troops in the crisis.

(รัฐบาลเรียกกองทหารเข้าประจำการในวิกฤตครั้งนี้)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 9)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. “Behind”  -  อยู่ข้างหลัง

  • My house is behind the post office.

(บ้านของผมอยู่ข้างหลังที่ทำการไปรษณีย์)

  • They parked their car behind some bushes.

(พวกเขาจอดรถไว้ข้างหลังพุ่มไม้)

  • She sat down behind the hedge.

(เธอนั่งลงหลังแนวต้นไม้เตี้ยๆ)

  • Just behind the cottage was a sort of shed.

(ข้างหลังกระท่อมเป็นเหมือนๆกับเพิงเก็บของ  -  หรือโรงรถ)

  • There were two boys sitting behind me on the bus.

(มีเด็กชาย  ๒  คนนั่งอยู่ข้างหลังผม  บนรถประจำทาง)

  • A sound behind him made him turn.

(เสียงข้างหลังเขาทำให้เขาหันมา)

  • Behind Jane is a large mirror.

(ข้างหลังเจนคือกระจกบานใหญ่)

  • I saw it slinking behind the trees.

(ผมเห็นมันเดินอย่างลับๆล่อๆข้างหลังต้นไม้

  • The sun went behind a cloud.

(ดวงอาทิตย์ลอยเข้าไปข้างหลังเมฆ)  (เข้ากลีบเมฆ)

  • In one corner behind a partition was a lavatory.

(ที่มุมหนึ่งข้างหลังฉากกั้น  เป็นห้องน้ำ)

  • Lauren stared at me, her eyes widening behind her rimless glasses.

(ลอเร็นจ้องมองมาที่ผม  ดวงตาของเธอเบิกกว้างอยู่ข้างหลังแว่นตาที่ไร้ขอบ)

 

2. “In front of”  -  ข้างหน้า, ต่อหน้า

  • They climbed up the wall in front of the hospital.

(พวกเขาปีนขึ้นบนกำแพงข้างหน้าโรงพยาบาล)

  • A car drew up in front of the house.

(รถคันหนึ่งมาหยุดอยู่ข้างหน้าบ้าน)

  • I would spend whole evenings just sitting in front of the television set.

(ผมจะใช้เวลาทั้งคืนเพียงแต่นั่ง (ดู) อยู่ข้างหน้าเครื่องรับโทรทัศน์)

  • A barbecued chicken was put in front of them.

(ไก่บาร์บีคิวตัวหนึ่งถูกวางไว้ข้างหน้าพวกเขา)

  • You should have your notes in front of you.

(คุณควรวางสมุดโน้ตไว้ข้างหน้าคุณ)

  • There was a woman standing in front of me.

(มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าผม)

  • Please put the word ‘Miss’ in front of your name if you are not married.

(โปรดเขียนคำว่า  “นางสาว”  ไว้ข้างหน้าชื่อของคุณ  ถ้าคุณยังไม่แต่งงาน)

  • I couldn’t tell you in front of Peter.

(ผมไม่สามารถบอกคุณต่อหน้าปีเตอร์)

  • They’ll all have to sign in front of a judge.

(พวกเขาทุกคนจะต้องลงนามต่อหน้าผู้พิพากษา)

  • He thought they had conspired to discredit him in front of his boss.

(เขาคิดว่าพวกนั้นได้สมคบคิดกันที่จะทำให้เขาเสียชื่อเสียงต่อหน้าเจ้านายของเขา)

 

3. “Deep in water and mud  -  จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน

  • After a heavy rain, all travelers found themselves deep in water and mud.

(หลังจากฝนตกหนัก  นักเดินทางทุกคนพบว่าตัวเองจมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)

 

4. “Deficient in  -  ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง, ขาดแคลนในเรื่อง, ไม่ได้มาตรฐานในเรื่อง

  • His diet is deficient in nutritious substances.

(อาหารพิเศษของเขาขาดสารอาหารซึ่งบำรุงหล่อเลี้ยงร่างกาย  -  หรือบำรุงกำลัง)

  • Many old people admitted to hospital are deficient in vitamin C.

(คนชราจำนวนมากที่ถูกรับตัวเข้าโรงพยาบาล  ขาดวิตามินซี)

  • A number of developing countries are deficient in good public services.

(ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากขาดแคลน-ไม่ได้มาตรฐานในเรื่องบริการสาธารณะที่ดี)

 

5. “Proficient in”  -  ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง, มีความสามารถหรือทักษะในเรื่อง

  • The professor is very proficient in history.

(อาจารย์คนนั้นมีความชำนาญในด้านประวัติศาสตร์)

  • She is proficient in English.

(เธอมีความสามารถในด้านภาษาอังกฤษ)

  • The school hired a proficient swimmer to teach its students how to swim.

(โรงเรียนจ้างนักว่ายน้ำที่เก่ง  มาสอนเด็กนักเรียนถึงวิธีว่ายน้ำ)

  • Do you think that calculators stop children becoming proficient in arithmetic?

(คุณคิดไหมว่า  เครื่องคิดเลขหยุดนักเรียนมิให้มีความสามารถในวิชาเลขคณิต)

 

6. “Be successful in  -  ประสบความสำเร็จในเรื่อง

  • He was successful in everything he did.

(เขาประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เขาทำ)

  • I hope you’ll be successful in whatever you undertake.

(ผมหวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จในสิ่งใดก็ตามที่คุณทำ)

  • Laura was successful in doing what she had planned.

(ลอร่าประสบความสำเร็จในการทำสิ่งที่เธอได้วางแผนไว้)

  • Men are successful in their attempt to land on the moon.

(มนุษย์ประสบความสำเร็จในความพยายามของตนที่จะไปลงบนดวงจันทร์)

 

7. “Succeed in”  -  ประสบความสำเร็จในเรื่อง

  • He succeeded in getting a job.

(เขาประสบความสำเร็จในการได้งานทำ)

  • She has at last succeeded in her examination.

(เธอประสบความสำเร็จในการสอบในที่สุด)  (เธอสอบได้)

  • They succeeded in their plans.

(พวกเขาประสบความสำเร็จตามแผนการ)

  • I hope you will succeed in your new job.

(ผมหวังว่าคุณจะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของคุณ)

  • The bank robbers succeeded in breaking into the bank and took lots of money.

(โจรปล้นธนาคารประสบผลสำเร็จในการงัดเข้าไปในธนาคาร  และเอาเงินไปเป็นจำนวนมาก)

 

8. “On request  -  เมื่อมีการร้องขอ

  • I will lend you my car on request.

(ผมจะให้คุณยืมรถเมื่อมีการร้องขอ)

 

9. “On page 5”  -  ในหน้าที่ ๕

  • You can look for the answer on page 5

(คุณสามารถค้นหาคำตอบได้ในหน้าที่  ๕)

 

10. “Waste one’s time on”  -  ใช้เวลาของตนอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ

  • He wasted his time on meddling with other people’s business. 

(เขาใช้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปกับการยุ่งกับเรื่องของคนอื่น)

 

11. “On business”  -  ด้วยเรื่องธุรกิจ

  • He went to New York on business.

(เขาไปนิวยอร์คด้วยเรื่องธุรกิจ)

 

12. “Keep on”  -  ดำเนินต่อไป

  • They kept on working.

(พวกเขาทำงานต่อไป)

  • She kept on her attempt to become a scientist.

(เธอพยายามต่อไปที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์)

  • They kept on studying until very late at night.

(พวกเขาอ่านหนังสือต่อไปจนกระทั่งดึกมาก)

 

13. “Bring up”  -  เลี้ยงดู-อบรม

  • She was brought up by her aunt. 

(เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)

  • They were born in New York but were brought up in London.

(พวกเขาเกิดในนิวยอร์ค  แต่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูในลอนดอน)

  • She brought up all her children by herself.

(เธออบรมเลี้ยงดูลูกทุกคนตามลำพัง)  (ไม่มีใครช่วยเธอเลี้ยง)

 

14. “Be done by”  -  ถูกกระทำโดย

  • The new legislation was announced by the government. 

(กฎหมายใหม่ได้รับการประกาศโดยรัฐบาล)

  • I was startled by his anger.

(ผม (ถูกทำให้) สะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)

  • The wounded dog was killed by its owner.

(หมาที่บาดเจ็บถูกฆ่าโดยเจ้าของของมัน)

 

15. “By cheque”  -  (จ่าย) เป็นเช็ค

  • I will pay you by cheque.

(ผมจะจ่ายเงินคุณเป็นเช็ค)

 

16. “By candlelight”  -  (อ่านหนังสือ, ทำงาน) โดยอาศัยแสงเทียน

In the old days, people worked or read a book by candlelight.

(ในสมัยโบราณ  ผู้คนทำงาน หรือ อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)

 

17. “By the backdoor”  -  (เข้ามา) ทางประตูหลัง

  • She came in by the back door.

(เธอเข้ามาทางประตูหลัง)

 

18. “Grateful for”  -  ขอบคุณสำหรับ, ขอบคุณในเรื่อง, รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณในเรื่อง

  • I am very grateful to you for your assistance. 

(ผมขอบคุณคุณอย่างมาก สำหรับความช่วยเหลือของคุณ)

  • She was so grateful to me for talking to her.

(เธอขอบคุณผมมาก  ที่พูดคุยกับเธอ)

 

19. “Fit for”  -  เหมาะสม

  • These clothes are fit for me.

(เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม)

 

20. “Sufficient for”  -  เพียงพอสำหรับ

  • Japan has a reserve of oil sufficient for its needs.

(ญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรอง  เพียงพอสำหรับความต้องการของตน)

  • We have saved an amount sufficient for a week’s vacation.

(เราได้ออมเงินไว้ในจำนวนที่เพียงพอสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อน    สัปดาห์)

 

21. “Sufficient to + Verb 1”  -  เพียงพอที่จะ........

  • It is sufficient to say here that it worked very well.

(เป็นการเพียงพอที่จะกล่าวตรงนี้ว่า  มันทำงานได้ดีมาก)

  • Sales were not sufficient to make it a profitable proposition.

(ปริมาณที่ขายได้ไม่เพียงพอที่จะทำให้มันเป็นข้อเสนอ (แผน, โครงการ) ที่มีกำไร)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

 

 

 

Essential Prepositions (ตอนที่ 8)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

1. Sorry for  หรือ  about”  -  เสียใจกับ, สงสาร-เห็นอกเห็นใจ, เป็นทุกข์และสงสาร

  • I’m sorry for any damage I may occur. 

(ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น)

  • He is sorry for all this confusion.

(เขาเสียใจสำหรับความสับสนวุ่นวายทั้งหลายนี้)

  • I’m sorry about the coffee on your bedspread.

(ผมเสียใจกับกาแฟ (ที่ผมทำหกรด) บนผ้าคลุมเตียงของคุณ)

  • I’m sorry about your misfortune.

(ผมเสียใจกับโชคร้ายของคุณนะ)

  • Tim was sorry about forgetting to bring his books home.

(ทิมเสียใจที่ลืมนำหนังสือของเขากลับบ้าน)

  • He felt extremely sorry for the little boy.

(เขารู้สึกสงสารเด็กน้อยคนนั้นอย่างมากมาย)

  • I knew they were having a rough time and I felt sorry for them.

(ผมรู้ว่าพวกเขากำลังประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก  และผมรู้สึกสงสาร-เห็นอกเห็นใจพวกเขา)

  • Judy felt sorry for the blind man.

(จูดี้รู้สึกสงสาร-เห็นอกเห็นใจชายตาบอด)

  • He appeared to be permanently sorry for himself.

(เขาดูเหมือนว่าเป็นทุกข์และสงสารตัวเองอยู่ตลอดไป)

  • How dare you feel sorry for yourself?  It was your own fault.

(แกจะเป็นทุกข์และสงสารตัวเองไปทำไม  มันเป็นความผิดของแกเองแท้ๆ)

 

2. “Sorry to + Verb 1”  -  เสียใจที่..........

  • I’m sorry to say that.

(ผมเสียใจที่พูดเช่นนั้น)

  • I’m sorry to hear of her father’s death.

(ผมเสียใจที่ได้ทราบเรื่องการตายของพ่อของเธอ)

  • He’s sorry to have been such a nuisance.

(เขาเสียใจที่ได้เป็นตัวก่อกวน-สร้างความวุ่นวายเช่นนั้น)

  • No one seemed very sorry to see him go.

(ไม่มีใครดูเหมือนว่าจะเสียใจมากนักที่เห็นเขาจากไป)

  • I’m sorry to have to tell you the bad news.

(ผมเสียใจที่จำเป็นต้องบอกข่าวร้ายแก่คุณ)

 

3. “Be of age”  -  โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่

  • Mary will be of driving age on her next birthday. 

(แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้   ในวันเกิดของเธอปีหน้า)

 

4. “Suspect someone of doing something”  -  สงสัยใครว่าทำอะไร

  • Bill suspected the boy of stealing his wallet.

(บิลสงสัยเด็กคนนั้นว่าขโมยกระเป๋าสตางค์ของเขาไป)

  • He was suspected of treason.

(เขาถูกสงสัยว่าทรยศขายชาติ)

  • She was suspected of taking her boyfriend’s car without asking for his permission.

(เธอถูกสงสัยว่าเอารถยนต์ของแฟนของเธอไป  โดยมิได้ขออนุญาตเขา)

 

5. “Hear of”  -  รู้เกี่ยวกับ, รู้จักเกี่ยวกับ (เพราะถูกประดิษฐ์-ค้นพบ), อนุญาต  (แปลตรงตัว  คือ  “ได้ยินเกี่ยวกับ”)

  • We have never heard of his plan.

(เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)

  • Have you heard of Lewis Baker? 

(คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม)

  • Television was not heard of when I was a boy.

(ทีวีไม่เป็นที่รู้จัก (ไม่ถูกประดิษฐ์คิดค้น) เมื่อสมัยผมเป็นเด็ก)

  • I’ve never heard of such a thing.

(ผมไม่เคยรู้เรื่องแบบนั้นเลย)  (มันน่าประหลาดใจจริง)

 

6. “Will not hear of”  -  จะไม่อนุญาตหรือพิจารณา, ปฏิเสธที่จะเอาใจใส่ในเรื่อง  หรือไม่ยินยอมให้ทำ  (แปลตรงตัว  คือ  “จะ (ทำเป็น) ไม่ได้ยิน”)

  • I want to go to the show tonight, but I know my mother will not hear of it.

(ผมต้องการไปดูการแสดงคืนนี้  แต่ผมรู้ว่าแม่จะไม่อนุญาตให้ผมไป)

  • Cindy needs another day to finish her report, but the teacher won’t hear of any delay.

(ซินดี้ต้องการเวลาอีก    วัน  เพื่อทำรายงานของเธอให้เสร็จ  แต่ครูไม่ยอมให้มีความล่าช้าใดๆ)  (ครูไม่ยอมขยายเวลาให้เธออีก    วัน)

  • Tom’s father told him he would not hear of his having a car.

(พ่อของทอมบอกเขาว่า  พ่อจะไม่ยอมให้เขามีรถยนต์)  (พ่อจะไม่ซื้อรถให้  เพราะเขายังเด็กเกินไป)

 

7. “Unheard of”  -  น่าตกใจและน่ารังเกียจ-ขยะแขยง  (และไม่เป็นที่ยอมรับทางสังคม), ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  และดังนั้นจึงน่าประหลาดใจมาก  (แปลตรงตัว  คือ  “ไม่เคยได้ยิน หรือรู้มาก่อน”)

  • His behavior was quite unheard of.  He arrived at the party in a swimming costume.

(พฤติกรรมของเขาน่าตกใจ และน่ารังเกียจ-ขยะแขยง  เขามาถึงที่งานเลี้ยงในเครื่องแต่งกายชุดว่ายน้ำ)

  • This is an unheard-of (adj.) outrage.

(นี่เป็นการกระทำที่รุนแรง (การกระทำฝ่าฝืน, การเหยียดหยาม) ที่น่าตกใจและน่ารังเกียจ-ขยะแขยง)

  • Contracts and written agreements are quite unheard of.

(สัญญาและการตกลงแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน  และดังนั้นจึงน่าประหลาดใจมาก)

 

8. “Object to”  -  คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

 

9. “Be opposed to”  -  ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ

  • We were opposed to paying a lot of money for luxurious goods.

(เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจ่ายเงินจำนวนมากกับสินค้าฟุ่มเฟือย)

  • The President was opposed to the development of nuclear weapons. 

(หรือ was opposed to developing nuclear weapons”)

(ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)   

 

10. “By name”  -  (รู้จัก) แต่ชื่อ

  • I know him (them) by name.

(ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ   -  ไม่เคยพบตัว)    

 

11. “By himself/herself”  -  โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย

  • She lives by herself.

(เธออาศัยอยู่ตามลำพัง  -  คืออยู่คนเดียว(ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประโยคแบบข้างล่าง)

  • He did it by himself.  (= He did it himself.  = He himself did it.) 

(เขาทำมันตามลำพัง  -  คือไม่มีใครช่วย)

 

12. “20 feet by 10 feet”  -  ยาว  ๒๐  ฟุต กว้าง  ๑๐  ฟุต

  • The room is 20 feet by 10 feet.

(ห้องยาว  ๒๐  ฟุต กว้าง  ๑๐  ฟุต)

 

13. “By the pound/kilogram”  -  (ขาย) เป็นปอนด์/กิโลกรัม)

  • Sugar is sold by the pound/kilogram.

(น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม)

 

14. “By weight”  -  (ขาย) เป็นน้ำหนัก

  • Sugar is sold by weight.

(น้ำตาลถูกขายเป็นน้ำหนัก)  (หลัง  “By”  ไม่ต้องมี  “The” เพราะ “Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

 

15. “In charge of”  -  รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ

  • He is in charge of the newly established business.

(เขาดูแล-รับผิดชอบธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่)

 

16. “In order”  -  เป็น (มี) ระเบียบ, เรียบร้อย

  • The room was in order when I came in.

(ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยดี เมื่อผมเข้าไป)

 

17. “Interested in”  -  สนใจใน

  • Mary is interested in dancing.

(แมรี่สนใจในการเต้นรำ)

  • He was interested in what he had read in that book.

(เขาสนใจในสิ่งที่เขาได้อ่านพบในหนังสือเล่มนั้น)

  • Many city dwellers are not interested in nature.

(คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมาก  ไม่สนใจในธรรมชาติ)

  • We go to school because we are interested in acquiring knowledge.

(เราไปโรงเรียนเพราะเราสนใจในการใฝ่หาความรู้)

 

18. “Good at”  -  เก่งในเรื่อง, ชำนาญในเรื่อง

  • He is good at swimming.

(เขาว่ายน้ำเก่ง)  (เขาเก่งในการว่ายน้ำ)

  • She is good at (speaking) English.

(เธอเก่งภาษาอังกฤษ)  (เธอพูดอังกฤษเก่ง)

  • They are good at playing the piano.

(พวกเขาเล่นเปียโนเก่ง)

  • Our teacher is good at thinking up examples.

(ครูของเรายกตัวอย่างเก่ง)

  • We are good at (playing) tennis.

(พวกเราเก่งเทนนิส)  (พวกเราเล่นเทนนิสเก่ง)

 

19. “Weak in  หรือ  on”  -  อ่อนในเรื่อง (ทักษะ, ข้อมูล), ไม่มีความสามารถ หรือชำนาญในเรื่อง

  • She is weak in mathematics.

(เธออ่อนคณิตศาสตร์)

  • He was weak in English.

(เขาอ่อนภาษาอังกฤษ)

  • They are weak in swimming.

(พวกเขาว่ายน้ำไม่เก่ง)

  • We were weak in cooking.

(พวกเราปรุงอาหารไม่เก่ง)

  • Our orchestra is weak on string players.

(วงออเคสตราของเราขาดความสามารถในผู้เล่นเครื่องสาย)

  • The book was weak on fact and documentation.

(หนังสือนี้ขาดข้อเท็จจริงและการหาเอกสารมาประกอบการเขียน)

  • The course was very weak on traditional grammar. 

(หลักสูตรนี้อ่อนอย่างมากในเรื่องไวยากรณ์แบบดั้งเดิม  -  คือที่ใช้กันมาแต่นมนาน)

**** จงสังเกต

  • He was weak from hunger.

(เขาอ่อนแอ-อิดโรยจากความหิว)

  • James felt frozen and weak with fear.

(เจมส์รู้สึกเย็นจนตัวแข็ง  และอ่อนระโหยไปด้วยความกลัว)

 

20. “Put an emphasis on”  -  เน้นย้ำ หรือ มุ่งความสนใจในเรื่อง

  • The government puts an emphasis on the infrastructural development.

(รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้

 

 

 

Pages

Subscribe to RSS - Essential Prepositions